ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป เป็นเรื่องที่ทุกคนควจะต้องรู้เอาไว้ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเองและคนในครอบครัว ซึ่งเรื่องราวที่คุณจะอ่านเรารวบรวมเอาไว้ให้แล้ว

เรื่องเด่นประจำหมวด

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

5 โรคที่มากับหน้าร้อน ที่ควรระวัง

เมื่อเข้าสู่ หน้าร้อน หลายคนอาจนึกถึงอากาศร้อน เหงื่อออกง่าย กระหายน้ำ หรือผิวไหม้แดด แต่จริง ๆ แล้ว โรคที่มากับหน้าร้อน ไม่ได้มีแค่ปัญหาจากความร้อนเท่านั้น เพราะอุณหภูมิที่สูงขึ้นยังทำให้อาหารบูดเสียได้ง่าย น้ำและอาหารมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรคมากขึ้น และร่างกายอาจเสี่ยงต่อภาวะเจ็บป่วยจากอากาศร้อนจัดได้เช่นกัน บทความนี้จะพาไปรู้จัก 5 โรคหน้าร้อน ที่ควรระวัง อาการเบื้องต้นที่ควรสังเกต และวิธีป้องกันง่าย ๆ ที่สามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน 1. โรคอุจจาระร่วง โรคอุจจาระร่วงเป็นหนึ่งในโรคที่พบได้บ่อยในช่วงหน้าร้อน สาเหตุหลักมักมาจากการกินอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค เมื่ออากาศร้อน อาหารที่เก็บไม่เหมาะสมหรือวางทิ้งไว้นานอาจบูดเสียได้ง่ายขึ้น จึงเพิ่มโอกาสให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายผ่านการกินและดื่ม อาการที่ควรสังเกต ถ่ายเหลวหรือถ่ายเป็นน้ำหลายครั้งใน 1 วัน ปวดท้องหรือปวดบิดเป็นช่วง ๆ อาจมีอาการคลื่นไส้หรืออาเจียนร่วมด้วย รู้สึกอ่อนเพลีย ปากแห้ง กระหายน้ำมาก ปัสสาวะน้อยหรือสีเข้ม ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะขาดน้ำ เด็กเล็กและผู้สูงอายุอาจมีอาการลุกลามได้เร็วกว่าคนทั่วไป สิ่งที่ควรทำเมื่อมีอาการ จิบน้ำบ่อย ๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ ดื่มสารละลายเกลือแร่ หรือ ORS เพื่อชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไป เลือกกินอาหารอ่อน ย่อยง่าย และสะอาด หลีกเลี่ยงอาหารมัน อาหารรสจัด หรือเครื่องดื่มที่อาจกระตุ้นอาการถ่าย หากถ่ายบ่อยมาก อ่อนเพลีย ซึม ปากแห้งมาก หรือดื่มน้ำไม่ได้ ควรรีบไปพบคุณหมอ 2. ไข้ไทฟอยด์ หรือไข้รากสาดน้อย ไข้ไทฟอยด์เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่เกี่ยวข้องกับอาหาร น้ำ หรือสุขอนามัยที่ไม่ดี จุดที่ทำให้โรคนี้น่ากังวลคือ อาการเริ่มต้นอาจคล้ายไข้ทั่วไป ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงอาการอ่อนเพลียจากอากาศร้อน หรือคิดว่าเป็นแค่การกินอาหารผิดสำแดง อาการที่ควรสังเกต มีไข้สูงต่อเนื่องหลายวัน ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย […]

สำรวจ ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

อาเจียนเป็นเลือด หลังดื่ม สัญญาณร้ายของโรคภัยหรือเปล่า

อาการ อาเจียนเป็นเลือด หลังดื่มแอลกอฮอล์ ถือเป็นเรื่องที่ผิดปกติและเรื่องอันตรายที่ควรปรึกษาแพทย์ทันที แต่บางครั้งการอาเจียนเป็นเลือดก็ไม่ใช่สัญญาณของอาการป่วย หรือสัญญาณฉุกเฉินทางการแพทย์แต่อย่างใด มีหลายสาเหตุที่ส่งผลให้อาเจียนเป็นเลือดหลังดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือที่รู้จักกันว่า อาเจียนเป็นเลือด (Hematemesis) ซึ่งปริมาณและสีของเลือดที่ออกมาตอนอาเจียนสามารถบอกได้ว่าเป็นสัญญาณอันตรายหรือไม่ เช่น หากเลือดเป็นสีแดงสด บางครั้งอาจเกิดจากสาเหตุทั่วไป คือเลือดกำเดาไหลไหลกลับเข้าไปในลำคอและไหลลงสู่ท้อง จึงอาเจียนออกมาเป็นเลือด หรือหากเลือดที่อาเจียนออกมาเป็นสีดำเหมือนกากกาแฟ มักจะเป็นเลือดที่แห้งที่อยู่ในท้อง วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับอาการอาเจียนเป็นเลือด หลังดื่มมาฝากกันค่ะ [embed-health-tool-bmi] อาเจียนเป็นเลือด หลังดื่มแอลกอฮอล์ เกิดขึ้นได้อย่างไร การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก สามารถทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายได้ เช่น อาเจียนเป็นเลือด หลังดื่ม ซึ่งการอาเจียนเป็นเลือดหลังดื่มแอลกอฮอล์เป็นเรื่องที่อันตรายต่อสุขภาพ ขนาดที่สามารถทำให้เสียชีวิตได้เลยทีเดียว ซึ่งปัญหาการอาเจียนเป็นเลือดนั้นเกิดจาก การที่แอลกอฮอล์เข้าไปในระบบทางเดินอาหาร ทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นเกิดความระคายเคือง นอกจากนี้แอลกอฮอล์ยังทำให้เกิดการไหลย้อนของกรดในกระเพาะอาหารขึ้นมาที่หลอดอาหารอีกด้วย ซึ่งกรดเหล่านี้จะทำให้เนื้อเยื่อมีความระคายเคืองมากขึ้นจนทำให้เกิดแผลจนเลือดไหลออกมา เมื่ออาเจียนจึงทำให้มีเลือดปนเปื้อนออกมาด้วย บางครั้งการ อาเจียนเป็นเลือด ยังอาจเกิดจาก ยา ที่ใช้เพื่อรักษาอาการของโรคที่เรากำลังเป็นอยู่ เมื่อดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไป อาจทำให้ยาและแอลกอฮอล์เกิดปฏิกิริยาที่ส่งผลต่อเนื้อเยื่อบริเวณกระเพาะอาหารทำให้เกิดความระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร จนทำให้เลือดไหล ส่วนใหญ่แล้วยาที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาต่อกระเพาะอาหารคือ ยาที่ส่งผลทำให้กระเพาะระคายเคืองอยู่แล้ว เช่น นาพรอกเซน (Naproxen) ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) แอสไพริน (Aspirin) ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ถึงข้อควรระวังในการใช้ยา อาการของผู้ที่มีการอาเจียนเป็นเลือด หลังดื่มแอลกอฮอล์ สัญญาณที่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

โรคเมลิออยด์ อีกหนึ่งโรคร้ายที่มากับฝน

การใช้สารเคมีเพื่อกำจัดศัตรูพืช ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเกษตรกรเท่านั้น ยังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศอีกด้วย วันนี้ Hello คุณหมอ พามารู้จักกับ  “โรคเมลิออยด์”  ผู้ป่วยโรคนี้ส่วนใหญ่เป็นชาวเกษตรกรทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและพบมากในช่วงฤดูฝน จะมีลักษณะอาการอย่างไรบ้างนั้น ไปหาคำตอบพร้อมกันเลยค่ะ โรคเมลิออยด์ (Melioidosis) คืออะไร โรคเมลิออยด์หรือโรคเมลลิออยโดลิส (Melioidosis) เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่ปนเปื้อนในดินและน้ำทุกภูมิภาคในประเทศไทย พบได้บ่อยที่สุดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและพบอัตราผู้ป่วยมากที่สุดในช่วงฤดูฝน ความรุนแรงของโรคนี้หากติดเชื้อในกระแสเลือดอาจทำให้เกิดการเสียชีวิตได้ในทันที สาเหตุของโรคเมลิออยด์ การติดเชื้อโรคเมลิออยด์มีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า  Burkholderia pseudomallei  ซึ่งพบได้ทั้งในน้ำและในดิน หรืออาจติดต่อจากสัตว์ที่มีเชื้อนี้อยู่ โดยการสัมผัสสัตว์เลี้ยงอย่าง สุนัข แมว วัว โค ควาย เป็นต้น โรคนี้สามารถติดต่อสู่คนได้ทุกเพศทุกวัย แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ได้รับเชื้อนี้จะมีจะมีระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ป่วยโรคมะเร็ง ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ป่วยทาลัสซีเมีย ผู้ป่วยโลหิตจาง โรคปอดเรื้อรัง ผู้ที่ติดเชื้อวัณโรค เป็นต้น  อาการที่บ่งบอกว่า คุณเสี่ยงเป็นโรคเมลิออยด์ ผู้ป่วยจะมีอาการแสดงออกทางร่างกายที่ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่าอวัยวะส่วนใดของร่างกายได้รับเชื้อ โดยมีลักษณะอาการที่แตกต่างกันออกไปดังต่อไปนี้ การติดเชื้อที่ปอด หากผู้ป่วยได้รับการติดเชื้อที่ปอด จะทำให้มีอาการตัวร้อน ไข้ขึ้น ไอ มีเสมหะ ระบบทางเดินหายใจผิดปกติ  เจ็บหน้าอก หายใจติดขัด การติดเชื้อในกระแสเลือด ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อเชื้อ เช่น ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ป่วยโรคมะเร็ง ผู้ป่วยความดันโลหิตต่ำ  ผู้ป่วยโรคเบาหวาน กรณีผู้ป่วยที่มีบาดแผลเชื้ออาจเข้าทางบาดแผลและติดเชื้อในกระแสเลือด […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

"ลดกินหวาน" ต้านโรคร้าย ได้สุขภาพดี

เคยรู้สึกไหมว่า ในวัน ๆ หนึ่ง ในแต่ละมื้อ คุณรับประทานน้ำตาลเข้าสู่ร่างกายในปริมาณเท่าไหร่ และอย่างที่เรารู้กันดีว่า การกินหวานเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง เสี่ยงที่จะทำให้คุณเป็นโรคร้ายได้หลายโรค ไม่ว่าจะเป็นเบาหวาน ความดันโลหิต หรือโรคหัวใจ ดังนั้น วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาคุณผู้อ่านทุกท่านหันมาเริ่มเปลี่ยนไลฟ์สไตล์การกิน เริ่มด้วยวิธีง่าย ๆ อย่างการ ลดกินหวาน กันก่อนเลย ทำไมถึงควร ลดกินหวาน สาเหตุที่มักจะได้ยินเรื่องของการรณรงค์ให้ “งดกินหวาน” หรือ “กินหวานให้น้อยลง” ก็เป็นเพราะว่า ในปัจจุบันมีหลากหลายโรคเรื้อรัง และอาการทางสุขภาพเกิดขึ้น เนื่องมาจากการรับประทานอาหารที่มีปริมาณระดับน้ำตาลสูง การรับประทานอาหารเหล่านี้บ่อย ๆ หรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ๆ สามารถที่จะก่อให้เกิดความเสี่ยงทางสุขภาพได้มากมาย ดังนี้ โรคอ้วน ปัญหาเกี่ยวกับระบบเผาผลาญ โรคหัวใจ โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูง ภาวะอักเสบเรื้อรัง ภาวะไขมันพอกตับ ปัญหาสุขภาพช่องปาก คราบจุลินทรีย์ ฟันผุ ในหนึ่งวันควรกินหวานประมาณเท่าไหร่ แม้น้ำตาลจะเป็นส่วนหนึ่งในสาเหตุของโรคและอาการทางสุขภาพมากมาย แต่ร่างกายก็ยังจำเป็นที่จะต้องได้รับปริมาณน้ำตาลในแต่ละวันเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน โดยระดับน้ำตาลที่เหมาะสมและเพียงพอกับความต้องการของร่างกายในแต่ละวันนั้น สมาคมโรคหัวใจแห่งอเมริกา หรือ American Heart Association ได้ให้คำแนะนำในเรื่องนี้ไว้ว่า  ผู้ชาย ควรรับประทานน้ำตาลไม่เกิน 9 ช้อนชา หรือประมาณ 36 กรัม หรือ 150 […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

หัวนม นั้นสำคัญไฉน มีอะไรซ่อนอยู่ในหัวนมที่เราควรต้องรู้บ้าง

อวัยวะในร่างกายที่มีลักษณะกลม ๆ คล้ายตุ่มหรือหูดเล็ก ๆ บริเวณหน้าอก หรือที่เราเรียกกันว่าหัวนมนั้น ดูจะเป็นอวัยวะส่วนที่ นึกถึงประโยชน์และหน้าที่ไม่ค่อยจะออก แต่แท้จริงแล้ว การที่เรามีหัวนมนั้น มีเหตุและผลอยู่เหมือนกัน มาดูบทความนี้ของ Hello คุณหมอ กันว่า มีอะไรที่เรายังไม่รู้เกี่ยวกับ หัวนม บ้างหรือไม่ ทำไมเราถึงมี หัวนม  สำหรับในผู้หญิง หัวนมจะมีไว้สำหรับการให้นมบุตร แต่ในส่วนของหัวนมผู้ชาย ยังไม่มีคำบอกกล่าวที่แน่ชัดถึงหน้าที่สำคัญ แต่ข้อสันนิษฐานที่เหมือนกันของหัวนมในผู้ชายและผู้หญิงคือ เป็นจุดกระตุ้นอารมณ์ทางเพศให้รู้สึกเสียวซ่าน และมีส่วนที่ทำให้คู่รักสามารถถึงจุดสุดยอดในกิจกรรมบนเตียงได้ หัวนม กับ อาการทางสุขภาพ ความรู้สึกเจ็บหัวนม อาจเป็นเรื่องปกติหากเกิดกับสตรีที่กำลังให้นมบุตร เพราะลูกอาจมีการกัดหัวนมในขณะที่กำลังให้น้ำนมแม่ แต่ถ้าอาการเจ็บหัวนมไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงนั้น นั่นอาจเป็นเพราะ หัวนมมีการระคายเคือง โรคภูมิแพ้ การเสียดสีของแรงเสียดทานระหว่างหัวนมกับเสื้อผ้าที่สวมใส่ สำหรับผู้ที่รู้สึกเจ็บหัวนม หัวนมมีสีแดง และร้อนเมื่อสัมผัส ควรรีบปรึกษากับคุณหมอทันที เพราะอาจมีอาการหัวนมอักเสบ หรือเสี่ยงต่อการติดเชื้อ จนเป็นโรคเต้านมอักเสบ (Mastitis) สำหรับผู้ที่เจาะหัวนม มีแนวโน้มที่จะมีอาการทางสุขภาพได้ เนื่องจากการเจาะหัวนมนั้น อาจไปทำลายท่อสำหรับผลิตน้ำนม มีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอาการแพ้ มีอาการคัน หรือมีผื่นขึ้น รวมถึงยังเสี่ยงต่อการติดเชื้อหากมีการเจาะหัวนมด้วยอุปกรณ์ที่ไม่สะอาดและไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งถ้าหากมีความผิดปกติที่หัวนม เช่น เลือดออก ควรไปพบคุณหมอเพื่อตรวจดูอาการ ข้อควรรู้เกี่ยวกับ หัวนม สิ่งเหล่านี้คือข้อควรรู้เกี่ยวกับหัวนม หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ ข้อมูลเกี่ยวกับหัวนมที่คุณอาจยังไม่เคยทราบมาก่อน หัวนมแต่ละคนมีความต่างกัน เราอาจจะคิดว่าหัวนมนั้นมีลักษณะที่เหมือนกัน แต่ความจริงแล้ว หัวนมนั้นมีความแตกต่างทั้งขนาด สี […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

เผยวิจัยชี้ ดมตด บ่อยๆ ทำให้สุขภาพดีได้จนน่าเหลือเชื่อ

การที่ได้กลิ่นอันไม่พึงประสงค์ อย่างกลิ่นที่มาจากการผายลมหรือการตด จำเป็นต้องรีบหลีกหนี จนถึงขนาดที่ต้องหายาดมมาสูดดม หรือฉีดน้ำหอมเพื่อกลบกลิ่น ถึงแม้หลายคนจะมองเห็นเพียงแค่ข้อเสีย แต่ทุกคนรู้หรือไม่ ได้มีการเผยวิจัยชิ้นหนึ่งค้นพบว่าการ ดมตด บ่อยๆ มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมาก ซึ่ง Hello คุณหมอ ได้นำข้อดีที่มีผลต่อสุขภาพมาให้ทุกคนได้ทราบกันในบทความนี้ [embed-health-tool-bmi] ผลวิจัยชี้การ ดมตด มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างไรได้บ้าง การผายลมนั้นถือว่าเป็นเรื่องปกติ ที่เกิดจากการสะสมของแก๊สในร่างกายของเรา ซึ่งแก๊สเหล่านี้สามารถพบได้ตามช่องทางเดินของอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ รวมถึงทางลำไส้ตรง จนเกิดแรงกดดันทำให้รู้สึกหน่วงๆ ภายในช่องท้อง เมื่อถึงเวลาแรงดันนี้จะปล่อยออกมาในรูปแบบ การผายลม หรือตดนั่นเอง จากการศึกษาการวิจัยในปี 2014 โดยการร่วมมือกันของทีมวิจัยที่มหาวิทยาลัยเอ็กซ์เตอร์ (University of Exeter) และมหาวิทยาลัยเท็กซัส (University of Texas) พบว่าในก๊าซที่ทำให้เกิดการผายลมมีแก๊สไฮโดรเจนซัลไฟด์ (Hydrogen sulfide) หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อเรียกติดปากกันว่า”แก๊สไข่เน่า” ที่ค่อนข้างส่งกลิ่นเหม็น แต่กลับมีประโยชน์ต่อร่างกายเมื่อเราสูดดม ด้วยการให้ประโยชน์ ดังต่อไปนี้ ลดความดันโลหิต เพราะการสูดดมก๊าซที่ออกมานั้น อาจทำให้ผนังหลอดเลือดของคุณแข็งแรงขึ้น รักษาโรคหลอดเลือดในสมอง และอาการหัวใจวาย ซึ่งก๊าซนี้ทำให้โลหิตสูบฉีดมากขึ้น ลดโอกาสในการเกิดโรคหลอดเลือดในสมอง และอาการหัวใจวายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปรับปรุงการทำงานของไต ในการศึกษาปี […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

แต่งแต้มริมฝีปากที่ขาดสีสัน ในวันเร่งด่วน ด้วย ลิปสติก เฉดสีที่ใช่

ลิปสติก (Lipstick) เป็นหนึ่งในไอเท็มที่ผู้หญิงทุกคนต้องมีและพกไว้หนึ่งแท่งติดประจำตัวเสมอ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหน คุณก็สามารถหยิบขึ้นมาเติมเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเองได้ตลอดเวลา วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาทุกคนไปรู้จักกับ ลิปสติกให้มากขึ้น ในบทความเรื่อง แต่งแต้มริมฝีปากที่ขาดสีสัน ในวันเร่งด่วน ด้วย ลิปสติก เฉดสีที่ใช่ เมื่อ ลิปสติก เฉดสีเดียวอาจยังไม่พอ คุณผู้ชายหลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมคุณผู้หญิงถึงต้องใช้ลิปสติกหลายแท่ง  สำหรับผู้หญิงอย่างเราจะใช้ลิปสติกเมื่อไหร่ไม่รู้ บางทีซื้อมาก็ไม่ได้ใช้ แต่ขอซื้อไว้ก่อน เรียกได้ว่า “ของมันต้องมี” เป็นปัญหาโลกแตกที่คุณผู้ชายไม่มีวันเข้าใจ แท้จริงแล้วสไตล์การแต่งตัวของเราไม่ได้เหมือนกันทุกวัน ฉะนั้นเราจึงต้องมีลิปสติกหลายเฉดสีเพื่อสร้างลุคของเราให้เหมาะสมกับสถานการณ์นั้นๆ “เครื่องสำอางทุกประเภทย่อมมีวันหมดอายุ ลิปสติกก็เช่นกัน” การเก็บรักษาลิปสติกก็สำคัญไม่น้อย คุณภาพของลิปสติกสามารถเปลี่ยนไปตามการเก็บรักษา รวมไปถึงอายุหลังจากการเปิดใช้ที่คุณไม่ควรละเลย ไม่เช่นนั้นแล้ว แทนที่ลิปสติกจะช่วยเพิ่มความงดงามบนใบหน้าเรานั้นอาจเป็นการเพิ่มโทษกับเราโดยที่เราไม่รู้ตัว ก่อนเปิดใช้ ควรดูวันที่ผลิตให้ละเอียดเพราะลิปสติกมีอายุการใช้งาน 2 ปีหลังจากวันผลิต หลังจากเปิดใช้งาน ควรเก็บไว้ในอุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงแดดและที่ๆ มีอุณหภูมิสูง  เช่น การเก็บลิปสติกไว้ในรถ ไม่เพียงแต่ความร้อนจากนอกรถจะทำให้เนื้อลิปสติกละลาย แต่สารเคมีในลิปสติกอาจเปลี่ยนไปตามอุณภูมิที่ร้อนจัด ทาลิปสติกอย่างไร ให้สีติดทนนาน  จะทาลิปสติกอย่างไงให้สีติดทนตลอดทั้งวัน วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ มาฝากกันค่ะ สครับริมฝีปาก การขัดหรือสครับริมฝีปาก ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป ช่วยให้ปากดูสดใส ไม่หมองคล้ำและช่วยให้ริมฝีปากเรียบเนียนขึ้นอีกด้วย ทาวาสลีน หมั่นทาวาสลีน เพื่อเคลือบริมฝีปากที่แห้งแตกให้กลับมานุ่มชุ่มชื่น ไม่เพียงแต่ปากนุ่ม แต่ยังช่วยให้ลิปสติกไม่ตกร่องอย่างแน่นอน ลิปไพรเมอร์ รู้หรือไม่คะว่า การลงลิปไพรเมอร์จะช่วยปรับสีของปากให้สีเสมอกัน บางยี่ห้อสามารถช่วยอำพรางริมฝีปากและยังช่วยให้สีลิปสติกนั้นตติดทนมากขึ้นอีกด้วย ดินสอเขียนขอบปาก ทาริมฝีปากด้วยดินสอเขียนขอบปากจะช่วยให้สีลิปสติกเราดูสวย เด่นชัด มากขึ้น ทาลิปสติก […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

พิษไซยาไนด์ (Cyanide Poisoning)

ไซยาไนด์หาได้ยาก แต่เป็นพิษที่อันตรายถึงตายได้ ไซยาไนด์มีฤทธิ์ทำให้ร่างกายไม่สามารถใช้ออกซิเจนได้ การที่ร่างกายได้รับ พิษไซยาไนด์ (Cyanide Poisoning) ควรไปพบคุณหมอทันที คำจำกัดความพิษไซยาไนด์ คืออะไร ไซยาไนด์เป็นสารที่พบได้ยาก แต่เป็นพิษที่อันตรายถึงตายได้ ไซยาไนด์มีฤทธิ์ทำให้ร่างกายไม่สามารถใช้ออกซิเจนได้ ไซยาไนด์ที่มีพิษประกอบด้วยก๊าซไฮโดรเจนไซยาไนด์ ผลึกแข็ง โพแทสเซียมไซยาไนด์ และโซเดียมไซยาไนด์ อาการเป็นพิษจากไซยาไนด์พบได้บ่อยแค่ไหน เนื่องจากไซยาไดน์เป็นสารที่สามารถพบได้ยาก การได้รับพิษจากไซยาไนด์จึงอาจไม่สามารถที่จะพบได้บ่อยครั้ง สำหรับความถี่ของการได้รับพิษจากไซยาไนด์ โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อทราบข้อมูลเพิ่มเติม อาการอาการที่เกิดขึ้นเมื่อได้รับ พิษไซยาไนด์ การตรวจว่าได้รับพิษจากไซยาไนด์หรือไม่นั้นเป็นเรื่องยาก การกลืนกินไซยาไนด์เกิดผลลัพธ์ใกล้เคียงกับการขาดอากาศหายใจ กลไกของพิษเกิดขึ้นเนื่องจากไซยาไนด์จะไปยับยั้งเซลล์ในร่างกายไม่ให้ใช้ออกซิเจนได้ ซึ่งออกซิเจนจำเป็นต่อการดำรงอยู่ของเซลล์ อาการที่เกิดจากการได้รับพิษจากไซยาไนด์นั้นคล้ายกับตอนที่เดินทางไกลหรือปีนภูเขาสูง ๆ นอกจากนี้ยังมีอาการดังต่อไปนี้ ร่างกายอ่อนแรง รู้สึกสับสน มีพฤติกรรมผิดปกติ นอนมากเกินไป หมดสติ หายใจได้สั้น ปวดหัว เวียนหัว อาเจียน ปวดท้อง มีอาการชัก โดยปกติ การกลืนกินไซยาไนด์เข้าไปอย่างฉับพลันนั้นจะเกิดผลกระทบอย่างรวดเร็วและรุนแรงกับหัวใจ และทำให้หมดสติในทันที นอกจากนี้ยังมีผลกระทบต่อสมอง และอาจทำให้ชักและหมดสติได้ ถ้าได้รับไซยาไนด์เป็นระยะเวลานานผ่านทางการกลืนกิน หรือได้รับจากสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษ ผลกระทบจะค่อย ๆ เกิดขึ้น ทำให้เกิดอาการดังต่อไปนี้ ปวดหัว การรับรู้รสเปลี่ยนแปลงไป อาเจียน เจ็บหน้าอก ปวดท้อง รู้สึกวิตกกังวล ในบางกรณี ถ้าผิวหนังได้รับพิษจากไซยาไนด์ อาจจะทำให้ผิวบริเวณนั้นกลายเป็นสีชมพูหรือแดง เนื่องจากออกซิเจนจะยังคงอยู่ในกระแสเลือดและเข้าไปในเซลล์ไม่ได้ ผู้ได้รับพิษอาจหายใจเร็วขึ้น และมีอัตรการเต้นของหัวใจที่เร็วขึ้นมากหรือช้าลงมาก บางกรณี ลมหายใจของผู้ได้รับพิษจากไซยาไนด์จะมีกลิ่นคล้ายอัลมอนด์ อย่างไรก็ตาม การตรวจว่าได้รับพิษหรือไม่นั้นเป็นเรื่องยาก การที่จะทราบว่าใครได้รับพิษจากไซยาไนด์ได้นั้นอาจดูได้จากสภาพแวดล้อมที่คน ๆ นั้นอาศัยอยู่อาจจะได้ผลมากกว่าการสังเกตจากอาการ ผู้ที่ทำงานในห้องทดลอง หรือโรงงานพลาสติกมีความเสี่ยงได้รับพิษจากไซยาไนด์มากกว่าคนปกติ บ้าน รถบ้าน (Recreational vehicle: RV) เรือ และอาคารที่เกิดเพลิงไหม้ก็มีส่วนเป็นสาเหตุที่ทำให้ได้รับไซยาไนด์ได้เช่นกัน ถ้าคุณรู้จักคนที่มีอาการซึมเศร้า หรือผ่านการใช้สารเคมีใด ๆ อย่างผิด ๆ […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ทริปโตเฟน กรดอะมิโนจำเป็น มีดีกว่าที่คิด

ทริปโตเฟน (Tryptophan) เป็นกรดอะมิโนจำเป็น มีหน้าที่ในการสร้างความสมดุลของไนโตรเจนในผู้ใหญ่ และมีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของทารก นอกจากนี้ทริปโตเฟนยังสร้าง ไนอาซิน (Niacin) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทของสารเซโรโทนิน (Serotonin) ที่มีส่วนในการควบคุมอารมณ์ วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลที่น่าสนใจของกรดอะมิโนจำเป้นตัวนี้มาแชร์ให้ทุกคนได้อ่านกันค่ะ ทริปโตเฟน (Tryptophan) คืออะไร ทริปโตเฟนเป็นกรดอะมิโนจำเป็น ที่ร่างกายต้องการ ทริปโตเฟนเป็นสารที่ร่างกายไม่สามารถผลิตเองได้ ส่วนใหญ่แล้วพบได้ตามธรรมชาติ จากโปรตีนจากสัตว์และโปรตีนจากพืช ทริปโตเฟน เป็นสารที่มีความสำคัญสำหรับใช้พัฒนาและช่วยในการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ซึ่งสารทริปโตเฟนจะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นสารเซโรโทนินและวิตามินบี 6 ซึ่งสารเซโรโทนินเป็นสารที่มีความสำคัญในการพัฒนาระบบสื่อประสาท หากระดับของเซโรโทนินมีความแปรปรวน ไม่อยู่ในระดับที่มีความสมดุลก็จะส่งผลต่ออารมณ์ได้ ประโยชน์ต่อสุขภาพของทริปโตเฟน ทริปโตเฟนเป็นสารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย สารทริปโตเฟนจากธรรมชาติที่พบในอาหารที่รับประทานนั้นมีประโยชน์ด้านสุขภาพมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะได้รับประโยชน์มาจากการที่ทริปโตเฟนมีการเปลี่ยนแปลงเป็นไนอาซินและเซโรโทนิน ประโยชน์ที่ร่างกายได้รับจากเซโรโทนิน เช่น ช่วยส่งเสริมการนอนหลับที่ดีต่อสุขภาพและช่วยให้หลับได้สนิทและมีคุณภาพมากขึ้น สามารถบรรเทาภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวล ช่วยให้อารมณ์มีความคงที่ ไม่แปรปรวน และช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น การจัดการความอดทนต่อความเจ็บปวด อาหารที่ช่วยเพิ่มทริปโตเฟนให้ร่างกาย สารทริปโตเฟน เป็นสารที่สามารถพบได้ในอาหารบางชนิด โดยเฉพาะอาหารที่มีโปรตีนสูง อาหารที่มีทริปโตเฟนสูง ได้แก่ไก่ ไข่ ชีส ปลา ถั่ว เมล็ดฟักทองและงา นม ไก่งวง เต้าหู้และถั่วเหลือง ช็อกโกแลต และเพื่อให้ทริปโตเฟน เปลี่ยนไปเป็นไนอาซินเพื่อใช้ในร่างกาย ร่างกายจึงจำเป็นต้องมีธาตุเหล็ก วิตามินบี 6 และวิตามินบี […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

เกษตรกรยุคใหม่ หยุด เผาไร่อ้อย เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

สถานการณ์ปัญหาฝุ่นละออง  PM 2.5 ได้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนเป็นจำนวนมาก และหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดฝุ่นละอองนั้นส่วนหนึ่งเกิดจากการเผาไหม้ทางการการเกษตร เช่น เผาไร่นา เผาไร่อ้อย โดยเฉพาะพื้นที่ภาคอีสานที่มีการเพาะปลูกอ้อยเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศไทย ยิ่งในช่วงเดือนธันวาคมถึงเมษายนที่เป็นช่วงเก็บเกี่ยวไร่อ้อยจะทำให้เกิดฝุ่นละอองจำนวนมาก หากเกษตรกรยังคงเผาไร่อ้อยอยู่ต่อไป จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไร วันนี้ Hello คุณหมอ มีคำตอบมาให้คุณค่ะ ทำไมเกษตรกร จึงต้อง เผาไร่อ้อย ก่อนตัด การเก็บเกี่ยวอ้อยนั้นสามารถทำได้ 2 วิธีด้วยกัน คือการตัดอ้อยสด และการเผาอ้อยก่อนตัด แต่เกษตรกรส่วนใหญ่เลือกเผาอ้อยก่อนตัดโดยมีเหตุผลดังต่อไปนี้ การเผาอ้อยก่อนตัดนั้นเก็บเกี่ยวได้สะดวกและง่ายกว่า อัตราค่าจ้างแรงงานถูกกว่าการจ้างแรงงานตัดอ้อยสด รถตัดอ้อยมีน้อยและไม่บางพื้นที่ไม่เหมาะสมต่อการใช้รถตัดอ้อย หากเผาอ้อยก่อนตัดจะได้คิวในการขายก่อนอ้อยสด โดยโรงงานน้ำตาลให้คิวอ้อยไฟไหม้ก่อนอ้อยสด เนื่องจากค่าความหวานของอ้อยไฟไหม้จะมีน้ำหนักลดลงถึงร้อยละ 20 แต่อ้อยสดลดลงเพียงร้อยละ  14 (ระยะเวลาหลังตัด 14วัน) ส่งผลให้โรงงานต้องรีบรับซื้อภายใน 48 ชั่วโมง  ภัยเงียบของสารที่เกิดจากการ เผาไร่อ้อย ส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างไร ประชาชนในเขตพื้นที่เผาอ้อยส่วนใหญ่จะเป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ โดยสารต่างๆที่เกิดจากการเผาไหม้ส่งผลเสียต่อสุขภาพดังนี้ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การเผาไร่อ้อยทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ถ้าเราสูดเข้าไปในร่างกายมากๆ จำให้หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง บางรายถึงขึ้นหมดสติ และเสียชีวิตได้เลย สารคาร์บอนมอนอกไซด์ สารคาร์บอนมอนอกไซด์ทำให้ออกซิเจนไม่สามารถรวมกับเฮโมโกลบิน (Hemoglobin)ในเลือดได้ ทำให้ร่างกายเกิดอาการวิงเวียนศีรษะ เนื่องจากร่างกายขาดออกซิเจน หัวใจเต้นเร็ว คลื่นไส้ อาเจียน บางรายถึงขึ้นหมดสติ และเสียชีวิตได้เหมือนกัน สารโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอนหรือสารพีเอเอช สารนี้ส่งผลให้ร่างกายเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนัง มะเร็งตับ มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งปอด เป็นต้น สารฟอร์มาดีไฮด์ สารตัวนี้ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ เมื่อร่างกายได้รับสารนี้บ่อยๆอาจทำให้เกิดโรคต่อถุงลมปอด […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

จำหน้าคนไม่ได้ แม้แต่หน้าคนใกล้ชิด คุณอาจจะกำลังเป็น โรคลืมใบหน้า (Prosopagnosia)

เราอาจจะคุ้นเคยกับอาการจำหน้าคนอื่นได้ แต่กลับจำชื่อของเขาไม่ได้ แต่หากคุณได้ยินว่ามีโรคที่ทำให้คุณสามารถจำชื่อ จำท่าทางลักษณะ แต่กลับไม่สามารถจดจำใบหน้าของคนคนนั้นได้ คุณจะเชื่อหรือไม่ โรคลืมใบหน้า เป็นโรคแปลกๆ ที่ค่อนข้างจะหายาก แต่สามารถส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของเราได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเข้าสังคม มาเรียนรู้เรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคลืมใบหน้าไปพร้อมกันกับ Hello คุณหมอ โรคลืมใบหน้า คืออะไร โรคลืมใบหน้า (Prosopagnosia) หมายถึงอาการที่คุณไม่สามารถจดจำใบหน้าของใครได้เลย แม้แต่คนใกล้ชิด อย่าง พ่อแม่ ญาติ และเพื่อน โรคนี้มักจะเป็นกันตั้งแต่กำเนิด และมีแนวโน้มที่จะเป็นไปตลอดชีวิต แม้ว่าส่วนใหญ่แล้วผู้ป่วยโรคลืมใบหน้านั้นอาจจะไม่สามารถจดจำได้แค่เฉพาะใบหน้าของมนุษย์ด้วยกัน แต่ก็มีบางส่วนที่อาการนั้นจะครอบคลุมไปถึงความสามารถในการจดจำและรับรู้สิ่งต่างๆ รอบตัว เช่น สัตว์เลี้ยง รถยนต์ หรือสิ่งของเครื่องใช้อีกด้วย ผู้ป่วยโรคลืมใบหน้าส่วนใหญ่มักจะมีเทคนิคในการจดจำคนแทนการจำใบหน้า ด้วยการจำลักษณะท่าทาง การพูด การแสดงออก รูปร่าง การแต่งกาย ทรงผม เสียง หรืออะไรก็ตามที่เป็นเอกลักษณ์ เพื่อให้พวกเขาสามารถแยกแยะคนออกจากกันได้ แต่เทคนิคเหล่านี้ใช่ว่าจะสามารถใช้ได้กับทุกคน และอาจจะไม่ได้ผลทุกครั้ง ยิ่งโดยเฉพาะเวลาที่ต้องพบเจอกับคนใหม่ๆ อาการของผู้ที่เป็นโรคลืมใบหน้า ไม่สามารถจดจำใบหน้าของคนใกล้ชิดได้ พวกเขาจะไม่สามารถนึกหน้าของคนที่รู้จักได้ แม้ว่าจะใกล้ชิดสนิทสนมกับเขาเพียงใด สับสนกับตัวละครในหนังมากกว่าคนอื่น ผู้ที่เป็นโรคลืมใบหน้ามักจะไม่ชอบที่จะดูภาพยนตร์หรือละคร เนื่องจากพวกเขามักจะชอบสับสน และไม่สามารถแยกแยะตัวละครออกจากกันได้ จำไม่ได้แม้แต่หน้าตัวเอง ผู้ป่วยโรคลืมใบหน้าบางคนอาจจะไม่สามารถจดจำได้แม้แต่กระทั่งกับใบหน้าของตัวเอง โดยเฉพาะเวลามองมองรูปถ่ายแล้วไม่สามารถระบุได้ว่าตัวเองคือคนไหน เขาจะจำคุณไม่ได้หากคุณเปลี่ยนทรงผม ผู้ป่วยโรคลืมใบหน้าส่วนใหญ่แล้วมักจะใช้วิธีในการจดจำทรงผมแทนการจำใบหน้า ดังนั้นหากคุณเปลี่ยนทรงผม ก็อาจทำให้พวกเขาไม่สามารถจำคุณได้ ผลกระทบจากการเป็นโรคลืมใบหน้า ผลกระทบที่สำคัญของการเป็นโรคลืมใบหน้า คือการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถจดจำใบหน้าผู้อื่นได้ […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน