สุขภาพ

สุขภาพ เป็นเรื่องสำคัญ เราจึงได้รวบรวมข้อมูลที่จะช่วยให้คุณดูแลสุขภาพได้ดียิ่งขึ้นไว้ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นข่าวสารสุขภาพ ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป และอื่น ๆ อีกมากมาย หากคุณมีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยคุณได้แน่นอน

เรื่องเด่นประจำหมวด

สุขภาพ

5 โรคที่มากับหน้าร้อน ที่ควรระวัง

เมื่อเข้าสู่ หน้าร้อน หลายคนอาจนึกถึงอากาศร้อน เหงื่อออกง่าย กระหายน้ำ หรือผิวไหม้แดด แต่จริง ๆ แล้ว โรคที่มากับหน้าร้อน ไม่ได้มีแค่ปัญหาจากความร้อนเท่านั้น เพราะอุณหภูมิที่สูงขึ้นยังทำให้อาหารบูดเสียได้ง่าย น้ำและอาหารมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรคมากขึ้น และร่างกายอาจเสี่ยงต่อภาวะเจ็บป่วยจากอากาศร้อนจัดได้เช่นกัน บทความนี้จะพาไปรู้จัก 5 โรคหน้าร้อน ที่ควรระวัง อาการเบื้องต้นที่ควรสังเกต และวิธีป้องกันง่าย ๆ ที่สามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน 1. โรคอุจจาระร่วง โรคอุจจาระร่วงเป็นหนึ่งในโรคที่พบได้บ่อยในช่วงหน้าร้อน สาเหตุหลักมักมาจากการกินอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค เมื่ออากาศร้อน อาหารที่เก็บไม่เหมาะสมหรือวางทิ้งไว้นานอาจบูดเสียได้ง่ายขึ้น จึงเพิ่มโอกาสให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายผ่านการกินและดื่ม อาการที่ควรสังเกต ถ่ายเหลวหรือถ่ายเป็นน้ำหลายครั้งใน 1 วัน ปวดท้องหรือปวดบิดเป็นช่วง ๆ อาจมีอาการคลื่นไส้หรืออาเจียนร่วมด้วย รู้สึกอ่อนเพลีย ปากแห้ง กระหายน้ำมาก ปัสสาวะน้อยหรือสีเข้ม ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะขาดน้ำ เด็กเล็กและผู้สูงอายุอาจมีอาการลุกลามได้เร็วกว่าคนทั่วไป สิ่งที่ควรทำเมื่อมีอาการ จิบน้ำบ่อย ๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ ดื่มสารละลายเกลือแร่ หรือ ORS เพื่อชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไป เลือกกินอาหารอ่อน ย่อยง่าย และสะอาด หลีกเลี่ยงอาหารมัน อาหารรสจัด หรือเครื่องดื่มที่อาจกระตุ้นอาการถ่าย หากถ่ายบ่อยมาก อ่อนเพลีย ซึม ปากแห้งมาก หรือดื่มน้ำไม่ได้ ควรรีบไปพบคุณหมอ 2. ไข้ไทฟอยด์ หรือไข้รากสาดน้อย ไข้ไทฟอยด์เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่เกี่ยวข้องกับอาหาร น้ำ หรือสุขอนามัยที่ไม่ดี จุดที่ทำให้โรคนี้น่ากังวลคือ อาการเริ่มต้นอาจคล้ายไข้ทั่วไป ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงอาการอ่อนเพลียจากอากาศร้อน หรือคิดว่าเป็นแค่การกินอาหารผิดสำแดง อาการที่ควรสังเกต มีไข้สูงต่อเนื่องหลายวัน ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย […]

หมวดหมู่ สุขภาพ เพิ่มเติม

สำรวจ สุขภาพ

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

อุจจาระสีซีด สัญญาณบอกโรคของร่างกาย

หลายคนคงไม่เคยสังเกตที่ของอุจจาระกันใช่ไหม? แต่ความจริงแล้วอุจจาระนั้นก็สามารถบ่งบอกถึงโรคที่เกิดขึ้นกับร่างกายได้ ส่วนมากสีของอุจจาระปกติจะเป็นไปในเฉดสีน้ำตาล แต่หากเมื่อใดที่ อุจจาระสีซีด ลง นั่นแสดงว่าร่างกายของคุณกำลังมีปัญหาอย่างแน่นอน ดังนั้นทาง Hello คุณหมอจึงมีเรื่องนี้มาฝากกัน อุจจาระสีซีด สื่อถึงอะไรได้บ้าง โดยปกติแล้ว อุจจาระอาจจะมีสีแตกต่างกันไป แต่โดยส่วนมากจะเป็นไปในเฉดสีน้ำตาลนั่นก็เกิดจากการทานอาหารนั่นเอง แต่เมื่ออุจจาระมีสีซีดนั่นแสดงว่ากำลังมีเรื่องไม่ปกติเกี่ยวกับร่างกายเกิดขึ้น ซึ่งอาจหมายถึงกำลังมีปัญหากับการระบายน้ำของระบบทางเดินน้ำดี ซึ่งประกอบด้วย ถุงน้ำดี ตับ และตับอ่อน เกลือน้ำดีจะถูกปล่อยออกมาสู่ตับ นั่นจึงทำให้อุจจาระมีสีน้ำตาล แต่หากตับผลิตน้ำดีไม่เพียงพอ หรือหากน้ำดีไหลไปอุดตันและไม่ระบายออกจากตับ อุจจาระก็อาจมีซีดหรือเป็นสีนวลได้ การมีอุจจาระสีอ่อนๆ นานๆ ครั้ง อาจไม่ใช่สาเหตุของความกังวล แต่ถ้าหากเกิดขึ้นบ่อยครั้งนั่นอาจหมายถึงคุณกำลังป่วยหนักอยู่ก็เป็นได้ ดังนั้นทางที่ดีที่สุดก็คือการแปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้แพทย์รักษาความเจ็บป่วยหรือโรคต่างๆ ที่เกิดขึ้น อะไรที่สามารถทำให้อุจจาระสีซีดได้ มีหลายสิ่งที่สามารถเปลี่ยนสีของอุจจาระได้ ไม่ว่าจะเป็น วิตามิน การติดเชื้อ และอาหารบางชนิด ปัญหาทางการแพทย์บางอย่าง เช่น ถุงน้ำดี และโรคตับ ก็สามารถเปลี่ยนสีอุจจาระได่เช่นกัน หากอุจจาระมีสีซีด โดยเฉพาะถ้าเป็นสีขาวหรือสีนวล สามารถบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้ ดังนั้น เมื่อผู้ใหญ่มีอุจจาระสีอ่อนที่ไม่มีอาการอื่นๆ ก็มักจะปลอดภัย แต่ก็ควรต้องหมั่นดูว่าอุจจาระกลับสู่ปกติหรือไม่ ส่วนในเด็กและทารกหากมีอุจจาระสีซีดหรือขาวมาก ควรปรึกษาแพทย์โดยเร็วที่สุด ลองมาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้างที่สามารถทำให้อุจจาระสีซีดได้ อาหาร อาหารบางประเภทอาจทำให้สีอุจจาระอ่อนลง โดยเฉพาะอาหารที่ไขมันหรืออาหารที่มีสีผสม ส่วนวิตามินที่มีธาตุเหล็กจะสามารถเปลี่ยนสีของอุจจาระให้เป็นสีน้ำตาลเข้ม หากเกิดอุจจาระสีซีดนั่นอาจหมายถึง คนที่มีเงื่อนไขทางการแพทย์พื้นฐาน ไกอาเดีย (Giardia)  ไกอาเดีย (Giardia) […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

เจาะตามร่างกาย ความสวย เท่ ที่มาพร้อมความเสี่ยง

ปัจจุบันดูเหมือนว่าการเจาะนั้นไม่ใช้เพียงแค่เจาะเฉพาะที่หู เพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ยังมีการ เจาะตามร่างกาย ในส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคิ้ว สะดือ ลิ้น หรือแม้กระทั่งจมูก เป็นต้น การเจาะเหล่านี้ควรได้รับการเจาะจากผู้ที่มีความชำนาญและเชี่ยวชาญ ทั้งยังต้องมีความสะอาดประกอบอีกด้วย ดังนั้นทาง Hello คุณหมอ จึงได้นำเรื่องเกี่ยวกับการเจาะตามร่างกายมาฝากกัน ข้อควรรู้ก่อน เจาะตามร่างกาย การเจาะติ่งหูดูเหมือนเป็นเรื่องที่ฮิตที่ได้รับความนิยมมากที่สุดการเจาะส่วนต่างๆ ของร่างกาย แต่จากการสำรวจของ Paw ในปี 2010 พบว่าวัยรุ่นเกือบ 25% นิยมเจาะที่อื่นด้วยนอกเหนือจากติ่งหู นั่นก็คือ ลิ้น ริมฝีปาก จมูก คิ้ว รวมไปถึงสะดือ อีกด้วย นอกจากนั้นหัวนม และอวัยวะเพศ ก็มีคนเจาะด้วยเช่นกัน ในบรรดาผู้ที่ได้รับการเจาะนอกเหนือจากติ่งหูประมาณ 1 ใน 3 มักจะจบลงด้วยการมีภาวะแทรกซ้อน โดยทางคลินิกของ American Academy of Pediatrics (AAP) กล่าวเอาไว้ว่า วัยรุ่นและผู้ใหญ่ที่ได้รับการเจาะ หรือการสัก ที่ทำให้เกิดแผล มักมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคที่เกี่ยวข้องขึ้น ซึ่งทั้งหมดเป็นสิ่งที่ไม่พึงประสงค์จากการเจาะร่างกายนั่นเอง ภาวะแทรกซ้อนจากการเจาะตามร่างกาย สำหรับภาวะแทรกซ้อนจากการเจาะตามร่างกานนั้น มีด้วยกันดังนี้ การติดเชื้อที่จุดเจาะ เมื่อใดก็ตามที่เกราะป้องกันของผิวแตก การติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังก็มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น โดยการติดเชื้อแบคทีเรีย […]


การทดสอบทางการแพทย์

วิงเวียน (Dizzy)

วิงเวียน หรือหรือมึนศีรษะ คืออาการอย่างหนึ่ง ที่มักจะพบได้ในโรคต่างๆ วิงเวียน ใช้อธิบายถึงอาการที่ร่างกายรู้สึกไม่สมดุล มึนงง ส่วนใหญ่แล้ว อาการวิงเวียนนั้นจะไม่เป็นอันตรายร้ายแรง และมักจะหายไปได้เอง คำจำกัดความวิงเวียน คืออะไร วิงเวียน หรือหรือมึนศีรษะ คืออาการอย่างหนึ่ง ที่มักจะพบได้ในโรคต่างๆ วิงเวียนใช้อธิบายถึงอาการที่ร่างกายรู้สึกไม่สมดุล มึนงง อาการวิงเวียนนี้สามารถเกิดขึ้นซ้ำได้อีก แม้ว่าจะรักษาไปแล้ว แต่ส่วนใหญ่แล้ว อาการวิงเวียนนั้นจะไม่เป็นอันตรายร้ายแรง และมักจะหายไปได้เอง   วิงเวียนพบได้บ่อยแค่ไหน อาการวิงเวียนสามารถพบได้บ่อย และสามารถเกิดได้กับคนทุกวัย สามารถจัดการได้โดยการรักษาที่ต้นเหตุ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดปรึกษาแพทย์ อาการอาการวิงเวียน อาการวิงเวียนศีรษะนั้นเป็นลักษณะของอาการ ไม่ใช่โรค นอกจากอาการวิงเวียนแล้ว ยังอาจมีอาการอื่นๆ ที่มักจะเกิดขึ้นพร้อมกับอาการวิงเวียน เช่น อาเจียน มึนศีรษะ หน้ามืด ร่างกายไม่สมดุล คลื่นไส้ รู้สึกเบาโหวง นอกจากนี้ หากคุณมีอาการต่อไปนี้ร่วมด้วย ควรรีบติดต่อแพทย์ในทันที ปวดหัวเฉียบพลัน หรือปวดหัวอย่างรุนแรง หมดสติ เจ็บหน้าอก หัวใจเต้นผิดปกติ อ่อนแรง หรือมีอาการชา หายใจติดขัด ไข้สูง มีอาการบาดเจ็บที่ศีรษะ ชัก อาเจียน สาเหตุสาเหตุของการวิงเวียน อาการวิงเวียนสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุรวมถึงภาวะต่อไปนี้ หูชั้นในมีปัญหา การเมารถ การใช้ยาบางชนิด เช่น ยากันชัก ยาต้านซึมเศร้า ยานอนหลับ และยาคลายกังวลต่างๆ การไหลเวียนเลือดไม่ดี ความดันโลหิตต่ำ หัวใจวาย การติดเชื้อ การได้รับบาดเจ็บ ไมเกรน น้ำในหูไม่เท่ากัน โรควิตกกังวล ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ภาวะโลหิตจาง อากาศร้อนเกินไป ภาวะขาดน้ำ ปัจจัยเสี่ยงปัจจัยเสี่ยงของอาการวิงเวียน ปัจจัยเสี่ยงของการวิงเวียนมีหลายปัจจัยได้แก่ อายุ ผู้สูงอายุมักจะมีโอกาสที่จะเกิดอาการวิงเวียนได้มากกว่า โดยเฉพาะอาการรู้สึกไม่สมดุล เนื่องจากผู้สูงอายุนั้นมักจะมีโอกาสที่จะใช้ยาที่ทำให้เกิดอาการวิงเวียน อาการวิงเวียนที่เคยเกิดขึ้นในอดีต หากคุณเคยมีอาการวิงเวียนในอดีตมาก่อน คุณก็อาจจะมีโอกาสที่จะวิงเวียนได้ในอนาคต การวินิจฉัยและการรักษาโรคข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์ทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม การวินิจฉัยอาการวิงเวียน ตรวจร่างกาย เอ็มอาร์ไอ หรือซีทีแสกน สำหรับกรณีของผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดสมอง ตรวจสอบความสามารถในการทรงตัวขณะเดิน ตรวจการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง ตรวจสอบความสามารถในการได้ยินและการทรงตัว ตรวจการเคลื่อนไหวจองลูกตาและศีรษะ การรักษาอาการวิงเวียน โดยทั่วไปอาการวิงเวียนจะดีขึ้นเองโดยไม่ต้องรักษา แต่หากจำเป็นต้องรักษาก็จะรักษาตามสาเหตุและอาการ โดยการใช้ยา และการออกกำลังกาย ยาที่อาจจะใช้มีดังต่อไปนี้ ยาลดอาการวิงเวียน เช่น ยาต้านฮีสตามีน ยาต้านโคลิเนอร์จิก ยาต้านอาการคลื่นไส้ ยาลดความวิตกกังวล […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

แก้มแดง (Rosy cheeks) เพราะอาย หรือ ร่างกายกำลังบอกโรค

หลายคนคงเคยได้ยินว่า การที่มีเลือดฝาดบนใบหน้า ซึ่งส่งผลทำให้แก้มแดงนั้น บ่งบอกถึงการมีสุขภาพที่ดี แต่ความจริงแล้วอาการ แก้มแดง ที่เกิดขึ้น ยังสามารถบ่งบอกอาการของโรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในร่างายได้อีกด้วย ซึ่งทาง Hello คุณหมอ มีบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากกัน [embed-health-tool-bmi] อาการ แก้มแดง เกิดขึ้นจากอะไร? แก้มแดงเป็นสีกุหลาบ เกิดจากหลอดเลือดขยายตัวเพื่อให้เลือดไหลผ่านใบหน้ามากขึ้น ซึ่งอาการแก้มแดงนั้นสามารถเกิดขึ้นได้เมื่ออยู่ท่ามกลางความหนาวเย็น เนื่องจากร่างกายพยายามทำให้ผิวอุ่นขึ้น อาการแก้มแดงยังเกิดได้จากความร้อนที่สูงเกินไปหลังจากที่ออกกำลังกาย แก้มแดงจากการดื่มเครื่องดื่มที่ร้อน  แก้มแดงจากความระส่ำระส่ายหรือเกิดความลำบากใจ ซึ่งบางคนสามารรถแก้มแดงได้ง่ายกว่าคนอื่น บางครั้งอาการแก้มแดงที่เกิดขึ้นอาจเป็นสัญญาณเตือนของอาการป่วนก็เป็นได้ แก้มแดงสามารถบ่งบอกเรื่องสุขภาพได้จริงหรือ? แม้แก้มแดงจะหมายถึงผู้ที่มีสุขภาพดี แต่ก็ไม่ใช่สำหรับทุกคน เพราะบางครั้งอาการแก้มแดงที่เกิดขึ้นก็กำลังบ่งบอกโรคที่เกิดขึ้นต่างๆ ดังนี้ โรคผิวหนังอักเสบโรซาเชีย (Rosacea) โรคผิวหนังอักเสบโรซาเชีย ส่งผลกระทบต่อชาวอเมริกันมากกว่า 161 ล้านคน ซึ่งหลายคนไม่ทราบว่าพวกเขากำลังเป็นโรคนี้ เนื่องจากอาการของมันดูเมือนหน้าแดงปกติ โรคผิวหนังอักเสบโรซาเชียนั้นเกิดขึ้นจากหลอดเลือดในใบหน้าขยายใหญ่ขึ้น ทำให้เลือดไหลผ่านแก้มได้มากขึ้น นอกจากนั้นยังอาจมีอาการเหล่านี้ประกอบด้วย มองเห็นหลอดเลือด ตุ่มที่เต็มไปด้วยหนองที่มีลักษณะเหมือนสิว เปลือกตาบวมแดง จมูกโป่ง ผิวอบอุ่น สิว สิวเป็นสภาพผิวที่พบมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผลมาจากการที่รูขุมขนบนผิวหนังอุดตัน และอาจทำให้เกิดรอยแดง ซึ่งอาจรวมถึงบริเวณใบหน้า โดยปกติแล้วสิวมักเกิดขึ้นเมื่อรูขุมขนอุดตันดักจับแบคทีเรีย และเกิดการติดเชื้อภายใต้ผิวหนัง เมื่อแบคทีเรียเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ก็จะส่งผลทำให้ผิวหนังดูแดงและบวม ปฏิกิริยาต่ออาหาร อาการเผ็ดสามารถทำให้ผิวหน้าเป็นสีแดงได้ สารประกอบในอาหารเหล่านี้สามารถกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งทำให้หลอดเลือดในผิวหนังขยายตัวตามความร้อน ซึ่งปฏิกิริยาเดียวกันนี้ยังสามารถทำให้เหงื่อออกได้ด้วย ยา ยาเฉพาะทางสามารถกระตุ้นอาการแดงบนใบหน้าได้ อาการนี้มักเกิดจากฮีสตามีนซึ่งเป็นสารเคมีที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายปล่อยออกมาเมื่อทำปฏิกิริยากับยา โดยยาบางชนิดอาการให้เกิดอาการหน้าแดง ยกตัวอย่างเช่น ยาระงับปวด เช่น […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ไฟฟ้าสถิต โดนอะไรก็ช็อตจนสะดุ้งโหยง เป็นเพราะอะไร แก้ยังไงดีนะ

หลายคนน่าจะเคยมีประสบการณ์จับลูกบิดประตู เปิดประตูรถ เปิดก๊อกน้ำ แขนชนกับแขนเพื่อน แล้วโดนช็อตแปลบจนสะดุ้งโหยง โดยเฉพาะในช่วงหน้าหนาว หรือช่วงที่อากาศแห้งมากๆ ก็ยิ่งโดนช็อตจนรำคาญ จะหยิบจับอะไรทีก็ระแวงไปหมด อาการช็อตที่เกิดขึ้นนี้เป็นผลมาจากปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ไฟฟ้าสถิต แต่ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และจะป้องกันยังไงได้บ้าง วันนี้  Hello คุณหมอ มีคำตอบมาให้แล้ว [embed-health-tool-bmr] อะตอม… ตัวการทำให้เกิด ไฟฟ้าสถิต อะตอม (Atom) เป็นอนุภาคที่เล็กที่สุดของสสาร ประกอบด้วยอนุภาคมูลฐาน 3 ชนิด ได้แก่ โปรตอน (Protons) มีประจุไฟฟ้าเป็นบวก อิเล็กตรอน (Electron) มีประจุไฟฟ้าเป็นลบ นิวตรอน (Neutron) ไม่มีประจุไฟฟ้า โดยปกติแล้ว เมื่ออะตอมเป็นอิสระจะมีจำนวนโปรตอนและอิเล็กตรอนเท่ากัน และมีสภาพเป็นกลางทางไฟฟ้า โปรตอนและนิวตรอนจะอยู่รวมกับเป็นแกนกลางที่เรียกว่านิวเคลียส (Nucleus) และมีอิเล็กตรอนวิ่งอยู่รอบ ๆ แต่หากจำนวนโปรตอนและอิเล็กตรอนไม่สมดุลกัน นั่นเท่ากับประจุไฟฟ้าขั้วบวกและขั้วลบภายในหรือบนพื้นผิววัสดุไม่เท่ากัน ก็จะทำให้เกิดปรากฏการณ์ไฟฟ้าสถิตได้ ทำไมบางคนถึงไม่มีปัญหา ไฟฟ้าสถิต บางคนอาจมีแนวโน้มเกิดปรากฏการณ์ไฟฟ้าสถิตได้มากกว่าคนอื่น โดยส่วนใหญ่แล้ว จะเกิดแรงดันไฟฟ้าสถิตประมาณ 2,000-4,000 โวลต์ ซึ่งอาจเป็นผลจากสาเหตุเหล่านี้ มีความสามารถในการกักเก็บไฟฟ้าสถิตได้มากกว่าคนอื่น ขึ้นอยู่กับขนาดตัว ขนาดเท้า และความหนาของพื้นรองเท้า ยิ่งตัวใหญ่ เท้าใหญ่ […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ระวัง อย่าให้ หมาเลีย หน้า เพราะน้ำลายหมาอันตรายกว่าที่คิด

คนที่รักสัตว์มักจะชอบแสดงความรักด้วยการกอดจูบกับสัตว์เลี้ยง หรือปล่อยให้สัตว์เลี้ยงเหล่านี้เลียหน้าเลียตาด้วยความรักใคร่ แต่รู้หรือไม่ว่า การที่ หมาเลีย หน้า อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด [embed-health-tool-bmi] หมาเลีย เป็นอันตรายจริงเหรอ เช่นเดียวกันกับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในน้ำลายของสุนัขนั้น จะเต็มไปด้วยเชื้อโรคและเชื้อแบคทีเรียต่างๆ มากมาย ซึ่งเชื้อโรคเหล่านี้ก็สามารถถ่ายทอดมาสู่คนได้ หากคุณปล่อยให้สุนัขเลียตัวคุณ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้กล่าวถึงในกรณีของคนรักสุนัขที่ใช้ช้อนเดียวกันป้อนไอศกรีมให้สุนัข ว่าอาจจะก่อนให้เกิดโรคจากน้ำลายสุนัขได้ สุนัขนั้นเป็นสัตว์ที่มักจะคลุกคลีอยู่กับดิน ทั้งยังมีสัญชาตญาณชอบในการเลีย ไม่ว่าจะเป็นเลียตัวเอง เลียสุนัขตัวอื่น หรือเลียสำรวจสิ่งของต่างๆ ส่งผลให้ภายในน้ำลายของสุนัข เต็มไปด้วยเชื้อแบคทีเรียต่าง ๆ มากมายเข้าไปปะปนในน้ำลาย เมื่อสุนัขมากัดคุณ เลียคุณ หรือหากคุณใช้ช้อนร่วมกันกับสุนัข เชื้อแบคทีเรียที่ปนเปื้อนอยู่ในน้ำลายก็จะสามารถถ่ายทอดมาสู่ตัวคุณได้ โรคจากน้ำลายสุนัขที่อาจเกิดขึ้นกับคน มีดังต่อไปนี้ การติดเชื้อพาสเทอเรลลา แคนิส (Pasteurella canis) เชื้อนี้เป็นเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง สามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องอาศัยออกซิเจน เชื้อแบคทีเรียประเภทนี้มักจะอาศัยอยู่ภายในปากและทางเดินหายใจส่วนบนของสุนัข หากเราถูกสุนัขกัด หรือหากสุนัขมาเลียแผลของเรา อาจทำให้เชื้อแบคทีเรียชนิดนี้เข้าสู่ร่างกายได้ และทำให้เกิดการติดเชื้อที่เนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง และอาจเกิดโรคปอดบวมได้ การติดเชื้อแคปโนไซโตฟากา (Capnocytophaga) เชื้อแบคทีเรียชนิดนี้สามารถพบได้ทั่วไปในน้ำลายของสุนัข แม้ว่าโดยปกติแล้วเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้จะไม่เป็นอันตรายอะไร แต่การติดเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ หากไม่ได้รับการรักษาที่ทันท่วงที เพราะเชื้อนี้อาจจะเข้าไปในกระแสเลือด และกระจายเข้าสู่เยื่อหุ้มสมองและลิ้นหัวใจได้ โรคพิษสุนัขบ้า (Rabies) การติดเชื้อไวรัสที่ส่งผลกระทบต่อระบบประสาทส่วนกลาง และมีโอกาสเสียชีวิตมากจนเกือบถึง 100% หากไม่ได้รับวัคซีนก่อนที่จะเริ่มมีอาการใดๆ โรคพิษสุนัขบ้านั้นมักจะติดได้จากการถูกสุนัขกัด แต่ก็มีส่วนน้อยที่อาจจะได้รับเชื้อจากการถูกสุนัขเลีย เชื้อโรคที่มาจากน้ำลายสุนัขเหล่านี้มักจะส่งผลกระทบต่อเด็กเล็ก เด็กทารก […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

น้ำหนักสมอง ของคนเราหนักเท่าไหร่? มันคือก้อนไขมันจริงหรือ?

น้ำหนักตัวของคนเรานั้นขึ้นอยู่กับน้ำหนักของมวลต่าง ๆ ภายในร่างกาย ทั้งมวลกล้ามเนื้อ และมวลของไขมัน แต่เคยสงสัยกันบ้างหรือไม่ว่า ศีรษะของเราที่ภายในมีสิ่งที่เราเรียกว่าสมองนั้น มีน้ำหนักเท่าไหร่ น้ำหนักสมอง จะหนักเท่ากับน้ำหนักตัวหรือไม่ มาหาคำตอบได้จากบทความนี้ของ Hello คุณหมอ กันเลย ในสมองของคนเรามีอะไรบ้าง สมอง ศูนย์กลางการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย เป็นส่วนที่มีความสำคัญมากที่สุดอีกระบบหนึ่ง เป็นองค์ประกอบที่คอยดูแลและกำกับการทำงานของส่วนต่าง ๆ ทั้งการเคลื่อนไหว การหายใจ แม้แต่การเคี้ยวอาหารก็ยังเป็นระบบการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมดูแลจากสมองเช่นกัน แต่เราเคยสงสัยไหมว่า สิ่งที่เรียกว่าสมองของเรานั้น ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง? สมองของมนุษย์แบ่งออกเป็น3ส่วน ดังนี้ สมองส่วนหน้า สมองส่วนหน้าประกอบไปด้วย ซิรีบรัม ( cerebrum ) เป็นสมองส่วนที่อยู่หน้าสุด มีขนาดใหญ่มากที่สุด ทำหน้าที่ในการเก็บข้อมูลต่าง ๆ เชื่อมโยงเกี่ยวกับสติปัญญา และทำหน้าที่ในการควบคุมระบบการทำงานต่าง ๆ ของร่างกาย รวมถึงควบคุมในส่วนของระบบรับความรู้สึกด้วย ออลแฟกทอรีบัลบ์ (olfactory bulb) เป็นสมองส่วนที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับกลิ่น หรือการดมกลิ่น ไฮโพทาลามัส (hypothalamus) เป็นสมองที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับเรื่องของการควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย ระบบความดันเลือด ระบบการเต้นของหัวใจ รวมถึงระบบความต้องการต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ความต้องการทางเพศ ทาลามัส (thalamus) เป็นส่วนสมองที่ดูแลเกี่ยวกับกระแสประสาทต่าง […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ท่านั่งอึ แค่นั่งให้ถูก ก็ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น

อาการ อึ ไม่ออก ถ่ายยาก เบ่งเท่าไหร่ก็ยังไม่ออก อาจมีสาเหตุมาจากท่านั่งที่ไม่เหมาะสม ทำให้ลำไส้ไม่สามารถที่จะลำเลียงของเสียออกมาได้สะดวก แล้วท่านั่งแบบไหนถึงเรียกว่าถูกต้อง? มาหาคำตอบกับบทความนี้จาก Hello คุณหมอ ว่า ท่านั่งอึ ท่าใดที่ช่วยให้คุณอึง่ายขึ้น ท่านั่งอึ กับการขับถ่าย ท่านั่งสำหรับการขับถ่ายนั้น ไม่มีท่านั่งที่ถูกหรือผิดแบบ 100 เปอร์เซนต์ เพราะทุกคนไม่สามารถทำท่าทางแบบเดียวกันสำหรับการขับถ่ายได้ อาทิ ผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ที่ป่วยไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ รวมถึงเด็กที่ยังเล็ก แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาเวลาขับถ่ายแล้วอึไม่ออก อึยาก เบ่งเท่าไหร่ก็ไม่ออกสักที หรือผู้ที่มีอาการท้องผูก การเปลี่ยนท่าทางในการนั่งชักโครก หรือนั่งในท่าที่ถูกต้อง มีผลต่อการทำงานของลำไส้ และมีส่วนช่วยให้สามารถที่จะเบ่งอึออกมาได้ง่ายขึ้นเช่นกัน เวลา นั่งอึ ต้องนั่งท่าไหนถึงจะดี โดยปกติแล้ว ท่านั่งสำหรับการขับถ่ายนั้นต้องเป็นไปตามลักษณะโครงสร้างของชักโครก หรือโถส้วม เช่นเดียวกันกับเวลาที่เราต้องนั่ง อาจจะเป็นการนั่งกับเก้าอี้ นั่งกับพื้น นั่งรถจักรยานยนต์ ท่านั่งย่อมต้องเปลี่ยนไปตามลักษณะของสิ่งที่เราจะนั่ง ท่านั่งอึก็เช่นเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ท่านั่งอึที่ถูกต้องสำหรับการขับถ่าย ควรเป็นท่านั่งที่ทำมุม 35 องศา หรือเป็นการนั่งในลักษณะของการนั่งยอง ๆ ให้เข่าอยู่เหนือสะโพก การนั่งในลักษณะเช่นนี้ จะเป็นการช่วยให้ลำไส้ตรงเปิดมากขึ้น ในขณะที่ท่านั่งชักโครกตามปกตินั้น จะเป็นท่านั่งที่เป็นมุมฉาก ซึ่งทำให้ลำไส้ตรงพับและเปิดน้อยกว่าการนั่งแบบยอง […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ใครว่า วิดีโอเกม ส่งผลเสียต่อสมอง อย่างเดียว

วิดีโอเกม เป็นรูปแบบความบันเทิงยอดนิยม ไม่ว่าเด็ก ผู้ใหญ่ เชื่อว่าหลายๆ คนมีความชอบในการเล่นวิดีโอเกมกันอย่างแน่นอน แต่ส่วนใหญ่แล้ววิดีโอเกมมักจะถูกมองว่าเป็นตัวการที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพมากวัย วันนี้ Hello คุณหมอ มีอีกมุมหนึ่งของวิดีโอเกมมานำเสนอให้ทุกคนอ่านกัน มาดูกันว่า วิดีโอเกม ส่งผลต่อสมองอย่างไรบ้าง วิดีโอเกม กับการเปลี่ยนแปลงของสมอง จากการศึกษาวิจัย พบว่าสมองและวิดีโอเกมมีความเชื่อมโยงบางอย่างและการเล่นวิดีโอเกมยังมีส่วนช่วยปรับปรุงความสามารถในการตัดสินใจและความรู้ความข้าใจ ซึ่งสามารถสังเกตได้จากโครงสร้างสมองของผู้ที่เล่นเกมเป็นประจำกับผู้ที่ไม่ค่อยได้เล่นเกม ซึ่งการเล่นวิดีโอเกมช่วยเพิ่มพื้นที่สมองที่ต้องใช้ทักษะในการควบคุมเรื่องต่าง ๆ ช่วยเพิ่มความทรงจำ และมีความสามารถในการวางแผนเชิงกลยุทธ์ และนั้นอาจหมายความว่า  วิดีโอเกมอาจมีบทบาทในการบำบัดรักษาความผิดปกติของสมองและเงื่อนไขต่าง ๆ ที่เกิดจากการบาดเจ็บของสมอง ประโยชน์ของ วิดีโอเกม ต่อสมอง วิดีโอเกมเพิ่มปริมาณสมอง จากการศึกษาของสถาบัน Max Planck เพื่อการพัฒนามนุษย์และการแพทย์มหาวิทยาลัย Charité St. Hedwig-Krankenhaus ได้เปิดเผยว่า การเล่นเกมกลยุทธ์แบบเรียลไทม์ เช่น Super Mario 64 สามารถเพิ่มสมองเนื้อสีเทา (Gray matter) ซึ่งเป็นชั้นหนึ่งของสมองที่รู้จักกันในชื่อ เปลือกสมอง (cerebral cortex) ซึ่งการเรียนรู้ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นบนสมองนี้ การเพิ่มขึ้นของสมองเนื้อสีเทา ที่เกิดขึ้นที่สมองส่วนฮิปโปแคมปัส (hippocampus) ด้านขวาของผู้ที่เล่นวิดีโอเกมจะมีบทบาทหน้าที่สำคัญในการจัดระเบียบและสร้างความทรงจำระยะยาว นอกจากนี้ยังเชื่อมโยงกับอารมณ์และความรู้สึก กลิ่นและเสียงเข้ากับความทรงจำอีกด้วย เปลือกสมองส่วนหน้ามีส่วนร่วมในการทำงาน รวมถึงการตัดสินใจการแก้ปัญหา […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

เมื่อหัวหอมทำให้เราเสียน้ำตา ทำไม หั่นหอม แล้วร้องไห้

หากใครที่เข้าครัวอยู่เป็นประจำ ต้องเคยมีประสบการณ์ในการ หั่นหอม แล้วร้องไห้ อย่างแน่นอน เห็นเจ้าหัวหอม หัวจิ๋ว ๆ แบบนี้ แต่ก็ทำใครต่อใครเสียน้ำตามานักต่อนักแล้ว วันนี้ Hello คุณหมอ จะชวนทุกคนไปหาคำตอบกันว่า ทำไมเวลาเราหั่นหัวหอมจึงน้ำตาไหล พร้อมมีเคล็ดลับดี ๆ ที่จะช่วยให้น้ำตาไม่ไหลเวลาหั่นหัวหอมมาฝากด้วย ไปดูกันเลย ทำไม หั่นหอม แล้วร้องไห้ พืชและสัตว์ หรือแม้แต่สิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ต่างก็ต้องการที่จะหาทางในการอยู่รอดด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ทีมีพิษเพื่อต่อสู้ป้องกันตัวเอง การอำพรางตัวเองของพืช หัวหอมก็เช่นเดียวกัน เพื่อป้องกันสัตว์นักล่าที่จะเข้ามากินหัวหอม หัวหอมจึงปล่อยสารระเหยที่ทำให้ดวงตาระคายเคือง ดังนั้นเมื่อเราเราหั่นหัวหอม หัวหอมจึงปล่อยสารระเหยที่ระคายเคืองต่อดวงตาออกมา ทำให้เราน้ำตาไหล เมื่อสารระเหยนั้นสัมผัสเข้ากับดวงตาหรือกระจกตา เส้นประสาทที่อยู่บริเวณปลายประสาทจะส่งสัญญาณไปยังสมองว่ามีอาการระคายเคืองเกิดขึ้น จากนั้นสมองก็จะส่งสัญญาณไปยังต่อมน้ำตา เราจึงน้ำตาไหลในที่สุด  ประโยชน์ของหัวหอม ต่อสุขภาพ แม้ว่าการหั่นหัวหอมจะทำให้เราร้องไห้ น้ำตาไหล แต่หัวหอมก็ยังคงเป็นพืชที่ใครหลาย ๆ คนชอบรับประทาน เพราะหัวหอมนั้นนอกจากจะหวานอร่อยแล้ว ยังมีประโยชน์มากมาย หัวหอมเป็นพืชตระกูล Allium ซึ่งเป็นตระกูลของพืชดอก เช่น กระเทียม หอมแดง ซึ่งผักเหล่านี้มีวิตามิน แร่ธาตุและสารประกอบทางเคมีในพืชหลายชนิดที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพ จริง ๆ แล้ว หัวหอมนั้นมีสรรพคุณทางยาที่ในสมัยโบราณมักถูกนำมาใช้ในการรักษาโรค เช่น […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน