โภชนาการเพื่อสุขภาพ

"You are what you eat" อาหารที่คุณรับประทาน มีความสำคัญอย่างมาก ต่อสุขภาพร่างกายของคุณ แต่น่าเสียดายที่ยังคงมีความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับ โภชนาการเพื่อสุขภาพ อยู่มากมาย ดังนั้น การแยกแยะข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ

เรื่องเด่นประจำหมวด

โภชนาการเพื่อสุขภาพ

โรคอ้วนกับความเสี่ยงโรคหัวใจ ทำไมการลดน้ำหนัก ถึงช่วยเซฟชีวิตคุณได้

"แค่อ้วนขึ้นนิดหน่อย คงไม่เป็นไร" หลายคนคงเคยคิดแบบนี้ เวลาที่ใส่กางเกงตัวโปรดไม่ได้ หรือเดินขึ้นบันไดไม่กี่ขั้นก็รู้สึกเหนื่อยหอบ แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ ในขณะที่คุณกำลังมองข้ามน้ำหนักตัวที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น หัวใจของคุณอาจกำลังทำงานหนักขึ้นทุกวันโดยไม่มีเสียงเตือนใด ๆ จนกระทั่งร่างกายและหัวใจของคุณเริ่มมีปัญหา บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า โรคอ้วน กับ โรคหัวใจ เกี่ยวข้องกันอย่างไรในทางการแพทย์ และทำไมแค่ "ลดน้ำหนัก" จึงอาจเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยปกป้องหัวใจของคุณไว้ได้ โรคอ้วน กับโรคหัวใจ เกี่ยวข้องกันอย่างไร? โรคอ้วน (Obesity) ไม่ได้ส่งผลแค่เรื่องรูปร่างหรือความมั่นใจเท่านั้น แต่ในทางการแพทย์ ไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ในร่างกาย โดยเฉพาะไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) ถูกจัดว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงหลักที่นำไปสู่โรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Disease) จากแถลงการณ์ทางวิชาการของสมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกา (American Heart Association) ระบุว่าไขมันในช่องท้องที่มากเกินไปอาจเร่งกระบวนการที่ทำให้หลอดเลือดแข็งตัวและตีบตันตั้งแต่ยังอายุน้อย ผ่านกลไกที่เกี่ยวข้องกับภาวะดื้ออินซูลินและการอักเสบเรื้อรังในร่างกาย พูดง่าย ๆ คือ ยิ่งไขมันสะสมรอบเอวมากเท่าไหร่ หลอดเลือดและหัวใจก็ยิ่งต้องแบกรับภาระมากขึ้นเท่านั้น ไม่ว่าตัวเลขบนตาชั่งจะบอกอะไรคุณก็ตาม เจาะกลไก ทำไมไขมันส่วนเกิน หลายคนอาจสงสัยว่า ไขมันที่สะสมอยู่ตามร่างกาย ไปทำร้ายหัวใจที่อยู่คนละตำแหน่งได้อย่างไร คำตอบคือ เซลล์ไขมันไม่ได้เป็นแค่ "ก้อนพลังงานสำรอง" อีกต่อไป แต่มันทำหน้าที่เหมือนโรงงานที่ส่งผลกระทบไปทั่วร่างกาย ผ่าน 3 กลไกหลักดังนี้ 1. การอักเสบเรื้อรังระดับต่ำ (Chronic Inflammation) เมื่อเซลล์ไขมันขยายตัวมากเกินไป […]

หมวดหมู่ โภชนาการเพื่อสุขภาพ เพิ่มเติม

สำรวจ โภชนาการเพื่อสุขภาพ

ข้อมูลโภชนาการ

น้ำมันหมู กับประโยชน์ต่อร่างกายและข้อควรระวังในการรับประทาน

น้ำมันหมู เป็นน้ำมันที่ได้จากการเจียวส่วนหนังหมูซึ่งเป็นชั้นไขมัน โดยน้ำมันหมูนิยมนำไปประกอบอาหาร ซึ่งมีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางถึงการเลือกใช้ ประโยชน์ และโทษของน้ำมันหมู ว่าเหมาะสมหรือไม่ ดีหรือให้โทษต่อร่างกายมากกว่ากัน แต่สิ่งสำคัญคือข้อควรระวังและความเหมาะสมในการเลือกใช้น้ำมันหมูกับการปรุงอาหารให้ถูกประเภท [embed-health-tool-bmi] เหตุผลในการใช้น้ำมันหมูเพื่อประกอบอาหาร น้ำมันหมูเป็นน้ำมันที่ได้รับจากการเจียวไขมันหมูจนได้ออกมาเป็นน้ำมันหมู น้ำมันหมู เป็นน้ำมันที่ได้รับความนิยมในการใช้เพื่อนำมาปรุงอาหารเป็นอย่างมาก เพราะเป็นน้ำมันที่ราคาไม่แพง ทำได้ง่าย แถมหลังจากเจียวมันหมูเสร็จยังเหลือกากหมูให้ไว้รับประทานได้อีกด้วย ที่สำคัญน้ำมันหมูเป็นน้ำมันที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ โดยหมูที่มีการเลี้ยงด้วยวิธีธรรมชาติ ยังมีสารอาหาร เช่น วิตามินดี และวิตามินเค2 ที่สูงอีกด้วย นอกจากนี้ น้ำมันหมูยังมีประโยชน์อื่น ๆ อีก ดังนี้ น้ำมันหมูทนความร้อนสูง น้ำมันหมูเป็นน้ำมันที่ทนความร้อนได้สูงกว่าน้ำมันพืชทั่วไป ดังนั้น น้ำมันหมูจึงเหมาะกับการใช้สำหรับอาหารทอด เมื่อน้ำมันหมูได้รับความร้อนแล้วทำให้เกิดอนุมูลอิสระที่เป็นอันตรายน้อยกว่าการใช้น้ำมันชนิดอื่น ๆ นอกจากไขมันจากหมูแล้ว ไขมันจากสัตว์ชนิดอื่น ๆ อย่างเช่น ไขมันวัว ไขมันควาย ไขมันห่าน ยังเป็นไขมันที่ดี และทนความร้อนได้ดีเช่นเดียวกัน ให้วิตามินเค 2 การที่จะระบุได้ว่าน้ำมันหมูนั้นมีปริมาณวิตามินเค 2 เท่าไร ถือเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เพราะวิตามินเค 2 ในสัตว์แต่ละตัวนั้นมีปริมาณไม่เท่ากัน ซึ่งจะมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับการเลี้ยง โดยสัตว์ที่ถูกเลี้ยงด้วยหญ้าสด ในทุ่งหญ้ามีแนวโน้มที่จะมีปริมาณสารอาหารหรือโภชนาการที่ดี ซึ่งไขมันหมูที่มีวิตามินเค 2 สูงนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด เป็นแหล่งวิตามินดี 3 ที่ดี วิตามินดี 3 […]


สูตรอาหารเพื่อสุขภาพ

สูตรต้มเลือดหมู แหล่งรวมประโยชน์ต่อสุขภาพ

ต้มเลือดหมู เป็นเมนูที่มีส่วนประกอบของน้ำซุปกระดูกหมู ตำลึง เลือดหมู และเนื้อหมู ซึ่งล้วนแต่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินเค แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซีม ธาตุเหล็ก ที่อาจช่วยบำรุงสายตา ช่วยกระตุ้นการผลิตเม็ดเลือดแดง ป้องกันโลหิตจาง ช่วยบำรุงสุขภาพกระดูกและฟัน และอาจช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิตได้ ดังนั้น จึงควรเรียนรู้ สูตรต้มเลือดหมู ที่นอกจากจะทำง่ายแล้ว ยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย [embed-health-tool-bmi] ต้มเลือดหมู แหล่งรวมประโยชน์ต่อสุขภาพ เมนูต้มเลือดหมูนั้นจัดได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเมนูสุขภาพ ที่ควรค่าแก่การรับประทาน เนื่องจากเต็มไปด้วยส่วนผสมที่อุดมไปด้วยค่าทางโภชนาการที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น น้ำซุปกระดูกหมู น้ำซุปที่ได้จากการเคี่ยวกระดูกหมูนั้นจะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น วิตามินเอ วิตามินเค2 แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม ธาตุเหล็ก และกรดไขมันโอเมก้า 3 นอกจากนี้ ในซุปกระดูกหมูยังอุดมไปด้วยคอลลาเจน กรดอะมิโนจำเป็นที่ช่วยให้ผิวดูเต่งตึงและมีสุขภาพดีอีกด้วย ใบตำลึง ใบตำลึงเป็นผักพื้นบ้านที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ ช่วยในการบำรุงสายตา ช่วยในการย่อยอาหาร เสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน อีกทั้งยังมีแคลเซียมสูง ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่พบว่า ใบตำลึงนั้นสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ และเหมาะสำหรับการรับประทานเพื่อช่วยป้องกันโรคเบาหวานได้อีกด้วย เลือดหมู ในเลือดหมู 100 […]


ข้อมูลโภชนาการ

5 ประโยชน์ดีๆ ที่อาจทำให้คุณอยากกิน ลูกพลับ

มีท่านผู้อ่านท่านใดในที่นี้เป็นแฟนคลับของลูกพลับบ้างคะ? ลูกพลับเป็นผลไม้ที่มีทั้งรสหวานและรสฝาด ผู้บริโภคจึงจำเป็นต้องมีเทคนิคในการเลือก หรืออาจเลือกตามสายพันธุ์ หรือแหล่งจำหน่ายที่ไว้ใจได้ เพื่อให้ได้รสชาติที่พึงพอใจ อย่างไรก็ตาม นอกจากเรื่องของรสชาติที่อร่อยแล้ว ลูกพลับ ก็ยังให้คุณค่าทางอาหารสูงมาก แต่ลูกพลับจะให้สารอาหารอะไรบ้าง และดีต่อสุขภาพแค่ไหน เรามาติดตามได้ที่นี่เลยค่ะ กับ Hello คุณหมอ สารอาหารใน ลูกพลับ ลูกพลับ เป็นผลไม้ที่มีดีมากกว่ารสชาติที่อร่อย เพราะจัดว่าเป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูงและให้แคลอรีต่ำ ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่รักสุขภาพ หากคุณรับประทานลูกพลับ 1 ผล (หรือประมาณ 168 กรัม) คุณจะได้รับคุณค่าทางสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ดังนี้ พลังงาน 118 แคลอรี่ คาร์โบไฮเดรต 31 กรัม โปรตีน 1 กรัม ไขมัน 0.3 กรัม ไฟเบอร์ 6 กรัม นอกจากนี้ลูกพลับยังให้วิตามินและแร่ธาตุสำคัญ ที่ช่วยให้สุขภาพดีอีกมากมาย ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี วิตามินเค วิตามินบี1 วิตามินบี6 โพแทสเซียม ทองแดง แมงกานีส โฟเลต แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส ประโยชน์ของลูกพลับ  1. ดีต่อสายตา ในลูกพลับมีสารต้านอิสระสำคัญที่ชื่อ ลูทีน (Lutein) และซีแซนทีน […]


สูตรอาหารเพื่อสุขภาพ

สูตรไอศกรีมงาดำ

คุณผู้อ่านชอบรับประทาน งาดำ กันบ้างรึเปล่าคะ? เมล็ดงาดำนั้นเป็นธัญพืชที่เรียกได้ว่าจิ๋วแต่แจ๋ว เพราะให้คุณค่าทางสารอาหารสูง และมีประโยชน์ต่อสุขภาพของเราอีกด้วย แต่จะทำยังไงให้ งาดำ อร่อยและน่ารับประทานมากขึ้นนั้นล่ะก็ วันนี้ Hello คุณหมอ ขอนำเสนอ สูตรไอศกรีมงาดำ ให้ทุกท่านได้ลองนำไปทำรับประทานกันในวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ค่ะ รับรองว่าทั้งอร่อยและอิ่มคุณค่าจาก งาดำ แน่นอน เมล็ดงาดำกับคุณประโยชน์ที่ต้องร้องว้าว งาดำ เป็นธัญพืชที่มีขนาดเล็กแต่ภายในนั้นอัดแน่นไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารมากกว่าที่ใครจะคาดคิดเอาไว้ หากคุณรับประทาน งาดำ วันละ 2 ช้อนโต๊ะ (18กรัม) ในแต่ละวันคุณจะได้สารอาหาารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพดังนี้ ไขมัน 9 กรัม ไฟเบอร์ 2 กรัม คาร์โบไฮเดรต 4 กรัม โปรตีน 3.2 กรัม และยังให้วิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญอีกมากมาย ได้แก่ แคลเซียม วิตามินบี1 บี2 บี3 วิตามินอี โฟเลต ฟอสฟอรัส สังกะสี แมงกานีส ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม ทองแดง ยิ่งไปกว่านั้น งาดำ ยังไม่มีคอเลสเตอรอล โซเดียม และน้ำตาลเลย จัดได้ว่า งาดำ เป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคร้ายต่างๆ ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว ดีต่อระบบย่อยอาหาร เมล็ดงาดำ […]


ข้อมูลโภชนาการ

6 ประโยชน์ของการรับประทานกิมจิ

กิมจิ (Kimchi) เป็นผักดองไตล์เกาหลีที่ได้จากการดองผักต่าง ๆ เช่น กะหล่ำปลี ผักกาดขาว หัวใจเท้า นิยมรับประทานเป็นอาหารเคียง หรือนำมาให้ประกอบอาหารเมนูต่าง ๆ เช่น ข้าวผัดกิมจิ ซุปกิมจิ กิมจิมีสารอาหาร วิตามิน แร่ธาตุที่อาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ เช่น เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น อย่างไรก็ตาม โซเดียมในกิมจิอาจทำให้เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพได้เช่นกัน จึงควรรับประทานกิมจิด้วยความระมัดระวัง [embed-health-tool-bmi] ประโยชน์ของกิมจิต่อสุขภาพ เนื่องจากในกิมจิประกอบไปด้วยพืชผัก จึงอุดมไปด้วยสารอาหาร แร่ธาตุ และวิตามินนานาชนิด เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี6 แร่ธาตุ และกรดอะมิโนมากกว่า 34 ชนิด โดบสารอาหารเหล่านั้นอาจมีปริมาณมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับกระบวนการทำเครื่องปรุงของแต่ละสูตร แต่โดยรวมแล้ว การรับประทานกิมจิในปริมาณที่เหมาะสมอาจช่วยให่สุขภาพดีขึ้นได้ ดังนี้ อาจช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน การรับประทานผักที่ผ่านการหมักดอง ทำให้เกิดการก่อตัวของ แลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus) ซึ่งเป็นแบคทีเรียในเชิงบวกที่ดีต่อสุขภาพ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง งานวิจัยชิ้นหนึ่ง ศึกษาเกี่ยวกับ ประโยชน์ในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันของเชื้อแบคทีเรียที่ได้จากการหมักกิมจิ เผยแพร่ในวารสาร Foods  พ.ศ. 2565 นักวิจัยได้ทำการทดลองกับหนูทดลองที่ได้รับการฉีดแลคโตบาซิลลัสชนิด Plantarum ที่ถูกค้นพบในกิมจิจำนวนมาก […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

อาหารออกซาเลตต่ำ ตัวช่วยดี ๆ ในการป้องกันนิ่วในไต

หลายคนน่าจะเคยได้ยินคำว่า “นิ่ว” หรือบางคนก็อาจเคยเป็นนิ่วมาแล้ว นิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ หรือนิ่วในไต เกิดจากสารบางอย่างตกตะกอนกลายเป็นผลึกตกค้างอยู่ในไต และหากผลึกเหล่านี้สะสมกันมาก ๆ เข้า ก็อาจรวมตัวกันเป็นก้อนแข็ง หรือที่เรียกว่า ก้อนนิ่ว นั่นเอง ซึ่งสาเหตุหนึ่งที่พบบ่อยของการเกิดนิ่วในไตก็คือ สารประกอบที่พบในพืชอย่างออกซาเลตนั่นเอง ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำว่า หากคุณเป็นนิ่ว หรืออยากป้องกันนิ่วในไต ก็ควรกิน อาหารออกซาเลตต่ำ ว่าแต่อาหารออกซาเลตต่ำจะมีอะไรบ้าง Hello คุณหมอ จะพาคุณไปดูกันเลย [embed-health-tool-bmr] ทำความรู้จักกับออกซาเลต ออกซาเลต คืออะไร ออกซาเลต (Oxalate) เป็นสารประกอบตามธรรมชาติที่พบในพืชบางชนิดที่กำลังเจริญเติบโต และเมื่อพืชเจริญเติบโตเต็มที่ ปริมาณออกซาเลตก็จะค่อย ๆ ลดลง ออกซาเลตมีฤทธิ์ยับยั้งการดูดซึมแคลเซียมและแร่ธาตุสำคัญอีกหลายชนิดในกระแสเลือด เมื่อเรากินอาหารที่มีออกซาเลตเข้าไป ออกซาเลตจะเดินทางผ่านระบบย่อยอาหาร ไปสู่ระบบขับถ่าย และถูกขับออกจากร่างกายพร้อมกับปัสสาวะและอุจจาระ หากเรากินออกซาเลตเข้าไปมาก ๆ ออกซาเลตจะไปตกผลึกและสะสมอยู่ในไตและกระเพาะปัสสาวะ ทำให้เป็นนิ่วได้ ปริมาณออกซาเลตที่ควรได้รับต่อวัน คือเท่าไหร่ ร่างกายของคนเราแต่ละคนสามารถดูดซึมออกซาเลตได้ไม่เหมือนกัน แต่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า คนเราไม่ควรได้รับออกซาเลตเกิน 50 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่อป้องกันไม่ให้ออกซาเลตสะสมในไตและเกิดเป็นนิ่ว นอกจากการควบคุมปริมาณออกซาเลตที่ร่างกายจะได้รับแล้ว คุณอาจต้องควบคุมปริมาณวิตามินซีที่บริโภคต่อวันด้วย คือ ไม่ควรบริโภคอาหารหรืออาหารเสริมวิตามินซีเกินวันละ 2,000 มิลลิกรัม เพราะวิตามินซีส่วนเกินอาจเปลี่ยนเป็นออกซาเลตได้ อาหารออกซาเลตต่ำ ช่วยป้องกันนิ่วได้ สำหรับผู้ที่เป็นนิ่วในไต หรือมีความเสี่ยงสูงในการเกิดนิ่ว ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้กินอาหารออกซาเลตต่ำ […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

กินเนื้อดิบ ส่งผลต่อสุขภาพได้อย่างไรบ้าง

เนื้อวัว เป็นเนื้อที่เราอาจจะเคยได้ยินกันมาบ้างว่าสามารถกินดิบได้ เพราะเนื้อวัวนั้นไม่มีพยาธิแบบเนื้อหมู เนื้อไก่ ซึ่งบ้านเราก็มีเมนูเนื้อวัวดิบอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็น ลาบเนื้อวัว ซอยจุ๊ เมนูซาชิมิเนื้อวัวที่มีการหั่นจิ้มกับแจ่ว หลายคนก็อาจจะมีข้อสงสัยว่าตกลงแล้วการ กินเนื้อวัวดิบ นั้นปลอดภัยจริงเหมือนที่เคยเชื่อมาหรือไม่ วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาทุกคนไปหาคำตอบของคำถามที่ว่า กินเนื้อวัวดิบปลอดภัยหรือไม่ เชื้อที่อาจปนเปื้อนมากับการ กินเนื้อวัวดิบ แม้ว่าการรับประทานเนื้อวัวดิบนั้นจะไม่มีความเสี่ยงเท่ากับการรับประทานเนื้อหมู เนื้อไก่ แต่เนื้อวัวดิบก็มีแบคทีเรียที่เป็นอันตรายปนเปื้อนมาด้วย ไม่ว่าจะเป็น ซาลโมเนลลา (Salmonella) เป็นแบคทีเรียที่มักมีการปนเปื้อนมากับอาหาร ซึ่งจะทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยด้วยกัน 2 แบบคือ หนึ่งคือโรคระบบทางเดินอาหาร ซึ่งมักจะมีอาการอาเจียน ท้องร่วง สองคือมีไข้ ปวดหัว บางครั้งก็อาจจะมีผื่นขึ้น เชื้อลิสทีเรีย (Listeria) เชื้อแบคทีเรียชนิดนี้เป็นเชื้อที่มีความรุนแรงจนอาจทำให้เกิดอันตรายจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ เชื้อลิสทีเรียเป็นเชื้อที่มักทำให้เกิดการติดเชื้อในระบบประสาท อย่างเช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ฝีในสมอง ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่ติดเชื้อนี้จะติดผ่านการรับประทานอาหาร ผู้ที่ติดส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ สตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ มีโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง  ซึ่งอาการของผู้ที่ติดเชื้อชนิดนี้จะเพียงอาการไข้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น หรือหากติดเชื้อรุนแรงอาจทำให้เกิดลำไส้อักเสบได้ เชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ (Campylobacter) เชื้อแคมไพโลแบคเตอร์เป็นเชื้อที่สามารถพบได้ในทางเดินอาหารของสัตว์ เช่น วัว หมู ไก่ เป็ด แพะ แกะ แมว สัตว์น้ำเค็ม แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะพบเชื้อชนิดนี้ในทางเดินอาหารของวัวและไก่ […]


โภชนาการพิเศษ

โรคพังผืดในไขกระดูก (Myelofibrosis) เป็นแล้วควรดูแลอาหารการกินยังไงดี

การกินอาหารนั้นสำคัญต่อสุขภาพมาก เราต้องเลือกกินอาหารที่ดีมีประโยชน์ และเหมาะสมกับสภาวะร่างกายของตัวเอง ยิ่งหากคุณมีปัญหาสุขภาพหรือเป็นโรคใด ๆ อยู่ ก็ยิ่งต้องเลือกกินอาหารให้เหมาะสมกับโรคนั้น ๆ ด้วย จะได้ช่วยให้คุณควบคุมอาการของโรคได้ดีขึ้น วันนี้ Hello คุณหมอ เลยอยากพาคุณไปรู้จักกับอาหารที่เหมาะสมกับโรคหายากอย่าง โรคพังผืดในไขกระดูก ว่าควรกินยังไงถึงจะเหมาะสมกับโรคนี้ที่สุด เผื่อวันหนึ่ง คุณต้องดูแลผู้ป่วยโรคนี้ จะได้สามารถจัดเตรียมอาหารการกินให้กับผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสม ทำความรู้จักกับ โรคพังผืดในไขกระดูก โรคพังผืดในไขกระดูก (Myelofibrosis หรือ MF) เป็นโรคมะเร็งไขกระดูกชนิดหายาก จัดอยู่ในกลุ่มของมะเร็งโลหิตวิทยา หรือมะเร็งเม็ดเลือด (Blood Cancers) ที่เรียกว่า กลุ่มโรคเม็ดเลือดสูง หรือกลุ่มโรคไขกระดูกผลิตเม็ดเลือดมากผิดปกติ (Myeloproliferative neoplasm หรือ MPN) เมื่อเซลล์เม็ดเลือดทำงานผิดปกติ จึงส่งผลให้เกิดพังผืด ทำให้ผู้ป่วยมีโลหิตจางรุนแรง เหนื่อยล้า อ่อนเพลีย หมดเรี่ยวแรง ม้ามและไตโตขึ้น โรคพังผืดในไขกระดูกนี้ หากเกิดขึ้นเองจะเรียกว่า โรคพังผืดในไขกระดูกปฐมภูมิ (Primary Myelofibrosis) แต่หากเป็นผลมาจากโรคอื่น จะเรียกว่า โรคพังผืดในไขกระดูกชนิดทุติยภูมิ (Secondary Myelofibrosis) โดยโรคที่ทำให้เกิดโรคพังผืดในไขกระดูกชนิดทุติยภูมิได้ เช่น โรคเลือดข้น (Polycythemia […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

อาหารเสริม วิตามินและแร่ธาตุ สำคัญมากแค่ไหน

ในปัจจุบัน อาหารเสริม เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยเสริม วิตามินและแร่ธาตุ ที่ร่างกายขาดไป เช่น อาหารเสริมแคลเซียม อาหารเสริมวิตามินซี อย่างไรก็ตาม ความต้องการในการรับประทานอาหารเสริมอาจจะแตกต่างกันออกไปในแต่ละคน ดังนั้น จึงควรปรึกษาคุณหมอหรือเภสัชกรก่อนรับประทานอาหารเสริม [embed-health-tool-bmi] อาหารเสริม วิตามินและแร่ธาตุ จำเป็นหรือไม่ โดยทั่วไปแล้วคนเราไม่จำเป็นที่จะต้องรับประทานวิตามินและแร่ธาตุผ่านการรับประทานอาหารเสริม เพราะร่างกายของเราสามารถที่จะได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่างๆ เช่น วิตามินซี วิตามินเอ แคลเซียม ธาตุเหล็ก โพแทสเซียม แมกนีเซียม หรือสารต้านอนุมูลอิสระชนิดต่างๆ ผ่านการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว ตัวอย่างเช่นการรับประทาน ผัก ผลไม้ ปลา เนื้อสัตว์ต่างๆ ผลิตภัณฑ์จากนม ธัญพืช หรือขนมปังอาหารที่มีประโยชน์เหล่านี้ หากรับประทานอย่างเหมาะสม และเพียงพอ ก็จะให้สารอาหารที่มีประโยชน์ทั้งวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายในระดับที่เพียงพออยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเสริมด้วยการรับประทานวิตามินหรืออาหารเสริมเพิ่มปริมาณของสารอาหารอีก ใครบ้างที่ควรได้รับ อาหารเสริม แม้ปกติแล้วการรับประทานวิตามินและอาหารเสริมจะเป็นเรื่องที่จัดว่าไม่มีความจำเป็นสักเท่าใดนัก แต่…ยังมีคนบางกลุ่มที่จำเป็นจะต้องได้รับวิตามินและแร่ธาตุในรูปแบบของอาหารเสริม เนื่องจากมีอาการทางสุขภาพในกลุ่มของโรคที่เกี่ยวกับ โรคขาดสารอาหาร (Undernutrition) เช่น ภาวะโซเดียมในเลือดต่ำ (Hyponatremia) ภาวะโพแทสเซียมต่ำ (Hypokalemia) โรคคอพอก (Goiter) ภาวะขาดวิตามินดี (Vitamin D insufficiency) […]


การควบคุมอาหารและการลดน้ำหนัก

ไฟเบอร์ช่วยลดน้ำหนัก ได้ยังไง กินไฟเบอร์แบบไหนดีต่อการลดน้ำหนัก

ไฟเบอร์ หรือ ใยอาหาร (Fiber) เป็นสารอาหารที่ได้จากผัก ผลไม้ ถั่ว และธัญพืชต่างๆ มีประโยชน์ต่อร่างกายของเราอย่างมากมาย หนึ่งในข้อดีของไฟเบอร์คือมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนัก แต่รู้หรือไม่ว่าไฟเบอร์จำแนกออกเป็น 2 ชนิด ไฟเบอร์ชนิดใดบ้างที่ช่วยในการลดน้ำหนัก และไฟเบอร์ช่วยลดน้ำหนักได้อย่างไร  [embed-health-tool-bmi] ไฟเบอร์ มีกี่ชนิด และแต่ละชนิดมีความแตกต่างกันอย่างไร ไฟเบอร์ สามารถจำแนกได้ด้วยกัน 2 ชนิด คือ ไฟเบอร์ที่ละลายในน้ำ กับ ไฟเบอร์ที่ไม่ละลายในน้ำ 1. ไฟเบอร์ที่ไม่ละลายในน้ำ (Insoluble fiber)  ไฟเบอร์ชนิดที่ไม่ละลายในน้ำ เป็นไฟเบอร์ที่มีเส้นใยขนาดใหญ่ มีส่วนช่วยป้องกันอาการท้องผูก ไฟเบอร์แบบที่ไม่สามารถละลายในน้ำได้จะทำให้เกิดกากอาหารเป็นจำนวนมากและยังช่วยให้อาหารในกระบวนการย่อยอาหารสามารถเคลื่อนตัวได้อย่างรวดเร็วด้วย สามารถที่จะพบได้ในอาหารประเภท ธัญพืช ธัญพืชข้าวสาลี ผักต่างๆ เช่น แครอท ผักชีฝรั่ง มะเขือเทศ 2. ไฟเบอร์ที่ละลายในน้ำ (Soluble fiber) ไฟเบอร์ที่ละลายในน้ำได้เป็น ไฟเบอร์ ที่จะดูดซับน้ำแล้วแปรเปลี่ยนให้เป็นสารลักษณะคล้ายกับเจลในระหว่างที่มีการย่อยอาหาร ทำให้กระบวนการย่อยอาหารเป็นไปได้ช้าลง สามารถพบไฟเบอร์แบบที่สามารถละลายน้ำได้จากอาหารประเภท รำข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ ถั่ว เมล็ดถั่วและเมล็ดพืชต่างๆ ผลไม้เช่น แอปเปิ้ล ผลไม้ตระกูลเบอร์รี ซิตรัส […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน