ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป เป็นเรื่องที่ทุกคนควจะต้องรู้เอาไว้ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเองและคนในครอบครัว ซึ่งเรื่องราวที่คุณจะอ่านเรารวบรวมเอาไว้ให้แล้ว

เรื่องเด่นประจำหมวด

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

อดนอน ดูบอลดึก ยังไง ไม่ให้สุขภาพพัง!

ในช่วงการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ระดับโลกอย่าง ฟุตบอลโลก และ World Cup 2026 แฟนบอลจำนวนมากอาาจจำเป็นต้องอดนอนหรือตื่นมาดูการแข่งขันตามเวลาแข่งจริง บางคนดูบอลแค่ทีมโปรด แต่บางคนอาจจะรอดูหลายคู่ต่อกัน พร้อมกับกินขนม ดื่มน้ำหวานหรือแอลกอฮอล์ และลุ้นจนหัวใจเต้นแรงตลอดเกม การดูบอล ไม่ใช่เรื่องผิด และยังเป็นความสุขของแฟนกีฬา แต่ถ้าดูบอลดึกบ่อยจนพักผ่อนไม่พอ กินมื้อดึกเป็นประจำ หรือปล่อยให้ร่างกายตื่นตัวมากเกินไป อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ อดนอน นอนน้อยสะสม ร่างกายฟื้นฟูไม่ทัน การนอนหลับเป็นเวลาที่ร่างกายซ่อมแซมตัวเอง ทั้งสมอง หัวใจ ระบบภูมิคุ้มกัน และระบบเผาผลาญ หากดูบอลดึกบ่อยจนเวลานอนลดลง ร่างกายอาจฟื้นตัวไม่เต็มที่ อาการที่มักเกิดจากการนอนน้อย ได้แก่ ง่วงระหว่างวัน อ่อนเพลีย สมาธิลดลง หงุดหงิดง่าย ตัดสินใจช้าลง ทำงานผิดพลาดง่าย อยากกินของหวานหรืออาหารพลังงานสูงมากขึ้น หากอดนอนเป็นครั้งคราว ร่างกายอาจยังพอปรับตัวได้ แต่ถ้าอดนอนต่อเนื่องหลายวันหรือหลายสัปดาห์ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพระยะยาว เช่น ความดันโลหิตสูง น้ำตาลในเลือดผิดปกติ น้ำหนักเพิ่ม และโรคหัวใจและหลอดเลือด กินดึกระหว่างดูบอล เสี่ยงกรดไหลย้อน การดูบอลมักมาพร้อมของกิน เช่น ของทอด อาหารรสจัด หมูกระทะ ขนมกรุบกรอบ น้ำอัดลม หรือแอลกอฮอล์ หากกินมื้อใหญ่ตอนดึก แล้วนอนต่อทันทีหลังจบเกม อาจกระตุ้นอาการกรดไหลย้อนได้ อาการกรดไหลย้อนที่ควรสังเกต ได้แก่ แสบร้อนกลางอก […]

สำรวจ ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

13 กิจวัตรประจำวันที่ทำร้ายสุขภาพ ที่คุณควรต้องเลี่ยงได้แล้ว

วิถีชีวิตความเป็นอยู่ กิจวัตรประจำวันต่าง ๆ ที่เราทำจนเคยชินและมักจะมองกันว่าเป็นเรื่องปกตินั้น บางครั้งหากไม่เกิดการปรับและเปลี่ยนมุมมองที่มีอยู่ ท้ายที่สุดอาจส่งผลต่อสุขภาพโดยที่ไม่รู้ตัวได้ Hello คุณหมอ มี 13 กิจวัตรประจำวันที่ทำร้ายสุขภาพ ที่อาจถึงเวลาจะต้องหลีกเลี่ยงและเลิกทำได้แล้ว แต่จะมีอะไรบางนั้น ไปติดตามกันได้ที่บทความนี้เลย 13 กิจวัตรประจำวันที่ทำร้ายสุขภาพ มีอะไรบ้าง จมปลักอยู่กับความเครียด ความเครียด อาจจะเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งกิจวัตรที่เราทุกคนต้องพบเจอ อาจเป็นการเครียดเพียงเล็กน้อยแล้วผ่านไป หรือเป็นความเครียดที่ใช้ระยะเวลายาวนานกว่าจะจบลง หรือเป็นความเครียดที่สะสมครั้งแล้วครั้งเล่า การจมปลักและไม่ยอมปล่อยวางกับความเครียดที่ไม่สามารถจะไปเปลี่ยนแปลงได้นั้น มีผลการศึกษาพบว่า ท้ายที่สุดความเครียดจะเป็นตัวการนำไปสู่โรคซึมเศร้า ซึ่งเป็นอาการทางสุขภาพที่น่าเป็นกังวลในอนาคต ลดทอนคุณค่าของตนเอง การนั่งตำหนิตนเอง และบั่นทอนชีวิตด้วยการกล่าวโทษโชคชะตา เป็นหนึ่งในความเสี่ยงที่จะนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าในอนาคตได้ ควรหันมาปรับเปลี่ยนมุมมอง ทัศนคติ และเปลี่ยนวิธีคิด และให้กำลังใจตนเองอยู่เสมอ เพื่อให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เป็นบวก จะช่วยให้สุขภาพจิตสดใส ใช้เวลาอยู่กับสื่อโซเชียลมีเดียมากเกินไป แม้เราจะรู้จักคนมากหน้าหลายตาผ่านช่องทางออนไลน์และสื่อโซเชียลต่างๆ แต่นั่นไม่ได้ช่วยคลายความเหงาในจิตใจได้อย่างสมบูรณ์ เพราะยิ่งใช้เวลาอยู่ในโซเชียลมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเกิดการเปรียบเทียบ และรู้สึกว่าตนเองโดดเดี่ยวมากเท่านั้น และความรู้สึกเปรียบเทียบนี้เอง เป็นความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตอื่น ๆ ได้ การนอนดึกและตื่นสาย แทบจะเป็นกิจวัตรประจำวันของใครหลายคน ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากปัจจัยที่ต่างกัน ทั้งภาระหน้าที่ หรือการทำกิจกรรมต่าง ๆ จนล่วงเลยแก่เวลานอน แต่ไม่ว่าจะด้วยปัจจัยใดก็ตาม การนอนหลับพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ ย่อมส่งผลต่อสุขภาพโดยตรงอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็น ระบบขับถ่าย ระบบย่อยอาหาร ระบบเผาผลาญ รวมถึงพลังงานในการทำกิจกรรมของวันถัดไปก็จะลดลงตามไปด้วย การใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย การจับจ่ายใช้สอยทั้งที่ไปซื้อเอง หรือซื้อสินค้าออนไลน์อย่างสิ้นเปลืองและสุรุ่ยสุร่าย มีการวิจัยที่ได้รับการเผยแพร่ลงใน […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ความเสี่ยงของศัลยกรรม ที่คุณควรรู้ก่อนเสริมความสวย

ปัจจุบันนี้การทำศัลยกรรม นอกจากจะทำให้เกิดความสวยงามแล้ว ยังช่วยแก้ไขข้อบกพร่องหรือความผิดปรกติบางอย่างที่อาจเกิดขึ้นกับแต่ละบุคคลได้อีกด้วย แต่ก่อนจะตัดสินใจทำศัลยกรรม นอกจากการศึกษาละเอียดแล้ว การรู้ถึง ความเสี่ยงของศัลยกรรม ก่อนที่จะเข้ารับการศัลยกรรม ก็ถือเป็นเรื่องที่ควรจะต้องรู้เอาไว้ ซึ่งทาง Hello คุณหมอ มีเรื่องนี้มาฝากกัน ประเภทของศัลยกรรม ที่หลายคนอาจยังไม่รู้ เป้าหมายหลักของการศัลยกรรมเสริมความงาม ก็คือ การปรับปรุงรูปลักษณ์ของแต่ละบุคคล ซึ่งมันสามรถช่วยเพิ่มความนับถือตัวเอง และความมั่นใจในตัวเองให้แต่ละบุคคลได้อีกด้วย ซึ่งการทำศัลยกรรมความงามนั้น สามารถทำได้ทุกส่วนบนใบหน้าและร่างกาย ซึ่งประเภทศัลยกรรม สามารถแบ่งได้ดังนี้ ประเภทของการศัลยกรรมเสริมความงามสำหรับใบหน้า โบท็อกซ์ ยกแก้ม (Cheek lift) การลอกหน้าด้วยสารเคมี (Chemical peeling) ศัลยกรรมคาง ทันตกรรมความงาม การขัดผิวหนังเพื่อรักษาแผลเป็น (Dermabrasion) ยกกระชับคิ้ว หรือยกกระชับหน้าผาก ตัดปีกจมูก ผ่าตัดเปลือกตา ยกกระชับใบหน้า (Face-lift) ปรับเปลี่ยนโครงใบหน้า (Facial contouring) เติมฟิลเลอร์บนใบหน้า รักษาริ้วรอยบนใบหน้า กำจัดขนด้วยเลเซอร์ ผลัดเซลล์ผิวด้วยเลเซอร์ ยกกระชับผิวบริเวณคอ ผ่าตัดหูเพื่อปรับแก้ตำแหน่ง ผ่าตัดเสริมจมูก แก้ไขปัญหาผิว เช่น สิว ริ้วรอย รอยแผลเป็น กำจัดรอยสัก รักษาริ้วรอยต่าง ๆ ประเภทของการศัลยกรรมเสริมความงามสำหรับร่างกาย ลดหน้าท้อง ยกกระชับแขน ดูดไขมัน เสริมหน้าอก ยกกระชับหน้าอก ลดขนาดหน้าอก ยกสะโพก กำจัดขนด้วยเลเซอร์ ยกกระชับต้นขาด้านใน ยกกระชับลำตัว ความเสี่ยงของศัลยกรรม ที่อาจขึ้นกับคุณมีอะไรบ้าง แน่นอนว่าแม้ศัลยกรรมต่าง ๆ จะทำให้คุณสวยขึ้นหลังจากการทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่บางครั้งมันก็อาจจะมาพร้อมกับความเสี่ยง ซึ่งคุณอาจจะจำเป็นต้องรู้ก่อนจะเข้ารับการทำศัลยกรรม เพื่อประกอบการตัดสินใจ ซึ่งความเสี่ยงที่สามารถเกิดขึ้นได้มีดังนี้ ห้อเลือด ห้อเลือด เป็นเลือดที่มีลักษณะคล้ายรอยช้ำขนาดใหญ่ ทั้งยังทำให้รู้สึกเจ็บปวดอีกด้วย ความจริงแล้วมันจะเกิดขึ้นได้เพียง 1% เท่านั้น ในขั้นตอนของการเสริมหน้าอก นอกจากนี้มันยังเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยสุดหลังจากได้รับการศัลยกรรมไปแล้ว โดยมีผู้ป่วยเฉลี่ย 1% โดยมักจะเกิดขึ้นในเพศชายมากกว่าเพศหญิง ความจริงแล้ว ห้อเลือดถือเป็นความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในการผ่าตัดทั้งหมด […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

วิธี ลดขยะอาหาร ในครัวเรือนง่ายๆ เพื่อช่วยคุณและช่วยโลก

เวลาที่เราซื้อวัตถุดิบในการประกอบอาหาร หรืออาหารปรุงสำเร็จมาแล้วกินไม่หมด อาหารเหล่านั้นก็จะกลายเป็นขยะอาหารที่ถูกทิ้งไปอย่างไร้ประโยชน์ ซึ่งนอกจากจะทำให้คุณสูญเงินโดยใช่เหตุแล้ว ขยะอาหารที่เราทิ้งยังทำให้เกิดแก๊สมีเทน (Methane) ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดก๊าซเรือนกระจกที่พบได้มากเป็นอันดับสองเลยทีเดียว นั่นแปลว่า ยิ่งมีขยะอาหารมากเท่าไหร่ อาจจะทำให้อุณหภูมิของโลกก็จะยิ่งเปลี่ยนแปลงจากภาวะโลกร้อนรุนแรงขึ้นมากเท่านั้น วันนี้ เราเลยมีวิธี ลดขยะอาหาร ในครัวเรือน มาฝาก หากคุณทำได้ รับรองว่าจะเซฟเงินในการซื้ออาหารมาบริโภคได้อีกเยอะ แถมคุณและครอบครัวยังได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดภาวะโลกร้อนด้วย วิธี ลดขยะอาหาร ในครัวเรือน เลือกซื้ออาหารอย่างชาญฉลาด คนเรามักซื้อวัตถุดิบในการประกอบอาหาร หรืออาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทานมากเกินจำเป็น โดยเฉพาะเวลาที่เราหิว หรือเวลาที่มีโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมมาล่อตาล่อใจ และบางห้างร้านก็มักมีโปรโมชั่นยิ่งซื้อเยอะยิ่งจ่ายถูก ทำให้คุณซื้ออาหารมาตุนไว้ และมักจะบริโภคไม่ทัน จนสุดท้ายก็กลายเป็นขยะอาหารที่ต้องทิ้งไป ฉะนั้น หากคุณอยากลดขยะอาหาร เราแนะนำให้ไปซื้อวัตถุดิบประเภทของสด เช่น เนื้อสัตว์ ผักและผลไม้ เข้าบ้านอาทิตย์ละ 2 ครั้ง หากเป็นของที่เก็บได้นาน ก็อาจซื้ออาทิตย์ละ 1 ครั้ง และต้องบริโภคของที่ซื้อมาให้หมดก่อนจึงค่อยไปซื้อของใหม่ และต้องเลือกซื้อของตามลิสต์รายการของที่ต้องการด้วย จะได้ตัดปัญหาซื้ออาหารมาเกินจำเป็น เก็บอาหารให้ถูกวิธี การเก็บรักษาวัตถุดิบในการประกอบอาหาร รวมถึงอาหารสำเร็จรูปอย่างถูกวิธี จะช่วยลดปัญหาอาหารเน่าเสียจนต้องทิ้งเป็นขยะอาหาร ยกตัวอย่างเช่น มะเขือเทศ มันฝรั่ง กระเทียม แตงกวา คุณควรเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้อง ไม่ต้องแช่ตู้เย็น และหากเป็นอาหารที่สามารถปล่อยก๊าซเอทิลีน (ethylene gas) ได้มาก […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

น้ำมันปลา กับ น้ำมันตับปลา ชื่อเกือบคล้ายกัน แต่ความจริงต่างกันมากนะ

เรามักจะต้องเคยได้ยินทั้ง น้ำมันปลา กับ น้ำมันตับปลา กันบ่อย ๆ อยู่แล้ว แต่เคยสงสัยกันหรือไม่ว่า น้ำมันปลากับน้ำมันตับปลานั้น มีความแตกต่างกันอย่างไร ให้สรรพคุณที่เหมือนกันหรือไม่ แล้วอาหารเสริมทั้งสองอย่างนี้ อย่างไหนดีกว่ากัน ถ้าอยากรู้ล่ะก็ ไปติดตามที่บทความนี้กันได้เลย เพราะ Hello คุณหมอ มีข้อมูลความแตกต่างของน้ำมันปลาและน้ำมันตับปลามาฝากแล้วค่ะ [embed-health-tool-bmr] น้ำมันปลา คืออะไร น้ำมันปลา (Fish Oil) คือ อาหารเสริมที่ได้รับการสกัดมาจากอวัยวะของปลา โดยสกัดจากบริเวณหนังปลา หัวปลา เนื้อปลา และหางปลา ซึ่งมักจะสกัดจากปลาจำพวก ปลาแมคเคอรอล ปลาแฮร์ริ่ง ปลาแอนโชวี่ ปลาทูน่า เป็นต้น สารอาหารสำคัญของน้ำมันปลานั่นก็คือ สารโอเมก้า 3 ที่มีส่วนช่วยในการป้องกันความเสี่ยงของโรคเรื้อรังต่างๆ และโอเมก้า 3 ที่ได้จากปลาและน้ำมันปลา ยังถือว่าเป็นโอเมก้า 3 ที่ดีกว่าการกินผักและผลไม้อีกด้วย ประเภทของโอเมก้า 3 ในน้ำมันปลา ประกอบไปด้วย กรดอีโคซะเพนตะอีโนอิก (Eicosapentaenoic acid) หรือ EPA กรดโดโคซาเฮกซาอีโนอิก […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

การบำบัดด้วยการลอยตัวในน้ำเกลือ ทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่ไม่ชอบการนวด

ในปัจจุบัน เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนเราเป็นอย่างมาก ก่อให้เกิดนวัตกรรมด้านต่าง ๆ มากมายที่ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อการเอื้ออำนวยความสะดวกให้แก่เรา แม้กระทั่งการทำสปาก็เช่นเดียวกัน ที่แต่เดิมเราจะคุ้นเคยเพียงแค่การนวดน้ำมัน ขัดตัว เท่านั้น แต่เมื่อลองศึกษาให้มากขึ้นจะพบว่ามีการทำสปา หรือการบำบัดร่างกาย ในรูปแบบใหม่ ๆ ให้เราได้ลองอยู่เสมอ บทความนี้ Hello คุณหมอ ขอพาทุกคนมารู้จักกับ การบำบัดด้วยการลอยตัวในน้ำเกลือ หรือ การทำสปาลอยตัวในน้ำเกลือ ที่คุณจะรู้สึกถึงความสบาย และสดชื่นตลอดเวลา จนคุณไม่อยากจะลืมตาตื่นขึ้นมาเลยทีเดียว ทำความรู้จักกับ การบำบัดด้วยการลอยตัวในน้ำเกลือ การทำสปาลอยตัวในน้ำเกลือ หรือ การบำบัดด้วยการลอยตัวในน้ำเกลือ เรียกอีกอย่างได้ว่า โฟลเทชัน เทอราพี (Floatation Therapy) เป็นการลอยตัวในเครื่องลอยตัว (Float Tank) ที่ดูเหมือนแคปซูลเต็มไปด้วยน้ำที่ประกอบด้วยดีเกลือฝรั่ง อยู่ภายในประมาณครึ่งฟุต ซึ่งเป็นเครื่องที่ถูกผลิตขึ้นมาสำรับการทำสปานี้โดยเฉพาะ โดยทั่วไปแล้วการแช่ร่างกายในน้ำอาจใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง โดยไม่มีสิ่งรบกวนจากภายนอกแม้กระทั่งเสียงผู้คน ถือได้ว่าเป็นอ่างแช่ส่วนตัวที่ทำให้คุณได้พักผ่อนอย่างเต็มที่เลยทีเดียว ประโยชน์ของการใช้บริการ การบำบัดด้วยการลอยตัวในน้ำเกลือ ถึงแม้จะเป็นการทำบำบัดที่ค่อนข้างแปลกใหม่ และเชื่อว่าหลายคนคงจะสงสัยกันอยู่เป็นแน่ว่า แค่ลอยตัวในน้ำจะสามารถช่วยบำบัดร่างกายของเราได้อย่างไร หากเมื่ออ่านคุณประโยชน์ด้านล่างนี้ที่กำลังจะกล่าวถึงแล้วละก็ อาจทำให้คุณอยากลองเข้ารับการบำบัดด้วยวิธีนี้ก็เป็นได้ ลดอาการปวดเมื่อยตัว เพื่อปรับปรุงการนอนหลับ บางครั้งที่เราเหน็ดเหนื่อยจากการนั่งทำงานทั้งวัน ทำให้เกิดมีอาการปวดเมื่อยตัว จนนำไปสู่การนอนไม่ค่อยหลับ หรือหลับไม่สนิท บางรายอาจมีตะคริวร่วมจนไปรบกวนเวลาการพักผ่อน ซึ่งการทำบำบัดแบบลอยตัวในน้ำนี้ อาจทำให้คุณรู้สึกถึงความสบาย […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

การบำบัดด้วยความเย็น เทรนด์ใหม่มาแรง ที่อาจช่วยฟื้นฟูร่างกาย

การออกกำลังกายถือว่าเป็นปัจจัยอย่างหนึ่งในชีวิตประจำวันที่มีความสำคัญเช่นกัน เพราะสามารถช่วยให้ระบบการทำงานภายในของเราแข็งแรงขึ้น แต่ถ้าหากคุณหักโหมจนเกินไป ก็อาจทำให้สุขภาพร่างกายของเรานั้นแย่ลงได้ ยกตัวอย่างเช่น อาการกล้ามเนื้ออักเสบ การเจ็บปวดเรื้อรังของกล้ามเนื้อ จนกระทั่งนำไปสู่การเคลื่อนไหวที่ยากลำบาก ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้องใช้วิธีการนวดคลายเส้น หรือการรับประทานยาคลายกล้ามเนื้อเข้าช่วย แต่ยังมีอีกเทคนิคหนึ่งที่ วันนี้ Hello คุณหมอ ได้นำมาฝากให้ทุกคนลองอ่านกัน นั่นก็คือ การบำบัดด้วยความเย็น หรือ ไครโอเทอราพี ที่ถือว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่สำหรับคนที่ไม่ชอบการทานยา หรือการกดเส้นที่เจ็บปวด นับได้ว่าเป็นตัวช่วยดี ๆ อีกวิธีที่อาจเหมาะกับคุณกว่าการรักษาแบบอื่นก็เป็นได้ การบำบัดด้วยความเย็น (Cryotherapy) คืออะไร การฟื้นฟูสมรรถภาพการเคลื่อนไหวของร่างกายด้วยความเย็น หรือเรียกอีกอย่างได้ว่า ไครโอเทอราพี (Cryotherapy) เป็นการรักษากล้ามเนื้อของร่างกายด้วยการนำตัวคุณเข้าไปในตู้ หรืออ่างแช่เย็น ที่มีอุณหภูมิ -200 ถึง -300 องศา เป็นเวลา 2-5 นาที หรืออาจมากกว่านั้นตามการประเมินร่างกายโดยนักบำบัด ในช่วงปลายปี 1970 ประเทศญี่ปุ่นนิยมใช้ความเย็นนี้มาเป็นตัวช่วยในการรักษาอาการบางอย่างทางการแพทย์ เช่น โรคไขข้ออักเสบ และบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อให้แก่นักกีฬา เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบันคุณก็ยังคงพบกับวิธีเช่นนี้อยู่ เป็นการรักษาแบบวิธีพื้นบ้านที่นำน้ำแข็งมาใส่ในอ่างแช่น้ำก่อนนำร่างกายคุณลงไปแช่ตาม แต่ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาตามยุคสมัย ปัจจุบันได้เกิดการพัฒนาเป็นเครื่องแช่ที่มาพร้อมกับไอเย็น และมีขนาดพอดีกับร่างกาย พร้อมทั้งยังสามารถควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ในระดับที่พอดีเหมาะแก่อาการของผู้ใช้บริการแต่ละบุคคลได้ การบำบัดด้วยความเย็น ดีต่อร่างกายอย่างไรบ้าง ไครโอเทอราพี นอกจากจะลดอาการปวดเมื่อยของกล้ามเนื้อแล้ว […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

5 ประโยชน์ของเสียงดนตรี ที่ฟังเมื่อไหร่ ก็ทำให้คุณยิ้มได้ทันที

สงสัยกันไหม ว่าทำไมเวลาที่เรามีเรื่องไม่สบายใจ หรือมีความรู้สึกไม่สบอารมณ์ พอได้ฟังเสียงดนตรีแล้ว กลับทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาได้ทันที และยังเกิดความเพลิดเพลินอินไปกับเพลงที่เราชื่นชอบ ทำให้จิตใจพร้อมที่จะเริ่มกิจกรรมดี ๆ ได้ตลอดทั้งวัน นอกจากข้อดีข้างต้นแล้ว วันนี้ Hello คุณหมอ ก็ได้นำ ประโยชน์ของเสียงดนตรี ด้านอื่น ๆ มาฝากอีกด้วย เพื่อให้ทุกคนลองหันมาปรับอารมณ์ด้วยการฟังเสียงเพลงแทนการทำลายสิ่งของ จนอาจทำไปสู่การทำร้ายตนเอง หรือคนรอบข้างได้ ประโยชน์ของเสียงดนตรี ที่อาจเสริมสร้างจิตใจ และร่างกายให้ดีขึ้น จากการวิจัยล่าสุดในวารสารจิตเวชศาสตร์ พบว่าดนตรีสามารถใช้เป็นการรักษาบำบัดผู้ป่วยที่มีความผิดปกติในการควบคุมอารมณ์ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังปรับปรุงการทำงานของสมองของผู้ป่วยพาร์กินสัน สมองเสื่อม โรคหลอดเลือดในสมอง และเส้นเลือดตีบในสมองอีกด้วย ซึ่งการทดลองนี้นักวิจัยได้ทำการทดลองกับผู้เข้าร่วมการศึกษาทั้งหมด 25 ครั้ง ด้วยกัน จึงจะได้ข้อสรุปว่าการใช้ดนตรีบำบัด หรือการฟังเสียงเพลงช่วยลดความเศร้าในจิตใจ และความวิตกกังวลได้ ส่งผลให้คุณภาพชีวิตดีของผู้ป่วยนั้นดีขึ้น แต่นอกจากการวิจัยข้างต้นแล้ว การฟังเสียงดนตรีที่เราชื่นชอบยังให้ประโยชน์ในด้านอื่น ๆ ได้อีกดังนี้ 1.ลดความเครียด ในการศึกษาปี 2013 ผู้เข้าร่วมการทดสอบที่นักวิจัยได้คัดมาส่วนใหญ่มักมีภาวะความเครียดจากสิ่งรอบข้างในสังคม แต่เมื่อได้รับการฟังเสียงเพลง เนื้อหา ทำนอง หรือจังหวะ คลื่นเสียงคุณได้ยินนั้น จะถูกส่งเข้าสู่ระบบประสาทอัตโนมัติ จึงทำให้ผู้ทดสอบเริ่มผ่อนคลายตนเองจากความเครียดได้ค่อนข้างรวดเร็ว 2.ปรับปรุงหน่วยความจำ เพราะการฟังเพลงเป็นประจำ ทำให้เกิดความคิดในเชิงบวก ปรับอารมณ์ให้อยู่ในระดับดีได้เสมอ จึงไม่เกิดการขัดขวางการทำงานของหน่วยความจำ และยังพบการศึกษาชิ้นหนึ่งสรุปผลออกมาได้ว่า ผู้ที่รักเสียงดนตรีเรียนรู้ภาษา และความหมายจากเพลงนั้น ๆ […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

เอ๊ะ? ตกลง เราเป็น ภูมิแพ้ หรือ ไข้หวัด กันแน่นะ

เมื่อมีอาการน้ำมูกไหล คัดจมูก ไอ จาม คุณอาจจะคิดว่าเป็นไข้หวัด แต่อาการต่าง ๆ เหล่านี้ก็เป็นสัญญาณของภูมิแพ้ได้เช่นกัน แม้ว่าทั้งภูมิแพ้และไขหวัดนั้น จะมีอาการที่คล้ายคลึงกันมาก จนบางครั้งก็ไม่สามารถแยกได้ แต่ว่าวิธีการรักษาทั้ง 2 ก็มีความต่างกัน หากสามารถแยกได้ว่าเราเป็น ภูมิแพ้ หรือ ไขหวัด ก็จะช่วยให้ใช้ยาได้อย่างถูกประเภท Hello คุณหมอ จึงมีข้อมูลดีๆ ที่จะเป็นตัวช่วยว่าตกลงเราเป็น ภูมิแพ้ หรือ ไข้หวัด กันแน่ [embed-health-tool-bmi] ไข้หวัด คืออะไร                     ไข้หวัด เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งเชื้อไวรัสหลายๆ  ชนิดก็มีส่วนทำให้เกิดไข้หวัด ซึ่งจะมีอาการและความรุนแรงที่แตกต่างกันออกไป แต่โดยทั่วไปแล้วมักจะมีอาการพื้นฐานคล้ายๆ กัน ซึ่งไข้หวัดใหญ่มักจะมีลักษณะ ดังนี้ แพร่กระจายผ่านสารคัดหลั่ง เมื่อไอหรือจามอย่างรุนแรง จะทำให้เกิดอาการเจ็บคอ คัดจมูก น้ำมูกไหล เมื่อไข้หวัดรุนแรงจะทำให้เกิดอาการปวดหัว ไข้ขึ้น และมีอาการปวดเมื่อยตามตัว โดยปกติแล้ว ไข้หวัดจะหายได้เร็ว ภายใน 7-10 วัน หากมีอาการเรื้อรังนานกว่า 1หรือ2 สัปดาห์อาจทำให้เกิดการติดเชื้อรุนแรง เช่น ติดเชื้อไซนัส ปอดอักเสบ ภูมิแพ้ […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ทำความรู้จัก ปรอทวัดไข้ หลากหลายชนิด

สถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 ได้มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนต่างเกิดความวิตกกังวล หลายคนจึงต้องใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เรียกว่า “เครื่องวัดอุณหภูมิ” หรือคนทั่วไปมักเรียกติดปากว่า “ปรอทวัดไข้” นั่นเอง ใช้ในการตรวจวัดอุณหภูมิของร่างกาย เพื่อเช็กอาการเบื้องต้นดูว่าตนเองเข้าข่ายเสี่ยงต่อการติดโรค COVID-19 หรือไม่ วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาทุกคนมาทำรู้จักกับปรอทวัดไข้ชนิดต่าง ๆ กันค่ะ จะมีข้อดี ข้อเสีย และวิธีการใช้งานอย่างไรบ้างนั้น มาดูพร้อมกันเลย ทำความรู้จัก เครื่องวัดอุณหภูมิ ชนิดต่าง ๆ หลายคนอาจรู้สึกสับสนกับการเลือกใช้เครื่องวัดอุณหภูมิ หรือ ปรอทวัดไข้ (Thermometers) ว่าแต่ละแบบนั้นมีข้อดีและข้อเสีย แตกต่างกันอย่างไร คุณสามารถดูรายละเอียดของปรอทวัดไข้แต่ละแบบ ได้ดังต่อไปนี้ เครื่องวัดอุณหภูมิแบบดิจิตอล (Digital thermometers) ปรอทวัดไข้แบบดิจิตอลทั่วไปจะใช้เซ็นเซอร์ความร้อนอิเล็กทรอนิกส์ในการวัดอุณหภูมิในร่างกาย เด็กโตหรือผู้ใหญ่นิยมใช้วัดอุณหภูมิทางปากและรักแร้ สำหรับเด็กทารกในช่วง 3 เดือนแรก ถึง 3 ปี  เหมาะสำหรับการใช้วัดอุณหภูมิทางทวาร จะได้ค่าความแม่นยำมากกว่า ข้อดี : เครื่องวัดอุณหภูมิแบบดิจิตอลสามารถวัดอุณหภูมิจากทางปากและรักแร้ได้อย่างรวดเร็ว ข้อเสีย : ในการวัดอุณหภูมิอาจจะใช้งานยากสำหรับเด็กเพื่อให้เขาหยุดนิ่งนานพอที่จะอ่านค่าได้ เครื่องวัดอุณหภูมิในช่องหู (Digital ear thermometers) เครื่องวัดอุณหภูมิในช่องหู ใช้รังสีอินฟาเรดเพื่อวัดอุณหภูมิภายในช่องหู ข้อดี : สะดวกและรวดเร็วสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ ข้อเสีย : […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

รู้หรือไม่ ทำไมถึงไม่ควรดื่มเครื่องดื่มชูกำลัง มากกว่าวันละ 2 ขวด

เครื่องดื่มชูกำลัง ห้ามดื่มเกินวันละ 2 ขวด เป็นคำเตือนสำคัญที่ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อไหน ๆ ต่างก็ออกคำเตือนนี้มาจนเราทุกคนล้วนคุ้นหูกันทั้งสิ้น แต่เราเคยสงสัยกันหรือไม่ว่า เกิดอะไรขึ้นถ้าเราดื่มเครื่องดื่มชูกำลังเกินวันละ 2 ขวด? มีอันตรายอะไรที่ทำให้ผู้ผลิตถึงกับต้องออกมาเตือนไม่ให้เรา ดื่มเครื่องดื่มชูกำลังมากเกินไป มาหาคำตอบร่วมกันกับ Hello คุณหมอ เครื่องดื่มชูกำลังคืออะไร เครื่องดื่มชูกำลัง (Energy drinks) หมายถึงเครื่องดื่มที่ดื่มเพื่อช่วยเพิ่มพลังงานและประสิทธิภาพในการทำงานของสมอง หลายคนมักจะดื่มเครื่องดื่มชูกำลังเพื่อช่วยให้ตื่น และสามารถทำงานต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะกับผู้ที่ต้องทำงานเป็นกะ หรือผู้ที่อ่านหนังสือสอบจนดึกดื่น เครื่องดื่มชูกำลังแทบจะทุกยี่ห้อนั้นจะมีส่วนผสมของคาเฟอีน (Caffeine)เพื่อช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง ช่วยให้สมองเกิดความตื่นตัว และทำให้มีสมาธิมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีส่วนประกอบอื่น ๆ ที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ละยี่ห้อ แต่ส่วนผสมของเครื่องดื่มชูกำลังหลัก ๆ มักจะมีดังต่อไปนี้ น้ำตาล มักจะเป็นแหล่งของสารอาหารหลักในเครื่องดื่มชูกำลัง แต่ก็มีบางยี่ห้อที่ไม่ใช้น้ำตาล แต่จะเป็นสารให้ความหวานแทน วิตามินบี เป็นวิตามินสำคัญที่จะช่วยแปลงสารอาหารที่คุณรับประทานเข้าไปให้กลายเป็นพลังงานให้ร่างกายนำไปใช้ กรดอะมิโน เช่น แอลคาร์นิทีน (L-carnitine) หรือทอรีน (taurine) สารสกัดจากสมุนไพร เช่น โสม เพื่อช่วยในการทำงานของสมอง ดื่มเครื่องดื่มชูกำลังมากเกินไป อันตรายอย่างไร หนึ่งในปัจจัยหลัก ๆ ที่ทำให้การดื่มเครื่องดื่มชูกำลังมากเกินไปเป็นอันตรายนั้น เนื่องมาจากคาเฟอีนที่อยู่มากในเครื่องดื่มชูกำลัง ไม่ว่าจะยี่ห้อไหนก็ตาม เครื่องดื่มชูกำลังส่วนใหญ่แล้ว มักจะมีคาเฟอีนอยู่ที่ประมาณ 80 มก. ต่อขวด หรือก็คือในปริมาณที่เท่ากับกาแฟ 1 […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน