เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

ไม่ว่าคุณจะตั้งเป้าหมายเพื่อลดน้ำหนัก เพิ่มน้ำหนัก หรือรักษาค่าดัชนีมวลกาย (ฺBMI) ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ก็ล้วนแล้วแต่ต้องใช้ความมุ่งมั่นทั้งสิ้น รับคำแนะนำเกี่ยวกับ เคล็ดลับโภชนาการที่ดี เพื่อช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายได้อย่างปลอดภัยและมั่นคงยิ่งขึ้น ได้ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

ไฮโดรไลซ์เปปไทด์จากเนื้อไก่ (โปรเบปทิเจน®)* ทางเลือกเสริมความจำ มีงานวิจัยรองรับ

ยิ่งอายุมากก็ยิ่งหลงๆ ลืมๆ อาการแบบนี้มีสาเหตุ เพราะอายุที่เพิ่มขึ้นเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่ภาวะความจำถดถอย ซึ่งอาจเริ่มปรากฏในช่วงวัยผู้ใหญ่ และรุนแรงขึ้นตามอายุ1-4 ดังนั้น การใส่ใจดูแลสมองตั้งแต่วันนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ จากงานวิจัย “Hydrolyzed Chicken Extract (ProBeptigen®) on Cognitive Function in Healthy Middle-Aged People: A Randomized Double-Blind Trial”  เกี่ยวกับไฮโดรไลซ์เปปไทด์จากเนื้อไก่ (โปรเบปทิเจน®)* ที่พัฒนาต่อยอดจากซุปไก่สกัดด้วยเทคโนโลยีการสกัดเฉพาะ พบว่ามีส่วนช่วยเสริมความจำ ไฮโดรไลซ์เปปไทด์จากเนื้อไก่ (โปรเบปทิเจน®)* คืออะไร? โปรตีนและเปปไทด์เป็นสารอาหารสำคัญที่มีบทบาทในการฟื้นฟูปฏิกิริยาตอบสนองในผู้สูงอายุและความจำในผู้ที่เสี่ยงต่อภาวะเครียด8 ซุปไก่สกัดซึ่งเป็นแหล่งของโปรตีนและเปปไทด์มีการศึกษารายงานว่า มีประโยชน์ต่อความจำ (เช่น ความจำใช้งานและสมาธิ)7-10  ในการศึกษาก่อนหน้านี้ คณะผู้วิจัยพบว่าอาสาสมัครซึ่งมีความเครียดจากการทำงาน มีความจำระยะสั้นดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในกลุ่มที่มีภาวะเครียดสูงหลังรับประทานซุปไก่สกัดต่อเนื่องกันเป็นเวลา 2 สัปดาห์11           ไฮโดรไลซ์เปปไทด์จากเนื้อไก่ (โปรเบปทิเจน®)* เป็นผลิตภัณฑ์จากเนื้อไก่ที่ผ่านกระบวนการไฮโดรไลซิสด้วยเทคโนโลยีเฉพาะ ซึ่งประกอบด้วยเปปไทด์และกรดอะมิโน ที่ช่วยส่งเสริมความจำ ไฮโดรไลซ์เปปไทด์จากเนื้อไก่ (โปรเบปทิเจน®)* มีหลักฐานว่าปลอดภัยและมีประโยชน์ ข้อมูลจากการศึกษาวิจัยชี้ว่าไฮโดรไลซ์เปปไทด์จากเนื้อไก่ (โปรเบปทิเจน®)* ปลอดภัยและไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นพิษ23-25 โดยมีการศึกษาในอาสาสมัครที่มีสุขภาพแข็งแรงรายงานว่า ไฮโดรไลซ์เปปไทด์จากเนื้อไก่ (โปรเบปทิเจน®)* ช่วยเสริมให้ความจำดีขึ้น และไม่ก่อผลข้างเคียงที่เป็นพิษทั้งในระหว่างการศึกษาและภายหลังสิ้นสุดการศึกษา26   ไฮโดรไลซ์เปปไทด์จากเนื้อไก่ (โปรเบปทิเจน®)* มีส่วนช่วยเสริมความจำในผู้ใหญ่ ผลลัพธ์จากการศึกษานำร่องข้างต้นนำมาสู่การศึกษาผลลัพธ์การเสริมความจำของไฮโดรไลซ์เปปไทด์จากเนื้อไก่ (โปรเบปทิเจน®)* […]

สำรวจ เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

บอแรกซ์ ในลูกชิ้น กินบ่อยๆ ระวังเสี่ยงตายไว

“ลูกชิ้น” เมนูอาหารทานเล่นที่หลาย ๆ คนชื่นชอบ ซึ่งสามารถหาซื้อง่ายและนำไปปรุงอาหารได้หลายเมนู เช่น ลูกชิ้นปิ้ง ลูกชิ้นทอด หรือลูกชิ้นนึ่ง เป็นต้น แต่ในปัจจุบันส่วนใหญ่อาหารที่เรารับประทานกันนั้น อาจจะมีส่วนประกอบของสารเคมีอันตรายอย่างเช่น สารบอแรกซ์ รวมอยู่ด้วย เพื่อให้ลูกชิ้นมีความกรอบ เนื้อเด้งอร่อย ทั้งที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพไม่น้อยเลยทีเดียว วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาไปทำความรู้จักกับ บอแรกซ์ ให้มากขึ้น พร้อมกับวิธีเลือกซื้อลูกชิ้นที่ปลอดภัยกันค่ะ บอแรกซ์ คืออะไร บอแรกซ์ (Borax) เป็นสารอนินทรีย์สังเคราะห์ชนิดหนึ่ง มีชื่อทางเคมีว่า โซเดียมบอเรต (Sodium Borate)  ซึ่งผู้คนจะรู้จักกันดีในชื่อว่า ผงกรอบ หรืออาจเรียกอีกชื่อว่า น้ำประสานทอง และในภาษาจีนที่เรียกกันว่า “เม่งแซ” โดยจะมีลักษณะเป็นผงคล้ายแป้งมีสีขาวขุ่น หรืออาจจะมีลักษณะเป็นเม็ดกลมขนาดเล็กกว่าเม็ดสาคู มีรสชาติหวานเล็กน้อยและสามารถละลายน้ำได้ดี อาการของผู้ที่บริโภคอาหารปนเปื้อนบอแรกซ์ เมื่อเรารับประทานลูกชิ้นหรืออาหารต่างๆ ที่มีการปนเปื้อนสารบอแรกซ์ หากรับประทานมากๆ จนอยู่ในระดับอันตราย จะแบ่งออกได้เป็น 2 กรณีดังต่อไปนี้ กรณีอาการเฉียบพลัน ผู้ที่ได้รับสารบอแรกซ์จะมีอาการปวดศีรษะ อ่อนเพลีย หงุดหงิด ผิวหนังอักเสบและอาจมีผื่นแดง นอนไม่หลับ ผมร่วงมากผิดปกติ คลื่นไส้ อาเจียน รู้สึกเจ็บในช่องท้อง อาจมีอาการท้องร่วงหรืออุจจาระเป็นเลือดในบางครั้ง กรณีอาการเรื้อรัง ผู้ที่ได้รับสารบอแรกซ์จะมีอาการหน้าบวม […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

อดอาหารนาน ทำให้ ร่างกายขาดสารอาหาร แก้ไขได้อย่างไร?

หลายๆ คนคงเคยอดอาหารทั้งวันเพื่อให้ได้ กินมื้อหนักๆ ที่คุ้มจุใจอย่าง บุฟเฟ่ต์ชาบู ปิ้งย่าง แต่พอทานไปทานมากลับอิ่มไวสะงั้น ไม่คุ้มกับเสียเงินไปเลยใช่ไหม? และยังส่งผลเสียให้กับร่างกายอีกด้วยนะ เพราะอาจทำให้ ร่างกายขาดสารอาหาร ได้ มาดูแลสุขภาพให้ห่างจากภาวะนี้ กับ Hello คุณหมอ กันเถอะ ร่างกายขาดสารอาหาร (Refeeding syndrome) คือ .. ร่างกายขาดสารอาหาร (Refeeding syndrome) เป็นกลุ่มอาการที่เกิดขึ้นเมื่อผู้ที่มีภาวะขาดสารอาหาร หรืออดอาหารเป็นเวลานาน หากกลับมารับประทานอาหารอีกครั้ง จะทำให้ทานได้น้อยลงกว่าเดิม หรืออิ่มง่ายขึ้น เนื่องจากร่างกายขาดน้ำตาลกลูโคสที่เป็นตัวช่วยในการเพิ่มพลังไปเลี้ยงส่วนต่างๆ จนทำให้ต้องดึงแร่ธาตุอื่นๆ ที่อยู่ในร่างกายไปทดแทนเสียก่อน อีกสาเหตุหนึ่ง คือ ถ้าหากร่างกายได้รับคาร์โบไฮเดรตในปริมาณมาก หรือคุณรับประทานเกินควร สามารถส่งผลต่อการทำลายสมดุลของอิเล็กโทรไลต์ (Electrolyte) ได้เช่นกัน ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้สารอาหารที่มีประโยชน์เข้าสู่เซลล์ และแปรเปลี่ยนเป็นกลูโคสเพื่อไปกระจายพลังงาน ให้คุณสามารถมีแรงในการทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ อย่างไม่ติดขัด อาการแทรกซ้อนจากการอดอาหารเป็นเวลนาน เกิดความเมื่อยล้า อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย สับสนทางอารมณ์ หายใจติดขัด สภาวะหัวใจล้มเหลว ความดันโลหิตสูง คลื่นไส้ อาเจียน ชัก ระบบประสาท และกล้ามเนื้อผิดปกติ ระดับโซเดียมผิดปกติ อาการดังกล่าว มักจะปรากฏขึ้นหลังจากคุณอดอาหารภายใน 3-4 วัน บางคนอาจไม่มีแนวโน้มที่จะมีอาการรุนแรง แต่สำหรับบางคนมักเกิดความเสี่ยงที่ส่งผลต่อสุขภาพร่างกาย ดังนั้นการเรียนรู้วิธีที่จะรักษาจึงมีความสำคัญ รักษาสุขภาพให้ปลอดภัยจาก ร่างกายขาดสารอาหาร ผู้ที่มีภาวะขาดสารอาหารควรรับการรักษาโดยแพทย์ ไม่ควรเพิ่มความเสี่ยงซื้อยารับประทานด้วยตัวเอง โดยวิธีการรักษาทางการแพทย์จะปรับระดับอิเล็กโทรไลต์ […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

กุ้งแช่น้ำปลา เมนูสุดโปรด กับอันตรายที่คุณไม่เคยรู้

กุ้งแช่น้ำปลา เป็นอีกหนึ่งเมนูสุดแซ่บที่ถูกใจใครหลาย ๆ คน ด้วยรสชาติของน้ำยำที่เผ็ด เปรี้ยวอมหวาน นำมาราดบนตัวกุ้งสด แล้วโรยหน้าด้วยกระเทียมหั่นบาง ๆ ตามด้วยใบสะระแหน่และมะระกินคู่กัน แต่รู้ไหมว่า ถึงแม้รสชาติจะอร่อยแค่ไหน แต่ถ้าหากคุณกินแบบนี้บ่อยจนเกินไปหรือไม่ถูกสุขอนามัยแล้ว ย่อมส่งผลเสียต่อร่างกายเช่นกัน แต่จะส่งผลเสียอย่างไรบ้างนั้น Hello คุณหมอ มีเรื่องนี้มาฝากกัน กุ้งแช่น้ำปลา กับอันตรายที่คุณไม่เคยรู้ รู้หรือไม่ว่า การกินกุ้งแช่น้ำปลา ซึ่งเป็นอาหารดิบมีความสุ่มเสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อโรค ซึ่งเมนูนี้นอกจากจะเสี่ยงท้องเสีย ท้องร่วงจากการปรุงที่ไม่สะอาดแล้ว ในกุ้งสด ๆ ยังมีการเชื้อก่อโรค อย่าง เชื้อวิบริโอ พาราฮิโมไลติคัส (Vibrio Parahaemolyticus) ซึ่งเป็นเชื้อที่พบได้ตามธรรมชาติในสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ตามชายฝั่งทะเล ในน้ำทะเล และตามตะกอนโคลนตมในทะเล  อันตรายของเชื้อนี้ทำให้เกิดอาการท้องร่วงอย่างรุนแรง ในบางรายอาจเกิดอาการตะคริวในช่องท้อง ปวดหัว อาเจียน หรือมีไข้ ระวัง 5 ความเสี่ยงจาก การกินกุ้งแช่น้ำปลา แม้ว่าในกุ้งจะมีสารอาหารที่มีประโยชน์จำนวนมากก็ตาม แต่ การกินกุ้งแช่น้ำปลา ในปริมาณที่มากเกินไปนั้น ย่อมส่งผลเสียมากกว่าผลดี เรามาดู 5 ความเสี่ยงจาก การกินกุ้งแช่น้ำปลากัน ว่ามีอะไรบ้าง โรคติดเชื้อทางเดินอาหาร เมื่อเราทานอาหารที่มันไม่สะอาดและไม่สุก สิ่งที่ตามมาให้เห็นชัดมากที่สุด ก็คือ […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

กินนมหมดอายุ อันตรายหรือเปล่า เก็บนมอย่างไรให้อยู่ได้นานขึ้น

การกินนม ควรเลือกนมที่ผลิตจากแหล่งที่ได้มาตรฐาน ผ่านการพาสเจอร์ไรส์ และยังไม่หมดอายุ แต่หาก กินนมหมดอายุ ทั้งด้วยความจำเป็น หรืออุบัติเหตุ ก็อาจทำให้หลายคนเป็นกังวลว่า ดื่มแล้วจะเป็นอันตรายหรือไม่ ทั้งนี้ การดื่มนมที่หมดอายุแล้ว อาจไม่ได้ส่งผลเสียต่อสุขภาพ หากนมนั้นเพิ่งหมดอายุได้ไม่นาน และเก็บรักษาอย่างดี อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบแหล่งผลิตและวันหมดอายุบนบรรจุภัณฑ์นมให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อหรือบริโภค เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาสุขภาพ และหากกินนมหมดอายุแล้วเกิดความผิดปกติบางประการ เช่น ท้องเสีย ปวดท้อง ควรไปพบคุณหมอเพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม [embed-health-tool-bmi] ตัวเลขต่างๆ บนผลิตภัณฑ์บอกอะไรบ้าง ตัวเลข ที่พิมพ์ลงผลิตภัณต่างๆ นั้นมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวันผลิต วันหมดอายุ หรือว่าตัวเลขกำกับอื่นๆ ซึ่งตัวเลขมากมายเหล่านี้อาจทำให้ผู้บริโภคเกิดความสับสนเกี่ยวกับตัวเลขเหล่านั้น ว่าเป็นตัวเลขอะไรกันแน่ แถมบางผลิตภัณฑ์อาจจะมีตัวเลขติดอยู่ แต่ไม่ได้บอกว่าตัวเลขนั้นเป็นตัวเลขอะไร ก็จะยิ่งสร้างความสับสนให้ผู้บริโภคมากขึ้นไปอีก แต่โดยปกติแล้วผลิตภัณฑ์นั้นจะมีตัวเลขอยู่ 3 แบบ คือ ผลิตภัณฑ์นี่จะมีคุณภาพดีที่สุดในช่วงวันที่เท่าไรถึงวันที่เท่าไรบ้าง ขายโดย เป็นวันที่จะช่วยให้ร้านค้าสามารถจัดสินค้าได้อย่างถูกต้องว่าควรนำสินค้าชิ้นนี้มาวางขายเมื่อไรที่คุณภาพของสินค้ายังคงดีอยู่ ใช้โดย เป็นตัวเลขที่ระบุวันสุดท้ายที่ผลิตภัณฑ์นั้นจะยังคงมีคุณภาพสูงสุด ดังนั้น วันที่พิมพ์เป็นตัวเลขที่ช่วยให้ทราบว่า เมื่อใดคุณภาพของสินค้าจะเริ่มลดลง อย่างไรก็ตามวันที่นั้น มันไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์ของคุณจะหมดอายุและไม่ปลอดภัย ที่จะดื่มทันทีหลังจากวันที่ดังกล่าว กินนมหมดอายุ ภายในกี่วันถึงจะยังปลอดภัย หลายๆ คนเมื่อเห็นว่านมหมดอายุก็ต้องเก็บทิ้งอย่างแน่นอน ใครกันจะเสี่ยงดื่มนมที่ระบุว่าหมดอายุแล้ว เพราะดีไม่ดี อาจทำให้เกิดอาการท้องเสียได้ ส่วนใหญ่นมที่ขายในห้างสรรพสินค้าหรือว่าร้านสะดวกซื้อทั่วๆ ไป […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

ปลาทูน่า ควรกินดิบหรือกินสุก อย่างไหนเป็นอันตรายกว่ากัน

ปลาทูน่า เป็นหนึ่งในปลายอดนิยมที่นิยมนำมารับประทานกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ไม่ว่าจะมาในรูปแบบของปลาดิบในเมนูซาชิมิ หรือรูปแบบสุกอย่างปลาทูน่ากระป๋อง บางคนอาจจะเกิดความสงสัยว่า ปลาทูน่า กินดิบหรือกินสุก แบบไหนจะดีกว่ากัน มาหาคำตอบด้วยกันกับ Hello คุณหมอ ประโยชน์ที่ได้จากการกินปลาทูน่า โดยปกติในร้านอาหารส่วนใหญ่ มักจะเสิร์ฟปลาทูน่ามาในรูปแบบของปลาดิบ หรือกึ่งสุกกึ่งดิบ ยิ่งโดยเฉพาะกับในร้านอาหารญี่ปุ่น ที่ซาชิมิหรือซูชิที่มีปลาทูน่าดิบเป็นส่วนประกอบนั้น แทบจะเป็นเมนูที่ขาดไม่ได้ ปลาทูน่านั้นเป็นปลาที่มีสารอาหารที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกายอย่างมาก ทั้งยังเป็นปลาที่มีไขมันต่ำ โปรตีนสูง และมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งมีประโยชน์ต่อหัวใจและสมอง และยังช่วยต้านการอักเสบอีกด้วย นอกจากนี้ ในเนื้อปลาทูน่านั้นยังอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก โพแทสเซียม วิตามินบี ทั้งยังเป็นแหล่งสำคัญของธาตุซีลีเนียม (selenium) แร่ธาตุรองที่ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ การรับประทานปลาทูน่า จึงมีส่วนช่วยในการเพิ่มสมรรถภาพการทำงานของอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ และโรคเรื้อรังต่างๆ ไขขอข้องใจ: ปลาทูน่า ควร กินดิบหรือกินสุก หลายคนเชื่อว่าการกินปลาทูน่าดิบนั้น เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการกินทูน่า เนื่องจากเนื้อปลาทูน่าดิบที่ไม่ผ่านความร้อน จะให้สัมผัส รสชาติ และคุณประโยชน์ของปลาทูน่าได้อย่างเต็มเปี่ยม ทั้งยังเชื่อว่าการปรุงทูน่าให้สุก จะทำลายรสชาติ และคุณค่าทางสารอาหารที่มีประโยชน์ของทูน่าไป แต่ในความจริงแล้ว ไม่เป็นเช่นกัน ปลาทูน่าไม่ว่าจะแบบดิบหรือแบบสุก ต่างก็ให้คุณค่าทางสารอาหาร ไม่ว่าจะเป็นวิตามิน แร่ธาตุ และกรดไขมันโอเมก้า 3 ในปริมาณที่เท่าๆ กัน ความร้อนแทบจะไม่ได้ทำลายคุณค่าทางสารอาหารของปลาทูน่า […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

ดื่มน้ำอุ่น มหัศจรรย์แห่งน้ำ ช่วยบำบัดโรค

“สุขภาพที่ดี เริ่มได้ด้วยตัวเรา” วลีที่ใครฟังก็คุ้นหู แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนยุคใหม่อย่างเราเลย ด้วยปัจจัยในหลายๆด้าน โดยการทำงานด้วยความเร่งรีบในแต่ละวัน การพักผ่อนน้อยและขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ  ขนาดเวลาพักผ่อนยังไม่ค่อยมี แล้วจะเอาเวลาที่ไหนมาดูแลสุขภาพกันนะ วันนี้ Hello คุณหมอ นำอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้คุณดูแลสุขภาพของตัวเองได้แม้ในเวลาที่เร่งรีบมาฝากกันคะ นั่นคือการ ดื่มน้ำอุ่น นั่นเอง จะช่วยได้จริงหรือไม่ เรามาหาคำตอบไปพร้อมกันเลย น้ำอุ่น จิบวันนิด จิตแจ่มใส หลายท่านอาจจะไม่ค่อยชอบการดื่มน้ำอุ่นสักเท่าไหร่ ดื่มทีไรก็ไม่รู้สึกสดชื่นเหมือนดื่มน้ำเย็นเลย แต่หากได้รู้คุณประโยชน์ของน้ำอุ่นแล้วจะทำให้ความคิดของคุณเปลี่ยนทันทีเลยค่ะ ซึ่งการดื่มน้ำอุ่นที่เราพูดถึงกันอยู่นี้ คือ น้ำที่อุณหภูมิ  26 องศาเซลเซียส ถึงประมาณ 41 องศาเซลเซียส หรือน้ำที่มีความร้อนพอเหมาะ ซึ่งความอุ่นของน้ำส่งผลให้ระบบหมุนเวียนเลือดในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากจิบน้ำอุ่นเป็นประจำแล้วล่ะก็ จะช่วยให้สุขภาพร่างกายของเราแข็งแรง ไม่เป็นหวัดบ่อย  แล้วการดื่มน้ำอุ่น จะส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างไรบ้างนั้น ลองมาดูกัน ดื่มน้ำอุ่น กับการบำบัดโรค ปรับสมดุลลำไส้ บรรเทาอาการท้องผูก หากคุณมีปัญหาท้องผูกเพียงดื่มน้ำอุ่น 1 แก้ว หลังตื่นนอนตอนเช้า หรือ ขณะท้องว่าง จะช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย ปรับสมดุลการทำงานของลำไส้ ได้ดียิ่งขึ้นหากคุณดื่มเป็นประจำจะช่วยบรรเทาอาการท้องผูกอย่างได้ผลเลยทีเดียวล่ะ บรรเทาอาการเจ็บคอ หากคุณมีอาการเจ็บคอ คันคอ เพียงหยดน้ำมะนาวลงในน้ำอุ่นเพียง 1 แก้ว หลังดื่มจะรู้สึกสบายคอมากขึ้น หากต้องการฆ่าเชื้อโรคภายในลำคอด้วยนั้น เพียงกลั้วปากด้วยน้ำอุ่นผสมเกลือเล็กน้อย ล้างสารพิษในร่างกาย เพียงดื่มน้ำอุ่นเป็นประจำจะช่วยชำระล้างสารพิษในร่างกาย […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

ความจริงเกี่ยวกับเหงื่อ เหงื่อ ไม่ได้ขับสารพิษจริงหรือ?

“ยิ่งเหงื่อออกสิยิ่งดี เหงื่อออกมากเท่าไหร่ก็เป็นผลที่แสดงให้เห็นว่าเราออกกำลังกายไปมากแค่ไหน เหงื่อออกมากๆ ก็จะช่วยขับเอาสารพิษออกไปจากร่างกายเรา” หลายคนน่าจะคุ้นเคยกับประโยคเหล่านี้และมีความเชื่อมั่นว่าเหงื่อช่วยล้างสารพิษได้ แต่ เหงื่อ ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกายของเราได้จริงๆ หรือ? มาหาคำตอบกันได้กับบทความนี้จาก Hello คุณหมอ เหงื่อ คืออะไร? เหงื่อ ถูกผลิตโดยต่อมเหงื่อของร่างกาย ซึ่งในร่างกายของคนเรานั้นประกอบไปด้วยต่อมเหงื่อมากถึง 5 ล้านต่อมเหงื่อ เหงื่อที่ถูกขับออกมาประกอบไปด้วย น้ำ โซเดียมคลอไรด์ ยูเรีย น้ำตาล ไขมัน กรดอะมิโนบางชนิด โพแทสเซียม แมกนีเซียม และเหล็ก  ร่างกายจะขับเหงื่อออกมาด้วยหลายปัจจัยที่แตกต่างกัน แต่โดยมากแล้ว ร่างกายจะขับเหงื่อออกมาเพราะสาเหตุดังนี้  อากาศ เมื่ออากาศร้อนหรืออุณหภูมิสูงขึ้น ร่างกายจะขับเหงื่อออกมาเพื่อทำให้ร่างกายของเราเย็นขึ้น เหงื่อบางส่วนจะระเหยออกจากผิวและกักเก็บความร้อน และเหงื่อส่วนที่เหลือจะไหลลงสู่ใบหน้าและร่างกายส่วนอื่นๆ  การใช้แรง ไม่ว่าจะเป็นการออกแรงทำงาน หรือการออกกำลังกาย เมื่อร่างกายสูญเสียน้ำออกไป ร่างกายก็จะขับเหงื่อออกมา ดังนั้นก่อนที่จะออกกำลังกาย หรือในระหว่างทำงาน จึงไม่ควรลืมที่จะดื่มน้ำ เพื่อให้ร่างกายมีน้ำอยู่ในระดับที่มีความสมดุล ความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ เมื่อคุณรู้สึกโกรธ ตื่นเต้น ประหม่า หรือกลัว ร่างกายจะรับรู้ได้ถึงสถานการณ์เหล่านั้นและปล่อยฮอร์โมนความเครียดออกมา ทำให้คุณมีเหงื่อออกตามใบหน้า มือ แขน และเท้า ประโยชน์ของเหงื่อ เหงื่อออก แล้วมีประโยชน์อะไรล่ะ? นอกจากจะทำให้เนื้อตัวเหนอะหนะและรู้สึกไม่สบายตัว […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

การบริโภค อาหารออร์แกนิก ลดความเสี่ยงมะเร็ง ได้จริงหรือไม่

อาหารออร์แกนิกเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมในช่วงหลายปีมานี้ และยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ไม่ลดลง หลายๆ คนมีความเชื่อว่าการรับประทาน อาหารออร์แกนิก ลดความเสี่ยงมะเร็ง และมีส่วนในการช่วยให้สุขภาพดีขึ้น มีความปลอดภัยต่อร่างกายมากกว่า แถมยังมีรสชาติที่ดีกว่า วันนี้ Hello คุณหมอ อยากจะชวนทุกคนมาหาคำตอบเรื่อง อาหารออร์แกนิก ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งกันได้จริงหรือไม่ ทำความเข้าใจเรื่องผลิตภัณฑ์ ออร์แกนิก คำว่า ออร์แกนิก (Organic) เป็นคำที่ใช้เรียกกระบวนการการผลิตอาหารรูปแบบหนึ่ง ที่มีการปลูกหรือเพาะเลี้ยงโดยไม่ใช้สารเคมี ฮอร์โมนหรือสารกำจัดวัชพืชศัตรูพืชต่างๆ และไม่ใช้พืชที่มี การตัดแต่งพันธุกรรม (GMO) ในการเพาะปลูก นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์จากออร์แกนิก ยังไม่มีส่วนผสมของสารกันบูด สีผสมอาหารและผงชูรสอีกด้วย การปลูกพืชออร์แกนิกมักจะใช้ปุ๋ยที่ได้จากธรรมชาติ เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยที่หมักจากซากพืช มูลสัตว์ ซึ่งปุ๋ยคอกที่ใช้ก็จะต้องได้มาจากมูลสัตว์ที่มีการเลี้ยงแบบออร์แกนิกด้วย ไม่ฉีดฮอร์โมนหรือให้ยาปฏิชีวนะใดๆ นอกจากประโยชน์ต่อสุขภาพที่จะได้รับจากการรับประทานอาหารออร์แกนิกแล้ว การทำเกษตรแบบออร์แกนิกยังมีส่วนช่วยให้คุณภาพดินและสิ่งแวดล้อมดีขึ้นอีกด้วย อาหารออร์แกนิกก็มีมากมายหลายรูปแบบด้วยกัน ทั้งแบบที่แปรรูปและะผัก ผลไม้แบบสด ไม่ว่าจะเป็น ผลไม้ ข้าว นมหรือผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปแล้ว ความเกี่ยวข้องระหว่างสารกำจัดศัตรูพืชกับโรคมะเร็ง สารกำจัดศัตรูพืชเป็นสารที่ถูกใช้เพื่อป้องกันไม่ให้พืชเกิดเชื้อรา รวมไปถึงป้องกันแมลงและศัตรูพืชอื่นๆ ไม่ให้เข้าทำลาย กัดกินพืชที่เราปลูก หน่วยงานป้องกันสิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกาแนะนำว่า สารกำจัดศัตรูเพิ่มความเสี่ยงในการทำให้สุขภาพแย่ลง สารเคมีบางชนิดที่ใช้ในเชิงเกษตร มีส่วนเกี่ยวข้องทีทำให้เกิดโรคมะเร็งบางชนิดได้ แต่ก็ยังไม่มีงานวิจัยที่รับรองหรือมีหลักฐานยืนยันมากเพียงพอ ว่าสารเคมีที่ใช้กำจัดศัตรูพืช มีส่วนทำให้เกิดโรคมะเร็งได้จริงๆ เพราะในสารกำจัดศัตรูพืชมีสารเคมีหลาหลายชนิดเป็นส่วนประกอบและปัจจัยที่ทำให้เกิดมะเร็งก็มาจากหลายปัจจัยเช่นกัน ทำให้เป็นการยากที่จะระบุว่าสารกำจัดศัตรูพืชมีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้เกิดโรคมะเร็ง […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

อาหารออร์แกนิค ดีต่อสุขภาพจริงเหรอ ข้อเท็จจริงของอาหารออร์แกนิคที่คุณควรรู้

ในยุคสมัยปัจจุบันที่เทรนด์การรักสุขภาพกำลังมาแรงแบบนี้ หลายคนอาจจะเริ่มหันมาให้ความสนใจ กับอาหารที่ตัวเองรับประทานกันมากขึ้น อาหารออร์แกนิค ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของอาหารที่กำลังเป็นที่นิยมสำหรับผู้รักสุขภาพ ด้วยความเชื่อที่ว่า อาหารที่ได้จากธรรมชาติล้วนๆ ปลอดสารเคมี ย่อมดีต่อสุขภาพมากกว่าอาหารตามปกติ แต่อาหารออร์แกนิคนั้นดีต่อสุขภาพมากกว่าจริงเหรอ วันนี้ Hello คุณหมอ มีคำตอบ อาหารออร์แกนิค คืออาหารแบบไหน คำว่า ‘ออร์แกนิค’ (Organic) หมายถึงผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่ปลูกโดยไม่ใช้สารกำจัดศัตรูพืชสังเคราะห์ (ยาฆ่าแมลง) ปุ๋ยปิโตรเลียม ปุ๋ยกากตะกอนน้ำเสีย และไม่ผ่านการตัดต่อพันธุกรรม (GMOs) ส่วนผลิตภัณฑ์จากสัตว์ออร์แกนิค เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ นม และอื่นๆ นั้นต้องมาจากสัตว์ที่เลี้ยงในพื้นที่เปิดและกินอาหารจากธรรมชาติอย่างเดียวเท่านั้น นอกจากนี้สัตว์เหล่านี้จะต้องไม่ได้รับยาปฏิชีวนะ ฮอร์โมนเร่งโต หรือผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีอื่นๆ การที่จะสามารถติดป้ายกำกับว่า เป็นอาหารออร์แกนิคนั้นจำเป็นต้องผ่านมาตฐานอันเข้มงวด และต้องได้รับการรับรองมาตรฐานจากองค์กรที่ได้รับการแต่งตั้งในแต่ละประเทศ ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต การเก็บเกี่ยว การแปรรูป และการบรรจุภัณฑ์ สถาบันที่ให้การรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคของไทย คือ สำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (มกท.) สำนักงานมกท. นั้นได้ให้มาตรฐานสำหรับผลิตภัณฑ์แปรรูปอินทรีย์ที่ไม่ได้มีส่วนผสมมาจากผลิตผลอินทรีย์ทั้งหมด โดยแบ่งให้เป็น 2 ระดับ ดังนี้ มีสัดส่วนผลิตภัณฑ์อินทรีย์ไม่ต่ำกว่า 95% โดยน้ำหนัก ทั้งนี้ไม่รวมน้ำและเกลือ และมีส่วนผสมอื่นที่อนุญาตให้ใช้ได้รวมแล้วไม่เกิน 5% มีสัดส่วนผลิตผลอินทรีย์ไม่ต่ำกว่า 70% โดยน้ำหนัก ทั้งนี้ไม่รวมน้ำและเกลือ […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ ชาไข่มุก และข้อเท็จจริงที่คุณควรรู้

“กินชาไข่มุกมากๆ ระวังจะเป็นโรคนะ” ประโยคคำเตือนเกี่ยวกับการรับประทานชาไข่มุกยอดฮิตที่แฟนคลับชาไข่มุกหรือชานมไข่มุกหลายต่อหลายคนมักจะได้ยินผ่านเข้าหูอยู่เสมอ แต่ ชาไข่มุก จะทำให้ร่างกายของเราแย่ลงดังที่เขาพูดกันจริงหรือ? สรุปแล้วชาไข่มุกแย่ต่อสุขภาพมากขนาดนั้นหรือไม่ มาหาคำตอบได้จากบทความนี้ของ Hello คุณหมอ ค่ะ มีอะไรอยู่ในชาไข่มุกบ้าง ชาไข่มุก หรือ ชานมไข่มุก เมนูยอดนิยมที่ไม่ว่าจะไปที่ไหน ห้างสรรพสินค้าใด ก็จะต้องเจอร้านชาไข่มุกตั้งเรียงรายกันอยู่เต็มไปหมด ชาไข่มุกหนึ่งแก้วประกอบไปด้วย น้ำตาลทราย น้ำเชื่อม นมข้นหวาน นมสด น้ำผลไม้หรือชาหลากหลายประเภทที่มีให้เลือกกันอย่างจุใจ และส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้เมนูนี้โด่งดังนั่นก็คือเม็ดไข่มุก หรือก็คือสาคูเม็ดใหญ่ที่นำไปต้มสุกนั่นเอง อย่างไรก็ตามวัตถุดิบเหล่านี้ก็จะแตกต่างกันไปตามสูตรของแต่ละร้าน บางร้านอาจมีการเพิ่มทอปปิ้ง หรือวัตถุดิบอื่น ๆ เช่น น้ำผึ้ง หรือวิปครีม เป็นต้น ชาไข่มุกให้สารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต 45-62 กรัม ไขมัน 0-14 กรัม  โปรตีน 0.4-2 กรัม โดยชาไข่มุก 1 แก้ว ให้พลังงาน 240 ถึง 360 กิโลแคลอรี ซึ่งเทียบเท่ากับการรับประทานก๋วยเตี๋ยว 1 ชาม กิน ชาไข่มุก แล้วเป็นเบาหวานจริงหรือ? คำเตือนอันดับต้น ๆ เมื่อคุณกำลังรับประทาน […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน