ถ้าคุณกำลังตั้งครรภ์…แล้วอยากจะรู้ถึงพัฒนาการของทารกในครรรภ์ในแต่ละช่วงเวลา นี่คือสิ่งที่คุณแม่ควรรู้เกี่ยวกับ พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 39

พัฒนาการทารกในครรภ์

ลูกจะเติบโตอย่างไร

ตอนนี้ลูกน้อยของคุณมีขนาดเท่ากับแตงโมลูกเล็กๆ ซึ่งหนักมากกว่า 3.5 กิโลกรัม และยาวประมาณ 50 เซ็นติเมตร โดยวัดจากศีรษะถึงส้นเท้า บางครั้งสายสะดือก็อาจพันรอบคอทารกในครรภ์ได้ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ก็ไม่ก่อให้เกิดปัญหาอะไร ถึงแม้อาจต้องใช้วิธีผ่าท้องคลอด ถ้าสายรกที่พันคอทารกนั้น ทำให้เกิดแรงเหนี่ยวรั้งในระหว่างทำการคลอด แต่ปัญหาสายสะดือมัดเป็นปมแน่น มักไม่ค่อยเกิดขึ้น ซึ่งจะมีอยู่เพียง 1 เปอร์เซ็นต์ของการตั้งครรภ์เท่านั้น

ไขขาวๆ ที่เคลือบผิวทารกในครรภ์นั้นจะหลุดออกไปเกือบหมดแล้ว โดยจะมีขนอ่อนขึ้นมาแทน ร่างกายของคุณจะทำหน้าที่ส่งสารภูมิคุ้มกันให้กับลูกน้อยในครรภ์ผ่านทางรก ซึ่งจะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของทารกน้อยสามารถต่อสู้กับเชื้โรคต่างๆ ได้ ในช่วง 6-12 เดือนแรกของการใช้ชีวิต

ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและรูปแบบการใช้ชีวิต

ร่างกายจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง

อีกสัญญานหนึ่งของการพร้อมคลอดแล้วก็คือ ถุงน้ำคร่ำจะแตกออก ซึ่งจะเกิดขึ้นในวันไหนก็ได้นับจากนี้ไป เวลาที่มีน้ำเดินนั้น คุณอาจรู้สึกว่ามีน้ำไหลพรั่งพรูออกมา และบางคนก็รู้สึกว่าค่อยๆ มีน้ำไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้หญิงหลายๆ คนจะยังไม่เกิดอาการนี้จนกว่าจะพร้อมคลอดจริงๆ นอกจากนี้ยังมีผู้หญิงบางคนที่แพทย์ต้องเจาะถุงน้ำคร่ำให้แตก เพื่อเร่งให้พร้อมคลอดได้เร็วขึ้น ถ้าคุณคิดว่ามีน้ำเดิน หรือมีอาการเจ็บทองอย่างสม่ำเสมอ ก็ควรรีบติดต่อคุณหมอทันที

ควรระมัดระวังอะไรบ้าง

บางครั้งก็เป็นการดีกว่าที่จะคลอดก่อนกำหนด โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณหมอเป็นห่วงเรื่องสุขภาพของคุณ หรือคุณตั้งครรภ์เกินวันครบกำหนดครอบไปมากกว่าสองสัปดาห์แล้ว

การพบหมอ

ควรปรึกษาแพทย์อย่างไรบ้าง

ว่ากันว่าสมุนไพรบางอย่างสามารถช่วยกระตุ้นผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ให้คลอดได้เร็วขึ้น ซึ่งยังไม่มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับความปลอดภัย และการใช้สมุนไพรในการเร่งให้คลอดเร็วขึ้น ฉะนั้น คุณจึงไม่ควรใช้สมุนไพรใดๆ โดยไม่ได้รับการอนุญาตจากคุณหมอก่อน

การทดสอบใดที่ควรรู้

เมื่อใกล้ถึงวันครบกำหนดคลอดเข้าไปทุกที คุณหมออาจทำการตรวจกระดูกเชิงกรานตามปกติ เพื่อดูท่าทางของทารกน้อยในมดลูก การทดสอบพวกนั้นจะช่วยให้คุณหมอรู้ท่าทางในการเตรียมตัวคลอดของทารกน้อย ไม่ว่าจะเป็นท่าเอาหัวลงหรือเอาก้นลง ซึ่งทารกส่วนใหญ่จะอยู่ในท่าเอาหัวลงเมื่อถึงช่วงท้ายของการตั้งครรภ์ ในท่าที่เตรียมพร้อมคลอดนี้ ลูกน้อยของคุณจะอยู่ในส่วนโค้งของกระดูกเชิงกรานอย่างพอเหมาะพอดี ซึ่งในช่วงการตรวจกระดูกเชิงกรานนั้น คุณหมอจะทำการตรวจสอบปากมดลูกด้วย เพื่อดูว่าปากมดลูกเริ่มเปิดหรือนิ่มขึ้นหรือยัง และข้อมูลนี้จะแสดงเป็นตัวเลขและเปอร์เซ็นต์

สุขภาพและความปลอดภัย

ควรทำอย่างไรเพื่อให้สุขภาพดีและปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์

  • การนอนน้อย

คุณอาจกำลังเป็นกังวลในเรื่องการนอนน้อยนั้นอาจส่งผลที่เป็นอันตรายต่อลูกน้อยในครรภ์ แต่ความเป็นจริงก็คือ ทารกน้อยสามารถนอนหลับแม้ในขณะที่คุณยังตื่นอยู่ได้ ยังไม่มีข้อพิสูจน์ว่า ทำไมการนอนหลับของทารกน้อยในครรภ์ ถึงไม่ต้องพึ่งการนอนหลับจากคุณ ถึงแม้ว่าการนอนหลับพักผ่อนนั้น จะเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ ต่อร่างกายมนุษย์

การนอนน้อยอาจส่งผลต่อสุขภาพของคุณ กิจกรรมต่างๆ อาจทำให้คุณเกิดการง่วงๆ ฉะนั้น จึงควรใช้ความระมัดระวังในขณะขับรถ เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

  • การใช้ยาแก้ปวดหัว

คุณอาจเป็นกังวลเกี่ยวกับการใช้ยาแก้ปวดหัวในระหว่างตั้งครรภ์ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับยาที่คุณใช้นั่นแหละ ซึ่งยาแก้ปวดแบบเดิมๆ อาจทำให้เส้นเลือดเกิดการหดตัว และน่าจะส่งผลแบบเดียวกันกับเส้นเลือดของทารกในครรภ์ด้วย ถ้าเส้นเลือดของทารกในครรภ์เกิดการหดตัวเร็วเกินไปเมื่ออยู่ในครรภ์ ก็อาจกลายเป็นตัวขัดขวางพัฒนาการของลำไส้ หรือทำให้เส้นเลือดที่เข้าไปหล่อเลี้ยงบริเวณสันหลังเกิดการฉีกขาด ทำให้ลูกของคุณกลายเป็นอัมพาตได้

ยังไม่มีใครรู้ว่ายาพวกนี้ส่งผลกระทบต่อทารกจริงๆ หรือเปล่า แต่ก็ควระมัดระวังต่อเอาไว้ก่อน เนื่องจากมีรายงานว่าก่อให้เกิดปัญหามาบ้างแล้ว

แล้วในสัปดาห์ต่อไปลูกน้อยจะมีพัฒนาการอย่างไรต่อไปนะ

Hello Health Groupไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: มกราคม 1, 2019 | Last Modified: มกราคม 1, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย