home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณกำลังมีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ลดเลือนริ้วรอย ด้วยการใช้ครีมและเซรั่ม อะไรที่เราควรต้องรู้ก่อนซื้อหามาใช้

ลดเลือนริ้วรอย ด้วยการใช้ครีมและเซรั่ม อะไรที่เราควรต้องรู้ก่อนซื้อหามาใช้

ลดเลือนริ้วรอย โดยการใช้ครีมและเซรั่มนั้น อาจกลายเป็นเรื่องที่ชวนสับสนสำหรับสาวๆบางคนได้ เนื่องจากในยุคนี้มีผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการลดเลือนริ้วรอยอยู่มากมายหลากหลายชนิด นับเป็นความโชคดีมากๆ ที่แพทย์ผิวหนังหลายคนยอมรับว่า ครีมและเซรั่มลดเลือนริ้วรอยที่มีอยู่กลาดเกลื่อนนั้นใช้ได้ผลจริงๆ แต่คุณจำเป็นต้องรู้ข้อเท็จจริงบางอย่างก่อน เพื่อที่จะแน่ใจได้ว่าคุณเลือกใช้ครีมหรือเซรั่มที่คุ้มค่ากับเงินในกระเป๋าของคุณจริงๆ

ราคาถูกหรือแพงนั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญ

ผู้หญิงหลายคนอาจจะคิดว่าครีมหรือเซรั่มที่มีราคาแพงนั้นเป็นอะไรเวิร์คกว่า แต่ไม่ได้เป็นจริงอย่างนั้นเสมอไปหรอกนะ สิ่งที่คุณควรพิจารณาเป็นอย่างแรกเลยก็คือ ครีมและเซรั่มนั้นมีดีอะไรและมีผลการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์รับรองหรือไม่ ซึ่งก็หมายความว่าถ้าครีมและเซรั่มนั้น มีส่วนผสมเวิร์คๆ อย่างเรตินอลหรือสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ก็สามารถเชื่อใจได้ว่าใช้แล้วเวิร์ค โดยไม่ต้องคำนึงว่าครีมและเซรั่มนั้นจะมาจากร้านขายยา คลีนิคความงาม หรือเคาน์เตอร์แบรนด์

เรตินอลช่วย ลดเลือนริ้วรอย ได้

ส่วนผสมชนิดหนึ่งที่แพทย์ผิวหนังทั่วโลกให้การยอมรับว่าใช้ลดเลือนริ้วรอยได้ผลก็คือเรตินอล ซึ่งเป็นสารในกลุ่มเบต้าแคโรทีนที่ได้จากวิตามินเอ เวลาที่เรามีอายุมากขึ้นนั้น ร่างกายจะสูญเสียวิตามินเอตามธรรมชาติไป ทำให้ผิวหน้าเกิดริ้วรอยและแลดูหม่นหมอง แต่เรตินอลสามารถฟื้นฟูปัญหาผิวพวกนั้นให้กลับมาดูดีขึ้นได้ ซึ่งเรตินอลจะทำหน้าที่กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว เสริมสร้างคอลลาเจน ลดเลือนจุดด่างดำ และจัดการกับปัญหาริ้วรอยโดยเสริมพลังวิตามินเอให้กับร่างกาย โดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังระบุว่า เรตินอลจะสอนวิธีให้เซลล์ผิวที่อายุมากรู้จักทำตัวให้ดูอ่อนเยาว์และมีสุขภาพดี โดยกระตุ้นให้เซลล์ผิวพวกนั้นผลัดเซลล์กันเร็วขึ้น ฉะนั้นถ้าในครีมหรือเซรั่มมีส่วนผสมของเรตินอลอยู่ล่ะก็ เชื่อใจได้เลยว่าคุณจะมองเห็นผิวหน้าที่ดูเรียบเนียน สดใส และเฟิร์มกระชับขึ้นแน่นอน

สารต่อต้านอนุมูลอิสระก็ช่วยป้องกันริ้วรอยได้

ส่วนผสมสุดเวิร์คอีกอย่างหนึ่งก็คือสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมเวลาที่ผิวเริ่มส่งสัญญานความร่วงโรยแห่งวัย แต่ประโยชน์ที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การป้องกันมากกว่า โดยสารต่อต้านอนุมูลอิสระจะช่วยปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ และปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียดทางสภาพแวดล้อม อย่างเช่น แสงยูวีในแสงแดด และมลพิษต่างๆ สารต่อต้านอนุมูลอิสระพวกนี้มีอยู่หลายรูปแบบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นวิตามินอีและซี สารสกัดจากชาเขียวไนอาซินาไมด์ และเรสเวอราทรอล ฉะนั้น ถ้าใครเป็นห่วงเรื่องปัญหาริ้วรอยในอนาคต และอยากจะป้องกันเอาไว้แต่เนิ่นๆ ก็ควรมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารต่อต้านอนุมูลอิสระเอาไว้นะ เพราะสารต่อต้านอนุมูลอิสระพวกนี้ช่วยป้องกันสัญญานความร่วงโรยแห่งวัยให้คุณได้แน่นอน

ส่วนผสมพวกนั้นควรมีความเข้มข้นสูง

นอกเหนือจากการอ่านฉลากเพื่อดูว่าส่วนผสมนั้นมีเรตินอลหรือสารต่อต้านอนุมูลอิสระหรือไม่นั้น คุณควรที่จะตรวจดูว่าส่วนผสมเหล่านั้นมีความเข้มข้นสูงหรือไม่เสียด้วย ความเข้มข้นของสารเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถมองเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น แต่ความเข้มข้นของสารเหล่านี้ก็มาพร้อมกับราคาที่สูงเช่นกัน ดังนั้นจึงควรเผื่อใจเอาไว้ด้วยหากต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีราคาแพง

ถ้ามีส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื้นด้วยก็ยิ่งดี

เนื่องจากความชุ่มชื้นจะทำให้ผิวดูอิ่มเอิบขึ้นได้ และเมื่อผิวอิ่มเอิบผิวก็จะดูอ่อนเยาว์ขึ้นโดยอัตโนมัติ แต่สำหรับผลิตภัณฑ์ต่อต้านริ้วรอยแล้ว คุณควรมองหาตัวช่วยในการเติมความชุ่มชื่นให้ผิวได้แบบเริ่ดๆ หน่อย อย่างเช่นกรดไฮยาลูรอนิค ซึ่งจะช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นเอาไว้ในผิวได้เป็นอย่างดี เนื่องจากกรดไฮยาลูรอนิคสามารถอุ้มน้ำได้มากกว่าน้ำหนักตัวเองถึง 1,000 เท่า ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผิวที่เริ่มส่งสัญญาณแห่งวัยแล้ว เพราะเมื่อเรามีอายุมากขึ้น ผิวจะสูญเสียน้ำและความชุ่มชื้นไปมากเลย นอกจากนี้เรตินอลยังทำให้ผิวแห้งขึ้นด้วย ฉะนั้นจึงควรมองหาสารเติมความชุ่มชื้นให้ผิวชนิดนี้เอาไว้ด้วย

คุณไม่สามารถมองเห็นผลในชั่วข้ามคืน

ครีมและเซรั่มไม่ใช่ของวิเศษ ที่สามารถเนรมิตผิวสวยให้คุณได้ในเวลาเพียงชั่วข้ามคืน ฉะนั้น คุณจึงต้องใช้อย่างต่อเนื่องและอาจต้องใช้เวลาหน่อยกว่าจะมองเห็นผล ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังได้ย้ำเตือนว่า ให้ระวังผลิตภัณฑ์ที่โฆษณาว่าช่วยลดเลือนริ้วรอยได้รวดเร็วเอาไว้ให้ดี เพราะผลิตภัณฑ์แบบนั้นไม่มีจริง ครีมและเซรั่มที่เวิร์คๆ นั้น ต้องใช้เวลาประมาณ 4-8 สัปดาห์เชียวนะ กว่าจะเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลง โดยเราต้องรอให้ผิวพัฒนาตัวเองให้ครบวงจรของผิวซะก่อน เพื่อที่ผิวจะได้สร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมา ซึ่งในเซลล์ผิวใหม่นี่แหละที่เราจะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ นอกจากนี้คุณจำเป็นต้องใช้อย่างต่อเนื่องด้วย โดยต้องใช้ครีมและเซรั่มนั้นเป็นประจำทุกวัน เนื่องจากผิวจะมีการฟื้นฟูและซ่อมแซมตัวเองทุกวัน ฉะนั้น จึงควรใช้วันละสองครั้งคือในตอนเช้าและก่อนเข้านอน

 

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

The truth about anti-aging creams and serums http://www.thelist.com/32304/truth-anti-aging-creams-serums/ Accessed on June 4, 2018

Your Bare Minimum Anti-Aging Routine https://www.webmd.com/beauty/features/anti-aging-routine#1 Accessed on June 4, 2018

Top 6 Antiaging Breakthroughs. https://www.webmd.com/beauty/features/top-6-antiaging-breakthroughs#1. Accessed 22 August 2019.

Beauty Products to Help You Beat the Clock. https://www.webmd.com/beauty/features/anti-aging-products-beauty#1. Accessed 22 August 2019.

รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย ออมสิน แสนล้อม
แก้ไขล่าสุด 04/06/2018
x