ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป เป็นเรื่องที่ทุกคนควจะต้องรู้เอาไว้ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเองและคนในครอบครัว ซึ่งเรื่องราวที่คุณจะอ่านเรารวบรวมเอาไว้ให้แล้ว

เรื่องเด่นประจำหมวด

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

5 โรคที่มากับหน้าร้อน ที่ควรระวัง

เมื่อเข้าสู่ หน้าร้อน หลายคนอาจนึกถึงอากาศร้อน เหงื่อออกง่าย กระหายน้ำ หรือผิวไหม้แดด แต่จริง ๆ แล้ว โรคที่มากับหน้าร้อน ไม่ได้มีแค่ปัญหาจากความร้อนเท่านั้น เพราะอุณหภูมิที่สูงขึ้นยังทำให้อาหารบูดเสียได้ง่าย น้ำและอาหารมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรคมากขึ้น และร่างกายอาจเสี่ยงต่อภาวะเจ็บป่วยจากอากาศร้อนจัดได้เช่นกัน บทความนี้จะพาไปรู้จัก 5 โรคหน้าร้อน ที่ควรระวัง อาการเบื้องต้นที่ควรสังเกต และวิธีป้องกันง่าย ๆ ที่สามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน 1. โรคอุจจาระร่วง โรคอุจจาระร่วงเป็นหนึ่งในโรคที่พบได้บ่อยในช่วงหน้าร้อน สาเหตุหลักมักมาจากการกินอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค เมื่ออากาศร้อน อาหารที่เก็บไม่เหมาะสมหรือวางทิ้งไว้นานอาจบูดเสียได้ง่ายขึ้น จึงเพิ่มโอกาสให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายผ่านการกินและดื่ม อาการที่ควรสังเกต ถ่ายเหลวหรือถ่ายเป็นน้ำหลายครั้งใน 1 วัน ปวดท้องหรือปวดบิดเป็นช่วง ๆ อาจมีอาการคลื่นไส้หรืออาเจียนร่วมด้วย รู้สึกอ่อนเพลีย ปากแห้ง กระหายน้ำมาก ปัสสาวะน้อยหรือสีเข้ม ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะขาดน้ำ เด็กเล็กและผู้สูงอายุอาจมีอาการลุกลามได้เร็วกว่าคนทั่วไป สิ่งที่ควรทำเมื่อมีอาการ จิบน้ำบ่อย ๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ ดื่มสารละลายเกลือแร่ หรือ ORS เพื่อชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไป เลือกกินอาหารอ่อน ย่อยง่าย และสะอาด หลีกเลี่ยงอาหารมัน อาหารรสจัด หรือเครื่องดื่มที่อาจกระตุ้นอาการถ่าย หากถ่ายบ่อยมาก อ่อนเพลีย ซึม ปากแห้งมาก หรือดื่มน้ำไม่ได้ ควรรีบไปพบคุณหมอ 2. ไข้ไทฟอยด์ หรือไข้รากสาดน้อย ไข้ไทฟอยด์เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่เกี่ยวข้องกับอาหาร น้ำ หรือสุขอนามัยที่ไม่ดี จุดที่ทำให้โรคนี้น่ากังวลคือ อาการเริ่มต้นอาจคล้ายไข้ทั่วไป ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงอาการอ่อนเพลียจากอากาศร้อน หรือคิดว่าเป็นแค่การกินอาหารผิดสำแดง อาการที่ควรสังเกต มีไข้สูงต่อเนื่องหลายวัน ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย […]

สำรวจ ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

กลุ่มอาการตอบสนองต่อการอักเสบทั่วร่างกาย (Systemic Inflammatory Response Syndrome)

