ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป เป็นเรื่องที่ทุกคนควจะต้องรู้เอาไว้ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเองและคนในครอบครัว ซึ่งเรื่องราวที่คุณจะอ่านเรารวบรวมเอาไว้ให้แล้ว

เรื่องเด่นประจำหมวด

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

โรคไวรัสตับอักเสบบี คือโรคอะไร ใครควรได้รับวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี

โรคไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B) เป็นหนึ่งในไวรัสตับอักเสบ ซึ่งมีทั้งหมด 5 ชนิด ได้แก่ ไวรัสตับอักเสบ เอ บี ซี ดี และอี โดยไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี เป็นชนิดที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก และในปัจจุบันยังไม่มียารักษาโดยตรง มีเพียงยาที่ช่วยไม่ให้ตับถูกทำลาย โรคไวรัสตับอักเสบบี จึงเป็นโรคที่ควรตรวจคัดกรองเพื่อเข้ารับการรักษาโดยเร็ว และป้องกันด้วยการฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี  [embed-health-tool-vaccination-tool] โรคไวรัสตับอักเสบบี คืออะไร ไวรัสตับอักเสบบี เป็นโรคตับอักเสบชนิดหนึ่ง หรือเกิดจากการอักเสบของเซลล์ตับ สาเหตุจากการ ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี (HBV) อาจทำให้เซลล์ตับตาย ความรุนแรงของโรคไวรัสตับอักเสบ บี เมื่อเป็นเรื้อรังจะเกิดพังผืด อาจกลายเป็นตับแข็ง นำสู่โรคมะเร็งตับได้  การติดต่อของเชื้อไวรัสตับอักเสบบี  ส่วนใหญ่การติดต่อของโรคเกิดจากการถ่ายทอดจากแม่ที่ติดเชื้อสู่ทารก ไม่ติดต่อผ่านทางการสัมผัสภายนอก ไม่ติดต่อหลักทางน้ำลาย แต่ติดต่อได้ ดังนี้ สามารถเกิดได้จากการเจาะหรือสักผิวหนัง ด้วยเครื่องมือที่ไม่สะอาด ไม่ได้มาตรฐาน เชื้อเข้าทางบาดแผล หรือการใช้ยาเสพติด การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยป้องกัน  สัมผัสกับเลือดหรือสารคัดหลั่งของผู้ที่ติดเชื้อ อาการของผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี เชื้อไวรัสตับอักเสบบีจะไม่แสดงอาการในทันที แต่จะใช้เวลาฟักตัว 2-3 เดือน จึงเริ่มมีอาการ เช่น เกิดการอ่อนเพลียคล้ายกับโรคหวัด คลื่นไส้ อาเจียน จุกแน่นใต้ชายโครงขวาจากตับโต  สีปัสสาวะเข้มขึ้น […]

สำรวจ ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ริมฝีปากดำ สาเหตุอาจมาจากเรื่องง่ายๆ ที่คุณไม่เคยรู้

อยู่ดีๆปากที่เคยสีชมพูน่าจุ๊บ ก็เปลี่ยนสีคล้ำขึ้นแบบไม่ทันได้ตั้งตัว ทั้งที่ก็คิดว่าดูแลอย่างดีแล้ว ใครจะไปคิดว่า สิ่งที่เราทำเป็นประจำในทุกวัน จะย้อนกลับมาทำร้ายเราแบบไม่รู้ตัว หรือนี่คือพฤติกรรมต้องสงสัยทำให้ ริมฝีปากดำ ที่คุณต้องรีบเช็ค ริมฝีปากดำ อาจเกิดจากสาเหตุเหล่านี้ การรับประทานอาหารบางชนิด เป็นเรื่องยากที่จะป้องกันไม่ให้อาหารที่รับประทานเข้าไปไม่สัมผัสกับริมฝีปาก แต่คุณรู้หรือไม่ว่า อาหารบางชนิดที่คุณรับประทานเป็นตัวการสำคัญ ในการทำให้ริมฝีปากของคุณคล้ำขึ้น เช่น หอม ขิง กระเทียม หรือผักผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว อย่างมะนาว มะกรูด สัปปะรด ผักและผลไม้เหล่านี้ อุดมไปได้วยสารที่ชื่อว่า โซราแลน (Psoralen)  เป็นสารที่มีความไวต่อแสงแดด และสามารถเกิดฏิกิริยาทางเคมีกับรังสีอัลตราไวโอเลต เรียกว่า ปฏิกิริยาแพ้แดด ส่งผลให้ริมฝีปากของเรามีสีคล้ำขึ้นอย่างเห็นได้ ซึ่งปฏิกิริยานี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะบริเวณริมฝีปากเท่านั้น แต่หากสารโซราแลนตกค้างอยู่บนผิวหนัง เมื่อทำปฏิกิริยากับแสงแดดจะทำให้เกิดผลลัพธ์อย่างเดียวกัน นำปัญหา ฝ้า กระ หรือจุดด่างดำ มาให้หนักใจอีกหนึ่งปัญหา ยาสีฟัน ใครจะไปคิดว่าการแปรงฟัน จะส่งผลให้ริมฝีปากของเราดำคล้ำได้ ทั้งนี้ก็เนื่องจากสารประกอบในยาสีฟัน อย่างเช่น ผงขัดละเอียด สารที่ทำให้เกิดฟอง สารแต่งสี กลิ่น รส สารให้ความชุ่มชื้น สารกันเสีย อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวบริเวณริมฝีปาก ซึ่งเป็นผิวที่บอบบาง เมื่อใช้ยาสีฟันเดิมๆติดต่อกันเป็นเวลานาน ก็อาจก่อให้เกิดปัญหาริมฝีปากคล้ำขึ้นได้  อีกทั้งยาสีฟันบางชนิดมีส่วนผสมของฟลูออไรด์ (Fluorine) และแอลกอฮอล์ (Alcohol) ที่สูงมากเกินไป […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

7 สาเหตุ กลิ่นตัว ที่คุณอาจไม่เคยนึกมาก่อน

คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมคุณถึงมีกลิ่นตัวแรง แม้ว่าคุณจะใช้เวลาไปกับการอาบน้ำ ทาครีมบำรุงผิว หรือแม้แต่ฉีดน้ำหอมแล้วก็ตามที คุณอาจจะประหลาดใจหากได้รู้ว่ายังมีปัจจัยอื่นๆ ที่มีส่วนให้คุณเกิด “กลิ่น” ได้ และนี่คือ สาเหตุ กลิ่นตัว ที่คุณอาจไม่เคยนึกถึงมาก่อน สาเหตุ กลิ่นตัว อาจเกิดจากสิ่งเหล่านี้ 1 ผลข้างเคียงของยา ยาสามารถรักษาโรคได้ แต่ก็สามารถทำให้คุณมีกลิ่นได้ด้วยเช่นกัน ตัวอย่างเช่น มอร์ฟีน หรือยาลดไข้ ที่สามารถทำให้คุณมีเหงื่อออก นอกเหนือจากนั้นยังมีข้อมูลจากเมโยคลินิกว่า ยาต้านฮิสตามีน (antihistamines) ยาหดหลอดเลือด (decongestant) ยาคลายกล้ามเนื้อ และยาระงับประสาท ยังสามารถทำให้คุณปากแห้งซึ่งมักจะนำไปสู่การมีกลิ่นปากได้ 2 ชอบกินอาหารรสจัดและเครื่องเทศ เครื่องเทศอย่างกระเทียมหรือหัวหอม จะทำให้ร่างกายของคุณต้องปล่อยก๊าซที่มีกำมะถันออกมาเพื่อการย่อยสลาย สารประกอบเหล่านี้ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือด และส่งผลให้เกิดกลิ่นตัว อาหารชนิดอื่นๆ ก็สามารถทำให้เกิดกลิ่นตัวได้ เช่น บร็อคโคลี่ กะหล่ำดาว และผักอื่นๆ ที่อยู่ในตระกูลกะหล่ำ 3 ระดับความเครียดสูง เหงื่อที่ออกตามปกตินั้น จริงๆ แล้วจะมีกลิ่นน้อยกว่าเหงื่อที่เกิดจากความเครียด ต่อมเหงื่อชนิดนี้เรียกว่า ต่อมอะโพไครน์ (Apocrine glands) ของเหลวจากต่อมนี้มีน้ำน้อยกว่า แต่ดึงดูดแบคทีเรียได้สูงกว่า จึงมีโอกาสเกิดกลิ่นมากกว่า แน่นอนว่า คุณควรพยายามผ่อนคลายเพื่อลดความเครียด แต่คุณก็ควรซักผ้าของคุณเป็นประจำด้วย เพื่อกำจัดแบคทีเรียส่วนใหญ่ออกไป 4 แอลกอฮอล์ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาจทำให้ร่างกายตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่แอลกอฮอล์ไหลเวียนในกระแสเลือดนั้น […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ระวังให้ดี ขาดวิตามินซี โรคโลหิตจาง จะถามหา

วิตามิน ซี เป็นวิตามินชนิดละลายในน้ำได้  เป็นวิตามินที่ร่างกายไม่สามารถผลิตได้เอง แหล่งวิตามินซีส่วนใหญ่ได้มาจากอาหารทั่วไปและอาหารเสริมเท่านั้น วิตามิน ซี มีประโยชน์ที่สำคัญหลายอย่างต่อร่างกาย หนึ่งในนั้นคือ ช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก ซึ่งธาตุเหล็กเป็นหนึ่งในแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยในการผลิตฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นส่วนประกอบของเซลล์เม็ดเลือดแดงที่มีออกซิเจน ประสิทธิภาพอีกอย่างของวิตามิน ซี คือช่วยผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดง ดังนั้น ภาวะ ขาดวิตามินซี สามารถก่อให้เกิด โรคโลหิตจาง หรือโรคเซลล์เม็ดเลือดแดงต่ำ (low red blood cell count) วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาไปดูว่ากาารขาดวิตามินซี…สามารถส่งผลอย่างไรต่อร่างกายได้บ้าง สาเหตุของโรคโลหิตจางจากการ ขาดวิตามินซี มีหลายสาเหตุของการเกิดโรคโลหิตจาง โรคโลหิตจางเนื่องจากขาดวิตามินซีจะเกิดขึ้น เมื่อร่างกายได้รับวิตามินซีไม่เพียงพอ การบริโภคอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซี และธาตุเหล็ก กระเพาะอาหารของคุณ จะสามารถปรับตัวกับสภาพแวดล้อมที่เป็นกรดได้ดีขึ้น นำไปสู่การเพิ่มระดับการดูดซึมธาตุเหล็ก การดูดซึมธาตุเหล็กไม่ใช่เรื่องง่าย ผู้ใหญ่จะดูดซึมธาตุเหล็กอยู่ระหว่างร้อยละ 10 และ ร้อยละ 15 ของธาตุเหล็กในอาหาร การดูดซึมธาตุเหล็กในรูปฮีมจากเนื้อ จะดูดซึมได้ดีกว่าธาตุเหล็กในรูปอื่นที่ดูดซึมได้จากพืช แต่การบริโภคสารอาหารประเภทอื่นที่มีลักษณะคล้ายกับวิตามินซี สามารถส่งผลกระทบต่อการดูดซึมธาตุเหล็กในรูปอื่น ผู้ที่ดูดซึมโปรตีนส่วนใหญ่จากผลิตภัณฑ์พืช และผู้ที่ถูกพิจารณาว่าอยู่ในภาวะขาดแคลนวิตามินซี จะพบความเสี่ยงอย่างมากในการเกิดโรคโลหิตจาง ต่อมไทรอยด์เป็นพิษ การขาดสารอาหาร โรคมะเร็ง ประสิทธิภาพในการดูดซึมธาตุเหล็กหายไป เป็นสาเหตุสำคัญในการขาดแคลนภาวะวิตามินซี ที่ก่อให้เกิดโรคโลหิตจาง […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ทัลคัม (Talcum) ในเครื่องสำอาง..อันตรายจริงหรือไม่

ข่าวใหญ่เมื่อปี พ.ศ. 2559 ที่ศาลแห่งสหรัฐอเมริกามีคำสั่งให้บริษัทผลิตแป้งเด็กยักษ์ใหญ่รายหนึ่ง จ่ายเงินชดเชยจำนวน 72  ล้านเหรียญให้กับเหยื่อที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งรังไข่ ที่คาดว่าเป็นผลมาจากการใช้แป้ง ทัลคัม อย่างเนื่องเป็นระยะเวลายาวนาน สร้างความหวาดหวั่นพรั่นพรึงไปทั่วโลกอันตรายของสารดังกล่าว แต่ก็ยังไม่ข้อโต้แย้งมากมายว่าทัลคัมอันตรายจริงหรือ ไปดูข้อมูลประกอบการตัดสินใจว่าคุณจะใช้ทัลคัมต่อ หรือพอกันแค่นี้  ทัลคัม คืออะไร ทัลก์ (Talc) เป็นแร่ธาตุที่พบได้ทั่วไปทุกแห่งบนโลก โดยในประเทศไทย พบมากในเขตจังหวัดอุตรดิตถ์ กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ และจันทรบุรี ซึ่งมีวิถีการขุดเช่นเดียวกับแร่ชนิดอื่น แล้วนำมาบดหยาบเพื่อคัดเลือกเกรดของแร่ โดยส่วนที่มีคุณภาพมากที่สุดจะนำมาเข้าสู่อุตสหกรรมการผลิตแป้ง โดยการโม่ให้เป็นผง และทำการทดสอบความบริสุทธิ์ ก่อนนำมาวางขาย หรือเข้าสู่อุตสาหกรรมอื่นต่อไป จนกลายเป็นแป้งทัลคัม (Talcum) หรือแป้งเด็กโรยตัวที่เรารู้จักกันดี เนื่องจากมีความอ่อนนุ่มสูงในรูปของผงละเอียด เป็นส่วนผสมที่ไม่ทำปฏิกิริยาทางเคมีเมื่อรับประทานเข้าปาก หรือทาลงบนผิว ทำให้นิยมนำมาใช้ในอุตสาหกรรมแป้งโรยตัว และเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางบางชนิด ที่ต้องอาศัยคุณสมบัติความเป็นผง จึงไม่แปลกใจที่เราจะพบทัลคัมได้ในชีวิตประจำวัน เรียกได้ว่าใช้กันตั้งแต่เด็กยันโตเลยทีเดียว ทัลคัมเริ่มใช้กันตั้งแต่เมื่อไหร่ การใช้ทัลก์เริ่มมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ที่มนุษย์รู้จักนำแร่ธาต่ขึ้นมาใช้ โดยพบหลักฐานว่า ชาวอียิปต์โบราณใช้ทัลก์ในด้านความงาม นอกจากนั้นชาวอัสซีเรียโบราณ (Assyrien) และชนพื้นเมืองในอเมริกา ได้นำทัลก์มาใช้หากหลายด้าน ต่อมาในศตวรรษที่ 19 มีการนำทัลก์มาใช้เพื่อบรรเทาอาการระคายเคืองผิว เนื่องจากพลาสเตอร์ยา อีกทั้งบรรเทาอาการผื่นผ้าอ้อม ที่มักเกิดกับทารกน้อยอีกด้วย และในปัจจุบันมีการนำทัลก์มาใช้ในด้านอุตสาหกรรมความงามทั่วโลก จนกลายเป็นตำนานแป้งทัลคัมที่เราใช้กันอย่างแพร่หลาย ทัลคัมในเครื่องสำอาง ทัลก์ […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

4 เหตุผล (น่ากลัว) ที่เราไม่ควรมี สัตว์เลี้ยง ในห้องนอน

เจ้าตูบ เจ้าเหมียวชอบอ้อนขอมานอนด้วย ไม่รู้ว่าเพราะห้องนอนของเราเปิดแอร์เย็นฉ่ำหรือเปล่า เจ้าสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักถึงอยากมานอนด้วยทุกคืน หลายคนมักจะมั่นใจว่าสุนัข แมว หรือสัตว์เลี้ยงอื่นๆ ของเรานั้นสะอาด เพราะอาบน้ำเช็ดตัวให้หอมฟุ้งทุกวัน แต่รู้หรือเปล่าว่าถึงแม้เจ้าสัตว์เลี้ยงพวกนี้จะสะอาด แต่การพา สัตว์เลี้ยง มานอนด้วยทุกคืนอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราโดยไม่รู้ตัว 1 สัตว์เลี้ยง รบกวนการนอนหลับ อาการตื่นนอนมาแล้วเพลีย หลับไม่เต็มอิ่ม หรือรู้สึกว่านอนไม่พอนั้นอาจเกิดจากการที่ถูกรบกวนขณะหลับ ซึ่งสิ่งรบกวนก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเลย เป็นเจ้าตูบ เจ้าเหมียวของเรานั่นเอง เรื่องของสัตว์เลี้ยงรบกวนการนอนหลับนั้น มีงานวิจัยที่เก็บรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์คนไข้ 150 คน โดยสถาบัน Center for Sleep Medicine แห่งโรงพยาบาลเมโย คลินิก ในสหรัฐอเมริกา ผลการวิจัยพบว่า 49% มีสัตว์เลี้ยง และ 56% ของคนที่มีสัตว์เลี้ยงพาสัตว์เลี้ยงของพวกเขามานอนด้วยในห้องนอน ซึ่งผลการวิจัยชี้ว่าการมีสัตว์เลี้ยงในห้องนอน ทำให้เกิดการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมในห้องนอน ซึ่งทำให้ส่งผลต่อการนอนหลับได้ 2 เห็บ หมัด สัตว์ตัวเล็ก น้องหมา น้องแมว มักจะพาเพื่อนติดตัวมาด้วย เช่น พวกพยาธิชนิดต่างๆ อย่างพยาธิตัวกลม พยาธิปากขอ ซึ่งไข่ของพยาธิพวกนี้อาจจะติดอยู่ตามขนของสัตว์เลี้ยง นอกจากนี้น้องหมาน้องแมวยังพาเห็บ หมัด เพื่อนซี้มาด้วย เห็บกับหมัดจะดูดเลือดสัตว์ ส่วนใหญ่คนจะเลี้ยงน้องหมาน้องแมวเป็นสัตว์เลี้ยง […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ไขข้อข้องใจ เราสามารถ เพิ่มความสูง ได้อีกหรือเปล่า

ปัจจัยที่เป็นตัวกำหนดความสูงของคนเรานั้น มาจากพันธุกรรมถึงร้อยละ 60-85 ส่วนที่เหลือนั้นมาจากสิ่งแวดล้อมและโภชนาการเป็นหลัก นอกจากนี้ ส่วนใหญ่แล้วความสูงจะไม่เพิ่มขึ้นหลังอายุ 18-20 ปี ดังนั้น วัยผู้ใหญ่หลายคนที่อยาก เพิ่มความสูง จึงอาจสงสัยว่าเราสามารถ เพิ่มความสูง ได้อีกหรือไม่ [embed-health-tool-bmi] คนเราจะหยุดสูงตอนไหน ส่วนใหญ่แล้วความสูงจะไม่เพิ่มขึ้นอีกหลังอายุ 18 ปี และถึงแม้ว่าจะกินอาหารที่มีประโยชน์ แต่ความสูงก็จะไม่เพิ่มขึ้นหลังจากอายุ 18-20 ปี โดยสาเหตุที่ร่างกายหยุดสูงมาจากกระดูกหยุดการเจริญเติบโต โดยเฉพาะแผ่นการเจริญเติบโตของกระดูก (Growth plates) หรือบริเวณแผ่นเอพิไฟเซียล (Epiphyseal plate) ซึ่งเป็นบริเวณกระดูกอ่อนใกล้ปลายกระดูกยาว ความสูงที่เพิ่มขึ้น เกิดจากความยาวของกระดูกยาว (Long bones) และแผ่นการเจริญเติบโตของกระดูกที่ยังคงใช้งานได้อยู่ หรือยังคง ‘เปิด’ อยู่ และเมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นตอนปลาย จะเกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่ทำให้แผ่นการเจริญเติบโตของกระดูกแข็งขึ้น หรือ ‘ปิด’ ทำให้ส่วนความยาวของกระดูกจะหยุดลง โดยมักพบว่าแผ่นการเจริญเติบโตของกระดูกจะปิด ในช่วงที่ผู้หญิงอายุราว ๆ 16 ปี และในผู้ชายอายุประมาณ 14-19 ปี วัยผู้ใหญ่สามารถ เพิ่มความสูง ได้อีกหรือเปล่า ความเชื่อเกี่ยวกับความสูงที่พบบ่อยคือการออกกำลังกายบางประเภท หรือเทคนิคการยืดกล้ามเนื้อ สามารถทำให้สูงขึ้นได้ เช่น การโหนบาร์ การปีนเขา […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

20 วิธี ที่อาจทำให้คุณ หุ่นดี โดยไม่ต้องเสียเงินซักบาทเดียว

หากคุณกำลังต้องการ หรือใฝ่ฝันอยากมี หุ่นดี อยู่ละก็ อย่างแรกที่คุณควรทำ คือการศึกษาและเรียนรู้ถึงวิธีดูแลเบื้องต้นให้เหมาะแก่สุขภาพของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการกำลังกาย การควบคุมอาหาร ซึ่งบทความของ Hello คุณหมอ วันนี้ จึงขอนำวิธีการรักษาหุ่นฉบับง่าย ๆ ที่สามารถเริ่มฝึกได้ทุกวัน มาฝากทุกคนกันค่ะ 20 วิธีที่ช่วยให้ หุ่นดี 1. กินอาหารเช้า อาหารเช้าเป็นสิ่งสำคัญมาก หากคุณงดไป จะยิ่งทำให้ระหว่างวันคุณรู้สึกหิวและกินมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม ให้คิดเสมอว่าร่างกายเราไม่ได้รับอาหาร มาเป็นเวลาหลายชั่วโมงขณะที่เราหลับ เพราะฉะนั้นเราจึงควรรับประทานมื้อเช้า 2. กินผัก 50% ใน 1 มื้อ การกินผักใบเขียวจะช่วยทำให้อิ่มเร็ว และขับถ่ายง่ายเพราะมีไฟเบอร์เยอะ รวมถึงเพิ่มวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ในร่างกาย โดยที่ไม่ต้องพึ่งอาหารเสริมเลย 3. ดื่มน้ำอย่างน้อย 2 ลิตรต่อวัน น้ำดื่มที่สะอาดจะช่วยร่างกาย ในการขับของเสียออกจากร่างกาย ทำให้ร่างกายเราสดชื่นและผิวพรรณสดใส ที่สำคัญการดื่มน้ำ 1-2 แก้ว ก่อนมื้ออาหารทำให้เราอิ่มไวขึ้น 4. แยกให้ออกระหว่างความหิว กับความอยาก ก่อนที่จะรับประทานขนม หรืออาหารก็ตาม เราควรจะรู้ตัวว่าเราหิวหรืออยากกินกันแน่ ทางที่ดีควรกินอาหารให้เป็นมื้อจะดีที่สุด 5. หุ่นดี ด้วยการทำอาหารกินเอง การทำอาหารเองเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะเราสามารถควบคุมปริมาณอาหาร และความสะอาดได้อีกด้วย ทำให้อาหารนั้นสดใหม่และมีคุณประโยชน์ 6. เตรียมอาหารล่วงหน้า เวลาที่ต้องออกไปนอกบ้านหรือทำงาน เราก็ควรจะพกอาหารไปด้วย เพื่อช่วยป้องกันการรับประทานอาหารตามใจปาก […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

วิธีป้องกันไม่ให้ ลืมกินยา ทำแล้วรับรองว่ากินยาครบกำหนดชัวร์

การจะต้องมานั่งจำว่าในแต่ละวันต้องกินยาอะไรบ้างไม่ใช่เรื่องง่าย บางคนอาจคิดว่ากินยาแค่วันละ 2 หรือ 3 ครั้งจะไปยากอะไร ยังไงก็ต้องจำได้แน่ ๆ แต่ถึงอย่างนั้น คนเราก็มักลืมกินยากันเป็นประจำ ร่างกายของเราต้องการปริมาณยาที่จำเพาะเพื่อให้ยาออกฤทธิ์ หากเรา ลืมกินยา ถึงจะแค่ 1-2 ครั้ง ก็อาจส่งผลให้ยาทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพได้ หากใครลืมกินยาเป็นประจำ วันนี้ Hello คุณหมอ มีวิธีป้องกันการลืมกินยามาฝาก รับรองว่าหากคุณทำตามแล้ว จะไม่ลืมกินยาอีกแน่นอน วิธีป้องกันไม่ให้ ลืมกินยา ใส่ใจสภาพร่างกายของตัวเอง การใส่ใจสภาพร่างกายของตัวเอง อาการของโรคที่เผชิญ และการรักษาที่จำเป็น จะเป็นแรงกระตุ้นให้คุณกินยารักษาโรคเป็นประจำตามที่คุณหมอสั่ง หากคุณศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับยาที่กิน ทำความเข้าใจว่าคุณกินยาไปเพื่ออะไร รวมถึงใส่ใจกับผลข้างเคียงของยา รวมถึงผลของการกินยาไม่สม่ำเสมอ ก็จะช่วยให้คุณไม่ลืมกินยาได้ กล่องยา กล่องยาไม่ใช้แค่ที่เก็บยาเท่านั้น แต่ยังช่วยเตือนให้คุณกินยาในแต่ละวันได้อย่างครบถ้วนด้วย เนื่องจากกล่องยาแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน เพียงพอต่อการเก็บยาในแต่ละสัปดาห์ สามารถเก็บไว้ในกระเป๋า หรือพกพาได้เมื่อเดินทาง จึงสะดวกกว่าการพกถุงยาไปไหนมาไหน ถือว่ามีประโยชน์มากสำหรับคนที่ชอบลืมกินยา และผู้สูงอายุต่างก็เห็นตรงกันว่ากล่องยาคือตัวช่วยในการกินยาที่กะทัดรัดและพกพาสะดวกมาก แอปพลิเคชันเตือนกินยา คนเราพกโทรศัพท์มือถือติดตัวไปแทบทุกที่ ไม่เว้นแม้แต่เวลาเข้าห้องน้ำ และเช็คโทรศัพท์กันไม่ต่ำกว่าวันละ 50 ครั้ง โทรศัพท์มือถือมีประโยชน์มากกว่าเอาไว้ใช้ถ่ายรูปหรือเล่นโซเชียลมีเดีย เนื่องจากปัจจุบันมีแอปพลิเคชันมากมายที่ช่วยส่งเสริมการดูแลสุขภาพ เช่น แอปพลิเคชันออกกำลังกาย แอปพลิเคชันคำนวณวันตกไข่และบันทึกประจำเดือน รวมถึงแอปพลิเคชันเตือนกินยา ที่สามารถตั้งเวลาแจ้งเตือน ช่วยให้คุณกินยาตรงเวลาได้ แถมบางแอปพลิเคชันยังมีฟังก์ชันให้คนในครอบครัวช่วยเตือนให้เรากินยาด้วย เก็บยาในที่ที่มองเห็นง่าย ปัญหาข้อหนึ่งที่ทำให้เราลืมกินยาก็คือ จำไม่ได้ว่าเก็บยาไว้ที่ไหน ไม่ก็หายาไม่เจอ […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

สิ่งที่คุณควรรู้ก่อนเลือกใช้เมคอัพถาวร หรือ การสักเพื่อความงาม

การสักเพื่อความงาม (Cosmetic Tattoo) คือการเสริมความงามถาวร หรือเมคอัพถาวร (Permanent Makeup) บางครั้งอาจเรียกว่า เมคอัพกึ่งถาวร หรือการสักเพื่อความงามกึ่งถาวร ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการเสริมเติมแต่งรูปลักษณ์ของสาวๆ ที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการสักคิ้ว สักปาก สักขอบตา ซึ่งไม่เพียงแต่จะให้เราสวยขึ้นดังใจต้องการ แต่ยังช่วยประหยัดเวลาในการแต่งหน้าได้ไม่น้อยเลยทีเดียว แค่นั้นยังไม่พอ การสักเพื่อความงามยังช่วยทำให้คุณดูสวยอยู่เสมอ แม้จะเป็นวันที่ตื่นสาย ไม่มีเวลาแต่งหน้า หรือต้องหน้าสดไปยิม หากใครสนใจความสวยที่ติดทนนานประเภทนี้ Hello คุณหมอแนะนำให้อ่านบทความนี้เลย การสักเพื่อความงาม ทำอย่างไร เมคอัพกึ่งถาวร หรือการสักเพื่อความงาม เป็นการใช้เทคนิคไมโครพิคเมนเทชัน (Micro-pigmentation Technique) โดยการใช้เข็มสักใส่สีแล้วสักไปตามผิวหนังเพื่อนำสีเข้าสู่ผิวหนัง การสักเพื่อความงามนี้มีกระบวนการและอุปกรณ์ที่หลากหลาย เช่น เครื่องสักแบบคอยล์ (Coil Machines) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่นิยมใช้ในการสักแบบดั้งเดิม ปากกาสัก เครื่องสักโรตารี่ (Rotary Machines) รวมถึงการสักด้วยมือ แบบไม่ใช้เครื่องสัก โดยทั่วไปแล้ว กระบวนการสักเพื่อความงาม มีดังนี้ รับคำแนะนำเรื่องสภาพสีผิวและวิธีการฝังเม็ดสีเข้าในผิวหนังของผู้รับการสัก ทดสอบว่าผิวแพ้สารบางชนิดหรือไม่ ผู้เชี่ยวชาญจะสักเพื่อฝังเม็ดสีลงบนผิวหนัง โดยส่วนใหญ่จะมีการให้ยาชาในบริเวณที่ต้องการสักก่อน และในขณะสักอาจรู้สึกเจ็บเหมือนผึ้งต่อย หรือมดกัด ผู้เชี่ยวชาญจะตรวจสอบคุณภาพงานสัก สีและความแน่นของเม็ดสีว่าตรงตามที่ต้องการหรือไม่ การสักเพื่อความงาม หรือเมคอัพถาวร ควรทำโดยแพทย์ผิวหนัง ผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม พยาบาล หรือช่างสัก ที่ผ่านการฝึกอบรม มีใบอนุญาตถูกต้อง ใช้เทคนิคที่ได้รับการรับรอง […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ซาวน่า กับสารพัดประโยชน์ คุณค่าที่คนรักสุขภาพคู่ควร

การอบ ซาวน่า อยู่คู่กับมนุษย์มาเป็นเวลาช้านาน และถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมเพื่อสุขภาพที่อยู่ในกระแสและได้รับความนิยมมาโดยตลอด การใช้เวลาอยู่ในห้องซาวน่าไม่เพียงแต่จะช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลาย แต่ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกมากมายหากใครยังไม่เคยลองอบซาวน่า Hello คุณหมอรับรองว่า หากได้ลองสักครั้ง คุณจะต้องติดใจอย่างแน่นอน ซาวน่า คืออะไร การอบซาวน่า ปรากฏในประวัติศาสตร์มนุษยชาติมาเป็นพันๆ ปีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นชาวมายัน ชาวโรมัน ชาวฟินแลนด์ เป็นต้น ต่างก็มีวัฒนธรรมการอบซาวน่าเพื่อวัตถุประสงค์ทางความเชื่อและเพื่อสุขภาพ การซาวน่าในปัจจุบันนิยมทำในห้องซาวน่าที่ทำจากไม้ การอบตัวในห้องซาวน่าจะอาศัยความร้อนจากการเผาหินด้วยฮีตเตอร์ หรืออุปกรณ์ทำความร้อนแบบไฟฟ้าและรักษาระดับความร้อนให้อยู่ที่ประมาณ 70°-100° เซลเซียส โดยระหว่างอบซาวน่า อุณหภูมิที่ผิวหนังของคุณอาจเพิ่มสูงได้ถึงประมาณ 40° เซลเซียส ส่งผลให้เหงื่อเริ่มออก อัตราการเต้นของหัวใจค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้นในขณะที่ร่างกายพยายามปรับอุณหภูมิให้เย็นลง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คุณจะสูญเสียเหงื่อจำนวนมาก แม้จะอบซาวน่าแค่ครู่เดียวเท่านั้น ประโยชน์ด้านสุขภาพของการอบ ซาวน่า 1. ช่วยบรรเทาปวด การอบซาวน่าช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดในร่างกายดีขึ้น จึงอาจช่วยลดอาการปวดกล้ามเนื้อ ช่วยให้ข้อต่อเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น รวมถึงช่วยลดอาการปวดเนื่องจากข้ออักเสบได้ด้วย 2. ซาวน่า ช่วยผ่อนคลายความเครียด ความร้อนจากการอบซาวน่า ไม่เพียงแต่จะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย หายเครียด แต่ยังทำให้คุณสดชื่น และรู้สึกว่าสุขภาพดีขึ้นด้วย 3. ช่วยเรื่องผิวพรรณ การอบซาวน่าช่วยชำระล้างผิว ทำให้คุณรู้สึกได้ว่าผิวพรรณผ่องใสขึ้น สำหรับผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินบางรายพบว่า การอบซาวน่าลดอาการของโรคได้ แต่หากคุณเป็นโรคผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ หรือผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) ควรหลีกเลี่ยงการอบซาวน่า เพราะอาจทำให้อาการของคุณแย่ลงได้ 4. ช่วยบรรเทาอาการภูมิแพ้ สำหรับผู้ที่เป็นภูมิแพ้ การอบซาวน่าอาจช่วยให้ระบบทางเดินหายใจโล่งขึ้น ช่วยละลายเสมหะ ทำให้รู้สึกหายใจสะดวกขึ้น 5. ช่วยให้สุขภาพหัวใจแข็งแรงขึ้น การอบซาวน่าช่วยลดระดับความเครียด […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน