สุขภาพหัวใจ

หัวใจ คืออวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่ในการสูบฉีดเลือดไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย หากหัวใจเกิดปัญหา ก็จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของร่างกาย และอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้ เรียนรู้เกี่ยวกับ สุขภาพหัวใจ ทั้งการดูแลรักษา และปกป้องระบบหัวใจและหลอดเลือดของคุณ ได้ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

สุขภาพหัวใจ

7 สิ่งรบกวนหัวใจใกล้ตัว PM2.5 อากาศร้อน เสียงดัง เสี่ยงแค่ไหน?

เวลาพูดถึงการดูแลหัวใจ หลายคนอาจนึกถึงการออกกำลังกาย การควบคุมน้ำหนัก ลดอาหารเค็ม หรือเลิกสูบบุหรี่เป็นอันดับแรก แต่ปัจจัยจาก สภาพแวดล้อมรอบตัว ก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม หลักฐานทางการแพทย์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาให้ความสำคัญกับ “Environmental Cardiovascular Risk” มากขึ้น ตั้งแต่มลพิษทางอากาศ เสียง แสง อุณหภูมิสุดขั้ว ไปจนถึงสารเคมีและมลพิษจากพลาสติก เพราะปัจจัยเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับการอักเสบ ความเครียดออกซิเดชัน การทำงานของหลอดเลือด และระบบประสาทอัตโนมัติ ซึ่งล้วนมีความสัมพันธ์กับสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด PM2.5 และมลพิษทางอากาศอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด อากาศร้อนจัดทำให้ร่างกายต้องระบายความร้อนมากขึ้น และอาจทำให้โรคหัวใจเดิมกำเริบ อากาศหนาวทำให้หลอดเลือดหดตัว ความดันอาจเพิ่มขึ้น และหัวใจต้องรับภาระมากขึ้น เสียงรบกวนเรื้อรังสัมพันธ์กับการนอนหลับไม่ดี ความเครียด ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจขาดเลือด แสงในตอนกลางคืนอาจรบกวนวงจรการหลับ–ตื่น ซึ่งอาจกระทบสุขภาพทางอ้อม ตะกั่ว แคดเมียม และสารหนูมีหลักฐานเชื่อมโยงกับความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด ส่วนไมโครพลาสติก แม้พบในเนื้อเยื่อและหลอดเลือดของมนุษย์แล้ว แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นสาเหตุโดยตรงของโรคหัวใจ 1. PM2.5 และมลภาวะทางอากาศ ฝุ่น PM2.5 มีขนาดเล็กมากจนสามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจส่วนลึก และการสัมผัสในระดับสูงหรือเป็นเวลานานอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคหัวใจอยู่เดิม กรมอนามัยระบุว่า การสัมผัส PM2.5 เป็นเวลานานอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด ขณะที่ผู้ป่วยโรคหัวใจบางรายอาจมีอาการ เช่น เจ็บหน้าอกหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะเมื่อได้รับฝุ่นในระดับสูง ดูแลตัวเองอย่างไร: ตรวจค่าฝุ่นก่อนออกจากบ้าน ลดกิจกรรมกลางแจ้งเมื่อค่าฝุ่นสูง […]

หมวดหมู่ สุขภาพหัวใจ เพิ่มเติม

สำรวจ สุขภาพหัวใจ

สุขภาพหัวใจ

ระบบไหลเวียนเลือด หยุดทำงาน ส่งผลอย่างไรต่อสุขภาพ และควรป้องกันอย่างไร

ระบบไหลเวียนเลือด เป็นระบบที่มีความสำคัญต่อการทำงานของร่างกาย เนื่องจากมีหน้าที่ในการลำเลียงเลือด ฮอร์โมน ออกซิเจน และสารอาหารไปเลี้ยงเซลล์ในร่างกาย เพื่อใช้เป็นพลังงาน ใช้ในการเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ รวมถึงทำหน้าที่ในการขับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกทางปอด หากระบบไหลเวียนเลือดหยุดทำงานอาจทำให้อวัยวะต่าง ๆ ทำงานบกพร่องจนอาจทำให้มีอาการสับสน มึนงง ช็อก หมดสติ หรืออาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ระบบไหลเวียนเลือด คืออะไร ระบบไหลเวียนเลือด คือ ระบบการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดที่มีหน้าที่ลำเลียงเลือด ฮอร์โมน ออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงเซลล์ในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเพื่อใช้เป็นพลังงาน ใช้ในการเจริญเติบโตและช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ นอกจากนี้ ระบบไหลเวียนเลือดยังมีหน้าที่ในการขับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกทางปอด เพื่อแลกเปลี่ยนออกซิเจนกลับมาใช้ในร่างกาย และนำของเสียไปยังอวัยวะที่มีหน้าที่กำจัดทิ้ง เช่น ไต ลำไส้ใหญ่ รวมถึงช่วยรักษาสมดุลของน้ำภายในร่างกาย และควบคุมอุณหภูมิในร่างกายให้เป็นปกติ ระบบไหลเวียนเลือด ทำงานอย่างไร ระบบไหลเวียนเลือดอาจประกอบด้วยอวัยวะต่าง ๆ ดังนี้ เลือด ประกอบไปด้วยเซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด และพลาสมา (Plasma) หัวใจ เป็นอวัยวะที่มีหน้าที่สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งประกอบด้วยหัวใจห้องบนขวา (Right Atrium) หัวใจห้องล่างขวา (Right Ventricle) หัวใจห้องบนซ้าย (Left Atrium) […]


โรคความดันโลหิตสูง

ความดันสูง เกิดจาก สาเหตุอะไร และวิธีป้องกันทำได้อย่างไรบ้าง

ความดันสูง เกิดจาก หลายสาเหตุ โดยเป็นภาวะที่ระดับความดันโลหิตสูงกว่าระดับปกติ ซึ่งอาจเป็นอันตรายและเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้ เช่น โรคไตวายเรื้อรัง โรคหัวใจวาย โรคสมองเสื่อม ดังนั้น ควรดูแลร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อป้องกันความดันสูง [embed-health-tool-bmi] ความดันสูง คืออะไร  ความดันสูง หรือความดันโลหิตสูง คือ ภาวะที่ค่าความดันสูงผิดปกติจากค่าความดันปกติ หากมีภาวะความดันสูงเรื้อรังอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคความดันโลหิตสูงได้ โดยตัวเลขค่าบนอยู่ที่ 130-139 มิลลิเมตรปรอท และตัวเลขค่าล่างอยู่ที่ 85-89 มิลลิเมตรปรอท นอกจากนี้ ค่าความดันสูงอาจแบ่งได้เป็น 3 ระยะ ดังนี้  ค่าความดันสูงระยะที่ 1: ตัวเลขค่าบน 140-159 มิลลิเมตรปรอท และตัวเลขค่าล่าง 90-99 มิลลิเมตรปรอท ค่าความดันสูงระยะที่ 2: ตัวเลขค่าบน 160-179  มิลลิเมตรปรอท และตัวเลขค่าล่าง 100-109 มิลลิเมตรปรอท ค่าความดันสูงระยะที่ 3: ตัวเลขค่าบนสูงตั้งแต่ 180  มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป และตัวเลขค่าล่างสูงกว่า 110 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป อาการความดันสูง  ความดันสูงในระยะแรกมักไม่ค่อยแสดงอาการ แต่หากมีค่าความดันสูงมากอาจส่งผลให้เกิดอาการ […]


โรคความดันโลหิตสูง

ค่าความดันปกติ คือเท่าไหร่ และวิธีป้องกันค่าความดันสูง

ค่าความดันโลหิต หรือที่อาจเรียกว่า ค่าความดัน เป็นค่าแรงดันของกระแสเลือดที่กระทบกับผนังหลอดเลือดแดง เกิดจากหัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกาย ปกติแล้ว ค่าความดันโลหิตจะเพิ่มขึ้นและลดลงตลอดทั้งวัน อย่างไรก็ตาม ควรเรียนรู้ ค่าความดันปกติ ที่เหมาะสมกับอายุ เพศ กิจกรรมที่ทำ และภาวะสุขภาพของตัวเองที่สุด และควรรักษาค่าความดันให้เป็นปกติ อย่าให้ความดันโลหิตสูงหรือต่ำเป็นประจำหรือเรื้อรัง เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคแทรกซ้อนได้ ที่สามารถนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่อันตรายได้ เช่น โรคไต โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง  [embed-health-tool-heart-rate] ค่าความดัน คืออะไร  ค่าความดันโลหิต หรือค่าความดัน คือ ค่าแรงดันเลือดที่ส่งแรงกระทบกับผนังหลอดเลือดแดงเนื่องจากหัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกาย โดยค่าความดันจะมี 2 ค่า ได้แก่  ค่าความดันโลหิตตัวบน หรือตัวเลขค่าบน คือ ค่าแรงดันขณะที่หัวใจบีบตัวหรือสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกายเต็มที่ (Systolic Blood Pressure) ค่าความดันโลหิตตัวล่าง หรือตัวเลขค่าล่าง คือ ค่าแรงดันขณะที่หัวใจคลายตัวเต็มที่ (Diastolic Blood Pressure) ค่าความดันปกติ คือเท่าไร  การอ่านค่าความดันโลหิต ตัวเลขค่าบนจะมาก่อน ตามด้วยตัวเลขค่าล่าง เช่น 120/80 หมายถึง ตัวเลขค่าบน 120 มิลลิเมตรปรอทและตัวเลขค่าล่าง 80 มิลลิเมตรปรอท ค่าความดัน […]


สุขภาพหัวใจ

ความดัน คืออะไร พร้อมวิธีอ่านค่าความดันเบื้องต้น

ความดัน หรือความดันโลหิต คือ ค่าความดันของกระแสเลือดที่กระทบผนังหลอดเลือดแดง  เนื่องจากหัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกาย ทั้งนี้ หากมีค่าความดันโลหิตสูง หรือค่าความดันโลหิตต่ำอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายได้ ดังนั้น การรู้วิธีการอ่านค่าความดันเบื้องต้นอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะความดันต่ำหรือสูงและรักษาระดับความดันให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้ [embed-health-tool-heart-rate] ความดัน คืออะไร ความดัน คือ ค่าความดันของกระแสเลือดที่กระทบผนังหลอดเลือดแดงเนื่องจากหัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกาย แบ่งออกเป็น 2 ค่า ได้แก่ ค่าความดันโลหิตตัวบน หรือตัวเลขค่าบน (Systolic Blood Pressure) คือ ค่าแรงดันโลหิตขณะที่หัวใจบีบตัวหรือสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกาย ค่าความดันโลหิตตัวล่าง หรือตัวเลขค่าล่าง (Diastolic Blood Pressure) คือ ค่าแรงดันโลหิตขณะที่หัวใจคลายตัว วิธีอ่านค่าความดันเบื้องต้น การอ่านค่าความดันโลหิต โดยปกติ จะอ่านจากตัวเลขค่าบนก่อนแล้วจึงตามด้วยตัวเลขค่าล่าง ระดับความดันโลหิต อาจแบ่งได้ดังนี้ ค่าความดันต่ำ ตัวเลขค่าบนต่ำกว่า 90 มิลลิเมตรปรอท และตัวเลขค่าล่างต่ำกว่า 60 มิลลิเมตรปรอท (90/60 มิลลิเมตรปรอท) ความดันปกติ ตัวเลขค่าบนต่ำกว่า 120 มิลลิเมตรปรอท และตัวเลขค่าล่างต่ำกว่า 80 มิลลิเมตรปรอท (120/80 มิลลิเมตรปรอท) ความดันเริ่มสูง […]


โรคหลอดเลือดหัวใจ

กลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ ใครเข้าข่ายนี้บ้าง

โรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับหลอดเลือด ทำให้รู้สึกเจ็บหน้าอก หายใจไม่ออก บางรายอาจรุนแรงถึงขั้นหัวใจวาย สาเหตุมาจากหลายปัจจัย ส่วนใหญ่เป็นเพราะปริมาณไขมันจำนวนมากที่จับตัวอยู่ในหลอดเลือดหัวใจ เพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือด และยังก่อให้เกิดความเสียหายต่อเส้นเลือดในอวัยวะต่าง ๆ ได้ เช่น สมอง หัวใจ ไต ดวงตา มักเกิดกับกลุ่มคนที่เป็นโรคเรื้อรัง เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยไขมันในเลือดสูง รวมทั้งกลุ่มอื่น ๆ ที่อาจเสี่ยงเป็นโดยไม่รู้ตัว เช่น คนที่ชอบสูบบุหรี่ คนที่ไม่ชอบออกกำลังกาย คนที่น้ำหนักเกิน สาเหตุโรคหลอดเลือดหัวใจ  เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของผนังหลอดเลือดชั้นในที่หนาขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีสาเหตุหลักมาจากจำนวนไขมันที่เข้าไปสะสมและจับตัวกันหนาขึ้นทำให้หลอดเลือดตีบตัน รวมทั้งระดับน้ำตาล หรือระดับความดันโลหิตสูงซึ่งอาจไปทำลายหลอดเลือด เมื่อหลอดเลือดตีบหรือเสียหาย ร่างกายจึงไม่สามารถส่งเลือดไปหล่อเลี้ยงหัวใจและอวัยวะต่าง ๆ  ได้อย่างเป็นปกติ ทำให้หัวใจและอวัยวะต่าง ๆ ขาดเลือด  อาการโรคหลอดเลือดหัวใจ ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจมักมีอาการดังนี้  เจ็บหน้าอก แน่นหน้าอก ปวดเค้นในอก  หายใจติดขัด หายใจไม่สะดวก ปวดแขนขา หรือชา ไร้ความรู้สึก แขนขาไม่มีแรง  รู้สึกเจ็บบริเวณคอ กราม ลำคอ ท้องส่วนบน หรือเจ็บหลัง ภาวะหัวใจวาย หรือหัวใจล้มเหลว […]


ภาวะหลอดเลือดแข็ง

Atherosclerosis คือ ภาวะหลอดเลือดแข็ง ที่ควรรักษา

Atherosclerosis คือ ภาวะหลอดเลือดแข็ง ที่อาจเกิดขึ้นจากการสะสมของไขมัน คอเลสเตอรอล และคราบพลัคที่เกาะอยู่ตามผนังหลอดเลือด ที่ส่งผลให้หลอดเลือดตีบ ขัดขวางการไหลเวียนของเลือดไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้  Atherosclerosis คือ Atherosclerosis คือ ภาวะหลอดเลือดแข็งที่มาเหตุมาจากหลายปัจจัย เช่น ความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูง ไตรกลีเซอร์ไรด์สูง ภาวะดื้ออินซูลิน โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคข้ออักเสบ โรคลูปัส โรคสะเก็ดเงิน และพฤติกรรมการสูบบุหรี่ เนื่องจากสาเหตุต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนส่งผลให้ผนังด้านในหลอดเลือดเสียหาย ทำให้เซลล์เม็ดเลือดจับตัวเป็นก้อน หากปล่อยไว้เป็นเวลานานอาจก่อให้เกิดคราบพลัคบนผนังหลอดเลือดหนาขึ้น ส่งผลให้หลอดเลือดแดงตีบตันและทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวกจนขวางการไหลเวียนของเลือดที่มีออกซิเจนนำไปหล่อเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายน้อยลง ทำให้ร่างกาย หรือระบบต่าง ๆ อาจมีการทำงานผิดปกติ  อีกทั้งคราบพลัคยังอาจสามารถแตกตัวออกจนทำให้เกิดลิ่มเลือดได้ อาการของ Atherosclerosis อาการของ Atherosclerosis อาจไม่เผยสัญญาณเตือนใด ๆ จนกว่าคราบพลัคจะก่อตัวหนาในผนังหลอดเลือด หรือจนกว่าเส้นเลือดจะตีบ เมื่อเส้นเลือดเริ่มตีบตัว อาจปรากฏอาการต่าง ๆ ดังนี้ หลอดเลือดแดงหัวใจแข็ง อาจทำให้เจ็บ หรือแน่นหน้าอก  หลอดเลือดแดงที่เชื่อมโยงกับสมองแข็ง อาจทำให้พูดสื่อสารลำบาก ดวงตาข้างใดข้างหนึ่งสูญเสียการมองเห็นชั่วคราว กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรง  หลอดเลือดแดงที่เชื่อมโยงกับไต อาจทำให้ระดับความดันโลหิตสูง และไตวายได้หลอดเลือดแดงบริเวณแขน และขาแข็ง […]


ภาวะหลอดเลือดแข็ง

หลอดเลือดแดง และโรคหลอดเลือดแดงแข็ง เชื่อมโยงกันอย่างไร

หลอดเลือดแดง เป็นหลอดเลือดที่อยู่ทั่วร่างกาย ทำหน้าที่ลำเลียงเลือดไปหล่อเลี้ยงอวัยวะส่วนต่าง ๆ หากหลอดเลือดแดงมีการสะสมของคราบพลัคจากไขมัน คอเลสเตอรอล แคลเซียม และไฟบริน (Fibrin) ที่เป็นเส้นใยในเลือดมากจนเกินไป ก็อาจทำให้เสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดแข็งได้ หลอดเลือดแดง คืออะไร หลอดเลือดแดง คือ ท่อนำส่งเลือดที่อุดมไปด้วยออกซิเจนจากการทำงานของระบบสูบฉีดเลือดของหัวใจ ไปยังเนื้อเยื่อต่าง ๆ โดยหลอดเลือดแดงที่ใหญ่ที่สุดในร่างกายคือ หลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ตา (Aorta) ที่เชื่อมกับหัวใจด้านซ้าย ซึ่งเป็นหลอดเลือดที่สามารถแตกแขนงเป็นกิ่งก้านออกไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย หรือเรียกอีกอย่างได้ว่า เส้นเลือดฝอย หลอดเลือดแดงประกอบด้วยเนื้อเยื่อ 3 ชั้น ดังนี้ ทูนิกา อินทิมา (Tunica intima) เป็นผนังหลอดเลือดชั้นในสุดที่ประกอบด้วย เอนโดธีเลียม (Endothelium) หรือเนื้อเยื่อบุโพรงของหลอดเลือด มีเดีย (Media) เป็นกล้ามเนื้อชั้นกลางในหลอดเลือด ที่ยืดหยุ่นรับความกดดันสูงจากหัวใจ แอดเวนทีเชีย (Adventitia) เป็นเนื้อเยื่อเกี่ยวพันชั้นนอกที่คอยปกคลุมหลอดเลือด โรคหลอดเลือดแดงแข็ง ส่งผลเสียต่อหลอดเลือดแดงอย่างไร เนื่องจากหลอดเลือดแดงทำหน้าที่เป็นท่อนำส่งเลือดที่ประกอบด้วยออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย แต่คอเลสเตอรอลและไขมันจากอาหารที่รับประทาน ก็อาจก่อตัวสะสมและกลายเป็นคราบพลัคเกาะอยู่ตามผนังหลอดเลือดแดง ทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดง และผนังหลอดเลือดเสียหาย ทางเดินของเลือดแคบลง จนเลือดไหลผ่านไปหล่อเลี้ยงอวัยวะหรือเนื้อเยื่อในร่างกายไม่เพียงพอ อีกทั้งคราบพลัคเหล่านี้ยังอาจแตกตัว ทำให้สารต่าง ๆ แพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือด […]


สุขภาพหัวใจ

หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน สาเหตุ อาการและการรักษา

หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน เป็นภาวะหัวใจหยุดเต้นกะทันหัน เกิดจากความผิดปกติของระบบไฟฟ้าในหัวใจ ส่งผลให้หัวใจเต้นผิดปกติ อาจทำให้มีอาการวิงเวียนศีรษะ อ่อนแรง หายใจไม่ออก และหมดสติ หากไม่ได้รับการช่วยเหลือด้วยการทำ CPR หรือเครื่องกระตุ้นหัวใจทันทีอาจเสี่ยงเสียชีวิตได้ คำจำกัดความหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน คืออะไร หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน (Sudden Cardiac Arrest หรือ SCA) เป็นภาวะที่หัวใจหยุดเต้นอย่างกะทันหันส่งผลให้หัวใจหยุดสูบฉีดเลือดไปยังสมอง และอวัยวะสำคัญภายในร่างกาย หัวใจมีระบบไฟฟ้าที่ช่วยควบคุมอัตราและจังหวะการเต้นของหัวใจ หากระบบไฟฟ้าในหัวใจทำงานผิดปกติอาจทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ อาจทำให้หัวใจเต้นเร็วเกินไป ช้าเกินไป หรือเต้นไม่เป็นจังหวะ ทำให้หัวใจหยุดสูบฉีดเลือด ส่งผลให้หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้ ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันแตกต่างกับอาการหัวใจวาย เนื่องจากสาเหตุของหัวใจวายเกิดจากเลือดไม่สามารถไหลเวียนกลับไปยังหัวใจได้เนื่องจากการอุดตันของเส้นเลือด และหัวใจมักไม่หยุดเต้นอย่างกระทันหัน แต่ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันอาจเกิดขึ้นได้ในผู้ป่วยที่เคยมีประวัติหัวใจวาย หรือเป็นโรคหัวใจชนิดอื่น นอกจากนี้ หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันก็อาจเกิดขึ้นในผู้ที่มีสุขภาพดีและไม่เคยมีประวัติเป็นโรคหัวใจมาก่อนได้เช่นกัน คนส่วนใหญ่อาจเสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้อย่างรวดเร็ว หากไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีด้วยการทำ CPR หรือเครื่องกระตุ้นหัวใจ ซึ่งเป็นการช็อตไฟฟ้าไปยังหัวใจเพื่อปรับการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน พบบ่อยแค่ไหน จากสถิติของสหรัฐอเมริกา หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ส่งผลให้มีจำนวนผู้เสียชีวิตประมาณ 300,000-400,000 คนต่อปี ซึ่งส่วนใหญ่พบในผู้ใหญ่เพศชายมากกว่าเพศหญิง เนื่องจากผู้ชายมีแนวโน้มเสี่ยงพัฒนาโรคหัวใจมากกว่า จากพฤติกรรมสูบบุหรี่ เสี่ยงความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูงและโรคเบาหวาน นอกจากนี้ เด็กอาจมีอาการหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้ แต่พบไม่บ่อยซึ่งเด็ก 100,000 คน อาจพบเพียง 1-2 คน/ปี เท่านั้น อาการอาการหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน สัญญาณเริ่มต้นของหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันมักเกิดขึ้นอย่างกะทันหันและมีอาการรุนแรง […]


สุขภาพหัวใจ

ระบบหัวใจคืออะไร และทำงานอย่างไร

ระบบหัวใจ ทำหน้าที่ขนส่งอาหารและออกซิเจนไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเพื่อหล่อเลี้ยงเนื้อเยื่อและเซลล์จำนวนมาก จากนั้นนำเลือดเสียจากร่างกายกลับสู่ปอดเพื่อฟอกเลือด หากระบบหัวใจทำงานผิดปกติ อาจส่งผลต่อการส่งเลือดไปเลี้ยงร่างกาย ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาทางสุขภาพ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง หัวใจวาย ความดันสูง ความสำคัญของหัวใจ หัวใจมีความสำคัญในการสูบฉีดเลือดผ่านหลอดเลือด ไปเลี้ยงเนื้อเยื่อส่วนต่าง ๆ ภายในร่างกาย ภายในเลือดประกอบไปด้วยสารอาหารและออกซิเจนที่ใช้ในการหล่อเลี้ยงเซลล์จำนวนมาก หากไม่มีเลือดและหัวใจช่วยสูบฉีดเลือด จะส่งผลให้เซลล์และเนื้อเยื่อในร่างกายไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ การทำงานจะเริ่มผิดปกติ หยุดการทำงาน และอาจเสียชีวิตในที่สุด ส่วนประกอบของระบบหัวใจ ระบบการทำงานของหัวใจและระบบไหลเวียนเลือดเป็นส่วนหนึ่งของระบบหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งประกอบด้วย หัวใจ เป็นกล้ามเนื้อที่คอยสูบฉีดเลือดไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายในทิศทางเดียว เนื่องจากมีลิ้นหัวใจคอยป้องกันเลือดไหลย้อนกลับ หัวใจประกอบด้วย 4 ห้อง โดย 2 ห้องบนทั้งซ้ายและขวา เรียกว่า “เอเรีย (Atria)” และ 2 ห้องล่างทั้งซ้ายและขวา เรียกว่า “เวนทริเคิล (Ventricles)” หลอดเลือดแดง ทำหน้าที่ลำเลียงเลือดที่มีออกซิเจนไหลผ่านระหว่างหัวใจและปอด เพื่อส่งอาหารและออกซิเจนออกไปเลี้ยงร่างกาย หลอดเลือดดำ ทำหน้าที่ลำเลียงเลือดเสียเพื่อนำไปฟอกรับออกซิเจนที่ปอด เพื่อส่งกลับมายังหัวใจและส่งต่อไปเลี้ยงร่างกาย เส้นเลือดฝอย เป็นเส้นเลือดขนาดเล็กทำหน้าที่รับเลือดจากเส้นเลือดแดง เพื่อส่งต่อไปเลี้ยงเนื้อเยื่อทั่วร่างกาย ลิ้นหัวใจ ทำหน้าที่กั้นเปิดปิดระหว่างห้องหัวใจ และป้องกันเลือดไหลย้อนกลับ […]


คอเลสเตอรอล

ยาลดไขมันในเลือด และผลข้างเคียง

ยาลดไขมันในเลือด คืออีกทางเลือกหนึ่งในการช่วยลดระดับไขมันที่สะสมอยู่ในหลอดเลือด นอกเหนือจากการควบคุมอาหาร และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต แต่การใช้ยาลดไขมันในเลือดก็อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้ ดังนั้นจึงควรศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับประโยชน์และโทษของยาแต่ละชนิดให้ดี ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกใช้ยาที่เหมาะสม ยาลดไขมันในเลือดใช้เพื่ออะไร เมื่อคอเลสเตอรอลสูงขึ้นจากปัจจัยด้านพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และพันธุกรรม ก็อาจทำให้ระดับไขมันในเลือดเพิ่มสูงขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป ไขมันเหล่านี้อาจเกาะสะสมตามผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดตีบตับ ส่งผลกระทบต่อการไหลเวียนของเลือด แล้วอาจทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงระบบการทำงานแก่อวัยวะต่าง ๆ ได้ยาก นำไปสู่การเกิดโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง หัวใจล้มเหลว การลดระดับไขมันในเลือด ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ไลฟ์สไตล์ รวมไปถึงการใช้ยาลดไขมันในเลือด จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดระดับไขมันในเลือดสะสม และอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายต่าง ๆ ได้ อย่างไรก็ตาม ยาลดไขมันในเลือดก็มีอยู่หลายประเภท และแต่ละประเภทก็มีการทำงานและผลข้างเคียงที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงควรปรึกษาคุณหมอผู้เชี่ยวชาญก่อนเสมอ เพื่อหาวิธีลดไขมันในเลือดที่ถูกต้องและเหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละคน ยาลดไขมันในเลือด ที่แพทย์นิยมเลือกใช้ ยาลดไขมันมีอยู่หลายประเภท ซึ่งอาจมีการทำงานและผลข้างเคียงที่แตกต่างกัน ดังนี้ กลุ่มยาสแตติน(Statin) เป็นกลุ่มยาที่แพทย์นิยมใช้มากที่สุด เพื่อช่วยลดไขมันไม่ดีในเลือด ลดไตรกลีเซอไรด์ และอาจช่วยเพิ่มระดับของไขมันดีในร่างกายได้ ยาที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยาสแตติน ได้แก่ อะทอร์วาสแททิน (Atorvastatin) ฟลูวาสแตติน (Fluvastatin) โลวาสแตติน (Lovastatin) ซิมวาสแตติน (Simvastatin) พราวาสแตติน (Pravastatin) โรซูวาสแตติน (Rosuvastatin) พิทาวาสแตติน (Pitavastatin) ผลข้างเคียง : กลุ่มยาสแตตินอาจส่งผลให้ตับและลำไส้ได้รับความเสียหาย กล้ามเนื้ออักเสบ ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการสูญเสียความจำและสับสนเล็กน้อย แต่อาการเหล่านี้มักจะไม่เป็นอันตราย และจะหายไปได้เองภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ยาในกลุ่มสแตตินอาจทำปฏิกิริยากับยาอื่น […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน