สุขภาพเด็ก

สุขภาพเด็ก เป็นส่วนสำคัญในการเลี้ยงดูลูก พ่อแม่ควรให้ความสำคัญในการสังเกตความผิดปกติต่าง ๆ ตั้งแต่อาการทั่วไป จนถึงสัญญาณการติดเชื้อต่าง ๆ เรียนรู้เรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับ สุขภาพเด็ก เพื่อการดูแลสุขภาพของลูกน้อย ให้เติบโตได้อย่างแข็งแรง ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

สุขภาพเด็ก

ลูกอ้วนควรกังวลไหม? สัญญาณเตือนโรคอ้วนในเด็กที่พ่อแม่ควรรู้

เด็กอ้วนขึ้นนิดหน่อย หลายครอบครัวอาจคิดว่าเป็นเรื่องปกติ เดี๋ยวโตขึ้นก็ยืดและผอมลงเอง แต่ความจริงคือ โรคอ้วนในเด็กเป็นภาวะสุขภาพที่ควรใส่ใจ เพราะสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อโรคหลายอย่างตั้งแต่วัยเด็ก และยังเพิ่มโอกาสที่จะมีโรคอ้วนต่อเนื่องไปถึงวัยผู้ใหญ่ CDC, NHLBI และ NIDDK ต่างระบุว่า เด็กที่มีภาวะอ้วนมีความเสี่ยงต่อเบาหวานชนิดที่ 2 ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ ปัญหาข้อและกระดูก ปัญหาการหายใจ รวมถึงผลกระทบด้านจิตใจ เช่น ความเครียด ความมั่นใจต่ำ หรือการถูกล้อเลียน ดูจาก “การเติบโต” มากกว่ามองด้วยตาเปล่า ในเด็ก เราไม่ควรใช้เกณฑ์เดียวกับผู้ใหญ่ เพราะร่างกายยังเติบโตอยู่ การประเมินจะใช้ค่า BMI ตามอายุและเพศ หรือที่เรียกว่า BMI-for-age percentile โดย CDC และ NHLBI ระบุว่า เด็กที่มีค่า BMI อยู่ช่วงเปอร์เซ็นไทล์ที่ 85 ถึงต่ำกว่า 95 ถือว่าเริ่มมีภาวะน้ำหนักเกิน และถ้าอยู่ที่เปอร์เซ็นไทล์ 95 ขึ้นไปถือว่าเข้าข่ายโรคอ้วน ดังนั้นเด็กบางคนที่พ่อแม่รู้สึกว่า “ยังดูไม่อ้วนมาก” อาจเริ่มมีความเสี่ยงแล้วหากดูจากแนวโน้มการเติบโต อีกจุดที่ควรสังเกตคือ น้ำหนักที่ขึ้นเร็วต่อเนื่อง เสื้อผ้าคับเร็วขึ้น รอบเอวชัดขึ้น เหนื่อยง่ายกว่าปกติ […]

หมวดหมู่ สุขภาพเด็ก เพิ่มเติม

สำรวจ สุขภาพเด็ก

โรคผิวหนังในเด็ก

ลูกผิวแห้ง ปัญหากวนใจ ที่คุณแม่ไม่อาจละเลย

ลูกผิวแห้ง อาจเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในทารกและเด็กเล็ก โดยสาเหตุที่ทำให้ลูกผิวแห้งอาจขึ้นตามธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ แต่ในบางครั้ง อาการผิวแห้งที่เกิดขึ้นก็อาจมีสาเหตุมาจากโรคต่าง ๆ เช่น โรคผิวหนังอักเสบ โรคทางพันธุกรรม ดังนั้น การดูแลทำความสะอาดผิว รวมถึงการบำรุงผิวอย่างถูกต้อง อาจช่วยแก้ปัญหาผิวแห้งและทำให้สุขภาพผิวของลูกแข็งแรง ลูกผิวแห้ง เป็นอันตรายอะไรหรือไม่ อาการผิวแห้งของลูกอาจทำให้คุณพ่อคุณแม่เกิดความกังวลใจ หรือไม่แน่ใจว่าอาการผิวแห้งที่เกิดขึ้นเป็นสัญญาณของภาวะที่เป็นอันตรายหรือไม่ โดยปกติแล้ว อาการผิวแห้งของเด็กมักจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติตั้งแต่แรกเกิด หรือเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ อาการเหล่านี้ถือเป็นเรื่องปกติที่อาจเกิดขึ้นได้เป็นประจำ และสามารถจัดการได้ง่าย ๆ เพียงแค่บำรุงผิวให้ถูกต้อง ในบางครั้ง อาการผิวแห้งของลูกอาจมีสาเหตุมาจากโรคผิวหนังอักเสบหรือโรคทางพันธุกรรม ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกไปพบคุณหมอ เพื่อทำการวินิจฉัยและหาแนวทางการรักษาโรคอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ คุณหมอยังอาจตรวจสอบดูว่ามีสัญญาณของการติดเชื้อที่ผิวหนัง เช่น มีหนอง มีอาการบวมตามรอยแตกแห้งของผิวด้วยหรือไม่ สาเหตุที่ทำให้ลูกผิวแห้ง ผิวของทารกและเด็กเล็กมีความบอบบางเป็นอย่างมาก ทำให้ไวต่อสิ่งระคายเคือง และความเปลี่ยนแปลงทางสภาพแวดล้อมต่าง ๆ จนอาจนำไปสู่ปัญหาผิวแห้งได้ โดยสาเหตุที่อาจทำให้ลูกผิวแห้งอาจมีดังนี้ สภาพอากาศ อากาศที่เย็นและแห้งอาจทำลายชั้นไขมันที่ปกป้องผิว ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น เกิดเป็นผิวแห้ง แตก และกระด้าง นอกจากนี้ อากาศที่ร้อนจัดก็อาจทำให้ผิวของเด็กเกิดอาการแห้งได้เช่นกัน เนื่องจากแสงแดดในช่วงหน้าร้อน อากาศในห้องปรับอากาศ และการสูญเสียเหงื่อที่มากจนเกินไป อาจทำให้เด็กขาดน้ำ และส่งผลให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นและแห้ง เป็นตั้งแต่แรกเกิด เด็กทารกหลายคนอาจจะมีผิวแห้งและลอกทันทีตั้งแต่หลังคลอด โดยเฉพาะทารกที่อยู่ในครรภ์มากกว่า 40 สัปดาห์ขึ้นไป และอาการอาจดีขึ้นเองเมื่อโตขึ้น อาบน้ำบ่อยเกินไป การอาบน้ำให้ลูกบ่อยเกินไปอาจเป็นการทำลายน้ำมันตามธรรมชาติบนผิวหนัง ทำให้ผิวหนังไม่สามารถกักเก็บความชุ่นชื้นไว้ได้ และเกิดเป็นอาการผิวแห้ง หรืออาจจะทำให้ผิวที่แห้งอยู่แล้ว […]


โรคติดเชื้อในเด็ก

Mycoplasma คืออะไร

Mycoplasma คือ เชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดอาการหลอดลมอักเสบและการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน สามารถติดต่อสู่กันได้ด้วยการแพร่กระจายระหว่างคนสู่คนผ่านของเหลวในร่างกาย รวมทั้งเสมหะที่มาจากการไอ นอกจากนี้ยังอาจแพร่กระจายผ่านละอองในอากาศด้วยการจาม หรือพูดคุย การติดเชื้อ Mycoplasma มักพบได้บ่อยในเด็กวัยเรียน ทั้งยังอาจเป็นสาเหตุของโรคปอดบวม แต่การติดเชื้อเหล่านี้อาจหาได้ยากในเด็กที่อายุน้อยกว่า 5 ปี Mycoplasma คือ ในประเทศสหรัฐอเมริกา มีการติดเชื้อ Mycoplasma ประมาณ 2 ล้านครั้ง/ปี โดยไมโคพลาสมานั้น เป็นเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดอาการหลอดลมอักเสบและการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน สามารถติดต่อสู่กันได้ด้วยการแพร่กระจายระหว่างคนสู่คนผ่านของเหลวในร่างกาย รวมทั้งเสมหะที่มาจากการไอ นอกจากนี้ยังอาจแพร่กระจายผ่านละอองในอากาศด้วยการจาม หรือพูดคุย Mycoplasma อาจแพร่กระจายได้ง่ายที่สุดในหมู่คนที่อยู่ใกล้ชิดกับคนอื่น ซึ่งรวมไปถึงผู้ที่อาศัยอยู่ในครอบครัวเดียวกัน ค่ายทหาร ค่ายพัก โรงเรียน รวมไปถึงในมหาวิทยาลัย นอกจากนี้เชื้อ Mycoplasma ยังสามารถแพร่กระจายไปทั่วชุมชนได้อีกด้วย การติดเชื้อ Mycoplasma มักพบได้บ่อยในเด็กวัยเรียน ทั้งยังอาจเป็นสาเหตุของโรคปอดบวม แต่การติดเชื้อเหล่านี้อาจหาได้ยากในเด็กที่อายุน้อยกว่า 5 ปี อาการที่เกิดขึ้นเมื่อเด็กได้รับเชื้อ Mycoplasma โดยปกติแล้ว ความเจ็บป่วยที่เกิดจากเชื้อ Mycoplasma อาจไม่รุนแรงในช่วงแรก แต่เมื่อผ่านไป 1-4 สัปดาห์อาการอาจจะเริ่มแย่ลง ทำให้เกิดการติดเชื้อได้หลายประเภท สำหรับโรคที่พบบ่อยที่สุดในเด็ก ก็คือ หลอดลมอักเสบ (Tracheobronchitis) หรือที่รู้จักทั่วไปว่า […]


ความผิดปกติทางพัฒนาการและพฤติกรรม

อาการสมาธิสั้นในเด็ก ปัจจัยเสี่ยง วิธีป้องกัน

อาการสมาธิสั้นในเด็ก เป็นภาวะเรื้อรังที่เกิดขึ้นก่อนเด็กมีอายุ 12 ปี เด็กบางคนเริ่มมีอาการตั้งแต่อายุ 3 ขวบและอาจเป็นต่อเนื่องจนถึงวัยผู้ใหญ่ โดยคุณพ่อคุณแม่อาจสังเกตว่าเด็กสมาธิสั้นหรือไม่ได้จากอาการกระสับกระส่ายอยู่ไม่นิ่ง หรือไม่สามารถจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้นาน คุณพ่อคุณแม่จึงควรศึกษาวิธีรับมือเมื่อเด็กมีอาการสมาธิสั้น ก่อนนำไปสู่ภาวะที่รุนแรงขึ้นจนกระทบกระเทือนการใช้ชีวิตเมื่อเตบโตขึ้นในอนาคต [embed-health-tool-vaccination-tool] อาการสมาธิสั้นในเด็ก อาการของเด็กสมาธิสั้นมีความรุนแรงหลายระดับ และพบได้มากในเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิง สำหรับเด็กผู้ชาย มักมีอาการอยู่ไม่นิ่ง หุนหันพลันแล่นเป็นหลัก ส่วนเด็กผู้หญิงอาจมีอาการขาดสมาธิในการจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อาการของเด็กสมาธิสั้นแบ่งได้ 3 ประเภท ดังนี้ สมาธิสั้นแบบขาดสมาธิ (Predominantly Inattentive) เด็กที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มนี้อาจไม่มีสมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งรอบตัว เช่น ไม่ใส่ใจรายละเอียดจนเกิดความผิดพลาด มีปัญหาในการจดจ่อกับสิ่งที่ต้องทำ มีอาการเมินเฉย ไม่ตอบโต้เมื่อมีคนพูดด้วยมีอาการลืมบ่อย ฟุ้งซ่าน สมาธิสั้นแบบอยู่ไม่นิ่งและหุนหันพลันแล่นเป็นหลัก (Predominantly Hyperactive/Impulsive) เด็กที่สมาธิสั้นในกลุ่มนี้จะมีอาการอยู่ไม่สุข พูดมากเกินไป ชอบขัดจังหวะผู้ถาม ไม่ชอบการรอ ไม่สามารถทำกิจกรรมใด ๆ หรืออาจทำอย่างเงียบ ๆ ไม่สามารถอยู่นิ่งได้จะต้องวิ่ง ปีน หรือเคลื่อนไหวร่างกายอยู่ตลอดเวลา สมาธิสั้นแบบผสม เด็กที่มีลักษณะโรคสมาธิสั้นแบบผสมจะมีอาการของทั้ง 2 ลักษณะผสมกันไปตามสถานการณ์หรืออารมณ์ของเด็กที่ไม่อาจคาดเดาได้ ปัจจัยเสี่ยงเด็กสมาธิสั้น อาการเด็กสมาธิสั้นอาจจะมีสาเหตุไม่แน่ชัด แต่เป็นไปได้ว่าอาจมาจากปัจจัยเสี่ยงในด้านต่าง ๆ ดังนี้ กรรมพันธุ์ หากมีคนในครอบครัว เป็นโรคสมาธิสั้นหรือเป็นโรคทางจิตเวชอื่น ๆ อาจเป็นสาเหตุที่ส่งผลให้เด็กมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคนี้ได้ […]


ปัญหาสุขภาพเด็กแบบอื่น

ไบโพลาร์ในเด็ก อาการ ปัจจัยเสี่ยง และการรับมือ

ไบโพลาร์ในเด็ก อาจสังเกตได้จากอาการอารมณ์แปรปรวนผิดปกติ สมาธิสั้น หุนหันพลันแล่น ก้าวร้าว หงุดหงิดง่าย หรือมีพฤติกรรมที่ดปลี่ยนแปลงไป คุณพ่อคุณแม่ควรคอยสังเกตอาการของลูก และปรึกษาคุณหมอเพื่อหาวิธีการรับมือกับโรคไบโพลาร์ในเด็กอย่างเหมาะสม อาการของไบโพลาร์ในเด็ก โรคไบโพลาร์ในเด็ก เป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้กับเด็กทุกเพศ ทุกวัย โรคไบโพลาร์ในเด็กสามารถทำให้อารมณ์ของพวกเขามีความแปรปรวน ตั้งแต่ระดับสูงจนถึงระดับต่ำ พวกเขาอาจมีอาการสมาธิสั้น อาการสงบ หรือบางครั้งก็เกิดภาวะซึมเศร้า ซึ่งอาการอารมณ์แปรปรวนในเด็ก ๆ ถือเป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่หากเด็ก ๆ มีอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญานที่บ่งบอกว่าเขามีอาการโรคไบโพลาร์ มีอารมณ์แปรปรวนที่รุนแรง แตกต่างจากอารมณ์แปรปรวนตามปกติที่เกิดขึ้นในทุก ๆ วัน มีอาการสมาธิสั้น มีพฤติกรรมหุนหันพลันแล่น ก้าวร้าว หรือมีพฤติกรรมต่อต้านสังคม มีปัญหาในการนอนหลับ หรือเป็นโรคนอนไม่หลับ มีอารมณ์หงุดหงิด เกือบทั้งวันในช่วงที่มีอาการซึมเศร้า มีความคิดที่อยากฆ่าตัวตาย พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องเพศหรือแสดงพฤติกรรมที่มีความสนใจทางเพศ รู้สึกไร้ค่า มีอาการร่าเริงผิดปกติ หรือมีพฤติกรรมที่ไม่สมเหตุสมผล ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดไบโพลาร์ในเด็ก ยังไม่มีความชัดเจนถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดโรค ไบโพลาร์ในเด็ก แต่ปัจจัยหลาย ๆ อย่างอาจเพิ่มความเสี่ยงของเด็กในการพัฒนาความผิดปกตินี้ เช่น พันธุกรรม การที่คนในครอบครัวมีประวัติเคยเป็นโรคไบโพลาร์ เป็นหนึ่งในความน่าจะเป็นที่เป็นความเสี่ยง ที่ถือว่าเป็นความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุด หากสมาชิกในครอบครัวคนอื่นมีความผิดปกติของโรคไบโพลาร์ เด็กที่เกิดมาก็อาจจะมีแนวโน้มที่จะมีอาการโรคไบโพลาร์ ปัญหาระบบประสาท โครงสร้างของสมองหรือการทำงานของสมอง ที่มีความผิดปกติสามารถทำให้เด็กมีความเสี่ยงที่จะพัฒนาเป็นโรคไบโพลาร์ได้ สภาพแวดล้อม สภาพแวดล้อมที่เจอในชีวิตประจำวันก็เป็นส่วนหนึ่งที่สามารถทำให้มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไบโพลาร์ได้ หากเด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความเครียด กดดัน ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคไบโพลาร์ บาดแผลทางจิตใจ การมีเหตุการณ์ในวัยเด็กที่ไม่พึงประสงค์ เกิดขึ้นซ้ำๆ หลายๆ ครั้ง […]


ความผิดปกติทางพัฒนาการและพฤติกรรม

สัญญาณเตือนออทิสติก ที่พ่อแม่ควรสังเกต

ออทิสติก คือความผิดปกติของพัฒนาการเด็ก ซึ่งส่งผลให้เด็กไม่สามารถพัฒนาทักษะด้านการสื่อสาร ทักษะทางสังคม ทักษะทางภาษาได้อย่างเหมาะสมตามวัย และจะแสดงพฤติกรรมอย่างเดิมซ้ำ ๆ สัญญาณเตือนออทิสติก ที่คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตได้ชัด คือ เด็กไม่ตอบสนองต่อเสียง ไม่ชอบให้ใครสัมผัสตัว ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรปรึกษาคุณหมอ เพื่อทราบถึงวิธีเสริมสร้างพัฒนาการ เพื่อกระตุ้นให้เด็กสามารถเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม [embed-health-tool-vaccination-tool] ออทิสติก คืออะไร ออทิสติก หรือกลุ่มอาการออทิสติก คือ ภาวะความผิดปกติของสมองตั้งแต่กำเนิดที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของยีน จนส่งผลต่อพัฒนาการด้านต่าง ๆ เช่น ด้านการเข้าสังคม ด้านการสื่อสาร ด้านพฤติกรรม ด้านอารมณ์ ทำพฤติกรรมเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ชอบพูดเลียนแบบ สะบัดมือไปมา เด็กที่เป็นโรคออทิสติกแต่ละคนอาจแสดงอาการต่างกัน บางคนอาจมีอาการเล็กน้อย ไม่กระทบการใช้ชีวิตประจำวันมากนัก ในขณะที่บางคนอาจต้องได้รับการดูแลอย่างเต็มรูปแบบ ไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติเองได้ หากพ่อแม่สงสัยและกังวลว่าลูกจะเป็นออทิสติกหรือไม่ คุณหมออาจแนะนำให้ทำการทดสอบและสังเกตพัฒนาการของลูก เช่น ทารกอายุ 6 เดือนไม่มีการยิ้มหรือแสดงความรู้สึกมีความสุข อายุ 12 เดือนแล้วไม่ร้องอ้อแอ้ อายุ 14 เดือนไม่แสดงท่าทาง ชี้ไปที่สิ่งของ หรืออายุ 16 เดือน ยังไม่สามารถพูดคำใด ๆ ได้ สัญญาณเตือนออทิสติก การสังเกตอาการ […]


ความผิดปกติทางพัฒนาการและพฤติกรรม

สัญญาณและการดูแลเด็กที่เป็น Dyslexia

Dyslexia (ดิสเล็กเซีย) เป็นความผิดปกติทางด้านการเรียนรู้และการอ่านรูปแบบหนึ่ง ส่งผลให้เด็กมีปัญหาเรื่องการจดจำคำศัพท์ การอ่าน การสะกด และการเขียนคำศัพท์ ซึ่งไม่ได้เกิดจากความบกพร่องทางสติปัญญา เด็กที่เป็น Dyslexia อาจต้องใช้เวลานานกว่าที่จะสามารถเรียนรู้ตัวหนังสือแต่ละตัว ดังนั้น ผู้ปกครองและคุณครูจึงควรทำความเข้าใจและให้การดูแลเด็กที่เป็น Dyslexia อย่างเหมาะสม ทำความเข้าใจกับ Dyslexia Dyslexia หมายถึงโรคที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติในการเรียนรู้และการอ่าน โรคนี้มักจะส่งผลให้เด็กไม่สามารถจดจำและจัดการกับภาษาได้ เด็กที่เป็นโรคดิสเล็กเซียทักจะมีปัญหากับการเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ และไม่สามารถแบ่งย่อยคำ เพื่อให้ง่ายต่อการอ่านออกเสียง จึงทำให้เกิดปัญหาในการอ่าน การเขียน และการสะกดคำ เด็กที่เป็นโรคนี้อาจจะสามารถจดจำคำศัพท์ได้ แต่จะมีปัญหาในการเรียนรู้ศัพท์ใหม่ ๆ และอาจจะนึกคำที่เคยเรียนรู้แล้วได้ช้า โรคดิสเล็กเซียนั้นไม่ใช่ความบกพร่องในการเรียนรู้ (learning disability) เพราะไม่ได้เกิดจากความบกพร่องทางสติปัญญาของเด็ก ในช่วงระยะแรกของการเรียน เด็กที่เป็นโรคดิสเล็กเซียอาจสามารถเรียนตามทันเพื่อนๆ ได้โดยไม่มีปัญหาอะไร แต่เมื่อยิ่งโตขึ้นและต้องเจอกับบทเรียนที่ยากขึ้นเรื่อยๆ ก็อาจเริ่มแสดงให้เห็นถึงปัญหาในการเรียนรู้ของเด็กที่เป็นเด็กที่เป็นโรคดิสเล็กเซีย โรคดิสเล็กเซียเป็นปัญหาที่จะอยู่ไปตลอดชีวิต แต่การช่วยเหลืออย่างถูกวิธี อาจสามารถช่วยชดเชย และทำให้เด็กที่เป็นโรคดิสเล็กเซียสามารถเรียนรู้ความรู้ทางวิชาการ และใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกเป็น Dyslexia สัญญาณของโรคดิสเล็กเซียอาจจะสังเกตได้ยากในช่วงแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงก่อนวัยเรียน แต่ก็อาจมีสัญญาณของโรคบางอย่างที่สามารถสังเกตได้ในช่วงวัยต่างๆ ของลูก ดังต่อไปนี้ ก่อนวัยเรียน สัญญาณของโรคดิสเล็กเซียในเด็กก่อนวัยเรียน ได้แก่ เริ่มพูดได้ช้า เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ได้ช้า ไม่สามารถออกเสียงคำได้อย่างถูกต้อง หรือสับสนว่าคำๆ นั้นออกเสียงอย่างไร มีปัญหากับการจดจำชื่อ ตัวเลข หรือสีต่างๆ มีปัญหากับการจับจังหวะเสียงดนตรีง่ายๆ วัยเรียน สัญญาณของโรคดิสเล็กเซียในวัยเรียนอาจสังเกตได้ง่ายมากขึ้น […]


สุขภาพเด็ก

วิธีแปรงฟัน สำหรับเด็ก และประโยชน์ของการแปรงฟันเด็ก

วิธีแปรงฟัน สำหรับเด็กที่ถูกต้อง เป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ต้องใส่ใจ แม้เด็กจะยังมีเพียงฟันน้ำนมก็ตาม เพราะหากไม่ดูแลสุขภาพฟันเสียตั้งแต่เนิ่น ๆ อาจทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมา เช่น ฟันผุ ฟันขึ้นช้า รากฟันติดเชื้อ ซึ่งนอกจากจะส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของเด็กได้ด้วย ความสำคัญของสุขภาพฟัน สุขภาพฟันของลูกเป็นสิ่งที่สำคัญที่คุณพ่อคุณต้องใส่ใจ ควรพาลูกไปพบทันตแพทย์เป็นประจำเพื่อตรวจสุขภาพฟันและสุขภาพปากอย่างสม่ำเสมอ แม้จะเป็นเพียงฟันน้ำนม แต่ถ้าหากไม่ดูแลใส่ใจจนปล่อยให้ฟันผุอาจส่งผลเสียต่าง ๆ ตามมา ดังนี้ หากฟันน้ำนมผุไว อาจเพิ่มความเสี่ยงให้ฟันแท้ผุไวขึ้น หากฟันน้ำนมผุไว อาจทำให้ฟันแท้ที่จะขึ้นมาช้ากว่าปกติ หรือปัญหาฟันซ้อนฟันเอียงได้ หากฟันน้ำนมผุหลายซี่ อาจทำให้เกิดอาการเจ็บปวดขณะฟันผุ จนส่งผลการเจริญเติบโตของลูกได้ เช่น น้ำหนักตัวลดลง รับประทานอาหารได้น้อยลง หรืออาจร้ายแรงถึงขั้นขาดสารอาหาร  3 ท่า แปรงฟันให้ลูก เพื่อสุขภาพฟันที่แข็งแรง ท่าที่ 1 อาจเหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุ 10 เดือนขึ้น ซึ่งอาจทำได้โดยจับลูกไว้ระหว่างขา 2 ข้าง หรือใช้ขาพาดทับแขนลูกไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกใช้มือปัดขณะแปรงฟัน รวมทั้งอาจใช้ขาไขว้ล็อคตัวลูกไว้ เพื่อไม่ให้ลูกดิ้นหนี ท่าที่ 2 เมื่อลูกโตในระดับนึงแล้ว แต่ยังแปรงฟันไม่ค่อยสะอาด คุณพ่อคุณแม่อาจยืนซ้อนด้านหลังของลูก ให้หัวลูกพิงกับตัวเอง จากนั้นจับคางลูกเงยหน้าเล็กน้อย […]


สุขภาพเด็ก

วิธีป้อนยาเด็ก ที่อาจช่วยให้ลูกกินยาง่ายขึ้น

การดูแลเด็กในช่วงที่เด็กป่วยถือเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะเวลาต้องป้อนยาลูก เพราะเด็กส่วนใหญ่ไม่ชอบกินยา บ้างอาจเป็นเพราะไม่ชอบรสชาติของยา บ้างก็ไม่เข้าใจว่าจะต้องกินยาไปทำไม หรือเด็กบางคนอาจกลืนยาเม็ดหรือยาแคปซูลไม่เป็น ยิ่งหากพยายามบังคับให้ลูกกินยา ก็อาจทำให้ลูกกินยายากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเรียนรู้ วิธีป้อนยาเด็ก อย่างถูกวิธี อาจช่วยให้เด็กกินยาง่ายขึ้น ซึ่งอาจส่งผลดีต่อสุขภาพของเด็กเป็นอย่างมาก วิธีป้อนยาเด็ก ที่อาจช่วยให้ลูกกินยาง่ายขึ้น 1. หาวิธีป้อนยาที่เหมาะสม คุณต้องหาว่าลูกคุณชอบกินยาวิธีไหน หรือที่ผ่านมาคุณป้อนยาลูกวิธีไหนแล้วได้ผลที่ดีสุด เช่น ให้กินยาจากช้อนตวง ใช้ไซรินจ์ ใช้หลอดหยดยา ใช้หลอดดูด ให้ดื่มจากแก้ว หากลูกโตพอรู้เรื่องแล้ว คุณอาจให้ลูกได้มีโอกาสเลือกด้วย เช่น เขาอยากกินยาวิธีไหน อยากกินยาตอนก่อนอาบน้ำหรือหลังอาบน้ำ อยากกินยาที่โต๊ะกินข้าวหรือบนโซฟา หากลูกอยากกินยาเอง คุณควรปล่อยให้เขาทำโดยดูแลอยู่ใกล้ๆ 2. ระวังอย่าให้สำลัก เวลาป้อนยา คุณต้องค่อยๆ ป้อน หรืออาจต้องแบ่งยาเป็นส่วนเล็กๆ อย่าพยายามยัดเยียดให้ลูกกินยาจนเขาสำลัก หากเป็นทารกหรือเด็กเล็ก ควรป้อนยาที่กระพุ้งแก้มแทนการป้อนยาที่บนลิ้นส่วนหลัง โดยให้เด็กอยู่ในท่านั่งหรือหลังตรง เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กสำลัก และต้องรอให้เด็กกลืนยาลงคอก่อนจึงค่อยป้อนยาเพิ่ม 3. อธิบายให้ลูกฟังว่าทำไมต้องกินยา หากลูกโตพอรู้ภาษา คุณควรอธิบายให้ลูกฟังว่าทำไมเขาต้องกินยา ให้ลูกรู้ว่ายาจะช่วยให้เขาหายป่วย เขาจะได้ไปโรงเรียน เล่นกับเพื่อน หรือทำกิจกรรมที่เขาชอบได้โดยเร็ว เด็กชอบเล่นหรือทำกิจกรรมต่างๆ มากกว่านอนพักนิ่งๆ อยู่ในบ้านอยู่แล้ว ยิ่งคุณพ่อคุณแม่อธิบายแบบนี้ ก็จะยิ่งทำให้เขาอยากกินยา เพราะจะได้รีบหายจากอาการป่วยและไปเล่นได้ไวๆ 4. ขอความช่วยเหลือจากคุณหมอ ยาบางตัวอาจมีรสชาติดีกว่ายาอีกตัว หรือยาบางตัวอาจกินแค่วันละสองครั้งในขณะที่ยาอีกตัวต้องกินวันละสี่ครั้ง […]


สุขภาพเด็ก

สาเหตุที่ทำให้เด็กมีกลิ่นปาก

เด็กมีกลิ่นปาก เป็นปัญหาที่พบบ่อย โดยเฉพาะในเด็กวัยเตาะแตะ ปัญหากลิ่นปากในเด็กอาจเกิดจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น การแปรงฟันไม่ถูกต้อง คราบหินปูน เศษอาหารตกค้าง จุกนมหลอก หรือการติดเชื้อภายในช่องปาก ดังนั้น ผู้ปกครองจึงควรศึกษาเกี่ยวกับสาเหตุและวิธีการดูแลช่องปากอย่างเหมาะ เพื่อช่วยป้องกันปัญหากลิ่นปากในเด็ก สาเหตุที่ทำให้เด็กมีกลิ่นปาก 1. การแปรงฟันของเด็ก สิ่งแรกที่คุณพ่อคุณแม่ควรคำนึง คือ การแปรงฟันของเด็ก เพราะถ้าหากเด็กไม่ได้แปรงฟันทุกวัน วันละ 2 ครั้ง และแปรงฟันผิดวิธี เช่น แปรงแค่บริเวณฟันหน้าเพียงอย่างเดียว ก็อาจทำให้มีเศษอาหารหลงเหลืออยู่ตามซอกฟัน บวกกับมีแบคทีเรียในช่องปาก อาจจะทำให้ฟันผุ จนทำให้เกิดปัญหากลิ่นปากในที่สุด 2. ปัญหาคราบหินปูน คราบหินปูน (Plaque) ไม่ได้เกิดแค่เฉพาะกับผู้ใหญ่ เด็กก็สามารถมีคราบหินปูนได้เช่นกัน คุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกแปรงฟันทุกวันด้วยยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ (Fluoride) เพราะจะช่วยป้องกันฟันผุ และยังช่วยป้องกันคราบหินปูนด้วย ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า คุณพ่อคุณแม่ควรดูแลสุขภาพช่องปากของเด็ก โดยให้ลูกแปรงฟันวันละ 2 ครั้ง คือ ก่อนกินอาหารเช้า และหลังจากกินอาหารเย็น หรือเวลาตื่นนอนและก่อนเข้านอน นอกจากนี้ ถ้าลูกยังอยู่ในวัยเตาะแตะ การให้ลูกนั่งตัก และคุณพ่อคุณแม่ช่วยลูกแปรงฟัน ก็จะช่วยทำให้แปรงฟันได้สะดวกขึ้น 3. ปากแห้ง ปากแห้งสามารถทำให้เกิดปัญหากลิ่นปากได้ โดยบางครั้งลูกอาจจะมีอาการป่วย จนทำให้หายใจไม่สะดวก เลยต้องหายใจทางปาก ก็อาจทำให้เด็กมีอาการปากแห้งได้ แล้วถ้าลูกของคุณชอบดูดนิ้ว หรือดูดผ้าห่ม […]


สุขภาพเด็ก

ลูกฟันผุ สาเหตุ และวิธีรักษาที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้

ภาวะฝันผุเกิดได้ทั้งกับเด็กและผู้ใหญ่ แต่อาจพบในเด็กได้มากกว่า เนื่องจากเด็กอาจมีพฤติกรรมในการรับประทานอาหารที่เสี่ยงเกิดฟันผุ เช่น ชอบกินขนมหวาน ชอบกินลูกอม ทั้งยังอาจดูแลและทำความสะอาดภายในช่องปากได้ไม่ดีนัก หากคุณพ่อคุณแม่ปล่อยให้ ลูกฟันผุ ไม่พาไปรักษาอย่างทันท่วงที อาจส่งผลให้เกิดภาวะสุขภาพอื่น ๆ ตามมาได้ โดยเฉพาะหากฟันแท้ผุ อย่างไรก็ตาม การรับรู้สาเหตุและวิธีการรักษาฝันผุที่เหมาะสม อาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะฟันผุในเด็กได้ [embed-health-tool-vaccination-tool] ลูกฟันผุ เกิดจากอะไร ฟันผุ คือ ภาวะที่เคลือบฟัน (Enamel) ซึ่งเป็นส่วนที่แข็งที่สุดและเป็นชั้นนอกสุดของฟันถูกทำลาย เนื่องจากมีแบคทีเรียเกาะอยู่บนผิวฟัน แล้วสร้างกรดแลคติกออกมาทำลายแร่ธาตุบนเคลือบฟัน จนทำให้เกิดจุดขาว จุดน้ำตาล หรือจุดสีดำบนฟัน ฟันไวต่อความร้อนหรือความเย็น มีกลิ่นปาก หรือหากฟันผุรุนแรง อาจทำให้ฟันเป็นโพรงขนาดใหญ่ ซึ่งหากปล่อยให้ลูกฟันผุไปถึงโพรงประสาทฟัน อาจทำให้เนื้อเยื่อโพรงประสาทฟันติดเชื้อและอักเสบจนต้องถอนฟัน และอาจส่งผลให้เกิดภาวะสุขภาพรุนแรงขึ้น เช่น โรคเหงือกอักเสบ การติดเชื้อในกระแสเลือด จนเสี่ยงเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ สาเหตุของภาวะฟันผุในเด็กที่พบได้บ่อย เช่น การรับประทานอาหารน้ำตาลสูงอย่างลูกอม ขนมหวาน น้ำอัดลม แล้วไม่แปรงฟัน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยดังต่อไปนี้ ก็อาจทำให้ลูกฟันผุได้เช่นกัน สุขอนามัยในการดูแลฟันไม่ดี ปากแห้ง มีร่องหรือรอยแยกเกิดขึ้นบนฟัน ขาดฟลูออไรด์ การหลับคาขวดนมตั้งแต่อายุยังน้อย อาหารที่อาจทำให้ ลูกฟันผุ อาหารและเครื่องดื่มที่อาจทำให้ลูกเสี่ยงฟันผุได้ อาจมีดังนี้ ลูกอม ลูกอมส่วนมากมีน้ำตาลหรือสารให้ความหวานเป็นส่วนประกอบหลัก หากรับประทานมากเกินไป หรือรับประทานแล้วไม่แปรงฟันให้ดี […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

กำลังมองหาเรื่องราวในการเลี้ยงดูบุตรใช่หรือไม่?

เข้าร่วมชุมชนการเลี้ยงดูบุตรและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคุณแม่และคุณพ่อคนอื่น ๆ เข้าร่วมชุมชนได้เลย!





ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน