เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

ไม่ว่าคุณจะตั้งเป้าหมายเพื่อลดน้ำหนัก เพิ่มน้ำหนัก หรือรักษาค่าดัชนีมวลกาย (ฺBMI) ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ก็ล้วนแล้วแต่ต้องใช้ความมุ่งมั่นทั้งสิ้น รับคำแนะนำเกี่ยวกับ เคล็ดลับโภชนาการที่ดี เพื่อช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายได้อย่างปลอดภัยและมั่นคงยิ่งขึ้น ได้ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

ไฮโดรไลซ์เปปไทด์จากเนื้อไก่ (โปรเบปทิเจน®)* ทางเลือกเสริมความจำ มีงานวิจัยรองรับ

ยิ่งอายุมากก็ยิ่งหลงๆ ลืมๆ อาการแบบนี้มีสาเหตุ เพราะอายุที่เพิ่มขึ้นเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่ภาวะความจำถดถอย ซึ่งอาจเริ่มปรากฏในช่วงวัยผู้ใหญ่ และรุนแรงขึ้นตามอายุ1-4 ดังนั้น การใส่ใจดูแลสมองตั้งแต่วันนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ จากงานวิจัย “Hydrolyzed Chicken Extract (ProBeptigen®) on Cognitive Function in Healthy Middle-Aged People: A Randomized Double-Blind Trial”  เกี่ยวกับไฮโดรไลซ์เปปไทด์จากเนื้อไก่ (โปรเบปทิเจน®)* ที่พัฒนาต่อยอดจากซุปไก่สกัดด้วยเทคโนโลยีการสกัดเฉพาะ พบว่ามีส่วนช่วยเสริมความจำ ไฮโดรไลซ์เปปไทด์จากเนื้อไก่ (โปรเบปทิเจน®)* คืออะไร? โปรตีนและเปปไทด์เป็นสารอาหารสำคัญที่มีบทบาทในการฟื้นฟูปฏิกิริยาตอบสนองในผู้สูงอายุและความจำในผู้ที่เสี่ยงต่อภาวะเครียด8 ซุปไก่สกัดซึ่งเป็นแหล่งของโปรตีนและเปปไทด์มีการศึกษารายงานว่า มีประโยชน์ต่อความจำ (เช่น ความจำใช้งานและสมาธิ)7-10  ในการศึกษาก่อนหน้านี้ คณะผู้วิจัยพบว่าอาสาสมัครซึ่งมีความเครียดจากการทำงาน มีความจำระยะสั้นดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในกลุ่มที่มีภาวะเครียดสูงหลังรับประทานซุปไก่สกัดต่อเนื่องกันเป็นเวลา 2 สัปดาห์11           ไฮโดรไลซ์เปปไทด์จากเนื้อไก่ (โปรเบปทิเจน®)* เป็นผลิตภัณฑ์จากเนื้อไก่ที่ผ่านกระบวนการไฮโดรไลซิสด้วยเทคโนโลยีเฉพาะ ซึ่งประกอบด้วยเปปไทด์และกรดอะมิโน ที่ช่วยส่งเสริมความจำ ไฮโดรไลซ์เปปไทด์จากเนื้อไก่ (โปรเบปทิเจน®)* มีหลักฐานว่าปลอดภัยและมีประโยชน์ ข้อมูลจากการศึกษาวิจัยชี้ว่าไฮโดรไลซ์เปปไทด์จากเนื้อไก่ (โปรเบปทิเจน®)* ปลอดภัยและไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นพิษ23-25 โดยมีการศึกษาในอาสาสมัครที่มีสุขภาพแข็งแรงรายงานว่า ไฮโดรไลซ์เปปไทด์จากเนื้อไก่ (โปรเบปทิเจน®)* ช่วยเสริมให้ความจำดีขึ้น และไม่ก่อผลข้างเคียงที่เป็นพิษทั้งในระหว่างการศึกษาและภายหลังสิ้นสุดการศึกษา26   ไฮโดรไลซ์เปปไทด์จากเนื้อไก่ (โปรเบปทิเจน®)* มีส่วนช่วยเสริมความจำในผู้ใหญ่ ผลลัพธ์จากการศึกษานำร่องข้างต้นนำมาสู่การศึกษาผลลัพธ์การเสริมความจำของไฮโดรไลซ์เปปไทด์จากเนื้อไก่ (โปรเบปทิเจน®)* […]

สำรวจ เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

กินอาหารซ้ำๆ เมนูเดิมๆ ทุกวันแบบนี้ จะดีต่อสุขภาพหรือเปล่า?

วันนี้กินอะไรดี? น่าจะเป็นคำถามที่ตอบได้ยาก และหากจะบอกว่ายากมากเท่าที่คนๆ หนึ่งจะตอบได้ก็คงจะไม่ผิดนัก เพราะหลายต่อหลายครั้ง เราไม่สามารถหาคำตอบที่แท้จริงให้กับคำถามนี้ได้เลย ท้ายสุดเราจึงมักจะจบประโยคด้วยคำตอบที่ว่า “กินอะไรก็ได้” ซึ่งการเลือกตอบแบบนี้บ่อยๆ ก็อาจทำให้เราต้องกินอาหารแบบเดิมอยู่บ่อยๆ จนกลายเป็นการกินซ้ำซาก ซึ่ง กินซ้ำ ถือว่าเป็นหนึ่งในลักษณะนิสัยทางการกินที่อาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ แต่ กินอาหารซ้ำๆ จะมีข้อดีหรือข้อเสียที่ต้องระวังอย่างไรบ้างนั้น Hello คุณหมอ มีคำตอบมาให้แล้วค่ะ [embed-health-tool-bmi] พฤติกรรมการกินแบบไหนถึงเรียกได้ว่า “กินซ้ำ” เรามักจะผ่านหูผ่านตากับประโยคที่ว่าควรกินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่กันอยู่บ่อยๆ เพราะจะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน สร้างพลังงานและเสริมการเจริญเติบโต การรับประทานอาหารที่ครบ 5 หมู่นั้น ย่อมหมายถึงการกินอาหารที่หลากหลาย มีทั้งเนื้อสัตว์ ผัก และผลไม้ ซึ่งหากทำได้เช่นนั้นทุกวันร่างกายก็จะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ แต่…แน่นอนว่าเราย่อมไม่สามารถที่จะกินอาหารให้หลากหลายได้ทุกครั้ง อาจมีบางช่วงที่เรากินแต่อาหารเดิมๆ หรือกินอาหารเมนูใดเมนูหนึ่งซ้ำติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน จนกลายเป็นการกินซ้ำซากไปได้ เหตุผลของการ กินซ้ำ นั้น ก็อาจแตกต่างกันไปในเรื่องของเหตุผล ที่บางครั้งอาจจะมาจากความชื่นชอบในรสชาติ หรือสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้จำเป็นต้องกินแต่เมนูซ้ำๆ เช่น การไม่สะดวกประกอบอาหาร หรือการมีภาระงานรัดตัวจนไม่ได้ใส่ใจเรื่องการเลือกเมนูอาหาร ซึ่งปัญหาการกินซ้ำนี่เองที่ปัจจุบันได้กลายมาเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีส่วนในการส่งผลเสียต่อสุขภาพ กินอาหารซ้ำๆ ส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างไร ปัญหาการขาดแคลนสารอาหาร การกินอาหารเมนูเดิมๆ อาหารจานเดียวหรือแค่อย่างเดียวทุกวัน หรือ กินซ้ำ ติดต่อกันเป็นเวลาที่นานมากๆ ปัญหาหลักๆ ที่จะพบก็คืออาจเสี่ยงที่จะมีภาวะขาดแคลนสารอาหารได้ โดยเฉพาะถ้าเมนูนั้นไม่ได้ให้สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายอย่างครบถ้วนและเพียงพอ มีผลต่อน้ำหนัก คนที่รับประทานอาหารแบบเดิมๆ […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

ไขข้อข้องใจ ทำไมเราถึง ดื่มกาแฟแล้วคลื่นไส้ กันนะ

กาแฟนั้นเป็นหนึ่งในเครื่องดื่ม ที่ได้รับความนิยมอย่างมากทั่วโลก หลายคนที่ ดื่มกาแฟ นั้นไม่ได้เพียงแค่หวังผลจากคาเฟอีนที่ช่วยให้ตื่นตัว แต่ยังอาจดื่มเพราะชื่นชอบในรสชาติของกาแฟอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม คนบางคนอาจจะไม่สามารถดื่มกาแฟได้ เพราะดื่มทีไร ก็ต้องรู้สึกคลื่นไส้ตามมาทุกที วันนี้ Hello คุณหมอ จะมาช่วยไขข้อข้องใจ ว่าทำไมบางคนถึงมีอาการ ดื่มกาแฟแล้วคลื่นไส้ กันแน่ [embed-health-tool-bmr] สาเหตุที่ทำให้เรา ดื่มกาแฟแล้วคลื่นไส้ สาเหตุที่ทำให้เรามีอาการคลื่นไส้เมื่อ ดื่มกาแฟ สามารถแยกออกได้เป็นสาเหตุหลักๆ ดังนี้ คาเฟอีน หนึ่งในสาเหตุที่พบได้บ่อยของอาการคลื่นไส้จากการ ดื่มกาแฟ เป็นเพราะคาเฟอีนที่มีอยู่มากในกาแฟนั่นเอง ร่างกายของคนเรานั้นจะมีความไวต่อคาเฟอีน (Caffeine Sensitivity) ไม่เท่ากัน บางคนอาจจะสามารถ ดื่มกาแฟ ได้เยอะ ๆ โดยที่ไม่ได้รู้สึกถึงผลข้างเคียงที่มาจากคาเฟอีนเลย ในขณะที่บางคน แค่จิบกาแฟเพียงเล็กน้อย ก็อาจจะเกิดใจสั่น ปวดหัว และคลื่นไส้ได้ ความไวต่อคาเฟอีนนั้น อาจทำให้ผู้ที่ได้รับคาเฟอีนแม้เพียงเล็กน้อย ก็สามารถเกิดอาการคล้ายกับผู้ที่บริโภคคาเฟอีนมากเกินขนาด (Caffeine Overdose) อาการของการบริโภคคาเฟอีนเกินขนาดนั้น อาจมีตั้งแต่ อาการเบา ๆ ที่ไม่เป็นอันตราย อย่างเช่น วิงเวียน กระหายน้ำ นอนไม่หลับ ปวดหัว ท้องเสีย คลื่นไส้ ไปจนถึงอาการที่รุนแรง และควรติดต่อรับการรักษาในทันที เช่น หายใจไม่ออก […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

วิธีเลือกโยเกิร์ต เลือกแบบไหนถึงจะได้โยเกิร์ตที่ดีที่สุดกันนะ

หากจะพูดถึง โยเกิร์ต อาหารเพื่อสุขภาพที่ใคร ๆ ก็ไม่พลาดแล้วล่ะก็ คงต้องบอกได้คำเดียวว่า “เยอะ” ที่เยอะก็เพราะว่ามีให้เลือกเต็มไปหมด ทั้งโยเกิร์ตแบบผสมเนื้อผลไม้ แบบไขมันต่ำ แบบไม่มีน้ำตาล แบบดั้งเดิมจากแหล่งกำเนิด และแต่ละแบบก็ยังให้รสชาติที่แตกต่างกันออกไปอีกด้วย เรียกได้ว่าเยอะจนเลือกไม่ถูกเลยทีเดียว แต่เพื่อให้การเลือกโยเกิร์ตของทุกคนง่ายขึ้นและดีต่อสุขภาพมากขึ้น วันนี้ Hello คุณหมอ มี วิธีเลือกโยเกิร์ต แบบง่ายๆ เพื่อให้เราได้กินโยเกิร์ตที่ดีที่สุดมาฝากค่ะ โยเกิร์ต ดีต่อร่างกายอย่างไร โยเกิร์ต (Yoghurt) เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์จากนมที่ผ่านกระบวนการหมักโดยใช้จุลินทรีย์และแบคทีเรียชนิดต่าง ๆ เพื่อทำให้โยเกิร์ตมีรสชาติที่ออกเปรี้ยว โยเกิร์ตให้สารอาหารสำคัญ ๆ หลายชนิด โดยเฉพาะโปรตีนและแคลเซียมจากนม คุณประโยชน์จากจุลินทรีย์และแบคทีเรียชั้นดีต่าง ๆ เช่น แลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus) ซึ่งการที่โยเกิร์ตอุดมไปด้วยสารอาหารและแบคทีเรียที่ดีต่อสุขภาพเช่นนี้ จึงทำให้โยเกิร์ตเป็นหนึ่งในอาหารที่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนลงความเห็นว่าเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ โดยการรับประทานโยเกิร์ตเป็นประจำจะช่วยให้ 1. ดีต่อการขับถ่าย เป็นที่รู้กันดีว่าการเพิ่มแบคทีเรียและจุลินทรีย์เป็นหนึ่งในกระบวนการผลิต โยเกิร์ต นั่นจึงทำให้ในโยเกิร์ตประกอบด้วยจุลินทรีย์และแบคทีเรียชนิดดีที่มีส่วนช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะโพรไบโอติกซึ่งเป็นจุลินทรีย์ชนิดดี ที่มีส่วนช่วยในกระบวนการย่อยอาหารและดูดซึมสารอาหารที่บริเวณลำไส้ ทำให้กากอาหารต่าง ๆ ถูกย่อยออกไปได้มากขึ้น อุจจาระมีขนาดเล็กลง สามารถขับถ่ายออกได้โดยง่าย ช่วยแก้อาการท้องผูก 2. ดีต่อกระดูกและฟัน นมเป็นหนึ่งในส่วนผสมสำคัญของ โยเกิร์ต นั่นจึงทำให้โยเกิร์ตได้ทั้งโปรตีนและแคลเซียมจากนม ซึ่งสารอาหารทั้งสองชนิดนี้เป็นสารอาหารสำคัญต่อการเจริญเติบโตและสร้างความแข็งแรงให้กระดูกและฟัน ดังนั้น […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง สำหรับผู้ป่วยข้อเสื่อม

เมื่ออายุมากขึ้น ฟันเฟืองต่าง ๆ ในร่างกายที่ทำงานมาอย่างหนัก ในตลอดหลายปีที่ผ่านมาก็เริ่มเสื่อมสภาพลงตามการใช้งาน ยิ่งไม่เคยมีการดูแลรักษาด้วยแล้ว ฟันเฟืองต่างๆ ก็จะยิ่งเสื่อมเร็วก่อนเวลา จนบางครั้งอาจทำให้เกิดโรคได้ เช่น โรคข้อเสื่อม ที่ถือเป้นโรคข้ออักเสบประเภทหนึ่ง ที่ทำให้เกิดอาการบวมและปวดตามข้อ ยิ่งได้รับตัวกระตุ้นอย่าง “อาหาร” บางชนิดที่ทำให้ร่างกายเกิดการอักเสบ ก็จะยิ่งทำให้กระดูกนั้นแย่ลง วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลของ อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง สำหรับผู้ป่วยข้อเสื่อม มาให้อาจกัน โรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis) คืออะไร โรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis) เป็นโรคข้ออักเสบ (Arthritis) ประเภทหนึ่ง ที่พบได้บ่อยที่สุด ซึ่งโรคนี่เกิดขึ้นจากกระดูกอ่อนที่หุ้มอยู่ที่ส่วนปลายของกระดูกข้อต่อเกิดความเสียหาย หรือเสื่อมสภาพตามเวลา เมื่อเคลื่อนไหว ทำให้ไม่มีกระดูกอ่อนคอยรองรับกระแทก หรือรับแรงกระแทกได้ไม่เต็มที่ เมื่อเคลื่อนไหวทำให้ข้อต่อเกิดความเสียหาย โดยเฉพาะข้อต่อในส่วนของ สะโพก ข้อมือ หัวเข่า และกระดูกสันหลัง โรคข้อเสื่อมนั้นเป็นโรคที่เมื่อเป็นแล้ว ไม่สามารถรักษาให้หายได้ แต่อาการของโรคนั้นสามารถบรรเทาให้ดีขึ้นได้ ด้วยการควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ ออกกำลังกาย หรือเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่ออาการข้อเสื่อม อาหารกับอาการข้อเสื่อมเกี่ยวข้องกันอย่างไร โรคข้อเสื่อม เป็นภาวะอักเสบ ที่เกิดจากกระดูกอ่อนระหว่างข้อต่อเกิดความเสียหาย เสื่อมสภาพ จนทำให้เกิดอาการปวดข้อ และอาการบวมอย่างรุนแรง ซึ่งอาหารบางชนิดมีคุณสมบัติในการต้านการอักเสบ ซึ่งช่วยลดอาการของโรคข้อเสื่อมได้ […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

น้ำมันออริกาโน (Oregano Oil) กับประโยชน์ด้านสุขภาพ

“ออริกาโน” เป็นสมุนไพรที่มีกลิ่นหอม ทั้งยังเป็นที่รู้จักกันดีว่ามันมักถูกใช้เป็นส่วนผสมในอาหารอิตาเลียน มากไปกว่านั้นแล้ว ออริกาโนยังสามารถใช้นำมาทำเป็นน้ำมันหอมระเหย ซึ่งเรียกว่า น้ำมันออริกาโน ได้อีกด้วย ซึ่งน้ำมันออริกาโนนั้นเต็มไปด้วยสารประกอบที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยทาง Hello คุณหมอ ได้หยิบยกเรื่องนี้มาฝากกัน ทำความรู้จักกับ น้ำมันออริกาโน (Oregano Oil) ออริกาโน (Origano) เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ซึ่งอยู่ในตระกูลของมิ้นต์ มันเป็นสมุนไพรที่ใช้สำหรับทำอาหารซึ่งทุกเคยจะคุ้นเคยเพราะมักใช้ในอาหารอิตาเลียน สำหรับน้ำมันออริกาโน ในใบมีสารสำคัญระดับสูง ผู้ผลิตน้ำมันออริกาโนจะนำใบและลำต้นมาผ่านกระบวนการที่ทำให้แห้งสนิท แล้วนำไปกลั่นกลั่นด้วยไอน้ำ เพื่อแยกสารประกอบออกมาให้ได้มากที่สุด ซึ่งน้ำมันออริกาโน ประกอบด้วยสารประกอบสำคัญ ดังนี้ คาร์วาครอล (Carvacrol) เป็นสารหลักในน้ำมันออริกาโน ทำหน้าที่ช่วยกำจัดแบคทีเรียชนิดก่อโรค ฟีนอล (Phenol) สารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกายชนิดหนึ่ง สารประกอบไทมอล (Thymol) ซึ่งอาจช่วยป้องกันสารพิษและต่อสู้กับการติดเชื้อรา กรดโรสมารินิก (Rosmarinic Acid) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันความเสียหายจากอนุมูลอิสระ *แม้สารประกอบไทมอลจะเกิดได้มากจากใบไทม์ (Thyme) แต่ในน้ำมันออริกาโนก็มีสารประกอบไทมอลในจำนวนมากพอสมควรเช่นกัน น้ำมันออริกาโน มีประโยชน์อะไรบ้าง หลังจากที่รู้กันไปแล้วว่าน้ำมันออริกาโนนั้นมีสารประกอบที่น่าสนใจอะไรบ้าง ลองมาดูประโยชน์ที่คุณจะได้รับจากน้ำมันออริกาโนกันบ้างดีกว่า ปรับปรุงสภาพลำไส้ ออริกาโนมีประโยชน์ต่อสุขภาพของลำไส้ ซึ่งอาการของลำไส้ ได้แก่ ท้องเสีย ปวดท้อง และท้องอืด ซึ่งเป็นเรื่องปกติและอาจเกิดจากปรสิตในลำไส้ จากการศึกษาชิ้นหนึ่งซึ่งเป็นการศึกษาที่ค่อนข้างเก่าพบว่า การให้น้ำมันออริกาโน 600 มิลลิกรัม แก่คน 14 […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ สารแทนนิน (Tannin) สารรสขมที่พบได้ในพืช

เวลาที่เราดื่มชาหรือกาแฟ แล้วรู้สึกได้ว่ามันขม นั่นเป็นรสขมที่เกิดขึ้นจากสารแทนนิน สารที่สามารถพบได้ในอาหารและเครื่องดื่มเหล่านี้ นอกจากจะโดยเด่นในเรื่องของรสขมแล้ว ยังอาจให้ประโยชน์ต่อสุขภาพได้อีกด้วย วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาทุกคนมารู้จักกับ แทนนิน ว่ามีประโยชน์อย่างไร และมีข้อควรระวังอะไรบ้างที่คุณควรรู้เกี่ยวกับสารชนิดนี้ แทนนิน คืออะไร แทนนิน (Tannin) หรือบางที่ก็เรียกว่า กรดแทนนิก (Tannic acid) คือสารประกอบที่ได้มาจากกรดฟีนอลิก (Phenolic acids) และจัดอยู่ในกลุ่มของสารประกอบที่เรียกว่า โพลีฟีนอล (Polyphenols) โมเลกุลของสารแทนนินนั้นจะมีขนาดใหญ่กว่า สารประกอบอื่นๆ ในกลุ่มของสารโพลีฟีนอล อีกทั้งยังมีคุณสมบัติในการเข้ายึดจับกับโมเลกุลอื่น เช่น โปรตีน เซลลูโลส (cellulose) สตาร์ซ (starch) และแร่ธาตุได้ง่าย จึงทำให้สารแทนนินนั้นไม่ละลายน้ำ และทนทานต่อการสลายตัวมากกว่าสารประกอบอื่นๆ ในกลุ่มเดียวกัน ตามปกติแล้ว เราสามารถพบสารแทนนินได้ตามธรรมชาติ ในส่วนต่างๆ ของพืช ทั้งส่วนที่กินได้และกินไม่ได้ เช่น รากไม้ เปลือกไม้ ดอกไม้ ผล ใบ และเมล็ด พืชผลิตสารแทนนินที่มีรสขมเหล่านี้ออกมา เพื่อช่วยป้องกันตัวจากศัตรูพืชตามธรรมชาติ ไม่ให้เข้ามากัดกินทำลายพืช ส่วนอาหารที่มีส่วนประกอบของสารแทนนินนั้น จะสามารถพบได้มากที่สุดในอาหารจำพวก ชา […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

5 อาหารกระตุ้นอารมณ์เพศหญิง เลือกให้เหมาะสมก่อนร่วมรัก

ผู้หญิงกินอะไร แล้วมีอารมณ์ ก่อนมีเพศสัมพันธ์หากรับประทานอาหารถูกประเภท เลือกรับประทาน อาหารกระตุ้นอารมณ์เพศหญิง ก็อาจจะช่วยส่งเสริมให้การมีเพศสัมพันธ์เป็นไปโดยมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผู้หญิงเองนอกเหนือจากควรระมัดระวังเกี่ยวกับการเลือกอาหารที่ส่งผลในเรื่องกลิ่นตัว กลิ่นปาก แล้วอาจคำนึงถึงอาหารที่ให้ประโยชน์และส่งเสริมพลังทางเพศด้วย [embed-health-tool-due-date] อาหารกับอารมณ์ทางเพศสัมพันธ์กันอย่างไร ก่อนมีเพศสัมพันธ์ ควรเลือกระวังในการรับประทานอาหารที่อาจส่งผลทั้งกลิ่นปากและกลิ่นตัว หรือส่งผลต่ออาการทางสุขภาพ เช่น ท้องอืด ท้องเสีย ในขณะเดียวกัน อาจเลือกอาหารที่ช่วยส่งเสริมให้การมีเพศสัมพันธ์มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น รับประทานอาหารที่ช่วยให้มีอารมณ์ทางเพศ เพิ่มความต้องการทางเพศ เสริมฮอร์โมน เพิ่มการไหลเวียนโลหิต หรือมีส่วนช่วยให้สุขภาพทางเพศสมบูรณ์และพร้อมกับกิจกรรมทางเพศมากขึ้น 5 อาหารกระตุ้นอารมณ์เพศหญิง นอกเหนือไปจากอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพแล้ว ผู้หญิงอาจเลือกกินอาหารที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพทางเพศด้วย ซึ่งหากต้องการทราบว่าผู้หญิงกินอะไร แล้วมีอารมณ์ อาจลองเลือกรับประทานอาหาร ดังนี้ หอยนางรม หอยนางรมเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารและแร่ธาตุมากมาย สิ่งสำคัญคือ สังกะสี ซึ่งเป็นสารอาหารที่สำคัญสำหรับสุขภาพทางเพศ เนื่องจากธาตุสังกะสีมีส่วนช่วยเพิ่มความต้องการทางเพศ นอกจากนี้การรับประทานหอยนางรม ยังมีส่วนช่วยในการกระตุ้นฮอร์โมนไทรอยด์ซึ่งมีส่วนสำคัญในการเพิ่มพลังงาน แต่แน่นอนว่าการรับประทานหอยนางรมคงจะไม่อาจช่วยให้เห็นผลลัพธ์ในทันที แต่การรับประทานบ่อย ๆ อาจให้ผลลัพธ์ที่ดีต่อกิจกรรมบนเตียงได้ ดาร์กช็อกโกแลต ดาร์กช็อกโกแลตมีส่วนช่วยสำคัญในการกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ซึ่งการไหลเวียนของเลือดนี้มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ เลือดสามารถไหลเวียนไปยังอวัยวะเพศได้ดีมากขึ้น ทั้งยังช่วยกระตุ้นความรู้สึกของทั้งผู้ชายและผู้หญิงด้วย สับปะรด ความฉ่ำน้ำของสับปะรดช่วยลดความเสี่ยงของภาวะขาดน้ำ หรือลดความรู้สึกกระหายน้ำขณะที่กำลังมีเซ็กส์ได้ ที่สำคัญคือช่วยเพิ่มความสดชื่น กระปี้กระเปร่าก่อนที่จะเริ่มมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งไม่พียงแต่สับปะรดเท่านั้น ยังรวมถึงผลไม้รสหวานและเปรี้ยว และผลไม้ที่มีความฉ่ำน้ำชนิดอื่น ๆ ด้วย อะโวคาโด อะโวคาโดนั้นมีสรรพคุณที่ช่วยในการขยายหลอดลมและหลอดเลือด ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนได้เป็นอย่างดี ซึ่งการไหลเวียนของหลอดเลือดและหลอดลมที่ดี […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

คนรักไข่ต้องรู้ เมนูไข่ แบบไหน ถึงจะดีต่อสุขภาพของเรา

ใครๆ ก็เคยกินไข่มาด้วยกันทั้งนั้น แถมเมนูจาก “ไข่” ยังเป็นเมนูแรกๆ ที่เราสามารถทำเองได้ง่ายๆ เพราะเป็นเมนูที่ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์และไม่มีขั้นตอนที่ซับซ้อน มากไปกว่านั้น ในไข่แต่ละฟองก็ยังอัดแน่นไปด้วยคุณประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย จึงไม่น่าแปลกที่เมนูไข่จะเป็นหนึ่งในเมนูเพื่อสุขภาพของใครหลายๆ คน แต่…เคยสงสัยไหมว่า ในบรรดาวิธีการปรุงเมนูไข่ทั้งหลายทั้งปวงนี้ เมนูไข่ แบบไหนที่ดีต่อสุขภาพมากที่สุด ถ้าอยากรู้ล่ะก็มาดูพร้อมกันกับ Hello คุณหมอ ได้ที่บทความเลยค่ะ สารอาหารใน ไข่ ไข่ เป็นอาหารที่สามารถหารับประทานได้ง่าย จัดว่ามีแคลอรีต่ำ  ซึ่งการรับประทานไข่หนึ่งฟอง ร่างกายจะได้รับพลังงานประมาณ 70 แคลอรี่ และยังให้สารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างเต็มเปี่ยม โดยเฉพาะโปรตีน วิตามินสำคัญ เช่น วิตามินดี วิตามินเอ วิตามินบี 2 และ วิตามินบี 12 นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุสำคัญต่างๆ เช่น โคลีน ฟอเลต เป็นต้น พร้อมด้วยกรดไขมันที่มีประโยชน์อย่าง ไขมันอิ่มตัว เรียกได้ว่ากินไข่แค่ 1 ฟอง แต่อัดแน่นคุณประโยชน์เต็มฟองเลยทีเดียว วิธีปรุง เมนูไข่ ให้อร่อยและดีต่อสุขภาพมากที่สุด ทำยังไงได้บ้าง ไข่ นอกจากจะหารับประทานง่ายแล้ว ก็สามารถที่จะนำมาแปรรูปหรือปรุงอาหารได้หลากหลายชนิด ทั้งคาวและหวาน แต่เพื่อให้การกินไข่ได้รับประโยชน์ต่อสุขภาพสูงสุด […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

นมวัวกับนมจากพืช นมแบบไหนที่เหมาะจะเป็นตัวเลือกของคุณ มาดูกัน

หากเดินเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ต หรือร้านสะดวกซื้อต่างๆ ทุกคนจะต้องเห็นกล่องนมหรือขวดนมวางเรียงรายให้เลือกซื้ออย่างแน่นอน มีทั้งนมวัว นมแพะ นมถั่วเหลือง นมอัลมอนด์ ซึ่งละลานตาจนบางครั้งก็เลือกไม่ถูก แต่…เราเคยสงสัยหรือไม่ว่า ในเมื่อมีนมให้เลือกดื่มมากมายขนาดนี้ แล้วนมแบบไหนถึงจะดีที่สุดสำหรับเรา Hello คุณหมอ มีความแตกต่างระหว่าง นมวัวกับนมจากพืช มาฝากค่ะ มาดูกันว่าท้ายที่สุดแล้วนมแบบไหนที่ใช่สำหรับคุณ ความแตกต่างระหว่าง นมวัวกับนมจากพืช ปริมาณของสารอาหารที่แตกต่างกัน ความแตกต่างที่นอกเหนือไปจากแหล่งกำเนิดของนมทั้งสองชนิดซึ่งได้มาจากวัวและพืชชนิดต่างๆ ก็คือสารอาหารที่อยู่ในน้ำนมทั้งสองชนิด โดยเฉพาะสารอาหารสำคัญอย่างโปรตีน ฟอสฟอรัส แคลเซียม โพแทสเซียม ซึ่งเป็นสารอาหารที่ค่อนข้างโดดเด่นในนมวัว แม้ว่านมที่ได้มาจากพืชก็จะมีสารอาหารแบบนี้เช่นเดียวกับนมวัว แต่แน่นอนว่าปริมาณอาจจะไม่เท่ากับนมวัว น้ำตาลแลคโตส นอกจากนี้อีกหนึ่งความแตกต่างของนมวัวและนมจากพืชก็คือ นมจากพืชจะไม่มีสิ่งที่เรียกว่า แลคโตส (Lactose) ซึ่งเป็นน้ำตาลโมเลกุลคู่ที่ประกอบไปด้วยน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวสองชนิด คือ กลูโคสและกาแลคโตส โดยน้ำตาลแลคโตสนี้จะสามารถพบได้ในน้ำนมของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น วัว แพะ แกะ เป็นต้น ซึ่งผู้ที่มีอาการแพ้แลคโตส จะไม่สามารถรับประทานนมวัวหรือนมที่มาจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมได้ เพราะเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอาการแน่นท้อง ท้องอืด ปวดท้อง ท้องเสีย หรืออาเจียน คาร์ราจีแนน  แม้นมจากพืชจะไม่มีน้ำตาลแลคโตส ซึ่งแน่นอนว่าอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับผู้ที่มีอาการแพ้แลคโตส แต่ถึงอย่างนั้นในน้ำนมที่สกัดมาจากพืช เช่น นมอัลมอนด์ นมถั่วเหลือง ก็มีส่วนประกอบของคาร์ราจีแนน (Carrageenan) ซึ่งเป็นสารสกัดจากสาหร่ายทะเล ทำหน้าที่เพิ่มความหนืดในเครื่องดื่ม รวมถึงมีส่วนช่วยในการรวมตัวสารอาหารให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันด้วย […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

อาหารต้านกรดไหลย้อน ที่กินแล้วแก้ปัญหาแสนแสบทรวง

อาการกรดไหลย้อนเป็นเรื่องที่ทำให้หลายคนใช้ชีวิตลำบาก เพราะเมื่อเกิดอาการขึ้น จะทำให้คุณรู้สึกแสบร้อนตรงกลางหน้าอก นอกจากนั้นยังอาจจะทำให้มีปัญหาในการรับประทานอาหาร ในบางรายถ้ามีอาการหนักก็อาจจะมีอาการแทรกซ้อนร่วมด้วย ดังนั้น การเลือกรับประทานอาหารจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ สำหรับ อาหารต้านกรดไหลย้อน จะมีอะไรบ้าง ทาง Hello คุณหมอ ได้รวบรวมมากฝากคุณในบทความนี้ อาหารอะไรบ้างที่ทำให้เกิดอาการกรดไหลย้อน โดยปรกติ ส่วนใหญ่อาหารที่ทำให้กระเพาะอาหารทำงานนานขึ้น อาหารที่มีไขมัน เกลือ และเครื่องเทศสูง มักจะทำให้เกิดอาการกรดไหลย้อย ซึ่งอาหารเหล่านั้น ได้แก่ อาหารทอด อาหารจานด่วน พิซซ่า มันฝรั่งทอดและของว่างรูปแบบอื่นๆ พริกและพริกไทย เนื้อสัตว์ที่มีไขมัน เช่น เบคอน และไส้กรอก ชีส ซอสมะเขือเทศ ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว ช็อกโกแลต สะระแหน่ เครื่องดื่มอัดลม นอกจากนั้น คุณควรพยายามหลีกเลี่ยงการกินอาหารที่อาจทำให้เกิดอาการกรดไหลย้อนในช่วงเย็นใกล้เวลานอน นอกจากนั้นยังควรหลีกเลี่ยงอาหารมื้อดึกและอาหารว่างก่อนนอนอีกด้วย อาหารต้านกรดไหลย้อน มีอะไรบ้าง อาการกรดไหลย้อนอาจเกิดจากกรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนมายังหลอดอาหารจึงทำให้เกิดอาการระคายเคือง ซึ่งในช่องท้องของคุณมีกรดมากเกินไป ก็อาจจะทำให้เกิดอาการกรดไหลย้อนขึ้นมาได้ สำหรับอาหารที่ต้านกรดไหลย้อนที่ทางเรานำมาฝากกัน มีดังนี้ ผัก ผักมีไขมันและน้ำตาลต่ำ ทั้งยังช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร ซึ่งตัวเลือกที่ควรกิน ได้แก่ ถั่วเขียว บร็อคโคลี่ หน่อไม้ฝรั่ง กะหล่ำดอก ผักใบเขียว มันฝรั่ง และแตงกวา ข้าวโอ๊ต ข้าวโอ๊ตเป็นอาหารเช้าที่เป็นธัญพืชและเป็นแหล่งของเส้นใยที่ดีเยี่ยม อาหารที่มีเส้นใยสูงจะมีการเชื่อมโยงกับความเสี่ยงที่ลดลงของกรดไหลย้อน นอกจากนั้นตัวเลือกอื่นๆ ที่มีไฟเบอร์ที่อุดมสมบูรณ์ ได้แก่ ขนมปังโฮลเกรน ผลไม้อบแห้ง ผลไม้ที่ไม่หวาน เช่น แตงโม กล้วย แอปเปิล และลูกแพร์ มีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดอาหารกรดไหลย้อนได้น้อยกว่าผลที่ไม้ที่มีกรด เนื้อสัตว์และอาหารทะเลแบบลีน เนื้อที่ไม่ติดมัน ได้แก่ ไก่งวง ปลา […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน