ถ้าคุณกำลังตั้งครรภ์…แล้วอยากจะรู้ถึงพัฒนาการของทารกในครรรภ์ในแต่ละช่วงเวลา นี่คือสิ่งที่คุณแม่ควรรู้เกี่ยวกับ พัฒนาการทารกในครรภ์  สัปดาห์ที่ 2

พัฒนาการทารกในครรภ์

ลูกจะเติบโตอย่างไร

ในช่วงสัปดาห์นี้ ร่างกายจะส่งสัญญาณว่าพร้อมสำหรับการมีลูกแล้ว และจะเริ่มปล่อยไข่ออกมา เพื่อรอการปฎิสนธิภายในสัปดาห์นี้ ฉะนั้นบอกให้แฟนเตรียมตัวเอาไว้เลย ลูกน้อยกำลังจะเกิดขึ้นแล้ว แต่ก็ต้องใช้ความพยายามของทั้งสองฝ่าย ขอให้โชคดีนะ

แล้วรู้หรือเปล่าว่าในช่วงสัปดาห์นี้ เป็นช่วงที่เพศของลูกถูกกำหนดขึ้นมาแล้วนะ แต่คุณจะยังไม่รู้จนกว่าจะถึงสัปดาห์ที่ 18-20 ของการตั้งครรภ์ คุณอาจสงสัยว่ามันจะเกิดขึ้นได้อย่างไร เราจะอธิบายให้คุณฟัง…

มนุษย์ทุกคนมีโครโมโซมคนละ 46 คู่ ใน 46 คู่นี้มี 2 คู่ที่เป็นตัวกำหนดเพศของแต่ละคน ซึ่งเรียกว่าโครโมโซมเพศ โดยมาจากเชื้ออสุจิ 1 โครโมโซม และมาจากไข่อีก 1 โครโมโซม ในไข่จะมีโครโมโซมเพียงชนิดเดียว นั่นก้คือโครโมโซม X ในขณะที่เชื้ออสุจิจะมีมีทั้งโครโมโซม X และโครโมโซม Y ฉะนั้นถ้าลูกของคุณมีโครโมโซมเพศเป็น XX ลูกของคุณก็จะเป็นเพศหญิง และถ้าโครโมโซมเพศเป็น XY ลูกของคุณก็จะเป็นเพศชาย

ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและรูปแบบการใช้ชีวิต

ร่างกายจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง

ร่างกายของคุณพร้อมตกไข่แล้ว ซึ่งหมายถึงไข่ใกล้จะออกมารอการปฎิสนธิ ผนังมดลูกจะหนาขึ้นเพื่อเตรียมรับน้ำหนักของลูก ในช่วงปลายสัปดาห์นี้ จะเป็นเวลาที่เหมาะสมในการมีลูก ซึ่งอาจจำเป็นต้องใช้เครื่องตรวจสอบมดลูก เพื่อที่จะรู้ได้อย่างชัดเจน

ในระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ คู่รักของคุณจะผลิตเชื้ออสุจิที่เคลื่อนตัวเข้าไปหาไข่ของคุณ แต่จะมีเชื้ออสุจิเพียงเซลล์เดียวเท่านั้น ที่จะได้ผสมกับไข่ของคุณ เมื่อไข่กับเชื้ออสุจิผสมกันแล้ว ไข่ก็จะฝังตัวอยู่ที่ผนังมดลูกอย่างปลอดภัย แต่คุณจะยังไม่รู้จนกว่าจะผ่านไปอีกหลายสัปดาห์

ควรระมัดระวังอะไรบ้าง

สัญญาณของการตั้งครรภ์ในแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน บางคนอาจมีอาการป่วยในตอนเช้า…บางคนก็ไม่มี วิธีที่จะทำให้รู้ได้อย่างแน่นอนก็คือ การตรวจสอบว่ามีรอบเดือนหรือเปล่า ถ้ารอบเดือนไม่มาติดต่อกันหลายเดือน ก็ควรไปหาคุณหมอทันที เพื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียด

การพบหมอ

ควรปรึกษาแพทย์อย่างไรบ้าง

คุณควรบอกแพทย์ถ้าคุณพยายามจะตั้งครรภ์ แพทย์อาจถามถึงประวัติการใช้ยา และทำการตรวจร่างกายโดยทั่วไป ในระหว่างที่ตรวจสอบร่างกายก่อนการตั้งครรภ์อยู่นั้น คุณควรบอกแพทย์ว่ามีอาการป่วยหรือใช้ยาใดๆ อยู่หรือไม่ ซึ่งจะช่วยให้สามารถเตรียมตัวในการตั้งครรภ์ได้ดีขึ้น

การทดสอบใดที่ควรรู้

ในช่วงเวลานี้ คุณอาจจำเป็นต้องได้รับการตรวจมดลูก ซึ่งรอบเดือนของผู้หญิงแต่ละคนจะแตกต่างกัน บางคนอาจมีรอบเดือนทุกๆ 21 หรือ 28 วัน ฉะนั้นถ้าคุณกำลังวางแผนจะตั้งครรภ์ การตรวจมดลูกจะช่วยให้คุณรู้เวลาที่ดีที่สุดในการมีเพศสัมพันธ์กับคนรัก

การตรวจสอบอีกอย่างหนึ่งที่คุณควรจะรู้เอาไว้ก็คือ ‘การตรวจการตั้งครรภ์’ เมื่อไข่ผสมกับเชื้ออสุจิแล้ว อาจต้องใช้เวลาอย่างน้อยๆ สองสามสัปดาห์ถึงจะรู้ว่าตั้งครรภ์หรือเปล่า การตรวจบางกรณีอาจต้องทำในวันที่รอบเดือนขาดไป และในบางกรณีก็อาจต้องตรวจหลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์ ฉะนั้น โปรดปรึกษาแพทย์หากมีสัญญาณที่บ่งบอกถึงการตั้งครรภ์

สุขภาพและความปลอดภัย

ควรทำอย่างไรเพื่อให้สุขภาพดีและปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์

ก่อนจะได้รับข่าวดี คุณก็ต้องระมัดระวังตัวเองอย่างมากกับปัจจัยต่อไปนี้ เพราะอาจมีอันตรายทั้งต่อตัวคุณและลูกได้ นี่คือสิ่งที่คุณจดจำเอาไว้ให้ดี เพื่อความปลอดภัยของการตั้งครรภ์ในอนาคต

  • ยาแก้ปวด

ถ้ามีอาการไมเกรนแล้วจะทำอย่างไรดีล่ะ? แน่นอนว่าคุณต้องรับประทานยาแก้ปวด แต่อย่าลืมว่า…คุณกำลังตั้งครรภ์อยู่นะ ยาแก้ปวดส่วนใหญ่ไม่ปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์ และอาจสะสมอยู่ในร่างกายได้หลายวันด้วย ซึ่งส่วนประกอบในยาเหล่านั้นอาจมีผลต่อการเจริญเติบโตของลูก และอาจทำให้คุณไม่พร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ได้ คุณจึงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนการใช้ยาในช่วงเวลาที่สำคัญนี้

  • แอลกอฮอลล์ ยาเสพติด หรือบุหรี่

ในช่วงที่ตั้งครรภ์อยู่นั้น คุณควรงดแอลกอฮอลล์ ยาเสพติด หรือบุหรี่ เนื่องจากอาจทำให้คุณไม่พร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ จึงมีโอกาสเสี่ยงสูงในการแท้งลูก และลูกอาจเกิดอาการผิดปกติได้ ซึ่งโดยทั่วไปก็ได้แก่ภาวะที่ทารกในครรภ์ได้รับแอลกอฮอลล์จากแม่ มีปัญหาในระบบทางเดินหายใจ หรือมีน้ำหนักตัวแรกเกิดน้อย โปรดปรึกษาแพทย์ถ้าคุณมีข้อสงสัยหรือมีอาการใดๆ ที่เกี่ยวกับการตั้งครรภ์

แล้วในสัปดาห์ต่อไปลูกน้อยจะมีพัฒนาการอย่างไรต่อไปนะ…

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: มกราคม 1, 2019 | Last Modified: มกราคม 1, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน