ถ้าคุณกำลังตั้งครรภ์…แล้วอยากจะรู้ถึงพัฒนาการของทารกในครรรภ์ในแต่ละช่วงเวลา นี่คือสิ่งที่คุณแม่ควรรู้เกี่ยวกับ พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 7

พัฒนาการทารกในครรภ์

ลูกจะเติบโตอย่างไร

ช่วงนี้เด็กทารกจะมีขนาดเท่าผลบลูเบอร์รี่ และโตขึ้นเป็น 2 เท่าจากสัปดาห์ที่แล้ว ความยาวลำตัวตอนนี้คือ 1.27 เซนติเมตร  

ทารกจะเริ่มปรับตัวให้เข้ากับชีวิตในมดลูกแล้ว ในช่วงสัปดาห์นี้สายสะดือจะก่อร่างขึ้น โดยทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างคุณกับทารกในครรภ์ สายสะดือจะลำเลียงออกซิเจนและสารอาหารจากเลือดของคุณไปให้ลูกน้อย นอกจากนี้ยังช่วยกำจัดของเสียออกจากตัวลูกน้อยด้วย และในช่วงนี้ปวด ไต และระบบทางเดินอาหารของทารก ก็จะก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และจงรู้เอาไว้ด้วยนะว่าหน้าตาของทารกก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว ดวงตา จมูก ปาก และหู เริ่มส่อเค้ามาจากคุณและคนรัก คุณอาจรู้สึกตื่นเต้นจนอยากเห็นหน้าทารกว่าจะละม้ายคล้ายคลึงกับใคร ซึ่งคุณยังต้องรออีกหลายเดือน แต่กำลังจะได้พบกับลูกน้อยในเร็วๆ นี้แหละ

ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและรูปแบบการใช้ชีวิต

ร่างกายจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง

คุณอาจสังเกตเห็นว่าเต้านมเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง โดยปกติแล้วฮอร์โมนการตั้งครรภ์จะทำให้เต้านมของคุณบวมและอ่อนนุ่มขึ้น เนื่องจากมีเลือดไปหล่อเลี้ยงที่เต้านมมากขึ้น รวมทั้งไขมันสะสมอยู่ในบริเวณนั้นมากขึ้นด้วย นอกจากนี้คุณยังอาจสังเกตเห็นหัวนมตั้งตึงมากขึ้นด้วย และในบริเวณลานนมที่มีสีคล้ำ ก็จะมีสีคล้ำมากขั้น รวมทั้งมีขนาดใหญ่ขึ้นด้วย และจะมีสีคล้ำและมีขนาดใหญ่ขึ้นต่อไปเรื่อยๆ ในช่วงตั้งครรภ์นี้ ซึ่งความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ เป็นการเตรียมเต้านมให้พร้อมสำหรับการให้นมบุตร

ควรระมัดระวังอะไรบ้าง

คุณยังอยู่ในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ และอาจรู้สึกว่าเร็วเกินไปที่จะประกาศให้ใครๆ รู้ ไม่ต้องเป็นกังวลไปนะ เรารู้กันสองคนก็พอ มดลูกกำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งอาจจะทำให้ท้องป่องหรือไม่ก็ได้ ถ้าคุณเคยตั้งครรภ์มาก่อน ท้องของคุณอาจจะขนาดใหญ่กว่าครั้งก่อน ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นบริเวณท้องเคยยืดออกไปแล้วครั้งหนึ่ง จึงทำให้ท้องขยายได้ง่ายและเร็วขึ้นในการตั้งครรภ์คราวนี้ แต่โชคร้ายหน่อยตรงที่คุณจะรู้สึกปวดหลัง และเจ็บตรงกระดูกเชิงกรานเร็วขึ้น ถ้าคุณยังอยากเก็บเรื่องการตั้งครรภ์ไว้เป็นความลับต่อไป ก็หาเสื้อผ้าหลวมๆ มาใส่ซะ ไว้พร้อมเมื่อไหร่ก็ค่อยประกาศให้ใครๆ รู้

พัฒนาการทรกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 7

การพบหมอ

ควรปรึกษาแพทย์อย่างไรบ้าง

คุณควรบอกคุณหมอถ้ามีอาการใดๆที่ทำให้คุณรู้สึกไม่สบาย หรือมีอาการเลวร้ายลง คุณอาจสังเกตุเหตุว่าอาหารหรือกลิ่นบางอย่างทำให้คุณรู้สึกคลื่นไส้ หรืออยากจะอาเจียนมากขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ คุณหมออาจแนะนำวิธีการดีๆ ที่จะช่วยให้คุณมีอาการดีขึ้นได้

การทดสอบใดที่ควรรู้

คุณอาจจะหรืออาจไม่ต้องไปหาคุณหมอเป็นครั้งแรกในช่วงนี้ก็ได้ แต่ถ้าคุณไปพบคุณหมอ คุณหมอก็จะแค่เช็คร่างกายตามปกติเท่านั้น ซึ่งก็รวมถึงการชั่งน้ำหนักและการวัดความดันโลหิต และอาจต้องทำการตรวจปัสสาวะ เพื่อดูว่ามีน้ำตาลอยู่ในปริมาณสูงหรือเปล่า

สุขภาพและความปลอดภัย

ควรทำอย่างไรเพื่อให้สุขภาพดีและปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์

คุณอาจรู้สึกมีเรื่องกลุ้มใจเกี่ยวกับสุขภาพและความปลอดภัยทั้งของตัวคุณและลูกน้อยมากมาย ซึ่งนี่ก็อาจเป็นเรื่องที่คุณกำลังกลุ้มใจอยู่ก็ได้

  • การใช้คอมพิวเตอร์มากเกินไป

ถ้างานที่ทำอยู่นั้น ทำให้คุณต้องนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน คุณก็อาจกลุ้มใจว่า นั่นจะทำให้เกิดการแท้งลูกหรือเปล่า เราขอบอกให้คุณมั่นใจได้เลยว่า…นั่นไม่เป็นความจริง แต่ก็ยังต้องทำการศึกษาวิจัยมากขึ้น เพื่อหาหลักฐานมายืนยันในทฤษฎีนี้ แต่ผลเสียของการนั่งนานๆ ซึ่งมีการพิสูจน์กันมาแล้วก็คือ จะทำให้ระบบหมุนเวียนของเลือดทำงานได้ไม่ดี คุณจึงควรลุกขึ้นยืนหรือเดินไปโน่นมานี่อย่างน้อยๆ ก็ทุกชั่วโมง หรืออาจใช้วิธียืดกล้ามเนื้อหรือเดินขึ้นลงบันได เพื่อให้เลือดสูบฉีดได้ดีขึ้น

  • ควันสูบบุหรี่

เพื่อความปลอดภัย คุณควรอยู่ให้ไกลจากสถานที่ที่มีการสูบบุหรี่ เนื่องจากควันบุหรี่มีส่วนเกี่ยวข้องกับภาวะแทรกซ้อนในรก ซึ่งจะนำไปสู่ภาวะน้ำหนักตัวแรกเกิดน้อยหรือมีไอคิวต่ำได้  ถึงแม้จะยังไม่มีข้อพิสูจน์ที่ชัดเจน แต่ควรจะหลีกเลี่ยงเอาไว้ดีกว่า เพราะเรารู้ดีว่าการสูบบุหรี่นั้นเป็นอันตรายต่อสุขภาพของทารกในครรภ์ ฉะนั้น การสูดควันบุหรี่ของคนอื่นเข้าสู่ร่างกายจึงมีอันตรายเช่นเดียวกัน

แล้วในสัปดาห์ต่อไปลูกน้อยจะมีพัฒนาการอย่างไรต่อไปนะ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: มกราคม 1, 2019 | Last Modified: มกราคม 1, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน