หู คอ จมูก

หู จมูก และคอ เป็นอวัยวะที่สำคัญต่อการใช้ชีวิตประจำวันเป็นปกติ การรักษาสุขภาพของหู จมูก และคอ ให้มีสุขภาพดี จะช่วยให้เรามีความสุขกับการใช้ชีวิตในแต่ละวันได้มากยิ่งขึ้น Hello คุณหมอ จึงขอรวบรวมเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพของ หู คอ จมูก ไว้ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

หู คอ จมูก

กลืนน้ำลายแล้วเจ็บคอ หมายถึงอาการที่รู้สึกเจ็บและระคายเคืองภายในปากหรือคอ เวลาที่กลืนน้ำลาย ดื่มน้ำ หรือกลืนอาหาร ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัส การติดเชื้อรา หรือโรคกรดไหลย้อนที่ส่งผลให้เกิดอาการอักเสบและระคายเคืองภายในคอ ซึ่งวิธีการรักษาก็อาจจะแตกต่างกันออกไปตามสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเจ็บคอ ดังนั้น จึงควรสังเกตอาการตัวเอง และรีบเข้ารับการรักษาจากคุณหมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ สาเหตุที่ทำให้กลืนน้ำลายแล้วเจ็บคอ การติดเชื้อแบคทีเรีย อาการเจ็บคอเวลากลืนน้ำลาย อาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียสเตรปโตคอสคัส ไพโอจีน (Streptococcus pyogenes) หรือเรียกอีกอย่างว่า เชื้อสเตรปโตคอสคัสกลุ่มเอ (Group A streptococcus) ทำให้เกิดอาการคออักเสบ เจ็บคอ โดยเฉพาะเวลากลืนน้ำลาย ระคายเคืองคอ คอบวมและแดง ปวดหัว มีไข้ คลื่นไส้ และอาเจียน  การติดเชื้อแบคทีเรียสามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรีย รวมถึงอาจดูแลตัวเองด้วยการดื่มน้ำอุ่นผสมน้ำผึ้ง และกลั้วปากด้วยน้ำเกลือ เพื่อช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ รวมถึงการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำมาก ๆ  และออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อให้ร่างกายมีสุขภาพที่แข็งแรง การติดเชื้อไวรัส การติดเชื้อไวรัสที่ระบบทางเดินหายใจ เช่น จมูก คอ หลอดลม อาจทำให้มีอาการกลืนน้ำลายแล้วเจ็บคอได้ ซึ่งโรคที่พบได้บ่อย มีดังนี้ โรคหวัด มักเกิดจากการติดเชื้อไรโนไวรัส (Rhinoviruses) แต่ก็สามารถเกิดขึ้นจากเชื้อไวรัสอื่น ๆ […]

หมวดหมู่ หู คอ จมูก เพิ่มเติม

หัวข้อ หู คอ จมูก เพิ่มเติม

โรคคอ

คอแห้ง อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น อากาศแห้ง การติดเชื้อทางเดินหายใจ ร่างกายขาดน้ำ ซึ่งอาจทำให้มีอาการระคายคอ กลืนลำบาก และกระหายน้ำบ่อย ส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพ แต่ควรรู้วิธีการรักษาและวิธีป้องกันเพื่อช่วยบรรเทาอาการคอแห้ง ไม่ให้รบกวนต่อการใช้ชีวิตประจำวัน คำจำกัดความคอแห้งคืออะไร คอแห้ง  เป็นอาการที่พบบ่อยโดยเฉพาะในช่วงที่มีอากาศหนาวเย็นและอากาศแห้ง หรือเมื่อร่างกายขาดน้ำ โดยส่วนใหญ่มักไม่ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรง แต่อาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพ เช่น การติดเชื้อทางเดินหายใจ   อาการอาการคอแห้ง อาการคอแห้งอาจเป็นสัญญาณของอาการป่วยหรือภาวะขาดน้ำ และอาจมาพร้อมอาการ ต่อไปนี้ รู้สึกระคายเคืองคอ กระหายน้ำบ่อย กลืนน้ำลายลำบาก มีเสมหะ ไอ จาม เจ็บคอ แสบคอ สาเหตุสาเหตุของอาการคอแห้ง คอแห้งอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้ ไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ เป็นโรคทางเดินหายใจที่เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการเจ็บคอ และคอแห้ง นอกจากนี้ อาจทำให้เกิดอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ไอ จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล มีไข้ ปวดเมื่อยร่างกาย คออักเสบ เป็นอาการเจ็บคอที่เกิดจากการติดเชื้อในลำคอ มักเกิดจากแบคทีเรีย เสตร็ปโตคอสคัส (Streptococcus pyogenes) ทำให้เกิดอาการคอแห้ง มีไข้ คลื่นไส้อาเจียน ปวดเมื่อร่างกาย และต่อมน้ำเหลืองบวมที่คอ การขาดน้ำ เมื่อร่างกายขาดน้ำอาจทำให้เกิดอาการคอแห้งได้ และอาจเป็นสัญญาณของภาวะขาดน้ำ เช่น ปัสสาวะน้อยลงและมีสีเข้ม กระหายน้ำมาก อ่อนแรง […]

โรคหู

หูชั้นในอักเสบ เป็นการติดเชื้อที่ส่งผลทำให้หูชั้นในเกิดการอักเสบ อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ บ้านหมุน การทรงตัวผิดปกติ และอาจสูญเสียการได้ยิน  ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ดังนั้นการรู้ถึงสาเหตุ การรักษาและการป้องกัน อาจช่วยรับมือกับปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นได้   คำจำกัดความหูชั้นในอักเสบ คืออะไร หูชั้นในอักเสบ คือการติดเชื้อไวรัสหรือเชื้อแบคทีเรียที่อาจเป็นผลมาจากการติดเชื้อที่หูชั้นกลาง แพร่กระจายไปยังหูชั้นใน ทำให้หูชั้นในอักเสบ และทำให้การส่งสัญญาณประสาทรับความรู้สึกจากหูไปยังสมองหยุดชะงัก ส่งผลกระทบต่อความสมดุลของการทรงตัว อาการวิงเวียนศีรษะ และการได้ยิน อาการอาการหูชั้นในอักเสบ อาการของหูชั้นในอักเสบที่พบบ่อย มีดังนี้ วิงเวียนศีรษะ บ้านหมุน ปวดหู คลื่นไส้คล้ายอาการเมารถ และอาเจียน มีไข้ หูอื้อหรือสูญเสียการได้ยิน การเคลื่อนไหวเสียสมดุลเหมือนจะล้ม ลูกตาสั่น มองเห็นไม่ชัด ตาพร่ามัว สาเหตุสาเหตุหูชั้นในอักเสบ สาเหตุของหูชั้นในอักเสบอาจแบ่งได้ดังนี้ หูชั้นในอักเสบจากไวรัส สาเหตุส่วนใหญ่ของหูชั้นในอักเสบเกิดจากการติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจส่วนบน เช่น การติดเชื้อหัดเยอรมัน ไข้หวัดใหญ่ การติดเชื้อไซโตเมกาโลไวรัส (Cytomegalovirus) โรคคางทูม ที่ลามไปถึงหูชั้นในส่งผลทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ บ้านหมุน คลื่นไส้อาเจียน และสูญเสียการได้ยิน หูชั้นในอักเสบจากแบคทีเรีย อาจเกิดขึ้นจากเชื้อสเตรปโตคอคคัสนิวโมเนียอี (Streptococcus pneumoniae) หรือเชื้อฮีโมฟิลุส อินฟลูเอนเซ่ (Haemophilus influenzae) ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการติดเชื้อที่หูชั้นนอกลุกลามมายังหูชั้นใน โรคหูชั้นกลางอักเสบเรื้อรัง หรือภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากแบคทีเรีย ปัจจัยเสี่ยงปัจจัยเสี่ยงหูชั้นในอักเสบ ปัจจัยที่อาจเพิ่มความเสี่ยงทำให้หูชั้นในอักเสบ มีดังนี้ หูชั้นกลางอักเสบ ภาวะภูมิต้านทานตนเอง การติดเชื้อไวรัส เช่น โรคหัด เริม หลอดลมอักเสบ ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ เยื่อบุสมองอักเสบ การบาดเจ็บที่ศีรษะ การสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ความเครียด การใช้ยาบางชนิด การวินิจฉัยและการรักษาข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาคุณหมอทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม การวินิจฉัยหูชั้นในอักเสบ คุณหมอจะสอบถามข้อมูลของอาการและตรวจร่างกายเพื่อวินิจฉัยโรค ดังนี้ ตรวจความดันโลหิต ทดสอบการได้ยิน ให้ผู้ป่วยขยับหัวอย่างรวดเร็ว ตรวจการเคลื่อนไหวของดวงตา ตรวจการติดเชื้อในช่องหู นอกจากนี้คุณหมออาจทดสอบเพิ่มเติมด้วยการตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (Electroencephalogram : EEG) เป็น ซีทีสแกน […]

โรคหู

หูน้ำหนวก หรือ โรคหูชั้นกลางอักเสบ เป็นภาวะที่เกิดการอักเสบภายในหูชั้นกลาง ส่งผลให้เยื่อแก้วหูบวม หูอื้อ ปวดหู และมีน้ำไหลออกจากหู หากปล่อยไว้นาน และไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาจทำให้น้ำหนองไหลออกจากหูมากขึ้น มีกลิ่นเหม็น และแก้วหูเสียหายได้ คำจำกัดความหูน้ำหนวก คืออะไร หูน้ำหนวก หรือ โรคหูชั้นกลางอักเสบ คือ การติดเชื้อไวรัส หรือเชื้อแบคทีเรียที่หลังแก้วหู จนส่งผลให้หูชั้นกลางอักเสบ สามารถเกิดขึ้นในหูข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้ง 2 ข้างพร้อมกัน และสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย แต่อาจพบบ่อยในเด็ก เนื่องจากท่อปรับความดันในหูชั้นกลางของเด็กยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ หูน้ำหนวกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้ หูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลัน การติดเชื้อในหูชั้นกลางอาจเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้ในหูอักเสบ บวมแดง มีหนองบริเวณหลังแก้วหู ทั้งยังอาจส่งผลให้มีไข้ และมีอาการเจ็บปวดด้วย หูชั้นกลางอักเสบเรื้อรัง เป็นการติดเชื้อในหูชั้นกลางที่อาจเกิดขึ้นซ้ำ ๆ  เป็นระยะเวลาหลายเดือน หรืออาจเป็นปี ภาวะหูชั้นกลางอักเสบเรื้อรังอาจไม่ทำให้เกิดอาการเจ็บปวด หรือมีไข้ แต่อาจทำให้มีของเหลว หรือหนองไหลออกจากช่องหู เสี่ยงเยื่อแก้วหูทะลุ และสูญเสียการได้ยินเล็กน้อย อาการอาการหูน้ำหนวก อาการหูน้ำหนวกที่พบบ่อยในเด็ก ได้แก่ มีไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส ปวดศีรษะ มีของเหลว หรือหนองไหลออกจากหู ร้องไห้มากกว่าปกติ เด็กมักดึงหูตัวเอง เบื่ออาหาร อาการหูน้ำหนวกในผู้ใหญ่ ได้แก่ ปวดหู มีหนองหรือของเหลวไหลออกจากหู มีปัญหาในการได้ยิน สาเหตุสาเหตุของ หูน้ำหนวก การติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส ที่มาจากไข้หวัด โรคภูมิแพ้ […]

โรคหู

หูชั้นนอกอักเสบ เป็นภาวะอักเสบของหูชั้นนอกซึ่งเกิดจากการติดเชื้อ มีอาการตั้งแต่ไม่รุนแรงไปจนถึงรุนแรงมากหากไม่ได้รับการรักษา เช่น อาการคัน เจ็บปวดในหู หนองไหลมีกลิ่นเหม็น หรืออาจทำให้การได้ยินลดลง ดังนั้นจึงควรรู้เกี่ยวกับสาเหตุ การรักษา และการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาที่รุนแรงตามมา คำจำกัดความหูชั้นนอกอักเสบ คืออะไร หูชั้นนอกอักเสบ คือ การติดเชื้อในช่องหูชั้นนอกซึ่งเป็นท่อระหว่างหูชั้นนอกกับแก้วหู ทำให้เกิดอาการอักเสบ โดยมีลักษณะผิวที่หนา แดงบวม ทำให้รู้สึกไม่สบายหู หรือคันหู อาการอาการหูชั้นนอกอักเสบ อาการของหูชั้นนอกอักเสบในระยะแรกมักไม่รุนแรง แต่หากไม่ได้รับการรักษาจนเกิดการติดเชื้อ อาจทำให้อาการรุนแรงขึ้นได้ ซึ่งระดับ ของอาการจะเริ่มที่ไม่รุนแรง ระยะปานกลาง และระยะรุนแรง ดังนี้ ระยะไม่รุนแรง ในช่องหูมีสีแดงเล็กน้อย รู้สึกไม่สบายหู และมีอาการคันในช่องหู ของเหลวมีกลิ่นเหม็นไหลออกมาจากหู ระยะปานกลาง อาการคันรุนแรงขึ้น และเจ็บปวด ในช่องหูมีสีแดงมากขึ้น รู้สึกมีสิ่งอุตันในช่องหู เนื่องจากการบวมและของเหลวภายในหู ของเหลวมีกลิ่นเหม็นไหลออกมาจากหูมากขึ้น การได้ยินลดลง ระยะรุนแรง ช่องหูชั้นนอกบวมและแดง ต่อมน้ำเหลืองที่คอบวม การอุดตันในช่องหูจากอาการบวมและของเหลวภายในหูมากขึ้น มีอาการปวดอย่างรุนแรงซึ่งอาจลุกลามไปที่ใบหน้า คอ หรือศีรษะ มีไข้ ควรไปพบคุณหมอเมื่อใด คุณควรไปพบคุณหมอ เมื่อมีอาการต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้น ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ควรปรึกษาคุณหมอเกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์และระดับความรุนแรง สาเหตุสาเหตุของหูชั้นนอกอักเสบ โดยปกติช่องหูชั้นนอกจะสร้างขี้หู เพื่อป้องกันการติดเชื้อและกีดขวางการเจริญเติบโตของแบคทีเรียตามธรรมชาติ แต่เมื่อผิวหนังในช่องหูเกิดรอยแผล หรือรอยขีดข่วน เชื้อโรคก็อาจเข้ามาในช่องหูและทำให้เกิดการติดเชื้อได้ ด้วยสาเหตุต่าง ๆ ดังนี้ การแคะหู การใช้ไม้แคะหู เล็บ หรือกิ๊บติดผม ทำความสะอาดหู และการใช้หูฟัง หรือที่อุดหู สิ่งเหล่านี้อาจทำให้เกิดรอยขีดข่วนหรือบาดแผลภายในรูหูได้ ความระคายเคืองและโรคผิวหนัง เครื่องสำอาง หรือเครื่องประดับอาจสร้างความระคายเคืองให้กับผิวหนังได้ นอกจากนี้ โรคผิวหนัง เช่น สิว กลาก […]

โรคหู

ท่อยูสเตเชียน เป็นท่อที่อยู่ภายในช่องหูที่เชื่อมต่อระหว่างโพรงจมูกหลังหูและหูชั้นกลาง มีหน้าที่หลักในการช่วยควบคุมระดับความดันในหู และระบายของเหลวที่อยู่ด้านในออก แต่ถ้าหากเกิดกรณีที่ ท่อยูสเตเชียนทำงานผิดปกติ จนผลกระทบต่อการได้ยิน คุณอาจสามารถค้นหาสาเหตุเบื้องต้นได้ จากบทความของ Hello คุณหมอ นี้ที่นำมาฝากกันทุกคนได้เลยค่ะ คำจำกัดความท่อยูสเตเชียนทำงานผิดปกติ คืออะไร ท่อยูสเตเชียนทำงานผิดปกติ (Eustachian tube dysfunction ; ETD) คือ การที่ภายในหูชั้นกลางเกิดการอุดกั้นเนื่องจากสาเหตุต่าง ๆ ทำให้ความดันอากาศที่ผ่านเข้าภายในหูเวลาบดเคี้ยวอาหาร กลืนอาหาร หรือหาว เพิ่มระดับขึ้น จนส่งผลกระทบต่อการได้ยินเสียง และทำให้เกิดอาการต่าง ๆ ขึ้น เช่น หูอื้อ ปวดหู ท่อยูสเตเชียนทำงานผิดปกติ พบได้บ่อยแค่ไหน ภาวะท่อยูสเตเชียนทำงานผิดปกติ เป็นโรคที่พบได้ค่อนข้างบ่อย สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ มีอาการป่วยเป็นประจำ รวมไปถึงผู้ที่ทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น เดินป่า นั่งเครื่องบิน อาการอาการของ ภาวะท่อยูสเตเชียนทำงานผิดปกติ อาการของ ภาวะท่อยูสเตเชียนทำงานผิดปกติ มีตั้งแต่ระดับเบาไปจนถึงรุนแรง และอาการอาจแตกต่างกันไป ดังต่อไปนี้ รู้สึกเหมือนมีน้ำขังในหู หูอื้อ ได้ยินเสียงรอบข้างไม่ชัดเจน รู้สึกปวดหู และบริเวณรอบหู มีอาการเวียนศีรษะ ควรไปพบคุณหมอเมื่อใด โดยปกติ ภาวะท่อยูสเตเชียนทำงานผิดปกติ อาจหายไปได้เอง โดยใช้ระยะเวลาไม่นาน แต่หากเป็นกรณีที่มีการติดเชื้อ ทำให้เกิดอาการปวดหูนานเกิน 2 สัปดาห์ […]

โรคคอ

ปวดคอ ปวดไหล่ เป็นปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นได้โดยทั่วไป จากความเมื่อยล้าในการทำงาน การทำกิจกรรม หรือการออกกำลังกาย ซึ่งปัญหาดังกล่าวแค่เพียงพักผ่อน หรือบรรเทาอาการปวดเมื่อยด้วยวิธีต่าง ๆ ก็ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้ แต่ถ้าอาการปวดคอ ปวดไหล่ พ่วงมากับอาการแหงนคอไม่ได้ ก้มหัวไม่ลง คอบิดไปที่ไหล่ข้างใดข้างหนึ่งล่ะก็ คุณอาจกำลังประสบกับ โรคคอบิดเกร็ง ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพคอที่มากกว่าการปวดเมื่อยธรรมดา แต่ คอบิดเกร็ง คืออะไร และอันตรายมากน้อยแค่ไหน บทความนี้จาก Hello คุณหมอ จะพาไปรู้จักกับคอบิดเกร็งให้มากขึ้น  คอบิดเกร็ง เป็นอย่างไร โรคคอบิดเกร็ง เป็นปัญหาสุขภาพคอที่เกิดจากการที่กล้ามเนื้อคอหดตัวอย่างกะทันหัน ทำให้ศีรษะบิดหรือหันไปข้างใดข้างหนึ่ง หรือไม่สามารถควบคุมศีรษะให้เอียงไปข้างหน้าหรือข้างหลังได้ ภาวะกล้ามเนื้อคอบิดเกร็งจะทำให้เกิดอาการเจ็บหรือปวดที่คอ และตำแหน่งของศีรษะ คอ และไหล่ อยู่ในทิศทางที่ผิดไปจากเดิม ซึ่งอาจมีผลต่อการทำกิจกรรมหรือการใช้ชีวิตประจำวัน อาการคอบิดเกร็งนั้นเกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่เป็นไปได้ว่าอาจเกิดจาก ความผิดปกติของระบบประสาท เช่น โรคพาร์กินสัน การใช้ยาที่มีฤทธิ์ยับยั้งโดพามีน เช่น ยาสำหรับรักษาอาการทางจิตเวช การบาดเจ็บที่ศีรษะ คอ ไหล่ พันธุกรรม หรือสมาชิกในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคนี้มาก่อน ปัญหาสุขภาพจิต อย่างไรก็ตาม ภาวะดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก และส่วนใหญ่แล้วจะพบได้กลุ่มวัยกลางคน  อาการ คอบิดเกร็ง มีอะไรบ้าง โรคคอบิดเกร็ง โดยทั่วไปที่พบได้ มีดังนี้ มีอาการเจ็บหรือปวดที่คอหรือไหล่ โดยอาการปวดจะเริ่มอย่างช้า ๆ ไม่ใช่อาการปวดชนิดเฉียบพลัน และมักจะมีอาการปวดในด้านเดียวกับที่ศีรษะเอียงไป เช่น […]

โรคจมูก

ริดสีดวงจมูก ป้องกันได้อย่างไร โรคริดสีดวงเกิดขึ้นจากอาการแพ้หรือการติดเชื้อ ที่ทำให้เยื่อบุโพรงจมูกอักเสบเรื้อรัง และก่อให้เกิดติ่งก้อนเนื้อเล็ก ๆ สามารถป้องกันได้ด้วยการจัดการกับอาการแพ้ และปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ เช่น ล้างมือบ่อย ๆ ทำความสะอาดบ้าน เพิ่มความชื้นของอากาศในบ้าน โรคริดสีดวงจมูก เป็นอย่างไร ริดสีดวงจมูก เกิดจากอาการแพ้ หรืออาการติดเชื้อ ที่ก่อให้เกิดการอักเสบบริเวณเยื่อบุจมูกเรื้อรัง ส่งผลให้เกิดอาการบวม แดง และมีการสะสมของเหลวเอาไว้ จนกระทั่งกลายเป็นติ่งเนื้อก้อนเล็ก ๆ หลายก้อน คล้ายกับหยดน้ำตายื่นออกมา ซึ่งติ่งเนื้อที่ยื่นออกมาเหล่านี้จะปิดกั้นบริเวณทางเดินจมูก ติ่งเนื้อริดสีดวงจมูกนี้ไม่ใช่มะเร็งแต่อย่างใด แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ควรชะล่าใจ เพราะหากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษาให้ดีขึ้น อาจเสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตได้ ริดสีดวงจมูก มักก่อให้เกิดอาการต่าง ๆ ดังนี้ หายใจไม่สะดวก หรือหายใจไม่ออก ความสามารถในการรับกลิ่นลดลง ความสามารถในการรับรสชาติลดลง มีเสมหะในลำคอ น้ำมูกไหล ปวดศีรษะ ปวดตามใบหน้า ปวดฟัน เลือดกำเดาไหลบ่อย ริดสีดวงจมูก ป้องกัน ได้อย่างไรบ้าง แพทย์สามารถทำการรักษาริดสีดวงจมูกได้ ทั้งการให้ยาปฏิชีวนะ ยาแก้แพ้ ยาลดน้ำมูก หรือยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroids) ชนิดฉีดพ่น หรือรักษาโดยการผ่าตัดเอาติ่งเนื้อออก เพื่อระบายของเหลวในจมูก ทำให้หายใจได้สะดวกขึ้น มากไปกว่านั้น […]

โรคจมูก

เมื่อไหร่ก็ตามที่มีน้ำมูกไหล หลายคนก็แทบจะอนุมานได้ในทันทีว่านั่นคืออาการหวัด แต่จริง ๆ แล้ว อาการน้ำมูกไหลที่มักจะเป็นซ้ำแล้วซ้ำอีก แถมยังพ่วงมาด้วยอาการไอ เจ็บคอ มีไข้ เสมหะในลำคอ อาจไม่ได้หยุดแค่เพียงไข้หวัดเท่านั้น เพราะจริง ๆ แล้วอาจเสี่ยง เป็นไซนัส หรือไซนัสอักเสบได้เช่นกัน แต่ ไซนัสอักเสบ คืออะไร แล้วเป็นหวัดกับเป็นไซนัสเหมือนหรือต่างกันมากน้อยแค่ไหน Hello คุณหมอ มีคำตอบมาฝากแล้วค่ะ โรคไซนัส คืออะไร  โรคไซนัส หรือ ไซนัสอักเสบ เกิดจากการอักเสบและบวมที่บริเวณเยื่อบุจมูกหรือโพรงอากาศที่อยู่ใกล้จมูก หรือเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียหรือติดเชื้อไวรัสที่บริเวณเยื่อบุจมูกหรือโพรงอากาศจนเกิดการอักเสบ ส่งผลให้เกิดอาการไซนัสอักเสบ ดังนี้ ปวดศีรษะ เนื่องจากความดันในรูจมูกได้ปิดกั้นโพรงอากาศบางส่วนหรือทั้งหมด ทำให้เกิดแรงดันสะสมอยู่ภายในจมูก ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ เมื่อกดไปที่ใบหน้าหรือบริเวณโพรงอากาศจะรู้สึกเจ็บ มีไข้สูง 38 องศาเซลเซียส น้ำมูกมีสีเหลืองหรือสีเขียว ขุ่นมัว  คัดจมูก มีเสมหะในลำคอ เจ็บคอ มีอาการไอ ความสามารถในการรับกลิ่นลดลง อ่อนเพลีย เป็นไซนัส หรือเป็นหวัดจะแยกได้อย่างไร จากลักษณะอาการข้างต้น จะเห็นได้ว่าอาการของ ไซนัสอักเสบ ช่างคล้ายกับอาการไข้หวัดเสียเหลือเกิน จนบางครั้งก็อาจทำให้เกิดความสับสนว่า ตกลงอาการที่เป็นอยู่ในขณะนี้เป็นไซนัส หรือว่า เป็นหวัด กันแน่ อย่างไรก็ตาม แม้อาการของ ไซนัสอักเสบ กับไข้หวัดจะคล้ายกันจนแทบจะแยกไม่ออก แต่ก็มีข้อแตกต่างอยู่บางประการที่สามารถช่วยให้เราจำแนกอาการของไซนัสออกจากอาการไข้หวัดได้ ดังนี้ ไซนัสอักเสบจะทำให้เกิดอาการปวด หรือกดแล้วเจ็บที่บริเวณจมูก หรือบริเวณโพรงอากาศ เนื่องจากโพรงอากาศเป็นอวัยวะที่อยู่ในจมูก ด้านหลังโหนกแก้ม รอบดวงตา และหน้าผาก […]

โรคคอ

ฝีรอบต่อมทอนซิล (Peritonsillar Abcess) คือ การติดเชื้อแบคทีเรียที่บริเวณคอหรือต่อมทอนซิล การติดเชื้อที่บริเวณเนื้อเยื่อดังกล่าวทำให้เกิดการสะสมหนองจนบวมและกลายเป็นฝี ส่งผลให้มีอาการปวดและบวมที่ลำคอ คำนิยามฝีรอบต่อมทอนซิล คืออะไร ฝีที่ต่อมทอนซิล หรือฝีรอบต่อมทอนซิล (Peritonsillar Abcess) คือ การติดเชื้อแบคทีเรียที่บริเวณคอหรือ ต่อมทอนซิล การติดเชื้อที่บริเวณเนื้อเยื่อดังกล่าวทำให้เกิดการสะสมของหนองจนเกิดอาการบวมและกลายเป็นฝี ส่งผลให้มีอาการปวดและบวมที่ลำคอ หากรุนแรงอาจเสี่ยงที่จะเกิดการอุดตันในลำคอ ทำให้การกลืนอาหารหรือการหายใจเป็นไปได้ยาก มากไปกว่านั้น ภาวะต่อมทอนซิลอักเสบที่ปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษา อาจเสี่ยงที่จะทำให้กลายเป็นฝีรอบต่อมทอนซิลได้เช่นกัน ฝีรอบต่อมทอนซิล พบบ่อยแค่ไหน ฝีรอบต่อมทอนซิลมักเกิดได้บ่อยในเด็กวัยรุ่น และเกิดได้ง่ายในช่วงฤดูหนาว เนื่องจากมีสภาพอากาศที่แห้งและเย็นทำให้เกิดอาการหวัด อาการไอ ที่นำไปสู่อาการเจ็บคอและ ต่อมทอนซิล อักเสบ อาการอาการของ ฝีรอบต่อมทอนซิล อาการทั่วไปของฝีรอบต่อมทอนซิลมีดังนี้ เกิดการติดเชื้อที่ ต่อมทอนซิล ข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง มีไข้และหนาวสั่น อ้าปากลำบาก กลืนอาหารลำบาก กลืนน้ำลายลำบาก บวมที่ใบหน้าและลำคอ ปวดศีรษะ เสียงอู้อี้ในลำคอ เจ็บคอ ต่อมน้ำเหลืองบวม ปวดที่หูโดยเฉพาะหูฝั่งเดียวกับที่มีอาการเจ็บคอ มีกลิ่นปาก ในกรณีที่อาการรุนแรงหรือเกิดภาวะแทรกซ้อน อาจมีอาการดังต่อไปนี้ ปอดติดเชื้อ ทางเดินหายใจอุดกั้น เชื้อแบคทีเรียกระจายไปยังลำคอ ปาก หน้าอก ฝีแตก หากไม่รักษาฝีรอบ ต่อมทอนซิล จะเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อไปยังอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย หรือปิดกั้นทางเดินหายใจจนกระทบกับกระบวนการหายใจ ควรพบหมอเมื่อใด หากมีอาการเจ็บคอ กลืนน้ำ อาหาร และน้ำลายลำบาก รวมถึงมีการอุดกั้นในระบบทางเดินหายใจ ควรไปพบคุณหมอ สาเหตุสาเหตุของฝีรอบต่อมทอนซิล ฝีรอบต่อมทอนซิลเกิดจากภาวะแทรกซ้อนของต่อมทอนซิลอักเสบ หรือภาวะ ต่อมทอนซิล อักเสบ ที่ปล่อยไว้ไม่ได้รับการรักษาจนกระทั่งอาการรุนแรงขึ้น หรือเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในกลุ่ม A beta-hemolytic streptococcus ที่บริเวณเนื้อเยื่อในลำคอและต่อมทอนซิล จนเกิดการสะสมหนองเอาไว้ก่อนจะบวมกลายเป็นฝี ปัจจัยเสี่ยงปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงการเกิดฝีรอบต่อมทอนซิล ปัจจัยต่าง ๆ […]

โรคคอ

โรคคอตีบ หรือ คอตีบ (Diphtheria) คือโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดร้ายแรง และส่งผลต่อเยื่อเมือกในลำคอ และจมูก จัดเป็นโรคติดต่อชนิดหนึ่งที่สามารถติดต่อไปยังผู้อื่นได้ง่ายผ่านทางการไอ จาม สัมผัสโดยตรงกับผู้ติดเชื้อคอตีบ คำนิยามคอตีบ คืออะไร โรคคอตีบ หรือคอตีบ (Diphtheria) คือโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดร้ายแรง ส่งผลต่อเยื่อเมือกในลำคอ และจมูก จัดเป็นโรคติดต่อชนิดหนึ่งที่สามารถติดต่อไปยังผู้อื่นได้ง่ายผ่านทางการไอ จาม สัมผัสโดยตรงกับผู้ติดเชื้อคอตีบ หรือใช้ของร่วมกับผู้ป่วยโรคคอตีบ โรคคอตีบ หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาเชื้อแบคทีเรียสามารถแพร่กระจายไปยังระบบประสาท ไต และหัวใจ ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต อย่างไรก็ตามโรคคอตีบสามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน คอตีบ พบบ่อยแค่ไหน โรคคอตีบ มักเกิดกับผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคคอตีบโดยเฉพาะในเด็ก และผู้ที่อาศัยหรือเดินทางไปยังพื้นที่แออัด หรือพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคคอตีบ อาการอาการของ คอตีบ อาการโดยทั่วไปของ โรคคอตีบ มีดังนี้ มีพังผืดสีเทาหนาบริเวณลำคอและต่อมทอนซิล เจ็บคอ เสียงแหบ ต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ในลำคอโตและบวม หายใจลำบากหรือหายใจเร็ว กลืนอาหารลำบาก ผิวมีสีม่วงคล้ำ พูดไม่ชัด มีปัญหาด้านการมองเห็น น้ำมูกไหล มีไข้สูงและหนาวสั่น วิงเวียนศีรษะ มีสัญญาณของอาการช็อก เช่น ผิวซีด เหงื่อออก ตัวเย็น หัวใจเต้นเร็ว ในกรณีที่มีการติดเชื้อทางผิงหนัง จะเกิดแผลพุพอง แดง ที่ขา เท้า และมือ อาการของ โรคคอตีบ มักจะแสดงอาการหลังจากที่ได้รับเชื้อผ่านไป 2-5 วัน อย่างไรก็ตาม อาจมีบางอาการที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น ดังนั้น หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการ ควรปรึกษาคุณหมอ ควรพบหมอเมื่อใด เด็กและผู้ใหญ่ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนป้องกัน โรคคอตีบ ควรไปพบคุณหมอเพื่อรับการฉีดวัคซีน และถ้าหากสัมผัสได้ว่าคุณหรือลูกของคุณมีอาการของโรคคอตีบ […]