home

การดูแลทารก

การดูแลทารก คือการดูแลลูกน้อยตั้งแต่เริ่มอาบน้ำไปจนถึงการพาเจ้าตัวน้อยเข้านอนอย่างสบายตลอดทั้งคืน ลองมาดูเคล็ดลับการดูแลทารกที่ได้รับรองจากผู้เชี่ยวชาญ ได้ที่นี่

ความรู้ทั่วไป

การดูแลทารก

ในช่วงแรก การ ดูแลทารกแรกเกิด สำหรับคุณแม่มือใหม่หลายคนอาจเป็นเรื่องยาก เพราะทารกพูดไม่ได้จึงแสดงออกได้เพียงทางเดียวคือการร้องไห้หรือส่งเสียง การสังเกตพฤติกรรมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในดูแลทารกแรกเกิด เพื่อให้ลูกน้อยของคุณปลอดภัยหายห่วง และสานสัมพันธ์ความรักระหว่างครอบครัว Hello คุณหมอ ได้นำเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการดูแล ทารกแรกเกิด มาฝากคุณแล้วในบทความนี้ สัญญาณบอกว่า ทารกแรกเกิด กำลังป่วย เนื่องจากทารกแรกเกิดไม่สามารถพูดได้ คุณจึงจำเป็นต้องดูแล ทารกแรกเกิด อย่างใกล้ชิด ใส่ใจสัญญาณและอาการที่ทารกแสดงออกมาเป็นพิเศษ ถ้าหากลูกน้อยของคุณมีอาการไอเล็กน้อย ท้องร่วง หรือมีอาการผิดปกติอย่างอื่นควรรีบปรึกษาคุณหมอที่โรงพยาบาลเพื่อหาสาเหตุของอาการนั้น อาการต่อไปนี้เป็นสัญญาณบอกว่าลูกของคุณอาจกำลังป่วย ไม่ยอมกินอาหาร ท้องร่วงและอาเจียนมากผิดปกติ อาการหวัดแย่ลง มีผื่นขึ้น ร่างกายขาดน้ำ คือ ปัสสาวะน้อยไม่ถึงวันละ 6-8 ครั้ง, ไม่มีน้ำตาเมื่อร้องไห้ ตาตก ร้องไห้ไม่หยุด แต่ถ้าหากลูกของคุณมีอาการที่ร้ายแรงขึ้นดังต่อไปนี้ควรรีบพาไปรักษาในทันที เลือดออกไม่หยุด ทารกไม่สามรถเคลื่อนไหวได้ อุณภูมิทางทวารหนักสูงถึง 38 องศาเซสเซียส ขึ้นไป ตาและผิวมีสีเหลือง นอนมากกว่าปกติ กินหรือสัมผัสสารพิษ อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณที่กำลังบอกว่า ทารกแรกเกิด กำลังป่วย หากลูกน้อยของคุณมีอาการข้างต้น อย่านิ่งนอนใจเพราะอาจส่งผลต่อสุขภาพของทารกในระยะยาว และอาจเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ ดูแลทารกแรกเกิด ต้องใส่ใจอะไรบ้าง หากคุณเป็นคนดูแลทารกแรกเกิดด้วยตัวเองแล้วล่ะก็ มีหลายสิ่งที่ต้องระวัง เนื่องจากทารกบอบบาง และอาจติดเชื้อโรคได้ง่าย แนวทางในการดูแลลูกน้อยของคุณ มีดังนี้ ล้างมือให้สะอาด ก่อนจับตัวทารกคุณควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้งเพราะทารกยังไม่มีระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงจึงเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย […]

หัวข้อ การดูแลทารก เพิ่มเติม

การดูแลทารก

ปัญหา ลูกร้องไห้กลางดึก เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่พ่อแม่หลาย ๆ คนต้องเจอ ช่วงเวลากลางคืนควรเป็นเวลาแห่งการพักผ่อน จากกิจกรรมที่เหนื่อยล้ามาทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหรือว่าการเลี้ยงเจ้าตัวเล็ก แต่หากเจอปัญหา ลูกร้องกลางดึก อาจจะยิ่งทำให้เหนื่อยกว่าเดิมจากการอดหลับอดนอน ไม่เพียงเท่านั้น การที่ ลูกร้องกลางดึก บ่อย ๆ ยังทำให้พวกเขาอดนอน จนอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการได้ วันนี้ Hello คุณหมอ มีเคล็ดลับดี ๆ ที่จะช่วยรับมือกับปัญหา ลูกร้องไห้กลางดึก ที่เกิดขึ้น มาฝากกันค่ะ ลูกร้องกลางดึก อาจเกิดจากปัญหาเหล่านี้ การนอนหลับเป็นช่วงเวลาที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้า นอกจากนี้การนอนหลับยังมีส่วนช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและช่วยส่งเสริมให้มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี สำหรับทารกการนอนหลับถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ เพราะส่งผลต่อพัฒนาการในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ความรู้ความเข้าใจ อารมณ์ และการเรียนรู้ หากพวกเขานอนหลับไม่เพียงพออาจทำใหเกิดความบกพร่องในการพัฒนาได้ ลูกร้องไห้กลางดึก อาจเกิดได้จากสาเหตุ ดังนี้ อาการป่วย เด็กทารกเป็นวัยที่ยังไม่สามารถสื่อสารออกมาเป็นคำพูดได้ เมื่อพวกเขาเกิดอาการเจ็บป่วย ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัดหรือหูเกิดการอักเสบ พวกเขาก็จะร้องไห้ออกมา ฟันกำลังจะขึ้น ในช่วงที่ฟันกำลังจะขึ้น เด็ก ๆ หลายคนจะรู้สึกคันเหงือก บางครั้งอาจมีอาการเหงือกบวมแดง จนทำให้ ลูกร้องไห้กลางดึก และไม่ยอมนอนในตอนกลางคืนได้ รู้สึกไม่สบายตัว เมื่อพวกเขารู้สึกไม่สบายตัว ไม่ว่าจะร้อนเกินไป หนาวเกินไป หรือว่ารู้สึกคัน พวกเขาก็จะร้องไห้ขึ้นมา ดังนั้น […]

การดูแลทารก

เมื่อวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันหยุดยาวมาถึง หลายครอบครัวต่างก็อยากที่จะออกไปท่องเที่ยวกันแบบพร้อมหน้าพร้อมตา ทำให้ตัวเลือกสำหรับการเดินทางที่ประหยัดเวลา ไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างแดน คงเป็น ‘เครื่องบิน’ ในบางครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ก็มีความจำเป็นที่จะต้องพาลูกน้อยขึ้นเครื่องไปด้วยอีก พ่อแม่มือใหม่อาจจะยังเตรียมตัวไม่พร้อมในการ ดูแลทารก มากนัก วันนี้ Hello คุณหมอได้นำความรู้ที่สามารถเป็นคู่มือของหลายๆ ครอบครัว ที่กำลังมีแพลนจะออกเดินทางด้วยเครื่องบินมาฝากกันค่ะ คุณพ่อคุณแม่ ควรเตรียมตัวอย่างไร ก่อนพาลูกขึ้นเครื่อง การเดินทางที่ยาวไกลสำหรับครอบครัวที่พาลูกน้อยไปด้วยนั้น คุณพ่อคุณแม่จำเป็นอย่างมากที่ต้องเตรียมความพร้อม เพื่อป้องกันปัญหานำมาสู่การรบกวนผู้อื่นบนเครื่องบิน ซึ่งควรเริ่มวางแผนการเดินทางได้ดังนี้ ตรวจสุขภาพทารกโดยกุมารแพทย์อย่างละเอียด และอาจได้รับวัคซีนเป็นภูมิคุ้มกัน เพื่อป้องกันเชื้อโรคต่างๆ ในระหว่างเดินทาง และในประเทศปลายทาง ทำการจองที่นั่งโดยระบุรายละเอียดให้แก่สายการบินทราบ และควรสอบถามถึงข้อจำกัด หรือข้อบังคับ สำหรับการพาเด็กทารกขึ้นเครื่อง เพราะสายการบินบางแห่งไม่อนุญาตให้เด็กแรกเกิดที่มีอายุต่ำกว่า 2 สัปดาห์ขึ้นบิน เพื่อป้องกันอันตรายแก่เด็ก ในขณะเดียวกันบางสายการบินอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมของน้ำหนักสัมภาระ เลือกแถวนั่งที่มีพื้นเป็นบริเวณกว้างกว่าแถวอื่นๆ หรือเลือกที่นั่งใกล้ชิดกับหน้าตาเครื่องบินมากกว่าที่นั่งด้านนนอก เพราะอาจได้รับอุบัติเหตุจากการบริการอาหารเครื่องดื่ม เช่น น้ำร้อน ที่ส่งมาจากด้านนอกมายังด้านใน หรือรถเข็นบริการอาจเฉี่ยวชนได้ หลีกเลี่ยงการจองช่วงเวลาเดินทางที่ตรงกับเวลานอนของทารก เนื่องจากการเดินทางทางอากาศมีผลให้ทารกตื่นตัว เกิดเป็นอารมณ์หงุดหงิดจนส่งเสียงร้องไห้ออกมา เปลี่ยนผ้าอ้อมลูกรักคุณทันทีก่อนขึ้นเครื่อง จะช่วยให้ลูกน้อยรู้สึกสบายตัวในขณะเดินทาง ไม่ควรให้นมก่อนขึ้นเครื่องไม่เช่นนั้น ทารกอาจเผลอหลับและทำให้ตื่นอีกทีช่วงเดินทาง ซึ่งอาจเกิดอาการงอแงได้ อุปกรณ์สำหรับ ดูแลทารก ที่ควรมีติดกระเป๋า คุณพ่อคุณแม่ควรจัดกระเป๋าสัมภาระ และอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อมสำหรับการดูแลลูกน้อยในระหว่างเที่ยวบิน ดังนี้ เบาะนั่งสำหรับเด็กทารกแบบพกพา หรือ คาร์ซีท ผ้าอ้อม แผ่นรองผ้าอ้อม ผ้าห่มทารก อาหารขบเคี้ยว และเครื่องดื่มสำหรับทารก ผงนมแบบชง ผ้ากันเปื้อน เสื้อผ้าสำรอง ทิชชู่เปียกทำความสะอาดสำหรับเด็ก ถุงพลาสติกสำหรับใส่ผ้าอ้อมที่ใช้แล้วของทารก จุกนมหลอก ของเล่นแบบที่ไม่ค่อยมีเสียงรบกวนผู้โดยสารท่านอื่น ชุดทำแผลทางการแพทย์สำหรับใช้กับทารก ยาสามัญประจำตัวเด็ก วิธี ดูแลทารก ระหว่างอยู่บนเครื่องบิน ที่ผู้ปกครองควรใส่ใจ แม้ช่วงเวลาที่ทารกกำลังมีความสุขก็ไม่ได้หมายความว่าตลอดการเดินทางหลายชั่วโมงอารมณ์ของลูกรักคุณจะไม่เปลี่ยนแปลง […]

การดูแลทารก

เมื่อลูกน้อยที่มีอายุตั้งแต่หกเดือนขึ้นไป จากนมที่เคยเป็นอาหารหลักเพียงอย่างเดียว ก็ถึงเวลาที่คุณแม่ควรจะปรับเปลี่ยนอาหารเสียที โดยส่วนใหญ่มักจะเริ่มเปลี่ยนเป็นอาหารจำพวกผัก ผลไม้ แต่ยังคงใช้เทคนิคการให้โดยการบดอย่างละเอียดเพราะกังวลว่าอาหารเหล่านี้จะเข้าไปเป็นอันตรายได้ แต่วันนี้ Hello คุณหมอ ได้มีแนวทางใหม่ในการหัดให้เด็กเล็กรู้จักกับการกินอาหารด้วยตัวเองที่เรียกว่า Baby Led Weaning (BLW) ซึ่งอาจมีส่วนช่วยในการพัฒนาอวัยวะร่างกายของลูกรักให้แข็งแรงขึ้น มาฝากทุกครอบครัวกัน BLW (Baby Led Weaning) คืออะไร BLW (Baby Led Weaning) เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการให้ลูก ๆ ได้กินอาหารด้วยมือของเขาเอง อาหารที่จะนำมาฝึกให้ลูกของคุณจะค่อนข้างแข็งเล็กน้อย และควรผ่านการปรุงสุกเพื่อช่วยลดความแข็งนี้ลงให้เหมาะกับเด็กเล็ก ส่วนใหญ่แล้วคุณแม่มักเลือกผัก ผลไม้ ที่ให้คุณประโยชน์เสริมสร้างร่างกายแก่ลูก เช่น มะละกอ แอปเปิ้ล มะเขือเทศ แครอท เป็นต้น ซึ่งวิธีนี้จะแตกต่างจากการใช้วิธีบดอาหารแบบเดิม โดยช่วงอายุที่แนะนำให้มีการเริ่มเลี้ยงลูกของคุณแบบBLW คือตั้งแต่ช่วง 6 เดือนขึ้นไป เพราะช่วง 6 เดือนนี้เป็นช่วงที่ลูกเริ่มมีความสนใจในอาหาร เริ่มหยิบจับคว้าอะไรได้บ้างแล้ว และสามารถเริ่มนั่งตัวตรงได้ การใช้เทคนี้สอนลูกรักของคุณเป็นการเสริมทักษะอย่างหนึ่งให้พวกเขาได้เริ่มหัดช่วยเหลือตนเองต่อไปได้ในอนาคต และที่สำคัญยังทำให้คุณแม่ประหยัดเวลาในการบดอาหาร หรือการป้อนอาหารมากขึ้นอีกด้วย เช็กลูกรักของคุณ ว่าพร้อมเริ่มการฝึก BLW ได้เมื่อใด ลูกของคุณต้องมีอายุ 6 เดือนขึ้นไป โดยที่สามารถนั่งบนเก้าอี้แบบทรงตัวตรง […]

การดูแลทารก

สายสะดือ จะทำหน้าที่ลำเลียงสารอาหารและออกซิเจน เพื่อช่วยให้ลูกน้อยได้มีพัฒนาการในการเจริญเติบโตตอนที่ยังอยู่ในครรภ์ แต่หลังจากที่ลูกน้อยลืมตาขึ้นมาดูโลกแล้ว สายสะดือก็ไม่มีความจำเป็นสำหรับพวกเขาอีกต่อไป สายสะดือจึงถูกตัดและรัดเอาไว้จนกลายเป็นตอสั้น ๆ ซึ่งถ้าดูแลไม่ดี ก็อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อหรือปัญหาอื่น ๆ ได้ ฉะนั้น ถ้าคุณเพิ่งให้กำเนิดลูกน้อย วันนี้ Hello คุณหมอ มีวิธี ดูแลสายสะดือ ลูกน้อยที่คุณแม่ควรทำมาฝากกันค่ะ  สายสะดือ คืออะไร ตอนที่ทารกยังอยู่ในครรภ์ จะได้รับสารอาหารและออกซิเจนผ่านทางรก ที่ติดอย่กับผนังมดลูกด้านในของคุณแม่ โดยรกจะเชื่อมต่อกับทารกน้อยด้วยสายสะดือ ซึ่งเป็นสายที่ต่อมาจากช่องท้องของเด็กทารก หลังจากที่ลูกน้อยคลอดออกมา สายสะดือก็จะถูกรัดและตัดให้ชิดกับร่างกายเด็ก ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ไม่ทำให้รู้สึกเจ็บปวดอะไร ทำให้เกิดเป็นตอสะดือ อยู่กลางลำตัวของลูกน้อย สายสะดือจะแห้งและหลุดออกภายใน 7 ถึง 21 วัน เหลือไว้แต่แผลเล็กๆ ที่จะหายเองภายในสองสามวัน วิธีการ ดูแลสายสะดือ ที่ถูกต้อง สายสะดือของลูกน้อยจะแห้งและหลุดออกไปในที่สุด ซึ่งโดยปกติจะหลุดออกภายในหนึ่งถึงสามสัปดาห์หลังคลอด ซึ่งในระหว่างนี้คุณก็ควรดูแลสายสะดือให้ลูกน้อยด้วยวิธีการต่อไปนี้ รักษาความสะอาดและทำให้สายสะดือแห้งอยู่เสมอ พับผ้าอ้อมไม่ให้ไปกดทับในบริเวณสายสะดือ (หรือซื้อผ้าอ้อมสำหรับเด็กแรกเกิดที่ทำรอยเว้าเอาไว้สำหรับสายสะดือ) วิธีนี้จะช่วยให้สายสะดือโดนลม และช่วยป้องกันไม่ได้โดนปัสสาวะของเด็กด้วย อาบน้ำให้ลูกน้อยด้วยการใช้ฟองน้ำ ชุบน้ำเช็ดตามเนื้อตัวให้ลูกน้อย แทนการจับลูกน้อยลงไปนอนแช่ในอ่างน้ำ เลือกเสื้อผ้าที่โปร่งสบายให้ลูกน้อย ถ้าสภาพอากาศอบอุ่นสบาย ก็ให้ลูกน้อยใส่แค่ผ้าอ้อมและเสื้อยืดหลวม ๆ เพื่อช่วยให้เกิดอากาศถ่ายเท ซึ่งจะทำให้แผลแห้งได้เร็วขึ้น อย่าสวมเสื้อผ้ารัดแน่นให้ลูกน้อย หลีกเลี่ยงการสวมกางเกงหรือบอดี้สูทให้ลูกน้อย […]

การดูแลทารก

ขวดนม เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยในการประหยัดระยะเวลาการให้นมกับลูก ซึ่งแม้ว่าจะช่วยอำนวยความสะดวกแค่ไหนก็ตาม แต่ก็ยังมีข้อควรรู้และข้อควรระวังเกี่ยวกับขวดนมที่ผู้ปกครองควรทราบ Hello คุณหมอ มีข้อควรรู้เกี่ยวกับ ขวดนม มาฝากค่ะ ข้อดีของการใช้ขวดนม สามารถรับรู้ปริมาณอาหารที่ลูกได้รับอย่างแน่นอนในแต่ละครั้งหรือแต่ละวัน คุณพ่อคุณแม่สามารถที่จะทราบได้แน่ชัดว่าต้องให้นมในปริมาณเท่าไหร่ หรือให้นมกี่ขวดจึงจะเพียงพอให้ลูกอิ่ม หากลูกทานแต่นมแม่อย่างเดียว ในแต่ละครั้งที่เด็กหิว ผู้เป็นแม่จะต้องสละเวลาในการทำกิจกรรมอื่นๆ เพื่อมาให้นมลูก แต่การสลับมาให้ลูกดื่มนมจากขวดนม (โดยภายในอาจเป็นนมผงสำหรับเด็ก หรืออาจเป็นนมแม่ที่มีการปั๊มนมเก็บไว้สำหรับใส่ขวดนม) ก็จะเป็นการประหยัดเวลาให้ผู้เป็นแม่ได้มีเวลาพักผ่อนหรือทำกิจกรรมอื่นๆ ซึ่งสามารถให้สมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆ คอยดูแลเรื่องขวดนมแทนได้ เด็กที่ดื่มนมจากขวดนมจะหิวน้อยกว่าเด็กที่ดื่มนมจากเต้านมแม่ เพราะการดื่มนมจากขวดนมจะใช้เวลาในการย่อยนานกว่าดื่มนมจากเต้านมแม่ ข้อเสียของการใช้ขวดนม คุณแม่ที่ให้ลูกดื่มนมจากเต้านมของตนเอง จะมีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ โรคกระดูกพรุน น้อยกว่าคุณแม่ที่ให้ลูกดื่มนมจากขวดนม การให้ลูกดื่มนมจากขวดนม(และในขวดนมเป็นนมผงสำหรับเด็ก) จะมีการย่อยที่ช้ากว่าการดื่มนมจากเต้านมของแม่ ค่าใช้จ่ายในการซื้อขวดนมและนมผงนั้นแพงกว่าการให้ลูกดื่มนมจากเต้านมของแม่ วิธีทำความสะอาดขวดนม หลังจากที่เด็กดื่มนมจากขวดนมเสร็จ ให้ล้างขวดนมและจุกนมทันทีด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอุปกรณ์สำหรับเด็ก แล้วล้างด้วยน้ำร้อนหรือน้ำอุ่น ใช้แปรงสำหรับทำความสะอาดขวดนม และควรแน่ใจว่าสามารถทำความสะอาดคราบนมที่ติดอยู่ในขวดนมออกจนหมด เมื่อล้างเสร็จแล้วให้ล้างขวดนมอีกครั้งด้วยน้ำสะอาด แล้วนำไปตากให้แห้ง ข้อห้ามสำหรับขวดนม ไมโครเวฟของต้องห้าม คุณพ่อคุณแม่มือใหม่หลายคนมักจะนำขวดนมไปอุ่นในไมโครเวฟ ข้อนี้ถือว่าเป็นข้อห้าม ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องที่สะดวกสบาย แต่ทั้งนี้เพราะการนำขวดนมไปอุ่นในไมโครเวฟ จะทำให้ระดับความร้อนนั้นไม่พอดี ถ้าหากว่าเจ้าตัวเล็กได้รับนมที่ร้อนมากจนเกินไปก็อาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ ทางที่ดีลองเอานมขวดแช่ในน้ำอุ่นแล้วลองหยดน้ำลงบนมือเพื่อดูว่าอุณภูมิอยู่ในระดับที่พอดีหรือไม่ ไม่ควรให้ดื่มนมในขณะนอนหลับ ข้อควรระวังอีกข้อหนึ่งก็คือ ระวังไม่ให้เด็กดื่มนมจากขวดนมไปพร้อมๆ กับการนอนหลับ หลายคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องปกติที่ควรทำเพราะจะช่วยให้เด็กนั้นหลับสบายมากยิ่งขึ้น แต่ในความเป็นจริงนั้นถือเป็นความเสี่ยงที่จะทำให้เด็กเกิดการสำลักนมในขณะนอนหลับ และยังเพิ่มความเสี่ยงในเรื่องของฟันผุอีกด้วย อย่าใส่ธัญพืชลงในน้ำนม คุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่กลัวว่าลูกจะได้รับสารอาหารจากนมไม่เพียงพอ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เด็กสามารถที่จะได้รับใยอาหารจากนมอย่างเพียงพออยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าน้ำนมนั้นเป็นนมแม่ แต่ถ้าหากว่าใส่ธัญพืชเข้าไปในนมของลูก ก็อาจจะกลายเป็นความเสี่ยงในเรื่องของระบบย่อยอาหาร เนื่องจากเจ้าตัวเล็กไม่สามารถที่จะเคี้ยวธัญพืชเหล่านั้นได้ นอกจากข้อควรระวังข้างต้นแล้ว […]

การดูแลทารก

ขลิบปลาย ถึงแม้จะบอกว่าเป็นเรื่องลับสำหรับหลาย ๆ คน แต่ในความเป็นจริงแล้ว สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ เรื่องของ การขลิบปลาย สำหรับเจ้าตัวน้อย ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จำเป็นจะต้องรู้ บางคนอาจจะมองว่าการขลิบปลายเป็นประโยชน์ ทั้งยังช่วยในเรื่องของความสะอาดของอวัยวะเพศชาย แต่บางคนก็อาจจะคิดว่า ให้เป็นไปตามธรรมชาติ บทความนี้ Hello คุณหมอ จึงได้นำเรื่องนี้มานำเสนอ เพื่อให้เหล่าคุณพ่อคุณแม่ได้ทำความเข้าใจ และเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องของการขลิบปลายไปพร้อม ๆ กัน ขลิบปลาย เรื่องพื้นฐานที่ควรรู้ การขลิบปลาย มีมาตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณ โดยเชื่อกันว่าจะทำให้ผู้ชายรักษาความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศได้มากขึ้น สำหรับการขลิบปลายทางพิธีกรรมศาสนาจะเรียกว่า “การเข้าพิธีสุนัต” (Khitan) ซึ่งการเข้าพิธีสุนัตในทุกวันนี้ ส่วนใหญ่จะทำเพื่อเหตุผลทางศาสนา หรือวัฒนธรรม ในประเทศสหรัฐอเมริกา ประมาณ 55% ของทารกแรกเกิด จะถูกพาเข้าสุนัตไม่นานหลังคลอด ส่วนเด็กผู้ชายคนอื่น ๆ อาจจะมีการผ่าตัดในภายหลัง สำหรับการขลิบปลายเป็นเรื่องพื้นฐานที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ในปัจจุบันจำเป็นจะต้องรู้ อย่างน้อยต้องทำความเข้าใจก่อนเลยว่า การที่จะทำการขลิบปลายนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะทำหลังจากคลอด 2-3 อาทิตย์ แต่สำหรับทารกบางคนก็อยู่ในระยะเวลา 10 วัน ซึ่งวิธีการนั้นก็จะเป็นการตัดเอาหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศของเด็กผู้ชายออกนั่นเอง วิธีการดูแลรักษาหลัง การขลิบปลาย หลังจากที่นำเจ้าตัวเล็กไปทำ การขลิบปลาย มาเรียบร้อยแล้ว อาการจะสามารถหายไปได้ภายใน 7-10 วัน ซึ่งในช่วงระยะเวลานี้ […]

ผู้เชี่ยวชาญด้าน การดูแลทารก ของเรา

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม see-more-icon
x