คำจำกัดความกลุ่มอาการตอบสนองต่อการอักเสบทั่วร่างกายคืออะไร กลุ่มอาการตอบสนองต่อการอักเสบทั่วร่างกาย (Systemic Inflammatory Response Syndrome : SIRS) เป็นสัญญาณการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย กล่าวคือ เป็นการตอบสนองต่อการอักเสบโดยทั่วไป ในบางครั้ง เกิดความสับสนระหว่างกลุ่มอาการตอบสนองต่อการอักเสบทั่วร่างกายกับภาวะพิษเหตุติดเชื้อ (sepsis) แต่มีความแตกต่างที่เด่นชัดระหว่าง 2 อาการนี้ คือ การติดเชื้อ กล่าวคือ กลุ่มอาการตอบสนองต่อการอักเสบทั่วร่างกาย อาจเกิดหลังจากการบาดเจ็บ การอักเสบ การขาดเลือด หรือการติดเชื้อ ภาวะพิษเหตุติดเชื้อ (sepsis) เกิดขึ้นเฉพาะเมื่อการติดเชื้อแสดงอาการ ในขณะที่กลุ่มอาการตอบสนองต่อการอักเสบทั่วร่างกายไม่ได้เกิดจากการบาดเจ็บในร่างกาย แต่เป็นความซับซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ในร่างกาย ในกรณีของการติดเชื้อ กลุ่มอาการตอบสนองต่อการอักเสบทั่วร่างกายสามารถกลายเป็นภาวะพิษเหตุติดเชื้อได้ หากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมและทันท่วงที กลุ่มอาการตอบสนองต่อการอักเสบทั่วร่างกายพบบ่อยแค่ไหน ควรปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม อาการอาการของกลุ่มอาการตอบสนองต่อการอักเสบทั่วร่างกาย อาการทั่วไปของกลุ่มอาการตอบสนองต่อการอักเสบทั่วร่างกาย มีดังนี้ อุณหภูมิในร่างกายสูงกว่า 100.4 องศาฟาเรนไฮต์ (38 องศาเซลเซียส) หรือต่ำกว่า 96.8 องศาฟาเรนไฮต์ (36 องศาเซลเซียส) อัตราการเต้นของหัวใจสูงกว่า 90 ครั้งต่อนาที อัตราการหายใจสูงกว่า 20 ครั้งต่อนาที หรือคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดน้อยกว่า 32 มิลลิเมตรปรอท จำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวมากกว่า 12,000 เซลล์ หรือน้อยกว่า 4,000 เซลล์ บางคนอาจมีอาการอื่นนอกเหนือจากนี้ หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดปรึกษาแพทย์ ควรไปพบคุณหมอเมื่อใด หากพบสัญญาณอาการที่กล่าวไว้ข้างต้น […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

พลังงานว่างเปล่า (Empty Calories) ตัวการร้าย (แอบ) ทำลายสุขภาพ

พลังงานว่างเปล่า หรือแคลอรี่ที่ไม่มีคุณค่าทางอาหาร (Empty Calories) หมายถึง พลังงานที่ร่างกายได้รับจากการกินอาหารที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ ซึ่งได้แก่ การกินของหวานหรืออาหารมัน เช่น แป้งทอดกรอบ  เป็นต้น บทความนี้ Hello คุณหมอ พามาดูกันว่า พลังงานว่างเปล่ามีอะไรบ้าง และส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างไร ใครที่ชอบกินเมนูเหล่านี้ จะได้ตั้งสติก่อนกินให้ดี ไม่อย่างนั้น น้ำหนักตัวอาจเพิ่มขึ้น ปัญหาสุขภาพอาจมาเยือน พลังงานว่างเปล่า (Empty Calories) คืออะไร พลังงานว่างเปล่า หรือแคลอรี่ที่ไม่มีคุณค่าทางอาหาร (Empty Calories) หมายถึง อาหารที่แทบจะไม่มีสารอาหาร วิตามินและแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ให้พลังงานหรือมีปริมาณแคลอรี่ที่สามารถทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้ ก่อนเลือกซื้ออาหารใด ๆ มาบริโภค อย่างไรก็ตาม เราควรฉลากผลิตภัณฑ์หรือฉลากอาหาร เพื่อดูว่าอาหารนั้น ๆ จัดอยู่ในประเภทพลังงานว่างเปล่าหรือไม่ โดยให้ตรวจสอบว่า มีปริมาณแคลอรี่ ไขมัน และน้ำตาลสูงหรือเปล่า เนื่องจากแคลอรีที่ไม่มีคุณค่าทางอาหารส่วนใหญ่อยู่ในอาหาร 2 ประเภท ได้แก่ อาหารที่มีน้ำตาลสูง อาหารที่มีไขมันสูง เช่น อาหารทอด อาหารที่มีน้ำมัน รวมถึงไขมันที่เป็นก้อนแข็ง (Solid Fats) คือไขมันที่จะกลายเป็นก้อนแข็งที่อุณหภูมิห้อง เช่น […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ตับแข็งชนิดบิลิอารีปฐมภูมิ (primary biliary cirrhosis)

