home

สุขภาพทางเพศ

สุขภาพทางเพศ คืออีกหนึ่งส่วนสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข Hello คุณหมอ จึงอยากนำเสนอเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสุขภาพทางเพศ ทั้งการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย ไปจนถึงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ให้ผู้อ่านได้มีสุขภาพทางเพศที่ดีมากยิ่งขึ้น

เรื่องเด่นประจำหมวด

สุขภาพทางเพศ

หนองในเทียมหายเองได้ไหม ผู้ที่ประสบกับโรคนี้อาจมีความสงสัยและกังวลใจ ทั้งนี้ หนองในเทียม เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย สามารถพบได้ทุกเพศทุกวัย ในระยะแรก หนองในเทียมอาจไม่แสดงอาการใด ๆ หากมีอาการไม่รุนแรงอาจหายเองได้ แต่หากรู้สึกเจ็บปวดบริเวณอวัยวะเพศ ควรเข้ารับการตรวจรักษาอย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคกระดูกเชิงกรานอักเสบ การติดเชื้อในอัณฑะและต่อมลูกหมาก หนองในเทียม คืออะไร หนองในเทียม คือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า คลาไมเดีย ทราโคมาติส (Chlamydia trachomatis) ผ่านทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือช่องปาก มักเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกัน หากสตรีตั้งครรภ์เป็นโรคหนองในเทียม อาจแพร่เชื้อให้แก่ทารกในครรภ์ระหว่างการคลอด ทำให้บุตรอาจเสี่ยงติดเชื้อที่ตา และปอด นำไปสู่โรคปอดบวม อาการหนองในเทียมในผู้ชายและผู้หญิงมีความแตกต่างกัน ดังนี้ อาการหนองในเทียมในผู้ชาย รู้สึกเจ็บอวัยวะเพศขณะปัสสาวะ รู้สึกแสบร้อนและคันองคชาต มีสารคัดหลั่งลักษณะขุ่นใสบริเวณปลายองคชาต อัณฑะบวม อาการหนองในเทียมในผู้หญิง มีไข้ ปวดท้อง ตกขาวมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ เลือดออกระหว่างมีเพศสัมพันธ์ เจ็บบริเวณที่ได้รับผลกระทบขณะมีเพศสัมพันธ์ คันและแสบร้อนรอบ ๆ ช่องคลอด หรือภายในช่องคลอด รู้สึกเจ็บแสบขณะปัสสาวะ หนองในเทียมหายเองได้ไหม ในกรณีที่ไม่รุนแรง หนองในเทียมสามารถหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่ในระหว่างนั้นควรงดมีเพศสัมพันธ์จนกว่าหนองในเทียมจะหาย แต่หากมีอาการในระดับปานกลางหรือเจ็บแสบขณะปัสสาวะ ควรเข้ารับการตรวจปัสสาวะ หรือคุณหมออาจขอเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่ง เพื่อนำไปตรวจหาสาเหตุและดำเนินการรักษาในลำดับถัดไป วิธีรักษาหนองในเทียม ตามคำแนะนำของคุณหมอ […]

หัวข้อ สุขภาพทางเพศ เพิ่มเติม

การคุมกำเนิด

ยาคุมกำเนิด เป็นวิธีช่วยป้องกันการตกไข่ที่นำไปสู่การตั้งครรภ์ หากรับประทานอย่างถูกวิธีก็อาจส่งผลให้ป้องกันการตั้งครรภ์ได้ถึง 99.9% ถึงอย่างไรก่อนรับประทานควรทราบถึงข้อดี และ ผลข้างเคียงของยาคุม เพื่อนำไปพิจารณาก่อนตัดสินใจเริ่มรับประทาน ยาคุม คืออะไร ยาคุม คือ ยาคุมกำเนิดป้องกันการตั้งครรภ์ ซึ่งมี 2 ประเภทหลัก ๆ คือ ยาคุมกำเนิดแบบผสม ที่ประกอบด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสติน (Progestins) ส่วนยาคุมแบบมินิพิล (Minipill) จะมีส่วนประกอบของฮอร์โมนโปรเจสตินเท่านั้น และมีขนาดค่อนข้างเล็กกว่ายาคุมกำเนิดแบบผสม โดยยาคุมกำเนิดแต่ละชนิดอาจมีรูปแบบ และวิธีการรับประทานแตกต่างกัน เช่น ยาคุมบางชุดอาจมีทั้งแบบ 21 และ 28 เม็ด ประกอบด้วยยาออกฤทธิ์ 21 เม็ด แต่สำหรับชุดยา 28 เม็ด อาจมียาหลอกร่วมประมาณ 7 เม็ด การรับประทานยาคุมกำเนิดควรรับประทานวันแรกที่รอบเดือนมา วันละ 1 เม็ด และรับประทานในช่วงเวลาที่ตรงกันทุกวัน เพื่อง่ายต่อการจดจำ หากกรณีลืมรับประทานให้รีบรับประทานทันทีที่นึกขึ้นได้ แต่หากลืมรับประทานยาคุมจนเข้าสู่วันที่ 2 ควรรับประทาน 2 เม็ดทั้งในวันที่จำได้ และในวันถัดไป ก่อนจะกลับเข้าสู่การรับประทานวันละ […]

เคล็ดลับเรื่องบนเตียง

เล้าโลม เป็นการกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ เพื่อเตรียมความพร้อมทางร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ก่อนมีเพศสัมพันธ์ กระบวนการนี้สามารถทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนออกซิโตซิน (Oxytocin) ฮอร์โมนเซโรโทนิน (Serotonin) และฮอร์โมนโดพามีน (Dopamine) ที่เป็นสารในการสร้างความสุข และอาจทำให้คู่รักมีเลือดไหลเวียนไปที่อวัยวะเพศมากขึ้น ร่างกายผลิตสร้างสารหล่อลื่น และช่วยผ่อนคลายความเครียดได้ด้วย การเล้าโลมอาจเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับผู้หญิง เพราะผู้หญิงอาจต้องใช้เวลาในการกระตุ้นอารมณ์ และทำกิจกรรมทางเพศนานกว่าผู้ชาย กว่าจะไปถึงจุดสุดยอด วิธีเล้าโลมคู่รัก วิธีเล้าโลมกระตุ้นอารมณ์คู่รักฝ่ายตรงข้าม สามารถปฏิบัติได้ตามวิธีเหล่านี้ ใช้เวลาร่วมกัน หรือหากิจกรรมทำร่วมกันเพิ่มความโรแมนติก เช่น ชวนคู่รักเต้น ทำอาหาร นวดกระตุ้นความรู้สึก อาบน้ำด้วยกัน สัมผัสร่างกายให้ทั่วด้วยการกอด จูบ หรือลูบไล้ผิว โดยเฉพาะบริเวณหลังคอ หลังใบหู ทวารหนัก เนื่องจากอวัยวะเหล่านี้มีเส้นประสาทที่อาจช่วยกระตุ้นอารมณ์ได้ หากผู้ชายต้องการกระตุ้นอารมณ์ผู้หญิงอาจสัมผัสบริเวณคลิตอริส หรือปุ่มกระสัน ซึ่งอยู่บริเวณปากช่องคลอดของอวัยวะเพศผู้หญิง ผู้หญิงอาจใช้เวลานานกว่าจะกระตุ้นให้มีอารมณ์ได้ และไปถึงจุดสุดยอดได้ยาก จึงควรใช้เวลาในการเล้าโลม สัมผัสร่างกายสักพัก อย่างไม่เร่งรีบจนเกินไป หากผู้หญิงมีอาการช่องคลอดแห้ง แม้จะมีอารมณ์ทางเพศแล้ว ก็ควรใช้สารหล่อลื่นด้วย  การเตรียมความพร้อมก่อน เล้าโลม วิธีการเหล่านี้ อาจทำให้การเล้าโลมและการเตรียมพร้อมก่อนมีเพศสัมพันธ์มีประสิทธิภาพมากขึ้น  รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และหมั่นออกกำลังกายเพื่อป้องกันโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด ที่อาจทำให้สมรรถภาพทางเพศเสื่อมลง สื่อสารพูดคุยเกี่ยวกับความต้องการทางเพศของคู่รัก เพราะการพูดคุยเรื่องเพศอาจช่วยเพิ่มความเข้าใจ […]

โรคเริมที่อวัยวะเพศและเริมที่ปาก

โรมเริม เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่สามารถพบได้บ่อย เกิดจากการติดเชื้อไวรัส Herpes simplex virus (HSV) ผู้ป่วยอาจไม่แสดงอาการและอาจไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อไวรัส หากเริ่มรุนแรง อาจมีอาการเจ็บปวดในปาก เหงือก ลิ้น โดยการ รักษาเริมที่ปาก อาจช่วยบรรเทาอาการและลดการแพร่เชื้อของไวรัส อาการของเริมที่ปาก การติดเชื้อเริมที่ปาก อาจไม่แสดงอาการ หรืออาจมีอาการหลังจากได้รับเชื้อประมาณ 2-12 วัน อาการอาจเริ่มจากรู้สึกแสบร้อน หรือคันบริเวณริมฝีปาก และเกิดตุ่มใส ๆ ลักษณะคล้ายพวงองุ่น หลังจากนั้นประมาณ 4-6 วัน ตุ่มใสจะเริ่มแห้งและหายเป็นปกติ อาจมีไข้ เหนื่อยล้า ปวดกล้ามเนื้อ เหงือกบวม รวมถึงต่อมน้ำเหลืองที่คอบวมร่วมด้วย แต่ถ้าหากร่างกายอ่อนแอ อาการของโรคเริมที่ปากก็อาจกลับมาได้อีกครั้ง  การ รักษาเริมที่ปาก ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาโรคเริมที่ปากให้หายได้ 100 % เนื่องจากผู้ที่เคยเป็นเริมที่ปากอาจกลับมาเป็นซ้ำได้อีก หากร่างกายอ่อนแอ หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ แต่การรักษาด้วยยาต้านไวรัสดังต่อไปนี้ อาจช่วยบรรเทาอาการได้ อะไซโคลเวียร์ (Acyclovir) รับประทาน 400 มก. วันละ 3 ครั้ง หรือ 200 มก. วันละ […]

การคุมกำเนิด

หน้า 7 หลัง 7 คือ วิธีการนับระยะปลอดภัยในการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งเป็นวิธีการคุมกำเนิดด้วยวิธีธรรมชาติ โดยสังเกตจากรอบประจำเดือนของผู้หญิง อาจมีความแม่นยำสำหรับผู้หญิงที่มีรอบประจำเดือนปกติ มาตรงเวลาสม่ำเสมอทุกเดือน ซึ่งหน้า 7 หลัง 7 เป็นระยะที่ค่อนข้างปลอดภัยสำหรับการมีเพศสัมพันธ์ โดยอาจไม่ต้องใช้อุปกรณ์ป้องกัน หรืออุปกรณ์คุมกำเนิด ทั้งนี้ การนับหน้า 7 หลัง 7 ไม่สามารถช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ [health-tool template="ovulation"] หน้า 7 หลัง 7 คืออะไร หน้า 7 หลัง 7 คือ วิธีการนับระยะปลอดภัยในการมีเพศสัมพันธ์ เป็นวิธีการคุมกำเนิดแบบธรรมชาติ ช่วยให้รู้ว่าช่วงใดของเดือนที่ร่างกายมีโอกาสในการตั้งครรภ์น้อยที่สุด แต่ผู้หญิงที่มีรอบเดือนไม่ปกติ มาไม่สม่ำเสมอ ไม่ควรใช้วิธีการนับหน้า 7 หลัง 7 เพราะอาจมีความคาดเคลื่อน รวมถึงอาจทำให้ตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ได้ การนับระยะปลอดภัยมีวัตถุประสงค์  เพื่อทำความเข้าใจช่วงรอบประจำเดือนว่าประจำเดือนมาเมื่อไร รวมถึงวางแผนตั้งครรภ์ และคุมกำเนิด วิธีการนับหน้า 7 หลัง 7 โดยปกติรอบของประจำเดือนในแต่ละรอบ จะเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 28-32 วัน โดยแต่ละช่วงอาจมีรายละเอียดดังนี้ วันที่ […]

สุขภาพทางเพศ

ปัญหาสุขอนามัยทางเพศ สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศและทุกวัย โดยปัญหาที่พบนั้นมีหลากหลาย ซึ่งรวมไปถึงรสนิยมทางเพศ และการแสดงออกทางเพศ สุขภาพทางเพศเป็นสิ่งพื้นฐานที่ต้องดูแลรักษา เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจตามมา  ปัญหาสุขอนามัยทางเพศ หมายถึง ปัญหาสุขอนามัยทางเพศ หมายถึง การขาดการดูแลรักษาสุขอนามัยทางเพศอย่างถูกวิธี ทั้งในเพศหญิงหรือเพศชาย ปัญหาสุขภาพทางเพศสามารถส่งผลกระทบในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางร่างกาย เช่น การเจริญพันธุ์ผิดปกติไม่เป็นไปตามวัย ปัญหาทางด้านจิตใจ การหย่อนสมรรถภาพทางเพศ รวมถึงปัญหาทางด้านสังคม เช่น การตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อม ที่อาจส่งผลกระทบอีกหลายด้านของสุขภาพ  ปัญหาด้านสุขอนามัยทางเพศ ที่พบบ่อย ปัญหาด้านสุขอนามัยทางเพศ สามารถแบ่งออกได้ ดังต่อไปนี้  ปัญหาสุขอนามัยทางเพศชาย ปัญหาด้านสุขอนามัยทางเพศชายที่อาจพบได้ เช่น  การหย่อนสมรรถภาพทางเพศ คือ การไม่สามารถทำให้อวัยวะเพศแข็งตัว ซึ่งส่งผลต่อการมีเพศสัมพันธ์ และยังอาจกระทบจิตใจ เช่น มีภาวะเครียด ซึมเศร้า การหลั่งเร็ว เมื่อมีเพศสัมพันธ์และหลั่งเร็วกว่าที่ต้องการ อาจทำให้ช่วงเวลาการมีเพศสัมพันธ์สั้นลง รวมถึงอาจส่งผลถึงความสัมพันธ์ได้ การสูญเสียความใคร่ คือ ไม่มีความคิด ความต้องการเรื่องกิจกรรมทางเพศ หรือความต้องการลดลง ซึ่งอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น ความเครียด ความวิตกกังวล ผลข้างเคียงของยาที่รับประทาน  ปัญหาสุขอนามัยทางเพศหญิง ปัญหาด้านสุขอนามัยทางเพศหญิงที่อาจพบได้ เช่น  การสูญเสียความใคร่ หรือความต้องการทางเพศลดลง ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงระหว่างตั้งครรภ์ หลังจากคลอดลูก เนื่องจากเหนื่อยล้า หรืออ่อนเพลีย รวมไปถึงอาจมีปัญหาด้านความสัมพันธ์ […]

โรคซิฟิลิส

โรคซิฟิลิสเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ การรักษาโรคซิฟิลิส จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกคนควรรู้ เพราะโรคชนิดนี้อาจสร้างปัญหาร้ายแรงให้กับคุณในอนาคต อาจมีภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาได้เช่นกัน ทั้งโรคหลอดเลือดสมอง เยื้อหุ้มสมองอักเสบ อาการสมองเสื่อม และอื่น ๆ วันนี้เราลองมาทำความรู้จักการรักษาโรคซิฟิลิสเพื่อที่คุณจะได้มีแนวทางในการป้องกันตัวเองต่อไป การรักษาโรคซิฟิลิส ซิฟิลิสต้องได้รับการรักษาจึงจะหายขาดได้ และมักใช้ยาปฏิชีวนะใน การรักษาโรคซิฟิลิส โดยประเภทของการรักษาจะขึ้นอยู่กับระยะของโรค ดังนี้ หากเป็นโรคซิฟิลิสน้อยกว่า 2 ปี มักได้รับการรักษาด้วยการฉีดเพนิซิลลิน (Penicillin) ที่ก้น หรือรักษาด้วยยาปฏิชีวนะแบบเม็ด 10-14 วัน หากเป็นโรคซิฟิลิสที่กินเวลานานเกิน 2 ปี มักรักษาด้วยการฉีดเพนิซิลลิน (Penicillin) 3 ครั้ง ที่ก้น เป็นระยะทุกสัปดาห์ หรือกินยาปฏิชีวนะแบบเม็ด 28 วัน กรณีถึงขั้นร้ายแรงที่ส่งผลต่อสมองมักได้รับการรักาด้วยการฉีดเพนิซิลลิน (Penicillin) ทุกวันโดยฉีดเข้าทางก้นหรือหลอดเลือดดำ เป็นเวลา 2 สัปดาห์ หรือให้ยาปฏิชีวนะ 28 วัน ผลข้างเคียงของการรักษา ในบางคนอาจมีผลข้างเคียงหลังการรักษา โดยอาจมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น มีไข้ ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ แต่อาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นไม่นานและสามารถรักษาได้ด้วยยาพาราเซตามอล ในบางคนอาจเกิดอาการแพ้หลังจากฉีดเพนิซิลลิน แพทย์จะทำการเฝ้าติดตามอาการของคุณอย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างรักษา หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างการรักษา […]

โรคซิฟิลิส

สัญญาณโรคซิฟิลิส เป็นคำเตือนบ่งบอกจากร่างกาย ว่าในขณะนี้ร่างกายของคุณกำลังได้รับเชื้อซิฟิลิส ที่อาจสร้างปัญหาร้ายแรงอื่น ๆ ตามมาได้ในอนาคต  ซึ่งโรคซิฟิลิสเป็นโรคที่สามารถรักษาได้แต่ถ้าปลอยทิ้งไว้เป็นเวลานานอาจส่งผลร้ายต่อคุณได้เช่นกัน เรามาดูกันว่า สัญญาณโรคซิฟิลิส จะมีอะไรบ้าง ในบทความนี้เลย โรคซิฟิลิส ซิฟิลิสเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ซึ่งสามารถส่งผลต่อสุขภาพร้ายแรงหากไม่ได้รับการรักษา โดยสามารถติดเชื้อได้ทางการสัมผัสแผลซิฟิลิสโดยตรงระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ ทั้งทางทวารหนัก ช่องคลอด หรือทางปาก และซิฟิลิสยังสามารถแพร่กระจายจากมารดาไปยังทารกได้อีกด้วย สัญญาณที่จะบอกว่าคุณกำลังเป็นโรคซิฟิลิสสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ระยะ คือ ระยะปฐมภูมิ ระยะทุติยภูมิ ระยะแฝง และระยะตติยภูมิ ซึ่งในแต่ละระยะจะมีสัญญาณอาการที่แตกต่างกันออกไป สัญญาณโรคซิฟิลิส สัญญาณโรคซิฟิลิส เป็นอาการที่บ่งบอกว่าคุณกำลังเป็นโรคซิฟิลิส ซึ่งผู้หญิงและผู้ชายจะมีอาการของโรคที่คล้ายคลึงกัน มักไม่แสดงอาการที่รุนแรงหรืออาจเป็น ๆ หาย ๆ ทำให้ในบางคนติดเชื้อซิฟิลิสโดยไม่รู้ตัว และหากไม่ได้รับการรักษาอาจส่งผลต่อปัญหาร้ายแรงอื่น ๆ ตามมาได้ โดยอาการแต่ละระยะเป็นดังนี้ ระยะปฐมภูมิ ประมาณ 2-3 สัปดาห์ หลังจากการติดเชื้อผู้ป่วยมักมีอากการเริ่มแรก คือ มีแผลเล็ก ๆ ไม่มีอาการเจ็บ หรือเรียกว่า แผลริมอ่อน อาจมีอาการเจ็บบริเวณองคชาต ช่องคลอด รอบ ๆ ทวารหนัก หรือในบางครั้งอากเกิดขึ้นในช่องปาก ริมฝีปาก นิ้วมือ อาจมีต่อมบวมที่คอ ขาหนีบ […]

โรคเริมที่อวัยวะเพศและเริมที่ปาก

คุณรู้จัก เชื้อไวรัสเฮอร์พีส์ ซิมเพล็กซ์ หรือไม่? และรู้หรือไม่ว่าเชื้อไวรัสชนิดนี้เป็นสาเหตุหลักของการเกิดโรคเริม มาทำความรู้จักกับเชื้อไวรัสชนิดนี้ เพื่อที่คุณจะได้รู้ถึงข้อแตกต่างและสามารถรับมือกับการเกิดโรคได้อย่างถูกต้อง ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย เชื้อไวรัสเฮอร์พีส์ ซิมเพล็กซ์ คืออะไร เชื้อไวรัสเฮอร์พีส์ ซิมเพล็กซ์ (Herpes Simplex Virus) หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่าเชื้อไวรัสเริม ส่วนใหญ่ติดต่อโดยการสัมผัสทางปากสู่ปาก หรือทางปากกับอวัยวะเพศ ทำให้เกิดโรคเริมในช่องปากและโรคเริมที่อวัยวะเพศ หรือติดต่อโดยการสัมผัสระหว่างอวัยวะเพศกับอวัยวะเพศเมื่อมีเพศสัมพันธ์ ทำให้เกิดการติดเชื้อในอวัยวะเพศ หรือทางทวารหนัก เรียกว่า โรคเริมที่อวัยวะเพศ โดยส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการ แต่อาจทำให้เกิดแผลพุพอง สร้างความเจ็บปวดในระดับน้อยไปจนถึงรุนแรงได้ ประเภทของ เชื้อไวรัสเฮอร์พีส์ ซิมเพล็กซ์ เชื้อไวรัสเฮอร์พีส์ ซิมเพล็กซ์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้ ไวรัสเริมชนิดที่ 1 (HSV-1) ไวรัสเริมชนิดที่ 1 (HSV-1) เป็นเชื้อไวรัสร้ายแรงที่ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในวัยเด็ก และการติดเชื้อจะคงอยู่ตลอดชีวิต ซึ่งไวรัสเริมชนิดที่ 1 มักเป็นสาเหตุหลักของโรคเริมในช่องปาก อาจทำให้เกิดโรคเริ่มที่อวัยวะเพศได้ด้วยหากมีการสัมผัสระหว่างปากกับอวัยวะเพศ ไวรัสเริมชนิดที่ 2 (HSV-2) การติดเชื้อไวรัสเริมชนิดที่ 2 (HSV-2) เป็นการติดต่อทางเพศสัมพันธ์เท่านั้น ซึ่งเป็นต้นเหตุหลักของโรคเริมที่อวัยวะเพศ และไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เนื่องจากเชื้อสามารถติดต่อได้ง่ายกว่าเมื่ออยู่ในสภาวะของผู้หญิง อาการ เมื่อติดเชื้อเริมในช่องปากส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการ ทำให้ผู้ป่วยติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว แต่สำหรับบางคนที่มีอาการมักแสดงอาการ ดังนี้ มีแผลพุพองบริเวณด้านในหรือด้านนอกรอบปาก […]

หนองในเทียม

หากคุณเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์แน่นอนว่าอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในหลายด้าน วันนี้เราลองมาทำความรู้จักกับ ภาวะแทรกซ้อนของโรคหนองในเทียม ที่ส่งผลต่อสุขภาพของคุณในระยะยาว เพื่อให้คุณรู้ทันโรคและสามารถป้องกันการเกิดโรคได้ ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันว่าภาวะแทรกซ้อนของโรคหนองในเทียมสามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างไรได้บ้าง โรคหนองในเทียม คืออะไร โรคหนองในเทียมเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STD) ชนิดหนึ่ง ที่เกิดจากการติดเชื้อคลามีเดีย (Chlamydia trachomatis) ซึ่งเชื้อชนิดนี้ทำให้เกิดปากมดลูกอักเสบและท่อปัสสาสะอักเสบได้ โรคหนองในเทียมเป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งเพศชายและเพศหญิง แต่โดยส่วนใหญ่มักส่งผลกระทบร้ายแรงต่อเพศหญิง เช่น โรคกระดูกเชิงกรานอักเสบ ภาวะมีบุตรยาก การตั้งครรภ์นอกมดลูก และอาการปวดกระดูกเชิงกรานเรื้อรัง ส่วนใหญ่โรคหนองในเทียมพบมากในวัยหนุ่มสาว อีกทั้งอาจไม่แสดงอาการจึงทำให้หลายคนเป็นโรคหนองในเทียมโดยไม่รู้ตัว ภาวะแทรกซ้อนของโรคหนองในเทียม มีอะไรบ้าง โรคหนองในเทียมเป็นโรคที่พบได้ทั้งเพศชายและเพศหญิง และอาจมีการแพร่กระจายไปยังส่วนอื่น ๆ ได้ ทำให้อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคหนองในเทียมตามมา ดังนี้ ภาวะแทรกซ้อนในผู้ชาย อัณฑะอักเสบ (Epididymitis) ในผู้ชายโรคหนองในเทียมสามารถแพร่กระจายไปยังอัณฑะและท่ออสุจิได้ ซึ่งอาจทำให้มีอาการเจ็บปวด หรือบวม อาการเหล่านี้เรียกว่า อัณฑะอักเสบ (Epididymitis) สามารถรักษาด้วยการให้ยาปฏิชีวนะ แต่ถ้าปล่อยไว้ไม่ทำการรักษาอาจส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ในอนาคตได้ โรคไขข้ออักเสบ โรคหนองในเทียมเป็นสาเหตุหลักที่พบบ่อยของโรคไขข้ออักเสบ บริเวณข้อต่อ ตา หรือท่อปัสสาวะ มักเกิดการอักเสบภายใน 3 สัปดาห์แรก เมื่อคุณเป็นโรคหนองในเทียม ในปัจจุบันยังไม่มีการรักษา แต่อาการจะดีขึ้นจากการให้ยาต้านการอักเสบ เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวด ภาวะแทรกซ้อนในผู้หญิง โรคกระดูกเชิงกรานอักเสบ ในผู้หญิงโรคหนองในเทียมสามารถแพร่กระจายไปยังมดลูก รังไข่ หรือท่อนำไข่ ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาร้ายแรงตามมา เช่น ภาวะมีบุตรยาก […]