home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ไวรัสตับอักเสบ ซี (Hepatitis C)

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง
ไวรัสตับอักเสบ ซี (Hepatitis C)

ไวรัสตับอักเสบ ซี (Hepatitis C) คือการที่ตับของคุณถูกโจมตีโดยไวรัสตับอักเสบ ซี สามารถนำไปสู่การอักเสบในตับ เป็นหนึ่งในไวรัสตับอักเสบที่พบได้ทั่วไป และถูกพิจารณาว่าเป็นหนึ่งในไวรัสที่อันตรายที่สุด

คำจำกัดความ

ไวรัสตับอักเสบ ซี คืออะไร

ไวรัสตับอักเสบ ซี (Hepatitis C) หมายถึงสภาวะของการที่ตับของคุณถูกโจมตีโดยไวรัสตับอักเสบ ซี (hepatitis C virus) การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีสามารถนำไปสู่การอักเสบในตับ ทำให้เกิดผลข้างเคียงมากมาย ไวรัสตับอักเสบซีเป็นหนึ่งในไวรัสตับอักเสบที่พบได้ทั่วไป และถูกพิจารณาว่าเป็นหนึ่งในไวรัสที่อันตรายที่สุด หลายคนจะพบว่าตัวเองมีเชื้อไวรัสตับอักเสบซีเมื่อตรวจร่างกาย ดังนั้นคุณจึงควรไปตรวจร่างกายเป็นประจำทุกปี เพราะไวรัสตับอักเสบซีนั้นไม่แสดงอาการ คุณอาจจะไม่รู้ว่าคุณติดเชื้อนี้จนกระทั่งมีสัญญาณของตับเสียหายในหลายสิบปีต่อมา

ไวรัสตับอักเสบซีพบได้บ่อยได้แค่ไหน

โรคนี้เป็นโรคที่พบได้มาก สามารถเกิดได้กับผู้ป่วยทุกช่วงวัย ในเอเชีย โรคนี้เป็นโรคที่พบได้มากที่สุดจากงานวิจัยขององค์การอนามัยโลก (WHO) สามารถจัดการโรคนี้ได้ด้วยการลดปัจจัยเสี่ยง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดปรึกษากับแพทย์

อาการ

อาการของไวรัสตับอักเสบซีเป็นอย่างไร

หากคุณคุณเป็นไวรัสตับอักเสบซีในระดับเบา ร่างกายของคุณจะไม่แสดงอาการอะไรจนกระทั่งมันเปลี่ยนไปเป็นการติดเชื้อที่ร้ายแรงมากขึ้น สัญญาณและอาการของการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีที่พบได้ในช่วงแรกคือ

หลังจากที่การติดเชื้อรุนแรงมากยิ่งขึ้น สัญญาณและอาการอาจจะมี

  • เลือดออกและมีรอยช้ำได้ง่าย
  • คันที่ผิวหนัง
  • มีของเหลวสะสมในช่องท้อง หรือท้องมาน (Ascitis)
  • ขาบวม
  • น้ำหนักลด
  • สับสน ง่วงซึม และพูดไม่ชัด
  • มีรอยเส้นเลือดเหมือนแมงมุมบนผิวหนัง

อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษาหมอของคุณ

ควรไปพบหมอเมื่อไร

ถ้าคุณมีอาการใดๆ ที่กล่าวมาข้างต้น หรือมีข้อสงสัยใดๆ ควรปรึกษากับคุณหมอ เนื่องจากร่างกายของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดจึงควรพูดคุยกับหมอเพื่อหาแนวทางในการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของไวรัสตับอักเสบซี

สาเหตุที่พบได้มากที่สุดของการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี คือไวรัสตับอักเสบซี (hepatitis C virus) คุณสามารถรับไวรัสนี้ได้หากคุณสัมผัสกับเลือดที่ปนเปื้อนไวรัสจากผู้ที่ติดเชื้อ หรือหากคุณถูกบริเวณพื้นผิวที่มีเลือดแห้งเป็นเวลาหลายสัปดาห์ แม้จะแค่ส่วนเล็กน้อยเท่านั้น ถึงแม้ของเหลวส่วนอื่นในร่างกายอาจจะมีไวรัสได้เช่นกัน แต่เลือดเป็นสาเหตุส่วนใหญ่ของการแพร่กระจายของไวรัสตับอักเสบซี เนื่องจากมีปริมาณไวรัสอยู่สูง

วิธีการแพร่กระจายเชื้อไวรัสตับอักเสบซีแบบอื่นคือ การใช้ยาและเข็มร่วมกัน มีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกัน โดยเฉพาะหากคุณเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนหลายคน คุณอาจจะได้รับเชื้อไวรัสตับอักเสบซี หากใช้เข็มร่วมกับผู้ที่ติดเชื้อ หรือหากคุณมีเชื้อเอชไอวี (human immunodeficiency virus) สภาวะที่จะลดภูมิคุ้มกันของร่างกาย ผู้หญิงที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบซี สามารถส่งต่อเชื้อไปยังบุตรได้ โรคไวรัสตับอักเสบซีไม่แพร่กระจายทางอาหาร น้ำ หรือการสัมผัสโดยทั่วไป

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดไวรัสตับอักเสบซี

ปัจจัยเสี่ยงมีหลายประการ อย่างเช่น

  • หากคุณสัมผัสกับผู้ติดเชื้อบ่อยครั้ง เช่น เป็นผู้ดูแลสุขภาพ หรือผู้ดูแลผู้ป่วยหลัก
  • หากคุณกำลังใช้ยาผิดกฎหมาย หรือมีเชื้อเอชไอวี
  • หากคุณใช้เข็มสักร่วมกับผู้อื่น หรือสักในห้องที่ไม่สะอาด
  • หากคุณกำลังทำการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (hemodialysis) เป็นเวลานาน
  • บางคนอาจจะเป็นไวรัสตับอักเสบซี หากเขาเคยผ่านการรักษาด้วยเทคโนโลยีที่ล้าสมัย เช่น การถ่ายเลือด หรือปลูกถ่ายอวัยวะก่อนปี 1992 หรือรับสารช่วยการแข็งตัวของเลือด ก่อนปี 1987
  • หากคุณเกิดในช่วงระหว่างปี 1945 และ 1965 กลุ่มช่วงอายุที่มีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีสูงสุด

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์ทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคไวรัสตับอักเสบซี

แพทย์จะทำการตรวจเพื่อหาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี หากแพทย์สงสัยว่าคุณมีความเสี่ยงสูงที่จะสัมผัสกับเชื้อไวรัส ซึ่งอาจช่วยให้แพทย์คุณเริ่มการรักษา หรือแนะนำให้คุณปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ เพื่อชะลอการเสียหายของตับ เพราะการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีมักจะเริ่มทำความเสียหายต่อตับเป็นเวลานาน ก่อนที่คุณจะมีสัญญาณหรืออาการ

การตรวจเลือดเพื่อวินิจฉัยไวรัสตับอักเสบซี เป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อตรวจสอบว่าคุณมีเชื้อไวรัสตับอักเสบซีหรือไม่ เพื่อวัดปริมาณของเชื้อไวรัสในเลือด เพื่อช่วยประเมินการสร้างพันธุกรรมของไวรัสซึ่งจะช่วยในการกำหนดตัวเลือกการรักษาของคุณ

จำเป็นต้องทำการทดสอบตัวอย่างเนื้อเยื่อของตับเพื่อที่แพทย์จะได้ทราบระดับความรุนแรงของความเสียหายของตับ จำเป็นต้องใช้ตัวอย่างเนื้อเยื่อของตับชิ้นเล็กๆ เพื่อไปตรวจในห้องแล็บ ขณะที่การตัดชิ้นเนื้อตัวอย่างของตับไปตรวจ สามารถช่วยบ่งชี้ระดับความรุนแรงของโรค และเป็นแนวทางการตัดสินใจในการรักษาได้

การรักษาไวรัสตับอักเสบซี

การใช้ยาหลายชนิดร่วมกัน เพื่อป้องกันการเพิ่มจำนวนของเชื้อไวรัสในร่างกายสามารถรักษาโรคตับอักเสบได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่อาจต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะได้ผล ยาหลักสองชนิดคือ เพกิเลเตด อินเตอร์ฟีรอน (pegylated interferon) และไรบาไวริน (ribavirin) รวมทั้งไซมีพรีเวียร์ (simeprevir) โซฟอสบูเวียร์ (sofosbuvir) และดาคลาทาสเวียร์ (daclatasvir) มีรายงานว่าเปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยที่เป็นโรคตับอักเสบที่รักษาด้วยยาล่าสุดเหล่านี้มีมากถึง 90% ในความจริงแล้ว คุณก็ยังทำตามขั้นตอนในการลดความเสี่ยงจากการติดเชื้ออีกครั้ง

การปลูกถ่ายตับนั้นเป็นทางเลือกที่จำเป็นในกรณีที่ตับของคุณ เสียหายอย่างรุนแรง ขณะทำการปลูกถ่ายอวัยวะ ตับที่เสียหายของคุณจะถูกนำออกแล้วแทนที่ด้วยตับที่สุขภาพดี อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าคุณรักษาหายแล้ว คุณยังจำเป็นต้องรับยาต้านไวรัสเป็นประจำ หลังจากทำการปลูกถ่ายตับแล้ว เพราะการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีอาจเกิดขึ้นกับตับใหม่นี้ได้

วัคซีนได้ช่วยให้คุณรักษาไวรัสตับอักเสบซีได้ และสามารถช่วยป้องกันคุณจากไวรัสตับอักเสบเอและบีได้ ไวรัสที่แตกต่างกันเหล่านี้ก็สามารถสร้างความเสียหายต่อตับ และทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนขณะรักษาไวรัสตับอักเสบซี

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์หรือการเยียวยาตนเองที่จะช่วยรับมือกับโรคตับอักเสบซี

ลักษณะไลฟ์สไตล์และการเยียวยาด้วยตนเองต่อไปนี้อาจจะช่วยรับมือกับโรคตับอักเสบซีได้

  • หยุดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • หลีกเลี่ยงยาที่อาจทำให้ตับเสียหาย
  • ช่วยป้องกันไม่ให้คนอื่นมาสัมผัสกับเลือดของคุณ โดยการปิดแผลทุกแผลที่คุณมี และอย่าใช้มีดโกนหรือแปรงสีฟันร่วมกัน
  • อย่าบริจาคเลือด อวัยวะในร่างกาย หรืออสุจิ และแจ้งให้บุคลากรทางการแพทย์ทราบว่า คุณมีเชื้อไวรัส

หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำความเข้าใจให้ดีขึ้นถึงทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Hepatitis C. http://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/hepatitis-c/basics/definition/con-20030618. Accessed July 10, 2016.

Hepatitis C. http://www.nhs.uk/Conditions/Hepatitis-C/Pages/Introduction.aspx. Accessed July 10, 2016.

Hepatitis C. https://www.webmd.com/hepatitis/digestive-diseases-hepatitis-c#1. Accessed July 10, 2016.

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย พลอย วงษ์วิไล แก้ไขล่าสุด 02/02/2021
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x