home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

6 ประโยชน์ของแตงโม ผลไม้สีแดงหวานฉ่ำ ที่รับประทานเมื่อไหร่ก็ชื่นใจ

6 ประโยชน์ของแตงโม ผลไม้สีแดงหวานฉ่ำ ที่รับประทานเมื่อไหร่ก็ชื่นใจ

หากนึกถึงวิธีคลายร้อนแล้วละก็ การรับประทานแตงโมในรูปแบบการแช่เย็น นับว่าเป็นอีกวิธีที่ช่วยได้ดีเลยทีเดียว เพราะเป็นการดับอุณหภูมิความร้อนจากภายใน นอกจากการรับประทานแตงโมแบบผลสด ๆ แล้ว เรายังสามารถนำมาทำเป็นเครื่องดื่ม หรือท็อปปิ้งกินคู่กับไอศกรีมเย็น ๆ เพิ่มอรรถรสในการรับประทาน สร้างความหลากหลายให้ทุกเมนูได้อย่างน่าอัศจรรย์ แต่ก่อนรับประทานนั้น วันนี้ Hello คุณหมอ ขอพาทุกคนมารู้จักกับ ประโยชน์ของแตงโม เสียก่อน ว่าสามารถช่วยบำรุงสุขภาพของเราในด้านใดได้บ้าง

สารอาหารที่อยู่ในแตงโมมีอะไรบ้าง

ผลไม้หน้าร้อนที่ใคร ๆ ก็รู้จักเป็นที่ทานเมื่อไหร่ก็ทำให้รู้สึกสดชื่น ซึ่งสารอาหารในแตงโมนี้มีมากมายจนเราคาดไม่ถึงเลยทีเดียว เพราะแค่รับประทานในปริมาณ 1 ถ้วยต่อวัน ก็สามารถทำให้เราได้รับสารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายได้อย่างเต็มเปี่ยม ดังนี้

นอกจากนี้ ยังมีวิตามินเอ เบตาแคโรทีน ลูทีน ไลโคปีน โคลีน ที่อยู่ในแตงโม ซึ่งเข้าไปช่วยปรับความสมดุล บรรเทาอาการโรคต่าง ๆ ทั้งช่วยให้สุขภาพของคุณแข็งแรงขึ้นอีกด้วย

6 ประโยชน์ของแตงโม กับสุขภาพ ที่ไม่ได้มีดีแค่ความอร่อย

ใครว่าแตงโมมีดีแค่อร่อยคงต้องคิดใหม่เสียแล้ว เพราะยังมีประโยชน์อีกหลายด้านแอบแฝงอยู่ โดยที่คุณไม่รู้ตัวและคาดไม่ถึงเลยทีเดียว ซึ่งประโยชน์ของแตงโมมีดังต่อไปนี้

  1. ป้องกันโรคหอบหืด

ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า อนุมูลอิสระมีส่วนที่ทำให้คุณสามารถป่วยเป็นโรคหอบหืดได้ การที่ทานแตงโมเข้าไปจะทำให้สารต้านอนุมูลอิสระ และวิตามินซี เข้าไปช่วยป้องกัน ไม่ให้เกิดการกระตุ้นอาการใด ๆ แทรกซ้อนได้เพิ่มเติม และลดโอกาสที่ทำให้คุณป่วยอยู่ในภาวะหอบหืดได้

  1. โรคมะเร็ง

สถาบันมะเร็งแห่งชาติ (The National Cancer Institute หรือ NCI) พบว่า สารต้านอนุมูลอิสระในแตงโมช่วยลดความเสียหายของเซลล์ที่อาจก่อให้เกิดเป็นโรคมะเร็งได้ พร้อมทั้งมีไลโคปีนที่ยับยั้งความเสี่ยงของมะเร็งต่อมลูกหมากได้อีกเช่นกัน

  1. บำรุงสมอง และระบบประสาท

การรับประทานแตงโมที่เพียงพอต่อวันเป็นประจำ อาจช่วยให้คุณมีความจำที่ดีขึ้น มีการพัฒนาของสมองด้านการเรีนรู้ และยังรักษาโครงสร้างเยื่อหุ้มเซลล์จากโคลีนซึ่งเป็นสารชนิดหนึ่งที่อยู่ในแตงโม แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอถึงการรับประทานแตงโม เพื่อชะลอการลุกลามของโรคสมองเสื่อม หรือโรคอัลไซเมอร์ได้

  1. บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ

ด้วยแตงโมเป็นผลไม้ที่มีน้ำเยอะถึง 90% จึงทำให้ลดอาการปวดกล้ามเนื้อ และช่วยฟื้นฟูการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา หรือผู้ที่ออกกำลังกายมาหนัก ๆ ได้ ในการศึกษาปี 2017 ได้ทดสอบให้นักกีฬาดื่มน้ำผลไม้ก่อนการแข่งขัน 2 ชั่วโมง โดยผู้ดื่มรายงานว่า อาการปวดกล้ามเนื้อนั้นบรรเทาลง และดีขึ้นกว่าเดิม

  1. เพิ่มประสิทธิภาพด้านการมองเห็น

ไลโคปีนที่ถูกค้นพบในผลแตงโม มีส่วนช่วยให้ดวงตาของเรามีการทำงานที่ดี ลดการอักเสบ และป้องกันการเสื่อมสภาพของจอประสาทตาตามการใช้งาน หรือช่วงอายุที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ตาของคุณบอดได้

  1. บำรุงผิว และเส้นผม

วิตามินเอ วิตามินซี ที่อยู่ในแตงโม มีความสามารถในการสร้างคอลลาเจน ที่เป็นโปรตีนส่งเสริมให้เส้นผมของคุณดูสุขภาพดีแข็งแรง ไม่หลุดร่วงง่าย และเพิ่มความอ่อนนุ่มให้แก่ผิวของคุณดูชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา ไม่แห้งกร้าน หรือแตกเป็นขุย จนทำให้คุณรู้สึกสูญเสียความมั่นใจ

ความเสี่ยงของการรับประทานแตงโมมากเกินควร

การรับประทานแตงโมที่พอดีควรทานอยู่ในปริมาณ 1 ถ้วยต่อวัน หรือในปริมาณ 154 กรัม จึงจะพ้นจากความเสี่ยง และไม่มีอันตรายใด ๆ ต่อสุขภาพร่างกายของคุณ แต่หากรับประทานมากเกินไป อาจมีผลกระทบต่อผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว อย่าง โรคเบาหวาน และโรคภูมิแพ้ ที่ส่งผลให้มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง เป็นโรคลมพิษ และระบบทางเดินหายใจมีปัญหา หรือหายใจลำบาก

ดังนั้น คุณจึงควรรับประทานแต่พอเหมาะ และถ้าหากมีอาการแพ้ หรือสัญญาณอาการแทรกซ้อนรุนแรงผิดปกติ เช่น คลื่นไส้ ลิ้นบวม ลำคอบวม ควรเข้ารับการปรึกษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญใกล้บ้านคุณทันที

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

What are the health benefits of watermelon?. https://www.medicalnewstoday.com/articles/266886#nutrition Accessed March 09, 2020

Been Eating Watermelons for Dinner? You Need to Read This https://food.ndtv.com/food-drinks/been-eating-watermelons-for-dinner-you-need-to-read-this-1679493 Accessed March 09, 2020

The Health Benefits of Watermelon. https://www.webmd.com/diet/ss/slideshow-health-benefits-of-watermelon. Accessed June 23, 2021

8 Health Benefits of Watermelon, According to a Nutritionist. https://www.health.com/nutrition/groceries/health-benefits-watermelon. Accessed June 23, 2021

The wonders of watermelon. https://www.mayoclinichealthsystem.org/hometown-health/speaking-of-health/the-wonders-of-watermelon. Accessed June 23, 2021

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน แก้ไขล่าสุด 4 สัปดาห์ก่อน
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x