หอบหืดที่เกิดจากการออกกำลังกาย (Exercise-induced asthma)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 26/05/2020 . 6 mins read
Share now

ผู้ป่วยหอบหืดเรื้อรังส่วนใหญ่มักเกิดอาการหอบหืดระหว่างการออกกำลังกาย อย่างไรก็ตาม ยังมีคนจำนวนมากที่ไม่ได้เป็นโรคหอบหืดเรื้อรัง แต่เกิดอาการหอบหืดขึ้นในช่วงที่ออกกำลังกายจึงเรียกว่า หอบหืดที่เกิดจากการออกกำลังกาย

คำจำกัดความ

หอบหืดที่เกิดจากการออกกำลังกาย คืออะไร

หอบหืดที่เกิดจากการออกกำลังกาย (Exercise-induced asthma) เกิดขึ้นจากการออกกำลังกายหนักและยาวนาน ผู้ป่วยหอบหืดเรื้อรังส่วนใหญ่มักเกิดอาการหอบหืดระหว่างการออกกำลังกาย อย่างไรก็ตาม ยังมีคนจำนวนมากที่ไม่ได้เป็นโรคหอบหืดเรื้อรัง ที่เกิดอาการหอบหืดขึ้นในช่วงที่ออกกำลังกาย

หอบหืดที่เกิดจากการออกกำลังกาย พบบ่อยแค่ไหน

ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

สัญญาณและอาการของโรค หอบหืดที่เกิดจากการออกกำลังกาย

สัญญาณและอาการของโรคหอบหืดที่เกิดจากการออกกำลังกาย อาจเกิดขึ้นในระหว่างการออกกำลังกาย หรือประมาณ 2-3 นาทีหลังออกกำลังกาย และอาการจะเกิดต่อเนื่องไปเป็นเวลา 30 นาที หรือนานกว่านั้น หากไม่ได้รับการรักษา สัญญาณและอาการของโรคมีดังนี้

  • ไอ
  • หายใจมีเสียงวี้ด
  • หายใจสั้น
  • แน่นและเจ็บหน้าอก
  • เหนื่อยล้าขณะออกกำลังกาย
  • สมรรถนะการเล่นกีฬาต่ำกว่าปกติ
  • รู้สึกสุขภาพไม่ดี ถึงแม้จะดูมีสุขภาพดีก็ตาม
  • หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรม (สัญญาณเบื้องต้นในกลุ่มเด็ก)

อาจมีอาการอื่นที่ไม่ได้กล่าวข้างต้น หากมีปัญหาเกี่ยวกับอาการของโรค ควรปรึกษาแพทย์

ควรพบหมอเมื่อไร

หากคุณมีสัญญาณหรืออาการดังที่กล่าวไปข้างต้น หรือมีคำถามใดก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์ แต่ละคนมีอาการที่แตกต่างกันออกไป จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อการรักษาที่ดีที่สุด ควรเข้ารับการรักษาโดยด่วนหากอาการต่าง ๆ แย่ลง ดังนี้

  • หายใจสั้นลงและมีเสียงวี้ดที่รุนแรงขึ้น
  • อาการไม่ดีขึ้นหลังจากพ่นยา

สาเหตุ

โรคหอบหืดที่เกิดจากการออกกำลังกาย

นักวิจัยหลายท่านกำลังศึกษาข้อมูล ที่เกี่ยวกับสาเหตุการเกิดโรคหอบหืดที่เกิดจากการออกกำลังกาย อาจมีการกระบวนการทางชีววิทยาอีกมาก ที่นำไปสู่การเกิดโรค นักวิจัยทราบว่า ผู้ที่พบกับอาการหดเกร็งของหลอดลมจากการออกกำลังกายนั้น การออกกำลังกายอย่างหนักจะไปกระตุ้นโมเลกุล ที่ส่งผลให้เกิดการอักเสบ และเกิดการสร้างมูกในระบบทางเดินหายใจได้

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของโรคกรดไหลย้อน

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคกรดไหลย้อนมีหลายประการ เช่น

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคหอบหืดที่เกิดจากการออกกำลังกาย

นอกเหนือจากการซักถามเกี่ยวกับอาการของโรค แพทย์จะทำการทดสอบเพื่อประเมินการทำงานของปอดและตัดโรคอื่นๆ ที่อาจทำให้เกิดอาการออกไป

การทดสอบการทำงานของปอด

แพทย์จะใช้การตรวจสไปโรเมตรีย์ (spirometry test) เป็นการตรวจสมรรถภาพปอด เพื่อทดสอบการทำงานของปอดเมื่อไม่ได้ออกกำลังกาย เครื่องตรวจสมรรถนะปอดจะทำการวัดปริมาณอากาศที่เข้าไปขณะหายใจเข้า และอากาศที่ออกมาขณะหายใจออก และความเร็วในการหายใจออก

หลังการทดสอบ แพทย์อาจให้ยาขยายหลอดลมเพื่อขยายปอด แล้วทำการทดสอบซ้ำ และนำผลมาเปรียบเทียบกัน เพื่อประเมินว่ายาขยายหลอดลมทำให้การหายใจดีขึ้นหรือไม่ การทดสอบสมรรถภาพของปอดตอนแรกเป็นเรื่องสำคัญมาก เพื่อตัดโรคหอบหืดเรื้อรังที่ซ่อนอยู่ออกไป

การทดสอบการออกกำลังกาย

การทดสอบเพิ่มเติมที่ช่วยให้แพทย์สังเกต และประเมินอาการได้ ก็คือการทดสอบสมรรถนะทางร่างกาย อาจเป็นการวิ่งบนลู่วิ่ง หรือเครื่องออกกำลังกายอื่นๆ ที่เพิ่มอัตราการหายใจ การออกกำลังกายเพื่อทดสอบนี้ต้องหนักมากพอที่จะกระตุ้นอาการที่คุณเป็น หากจำเป็น แพทย์อาจให้คุณออกกำลังกายเหมือนในชีวิตจริง เช่น การขึ้นบันได

การตรวจสไปโรเมตรีย์ทั้งก่อนและหลังการทดสอบสมรรถภาพ เป็นหลักฐานแสดงการเป็นโรคหืดที่เกิดจากการออกกำลังกาย

ตัวเลือกอื่นในการทดสอบสมรรถนะร่างกาย

แพทย์อาจใช้การทดสอบการหายใจ เป็นตัวเลือกแทนการทดสอบสมรรถนะทางร่างกาย เพื่อจำลองภาวะที่อาจกระตุ้นอาการหลอดลมตีบจากการออกกำลังกาย หากทางเดินหายใจของคุณตอบสนองต่อสิ่งเร้า การทดสอบนี้จะจำลองการทำงานของปอดเมื่อคุณออกกำลัง

เช่นเดียวกัน การตรวจสไปโรเมตรีย์ทั้งก่อนและหลังการทดสอบนี้ จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงการทำงานของปอด ตัวเลือกอื่นในการทดสอบ มีดังนี้

  • การทดสอบความไวของหลอดลมด้วย Methacholine โดยการใช้สารที่หายใจเข้าไปซึ่งจะทำปฏิกิริยากับเซลล์กล้ามเนื้อเรียบบริเวณทางเดินหายใจ และส่งผลให้เกิดหลอดลมอุดตัน
  • การทดสอบ Eucapnic voluntary hyperventilation (EVH) โดยการหายใจเอาอากาศที่มีส่วนประกอบของ ออกซิเจน คาร์บอนไดออกไซด์ และไนโตรเจน เป็นการจำลองการถ่ายเทของอากาศขณะที่หายใจลำบาก
  • การทดสอบ Mannitol challenge โดยการหายใจเอาผงแป้งที่กระตุ้นการสูญเสียน้ำบริเวณผิวของทางเดินหายใจ และเปลี่ยนกิจกรรมของโมเลกุลที่ควบคุมการอักเสบ เป็นภาวะที่ทำให้เกิดอุดตันของหลอดลม ในบุคคลที่ทางเดินหายใจแพ้ง่าย

การตัดโรคอื่นๆ

แพทย์อาจจะใช้การทดสอบอื่นๆ เพื่อตัดโรคอื่นที่มีอาการคล้ายโรคหอบหืดที่เกิดจากการออกกำลัง โรคอื่น ๆ ดังกล่าวประกอบด้วย

  • โรคเส้นเสียงบกพร่อง
  • โรคภูมิแพ้
  • โรคปอด
  • หัวใจเต้นผิดจังหวะ (arrhythmia) หรือโรคเกี่ยวกับหัวใจอื่นๆ
  • โรคกรดไหลย้อน

การรักษาอาการหอบหืดที่เกิดจากการออกกำลังกาย

วิธีการรักษาอาการ หอบหืดที่เกิดจากการออกกำลังกาย

แพทย์อาจสั่งยาเพื่อรักษาอาการระยะสั้น หรือยาที่ทานทุกวันเพื่อรักษาอาการระยะยาว

ยาที่ใช้ก่อนการออกกำลังกาย

แพทย์อาจสั่งยาที่ใช้ก่อนการออกกำลังกาย เพื่อลดหรือป้องกันโรคหอบหืดที่เกิดจากการออกกำลังกาย ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการใช้ยาและระยะเวลาระหว่างการกินยากับการออกกำลังกาย กลุ่มยาในกลุ่มนี้มีดังต่อไปนี้

  • ยาเบต้าอะโกนิสท์ชนิดออกฤทธิ์เร็ว (SABAs) เป็นยาพ่นที่ใช้ในการขยายหลอดลม ยาชนิดนี้ใช้กันมากที่สุด และโดยทั่วไปมีประสิทธิภาพที่สุดในการใช้ก่อนการออกกำลังกาย แต่ไม่ควรใช้ยานี้ทุกวันเนื่องจากอาจทำให้เกิดการดื้อยาได้ ยากลุ่มนี้ประกอบด้วย ยาอัลบูเทอรอล (albuterol) อย่างเช่น โปรแอร์ เอชเอฟเอ (ProAir HFA), โปรเวนทิล เอชเอฟเอ (Proventil HFA), เวนโทลิน เอชเอฟเอ (Ventolin HFA), ยาลีวอลบูเทอรอล (levalbuterol) อย่างเช่นโซพีเน็กซ์ เอชเอฟเอ (Xopenex HFA) และ เพอบูเทอรอล (pirbuterol) อย่างเช่นแม็กซ์แอร์ (Maxair)
  • ยาไอปราโทรเปียม (Ipratropium) อย่างเช่นอะโทรเวนท์ เอชเอฟเอ (Atrovent HFA) เป็นยาสูดดมที่ช่วยผ่อนคลายหลอดลม และใช้ได้ผลกับบางคน สามารถใช้ยาชนิดนี้ในรูปแบบของยาพ่นแบบฝอยละออง

ยารักษาอาการระยะยาว

แพทย์อาจสั่งยาเพื่อใช้รักษาระยะยาวเพิ่มเติมจากยาก่อนออกกำลังกายที่ทานเป็นประจำเพื่อจัดการกับปัญหาเมื่อการรักษาก่อนการออกกำลังกายอย่างเดียวไม่ได้ผล การรักษาดังต่อไปนี้ควรทำสม่ำเสมอ

  • สูดพ่นยาคอร์ติโคสเตียรอยด์เพื่อช่วยยับยั้งการอักเสบของหลอดลม อาจใช้ยานี้เป็นเวลา 2 ถึง 4 สัปดาห์เพื่อการรักษาที่ได้ผล ยากลุ่มนี้ได้แก่ ฟลูติคาโซน (fluticasone) อย่างเช่นโฟลเวนท์ ดิสคัส (Flovent Diskus) หรือโฟลเวนท์ เอชเอฟเอ (Flovent HFA), ยาบูเดโซไนด์ (budesonide) อย่างเช่น พัลมิคอร์ต เฟล็กซ์ฮาเลอร์ (Pulmicort Flexhaler), ยาโมเมตาโซน (mometasone) อย่างเช่น แอสมาเน็กซ์ ทวิสต์ฮาเลอร์ (Asmanex Twisthaler) และยาเบโคลเมตาโซน (beclomethasone) อย่างคิววาร์ (Qvar)
  • ใช้ยาพ่นที่มีส่วนประกอบของยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ร่วมกับยาเบต้าอะโกนิสท์ชนิดออกฤทธิ์นาน ซึ่งช่วยให้บรรเทาทางเดินหายใจ แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ยาสูดพ่นก่อนการออกกำลัง ใช้ยาฟลูติคาโซนกับยาซาเมเตอรอล อย่างเช่น แอดแวร์ ดิสคัส (Avair Diskus) ยาบูเดโซไนด์กับยาฟอร์โมเตอรอล อย่างเช่นซิมบิคอร์ต (Symbicort) และยาโมเมตาโซนกับยาฟอร์โมเตอรอล อย่างเช่นดูเลร่า (Dulera)
  • ยาต้านลิวโคไตรอีน (Leukotriene modifiers) เป็นกลุ่มยาที่เข้าไปยับยั้งการอักเสบสำหรับผู้ป่วยบางคน อาจใช้ยาชนิดนี้ทุกวันหรือในกรณีป้องกันอาการก่อนการออกกำลังอย่างน้อย 2 ชั่วโมง ตัวอย่างยากลุ่มนี้ได้แก่ ยามอนเตลูคาสต์ (montelukast) อย่างเช่นซินกูแลร์ (Singulair) ยาซาเฟอลูคาสต์ (zafirlukast) อย่างเช่นแอคโคเลต (Accolate) และยาซิลิวตอน (zileuton) อย่างเช่นไซโฟล (Zyflo) และ ไซโฟล ซีอาร์ (Zyflo CR) ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ยามีดังนี้ อารมณ์และพฤติกรรมแปรปรวน คิดฆ่าตัวตาย ควรปรึกษาหากมีสัญญาณหรืออาการดังกล่าว

การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตลืและการเยียวยาตนเองเพื่อรับมือกับอาการหอบหืดที่เกิดจากการออกกำลังกาย

การเปลี่ยนพฤติกรรมและการเยียวยาตนเอง เพื่อรับมือกับอาการหอบหืดที่เกิดจากการออกกำลังกาย มีดังนี้

  • อบอุ่นร่างกาย 10 นาทีในระดับความหนักที่ต่างกัน ก่อนการออกกำลังกาย
  • หายใจเข้าทางจมูก เพื่อให้อากาศอุ่นและชื้นก่อนเข้าสู่ปอด
  • สวมหน้ากากหรือผ้าพันคอเมื่อออกกำลังกาย โดยเฉพาะในอากาศที่เย็นและแห้ง
  • หากคุณเป็นโรคภูมิแพ้ ควรหลีกเลี่ยงสิ่งที่ก่ออาการภูมิแพ้ เช่น ไม่ควรออกกำลังกายในที่โล่ง ซึ่งมีปริมาณละอองเกสรอยู่สูง
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่ต้องออกแรงมาก หากคุณมีอาการไข้หวัด หรือการติดเชื้อทางเดินหายใจอื่นๆ
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อควบคุมน้ำหนัก และระบบการหายใจที่ดี

ในโรงเรียน

ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนสำหรับเด็กที่เกิดอาการหอบหืดจากการออกกำลัง โดยแพทย์จะให้คำแนะนำขั้นตอนแก่ครู พยาบาล หรือโค้ช เกี่ยวกับการดูแลเด็กที่เป็นโรคนี้ รวมถึงวิธีการต่าง ๆ ที่ต้องทำหากอาการของเด็กกำเริบ

หากคุณมีคำถามเพิ่มเติม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำความเข้าใจวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

การนอนไม่หลับ กับผลกระทบที่อาจส่งผลต่อร่างกาย

สาเหตุของ การนอนไม่หลับ นั้นมีอยู่ด้วยกันหลายสาเหตุ ทั้งยังอาจส่งผลกระทบต่อร่างกายอีกด้วย ซึ่ง ทาง Hello คุณหมอ มีเรื่องนี้มาฝากกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย

เคล็ดลับสุขภาพดีในช่วง วันหยุด

หลาย ๆ คนมักจะเลือกเฉลิมฉลองด้วยการรับประทานอาหารมื้อพิเศษ หรืออาหารมื้อใหญ่ Hello คุณหมอ จึงได้นำ เคล็ดลับสุขภาพดีในช่วง วันหยุด มาฝากกัน

Written by สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย

การลดระดับไขมันในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคหลอดเลือดหัวใจ

ในการรักษาโรคเบาหวานและโรคหลอดเลือดหัวใจ มี 3 วิธีใหญ่ ๆ ได้แก่ การควบคุมอาหาร การฉีดอินซูลิน และการรักษาโดยยาลดระดับน้ำตาลในเลือด เช่น กลุ่มยาสแตติน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by ทีม Hello คุณหมอ

โรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Artery Disease, CAD): โรคแทรกซ้อนที่พบบ่อยในผู้ป่วยโรคเบาหวาน

โรคหลอดเลือดหัวใจ อีกหนึ่งโรคแทรกซ้อนที่อันตรายใน ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ดังนั้นการตรวจเช็คและรักษาภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ จึงถือเป็นสิ่งที่ควรให้สำคัญ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by ทีม Hello คุณหมอ