ตับแข็งชนิดบิลิอารีปฐมภูมิ (primary biliary cirrhosis) เป็นโรคที่ท่อน้ำดีในตับค่อยๆ ถูกทำลาย จนมีสารอันตรายสะสมในตับ และนำไปสู่การเกิดตับแข็ง ถือเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองอย่างหนึ่ง คำจำกัดความ โรคตับแข็งชนิดบิลิอารีปฐมภูมิ คืออะไร ตับแข็งชนิดบิลิอารีปฐมภูมิ (primary biliary cirrhosis) หรือที่บางครั้งเรียกว่า PBC เป็นโรคที่ท่อน้ำดีในตับค่อยๆ ถูกทำลาย น้ำดีเป็นของเหลวที่ตับผลิตขึ้น มีบทบาทสำคัญในการย่อยอาหาร และช่วยกำจัดเซลล์เม็ดเลือดแดงที่หมดอายุแล้ว คอเลสเตอรอล และสารพิษต่างๆ เมื่อท่อน้ำดีถูกทำลาย อย่างเช่นในกรณีของโรคตับแข็งชนิดบิลิอารีปฐมภูมิ สารอันตรายอาจสะสมตัวอยู่ในตับ และบางครั้งก็นำไปสู่แผลเป็นในเนื้อเยื่อตับอย่างถาวร หรือที่เรียกว่าตับแข็ง โรคตับแข็งชนิดบิลิอารีปฐมภูมิ ถือเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองอย่างหนึ่ง ซึ่งร่างกายจะหันมาโจมตีเซลล์ของตัวเอง นักวิจัยคิดว่ามันถูกกระตุ้นจากปัจจัยทางพันธุกรรมและสภาพแวดล้อม ปกติแล้ว โรคตับแข็งชนิดบิลิอารีปฐมภูมิจะพัฒนาขึ้นมาอย่างช้าๆ และการกินยาสามารถชะลออาการไม่ให้กำเริบได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเริ่มต้นรักษาแต่เนิ่นๆ โรคตับแข็งชนิดบิลิอารีปฐมภูมิพบบ่อยแค่ไหน โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม อาการ อาการของโรคตับแข็งชนิดบิลิอารีปฐมภูมิ อาการทั่วไปของโรคตับแข็งชนิดบิลิอารีปฐมภูมิคือ อาการคัน หรือคันอย่างรุนแรง เหนื่อยล้า ผิวเหลือง และบางส่วนของตาเป็นสีเหลือง (โรคดีซ่าน) ปวดท้องส่วนบนขวา ตาและปากแห้ง ช่องคลอดแห้ง หากตับของผู้ป่วยเสียหายอย่างรุนแรง อาจมีโรคแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับอาการท่อน้ำดีอักเสบ (Cholangitis) เช่น ของเหลวสะสมอยู่ในท้อง หรือภาวะมีน้ำในเยื่อบุช่องท้อง เลือดออกที่เส้นเลือดใหญ่ในหลอดอาหาร กระเพาะอาหารและทวารหนัก หรือที่เรียกว่า เลือดออกที่หลอดเลือดขอด กระดูกบางก่อนวัยอันควร (โรคกระดูกพรุน) อาจมีอาการที่ไม่ได้ระบุถึงข้างต้น หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการ โปรดปรึกษาแพทย์ ควรไปพบคุณหมอเมื่อใด หากคุณมีสัญญาณหรืออาการที่ระบุข้างต้นหรือมีคำถามอื่นๆ โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายแต่ละคนตอบสนองต่างกัน ทางที่ดีที่สุดคือปรึกษาแพทย์ว่า อะไรเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับสถานการณ์ของคุณ สาเหตุ สาเหตุของโรคตับแข็งชนิดบิลิอารีปฐมภูมิ ไม่มีสาเหตุที่แน่ชัดของโรคตับแข็งชนิดบิลิอารีปฐมภูมิ ผู้เชี่ยวชาญหลายคนพิจารณาว่า โรคนี้เป็นโรคแพ้ภูมิตนเองชนิดหนึ่งที่ร่างกายโจมตีเซลล์ของตนเอง โรคตับแข็งชนิดบิลิอารีปฐมภูมิเกิดขึ้นได้อย่างไร การติดเชื้อของโรคตับแข็งชนิดบิลิอารีปฐมภูมิ เริ่มต้นเมื่อเม็ดเลือดขาวชนิด T (T cells) […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

อาการอ่อนเพลีย เติมพลังยังไงให้กลับมาเฟรชอีกครั้งอย่างทันใจ

อาการอ่อนเพลีย เป็นอาการที่พบได้บ่อยๆ ในผู้ที่มีอายุเลยวัยกลางคนไปแล้ว อาการอ่อนเพลียอาจจะมีสาเหตุได้หลายประการ เช่น การพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด การออกกำลังอย่างหนัก การขาดสารอาหาร หรือการเจ็บป่วยต่างๆ แต่ไม่ต้องเป็นกังวลไปนะ เพราะยังมีอยู่หลายวิธีที่สามารถเรียกพลังงานกลับคืนมา ทำให้คุณกลับมาแข็งแรงสดใสได้อีกครั้ง เทคนิคการฟื้นฟูจาก อาการอ่อนเพลีย แบบง่ายๆ กระตุ้นร่างกายในตอนเช้าๆ ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นคนตื่นเช้าอยู่แล้วก็ตาม การกระตุ้นร่างกายด้วยการเล่นโยคะท่าสุริยนมัสการ หรือแค่ยืดเส้นยืดสายแบบง่ายๆ เพื่อช่วยกระตุ้นการสูบฉีดเลือด วิธีนี้จะช่วยให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่าไปได้ทั้งวันเลยนะ กระตุ้นร่างกายและสมองด้วยอาหารเช้า ในตอนเช้าๆ นั้น โปรตีนและไขมันคือสิ่งจำเป็นในการสร้างพลังงาน และอาหารเช้าที่มีประโยชน์ในปริมาณที่มากพอ ก็คือสิ่งที่ร่างกายต้องการ แล้วอาหารเช้าที่ดีที่สุดคืออะไรน่ะเหรอ? ก็น้ำปั่นเพื่อสุขภาพไง นี่เป็นอะไรที่เตรียมง่าย ย่อยง่าย และอุดมไปด้วยไขมัน โปรตีน สารอาหาร และอินทรียสารจากพืช ที่ช่วยให้คุณมีพลังงานไปได้ทั้งวัน ลองหาสูตรน้ำปั่นอร่อยๆ ทางอินเตอร์เน็ตดูนะ ผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ อย่าปล่อยให้ชีวิตหยุ่งเหยิงไปตามภาระกิจที่วุ่นวายอยู่เลย ตอนนี้ถึงเวลาที่คุณควรใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์แล้ว ต่อสู้กับความวุ่นวายรอบตัวคุณ แล้วเติมพลังให้กับร่างกาย ด้วยฟังเพลงที่ช่วยเยียวยาจิตใจซักสองสามนาที การให้เวลาตัวเองพักฟังเพลงนั้น จะช่วยให้ทั้งร่างกายและจิตใจรู้สึกสงบเยือกเย็นลงได้ ท่วงทำนองที่ฟังสบายๆ นั้น จะช่วยให้หัวใจของเราเต้นช้าลง และสูดอากาศเพื่อช่วยให้เรามีสุขภาพที่ดีขึ้นได้ ซึ่งนั่นจะส่งผลให้เรารู้สึกสบายใจสบายกายขึ้นมาทันที เพลงเร้กเก้ของบ๊อบ มาร์เล่ย์ และเสียงดนตรีบำบัดของโจนาธาน โกลด์แมน ก็นับว่าเป็นตัวเลือกที่ดี แต่ถ้าคุณไม่มีเวลาหรือสถานที่ในการฟังเพลง ก็ลองใช้วิธีฝึกหายใจเข้าออกลึกๆ ดูนะ ดื่มน้ำเยอะๆ การขาดน้ำจะทำให้ร่างกายสูญเสียพลังงาน และทำให้สมรรถภาพร่างกายถดถอยได้ ผลการศึกษาวิจัยแสดงให้เห็นว่า การที่ร่างกายขาดน้ำจะทำให้นักกีฬาออกกำลังกายแบบยกน้ำหนักได้ยากลำบากขึ้น พูดง่ายๆ […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

นิสัยเสีย เล็กๆ น้อยๆ ที่อาจทำร้ายสุขภาพมากกว่าที่คุณคิด

นิสัยเสียๆอย่างเช่น การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การนอนน้อย หรือการดื่มน้ำน้อย เป็นนิสัยที่เรารู้กันอยู่แล้วว่าไม่ดีต่อสุขภาพ แต่มีนิสัยเสียบางอย่างที่ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย จนคุณอาจละเลยที่จะแก้ไขมัน จนนิสัยเสียเล็กๆน้อยๆพวกนี้ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราได้มากกว่าที่คิด Hello คุณหมอได้รวบรวม นิสัยที่ทำร้ายสุขภาพ มาให้อ่านกันแล้วค่ะ  12 นิสัยที่ทำร้ายสุขภาพ กลั้นปัสสาวะ การกลั้นปัสสาวะเป็นอะไรที่เลวร้ายมาก เนื่องจากจะเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อโรค และทำให้ไตมีปัญหาได้ เวลาที่เราไม่ยอมปัสสาวะนั้น น้ำปัสสาวะจะไหลย้อนกลับไปที่ไตทำให้เกิดแรงกดขึ้นมา ซึ่งนั่นอาจทำให้มีการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่ไม่ดี ฉะนั้นก็ควรปัสสาวะให้ได้วันละประมาณ 5-7 ครั้ง กัดเล็บ ผู้คนส่วนใหญ่จะชอบกัดเล็บเวลาที่เรามีเรื่องกลุ้มใจหรือวิตกกังวล แต่นั่นถือว่าเป็นนิสัยที่ไม่ดี เนื่องจากจะเป็นการทำลายสภาพผิวของเล็บ และอาจทำให้เกิดอาการติดเชื้อบริเวณผิวหนังได้ นอกจากนี้ยังอาจนำไปสู่การติดเชื้อในร่างกาย ที่ทำให้เราเกิดอาการเจ็บป่วยได้ ใช้คอมพิวเตอร์มากเกินไป พวกเราส่วนใหญ่ และสังคมในการทำงานออฟฟิศปัจจุบัน มักจะใช้คอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ้คกันเป็นเวลานานๆ ซึ่งจะทำให้ดวงตาเกิดอาการเมื่อยล้าได้ และจะทำให้กระจกตามีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาได้ นอกจากนี้ยังอาจทำให้ดวงตาแห้ง และส่งผลต่อประสิทธิภาพในการมองเห็นด้วย ใช้ไหล่แบกของมากเกินไป เวลาที่เราสะพายถุงหนักๆไว้บนไหล่ข้างหนึ่งนั้น จะทำให้คอของเราเสียงสมดุลและเกิดอันตรายได้ โดยจะทำให้คอและแขนเกิดอาการชาได้ ฉะนั้น จึงไม่ควรใช้ไหล่ข้างเดียวในการแบกของ วิธีที่ดีกว่า คือ ใช้กระเป๋าเป้แบบสะพายหลังดีกว่า เพื่อความสมดุลของไหล่ เคี้ยวหมากฝรั่ง การเคี้ยวหมากฝรั่งอยู่ตลอดเวลาจะทำให้ระดับน้ำตาลในร่างกายเพิ่มขึ้น แถมยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการสะสมตัวของเชื้อแบคทีเรียในช่องปากด้วย นอกจากนี้ยังสร้างแรงกดบริเวณกรามและทำให้เกิดฟันผุด้วย ฉะนั้นก็เคี้ยวหมากฝรั่งแค่ 5-10 นาทีพอ หลังจากเคี้ยวหมากฝรั่งเรียบร้อยแล้ว ควรบ้วนน้ำให้สะอาดด้วย  หักข้อนิ้วมือ การหักข้อนิ้วดังเป๊าะๆ นอกจากจะสร้างความรำคาญให้เพื่อนแล้ว ยังอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของตัวคุณเองด้วย ในข้อนิ้วของเรานั้น      มีสสารบางอย่างที่เรียกว่า ‘ไขข้อ‘ […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

เทรนด์แฟชั่นอันตราย ทำร้ายสุขภาพ ความสวยที่มาพร้อมกับคราบน้ำตา

เชื่อว่าสาวๆ หลายคน ต่างก็เคยลองแต่งตัวตามแฟชั่น ให้สวย และทันสมัยตามกระแสสังคมในช่วงนั้นๆ แต่คุณรู้หรือไม่ว่า เทรนด์แฟชั่นเหล่านั้น อาจนำมาซึ่งภัยแฝงที่คาดไม่ถึง และส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเราอย่างไม่น่าเชื้อ วันนี้ Hello คุณหมอ จะมาแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกับ เทรนด์แฟชั่นอันตราย ที่ทำร้ายสุขภาพของทุกคน 8 เทรนด์แฟชั่นอันตราย ทำร้ายสุขภาพ รองเท้าส้นสูง ถึงแม้ผู้หญิงหลายคนชอบใส่ส้นสูง แต่คงมีไม่กี่คนหรอกมั้งที่รับรู้ถึงพิษภัยของมัน ซึ่งปัญหาที่เกิดจากรองเท้าส้นสูงนั้นก็คือกระดูกเท้าผิดรูป รวมทั้งทำให้เกิดอาการเคล็ดขัดยอกหรือข้อเท้าแพลงด้วย ผลการศึกษาวิจัยระบุว่าการใส่รองเท้าส้นสูงทำให้การบีบรัดตัวของกล้ามเนื้อน่อง (ที่ช่วยส่งเลือดกับไปที่ร่างกายส่วนบน) ทำงานผิดปกติ การศึกษาวิจัยชิ้นนี้ได้ทำการสังเกตผู้หญิงที่เดินเท้าเปล่า และเดินโดยใส่รองเท้าส้นสูงที่มีระดับความสูงต่างๆ กัน แล้วพบว่าระดับการสูบฉีดเลือดจะลดลงในขณะใส่ส้นสูง ฉะนั้น ถ้าใครไม่อยากมีอาการปวดหลัง ก็หันมาใส่รองเท้าส้นเตี้ยๆ แทน กระเป๋าถือหนักๆ การถือกระเป๋าหนักๆ จะทำให้ปวดหลังและมีท่าทางผิดปกติ การแบกน้ำหนักไว้ที่ไหล่ข้างเดียวอาจสร้างแรงกดบริเวณเส้นประสาท ที่ทำให้รู้สึกตึงๆ หรือแม้แต่อาการเจ็บแปล๊บๆ ตั้งแต่คอเรื่อยไปจนถึงแขน นอกจากนี้ร่างกายอีกข้างหนึ่งก็ต้องคอยถ่วงดุลน้ำหนักเอาไว้ รวมทั้งยังต้องคอยยกไหล่ข้างหนึ่งเอาไว้ เพื่อช่วยไม่ให้สายกระเป๋าเลื่อนหลุดจากบ่า ฉะนั้นถ้าใครไม่อยากมีปัญหาปวดคอปวดไหล่ล่ะก็ ลองเปลี่ยนมาถือกระเป๋าที่มีขนาดเล็กลงซะ กางเกงยีนส์รัดรูป การใส่กางเกงยีนส์รัดรูปแม้จะทำให้ดูเซ็กซี่ขึ้นมาได้ก็จริง แต่มีผลกระทบที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพแอบแฝงอยู่ หนึ่งในนั้นก็คือโรคการกดทับของเส้นประสาทเลี้ยงผิวหนังบริเวณต้นขาด้านนอก ซึ่งจะมีอาการชาบริเวณขา นอกจากนี้การใส่กางเกงที่คับมากๆ อาจทำให้เกิดแรงกดบริเวณท้อง ส่งผลให้เกิดอาการมวนท้อง และอาการแสบร้อนกลางอกได้ ถ้าคุณอยากใส่กางเกงรัดรูปจริงๆ ก็ขอแนะนำให้ใส่กางเกงผ้ายืด ซึ่งจะแนบไปกับเรือนร่างโดยไม่สร้างปัญหาให้กับระบบหมุนเวียนของเลือด กางเกงในจีสตริง กางเกงในแบบนี้ช่วยให้คุณผู้หญิงและคุณผู้ชายสามารถใส่กางเกงแนบเนื้อได้แบบไม่เห็นรอยกางเกงใน แต่วัสดุที่เป็นใยสังเคราะห์นั้นอาจเปิดโอกาสให้เชื้อรามีการเจริญเติบโตขึ้นมาได้ นอกจากนี้วัสดุที่มีความหยาบนั้น ยังอาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองจากการเสียดสี และทำให้เกิดการติดเชื้อกับผิวที่บอบบางได้ ฉะนั้นหันมาใส่กางเกงใสที่ทำจากผ้าฝ้าออร์แกนิก ก็จะส่งผลดีต่อสุขภาพมากกว่านะ คอร์เซ็ต คอร์เซ็ต […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

10 พฤติกรรมทำร้ายสุขภาพ ถ้ายังไม่ยอมหยุด อายุสั้นแน่!

พฤติกรรมทำร้ายสุขภาพ บางอย่างก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพแค่นิดๆ หน่อยๆ นะ แต่อาจถึงขึ้นทำให้เรามีอายุสั้นลงได้เลยนะ ฉะนั้น ถ้าใครอยากจะมีอายุยืนยาว ก็หยุดทำอะไรที่ไม่ดีพวกนี้ซะ 10 พฤติกรรมทำร้ายสุขภาพ ที่ควรหลีกเลี่ยง 1. ไม่ยอมเลิกสูบบุหรี่ พฤติกรรมนี้เป็นพฤติกรรมที่นอกจากจะไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพแล้ว ยังก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอย่างมากด้วย คนที่สูบบุหรี่ส่วนใหญ่ก็มักจะเสพติดสารนิโคตินที่อยู่ในบุหรี่ ดังนั้น จึงทำให้คนที่ติดบุหรี่เลิกได้ยากมาก หรือเลิกไปแล้วก็มักกลับมาสูบใหม่ไม่มีที่สิ้นสุด แต่คุณควรรู้เอาไว้นะว่าการสูบบุหรี่นั้น ก่อให้เกิดโรคขึ้นได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นคอเลสเตอรอลสูง ความดันโลหิตสูง ภูมิต้านทานต่ำ มีบุตรยาก การหย่อนสมรรถภาพทางเพศ โรคทางเดินหายใจ มะเร็งปอด และอื่นๆ อีกมากมาย 2. ไม่ยอมจัดการกับความเครียด ผู้คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่า…ความเครียดนิดๆ หน่อยๆ ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของเรานั้นเป็นเรื่องปกติ และคงไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเราหรอก ซึ่งถ้าใครคิดอย่างนั้นจริงๆ ก็ถือว่าเป็นความคิดที่ผิดมากๆ เพราะงานวิจัยหลายต่อหลายชิ้นต่างยืนยันว่า ความเครียดคือรากฐานที่ทำให้เกิดโรคภัยขึ้นได้มากมายทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ฉะนั้นจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ ที่เราจะต้องใช้มาตรการในการควบคุมความเครียดของเราเอาไว้ การนั่งสมาธิ การเล่นโยคะ การฟังเพลงสบายๆ ก็ช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายได้อย่างมากเลยนะ 3. ทนอยู่ในบริเวณที่มีคนสูบบุหรี่ ก็อย่างที่บอกไปแล้วนั่นแหละว่า…การสูบบุหรี่นับเป็นพฤติกรรมที่แย่มากๆ ซึ่งก่อพิษภัยให้กับสุขภาพร่างกายของเราได้อย่างมากมาย แต่ถึงแม้คุณจะไม่ได้สูบบุหรี่ แต่ถ้าได้สูดควันบุหรี่ที่คนอื่นสูบบ่อยๆ เข้า สุขภาพร่างกายของคุณก็จะมีความเสี่ยงเช่นเดียวกับคนสูบบุหรี่นั่นแหละ นอกจากนี้การสูดควันบุหรี่มือสองเข้าไปนั้น ยังก่อให้เกิดโรคที่เป็นอันตรายได้มากมายด้วย รวมทั้งโรคมะเร็งปอด ฉะนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงควันบุหรี่มือสองเอาไว้ อย่าเดินเข้าใกล้คนที่สูบบุหรี่จะเป็นการดีที่สุด 4. กินอะไรตามอารมณ์ การกินอะไรตามอารมณ์ก็คล้ายๆ กับการกินตามใจปากนั่นแหละ […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

อาการเมาค้าง ปัญหาแสนหงุดหงิดของนักดื่ม สามารถป้องกันได้

ดื่มหนักทีไร วันถัดไปอาการ เมาค้าง ตามมาเสียทุกที อีกทั้งบางคนที่มี อาการเมาค้าง อาจจะต้องใช้เวลาถึงหนึ่งวันเต็มๆ กว่าจะฟื้นตัว และกลับมาเข้าสู่การดำเนินกิจกรรมต่างๆ ได้ปกติอีกครั้ง แต่ไม่ต้องกังวลกันไปค่ะ เพราะบทความของ Hello คุณหมอ วันนี้มีเคล็ดลับดีๆ ที่จะช่วยให้คุณไม่ต้องทุกข์ทรมานกับ อาการเมาค้าง มากฝากทุกคนกัน วิธีแก้ อาการเมาค้าง หลังจากดื่มหนัก วิธีแก้อาการเมาค้าง นั้นมีอยู่ด้วยกันหลายวิธี แต่มีเพียงไม่กี่วิธีที่ได้รับการทดสอบทางวิทยศาสตร์ หรือพิสูจน์แล้วว่าได้ผล อาหารเมาค้างคือสิ่งที่บางคนต้องพบในตอนเช้าหลังจากดื่มหนักในตอนเย็น อาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้แก่ ปวดศีรษะ ภาวะขาดน้ำ เหนื่อยง่าย คลื่นไส้และอาเจียน ความรุนแรงของ อาการเมาค้าง ของแต่ละคนอาจขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ปริมาณแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไป มีอาหารหรือน้ำที่ดื่มเข้าไปด้วยหรือไม่ หากไม่อยากตื่นมาแล้วมีการเมาค้าง คุณสามารถปฏิบัติตามวิธีเหล่านี้ เพื่อแก้อาการเมาค้างให้หายไป และพร้อมลุกขึ้นมาทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้อย่างสดชื่น ตรวจสอบฉลากบนผลิตภัณฑ์ ลองมองหาเครื่องหมายเปอร์เซ็นต์บนขวด เพื่อดูปริมาณแอลกอฮอล์เป็นเปอร์เซ็นต์ของปริมาตรเครื่องดื่ม (Alcohol by Volume หรือ ABV) พยายามเลือกเครื่องดื่มที่มีปริมาณแอลกอฮอล์เป็นเปอร์เซ็นต์ของปริมาตรเครื่องดื่มในปริมาณที่น้อยลง เพื่อให้ร่างกายได้รับแอลกอฮอล์น้อยลง และลดความเสี่ยงต่อการเกิด อาการเมาค้าง ในวันถัดไป วัดปริมาณเครื่องดื่ม การวัดปริมาณเครื่องดื่มถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการวัดปริมาณเครื่องดื่ม และตระหนักถึงปริมาณที่พวกเขาดื่มเข้าไป เมื่อดื่มที่บ้านบางคนอาจใช้มาตรการที่สำคัญกว่านี้ หรือบางคนอาจจะไม่ตระหนักถึงปริมาณของการดื่ม สิ่งเหล่านี้อาจทำให้แต่ละคนดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่ไม่สามารถจำกัดได้ กำหนดจังหวะการดื่มของตัวเอง คนที่ดื่มแอลกอฮอล์อย่างช้าๆ จะมีโอกาสน้อยที่จะมีอาการเมาค้างอย่างรุนแรงในวันรุ่งขึ้น […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

เลิกใส่ส้นสูง แล้วจะเกิดอะไรดีๆ กับสุขภาพของเราบ้าง

หากต้อง เลิกใส่ส้นสูง อาจทำให้ผู้หญิงบางคนทำใจไม่ได้ เนื่องจากส้นสูงเป็นแฟชั่นที่อยู่คู่กับสาว ๆ มานับสิบ ๆ ปีแล้ว แต่ Hello คุณหมอ ก็อยากแนะนำให้คุณเลิกใส่ส้นสูง หรืออย่างน้อยก็ใส่ส้นสูงให้น้อยลง แล้วสุขภาพของคุณจะดีขึ้นอีกเป็นกอง จนคุณต้องเอ่ยว่า “รู้งี้เลิกใส่ส้นสูงนานแล้ว” ข้อดีของการ เลิกใส่ส้นสูง อาการปวดหลังจะหายไป คุณอาจคิดว่าการใส่รองเท้าส้นสูงส่งผลกระทบกับแค่ที่เท้าและขาเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง รองเท้าส้นสูงส่งผลต่อกล้ามเนื้อมากมายหลายส่วน ตั้งแต่เท้า ขา หลังช่วงล่าง หลังช่วงกลาง เรื่อยไปจนถึงกล้ามเนื้อคอ นอกจากนี้ เวลาที่เราใส่ส้นสูง กระดูกเชิงกรานของเราจะแอ่นไปทางด้านหลัง ส่งผลให้เกิดแรงกดบริเวณกระดูกสันหลังส่วนเอว และกล้ามเนื้อในบริเวณใกล้เคียง นอกจากจะทำให้กระดูกเชิงกรานวางแนวไม่ได้ระดับแล้ว ยังทำให้เกิดอาการปวดหลังได้ด้วย แต่ถ้าคุณหยุดใส่ส้นสูงเมื่อไหร่ กระดูกเชิงกรานก็จะวางแนวอยู่ในระดับปกติ อาการปวดหลังหายไปเป็นปลิดทิ้ง มีโอกาสติดเชื้อราน้อยลง เมื่อพูดถึงเรื่องแฟชั่น บางครั้งเราก็ต้องใช้ความอดทนอย่างมาก ในการพยายามยัดร่างกายส่วนต่าง ๆ เข้าไปในเครื่องแต่งกายที่รัด หรือเล็กกว่าปกติ เช่น เสื้อชั้นในแบบมีโครงลวด ถุงน่อง กางเกงรัดรูป รองเท้าส้นสูง ที่ถึงแม้จะใส่แล้วอึดอัด ไม่สบายตัวแค่ไหนแต่เราก็ทำได้เพื่อความสวย แต่คุณรู้หรือเปล่าว่าการใส่รองเท้าส้นสูงนาน ๆ สามารถทำให้เกิดการติดเชื้อได้ โดยเฉพาะเชื้อรา รองเท้าหัวแหลมและรองเท้าส้นสูงจะทำให้เกิดแรงกดบริเวณปลายเท้าตลอดเวลาที่สวมใส่ โดยเฉพาะในบริเวณนิ้วหัวแม่เท้า จึงมีแนวโน้มที่จะติดเชื้อราได้ง่าย หรืออาจเป็นเล็บขบได้ด้วย แต่หากเราเลิกใส่ส้นสูง […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

พักกลางวัน แค่ลุกออกไปกินข้าวนอกออฟฟิศ สุขภาพก็ฟิตขึ้นได้

พักกลางวัน คือช่วงเวลาที่เหล่าพนักงานออฟฟิศทั้งหลายตั้งหน้าตั้งตาคอย เพราะจะได้พักกินข้าวเที่ยงหลังจากที่นั่งทำงานกันมาตลอดช่วงเช้า เมื่อถึงช่วงพักกลางวัน คุณก็ควรลุกออกจากโต๊ะทำงาน ไปเดินเล่น กินอาหารกลางวันนอกออฟฟิศบ้าง อย่ามัวแต่อุดอู้อยู่ในออฟฟิศ หรือนั่งกินข้าวที่โต๊ะ เพราะข้อดีของการไปกินข้าวนอกออฟฟิศในช่วงพักกลางวัน ไม่ใช่แค่ช่วยให้ท้องอิ่ม แต่ยังส่งผลดีต่อสุขภาพกายและสุขภาพใจอีกมากมายหลายประการ  ประโยชน์ของการออกจากออฟฟิศช่วง พักกลางวัน ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด ความตึงเครียดอาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพกาย เช่น อาการนอนไม่หลับ หงุดหงิด อ่อนเพลีย และอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิต เช่น โรคเครียด โรคซึมเศร้า ได้อีกด้วย ในช่วงเวลาทำงาน ถึงอาจไม่สะดวกผ่อนคลายความตึงเครียดด้วยการออกกำลังกาย เล่นโยคะ แต่การปลีกตัวจากสิ่งที่ทำให้เกิดความเครียด เช่น การทำงาน ในช่วงพักกลางวัน ก็สามารถช่วยบรรเทาความเครียดได้ในระดับหนึ่ง หลังจากกินข้าวเที่ยงแล้ว คุณอาจเดินเล่นผ่อนคลายสักพัก ค่อยกลับเข้าออฟฟิศ ก็จะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้ ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น การนั่งทำงานอยู่กับที่เป็นเวลาหลายชั่วโมง นอกจากจะทำให้กล้ามเนื้อบางส่วนถูกกดทับจนตึงเครียดแล้ว ยังทำให้เลือดลมไหลเวียนไม่สะดวกด้วย ฉะนั้น เมื่อถึงเวลาพักกลางวัน คุณควรลุกจากโต๊ะทำงาน ออกไปกินข้าวนอกออฟฟิศ การออกไปเดินบ้าง แม้จะแค่ระยะเวลาสั้นๆ ในระหว่างหยุดพักกลางวัน ก็ถือเป็นการยืดกล้ามเนื้อที่ดี ช่วยกระตุ้นระบบหมุนเวียนของเลือด ข้อต่อได้เคลื่อนไหว ซึ่งจะช่วยลดอาการตะคริวและป้องกันอุบัติเหตุได้ ช่วยให้เราไม่กินมากเกินไป การออกไปกินข้าวเที่ยงข้างนอกออฟฟิศ จะช่วยให้เรากินอย่างมีสติ มีสมาธิจดจ่ออยู่กับการกินอาหาร ซึ่งสามารถช่วยป้องกันไม่ให้เรากินมากเกินไปได้ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโภชนาการเผยว่า การกินไปด้วยทำงานไปด้วย มักทำให้เรากินมากเกินไป เนื่องจากไม่รู้ตัวว่าอิ่มแล้ว นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า กว่าสมองจะรู้ว่ากินอิ่มแล้วนั้น ต้องใช้เวลาถึง 20 นาที […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน