สุขภาพ

สุขภาพ เป็นเรื่องสำคัญ เราจึงได้รวบรวมข้อมูลที่จะช่วยให้คุณดูแลสุขภาพได้ดียิ่งขึ้นไว้ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นข่าวสารสุขภาพ ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป และอื่น ๆ อีกมากมาย หากคุณมีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยคุณได้แน่นอน

เรื่องเด่นประจำหมวด

สุขภาพ

5 โรคที่มากับหน้าร้อน ที่ควรระวัง

เมื่อเข้าสู่ หน้าร้อน หลายคนอาจนึกถึงอากาศร้อน เหงื่อออกง่าย กระหายน้ำ หรือผิวไหม้แดด แต่จริง ๆ แล้ว โรคที่มากับหน้าร้อน ไม่ได้มีแค่ปัญหาจากความร้อนเท่านั้น เพราะอุณหภูมิที่สูงขึ้นยังทำให้อาหารบูดเสียได้ง่าย น้ำและอาหารมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรคมากขึ้น และร่างกายอาจเสี่ยงต่อภาวะเจ็บป่วยจากอากาศร้อนจัดได้เช่นกัน บทความนี้จะพาไปรู้จัก 5 โรคหน้าร้อน ที่ควรระวัง อาการเบื้องต้นที่ควรสังเกต และวิธีป้องกันง่าย ๆ ที่สามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน 1. โรคอุจจาระร่วง โรคอุจจาระร่วงเป็นหนึ่งในโรคที่พบได้บ่อยในช่วงหน้าร้อน สาเหตุหลักมักมาจากการกินอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค เมื่ออากาศร้อน อาหารที่เก็บไม่เหมาะสมหรือวางทิ้งไว้นานอาจบูดเสียได้ง่ายขึ้น จึงเพิ่มโอกาสให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายผ่านการกินและดื่ม อาการที่ควรสังเกต ถ่ายเหลวหรือถ่ายเป็นน้ำหลายครั้งใน 1 วัน ปวดท้องหรือปวดบิดเป็นช่วง ๆ อาจมีอาการคลื่นไส้หรืออาเจียนร่วมด้วย รู้สึกอ่อนเพลีย ปากแห้ง กระหายน้ำมาก ปัสสาวะน้อยหรือสีเข้ม ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะขาดน้ำ เด็กเล็กและผู้สูงอายุอาจมีอาการลุกลามได้เร็วกว่าคนทั่วไป สิ่งที่ควรทำเมื่อมีอาการ จิบน้ำบ่อย ๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ ดื่มสารละลายเกลือแร่ หรือ ORS เพื่อชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไป เลือกกินอาหารอ่อน ย่อยง่าย และสะอาด หลีกเลี่ยงอาหารมัน อาหารรสจัด หรือเครื่องดื่มที่อาจกระตุ้นอาการถ่าย หากถ่ายบ่อยมาก อ่อนเพลีย ซึม ปากแห้งมาก หรือดื่มน้ำไม่ได้ ควรรีบไปพบคุณหมอ 2. ไข้ไทฟอยด์ หรือไข้รากสาดน้อย ไข้ไทฟอยด์เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่เกี่ยวข้องกับอาหาร น้ำ หรือสุขอนามัยที่ไม่ดี จุดที่ทำให้โรคนี้น่ากังวลคือ อาการเริ่มต้นอาจคล้ายไข้ทั่วไป ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงอาการอ่อนเพลียจากอากาศร้อน หรือคิดว่าเป็นแค่การกินอาหารผิดสำแดง อาการที่ควรสังเกต มีไข้สูงต่อเนื่องหลายวัน ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย […]

หมวดหมู่ สุขภาพ เพิ่มเติม

สำรวจ สุขภาพ

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ทำไมเมื่อยล้าถึงต้องมองสีเขียว สี มีอิทธิพลต่อร่างกายจริงหรือ?

