เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

ไม่ว่าคุณจะตั้งเป้าหมายเพื่อลดน้ำหนัก เพิ่มน้ำหนัก หรือรักษาค่าดัชนีมวลกาย (ฺBMI) ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ก็ล้วนแล้วแต่ต้องใช้ความมุ่งมั่นทั้งสิ้น รับคำแนะนำเกี่ยวกับ เคล็ดลับโภชนาการที่ดี เพื่อช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายได้อย่างปลอดภัยและมั่นคงยิ่งขึ้น ได้ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

ทำไมบางวันนอนเต็มอิ่ม แต่สมองกลับไม่เต็มร้อย? รู้จัก “คาร์โนซีน” สารสำคัญที่หลายคนอาจมองข้าม

ในแต่ละวัน ร่างกายและสมองต้องทำงานอย่างหนักเพื่อรับมือกับภารกิจต่าง ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานที่ต้องใช้สมาธิ ความแม่นยำ และการตัดสินใจอย่างต่อเนื่อง แต่หลายคนอาจเคยเผชิญกับอาการสมองล้า ซึ่งมี ความรู้สึกอ่อนล้า สมองไม่ปลอดโปร่ง หรือรู้สึกไม่พร้อมตั้งแต่เริ่มต้นวันใหม่ ทั้งที่นอนหลับมาเต็มอิ่มแล้วก็ตาม แม้การพักผ่อนและการออกกำลังกายจะเป็นปัจจัยสำคัญ แต่การได้รับสารอาหารที่เหมาะสมก็มีบทบาทต่อการทำงานของร่างกายและสมองเช่นกัน หลายคนที่มีอาการสมองล้า อาจสงสัยว่าสมองล้า กินอะไรดีเพื่อช่วยให้ร่างกายกลับมาสดชื่นขึ้น ซึ่งหนึ่งในอาหารบำรุงสมองที่ได้รับความสนใจคือ "คาร์โนซีน (Carnosine)" ซึ่งพบได้ตามธรรมชาติในร่างกายและในอาหารบางประเภท โดยมีบทบาทเกี่ยวข้องกับการทำงานของอวัยวะที่ต้องใช้พลังงานสูง เช่น สมองและกล้ามเนื้อ บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักว่าคาร์โนซีน คืออะไร มีความสำคัญต่อร่างกายอย่างไร รวมถึงบทบาทของวิตามินบี 12 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิตามินบำรุงสมองและสารอาหารสำคัญต่อระบบประสาทและการสร้างพลังงาน พร้อมแนะนำแหล่งอาหารที่สามารถได้รับสารอาหารเหล่านี้ เพื่อสนับสนุนความพร้อมของร่างกายและสมองในแต่ละวัน คาร์โนซีน สารอาหารที่พบในกล้ามเนื้อและสมอง คาร์โนซีนเป็นสารประเภทไดเปปไทด์ (Dipeptide) ที่เกิดจากการรวมตัวของกรดอะมิโน 2 ชนิด ได้แก่ เบต้า-อะลานีน (Beta-Alanine) และแอล-ฮีสติดีน (L-Histidine) สารชนิดนี้พบได้มากในเนื้อเยื่อที่มีการใช้พลังงานสูงของร่างกาย เช่น กล้ามเนื้อ สมอง และหัวใจ แม้ว่าร่างกายจะสามารถสังเคราะห์คาร์โนซีนได้เองตามธรรมชาติ แต่เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ระดับคาร์โนซีนในร่างกายมีแนวโน้มค่อย ๆ ลดลง เราสามารถได้รับสารชนิดนี้เพิ่มเติมจากการรับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์ เนื้อปลา และเนื้อสัตว์ปีก รวมถึงซุปไก่สกัดได้อีกด้วย[4] ด้วยเหตุที่คาร์โนซีนพบมากในอวัยวะที่ต้องทำงานหนักและใช้พลังงานต่อเนื่องอย่างสมองและกล้ามเนื้อ จึงทำให้สารชนิดนี้ได้รับความสนใจมากขึ้นในแวดวงการดูแลสุขภาพ […]

สำรวจ เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

แป้งไร้กลูเตน ทางเลือกสุขภาพสำหรับผู้แพ้กลูเตน

เมื่อพูดถึงแป้ง หลายๆ คนก็มักจะนึกถึงแป้งสาลี เพราะเป็นแป้งที่หาได้ง่าย นิยมนำมาทำอาหาร แต่สำหรับผู้ที่มีอาการแพ้กลูเตน การรับประทานอาหารที่ทำจากแป้งสาลี หรือมีแป้งสาลีเป็นส่วนผสมนั้นอาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้ วันนี้ Hello คุณหมอ มี แป้งไร้กลูเตน หลากหลายชนิดมาแนะนำให้รู้จัก เพื่อเป็นตัวเลือกในการบริโภคสำหรับผู้ที่มีอาการแพ้กลูเตน [embed-health-tool-bmr] อาการแพ้กลูเตน คืออะไร อาการแพ้กลูเตน (Gluten intolerance) อาจทำให้เกิดอาการที่มีความคล้ายกับโรคเซลิแอค (Celiac disease) แต่มีความแตกต่างกันที่ผลกระทบระยะยาว นอกจากนี้ผู้ที่มีอาการแพ้กลูเตน อาจจะมีอาการคล้ายกับอาการแพ้แป้งสาลีหรืออาการลำไส้แปรปรวน ผู้ที่มีอาการแพ้กลูเตน เมื่อรับประทานอาหารที่มีกลูเตนเข้าไปแล้วอาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัว รู้สึกเหนื่อย ท้องอืด ปวดท้อง คลื่นไส้ ท้องผูก บางครั้งอาจทำให้เกิดอาการวิตกกังวล ปวดหัว ปวดตามข้อและกล้ามเนื้อ เกิดผื่นตามผิวหนัง สำหรับบางคนที่มีอาการแพ้กลูเตนมากๆ อาจมีอาการรุนแรงจนถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้ แป้งไร้กลูเตน มีอะไรบ้าง แป้งเป็นส่วนประกอบของอาหารหลายชนิดทั้งขนมปัง เส้นก๋วยเตี๋ยว ในบางครั้งอาจมีการใช้แป้งสำหรับเพิ่มความข้นของซอสและซุปต่างๆ ด้วย ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ใช้แป้งส่วนใหญ่ก็มักจะทำมาจากแป้งสาลี แป้งขัดขาว ซึ่งไม่เป็นผลดีกับผู้ที่มีปัญหาแพ้กลูเตน แต่ก็มีแป้งอีกหลายหลายชนิดที่ไม่มีกลูเตน ดังนี้ แป้งอัลมอนด์ แป้งอัลมอนด์ เป็นแป้งที่บดจากเมล็ดอัลมอนด์เต็มเมล็ด พร้อมทั้งเปลือกสีน้ำตาลของเมล็ดอัลมอนด์ด้วย ทำให้แป้งอัลมอนด์นั้นมีปริมาณไฟเบอร์ที่สูง นอกจากนี้ยังมีแร่ธาตุที่ดีกับสุขภาพหลายชนิด ได้แก่ ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม (Magnesium) แคลเซียม […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

ป้องกันน้ำตาลในเลือดพุ่งสูง แค่ปรับไลฟ์สไตล์ในชีวิตง่ายๆ ก็สุขภาพดีแล้ว

ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูง คือภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงมากกว่าระดับปกติที่ควรจะเป็น ซึ่งอาการเช่นนี้จะมีผลต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว อย่างไรก็ตาม เราสามารถที่จะ ป้องกันน้ำตาลในเลือดพุ่งสูง ด้วยการปรับเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิตแบบง่ายๆ แต่จะทำอย่างไรได้บ้างนั้น Hello คุณหมอ มีคำแนะนำมาฝากค่ะ อันตรายจากระดับน้ำตาลในเลือดสูง ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูง เกิดจากการที่ระดับน้ำตาลในเลือดของร่างกายพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากรับประทานอาหาร ในระยะสั้นอาจทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย ง่วงนอน ไปจนถึงทำให้รู้สึกหิว กระหายน้ำ สายตาพร่ามัว มีอาการปวดท้อง เป็นต้น แต่ในระยะยาวหากระดับน้ำตาลในเลือดยังคงพุ่งสูงเกินกว่าระดับปกติ ก็จะมีความเสี่ยงที่จะทำให้หลอดเลือดมีความแข็งตัวและแคบลง ซึ่งเสี่ยงที่จะทำให้เกิดภาวะหัวใจวายหรือโรคหลอดเลือดสมองได้ ป้องกันน้ำตาลในเลือดพุ่งสูง ได้ง่ายๆ  อย่างดมื้อเช้า มื้อเช้าเป็นอาหารมื้อสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะถ้าคุณอยู่ในความเสี่ยงเกี่ยวกับระดับน้ำตาลในเลือดหรือเป็นโรคเบาหวาน อาหารเช้ายิ่งเป็นเรื่องจำเป็นเลยทีเดียว เพราะถ้าหากงดมื้อเช้าแล้วรอกินเมื้อเที่ยงกับมื้อเย็น จะเพิ่มความเสี่ยงให้ ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูง ได้ มื้อเช้าที่ดีควรจะเป็นมื้อเช้าที่มีโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตต่ำ เพราะโปรตีนจะไปช่วยชะลอการย่อย จึงทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นได้ช้าลง คาร์โบไฮเดรตที่น้อยลงจะช่วยให้ร่างกายผลิตน้ำตาลในเลือดได้น้อยลงตามไปด้วย ลดคาร์โบไฮเดรต คาร์โบไฮเดรตเป็นตัวการที่ช่วยเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดให้พุ่งสูง เพราะร่างกายจะย่อยคาร์โบไฮเดรตให้กลายเป็นน้ำตาล ดังนั้น ยิ่งกินคาร์โบไฮเดรตมากเท่าไหร่ ร่างกายก็จะย่อยสลายให้กลายเป็นน้ำตาลมากขึ้นเท่านั้น เมื่อระดับน้ำตาลถูกย่อยออกมามาก น้ำตาลเหล่านั้นก็จะเข้าสู่กระแสเลือดมากตามไปด้วย ซึ่งปริมาณของน้ำตาลในเลือดที่มากขึ้นก็จะทำให้ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดพุ่งสูงขึ้น จำกัดน้ำตาล ร่างกายของเราสามารถที่จะย่อยน้ำตาลทั้งฟรักโตสและซูโคสได้ง่ายมาก และยิ่งร่างกายย่อยสลายน้ำตาลเหล่านี้ได้ง่ายมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งไปเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดให้พุ่งสูงขึ้นมากเท่านั้น ดังนั้น จึงควรจำกัดการกินน้ำตาลในอยู่ในระดับที่พอดี อย่าให้มากจนเกินไป ควบคุมน้ำหนัก ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก จะมีความเสี่ยงต่อสุขภาพที่มากกว่าคนที่มีน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ปกติ น้ำหนักตัวที่มากเกินไปเสี่ยงที่จะเป็นทั้งโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ทั้งยังเสี่ยงที่จะทำให้ ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูง ขึ้นด้วย เนื่องจากร่างกายจะใช้อินซูลินได้ยากขึ้น ทำให้ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

อาหาร ลดความเสี่ยงมะเร็งเต้านม รับประทานอาหารเหล่านี้ หนีมะเร็งได้

จริงๆ แล้วไม่มีอาหารหรือรูปแบบการรับประทานใด ที่สามารถป้องกันหรือก่อให้เกิดมะเร็งเต้านมได้ แต่การเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพนั้นสามารถสร้างความแตกต่าง อย่างเห็นได้ชัด สำหรับความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งเต้านมเป็นโรคที่มีความซับซ้อน เกิดขึ้นจากปัจจัยหลายๆ อย่างรวมกัน ไม่ว่าจะเป็นอายุ พันธุกรรม วันนี้ Hello คุณหมอ มี อาหาร ลดความเสี่ยงมะเร็งเต้านม ไปดูกันว่ามีอาหารอะไรที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมได้ มะเร็งกับโภชนาการ เกี่ยวข้องกันอย่างไร ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งนั้น มีปัจจัยมาจากหลายอย่าง เช่น พันธุกรรม สิ่งแวดล้อม และอาหารการกิน จากการวิจัยแสดงให้เห็นว่าประมาณร้อยละ 70 ของความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งนั้น ขึ้นอยู่กับตัวเราเอง รวมถึงการรับประทานอาหารด้วย เช่น การหลีกเลี่ยงบุหรี่ จำกัดแอลกอฮอล์ การควบคุมน้ำหนัก และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ดีในการป้องกันมะเร็ง รวมทั้งการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ก็เป็นปัจจัยที่สามารถช่วยป้องกันมะเร็งได้เช่นกัน สิ่งที่คุณรับประทานนั้นล้วนส่งผลต่อสุขภาพของคุณ รวมถึงส่งผลต่อความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งด้วย จากการวิจัยแสดงให้เห็นว่าอาหารที่รับประทานกับความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งนั้นมีความเกี่ยวข้องกัน พฤติกรรมการบริโภคอาหารบางอย่าง เช่น อาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียนแบบดั้งเดิม ที่อุดมไปด้วยผัก ผลไม้ และไขมันที่ดีต่อสุขภาพสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งที่พบได้บ่อย รวมถึงมะเร็งเต้านมด้วย แต่ในทางกลับกันการรับประทานอาหารที่เป็นเนื้อสัตว์แปรรูปเป็นประจำจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งลำไส้และทวารหนัก อาหาร ลดความเสี่ยงมะเร็งเต้านม มีอะไรบ้าง มะเร็งเต้านมเป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้ในบริเวณที่แตกต่างกันออกไป แถมยังมีรูปแบบที่แตกต่างกันอีกด้วย ซึ่งรูปแบบในการรักษามะเร็งเต้านมนั้นก็มีหลายแบบ ซึ่งอาหารถือเป็นส่วนหนึ่งที่มีส่วนช่วยในการลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งเต้านมได้ อาหารเหล่านี้ถือ เป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ มีส่วนช่วยป้องกันพัฒนาการและการลุกลามของมะเร็งเต้านมได้ ผักและผลไม้ เบอร์รี่ต่างๆ อาหารที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ เช่น […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

อยากลดน้ำตาลในเลือด ลดน้ำหนัก เบิร์นได้มากขึ้น ลอง กินอาหารเย็นให้เร็วขึ้น ดูสิ

รู้ไหม หากคุณอยากลดไขมันในร่างกาย พุงยุบลง ควบคุมน้ำหนักได้ แถมน้ำตาลในเลือดก็ลงด้วย นอกจากจะควบคุมปริมาณอาหารที่กิน ออกกำลังกายให้มากขึ้นแล้ว คุณก็ต้องใส่ใจเวลาในการกินอาหารด้วย เพราะงานวิจัยชี้ว่า การ กินอาหารเย็นให้เร็วขึ้น ช่วยควบคุมน้ำหนัก เบิร์นไขมัน ลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ ฉะนั้นใครที่อยากลดน้ำหนัก ลดไขมัน ลดน้ำตาลในเลือด Hello คุณหมอ แนะนำให้คุณปรับเวลากินอาหารเย็นอย่างเร่งด่วนเลย งานศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเวลาในการกินอาหาร งานวิจัยฉบับหนึ่งที่เผยแพร่ในวารสาร Clinical Endocrinology & Metabolism ของสมาคมต่อมไร้ท่อ ฉบับเดือนสิงหาคม ปี 2020 ที่จัดทำโดยมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด เผยว่า การกินอาหารเย็นดึกเกินไป มีส่วนเกี่ยวข้องกับน้ำหนักตัวและระดับความดันโลหิตที่เพิ่มขึ้น โดยในการวิจัยครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมโครงการเป็นชายหญิงสุขภาพดี 20 คน (ชาย 10 คน และหญิง 10 คน) ทีมนักวิจัยได้แบ่งกลุ่มตัวอย่างดังกล่าวออกเป็นสองกลุ่ม จากนั้นให้กลุ่มหนึ่งกินอาหารเย็นตอน 22.00 น. ส่วนอีกกลุ่มกินอาหารเย็นตอน 18.00 น. และให้ทั้งสองกลุ่มเข้านอนเวลาเดียวกันคือ 23.00 น. ผลปรากฏว่า กลุ่มที่กินอาหารเย็นดึกกว่ามีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่า และร่างกายเผาผลาญไขมันได้น้อยกว่ากลุ่มที่กินอาหารเย็นเร็วกว่าถึง 20% […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

การกินอาหารไอโอดีนต่ำ อีกหนึ่งวิธีรับมือโรคเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์

ไอโอดีน (Iodine) พบมากในพืชและสัตว์ทะเล เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา สาหร่าย หรืออีกแหล่งไอโอดีนที่น่าจะมีติดครัวกันแทบทุกบ้านก็คือ เกลือเสริมไอโอดีน ร่างกายของเราต้องการไอโอดีนไปช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ เช่น โรคคอพอก ช่วยเสริมการเจริญเติบโตของร่างกาย ช่วยกระตุ้นการทำงานของหัวใจ เป็นต้น แต่บางครั้ง หากเราเป็นโรคบางชนิด เช่น โรคเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ เราก็อาจจำเป็นต้องลดปริมาณไอโอดีนในร่างกาย ด้วย การกินอาหารไอโอดีนต่ำ ว่าแต่อาหารรูปแบบนี้จะดียังไง ไปหาคำตอบกันกับ Hello คุณหมอ ได้เลย [embed-health-tool-bmi] การกินอาหารไอโอดีนต่ำ (Low Iodine Diet) คืออะไร การกินอาหารไอโอดีนต่ำ (Low Iodine Diet) เป็นรูปแบบการกินอาหารในระยะสั้น หรือชั่วคราว ที่แพทย์อาจสั่งให้ผู้ที่เตรียมตัวเข้ารับการรักษาโรคเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ เช่น มะเร็งไทรอยด์ชนิดพาพิลลารี่ (Papillary Thyroid Cancer) ด้วยสารกัมมันตรังสีไอโอดีน (Radioactive Iodine Therapy) ให้ปฏิบัติตาม สำหรับการกินอาหารไอโอดีนต่ำนี้ ผู้ป่วยจะต้องบริโภคไอโอดีนไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อวัน ซึ่งคิดเป็น 1 ใน […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

ลดความอยากอาหาร ด้วยวิธีไหนบ้างที่ให้ผลจริงและดีต่อสุขภาพ

ความหิวและความอยากอาหารที่เกินพอดีย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพในด้านต่าง ๆ เช่น น้ำหนักตัวขึ้น ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น หงุดหงิด ไม่มีสมาธิในการทำงาน  และอาจนำไปสู่โรคร้ายได้ จำเป็นต้องหาวิธีลดความอยากอาหาร ซึ่งมีหลายวิธีด้วยกัน ทั้งการดื่มน้ำก่อนมื้ออาหาร การกินอาหารที่มีกากใยสูง แต่จะมีวิธีไหนบ้างที่ให้ผลจริงและดีต่อสุขภาพ ลดความอยากอาหารด้วยวิธีไหนดี ความหิวหรือความอยากอาหารเป็นตัวบ่งบอกความต้องการพลังงานของร่างกาย แต่หากหิวบ่อยมากจนเกินไปอาจหมายถึง ร่างกายได้รับอาหารไม่เพียงพอในมื้อก่อน หรือกินอาหารไม่ถูกหลักโภชนาการ สำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก ความอยากอาหารนับเป็นปัจจัยที่ทำให้การลดน้ำหนักไม่เป็นผล มีวิธีไหนบ้างที่ช่วยให้ลดความอยากอาหารได้ 1. ดื่มน้ำเปล่าก่อนกินอาหารทุกมื้อ การดื่มน้ำเปล่าแก้วใหญ่ ๆ สักแก้วก่อนกินอาหารในแต่ละมื้อ จะช่วยให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น และอยู่ท้องมากขึ้น จนรู้สึกหิวน้อยลงหลังกินอาหารเสร็จ โดยงานศึกษาวิจัยชิ้นหนึ่งที่มีกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้หญิงที่มีภาวะน้ำหนักเกิน จำนวน 50 คน พบว่า การดื่มน้ำวันละ 1.5 ลิตรติดต่อกันเป็นเวลา 8 สัปดาห์ ช่วยลดความอยากอาหาร ทำให้น้ำหนักตัวลดลง ทั้งยังช่วยลดไขมันในร่างกายด้วย 2. กินอาหารไฟเบอร์สูงให้มากขึ้น ลดความอยากอาหารด้วยการกินอาหารที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์หรือใยอาหารให้มากขึ้น จะช่วยให้อยู่ท้องได้นานขึ้น และรู้สึกหิวช้าลง อาหารที่มีไฟเบอร์สูงและดีต่อสุขภาพ ได้แก่ ธัญพืชเต็มเมล็ด ถั่ว แอปเปิ้ล อะโวคาโด อัลมอนด์ เมล็ดเจีย ผักใบเขียว ทั้งนี้ ควรกินอาหารชนิดอื่นด้วย เพราะหากร่างกายได้รับไฟเบอร์มากเกินไป ก็อาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ เช่น ท้องอืด […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

เลิกดื่มกาแฟ ส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายของคุณอย่างไร

‘กาแฟ’ ถือเป็นเครื่องดื่มสุดโปรดของใครหลายๆ คน เนื่องจากความเชื่อที่ว่า.. การดื่มกาแฟจะสามารถช่วยให้ไม่ง่วงนอนได้ แต่ความจริงเป็นแล้วการดื่มกาแฟในปริมาณที่มากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อเสียสุขภาพได้ ดังนั้นจึงมีคนจำนวนไม่น้อยที่อยาก เลิกดื่มกาแฟ เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น ทาง Hello คุณหมอ จึงได้นำสาระดี ๆ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายหลังเลิกดื่มกาแฟ มาฝากกันในบทความนี้ การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย เมื่อคุณ เลิกดื่มกาแฟ  แน่นอนว่าไม่มีใครบอกให้คุณเลิกดื่มกาแฟได้ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าการดื่มกาแฟนั้นสามารถส่งผลกระทบทั้งระยะสั้นและระยะยาวต่อสุขภาพร่างกายของคุณได้ เนื่องจากคาเฟอีน (Caffeine)ในกาแฟถือเป็นสารเสพติดชนิดหนึ่ง ฉะนั้นถ้าคุณอยากจะเลิกดื่มกาแฟ การค่อยๆ ลดการดื่มกาแฟลงดูจะเป็นวิธีที่น่าจะได้ผลดีมากที่สุด สำหรับผู้ที่ดื่มกาแฟเพียงวันละ 1 แก้ว จะสามารถเลิกดื่มกาแฟได้ง่ายกว่าคนที่ดื่นกาแฟวันละหลายๆ แก้ว เมื่อเลิกดื่มกาแฟแล้ว ร่างกายของคุณจะได้รับสิ่งเหล่านี้ ร่างกายได้รับแคลอรี่น้อยลง การเลิกกาแฟนอกจากจะทำให้คุณประหยัดเงินแล้ว ยังถือเป็นการลดแคลอรี่ในร่างกายได้ด้วย จากผลการศึกษาที่ตีพิมพ์โดย Public Health ปีค.ศ. 2017 พบว่า ผู้ที่ดื่มกาแฟจาก 2 ใน 3 คน มักจะใส่น้ำตาล ครีม และสารเติมแต่ง อื่นๆ ซึ่งมีแคลอรี่สูงมาก จึงไม่น่าแปลกใจสักเท่าไหร่ที่นักวิจัยจะค้นพบว่า ผู้ที่ดื่มกาแฟดำจะได้รับแคลอรี่น้อยลง โดยเฉลี่ยประมาณ 69 แคลอรี่ต่อวัน เมื่อเทียบกับผู้ที่เติมสารให้ความหวาน ครีมเทียม […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

อาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านม อะไรกินได้ อะไรควรเลี่ยง

มะเร็งเต้านม เป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 1 ของผู้หญิงไทย และมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเป็นมะเร็งเต้านมแล้ว แน่นอนว่าจะต้องมีพร้อมความเครียด และอาการต่างๆ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ดังนั้นเราจึงต้องมีโภชนาการที่ดี เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เพียงพอ ในการต่อสู้กับโรคร้ายนี้ วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลเกี่ยวกับ อาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ว่าควรรับประทานอะไรมาให้อ่านกันค่ะ การกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์นั้น มีผลอย่างมากสำหรับผู้ที่ป่วยเป็นมะเร็งเต้านม โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในช่วงรักษาและหลังการรักษา การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพนั้น มีส่วนช่วยให้ร่างกายมีความแข็งแรง และช่วยให้ร่างกายรู้สึกดีได้เร็วขึ้น ซึ่งอาหารที่ดีต่อสุขภาพนั้น มีคุณสมบัติดังนนี้ ช่วยรักษาน้ำหนัก ช่วยให้เนื้อเยื่อในร่างกายมีความแข็งแรง ช่วยลดอาการของมะเร็ง และผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการรักษา รักษาระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ทำให้ร่างกายแข็งแรง ลดความเหนื่อยล้า เคล็ดลับที่ช่วยให้มีพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ลดขนาดของมื้ออาหารลง อาการคลื่นไส้ ท้องอืด และอาการท้องผูกเป็นผลข้างเคียงของการรักษาอาการมะเร็งเต้านม การรับประทานอาหารมื้อใหญ่ๆ 3 มื้อต่อวัน อาจกลายเป็นเรื่องยาก ดังนั้นเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เพียงพอเหมือนเดิมควรแบ่งมื้ออาหารออกเป็นมื้อเล็กๆ วันละ 5-6 มื้อต่อวัน กินทีละน้อยๆ และเพิ่มมื้ออาหารเข้าไป เพื่อที่ร่างกายจะได้รับสารอาหารที่เพียงพอ ปรึกษานักโภชนาการ การปรึกษานักโภชนาการเพื่อออกแบบแผนการรับประทานอาหารเพื่อให้เหมาะสมกับสุขภาพและความชอบ นอกจากจะได้รับประทานอาหารที่ชอบ ในรูปแบบที่ดีต่อสุขภาพแล้ว ยังช่วยเลือกอาหารที่มีความสมดุลกับผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการรักษาให้เราได้อีกด้วย ใช้ช้อนซ้อมจากวัสดุที่แตกต่างกัน การบำบัดมะเร็งด้วย เคมีบำบัดนั้นอาจทำให้การรับรสชาติในปากนั้นมีการเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นเพื่อปรับปรุงการรับรสชาติอาหารของคุณ ให้หลีกเลี่ยงการใช้ช้อนโลหะ แล้วลองเปลี่ยนมาใช้ช้อนพลาสติกแทนและปรุงอาหารด้วยกะทะ หมอแบบแก้วแทน วางแผนล่วงหน้า การสร้างแผนอาหารล่วงหน้านั้น ช่วยให้คุณมีแนวโน้มที่จะปฏิบัติตามแผนที่วางไว้มากขึ้น นอกจากในวันที่เหนื่อยกับการรักษามะเร็งเต้านม เมื่อมีการวางแผน ทำไว้ล่วงหน้า ก็จะช่วยให้รับประทานอาหารตามแผนที่วางไว้ได้ง่ายขึ้น อาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านม อาการคลื่นไส้ […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

ดาร์กช็อกโกแลต ช่วยลดน้ำหนัก ได้ชัวร์หรือมั่วนิ่ม

หลายๆ คนมีความเชื่อว่า ดาร์กช็อกโกแลต ช่วยลดน้ำหนัก ได้ แล้วดาร์กช็อกโกแลตมีความเกี่ยวข้ออย่างไรกับการลดน้ำหนัก แต่การรับประทานเพียงดาร์กช็อกโกแลตโดยที่ไม่ปรับปรุงนิสัยการกินอย่างอื่น ก็อาจไม่สามารถช่วยให้ลดน้ำหนักได้อย่างที่คุณหวัง วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลน่าสนใจว่า รับประทานดาร์กช็อกโกแลตอย่างไรถึงจะมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนัก ดาร์กช็อกโกแลต ได้มาจากอะไร ดาร์กช็อกโกแลต เป็นช็อกโกแลตชนิดหนึ่งที่ได้มาจากผลของต้นโกโก้ แต่ว่าไม่มีส่วนผสมของนม ส่วนผสมพื้นฐานที่มักมีในดาร์กช็อกโกแลตคือ เมล็ดโกโก้ น้ำตาล สารอิมัลไฟเออร์ (Emulsifier) สำหรับให้ช็อกโกแลตเป็นรูปร่าง ดาร์กช็อกโกแลตเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณน้ำตาลที่น้อยมาก ส่วนมากแล้ว ดาร์กช็อกโกแลต จะเขียนระบุไว้ที่ฉลากข้างผลิตภัณฑ์ว่าเป็นดาร์กช็อกโกแลตกี่เปอร์เซ็น เช่น ดาร์กช็อกโกแลต 70 เปอร์เซ็น ดาร์กช็อกโกแลต 75 เปอร์เซ็น ยิ่งปริมาณน้ำตาลในช็อกโกแลตน้อยลงเท่าไร ช็อกโกแลตก็จะมีความขมมากขึ้นเท่านั้น ด้วยปริมาณน้ำตาลที่น้อยเมื่อเทียบกับช็อกโกแลตอื่นๆ ดาร์กช็อกโกแลตจึงถือเป็นของหวานที่ดีต่อสุขภาพ ดาร์กช็อกโกแลต ช่วยลดน้ำหนัก ได้จริงหรือไม่ ดาร์กช็อกโกแลตมีสารประกอบที่มีประโยชน์ เช่น โพลีฟีนอล (Polyphenols) ฟลาวานอล (Flavanols) และคาเทชิน (Catechins) ซึ่งเป็นสารประกอบที่มักพบได้ในผักและผลไม้ ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ รวมถึงดีต่อสุขภาพหัวใจ ช่วยลดการอักเสบ และยังช่วยให้สมองทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ดาร์กช็อกโกแลตยังสามารถช่วยลดน้ำหนักได้อีกด้วย นักวิจัยได้ค้นพบ ความสัมพันธ์ระหว่างการรับประทานดาร์กช็อกโกแลตและไขมันในร่างกายของวัยรุ่น เด็กที่มีการรับประทานช็อกโกแลตมากขึ้นนั้น ทำให้ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอ้วนที่น้อยลง […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

อาหาร ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ที่คุณควรลอง

น้ำตาลในเลือดหากมีระดับที่สูงกว่าปกติอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาหัวใจ ปัญหาไต และปัญหาการมองเห็น ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงนั้น มาจากหลายปัจจัย ทั้งพันธุกรรม ความเครียด และอาหาร ดังนั้นผู้ที่มีปัญหาระดับน้ำตาลในเลือดสูงจึงต้องมีการควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด และ อาหาร ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ที่ Hello คุณหมอ นำมาเสนอวันนี้ ถือเป็นตัวเลือกที่ดี ที่จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร น้ำตาลในเลือด นั้นได้มาจากอาหารที่รับประทานเข้าไป แล้วถูกย่อยจนเป็นน้ำตาล เพื่อไปใช้เป็นพลังงาน ให้อวัยวะต่างๆ ทำงานได้อย่างสมดุล ส่วนน้ำตาลส่วนเกินจะถูกเก็บไว้ในเซลล์เพื่อใช้ในภายหลัง แต่หากร่างกายมีปริมาณน้ำตาลในเลือดสูงกว่าค่าปกติจนเกิด ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (High blood sugar) อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ เช่น โรคเบาหวาน หากปล่อยให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงโดยไม่ได้รับการศึกษาอาจทำให้หลอดเลือดที่มีหน้าที่ในการลำเลียงเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของอวัยวะเกิดความเสียหายได้ จนอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไต การมองเห็น และปัญหาระบบประสาท การรับประทานอาหารจึงมีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด ดังนั้นคุณควรรู้ว่าควรเลือกรับประทานอาหารแบบเพื่อเป็นผลดีต่อระดับน้ำตาลในเลือด อาหาร ช่วยลดน้ำตาลในเลือด มีอะไรบ้าง สำหรับผู้ที่มีปัญหาภาวะก่อนเบาหวาน (Prediabetes) โรคเบาหวาน หรือภาวะอื่นๆ ที่มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด การเลือกรับประทานอาหารจึงเป็นส่วนสำคัญในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับที่ปกติ แม้ว่าปัจจัยอื่นๆ อย่าง ความเครียด พันธุกรรมจะมีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด แต่การรับประทานอาหารนั้นมีส่วนสำคัญในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน