home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณกำลังมีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

สูตรบราวนี่เจ (อาหารเจ)

สูตรบราวนี่เจ (อาหารเจ)

เมื่อพูดถึงอาหารเจ เราก็อาจจะคิดถึงผัดหมี่เหลือง จับฉ่ายเต้าหู้ทอด หรืออาหารเจเมนูเดิม ๆ ที่อาจจะทำให้หลายคนรู้สึกเบื่อ และไม่อยากที่จะกินเจ โดยเฉพาะของหวานพวกเค้ก หรือช็อกโกแลตที่จำเป็นต้องงดอย่างเด็ดขาด เพราะมีส่วนผสมของนมหรือไข่ และไม่ใช่อาหารเจ วันนี้ Hello คุณหมอ เลยจะมาแนะนำ สูตรบราวนี่เจ เมนูของหวาน โดนใจคนรักช็อกโกแลต แถมยังเป็นอาหารเจ มาฝากทุกคนกันค่ะ

ประโยชน์ดี ๆ จากการกินบราวนี่

เรามักจะนึกถึงของหวานต่าง ๆ เช่น ช็อกโกแลต หรือบราวนี่ ว่าเป็นสิ่งที่อันตรายต่อสุขภาพ และนำมาซึ่งความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ มากมาย แต่จริง ๆ แล้ว การกินของหวานในปริมาณที่เหมาะสม เป็นเรื่องที่ดีต่อร่างกาย โดยเฉพาะบราวนี่เจ สูตรที่เรานำมาเสนอให้ทุกคนได้รู้จักกันนั้น จะอุดมไปด้วยวัตถุดิบที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

แป้งอัลมอนด์

แป้งอัลมอนด์นั้นได้จากการบดเมล็ดอัลมอนด์ให้เป็นผง ให้เพื่อทดแทนแป้งสาลี หรือแป้งอื่น ๆ ในการทำอาหารและการทำขนม แป้งอัลมอนด์นั้นจะอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระต่าง ๆ โดยเฉพาะไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ซึ่งสามารถช่วยควบคุมปริมาณของคอเลสเตอรอลในเลือดได้

นอกจากนี้ยังเป็นอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ เมื่อเทียบกับแป้งชนิดอื่น ๆ ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน เป็นอย่างดี

ผงโกโก้

ผงโกโก้นั้นจะแตกต่างจากช็อกโกแลต เนื่องจากช็อกโกแลตได้จากการนำผงโกโก้ มาผสมกับเนยโกโก้ และอาจจะเติมนมหรือน้ำตาลลงไป ทำให้ช็อกโกแลตบางชนิดนั้นไม่ใช่อาหารเจ แต่ผงโกโก้จะมีเพียงแค่ผงที่ได้จากการบดเมล็ดโกโก้เท่านั้น

การรับประทานผงโกโก้นั้นสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคหัวใจ หรือ โรคหลอดเลือดสมองได้ ด้วยการช่วยลดระดับของความดันโลหิต เพิ่มการไหลเวียนของเลือด อีกทั้งยังสามารถช่วยทำให้อารมณ์ดีขึ้น และลดความเสี่ยงในการเกิดโรคซึมเศร้าได้อีกด้วย

น้ำมันมะพร้าว

สูตรบราวนี่ตามปกตินั้นจะใส่เนย แต่สูตรนี้จะเปลี่ยนมาใช้น้ำมันมะพร้าวแทน มีงานวิจัยที่พบว่า การรับประทานน้ำมันมะพร้าว สามารถช่วยเพิ่มระดับของไขมันดี (HDL) ภายในเลือดได้ ซึ่งไขมันดีนี้สามารถลดปริมาณของไขมันไม่ดี (LDL) และคอเลสเตอรอล (Cholesterol) ที่เป็นอันตรายได้ ทำให้สามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดต่าง ๆ

นอกจากนี้ ยังสามารถช่วยเพิ่มความไวต่ออินซูลิน (Insulin) ทำให้สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย

สูตรบราวนี่เจ

สูตรบราวนี่เจ

ส่วนผสม

  • ผงโกโก้ ½ ถ้วยตวง
  • แป้งอัลมอนด์ 135 กรัม
  • แป้งมะพร้าว 30 กรัม
  • น้ำเชื่อม 6 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันมะพร้าว 3 ช้อนโต๊ะ
  • นมถั่วเหลือง 5 ช้อนโต๊ะ
  • กลิ่นวนิลา ½ ช้อนชา
  • ผงฟู ¼ ช้อนชา
  • เกลือ ¼ ช้อนชา

วิธีทำ

  1. เริ่มการนำผงโกโก้ แป้งอัลมอนด์ แป้งมะพร้าว ผงฟู และเกลือ ผสมในถ้วยผสมให้เข้ากัน
  2. ในถ้วยอีกใบ ผสมน้ำเชื่อม น้ำมันมะพร้าว นมถั่วเหลือง และกลิ่นวนิลาให้เข้ากัน
  3. ค่อย ๆ เทส่วนผสมที่เป็นของเปียกลงในถ้วยของแห้ง แล้วผสมให้เข้ากัน จนเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน
  4. เตรียมแม่พิมพ์โดยการถูน้ำมันมะพร้าวให้ทั่วแม่พิมพ์ เทส่วนผสมลงในแม่พิมพ์ นำเข้าเตาอบ หรือหม้อทอดไร้น้ำมัน อบที่อุณหภูมิ 140 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 30 นาที แล้วจึงเพิ่มความแรงไฟไปที่ 170 องศาเซลเซียส และอบต่ออีก 5 นาที
  5. นำออกมาพักให้เย็น พร้อมรับประทาน

เพียงเท่านี้ เราก็จะได้บราวนี่เจ มารับประทานกันในช่วงเทศกาลกินเจกันแล้วค่ะ แต่ต้องขอเตือนกันไว้ก่อนนะคะว่า แม้ว่าในบราวนี่เจนี้จะอุดมไปด้วยวัตถุดิบที่ดีต่อสุขภาพมากมาย แต่ก็ยังมีปริมาณของน้ำตาลที่อยู่ในน้ำเชื่อมมากด้วยเช่นกัน ดังนั้น เราจึงควรรับประทานแต่พอเหมาะ ไม่กินมากเกินไป เพราะอาจจะกลายเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ค่ะ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย พลอย วงษ์วิไล
แก้ไขล่าสุด 20/10/2020
x