สุขภาพ

สุขภาพ เป็นเรื่องสำคัญ เราจึงได้รวบรวมข้อมูลที่จะช่วยให้คุณดูแลสุขภาพได้ดียิ่งขึ้นไว้ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นข่าวสารสุขภาพ ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป และอื่น ๆ อีกมากมาย หากคุณมีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยคุณได้แน่นอน

เรื่องเด่นประจำหมวด

สุขภาพ

5 โรคที่มากับหน้าร้อน ที่ควรระวัง

เมื่อเข้าสู่ หน้าร้อน หลายคนอาจนึกถึงอากาศร้อน เหงื่อออกง่าย กระหายน้ำ หรือผิวไหม้แดด แต่จริง ๆ แล้ว โรคที่มากับหน้าร้อน ไม่ได้มีแค่ปัญหาจากความร้อนเท่านั้น เพราะอุณหภูมิที่สูงขึ้นยังทำให้อาหารบูดเสียได้ง่าย น้ำและอาหารมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรคมากขึ้น และร่างกายอาจเสี่ยงต่อภาวะเจ็บป่วยจากอากาศร้อนจัดได้เช่นกัน บทความนี้จะพาไปรู้จัก 5 โรคหน้าร้อน ที่ควรระวัง อาการเบื้องต้นที่ควรสังเกต และวิธีป้องกันง่าย ๆ ที่สามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน 1. โรคอุจจาระร่วง โรคอุจจาระร่วงเป็นหนึ่งในโรคที่พบได้บ่อยในช่วงหน้าร้อน สาเหตุหลักมักมาจากการกินอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค เมื่ออากาศร้อน อาหารที่เก็บไม่เหมาะสมหรือวางทิ้งไว้นานอาจบูดเสียได้ง่ายขึ้น จึงเพิ่มโอกาสให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายผ่านการกินและดื่ม อาการที่ควรสังเกต ถ่ายเหลวหรือถ่ายเป็นน้ำหลายครั้งใน 1 วัน ปวดท้องหรือปวดบิดเป็นช่วง ๆ อาจมีอาการคลื่นไส้หรืออาเจียนร่วมด้วย รู้สึกอ่อนเพลีย ปากแห้ง กระหายน้ำมาก ปัสสาวะน้อยหรือสีเข้ม ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะขาดน้ำ เด็กเล็กและผู้สูงอายุอาจมีอาการลุกลามได้เร็วกว่าคนทั่วไป สิ่งที่ควรทำเมื่อมีอาการ จิบน้ำบ่อย ๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ ดื่มสารละลายเกลือแร่ หรือ ORS เพื่อชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไป เลือกกินอาหารอ่อน ย่อยง่าย และสะอาด หลีกเลี่ยงอาหารมัน อาหารรสจัด หรือเครื่องดื่มที่อาจกระตุ้นอาการถ่าย หากถ่ายบ่อยมาก อ่อนเพลีย ซึม ปากแห้งมาก หรือดื่มน้ำไม่ได้ ควรรีบไปพบคุณหมอ 2. ไข้ไทฟอยด์ หรือไข้รากสาดน้อย ไข้ไทฟอยด์เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่เกี่ยวข้องกับอาหาร น้ำ หรือสุขอนามัยที่ไม่ดี จุดที่ทำให้โรคนี้น่ากังวลคือ อาการเริ่มต้นอาจคล้ายไข้ทั่วไป ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงอาการอ่อนเพลียจากอากาศร้อน หรือคิดว่าเป็นแค่การกินอาหารผิดสำแดง อาการที่ควรสังเกต มีไข้สูงต่อเนื่องหลายวัน ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย […]

หมวดหมู่ สุขภาพ เพิ่มเติม

สำรวจ สุขภาพ

ขั้นตอนทางการแพทย์และการผ่าตัด

บรรเทาอาการต่อมน้ำเหลืองบวมได้ง่าย ๆ ด้วย การนวดระบายน้ำเหลือง

ภาวะบวมน้ำเหลือง หมายถึงอาการบวมของต่อมน้ำเหลือง เนื่องมาจากการอุดตันของท่อน้ำเหลืองในบริเวณใกล้เคียง ที่อาจจะเกิดขึ้นจากพันธุกรรม หรือบาดแผลผ่าตัด จนทำให้เกิดน้ำเหลืองสะสมใต้ผิวหนัง และทำให้ผิวหนา ตะปุ่มตะป่ำ ไม่น่าดู แต่รู้หรือไม่คะว่าเราสามารถจัดการกับปัญหานี้ได้ ด้วยการนวดระบายน้ำเหลือง วันนี้ Hello คุณหมอ จะมาแนะนำเรื่อง การนวดระบายน้ำเหลือง อีกทางเลือกหนึ่งในการบรรเทาอาการบวมน้ำเหลือง [embed-health-tool-heart-rate] การนวดระบายน้ำเหลือง คืออะไร การนวดระบายน้ำเหลือง คือการนวดประเภทหนึ่ง ที่ช่วยทำให้น้ำเหลืองในร่างกาย สามารถไหลเวียนได้ดีขึ้น และช่วยลดการคั่งค้างหรือสะสมของน้ำเหลืองตามจุดต่างๆ ได้ น้ำเหลืองที่ไหลเวียนในระบบน้ำเหลือง จะช่วยในการกำจัดของเสียและน้ำส่วนเกินที่อยู่ในเนื้อเยื่อต่างๆ ในต่างกาย นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยในระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยกำจัดเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม ท่อน้ำเหลืองจะเป็นตัวการในการลำเลียงให้น้ำเหลืองสามารถไหลเวียนไปยังจุดต่าง ๆ ในร่างกายได้ เพื่อนำของเสียและน้ำส่วนเกินจากเนื้อเยื่อมาผ่านการกรองที่ต่อมน้ำเหลือง ในบางครั้ง สภาวะบางอย่าง เช่น แผลจากการผ่าตัด และสภาวะอื่นๆ อาจทำให้เกิดการอุดตันในท่อน้ำเหลือง จนทำให้มีน้ำเหลืองสะสมอยู่ในชั้นใต้ผิวหนัง การนวดระบายน้ำเหลืองสามารถช่วยลดอาการบวมน้ำเหลือง และช่วยเพิ่มการไหลเวียนของน้ำเหลืองให้ดีขึ้นได้ โดยปกติแล้ว การนวดระบายน้ำเหลืองนั้นมักจะเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมการรักษาที่เรียกว่า การบำบัดเพื่อรักษาอาการอุดตันของน้ำเหลือง (Decongestive lymphatic therapy ; DLT) ใครบ้างที่ต้องการการนวดระบายน้ำเหลือง การนวดระบายน้ำเหลือง เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาดังต่อไปนี้ ภาวะบวมน้ำเหลือง โรคปวดกล้ามเนื้อไฟโบรมัยอัลเจีย (Fibromyalgia) โรคบวมน้ำ (Edema) โรคผิวหนัง อาการเหนื่อยล้า นอนไม่หลับ […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ลิ้นแตกเป็นร่อง สาเหตุ อาการ และวิธีการรักษา

ลิ้นแตกเป็นร่อง (Fissured Tongue)  คือ ภาวะที่เป็นพิษต่อลิ้นส่งผลให้ลิ้นมีลักษณะเป็นร่องแตกยาว โดยปกติลิ้นรอยแยกหลักจะเกิดขึ้นที่กลางลิ้น อย่างไรก็ตามอาการลิ้นแตกเป็นร่องไม่ใช่โรคติดต่อหรือส่งผลอันตรายต่อสุขภาพแต่อย่างใด [embed-health-tool-bmi] คำจำกัดความ ลิ้นแตกเป็นร่อง คืออะไร   ลิ้นแตก เป็นร่อง (Fissured Tongue)  คือ ภาวะที่เป็นพิษต่อลิ้นส่งผลให้ลิ้นมีลักษณะเป็นร่องแตกยาว โดยปกติลิ้นรอยแยกหลักจะเกิดขึ้นที่กลางลิ้น ผู้ป่วยส่วนใหญ่อาจมีอาการลิ้นลายแผนที่ (Geographic Tongue) เกิดร่วมด้วย อย่างไรก็ตามอาการลิ้นแตกเป็นร่องไม่ใช่โรคติดต่อหรือส่งผลอันตรายต่อสุขภาพแต่อย่างใด พบได้บ่อยเพียงใด ผู้ป่วยลิ้นแตกเป็นร่องสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัยโดยส่วนใหญ่มักพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง โดยเฉพาะกลุ่มอาการดาวน์ (Down syndrome) และกลุ่มอาการเมลเคอร์สสัน-โรเซ็นทาล (Melkersson-Rosenthal) อาการ อาการของลิ้นแตกเป็นร่อง ผู้ป่วยจะสังเกตเห็นรอยแตกที่ร่องที่ลิ้นได้อย่างชัดเจน ร่องลิ้นจะลึก โดยเฉพาะส่วนตรงกลางของลิ้นจะสังเกตได้ง่ายที่สุด  ลักษณะเป็นรอยแยก สีแดง หรือสีชมพู นอกจากนี้ผู้ป่วยบางรายอาจมีลิ้นลายแผนที่เกิดร่วมด้วย และมีความลึกของร่องลิ้นไม่เกิน 6 มิลลิเมตร รอยแตกแต่ละรอยอาจเชื่อมกับรอยแตกอื่น ๆ โดยแยกรอยแตกออกเป็นส่วนเล็ก ๆ หรือส่วนต่าง ๆ อาการลิ้นแตกเป็นร่อง อาจส่งผลให้ลิ้นผู้ป่วยบางรายไวต่อความรู้สึกเร็วเกินไป จนทำให้รู้สึกไม่สบายตัว ระคายเคืองได้ ควรไปพบหมอเมื่อใด หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใด ๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ สาเหตุ สาเหตุของกลุ่ม อาการลิ้นแตกเป็นร่อง ในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของอาการลิ้นแตกเป็นร่อง โดยมีข้อสันนิษฐานว่าอาจได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรม หรืออาจเกิดขึ้นครั้งแรกในวัยเด็ก รวมถึงสาเหตุอื่นๆ ดังนี้ การขาดสารอาหาร และขาดวิตามิน ภาวะที่มีอาการบวมที่ริมฝีปากและใบหน้า (Orofacial […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ทำความรู้จักกับ ระบบน้ำเหลือง อีกหนึ่งระบบสำคัญ ที่ไม่ควรมองข้าม

น้ำเหลือง เป็นส่วนประกอบหนึ่งในร่างกายที่หลาย ๆ คนคุ้นเคยกันมานาน แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่า น้ำเหลืองคืออะไร และทำหน้าที่อย่างไรในร่างกาย วันนี้ Hello คุณหมอ เลยจะมาแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกับ ระบบน้ำเหลือง อีกหนึ่งระบบสำคัญในร่างกายที่ไม่ควรมองข้าม ระบบน้ำเหลือง คืออะไร ระบบน้ำเหลือง (Lymphatic system) คือเครือข่ายที่เชื่อมต่อระหว่างเนื้อเยื่อ หลอดเลือด และอวัยวะในร่างกาย เพื่อไหลเวียนของของเหลวไร้สี ที่เรียกว่า น้ำเหลือง ให้กลับเข้าสู่ระบบไหลเวียนโลหิต น้ำเหลืองจะไหลเวียนไปทั่วทั้งร่างกาย คล้ายคลึงกับการไหลเวียนของเลือด หน้าที่หลักๆ ของระบบน้ำเหลือง มีดังนี้ รักษาความสมดุลของระดับน้ำในร่างกาย โดยการเก็บสะสมน้ำส่วนเกินที่ไหลออกมาจากเซลล์และเนื้อเยื่อทั่วร่างกาย แล้วส่งคืนกลับเข้าสู่กระแสเลือด ดูดซึมไขมันและวิตามินที่ละลายในไขมัน ที่อยู่ในระบบทางเดินอาหาร แล้วส่งคืนกลับเข้าสู่กระแสเลือด ปกป้องร่างกายจากเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมต่างๆ โดยการผลิตเม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ (Lymphocyte) และเซลล์ภูมิคุ้มกันอื่น ๆ ที่ช่วยกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกาย เช่น เชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อไวรัส เป็นต้น ลำเลียงและกำจัดเซลล์ที่ผิดปกติออกจากน้ำเหลือง ส่วนประกอบของระบบน้ำเหลือง ระบบน้ำเหลืองนั้นเป็นเครือข่ายซับซ้อน ที่ประกอบไปด้วยส่วนต่าง ๆ มากมาย ได้แก่ น้ำเหลือง น้ำเหลือง คือของเหลวส่วนเกินที่ไหลออกมาจากเซลล์และเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกาย รวมเข้ากับสารอื่น ๆ เช่น โปรตีน แร่ธาตุ ไขมัน เซลล์ น้ำเหลืองนั้นจะช่วยลำเลียงเซลล์เม็ดเลือดขาวไปยังจุดต่าง […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

แผลตกสะเก็ด เมื่อไหร่..ทำไมถึงทำให้เรารู้สึกคันแผลทุกทีนะ

Hello คุณหมอ เชื่อว่าทุกคนคงคุ้นเคยกับความรู้สึกนี้กันมาแล้ว ทุกครั้งที่เรามีแผลที่กำลังใกล้จะหาย หรือเรียกกันง่าย ๆ ว่า แผลตกสะเก็ด มักจะทำให้เรานั้นรู้สึกมีอาการคันยิบ ๆ ทุกที แต่ก็ไม่สามารถจะเกาได้ เพราะเกรงว่าแผลจะกลับมาฉีกอีกครั้ง ดังนั้น วันนี้เราจึงมีคำตอบมาให้ทุกคน ได้ร่วมคลายข้อสงสัยนี้ไปพร้อม ๆ กันค่ะ [embed-health-tool-bmi] แผลตกสะเก็ด คืออะไร แผลตกสะเก็ด เป็นกระบวนการอย่างหนึ่งในการซ่อมเซลล์ผิว หรือแผลของคุณที่ได้รับความเสียหาย โดยจะมีลักษณะเป็นก้อนสีดำแข็งก่อตัวอยู่รอบ ๆ แผลของคุณเพื่อเป็นเกราะป้องกันในช่วงของการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ขึ้นมาทดแทน ทำไมแผลตกสะเก็ด ถึงทำให้เรารู้สึกคัน ร่างกายของคนเรามีเส้นประสาทเล็ก ๆ ที่บอบบางอยู่ตามชั้นใต้ผิวหนัง เมื่อใดที่มีบางสิ่งบางอย่างไปรบกวน เช่น การตกสะเก็ด จนทำให้เกิดการระคายเคืองบริเวณเส้นประสาทนั้น ก็อาจสามารถทำให้คุณเกิดอาการคันขึ้นได้ อีกทั้งเส้นประสาทนี้มีความไวต่อสารฮีสตามีน (Histamine) ที่ร่างกายปล่อยออกมา เพื่อกระตุ้นเซลล์เนื้อเยื่อจากแผลของคุณให้เกิดการสร้างตัวขึ้นมาใหม่ จึงส่งผลให้เกิดเป็นปฏิกิริยาตอบสนอง ส่งผลให้คุณมีอาการคันเล็กน้อยต่อบริเวณแผลที่ผิวหนังของคุณฉีกขาด กระบวนการพัฒนาของ แผลสด-แผลตกสะเก็ด บาดแผลของคุณไม่ว่าจะขนาดเล็ก หรือขนาดใหญ่ ก็ล้วนใช้ระยะเวลาในการรักษาจากระบบการทำงานของตามธรรมชาติของร่างกายคุณเองทั้งสิ้น โดยมีกระบวนการ 4 ขั้นตอน ดังต่อไปนี้ ระยะเลือดออก เป็นระยะแรกที่เมื่อคุณประสบอุบัติเหตุจนเกิดการบาดเจ็บ และผิวหนังฉีกขาด ร่างกายของคุณจะทำการตอบสนองที่คุณสามารถเห็นได้อย่างชัดเจน นั่นก็คือ การมีเลือดออกบริเวณบาดแผล พร้อมกับน้ำเหลือง จากนั้นของเหลวเหล่านี้จะทำการแข็งตัวเอง เพื่อลดอัตราการสูญเสียเลือด ขั้นตอนการซ่อมแซมบาดแผล ถัดมาจากระยะแรก ร่างกายคุณจะเริ่มทำการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

คอเลสเตซิส (Cholestasis)

คอเลสเตซิส (Cholestasis) เกิดจากความผิดปกติของตับ เนื่องจากท่อถุงน้ำดีของตับเกิดการอุดตัน โดยปกติทั่วไปตับจะทำหน้าที่ผลิตน้ำดี ซึ่งช่วยในการย่อยอาการโดยเฉพาะไขมัน แต่เมื่อท่อน้ำดีเกิดการอุดตัน จะส่งผลให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพ คำจำกัดความคอเลสเตซิส (Cholestasis) คืออะไร คอเลสเตซิส (Cholestasis) เกิดจากความผิดปกติของตับ เนื่องจากท่อถุงน้ำดีของตับเกิดการอุดตัน โดยปกติทั่วไปตับจะทำหน้าที่ผลิตน้ำดี ซึ่งช่วยในการย่อยอาหารโดยเฉพาะไขมัน แต่เมื่อท่อน้ำดีเกิดการอุดตัน จะส่งผลให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เป็นโรคคอเลสเตซิสมักมีอาการตัวเหลือง ผิวเหลือง รู้สึกคันอย่างรุนแรง ปวดท้อง เป็นต้น พบได้บ่อยเพียงใด คอเลสเตซิสสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัย  แต่ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นกับสตรีมีครรภ์ อาการของคอเลสเตซิสอาการของคอเลสเตซิส อาการคัน แต่ไม่มีผื่น เป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุดของผู้ป่วยคอเลสเตซิส จะรู้สึกคันบริเวณฝ่ามือหรือฝ่าเท้า ในบางกรณีอาจรู้สึกคันทุกส่วนในร่างกาย และยิ่งรู้สึกคันมากพิเศษในช่วงเวลากลางคืน รวมถึงอาการอื่น ๆ ดังนี้ ผิวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน) ปัสสาวะสีเข้ม รู้สึกเมื่อยล้า อ่อนแรง อุจจาระสีซีด  เบื่ออาหาร ควรไปพบหมอเมื่อใด หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใด ๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ สาเหตุสาเหตุของคอเลสเตซิส การอุดตันของน้ำดีสามารถเกิดขึ้นได้หลายปัจจัยด้วยกัน ดังนี้ การรับประทานยา ยาที่อาจทำให้ตับเกิดความผิดปกติ อย่างยาปฏิชีวนะบางชนิด เช่น อะม็อกซี่ซิลลิน (Amoxicillin) มิโนซัยคลิน (Minocycline) และยากลุ่มอนาบอลิกสเตียรอยด์ (Anabolic Steroid) รวมถึง ยาคุมกำเนิด ยาต้านจุลชีพ ยากันชัก เป็นต้น โรค […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

น้ำส้มสายชูทำความสะอาด ของในบ้านได้ แถมปลอดสารเคมีด้วย

ส่วนใหญ่เมื่อพูดถึงน้ำส้มสายชู หลายคนคงนึกถึงการเอาไว้ปรุงรสชาติ หรือใช้สำหรับทาหารเสียส่วนใหญ่ แต่ความจริงแล้วน้ำส้มสายชูยังมีประโยชน์อย่างอื่นที่นอกเหนือจากการใช้ทำอาหาร นั่นก็คือ น้ำส้มสายชูทำความสะอาด ของในบ้านได้ แต่จะใช้ทำความสะอาดอะไรได้บ้าง ต้องมาติดตามกันใน Hello คุณหมอ ประโยชน์ของน้ำส้มสายชูที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด อย่างที่กล่าวแล้วข้างต้นว่าน้ำส้มสายชูนั้นไม่ได้มีประโยชน์แค่เพียงใช้ในการปรุงอาหาร แต่ยังสามารถใช้เป็นน้ำยาทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคได้เป็นอย่างดี เนื่องจากน้ำส้มสายชูผลิตมาจาก “กรดอะซิติก (Acetic Acid)” ซึ่งกรดนี้เป็นสารประกอบอินทรีย์ไม่มีสี รสเปรี้ยว และมีกลิ่นฉุน ธรรมชาติของน้ำส้มสายชูคือมีฤทธิ์เป็นกรด จึงทำให้สามารถละลายแร่ธาตุ สิ่งสกปรก และไขมัน ทั้งยังสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้อีกด้วย น้ำส้มสายชูใหลายประเภทด้วยกัน ซึ่งสามารถแยกออกได้ ดังนี้ น้ำส้มสายชูที่หมักด้วยแอปเปิ้ลสด หรือที่หลาย ๆ คนมักเรียกติดปากกันว่า น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล (Apple Cider Vinegar) น้ำส้มสายชูกลั่นสีขาว น้ำส้มสายชูบาลซามิก (Balsamic Vinegar) น้ำส้มสายชูหมักจากไวน์แดงหรือไวน์ขาว (Red or White Wine Vinegar) เลือกใช้น้ำส้มสายชูทำความสะอาดอย่างไรจึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดี สำหรับสุดยอดน้ำส้มสายชู ได้แก่ น้ำส้มสายชูกลั่นสีขาว ซึ่งเหมาะที่สุดที่จะนำมาใช้ในการทำความสะอาด เพราะมันไม่มีสารแต่งสี จึงทำให้ไม่เปื้อนพื้นผิว นอกจากนี้น้ำส้มสายชูกลั่นยังมีความเป็นกรดประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งคล้ายดีบระดับความเป็นกรดในน้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์ หากพูดถึงเรื่องกลิ่น น้ำส้มสายชูค่อนข้างมีกลิ่นฉุนที่อาจจะไม่เป็นที่พึงประสงค์สำหรับคุณสักเท่าไหร่ ดังนั้น คุณอาจจะเลือกใช้เป็นน้ำส้มสายชูที่หมักด้วยแอปเปิ้ลสดก็ได้ เพราะมันจะมีกลิ่นที่จางกว่าเล็กน้อย แต่น้ำส้มสายชูที่หมักด้วยแอปเปิ้ลสดจะมีสีที่เข้มกว่า ดังนั้น […]


ข่าวสารสุขภาพทั่วไป

ทางการจีนยกระดับเตือนภัย กาฬโรคต่อมน้ำเหลือง หลังพบผู้ป่วยใน มองโกเลีย

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2563 ทางการท้องถิ่นจีนได้ประกาศยกระดับการเตือนภัย กาฬโรคต่อมน้ำเหลือง (Bubonic Plague) เป็นระดับ 3 หลังพบว่ามีผู้ป่วยติดเชื้อกาฬโรคต่อมน้ำเหลือง 1 ราย เป็นคนเลี้ยงสัตว์ที่อยู่ในเมืองบายันนูร์ ในเขตปกครองตนเอง มองโกเลีย ในซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของจีน และตอนนี้ผู้ติดเชื้ออยู่ระหว่างถูกกักตัวและพักรักษาตัวในโรงพยาบาล โดยอาการยังคงที่ กาฬโรคต่อมน้ำเหลือง เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ในอดีตโรคนี้ได้ชื่อว่าเป็น กาฬมรณะ หรือ ความตายสีดำ (Black Death) ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนทั้งในทวีปแอฟริกา เอเชีย และยุโรปไปมากกว่า 50 ล้านคนในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 14 และถือว่าเป็นโรคระบาดที่สร้างความเสียหายมากที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติเลยก็ว่าได้ สาเหตุที่ทางการจีนประกาศยกระดับการเตือนภัยเป็นระดับ 3 เนื่องจากพบว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดการแพร่ระบาดของ กาฬโรคต่อมน้ำเหลือง ในมนุษย์จากเมืองบายันนูร์ เขตการปกครองตนเอง มองโกเลีย ซึ่งเป็นจุดที่พบการติดเชื้อเป็นแห่งแรก จึงเห็นสมควรที่จะยกระดับในการเฝ้าระวังและเพิ่มศักยภาพในการรับมือกับโรคนี้ให้มากขึ้น เพื่อที่จะได้ป้องกันประชาชนในพื้นที่จากการแพร่ระบาดของโรคให้ได้มากที่สุด โดยทางการท้องถิ่นระบุว่า การยกระดับการเตือนภัยกาฬโรคในครั้งนี้จะมีผลจนถึงปีพ.ศ. 2564 และหากพบว่ามีการเจ็บป่วยหรือการเสียชีวิตของมนุษย์และตัวมาร์มอต (Marmot) หรือที่เรียกว่ากระรอกดินหิมาลายัน ซึ่งเป็นกระรอกดินขนาดใหญ่ และต้องสงสัยว่าอาจเกิดจากโรคกาฬโรค จะต้องรีบแจ้งให้ทางการทราบทันที คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน (National Health Commission) ให้ข้อมูลว่า ตั้งแต่ปี […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

5 โรคแฝง ที่มาพร้อมกับ สัญญาณอาการเหนื่อยล้า

อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และเหนื่อยล้า อาจจะอาการที่เราหลายคนพบเจอกันได้บ่อย ๆ โดยเฉพาะกับกลุ่มคนวัยทำงาน ที่ต้องนั่งอยู่หน้าคอมเป็นเวลานานๆ และไม่ค่อยได้มีเวลาออกกำลังกาย แต่คุณรู้รึเปล่าคะว่า อาการเหนื่อยล้า อาจจะเป็นสัญญาณบ่งบอกโรคแฝงอื่น ๆ ได้อย่างที่คุณคาดไม่ถึง บทความนี้ของ Hello คุณหมอ จะมานำเสนอ 5 โรคแฝง ที่มาพร้อมกับ สัญญาณอาการเหนื่อยล้า ที่หลายคนอาจจะมองข้าม 5 โรคแฝง ที่มาพร้อมกับ สัญญาณอาการเหนื่อยล้า ภาวะโลหิตจาง หนึ่งในอาการที่พบได้บ่อยที่สุดของภาวะโลหิตจาง คืออาการเหนื่อยล้าเป็นประจำ โดยเฉพาะกับผู้ที่มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ธาตุเหล็ก เป็นธาตุที่สำคัญอย่างยิ่งต่อกระบวนการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์ที่ทำหน้าที่ในการลำเลียงออกซิเจนไปยังเซลล์เนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกาย เมื่อร่างกายได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอ จนทำให้กระบวนการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงลดลง จะทำให้เซลล์ในร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ และส่งผลให้เกิดอาการเหนื่อยล้าและหายใจหอบได้ นอกเหนือจากอาการเหนื่อยล้าแล้ว ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กก็ยังอาจทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น อ่อนแรง ผิวซีด เจ็บหน้าอก หายใจหอบ ปวดหัว วิงเวียน หรือเบื่ออาหาร เป็นต้น โรคเบาหวาน หนึ่งในอาการหลักของโรคเบาหวาน ทั้งประเภทที่ 1 และประเภทที่ 2 คืออาการเหนื่อยล้า โรคเบาหวานประเภทที่ 1 หมายถึงการที่ร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลิน (Insulin) ฮอร์โมนที่ช่วยจัดการกับน้ำตาลในเลือดออกได้ ส่วนโรคเบาหวานประเภทที่ […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

วิตามินดี ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง ได้จริงเหรอ

เป็นที่รู้กันว่าวิตามินดีนั้นเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง แต่ในความจริงแล้ว วิตามินดีอาจจะมีประโยชน์มากกว่านั้น โดยเฉพาะกับในเรื่องของการต้านมะเร็ง เพราะนักวิทยาศาสตร์บางส่วนมีความเห็นว่า วิตามินดี อาจสามารถช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้ แต่ก็ยังมีงานวิจัยบางส่วนที่ออกมาโต้แย้งกับความเห็นนี้ วันนี้ Hello คุณหมอ จะมานำเสนอเกี่ยวกับ วิตามินดีและโรคมะเร็ง ว่ามีความสัมพันธ์กับอย่างไร และสามารถใช้ วิตามินดีป้องกันมะเร็ง ได้จริงหรือไม่ งานวิจัยพบอะไรเกี่ยวกับ วิตามินดีและโรคมะเร็ง ความเห็นจากฝั่งที่สนับสนุนแนวคิดที่ว่า วิตามินดีนั้นสามารถช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้นั้น เนื่องจากงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสาร American Journal of Public Health ได้ศึกษาเกี่ยวกับความเกี่ยวข้องของวิตามินดี และความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งชนิดต่าง ๆ ได้แก่ มะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ และมะเร็งต่อมลูกหมาก งานวิจัยนั้นพบว่า ภาวะขาดวิตามินดี เมื่อรวมกับปัจจัยเสี่ยงของโรคมะเร็งอื่น ๆ แล้ว อาจเป็นตัวการที่เพิ่มโอกาสในการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเนื่องจากโรคมะเร็งได้ ได้ ดังนั้น การรักษาระดับและรับประทานวิตามินดีให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย อาจสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง หรือการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเหล่านี้ได้ อีกหนึ่งงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐมิชิแกน ได้พบว่า การรับประทานอาหารเสริมวิตามินดี เป็นเวลาติดต่อกันอย่างน้อย 3 ปีขึ้นไป อาจสามารถช่วยรักษาชีวิต และช่วยยืดชีวิตให้ผู้ป่วยโรคมะเร็ง สามารถมีชีวิตได้ยืนยาวนานมากยิ่งขึ้น งานวิจัยนั้นได้ทำการศึกษากลุ่มตัวอย่างที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง และมีอายุเฉลี่ยประมาณ 68 ปี […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

กลุ่มอาการลืมความทรงจำทั้งหมดชั่วคราว (Transient Global Amnesia)

กลุ่มอาการลืมความทรงจำทั้งหมดชั่วคราว (Transient Global Amnesia) เป็นการสูญเสียความทรงจำชั่วคราวโดยฉับพลัน ซึ่งไม่สามารถจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ในขณะนั้นชั่วคราว ผู้ป่วยจะรู้สึกสับสน มึนงง คำจำกัดความกลุ่มอาการลืมความทรงจำทั้งหมดชั่วคราว (Transient Global Amnesia) คืออะไร กลุ่มอาการลืมความทรงจำทั้งหมดชั่วคราว (Transient Global Amnesia) เป็นการสูญเสียความทรงจำชั่วคราวโดยฉับพลัน ซึ่งไม่สามารถจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ในขณะนั้นชั่วคราว ผู้ป่วยจะรู้สึกสับสน มึนงง จำไม่ได้ว่าตนเองอยู่ในที่ไหน หรือสถานที่ใด อย่างไรก็ตาม กลุ่มอาการลืมความทรงจำทั้งหมดชั่วคราวนั้นเกิดขึ้นกับผู้ป่วยในช่วงระยะเวลาสั้นมักเกิดขึ้นกับผู้ป่วยที่อยู่ในวัยกลางคนถึงวัยชรา หากพบว่ามีอาการรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการวินิจฉัยโรค พบได้บ่อยเพียงใด ผู้ที่ป่วยที่อยู่ในกลุ่มอาการลืมความทรงจำทั้งหมดชั่วคราวส่วนใหญ่อยู่ในวัยกลางคนถึงวัยชรา อาการอาการของกลุ่มอาการลืมความทรงจำทั้งหมดชั่วคราว ผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มอาการลืมความทรงจำทั้งหมดชั่วคราวจะลืมเหตุการณ์ ความทรงจำช่วงเวลานั้นชั่วคราว นอกจากนี้ยังมีอาการอื่นๆ ที่สังเกตได้ ดังนี้ ผู้ป่วยมีการรับรู้สิ่งต่างๆ ตามปกติ เช่น จำชื่อสิ่งที่คุ้นเคย การทำตามคำแนะนำแบบง่ายๆ ผู้ป่วยไม่มีความผิดปกติใดๆ ที่บ่งบอกถึงความผิดปกติทางสมอง ผู้ป่วยไม่มีประวัติของโรคลมชักหรืออาการบาดเจ็บทางศีรษะ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการสูญเสียความทรงจำ ควรไปพบหมอเมื่อใด หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใด ๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ สาเหตุสาเหตุของกลุ่มอาการลืมความทรงจำทั้งหมดชั่วคราว (Transient Global Amnesia) ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์หรือผู้ป่วยที่มีภาวะสมองเสื่อม สมองได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ อาจนำไปสู่การสูญเสียความทรงจำ ความผิดปกติของฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสมอง ที่ทำหน้าที่ จัดระบบการเรียนรู้ต่อความทรงจำ อาการบาดเจ็บบริเวณศีรษะ เช่นเดียวกับโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียความจำที่มักเกิดขึ้นชั่วคราว การดื่มแอลกอฮอล์เป็นระยะเวลานาน ส่งผลทำให้สมองเสื่อม อาการเครียดรุนแรง ปัจจัยเสี่ยงของกลุ่มอาการลืมความทรงจำทั้งหมดชั่วคราว อายุ ผู้ที่มีอายุ 50 ปี […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน