home

สุขภาพทางเพศ

สุขภาพทางเพศ คืออีกหนึ่งส่วนสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข Hello คุณหมอ จึงอยากนำเสนอเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสุขภาพทางเพศ ทั้งการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย ไปจนถึงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ให้ผู้อ่านได้มีสุขภาพทางเพศที่ดีมากยิ่งขึ้น

เรื่องเด่นประจำหมวด

สุขภาพทางเพศ

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คือโรคที่ติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อ ไม่ว่าทางปาก อวัยวะเพศ หรือทวารหนัก โรคที่พบได้บ่อยในเพศชาย ได้แก่ หนองในแท้ หนองในเทียม ซิฟิลิส แผลริมอ่อน เริม และหูดที่อวัยวะเพศ ผู้ที่ป่วยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อาจรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ได้ เพราะบางโรคอาจใช้เวลานานกว่าจะแสดงอาการจึงทำให้ผู้ที่เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อาจแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้หากมีเพศสัมพันธ์โดยไม่สวมถุงยางอนามัยป้องกัน ในประเทศไทย โดยกระทรวงสาธารณสุขชี้ว่า อัตราป่วยด้วยโรคทั้ง 6 เพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจนในทุกกลุ่มอายุ โดยในกลุ่มอายุ 15-19 ปีเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าในรอบ 10 ปี จากอัตราป่วย 79 คน ต่อประชากรหนึ่งแสนคน เป็น 191 คน ต่อประชากรหนึ่งแสนคน โดยในเพศชาย ผู้ป่วยซิฟิลลิสเพิ่มจาก 3.1 คน ต่อประชากรหนึ่งแสนคน ในปี 2553 เป็น 17.1 คน ในปี 2562 หรือมากกว่า 5 เท่า ในรอบ 10 ปี 6 โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้ในผู้ชาย 1. โรคหนองใน  โรคหนองในเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียไนซีเรีย โกโนเรียอี (Neisseria […]

หัวข้อ สุขภาพทางเพศ เพิ่มเติม

การคุมกำเนิด

ยาคุมฮอร์โมนต่ำ คือ ยาคุมกำเนิดชนิดหนึ่งที่มีปริมาณของฮอร์โมนเอสโตรเจนน้อยกว่ายาคุมกำเนิดปกติ โดยปกติแล้ว ยาคุมกำเนิดมักจะมีส่วนผสมของฮอร์โมนเอสโตรเจนประมาณ 30-50 ไมโครกรัม แต่ยาคุมฮอร์โมนต่ำอาจมีส่วนผสมของฮอร์โมนเอสโตรเจนประมาณ 20 ไมโครกรัม หรือน้อยกว่านั้น ทั้งนี้ ยาคุมฮอร์โมนต่ำอาจมีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ไม่ต่างจากยาคุมกำเนิดแบบปกติหากใช้อย่างถูกวิธี อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาคุณหมอหรือเภสัชกรก่อนตัดสินใจรับประทาน ยาคุมกำเนิดมีกี่ประเภท  ยาคุมกำเนิดอาจแบ่งแยกประเภทได้ ดังนี้  ยาคุมกำเนิดฮอร์โมนเดี่ยว เป็นยาคุมที่มีส่วนประกอบของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หนึ่งแผงจะมียาทั้งหมด 28 เม็ด หากรับประทานถูกวิธี อาจให้ผลในการคุมกำเนิดถึง 99% อย่างไรก็ตาม อาจมีผลข้างเคียง เช่น เจ็บหน้าอก ผิวเป็นจุดคล้ายกระ ซึ่งส่วนใหญ่อาการจะหายได้เองภายใน 2-3 เดือน ยาคุมกำเนิดฮอร์โมนรวม เป็นยาคุมที่มีส่วนประกอบของฮอร์โมนเอสโตรเจนและฮอร์โมนโปรเจสติน ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์เลียนแบบฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนตามธรรมชาติ มีทั้งชนิดแผงละ 21 เม็ด และแผงละ 28 เม็ด ถือเป็นยาคุมกำเนิดที่นิยมใช้กันมากที่สุด หากรับประทานถูกวิธี อาจให้ผลในการคุมกำเนิดถึง 99% อย่างไรก็ตาม การรับประทานยาคุมกำเนิดฮอร์โมนรวมอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ อารมณ์แปรปรวน เจ็บเต้านม ปวดศีรษะ ซึ่งอาการมักดีขึ้นหลังจากเริ่มใช้ยาประมาณ 2-3 เดือน […]

การคุมกำเนิด

ยาคุมกำเนิด เป็นวิธีที่นิยมใช้เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ที่ไม่พึ่งประสงค์ ยาคุมกำเนิดมีฮอร์โมนเพศหญิงเป็นส่วนประกอบหลัก การรับประทานยาคุมกำเนิดอย่างถูกวิธีอาจช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้ ทั้งนี้ การทราบข้อมูลที่แน่ชัดว่า ยาคุมมีกี่ประเภท ยาคุมกินตอนไหน และควรกินอย่างไร อาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ด้วยยาคุมกำเนิดได้ อย่างไรก็ตาม ยาคุมกำเนิดไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์   ยาคุม คืออะไร  ยาคุมกำเนิด หรือที่นิยมเรียกสั้น ๆ ว่า ยาคุม คือ ยาที่ช่วยลดโอกาสในการตั้งครรภ์ มีส่วนประกอบของฮอร์โมนเพศหญิง ได้แก่ ฮอร์โมนเอสโตรเจน และฮอร์โมนสังเคราะห์เลียนแบบฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน เช่น ฮอร์โมนโปรเจสติน ฮอร์โมนลีโวนอร์เจสเตรล (Levonorgestrel) ยาคุมแต่ละประเภทอาจมีฮอร์โมนเพศในชนิดและปริมาณที่แตกต่างกันไป  ประเภทของยาคุมกำเนิดที่อาจพบได้บ่อย เช่น  ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนเดี่ยว มีฮอร์โมนโปรเจสติน ซึ่งเป็นฮอร์โมนสังเคราะห์เลียนแบบฮอร์โมนโปรเจนเตอโรนเพียงอย่างเดียว ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม มีฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสตินเป็นส่วนประกอบ ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน มีฮอร์โมนลีโวนอร์เจสเตรล ซึ่งเป็นฮอร์โมนสังเคราะห์เลียนแบบฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเป็นส่วนประกอบ ยาคุมกำเนิดจะเข้าไปปรับเปลี่ยนการทำงานของอวัยวะในระบบสืบพันธุ์เพศหญิง เช่น รังไข่ ปากมดลูก ผนังมดลูก โดยการสร้างเมือกบริเวณปากมดลูกเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อสุจิเข้าไปผสมกับไข่ได้ยากขึ้น และยังทำให้ผนังมดลูกบางลง ไข่ไม่สามารถฝังตัวที่ผนังมดลูกได้ จึงไม่ตั้งครรภ์ ยาคุมกินตอนไหน   การรับประทานยาคุมกำเนิดแบบปกติ เช่น แบบฮอร์โมนเดี่ยว แบบฮอร์โมนรวม อาจทำได้ดังนี้  เริ่มรับประทานยาคุมกำเนิดในวันแรกที่มีประจำเดือน หรืออาจช้ากว่านั้นได้ แต่ไม่ควรเกินวันที่ 5 ของการมีประจำเดือน  […]

สุขภาพทางเพศ

หนองในแท้ หรือ โรคหนองใน เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดหนึ่ง โดยติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันกับผู้ที่เป็นโรคนี้ผ่านทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือทางปาก ผู้ชายและผู้หญิงมีโอกาสป่วยเป็นหนองในแท้ แต่ผู้ชายมีโอกาสเป็นมากกว่าโดยเฉพาะกลุ่มชายรักชาย เมื่อเป็นแล้วควรรีบรักษาไม่ปล่อยทิ้งไว้เพราะอาจเกิดโรคแทรกซ้อน เช่น ติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์ ภาวะมีบุตรยาก เป็นหมัน แต่หากรักษาถูกวิธีสามารถหายได้ หนองในแท้คืออะไร หนองในแท้ (Gonorrhea) คือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ประเภทหนึ่ง ซึ่งเกิดจากแบคทีเรียไนซีเรีย โกโนเรีย (Neisseria gonorrhoeae) แบคทีเรียชนิดนี้แพร่กระจายจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งได้ ผ่านการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือทางปาก รวมทั้งการสัมผัสโดนอวัยวะหรือบริเวณที่มีเชื้อแบคทีเรีย รวมทั้งการใช้เซ็กส์ทอยร่วมกันโดยไม่ล้างทำความสะอาดก่อนใช้ ผู้ป่วยมักเป็นแผลบริเวณอวัยวะเพศ มีหนองสีเหลืองหรือสีเขียวไหลออกจากแผล ปวดอวัยวะเพศเมื่อต้องปัสสาวะ นอกจากนี้ยังสามารถติดต่อจากมารดาไปยังทารกได้ระหว่างตั้งครรภ์ หากหญิงตั้งครรภ์สงสัยว่าตนเองอาจติดเชื้อหนองในแท้ควรเข้ารับการตรวจ เพื่อหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ก่อนคลอดบุตร เพราะหากไม่เข้ารับการรักษาให้หาย อาจส่งผลให้ทารกที่คลอดออกมามีโอกาสตาบอดตลอดชีวิตได้ อาการของหนองในแท้ ผู้ป่วย 1 ใน 10 มักไม่แสดงอาการเมื่อได้รับเชื้อ โดยส่วนใหญ่ มักแสดงอาการเมื่อผ่านไป 2-10 วัน หลังจากได้รับเชื้อ แต่อาจใช้เวลาถึง 30 วันในการเพาะเชื้อ โดยผู้หญิงและผู้ชายมีอาการแตกต่างกัน ดังนี้ สำหรับผู้หญิงนั้น เมื่อเป็นหนองในแท้มักไม่แสดงอาการหรือแสดงอาการค่อนข้างน้อย โดยส่วนใหญ่อาจเข้าใจผิดว่าอาการเหล่านี้คืออาการหนองในแท้ ช่องคลอด เป็นแผล และมีสารคัดหลั่งสีเหลืองปนเขียว หรือสีขาวไหลออกมา […]

สุขภาพทางเพศ

การคุมกำเนิด คือ วิธีป้องกันไม่ให้ตัวอสุจิเข้าไปผสมกับไข่จนเกิดการปฏิสนธิ ป้องกันการฝังตัวของตัวอ่อนที่ถูกผสมแล้ว หรือการทำลายไข่ที่ผสมแล้วและฝังตัวในเยื่อบุโพรงมดลูก วิธีคุมกำเนิดมีด้วยกันหลายวิธี เช่น การใช้ถุงยางอนามัย การใช้ห่วงอนามัยคุมกำเนิด การรับประทานยาคุมกำเนิด การทำหมันแบบถาวร อย่างไรก็ตาม การเลือกวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสมและเกิดผลข้างเคียงน้อยที่สุด อาจต้องคำนึงถึงความสะดวกและสุขภาพของผู้ใช้ด้วย การคุมกำเนิด มีอะไรบ้าง การคุมกำเนิดแบ่งออกเป็นหลายประเภท ดังนี้ การคุมกำเนิดแบบชั่วคราว สามารถกลับมามีลูกได้เมื่อหยุดคุมกำเนิด โดยวิธีคุมกำเนิดชั่วคราวอาจมีดังนี้ ถุงยางอนามัยผู้ชายและผู้หญิง ถุงยางสำหรับเพศชายผลิตจากน้ำยางพาราหรือโพลียูรีเทน (Polyurethane) มีลักษณะบาง เป็นทรงกระบอก ปลายด้านหนึ่งมีกระเปาะ ยืดหยุ่นได้ดี ใช้สวมใส่ก่อนมีเพศสัมพันธ์ ส่วนถุงยางสำหรับเพศหญิงผลิตจากโพลียูรีเทน มีลักษณะบาง ยืดหยุ่นได้ดี ที่ปลายแต่ละข้างมีขอบยางที่ช่วยยึดให้ถุงยางอยู่กับที่ เวลาสวมใส่ให้ถือถุงยางด้วยมือข้างหนึ่ง ใช้นิ้วสอดเข้าไปในถุงยางอนามัยและดันถุงยางอนามัยให้เข้าไปถึงบริเวณปากมดลูก จากนั้นถุงยางจะคลายตัวและขยายออกเอง โดยต้องให้ปลายด้านหนึ่งของถุงยางอยู่นอกช่องคลอดเพื่อให้ดึงออกได้ง่าย ถุงยางอนามัยสามารถป้องกันการตั้งครรภ์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ อย่างไรก็ตาม อาจมีผลข้างเคียงในผู้ที่แพ้สารหล่อลื่นที่เคลือบอยู่บริเวณผิวถุงยาง หมวกยางกั้นช่องคลอดหรือหมวกครอบปากมดลูก (Diaphragm) มีลักษณะเป็นทรงกลมทำจากซิลิโคนอ่อนนุ่ม ใช้สอดเข้าไปในช่องคลอดก่อนมีเพศสัมพันธ์เพื่อปิดปากมดลูกไม่ให้ตัวอสุจิสามารถเข้าไปในมดลูกและผสมกับไข่จนปฏิสนธิได้ อาจมีผลข้างเคียง คือ ทำให้ระคายเคืองภายในช่องคลอดและอวัยวะเพศชายได้ ฟองน้ำคุมกำเนิด (Contraceptive Sponge) ทำจากโฟมโพลียูรีเทน (Polyurethane foam) มีสารฆ่าตัวอสุจิ โดยก่อนมีเพศสัมพันธ์ต้องสอดฟองน้ำเข้าไปในช่องคลอดให้คลุมปากมดลูกทั้งหมด เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวอสุจิสามารถเข้าไปในมดลูกและผสมกับไข่จนปฏิสนธิได้ อาจมีผลข้างเคียง คือ ทำให้ช่องคลอดแห้ง […]

การติดเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์

โรคเอดส์ คืออาการระยะสุดท้ายของการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV) ซึ่งเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัย ดังนั้น อาการโรคเอดส์ผู้ชาย จึงอาจไม่แตกต่างกับผู้หญิงมากนัก นอกจากนี้ เชื้อเอชไอวียังอาจสามารถแพร่กระจายไปยังบุคคลอื่นได้หากมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน หรือติดต่อผ่านทางเลือดของผู้ติดเชื้อ หากพบว่าติดเชื้อเอชไอวีควรเร่งรักษาในทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง และป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่กระจายไปสู่ผู้อื่น สาเหตุของโรคเอดส์ สาเหตุของโรคเอดส์เกิดจากร่างกายได้รับเชื้อไวรัสเอชไอวีจากสารคัดหลั่ง น้ำอสุจิ หรือเลือดของผู้ติดเชื้อผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน การถ่ายเลือด หรือการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน ส่งผลให้เชื้อไวรัสเข้าไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาวที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการช่วยปกป้องร่างกายจากการติดเชื้อ เมื่อร่างกายมีจำนวนเม็ดเลือดขาวต่ำกว่า 200 เซลล์/ลูกบาศก์มิลลิเมตร ก็อาจส่งผลให้การทำงานของภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงและพัฒนาอาการเป็นโรคเอดส์ได้ อาการโรคเอดส์ผู้ชาย สำหรับอาการโรคเอดส์ผู้ชายอาจมีสัญญาณเตือนถึงแรงขับเพศที่ต่ำลงเนื่องจากร่างกายไม่อาจผลิตฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนได้เพียงพอ อีกทั้งยังส่งผลให้เกิดภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ปัสสาวะมีสีขุ่นหรือปะปนเลือด รู้สึกแสบร้อนขณะปัสสาวะ มีแผลที่อวัยวะเพศ จากนั้นจึงอาจปรากฏอาการ ดังนี้ 1. อาการติดเชื้อเอชไอวีระยะเริ่มต้น อาจปรากฏหลังจากร่างกายเกิดการติดเชื้อประมาณ 2-4 สัปดาห์ ทำให้มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ ปวดศีรษะ เป็นไข้ ไอ เจ็บคอ ต่อมน้ำเหลืองที่คอบวม ปวดกล้ามเนื้อและข้อต่อ เกิดผื่นบนผิวหนัง ท้องเสีย น้ำหนักลด เหงื่อออกช่วงเวลากลางคืน 2. อาการระยะแฝง หลังจากติดเชื้อระยะแรก อาการคล้ายไข้หวัดอาจหายไปได้เอง แต่ยังคงมีเชื้อเอชไอวีแฝงอยู่ในร่างกายและเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ โดยอาจใช้เวลานานหลายปี ส่วนใหญ่แล้วมักไม่มีอาการใด ๆ แต่ยังคงสามารถแพร่กระจายเชื้อไวรัสไปสู่ผู้อื่นได้อยู่ 3. […]

สุขภาพทางเพศ

ฝีมะม่วง (Lymphogranuloma Venereum : LGV) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง โดยติดต่อผ่านทางผิวหนังจนเกิดเป็นแผลที่อวัยวะเพศ มักเกิดในคู่ที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน การเปลี่ยนคู่นอนบ่อย เมื่อเป็นแล้วหากไม่ทำการรักษา อาจเกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมา เช่น โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคฝีคัณฑสูตรหรือฝีเรื้อรัง  และอาจร้ายแรงถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้ ฝีมะม่วงคืออะไร ฝีมะม่วง เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียคลาไมเดีย ทราโคมาติส (Chlamydia trachomatis) แบคทีเรียนี้แพร่เชื้อ ผ่านเข้าสู่ผิวหนังทำให้ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบ     บวมโตติดกันเป็นก้อนฝีขนาดใหญ่ หรืออาจทำให้เกิดแผลหรือเป็นตุ่มนูนที่อวัยวะเพศ โดยอาจมีเลือดไหลออกจากแผล หรือเป็นฝีมีหนองไหลออกมา เมื่อเป็นแล้วจะรู้สึกเจ็บปวดมาก โรคนี้ส่วนใหญ่มักเป็นในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีเชื้อ HIV รวมทั้งกลุ่มรักร่วมเพศระหว่างชายกับชาย ผู้ป่วยสามารถส่งเชื้อผ่านได้แม้ไม่แสดงอาการ ผ่านการร่วมเพศปกติ การร่วมเพศทางทวารหนัก การทำออรัลเซ็กซ์ การสัมผัสอวัยวะเพศ การใช้เซ็กส์ทอยร่วมกัน อาการของฝีมะม่วง  อาการของฝีมะม่วงแบ่งออกได้เป็น 3 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 (ระยะแผล) หลังได้รับเชื้ออาจเป็นแผลหรือตุ่มฝีบริเวณอวัยวะ โดยไม่รู้สึกเจ็บหรือปวด แผลอาจหายไปได้เองภายใน 2-3 วัน ทำให้ผู้ป่วยมักไม่ทันสังเกตเห็น และไม่ได้เข้ารับการรักษา ระยะที่ 2 (ระยะฝี) […]

สุขภาพทางเพศ

ตกขาวเป็นก้อน คือ สัญญาณที่อาจบอกถึงการติดเชื้อในช่องคลอด เช่น เชื้อราในช่องคลอด อาจมีอาการตกขาวสีขาวข้น สีเหลือง สีเขียว มีกลิ่นเหม็น คัน ปวด บวม แดงบริเวณช่องคลอด ซึ่งอาจเกิดจากความระคายเคือง การใช้ยาปฏิชีวนะ การตั้งครรภ์ โรคเบาหวาน ภูมิคุ้มกันบกพร่อง เป็นต้น เหล่านี้อาจมีส่วนทำให้เชื้อราและแบคทีเรียดีในช่องคลอดไม่สมดุลจนเกิดการติดเชื้อ โดยปกติตกขาวเป็นก้อนไม่เป็นอันตรายร้ายแรง แต่อาจสร้างความรำคาญและความเจ็บปวด การใช้ยารักษาและการดูแลตัวเองอาจช่วยลดปัญหาอาการตกขาวเป็นก้อนได้ ตกขาวเป็นก้อน เกิดจากอะไร ตกขาวเป็นก้อนหนา สีเหลือง มีกลิ่นเหม็น อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อราในช่องคลอด โดยปกติภายในช่องคลอดจะมีสมดุลของเชื้อราและแบคทีเรียดี เช่น แลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus) เพื่อช่วยส่งเสริมสุขภาพช่องคลอด ป้องกันการติดเชื้อจากภายนอก และป้องกันไม่ให้เชื้อราเติบโตมากเกินไป แต่การใช้ยาปฏิชีวนะ การตั้งครรภ์ โรคเบาหวาน ภูมิคุ้มกันบกพร่อง การรับประทานยาคุมกำเนิด อาจทำให้แบคทีเรียและเชื้อราดีในช่องคลอดเสียสมดุล จนเกิดการอักเสบขึ้น โดยเชื้อราก่อโรคที่พบส่วนใหญ่ คือ เชื้อราแคนดิดา อัลบิแคนส์ (Candida Albicans) ซึ่งสามารถเจริญเติบโตและกระจายการติดเชื้อได้อย่างรวดเร็ว และทำให้ผู้ติดเชื้อมีอาการ ดังนี้ ตกขาวเป็นก้อนหนา ลักษณะคล้ายนมบูด ตกขาวสีขาวข้น สีเหลือง หรือสีเขียว มีกลิ่นเหม็นออกจากช่องคลอด นอกจากนี้ […]