home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ไข้เดงกี่ (Dengue Fever)

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับโรค|โรคไข้เดงกี่พบได้บ่อยแค่ไหน|ความรู้เกี่ยวกับอาการของโรค|ควรไปพบแพทย์เมื่อไหร่|ความรู้เกี่ยวกับสาเหตุของโรค|สิ่งที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไข้เลือดออก|ความเข้าใจเกี่ยวกับการวินิจฉัยและการรักษา|การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและการรักษาโรคด้วยตนเอง

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับโรค

โรคไข้เดงกี่ (Dengue fever) คืออะไร

โรคไข้เดงกี่เป็นโรคติดเชื้อที่มียุงเป็นพาหะและเกิดขึ้นจากไวรัสเดงกี่ 4 สายพันธุ์ โรคนี้มีชื่อเดิมว่าไข้ “กระดูกแตก” เพราะบางครั้งโรคนี้ก็ทำให้ปวดข้อและปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรงที่รู้สึกเหมือนกระดูกจะแตกตามชื่อ

โรคไข้เดงกี่ชนิดไม่รุนแรงทำให้เกิดไข้สูง ผื่นคันและปวดกล้ามเนื้อและข้อต่อ โรคไข้เดงกี่ชนิดรุนแรงมีชื่อเต็มว่า โรคไข้เลือดออกเดงกี่ ซึ่งก่อให้เกิดอาการตกเลือดอย่างรุนแรง ความดันโลหิตลดลงอย่างฉับพลัน (ช็อก) และเสียชีวิตได้

โรคไข้เดงกี่พบได้บ่อยแค่ไหน

โรคติดเชื้อเดงกี่เกิดขึ้นทั่วโลกหลายล้านเคสต่อปี และสามารถเกิดขึ้นกับผู้ป่วยได้ทุกช่วงวัย โรคไข้เดงกี่มักพบได้บ่อยในระหว่างหรือหลังจากฤดูฝนในพื้นที่เขตร้อนและเขตกึ่งร้อน

  • แอฟริกา
  • เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และจีน
  • อินเดีย
  • ตะวันออกกลาง
  • แคริบเบียน อเมริกากลางและอเมริกาใต้
  • ออสเตรเลีย และมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางกับตอนใต้

โรคนี้สามารถควบคุมได้ด้วยการลดปัจจัยเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ความรู้เกี่ยวกับอาการของโรค

อาการของโรคไข้เดงกี่มีอะไรบ้าง

โรคไข้เดงกี่มี 3 ประเภทด้วยกันคือ โรคไข้เดงกี่คลาสสิค โรคไข้เลือดออกเดงกี่และโรคไข้เดงกี่ร่วมกับภาวะช็อก

โรคไข้เดงกี่คลาสสิค

อาการของโรคไข้เดงกี่ทั่วไปที่ไม่ซับซ้อน (คลาสสิค) มักเริ่มต้นด้วยการเป็นไข้ภายใน 4 ถึง 7 วันหลังจากที่คุณโดนยุงกัดและรวมถึงอาการดังต่อไปนี้

  • ไข้สูงถึง 105ºF
  • ปวดศีรษะรุนแรง
  • อาการปวดเบ้าตา (หลังดวงตา)
  • ปวดข้อและปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง
  • คลื่นไส้และอาเจียน
  • ผื่นขึ้น

ผื่นคันอาจเกิดขึ้นบนร่างกายของคุณมากที่สุด 3 ถึง 4 วันหลังจากเริ่มเป็นไข้ จากนั้นจะทุเลาลงหลังจาก 1 ถึง 2 วัน คุณอาจเป็นผื่นคันครั้งที่ 2 ในไม่กี่วันต่อมา

โรคไข้เลือดออกเดงกี่

โรคไข้เลือดออกเดงกี่มีอาการทั้งหมดเหมือนกับโรคไข้เดงกี่คลาสสิครวมไปถึงอาการดังต่อไปนี้

  • สร้างความเสียหายต่อหลอดเลือดและท่อน้ำเหลือง
  • เลือดไหลจากจมูก เหงือกหรือใต้ผิวหนังซึ่งทำให้เกิดรอยฟกช้ำ

โรคเดงกี่ประเภทนี้อาจทำให้เสียชีวิตได้

โรคไข้เดงกี่ร่วมกับภาวะช็อก

โรคไข้เดงกี่ร่วมกับภาวะช็อกเป็นประเภทของโรคเดงกี่ที่มีความรุนแรงมากที่สุด มีอาการทั้งหมดเหมือนกับโรคไข้เดงกี่คลาสสิคและโรคไข้เลือดออกเดงกี่รวมไปถึงอาการดังต่อไปนี้

  • น้ำพลาสม่ารั่วไหลออกจากหลอดเลือด
  • ตกเลือดอย่างรุนแรง
  • ช็อก (ความดันเลือดต่ำมาก)

โรคไข้เดงกี่ประเภทนี้มักเกิดขึ้นในเด็ก (บางครั้งเกิดขึ้นกับผู้ใหญ่) ที่ติดเชื้อเดงกี่เป็นครั้งที่ 2 บางครั้งก็อาจทำให้เสียชีวิต โดยเฉพาะในเด็กและวัยหนุ่มสาว

อาจมีอาการอื่นๆ ที่ไม่อยู่ในรายการอีก ถ้าคุณกังวลเกี่ยวกับอาการของโรค โปรดปรึกษากับแพทย์ของคุณ

ควรไปพบแพทย์เมื่อไหร่

หากคุณมีสัญญาณของอาการข้างต้นหรือมีข้อสงสัย โปรดปรึกษากับแพทย์ของคุณ ถ้าคุณเดินทางไปยังสถานที่ที่โรคไข้เลือดออกระบาดและเป็นไข้ขึ้นมา ให้ไปพบแพทย์ของคุณ เพราะร่างกายของแต่ละคนตอบสนองแตกต่างกันไป ดังนั้นการปรึกษากับแพทย์ถึงการรักษาที่เหมาะสำหรับคุณคือวิธีที่ดีที่สุด

ความรู้เกี่ยวกับสาเหตุของโรค

โรคไข้เลือดออกมีสาเหตุมาจากอะไร

โรคไข้เลือดออกเกิดจากไวรัสที่แพร่พันธุ์โดยการกัดของยุง มีไวรัสทั้งหมด 4 สายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์เป็นที่รู้จักในชื่อ เดง 1 เดง 2 เดง 3 และเดง 4 ยุงสายพันธุ์พิเศษที่เป็นที่รู้จักในชื่อ ยุงลายบ้านหรือยุงลายสวนสามารถนำไวรัสเข้าสู่เลือดคนผ่านทางการกัดและโอนถ่ายเลือดที่ติดเชื้อเข้าสู่อีกคนได้ เมื่อคุณหายจากโรคไข้เดงกี่ คุณอาจมีภูมิคุ้มกันโรคไข้เดงกี่แต่เฉพาะสายพันธุ์ที่เป็นเท่านั้น มีไวรัสต่างกันถึง 4 สายพันธุ์ดังนั้นคุณก็อาจติดเชื้อได้อีก การระบุอาการและรับการรักษาเป็นสิ่งสำคัญ

สิ่งที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไข้เลือดออก

ความรู้เกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงของโรค

มีปัจจัยเสี่ยงมากมายที่ส่งผลต่อสุขภาพ อาทิเช่น

ปัจจัยที่ทำให้คุณเสี่ยงที่จะเป็นโรคไข้เดงกี่หรือป่วยเป็นโรคชนิดรุนแรงได้แก่

  • การพักอาศัยหรือเดินทางไปในพื้นที่เขตร้อนการอยู่ในพื้นที่เขตร้อนและเขตกึ่งร้อนจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการสัมผัสกับไวรัสที่ทำให้เป็นโรคไข้เดงกี่ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงอย่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เกาะแปซิฟิกตะวันตก ลาตินอเมริกาและแคริบเบียน
  • เคยติดเชื้อไวรัสไข้เดงกี่มาก่อนการติดเชื้อไวรัสไข้เดงกี่มาก่อนจะเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดอาการรุนแรงหากคุณติดเชื้ออีกครั้ง

ความเข้าใจเกี่ยวกับการวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลที่ให้นี้ไม่สามารถใช้แทนคำปรึกษาทางการแพทย์ได้ ควรปรึกษาแพทย์อยู่เสมอเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

โรคไข้เลือดออกวินิจฉัยได้อย่างไร

การวินิจฉัยโรคไข้เดงกี่อาจทำได้ยากเพราะสัญญาณและอาการอาจทำให้สับสนกับโรคอื่นได้ง่าย เช่น โรคมาลาเรีย โรคไข้ฉี่หนูและโรคไข้ไทฟอยด์

แพทย์จะถามเกี่ยวกับประวัติสุขภาพและการเดินทางของคุณ อย่าลืมอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการเดินทางระหว่างประเทศ รวมถึงประเทศที่คุณไปและวันที่ไป เช่นเดียวกับการสัมผัสกับยุง

การทดสอบในห้องปฏิบัติการสามารถตรวจสอบหลักฐานไวรัสไข้เดงกี่ แต่ผลการทดสอบมักออกช้าเกินกว่าจะช่วยให้ในการตัดสินใจรักษาโดยตรง

โรคไข้เลือดออกรักษาได้อย่างไร

ไม่มีวิธีรักษาเฉพาะสำหรับโรคไข้เดงกี่ ขณะที่คนส่วนใหญ่จะหายภายใน 2 สัปดาห์ การรักษาอาการเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะแทรกซ้อนถือเป็นสิ่งสำคัญ แพทย์ส่วนใหญ่แนะนำทางเลือกในการรักษาดังต่อไปนี้

  • นอนพักผ่อนให้เพียงพอ
  • ดื่มน้ำปริมาณมาก
  • รับประทานยาเพื่อลดไข้ พาราเซตามอล (ไทลินอล พานาดอล) สามารถบรรเทาอาการปวดและลดไข้ได้
  • หลีกเลี่ยงยาแก้ปวดที่อาจเพิ่มภาวะแทรกซ้อนอย่างการตกเลือด เช่น แอสไพริน ไอบูโปรเฟน (แอดวิล โมทริน) และนาโปรเซนโซเดียม (อะลีฟ)

ในกรณีที่รุนแรง ไข้เดงกี่อาจทำให้เกิดอาการช็อกหรือเป็นไข้เลือดออกที่ต้องได้รับการรักษาในทันที

การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและการรักษาโรคด้วยตนเอง

การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและการรักษาโรคด้วยตนเองที่ช่วยให้ควบคุมโรคไข้เลือดออกได้

คุณสามารถควบคุมโรคไข้เลือดออกด้วยวิธีที่ทำได้ด้วยตนเอง คุณต้องดูแลเรื่องความชุ่มชื่นและอาการปวด สิ่งสำคัญคือคุณควรรู้รายละเอียดก่อนเดินทางไปยังพื้นที่ที่พบโรคไข้เดงกี่ได้บ่อย เคล็ดลับที่จะช่วยควบคุมโรคคือ

  • อยู่ในบ้านที่มีเครื่องปรับอากาศหรือบ้านที่ปิดมิดชิด สิ่งสำคัญคืออย่าให้ยุงเข้ามาในบ้านตอนกลางคืนได้
  • จัดตารางทำกิจกรรมกลางแจ้งใหม่ หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งช่วงรุ่งอรุณ ช่วงโพล้เพล้หรือช่วงหัวค่ำ ซึ่งเป็นตอนที่ยุงมักออกมา
  • สวมเสื้อผ้าป้องกัน เมื่อคุณไปยังพื้นที่ที่เต็มไปด้วยยุง ให้ใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ถุงเท้าและรองเท้า
  • ใช้ยาทากันยุง เพอร์เมทริน (Permethrin) สามารถใช้ได้กับเสื้อผ้า รองเท้า อุปกรณ์ตั้งแคมป์และมุ้งครอบ คุณยังสามารถซื้อเสื้อผ้าที่ใส่เพอร์เมทรินไว้อยู่แล้วได้ คุณควรใช้ยากันยุงที่มีดีทอย่างน้อย 10 เปอร์เซ็นต์ทาผิว

กำจัดแหล่งที่อยู่อาศัยของยุง ยุงที่เป็นพาหะโรคไข้เลือดออกมักจะอาศัยอยู่รอบตัวบ้าน เพาะพันธุ์ในน้ำนิ่งที่อยู่ในของที่สามารถเก็บน้ำไว้ได้ เช่น ยางรถยนต์เก่า ดังนั้นควรกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์เพื่อลดประชากรยุง

หากคุณมีคำถาม โปรดปรึกษากับแพทย์ของคุณเพื่อหาวิธีแก้ไขที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ วินิจฉัยหรือการรักษาแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

รูปของผู้เขียน
เขียนโดย วรภพ ไกยเดช เมื่อ 16/03/2021
x