คุณเป็นคนที่ชอบเลือกซื้อของใช้ส่วนตัวตามสีที่ชอบหรือเปล่า? แม้จะเป็นสิ่งของที่ชอบแต่หากไม่มีสีที่คุณชอบ คุณก็เลือกที่จะรอให้ของสิ่งนั้นผลิตสีที่คุณชอบออกมาหรือไม่? ถ้าเป็นเช่นนั้น คุณต้องไม่พลาดหาคำตอบเรื่องอิทธิพลของ สี กับบทความนี้จาก Hello คุณหมอ สี มีอิทธิพลกับเราอย่างไร โลกของเราเต็มไปด้วยสีสันต่างๆ มากมาย สีสันเหล่านั้นแต่งแต้มให้สิ่งต่างๆ ดูมีชีวิตชีวา สวยงาม และสร้างสรรค์ แต่สีไม่ได้เกิดมาเพียงสร้างสีสันสวยงามเท่านั้น เพราะสียังมีอิทธิพลต่อผู้พบเห็นได้เช่นกัน สีสามารถเปลี่ยนอารมณ์และพฤติกรรม รวมถึงเสริมความมั่นใจให้คุณได้เป็นอย่างดี สีมีอิทธิพลต่อคนเราไม่น้อย ซึ่งคุณอาจได้ประโยชน์จากสี ดังนี้ สีช่วยเสริมความจำ สีมีผลต่อความจำของคนเรา เวลาที่เห็นสีแดงเราจะจำได้ทันทีว่านี่เป็นสัญญาณของคำเตือน ในขณะที่เวลาเราเห็นสีเขียวร่างกายจะจำได้ว่านี่เป็นสัญญาณของความสบายใจ รวมถึงการใช้ปากกาสีบันทึกข้อความต่างๆ ก็จะช่วยให้เราสามารถจดจำข้อมูลเหล่านั้นได้ สีกับนาฬิกาชีวิต นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า โทนสีฟ้าสว่างสดใส จะช่วยในการรีเซ็ตนาฬิกาชีวภาพ (Circadian Rhythm) ของคุณ ซึ่งนาฬิกาชีวภาพหรือนาฬิกาชีวิตที่ว่านี้ ก็คือระบบวงจรการทำงานภายในร่างกายของมนุษย์ตลอด 24 ชั่วโมง จากงานวิจัยยังพบอีกว่า สีฟ้าเป็นสีของพลังบวก ยิ่งมองสีฟ้ามากเท่าไหร่ก็จะช่วยคลายความเครียดและความกดดันลงได้ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเวลาที่เรามองไปยังท้องฟ้ากว้างแล้วจะรู้สึกสดชื่นและสบายใจ เสมือนว่าร่างกายได้รับการฟื้นฟูจากความเหนื่อยล้าและความเครียดที่รุมเร้า สีกับความคิดสร้างสรรค์ นักวิทยาศาสตร์แนะนำว่าสีเขียวจะช่วยเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ของคนทำงานและคนทั่วไปได้ เมื่อเปรียบเทียบกับสีเทา สีขาว สีแดง และสีฟ้า พบว่าสีเขียวสามารถตอบโจทย์ดังกล่าวได้ดีกว่า ดังนั้นหากใครที่กำลังจะแต่งบ้าน หรือทำออฟฟิศใหม่ การมีพื้นที่สีเขียว หรือผนังสีเขียว ก็จะช่วยให้ผู้ที่อาศัยได้รับประโยชน์ในส่วนนี้ สีกับอาหารการกิน มีงานวิจัยชี้ให้เห็นว่าสีสันในจานอาหาร ช่วยให้คุณเจริญอาหารได้มากขึ้น คุณสามารถที่จะรับประทานได้มากขึ้นหากในเมนูนั้นๆ มีสีสันจับตา มองดูแล้วน่ารับประทาน โดยจะเห็นว่าเวลาที่มีอาหารวางเรียงรายอยู่มากมาย เรามักจะเลือกตักอาหารที่มีสีสันสวยงามชวนรับประทานก่อนเสมอ  […]


ข่าวสารสุขภาพทั่วไป

อึฟรุ้งฟริ้งด้วย แคปซูลกากเพชร ควรลองหรือต้องเลี่ยง

คุณอยากอึออกมาเป็นกากเพชร ฟรุ้งฟริ้ง และแวววาวบ้างหรือไม่? อึเสร็จแล้วได้ความรู้สึกเสมือนว่าคุณกำลังโลดแล่นอยู่ในโลกของเทพนิยาย ถ้าคุณต้องการเช่นนั้น คุณอาจสนใจผลิตภัณฑ์ที่รู้จักกันในชื่อ แคปซูลกากเพชร ที่กินเข้าไปแล้วจะอึออกมาเป็นกากเพชรวิบวับเลยทีเดียว แต่แคปซูลที่ว่านี้จะปลอดภัยและเห็นผลจริงหรือไม่ และมีความเสี่ยงอย่างไร มาหาคำตอบกันได้กับบทความนี้จาก Hello คุณหมอ กากเพชรกินได้จริงหรือ กากเพชร หรือ กลิตเตอร์ (Glitter) มีอยู่ด้วยกัน2แบบ คือแบบที่รับประทานได้กับแบบที่รับประทานไม่ได้ กากเพชรที่ไม่สามารถรับประทานได้ คือ กากเพชรสำหรับใช้ในงานศิลปะ เช่น กากเพชรสำหรับแต่งหน้า กากเพชรสำหรับทำงานประดิษฐ์ตกแต่ง กากเพชรที่สามารถรับประทานได้ คือ กากเพชรสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เช่น กากเพชรตกแต่งหน้าคุ้กกี้ กากเพชรตกแต่งหน้าเค้ก กากเพชรชนิดที่นำมากินได้ มีส่วนประกอบของ น้ำตาล, อะคาเชียหรือกัมอะคาเซีย (Acacia or gum arabic), มอลโทเดกซ์ทริน (maltodextrin), แป้งข้าวโพด, และสีที่ได้รับอนุญาตให้ใช้สำหรับอุตสาหกรรมอาหาร ประกอบไปด้วย สีไมก้า (Mica-based), ผงสีมุก และสีผสมอาหารหรือสีสังเคราะห์ อย่างเช่น สี FD&C Blue No. 1. โดยสีสังเคราะห์ที่ว่านี้ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา ให้ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร ยา และเครื่องสำอาง หรือ Food, […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ย้อมสีผม เสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งจริงหรือ?

การ ย้อมสีผม มีด้วยกันหลากหลายวัตถุประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นการย้อมเพื่อแฟชั่น หรือแม้แต่การย้อมสีผมเพื่อปกปิดผมขาว แต่รู้หรือไม่ว่า ยาย้อมสีผมนั้นมีสารเคมีเป็นส่วนประกอบ จึงอาจทำให้เกิดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งได้เช่นกัน ดังนั้นการทำตามคำแนะนำในบรรจุภัณฑ์จึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ย้อมสีผม ทำให้เป็นมะเร็งได้จริงหรือ จากการศึกษาวิจัยเรื่องเกี่ยวกับการย้อมสีผมจะทำให้เป็นมะเร็งได้หรือไม่นั้น ยังมีความขัดแย้งและไม่สามารถสรุปได้ แต่อย่างไรก็ตามจากการวิจัยที่มีอยู่นั้นดูเหมือนว่า การย้อมสีผมสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งได้เป็นอย่างมาก ในปี 2010 องค์การระหว่างประเทศเพื่อการวิจัยโรคมะเร็ง (International Agency for Research on Cancer) สรุปเอาไว้ว่า ไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาว่าการใช้สีย้อมผมนั้นเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งหรือไม่ แต่ก็มีการวิจัยเพิ่มเติมอยู่เรื่อยๆ ครั้งหนึ่งสีย้อมผมเคยมีสารเคมีที่เป็นที่รู้จักว่าเป็นสารก่อมะเร็งในสัตว์ ดังนั้นระหว่างปี 1980 และปี 1982 สีย้อมผมทั้งหมดจึงได้รับการปรับรูปแบบให้แยกสารเคมีเหล่านี้ออก แต่ความจริงก็คือ ยิ่งได้รับและสัมผัสกับสารก่อมะเร็งในปริมาณมากเท่าไหร่โอกาสที่จะเป็นมะเร็งก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น สำหรับปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งจากสีย้อมผม ได้แก่ ช่างทำผมที่ทำงานกับสีย้อมผม ผู้ที่เริ่มย้อมผมมาเป็นเวลานาน ผู้ที่ย้อมสีผมบ่อยๆ และความเข้มของสีย้อมผม โดยสีย้อมผมสีเข้ม เช่น ดำ และน้ำตาล จะมีสารเคมีที่อาจเป็นสารก่อมะเร็งมากกว่าสีอ่อน สัญญาณของปัญหาที่เกิดจากการย้อมสีผม สำหรับสัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณกำลังได้รับปัญหาจากการย้อมสีผม ได้แก่ ความแดงของหนังศีรษะที่เกิดจากการระคายเคือง อาการคัน หนังศีรษะเป็นเกล็ดหรือแผลพุพอง ผมมีสภาพอ่อนแอลง ไม่มีชีวิตชีวา ผมร่วง ซึ่งถ้าเกิดอาการเหล่านี้อย่างรุนแรง และนานกว่า 2 วัน ขอแนะนำว่าควรไปพบแพทย์จะเป็นการดีที่สุด สีสำหรับ ย้อมสีผม ประเภทไหนที่มีความเสี่ยงสูง สำหรับสีย้อมผมนั้นมีด้วยกัน 2 แบบ โดยรูปแบบจะแตกต่างกันสำหรับวิธีการย้อมผม และระยะเวลาของสีที่จะติดอยู่บนเส้นผมนั่นเอง ยาย้อมผมออกซิเดทีฟ (Oxidative) […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

แต่งงานในเครือญาติ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้จริงหรือ?

โดยปกติแล้ว คนทั่วไปมักจะไม่นิยมมี แต่งงานในเครือญาติ เนื่องจากกลัวว่าเด็กที่เกิดมานั้นอาจจะมีข้อบกพร่องต่าง ๆ นอกจากนั้นแล้ว ความสัมพันธ์ในเครือญาติ ยังเป็นเรื่องที่ดูไม่เหมาะสมสักเท่าไหร่ แต่ในโลกของความเป็นจริงแล้ว ความสัมพันธ์ภายในเครือญาติก็เป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้ ซึ่งอาจมีเหตุผลมาจากวัฒนธรรม ต้องการรักษาสายเลือด หรือการสร้างพันธมิตรทางการเมือง เป็นต้น [embed-health-tool-heart-rate] เลือดชิด คือ อะไร หากพูดถึงคำว่า “ลูกพี่ลูกน้อง” แล้ว ในความเป็นจริงลูกพี่ลูกน้องนั้นมีหลายประเภทด้วยกัน แต่ลูกพี่ลูกน้องลำดับที่ 1 มักจะเป็นญาติที่เราสนิทมากที่สุด แต่ลูกพี่ลูกน้องลำดับที่ 2 และ 3 นั้นอาจจะไม่ใช่ก็ได้ ลองมาดูข้อมูลเหล่านี้กันดู ลูกพี่ลูกน้องลำดับที่ 1 คือ ลูกของลุงหรือป้า ซึ่งเป็นพี่น้อง หรือลูกพี่ลูกน้องกับพ่อหรือแม่ของเรา ลูกพี่ลูกน้องลำดับที่ 2 คือ ลูกของลูกพี่ลูกน้อง หรือเรียกง่ายๆ ว่าหลานของลุง หรือหลานของป้า ลูกพี่ลูกน้องลำดับที่ 3 คือ หลานของลูกพี่ลูกน้อง หรือเรียกง่ายๆ ว่า เหลนของลุง หรือเหลนของป้า แต่งงานในเครือญาติ กับข้อเท็จจริงที่ควรรู้ ในบางวัฒนธรรมมีข้อห้ามในการแต่งงานระหว่างเครือญาติ ซึ่งเป็นรากฐานมาจากกฎเกณฑ์และกฎหมายต่อต้านการร่วมประเวณีระหว่างพี่น้อง นอกจากนั้นก็ยังเป็นเรื่องของความกังวลทางพันธุกรรมอีกด้วย ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะ ผู้ที่เกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิด อาจจะแบ่งปันยีนที่มีปัญหาต่างๆ […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ลักษณะ ลิ้นบอกโรค รู้โรคได้ เพียงแค่ตรวจลิ้น

ลิ้น เป็นหนึ่งในอวัยวะภายในช่องปากที่สำคัญของร่างกาย ทำให้เราสามารถรับรสชาติหรือพูดให้ชัดถ้อยชัดคำได้ แต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า ลิ้นสามารถบ่งบอกถึงสภาวะสุขภาพบางอย่างของคุณได้อีกด้วยเช่นกัน มารับรู้ถึงลักษณะของ ลิ้นบอกโรค ที่น่าสนใจไปพร้อมกันกับ Hello คุณหมอกันเลย ลักษณะ ลิ้นบอกโรค ที่ทุกคนควรรู้ ลิ้น เป็นฝ้าขาว หาก ลิ้น ของคุณเป็นฝ้าขาวทั่วทั้งลิ้น (Leukoplakia) ซึ่งเป็นอาการที่สามารถพบได้ทั่วไป อาการฝ้าขาวนี้อาจเกิดจากการสูบบุหรี่หรือสารระคายเคืองอื่น ๆ หรืออาจเกิดจากการดูแลสุขภาพในช่องปากได้ไม่ดีพอ ไม่ยอมแปรงลิ้น ทำให้มีเศษอาหารและเชื้อโรคเกาะอยู่และเกิดเป็นฝ้าขาวที่ลิ้น อาการฝ้าขาวนี้จะค่อย ๆ สะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และอาจมีความเกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งได้ นอกจากนี้ อาการฝ้าขาวนี้อาจสามารถเกิดขึ้นได้จากการติดเชื้อราในช่องปาก (oral thrush) ทำให้เกิดเป็นรอยฝ้าขาวหม่นคล้าย cottage cheese การติดเชื้อราในช่องปากนี้จะพบได้มากในเด็กทารกหรือผู้สูงอายุ โดยเฉพาะในผู้ที่ใส่ฟันปลอม หรือผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ นอกจากนี้การเป็นโรคบางอย่าง เช่น โรคเบาหวาน หรือใช้ยาบางชนิด เช่น ยาพ่นสเตียรอยด์สำหรับโรคหอบหืด ก็สามารถทำใหเกิดการติดเชื้อราในช่องปากได้และทำให้ลิ้นเกิดฝ้าขาวได้เช่นกัน ลิ้นเป็นสีแดง หาก ลิ้น ของคุณมีลักษณะเป็นสีแดง อาจหมายถึงการขาดวิตามินอย่าง กรดโฟลิค หรือวิตามินบี 12 หรืออาจจะหมายถึงภาวะลิ้นลายแผนที่ (Geographic tongue) ทำให้เกิดเป็นจุดสีแดงขึ้นบนลิ้น จุดผดผื่นสีแดงนี้จะมีรอยสีขาวรอบนอก และสามารถเปลี่ยนตำแหน่งบนลิ้นไปได้เรื่อย ๆ […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ทำความรู้จักกับ ฮอร์โมนเมลานิน ตัวการทำให้ลืมความฝัน

เคยไหมอยากจำเรื่องราวในความฝันแค่ไหน แต่พอตื่นมาก็ดันลืมหรือจำได้แค่เพียงลางๆ ทุกที ฝันของเรานั้นมาจากกระบวนการทำงานของสมองที่ฉายภาพต่าง ๆ ทั้งสิ่งที่มีอยู่จริงและสิ่งที่เกิดจากจินตนาการ วันนี้ Hello คุณหมอจะพามารู้จักกับตัวการที่ทำให้เราลืมความฝัน มีชื่อเรียกกันว่า ฮอร์โมนเมลานิน (Melanin) รู้หรือไม่? การนอนหลับเป็นแบ่งระยะได้ด้วยนะ ก่อนจะเข้าสู่ภวังค์แห่งความฝัน บางคนอาจมีอาการสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกแบบฉับพลัน หรือบางคนเห็นแค่เพียงภาพดำๆเท่านั้น พอรู้สึกตัวอีกทีก็รุ่งเช้าแล้ว โดยปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นแบ่งได้ทั้งหมด 4 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 : ระยะหลับตื้น (Light Sleep) เป็นการนอนหลับเพียงช่วงเวลาสั้นๆ เช่น การพักสายตา ระยะที่ 2 : ระยะหลับตื้นจนไปถึงหลับลึก เช่น การนอนในเวลากลางวัน ระยะที่ 3 : ระยะหลับลึก (Deep Sleep) เป็นการพักผ่อนในเวลาที่เราเหนื่อยล้าหรืออ่อนเพลียแต่ยังไม่ถึงกับเกิดความฝัน ระยะที่ 4 : ระยะการหลับลึกจนทำให้เกิดความฝัน เรียกอีกอย่างได้ว่า REM (Rapid Eye Movement) Sleep หรือ การเคลื่อนไหวของดวงตาอย่างรวดเร็ว การนอนหลับอย่างมีประสิทธิภาพเริ่มจากอะไรเป็นอันดับแรก… สร้างกิจวัตรก่อนนอน โดยการฝึกให้นอนหลับในระยะเวลาเดียวกันหรือใกล้เคียงกันทุกคืน เตรียมร่างกายจิตใจและสมองให้พร้อมสำหรับการนอน เช่น หยุดคิดเรื่องต่างๆ ที่ทำให้เกิดอาการคิดมาก […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ล้างจมูก ทำอย่างไรจึงจะถูกต้องและดีต่อสุขภาพ

การ ล้างจมูก หลายๆคนฟังแล้วอาจจะยังไม่คุ้นหู และอาจจะรู้สึกกลัวเมื่อเห็นขั้นตอนการทำ แต่จริงๆการล้างจมูกทำได้ไม่ยากและไม่น่ากลัวอย่างที่คิดค่ะ  โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเป็นโรคภูมิแพ้ ไซนัส ไอเรื้อรัง หากทำการล้างจมูก เป็นประจำ จะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหวัดได้  หากอยากมีสุขภาพที่ดีขึ้น นอน หลับสบาย  ตื่นมาสดชื่นไม่เพลีย วันนี้ Hello คุณหมอนำวิธีการล้างจมูกที่ถูกต้องและดีต่อสุขภาพมาฝากกันค่ะ ลองไปปฎิบัติทำตามขั้นตอนกันดูนะคะ รับรองว่าสุขภาพดี ขึ้นห่างไกลโรคหวัดแน่นอน การล้างจมูก คือ การ ล้างจมูก คือ การทำความสะอาดโพรงจมูกโดยการใส่หรือหยอดน้ำเข้าไปในจมูก การล้างจมูกจะช่วยชะล้างมูก คราบมูก หรือหนองบริเวณโพรงจมูก และหลังโพรงจมูกออก ทำให้โพรงจมูกสะอาด ควรใช้น้ำเกลือล้างจมูกที่ความเข้มข้น 0.9% (ความเข้มข้น 0.9% ช่วยลดความเหนียวของน้ำมูก และยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค) ประโยชน์ของการล้างจมูก มีอะไรบ้าง บรรเทาอาการระคายเคือง อาการคัดแน่นจมูก ช่วยให้จมูกโล่งขึ้น ป้องกันการเกิดโรคหวัดต่างๆภูมิแพ้ อาการไอเรื้อรัง ป้องกันการลุกลามเชื้อโรคจากจมูกและไซนัสไปสู่ปอด ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแก่เยื่อบุจมูก ช่วยลดน้ำมูกหรือหนองที่อุดอยู่บริเวณรูเปิดของโพรงไซนัส ช่วยลดการอักเสบของไซนัส ช่วยให้สุขภาพดีขึ้น ลดปริมาณการใช้ยาในการรักษาโรคภูมิแพ้ และโรคไซนัส  ช่วยป้องกันการเกิดพังผืดที่อาจทำให้รูจมูกหรือไซนัสตีบแคบ อาการดังต่อไปนี้ ควรล้างจมูก  เป็นโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ เป็นหวัดบ่อย เป็นโรคจมูกอักเสบจากการติดเชื้อ เป็นไซนัส […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

หยุดล้อเรื่องอ้วนกันสักที! ผลการวิจัยเผย โดนล้อว่าอ้วน ไม่ได้ช่วยให้ลดน้ำหนักได้

การล้อเลียนผู้อื่นเรื่องน้ำหนัก เป็นอีกหนึ่งการล้อเลียนยอดฮิตที่คนส่วนใหญ่มักใช้ล้อเลียนเพื่อนของตน โดยผู้พูดหวังดีต่อเพื่อนคิดว่าหากล้อเลียนออกไป ผู้ถูกล้อจะเอาคำล้อเลียนมาเป็นแรงบันดาลใจในการลดน้ำหนัก แต่ในความเป็นจริงแล้วการโดนล้อกลับไม่ช่วยให้ลดน้ำหนักได้เลยสักนิด แถมยังส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตอีกด้วย บางครั้งความหวังดี อาจกลายเป็นเหมือน ความประสงค์ร้าย โดยที่เราไม่รู้ตัว  วันนี้ Hello คุณหมอมีเคล็ดลับดีๆในการช่วยให้เพื่อนของคุณลดน้ำหนักได้สำเร็จโดยไม่ต้องล้อเลียนเพื่อน กับบทความเรื่อง หยุดล้อเรื่องอ้วนกันสักที! ผลการวิจัยเผย โดนล้อว่าอ้วน ไม่ได้ช่วยให้ลดน้ำหนักได้ กันค่ะ น้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน เป็นเรื่องซับซ้อน ปัจจุบันประชากรโลกกว่า 1,900 ล้านคน กำลังเผชิญภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน แต่การล้อเรื่องอ้วน หรือจิกกัดว่าเขาอ้วน ก็ไม่ได้ช่วยให้คนที่มีปัญหาเหล่านี้สามารถลดน้ำหนักได้สำเร็จ งานศึกษาวิจัยมากมายจากทั่วโลกยืนยันว่า โรคอ้วนและภาวะน้ำหนักเกินนั้นเป็นเรื่องซับซ้อน และต้องมีวิธีจัดการกับปัญหานี้เป็นรายบุคคลไป วิธีลดน้ำหนักและการกินอาหารรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งไม่สามารถใช้ได้กับคนทุกคน นักวิทยาศาสตร์ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ทำการค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องนี้และเผยว่า ปัญหาน้ำหนักเกินและโรคอ้วนไม่ได้มีสาเหตุมาจากการควบคุมตัวเองหรือวินัยในตัวเองอย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ที่ส่งผลต่อโรคอ้วนหรือภาวะน้ำหนักเกินอีก เช่น ความยากจน การเข้าถึงบริการสุขภาพ การศึกษา กรรมพันธุ์ ฮอร์โมน โรคเรื้อรัง ยิ่งโดนล้อว่าอ้วน ก็ยิ่งทำให้ทุกอย่างแย่ลง ปัจจัยต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้ผู้คนมีภาวะน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน ไม่สามารถลดน้ำหนักได้ตามตั้งใจ อีกทั้งนักวิทยาศาสตร์ยังกล่าวอีกว่า การล้อเรื่องอ้วนนั้นไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น มีแต่จะทำให้สุขภาพและคุณภาพชีวิตของคนที่โดนล้อว่าอ้วนแย่ลง เพราะจะทำให้พวกเขาเครียด จนเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้า หรือร้ายแรงถึงขั้นคิดฆ่าตัวตายได้เลย เคล็ดลับดีๆ ในการช่วยเพื่อนลดน้ำหนักให้สำเร็จ แม้การล้อเลียนหรือจิกกัดคนอื่นว่าอ้วนจะเป็นเรื่องไม่ดีและไม่สมควรทำเป็นอย่างยิ่ง แต่หากเราสังเกตเห็นว่าเพื่อนหรือคนใกล้ชิด มีน้ำหนักเกินคนเริ่มส่งผลเสียต่อสุขภาพและการใช้ชีวิตของเขา เราก็ควรช่วยสนับสนุนให้เขาลดน้ำหนักให้ได้ […]


การทดสอบทางการแพทย์

ตรวจคอร์ติซอลในเลือด (Cortisol Blood Test)

ฮอร์โมนคอร์ติซอลมีบทบาทสำคัญต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย เช่น ระบบภูมิคุ้มกัน ระบบไหลเวียนโลหิต ระบบเผาผลาญ โรคบางชนิด เช่น โรคคุชชิ่ง อาจส่งผลต่อระดับคอร์ติซอลในร่างกาย และทำให้ระบบต่างๆผิดปกติได้ การ ตรวจคอร์ติซอลในเลือด จึงอาจช่วยให้เราสามารถค้นหาความผิดปกติของร่างกายได้ ข้อมูลพื้นฐานการตรวจคอร์ติซอลในเลือดคืออะไร คอร์ติซอลเป็นสเตียรอยด์ฮอร์โมน ที่ผลิตขึ้นจากต่อมหมวกไต (adrenal gland) จะหลั่งออกมาเมื่อมีการหลั่งฮอร์โมนอะดรีโนคอร์ติโคทรอปิก (adrenocorticotropic หรือ ACTH) ซึ่งถูกผลิตจากต่อมพิทูอิทารีใกล้สมอง ฮอร์โมนอะดรีโนคอร์ติโคทรอปิกจะกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนโดยต่อมหมวกไตส่วนนอก (adrenal cortex) คอร์ติซอลเป็นฮอร์โมนหลัก ที่ถูกหลั่งออกมาเมื่อเกิดความเครียดและเพื่อตอบสนองความรู้สึก “สู้หรือถอย” ซึ่งเป็นสัญชาตญาณหรือปฏิกิริยาทางธรรมชาติของมนุษย์เราในการป้องกันตัวจากอันตรายหรือความเสี่ยงที่เกิดขึ้น กลุ่มปฏิกิริยาตอบสนองทางร่างกาย ทำให้ระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลและอะดรีนอลเพิ่มสูงขึ้น ทำให้เกิดพลังงานและพละกำลังอย่างฉับพลัน ในการตอบสนองความรู้สึก “สู้หรือถอย” คอร์ติซอลจะทำหน้าที่กดการทำงานต่างๆ ที่ไม่จำเป็น หรือเป็นอันตรายต่อการตอบสนอง ส่งผลให้เกิดอาการใจเต้นเร็ว ปากแห้ง ท้องปั่นป่วน ท้องร่วง และตื่นตระหนก การหลั่งคอร์ติซอลยังไปกดกระบวนการเจริญเติบโต การทำงานของระบบย่อยอาหารและระบบสืบพันธุ์ และกระตุ้นการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันด้วย การตรวจคอร์ติซอลในเลือด เป็นการเก็บตัวอย่างเลือดเพื่อวัดระดับของคอร์ติซอล ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่หลั่งจากต่อมหมวกไตที่อยู่ด้านบนของไต การตรวจนี้อาจเรียกว่า การตรวจคอร์ติซอล ซีรั่ม (serum cortisol test) ความจำเป็นในการ ตรวจคอร์ติซอลในเลือด การวัดระดับคอร์ติซอลเป็นการตรวจดูว่า การผลิตฮอร์โมนชนิดนี้อยู่ในระดับที่มากหรือน้อยเกินไปหรือไม่ โรคบางโรค เช่น โรคแอดดิสัน […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ทำความรู้จักกับ ประสาทสัมผัส พื้นฐานทั้ง 5 ที่มนุษย์มี

มนุษย์มี ประสาทสัมผัส หลักอยู่ 5 แบบ คือ การสัมผัส การมองเห็น การได้ยิน กลิ่น รสสัมผัส อวัยวะที่รับ ประสาทสัมผัส จะทำงานร่วมกับประสาทสัมผัสเพื่อส่งข้อมูลไปยังสมองซึ่งช่วยให้เราเข้าใจและรับรู้สิ่งต่างๆรอบตัวเรา นอกจากนี้คนเราก็ยังมีประสาทสัมผัสอื่นๆอีก แต่วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาไปทำความรู้จักกับประสาทสัมผัสเบื้องต้น 5 อย่าง ว่ามีหลักการทำงานอย่างไร [embed-health-tool-bmi] ประสาทสัมผัส พื้นฐานทั้ง 5 ที่เรามี การ สัมผัส การสัมผัส ถือเป็นประสาทสัมผัสรูปแบบแรก ที่มนุษย์มีการพัฒนาขึ้น คนเรารับรู้ การสัมผัส ได้ด้วยการสื่อสารไปยังสมองผ่านทางเส้นประสาทพิเศษในผิวหนัง นอกจากนี้คนเรารับรู้ถึงแรงดัน อุณหภูมิ การสั่น ความเจ็บปวด ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นส่วนหนึ่งของประสาทสัมผัสในรูปแบบการสัมผัสทั้งสิ้น โดยที่เราจะรับรู้ได้ผ่านทางตัวรับที่แตกต่างกันในผิวหนัง การ สัมผัส ไม่ใช่สิ่งที่เรารับรู้ได้เพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการสื่อสารแบบอวัจนภาษารูปแบบหนึ่ง เช่น เมื่อเพื่อนเสียใจเราเพียงตบบ่า ลูบหลังปลอบใจเท่านี้เพื่อนก็สามารถรับรู้ได้ถึงความห่วงใจที่เราส่งผ่านการสัมผัสได้เช่นกันหรือการกอดก็เป็นการแสดงความรักผ่านการสัมผัสรูปแบบหนึ่ง นอกจากนี้การสัมผัสยังเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของมนุษย์ จากการวิจัย 6 ชิ้นของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและมหาวิทยาลัยเยล พบว่า ผิวสัมผัสมีผลต่อแนวคิดและจินตนาการของมนุษย์ การที่เราได้สัมผัสสิ่งที่มีพื้นผิวแตกต่างกันจะช่วยให้เราสามารถตัดสินใจและรับรู้ได้ว่าสิ่งที่สัมผัสคืออะไร การมองเห็น การมองเห็น หรือการรับรู้สิ่งต่างๆ ผ่านดวงตา เป็นหนึ่งใน ประสาทสัมผัส ที่มีความสำคัญและเป็นกระบวนการที่มีความซับซ้อนมาก ๆ โดยการรับรู้ผ่านดวงตาจะเริ่มจากแสงได้กระทบวัตถุแล้วส่งมาที่ดวงตา […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน