home

มะเร็งเต้านม

มะเร็งเต้านม เป็นโรคมะเร็งที่พบได้บ่อย และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของผู้หญิงทั่วโลก จากข้อมูลของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ระบุว่า ผู้หญิงไทยป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านมมากกว่า 13,000 คนต่อปี จึงนับได้ว่าเป็นโรคที่มีความสำคัญและควรให้ความใส่ใจ เพื่อดูรับมือกับโรคได้อย่างถูกต้อง เรียนรู้ข้อมูลสุขภาพเพิ่มเติมเกี่ยวกับ มะเร็งเต้านม ได้ที่นี่

ความรู้ทั่วไป

บทความ มะเร็งเต้านม

มะเร็งเต้านม

โรคมะเร็งเต้านม ถือเป็นโรคร้ายแรงที่สุดโรคหนึ่ง และถือเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของทั้งผู้หญิงไทยและทั่วโลก แม้ในปัจจุบัน เราจะยังไม่สามารถป้องกันโรคมะเร็งเต้านมได้ แต่การเฝ้าระวังและสังเกตการเปลี่ยนแปลงของเต้านมอย่างสม่ำเสมอ ก็อาจช่วยลดความรุนแรงของโรคนี้ได้ Hello คุณหมอ จึงอยากชวนคุณผู้หญิงมาเรียนรู้ วิธีตรวจเต้านมด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นหนึ่งขั้นตอนสำคัญที่อาจช่วยให้คุณรอดจากมะเร็งเต้านม และความผิดปกติอื่นๆ ของเต้านมได้ การตรวจเต้านมด้วยตัวเอง เรื่องสำคัญสำหรับผู้หญิง การตรวจเต้านมด้วยตัวเอง สามารถทำได้ง่ายๆ ที่บ้าน แม้ผู้เชี่ยวชาญจะระบุว่า การตรวจเต้านมด้วยตัวเอง ไม่ได้ช่วยป้องกันมะเร็งเต้านม หรือรักษาชีวิตคุณได้ แต่การตรวจเต้านมเป็นประจำ ด้วยวิธีตรวจเต้านมด้วยตัวเองที่ถูกต้อง ก็อาจช่วยให้คุณสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงหรือปัญหาที่เกิดขึ้นในเนื้อเยื่อเต้านมได้โดยเร็ว และเพิ่มโอกาสในการเจอมะเร็งเต้านม ก่อนที่จะแพร่กระจายจนเป็นอันตรายถึงชีวิต ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการตรวจเต้านมด้วยตัวเองคือ ช่วง 3-5 วัน นับจากวันที่ประจำเดือนมาวันแรก เนื่องจากเป็นช่วงที่เต้านมไม่นิ่มหรือแข็งจนเกินไป และควรทำเป็นประจำทุกเดือน ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ก็ควรตรวจเต้านมด้วยตัวเองทุกเดือนเช่นกัน แนะนำให้เป็นวันที่เดียวกันทุกเดือน จะได้จำง่ายๆ วิธีตรวจเต้านมด้วยตัวเองอย่างถูกต้อง ตรวจเต้านมหน้ากระจก ยืนหน้ากระจกที่เห็นชัดเจน และมีแสงสว่างเพียงพอ ปล่อยแขนทั้งสองข้างแนบลำตัว แล้วสังเกตว่าหน้าอกมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ เช่น ขนาด รูปร่าง ตำแหน่ง สีผิว รอยย่น รอยบุ๋ม อาการเจ็บปวด อาการบวมแดง ผื่น เช็กหัวนมดูว่ามีอาการเจ็บปวด ผิวลอก หัวนมบอด หรือทิศทางเปลี่ยนไปหรือไม่ […]

มะเร็งเต้านม

ในบรรดาผลข้างเคียงของโรคมะเร็งเต้านมนั้น อาการอ่อนเพลียถือเป็นอาการที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุด อาการนี้เกิดขึ้นกับผู้ป่วย 9 จาก 10 คนในขณะที่ป่วยเป็นมะเร็ง และทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยแย่ลง มาดูกันว่า เราจะสามารถรับมือกับ อาการอ่อนเพลีย จากมะเร็งเต้านม ได้อย่างไรบ้าง สาเหตุของความอ่อนเพลีย อาการอ่อนเพลียเกิดจากหลายสาเหตุ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการรักษามะเร็งเต้านม การผ่าตัด การใช้ยาสลบ อาการเจ็บหลังการผ่าตัด ยาระงับปวด และการเคลื่อนไหวอย่างจำกัด ล้วนเป็นสาเหตุของความอ่อนเพลียทั้งสิ้น เคมีบำบัด การรักษาด้วยเคมีบำบัด ทำให้ปริมาณเซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์ระบบภูมิคุ้มกัน และเซลล์ที่ทำให้เลือดแข็งตัวลดลง ซึ่งทำให้พลังงานในร่างกายน้อยลง และระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง คุณจึงมีโอกาสติดเชื้อแบคทีเรียและเป็นไข้ เคมีบำบัดยังกระตุ้นให้หมดประจำเดือนเร็วขึ้น ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน และทำให้รู้สึกเหนื่อยได้ง่ายขึ้น การฉายรังสี การฉายรังสี เป็นสาเหตุอีกประการหนึ่งของอาการอ่อนเพลีย การรักษาด้วยวิธีนี้ ต้องเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ตามระยะเวลาที่กำหนด ทำให้รบกวนกิจวัตรประจำวันของคุณ คุณยังต้องพยายามมาก ในการปรับตัวกับการฉายรังสีในแต่ละครั้ง ซึ่งทำให้เกิดความเหนื่อยล้า ในปรับตัวให้เข้ากับการรักษา การฉายรังสียังทำให้จำนวนเซลล์เม็ดเลือดแดงมีปริมาณน้อยลง การบำบัดด้วยฮอร์โมน การเข้ารับการบำบัดด้วยฮอร์โมน (Hormonal Therapy) ทำให้เกิดความอ่อนเพลียได้เช่นกัน เนื่องจากการบำบัดนี้ควบคุมฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกาย จึงทำให้คุณเกิดอาการอ่อนล้า เช่นเดียวกับอาการของวัยหมดประจำเดือน คุณอาจเกิดปัญหาทางการนอนหลับ เนื่องจากอาการร้อนวูบ ที่เป็นอาการข้างเคียงของวัยหมดประจำเดือน การรับมือกับความอ่อนเพลีย จัดตารางเวลานอน วิธีการจัดการกับอาการอ่อนเพลีย มีหลายวิธีด้วยกัน คุณสามารถงีบหลับสั้นๆ เพื่อเติมพลัง เมื่อใดก็ตามที่คุณรู้สึกเหนื่อย คุณอาจกำหนดเวลาการงีบหลับในเวลาเดียวกันในแต่ละวัน เพื่อให้ร่างกายเคยชิน ส่วนการนอนหลับ […]

มะเร็งเต้านม

การ ลดความเสี่ยงมะเร็งเต้านม เป็นมาตรการที่ผู้หญิงทุกคนควรให้ความใส่ใจ เพื่อที่จะได้ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคนี้ลงได้ และนี่คือวิธีดีๆ ที่จะช่วยป้องกันโรคมะเร็งเต้านมให้ผู้หญิงทุกคนได้ และการป้องกันความเสี่ยงเพื่อดูแลตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพ  วิธี ลดความเสี่ยงมะเร็งเต้านม 1. ควบคุมน้ำหนัก การศึกษาวิจัยแสดงให้เห็นว่า การมีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน คือ ปัจจัยเสี่ยงในการทำให้เกิดโรคมะเร็งเต้านมบางชนิดขึ้นมาได้ คุณจึงควรควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์สุขภาพดีเสมอ ด้วยการกินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายเป็นประจำ โดยสามารถตรวจสอบน้ำหนักตัวที่เหมาะสมกับคุณได้ ด้วยเครื่องมือตรวจวัดค่าดัชนีมวลกาย  2. ตรวจสอบประวัติครอบครัว คุณควรสอบถามคนในครอบครัวบ้างว่า เคยมีสมาชิกคนใดในครอบครัวเคยเป็นมะเร็งเต้านมหรือไม่ เพราะหากคุณมีญาติใกล้ชิดเป็นโรคมะเร็งเต้านม จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งได้ เพราะปัจจัยทางพันธุกรรมก็ถือเป็นสาเหตุหนึ่งของมะเร็ง ก็ควรตรวจเช็คร่างกายเป็นประจำ  3. คลำเต้านมตัวเองบ่อยๆ การตรวจสอบเต้านมตัวเอง อาจไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันได้เสมอไปว่า คุณเป็นมะเร็งเต้านมหรือไม่ได้เป็นกันแน่ แต่อย่างน้อยก็ช่วยให้คุณคุ้นเคยกับลักษณะเต้านมของตัวเอง และหากเกิดความผิดปกติใดๆ คุณก็จะสามารถสังเกตได้ทันที หากคุณสงสัยว่าเต้านมผิดปกติ ควรไปพบคุณหมอเพื่อทำการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด  4. ดื่มในปริมาณที่เหมาะสม ถึงแม้กว่า การดื่มไวน์แดงวันละหนึ่งแก้วจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่ก็มีงานศึกษาวิจัยที่ชี้ว่า การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปนั้น อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งได้ ฉะนั้น หากคุณอยากลดความเสี่ยงมะเร็งเต้านม ก็ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินวันละหนึ่งแก้ว 5. ออกกำลังกายเป็นประจำ การออกกำลังกาย นอกจากจะช่วยให้คุณควบคุมน้ำหนักได้แล้ว ผลการศึกษาวิจัยยังแสดงให้เห็นด้วยว่า ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งลงได้ สมาคมโรคมะเร็งของสหรัฐอเมริการะบุว่า การเดินออกกำลังกายแค่สัปดาห์ละ 1.5 ถึง 2.5 ชั่วโมง มีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งเต้านมลงได้ ยิ่งหากคุณเดินออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น ว่ายน้ำ วิ่ง อย่างน้อยวันละ […]

มะเร็งเต้านม

เรื่องนี้เขียนขึ้นเพื่อ ผู้ผ่าตัดเต้านม จากการรักษาโรคมะเร็งเต้านม หลังผ่าตัดเต้านม ผู้หญิงส่วนหนึ่งอาจจะไม่รู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนแปลงอะไร และสามารถแต่งตัวได้ตามปกติ แต่สำหรับผู้หญิงบางคนที่ผ่าตัดเต้านมไปแล้ว อาจรู้สึกไม่มั่นใจ ไม่รู้ว่าจะต้องใส่เสื้อชั้นใน หรือชุดว่ายน้ำแบบไหน จะเลือกเสื้อผ้าอย่างไรดีถึงจะเหมาะ บทความนี้จะช่วยให้ผู้ที่ผ่าตัดเต้านมและต้องใช้เต้านมเทียม สามารถเลือกเสื้อผ้า และชุดว่ายน้ำได้อย่างเหมาะสม ผู้ผ่าตัดเต้านม กับตัวเลือกในการแต่งตัว บราหรือเสื้อชั้นในที่เหมาะสม หากคุณใช้เต้านมเทียม ควรเลือกเสื้อชั้นในที่พอดีตัว ใส่แล้วรู้สึกสบายตัว โอบกระชับ แต่ไม่ทำให้อึดอัด โดยคุณสามารถเลือกสวมใส่เสื้อชั้นในธรรมดา เสื้อขั้นในแบบสปอร์ต หรือเสื้อชั้นในแบบมีช่องใส่เต้านมเทียมที่ทำขึ้นเพื่อผู้ผ่าตัดเต้านมโดยเฉพาะก็ได้ ในปัจจุบันมีทั้งยี่ห้อที่หาซื้อได้ทั่วไป และแบบสั่งตัดพิเศษ การเลือกเสื้อชั้นในทั้งแบบธรรมดาหรือแบบพิเศษ ควรเลือกแบบที่สายเสื้อในปรับได้ ขนาดของสายต้องไม่เล็กจนเกินไป จะได้รองรับน้ำหนักของเต้านมได้ ไม่ทำให้ไหล่ถูกกดทับ แต่หากคุณไม่อยากสวมเสื้อชั้นใน ก็สามารถทำตามคำแนะนำเหล่านี้ได้ หากคุณไม่ชินกับการไม่สวมเสื้อใน ลองใช้เสื้อกล้ามแทน แล้วติดเต้านมเทียมกับเสื้อกล้ามโดยใช้เข็มกลัดกลัดเอาไว้ จากนั้นจึงค่อยสวมเสื้อผ้าตัวนอก หรือเสื้อคลุมตามปกติ หากไม่ใช้เสื้อกล้าม คุณก็สามารถติดเต้านมเทียมกับเสื้อผ้าได้โดยตรง โดยการใช้แถบตีนตุ๊กแก หรือ Velcro Tape เป็นตัวช่วยในการพยุงเต้านมเทียม ตัดชุดที่มีช่องกระเป๋า ที่ออกแบบมาเพื่อใช้กับเต้านมเทียมโดยเฉพาะ ข้อควรระวัง: การไม่ใส่เสื้อชั้นในเป็นเวลานาน อาจทำให้คุณรู้สึกเจ็บ หรือปวดเมื่อยบริเวณหลัง ไหล่ และคอได้ ยิ่งหากหน้าอกที่เหลืออยู่มีขนาดใหญ่ก็อาจจะยิ่งเป็นปัญหามากขึ้น เพราะฉะนั้นการไม่สวมใส่เสื้อชั้นในจึงอาจไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน เลือกชุดที่มีตัวช่วยในตัว การสวมใส่เสื้อในที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณสามารถใส่เสื้อผ้าได้ตามปกติ แต่หากคุณไม่อยากใส่เสื้อใน อาจเลือกส่วมใส่เสื้อหรือชุดเดรสที่ค่อนข้างเข้ารูปทั้งแบบเกาะอกและแบบมีสาย เพราะมักออกแบบมาให้สามารถรองรับบริเวณช่วงอกได้ดี บางดีไซน์อาจมีการเย็บเป็นทรงเต้า […]

มะเร็งเต้านม

โรคมะเร็งบางชนิด อย่าง โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก หรือ โรคมะเร็งเต้านม ฮอร์โมนมีส่วนสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรค ฮอร์โมนบางชนิด สามารถกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ให้เติบโตขึ้นได้อย่างรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกัน ฮอร์โมนก็สามารถช่วยรักษามะเร็งได้ ด้วยวิธีการที่เรียกว่า ฮอร์โมนบำบัด วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการใช้ฮอร์โมนบำบัดรักษามะเร็งเต้านม ใครที่สงสัยว่าวิธีการบำบัดแบบนี้คืออะไร ไปอ่านกันเลยค่ะ ฮอร์โมนบำบัด คืออะไร ฮอร์โมน เป็นสารที่ร่างกายผลิตขึ้นมาจาก ต่อมฮอร์โมน ทำหน้าที่เป็นสารเคมีในการสื่อสารของร่างกาย หากร่างกายถูกกระตุ้นจากสิ่งเร้าใด ๆ ก็ตาม ระบบประสาทส่วนกลาง (CNS) จะส่งสัญญาณไปที่ต่อมฮอร์โมนบางชนิด เพื่อให้ต่อมฮอร์โมนปล่อยฮอร์โมนเข้าสู่กระแสเลือด และเมื่อฮอร์โมนนั้น ๆ ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย เซลล์หรืออวัยะที่มีตัวรับสัญญาณของฮอร์โมนนั้นอยู่ ก็จะสามารถรับรู้ได้ถึงฮอร์โมนนั้น ๆ และจะเกิดกระบวนการถ่ายทอดข้อมูลทางพันธุกรรมเพื่อรับมือกับสิ่งเร้านั้น หากผลการทดสอบพบว่า เซลล์มะเร็งนั้นมีตัวรับสัญญาณที่ทำให้ฮอร์โมนสามารถเข้าไปเกาะติดได้ ก็จะมีการใช้ยา การผ่าตัด หรือการฉายรังสีบำบัด เพื่อลดหรือหยุดยั้งการทำงานของฮอร์โมน ทำให้การเพิ่มจำนวนของเซลล์มะเร็งอย่างรวดเร็วหยุดชะงักลง วิธีการดังกล่าวนี้เรียกว่าฮอร์โมนบำบัด (Hormonal Therapy) และใช้เพื่อการรักษาโรคมะเร็ง ฮอร์โมนบำบัด รักษามะเร็งเต้านม การรักษา โรคมะเร็งเต้านม ด้วยฮอร์โมน เป็นการรักษา โรคมะเร็งเต้านม ที่มีความไวต่อฮอร์โมน ซึ่งมีรูปแบบการรักษาอยู่มากมายหลายชนิด เช่น […]

มะเร็งเต้านม

ความอ่อนล้าเป็นผลข้างเคียงอย่างหนึ่งในช่วงระหว่างของการรักษาโรคมะเร็งเต้านม ซึ่ง อาการอ่อนล้า จากการรักษามะเร็งเต้านม มักทำให้ผู้ป่วยบางคนรู้สึกเหน็ดเหนื่อย และหมดเรี่ยวแรงที่จะทำกิจกรรมต่าง ๆ ในแต่ละวัน นอกจากจะส่งผลเสียต่อสุขภาพทางกายแล้ว ยังอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตได้อีกด้วย วันนี้ Hello คุณหมอ จึงขอนำวิธีเอาชนะความอ่อนล้าระหว่างในช่วงการรักษามะเร็งเต้านม มาฝากทุกคนกันค่ะ วิธีเอาชนะ อาการอ่อนล้า ช่วงรักษา มะเร็งเต้านม ในการรักษาสุขภาพตนเอง และพร้อมเรียนรู้วิธีรับมือกับผลข้างเคียงทางสุขภาพจากโรคมะเร็งเต้านม ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่คนรอบข้างผู้ป่วย หรือตัวผู้ป่วยเองควรทราบไว้ โดยเฉพาะอาการอ่อนล้าที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งเบื้องต้นแล้วสามารถปฏิบัติได้ตามวิธี ดังต่อไปนี้ 1. ออกกำลังกาย เวลาที่เหนื่อยมากๆ คุณอาจรู้สึกไม่อยากออกกำลังกาย และอาจคิดว่า ถ้าออกกำลังกายก็จะยิ่งทำให้เหนื่อยล้ามากกว่าเก่า แต่จากการศึกษาพบว่า การออกกำลังกายแบบไม่หักโหมจนเกินไป ช่วยเพิ่มพลังงานให้คุณได้ โดยคุณอาจออกกำลังกายเบาๆ เช่น เดิน ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ หรือการเล่นโยคะ ก็ถือเป็นตัวเลือกในการออกกำลังกายเพื่อรักษาอาการอ่อนล้าที่ดี ท่าโยคะบางท่าสามารถทำให้คุณรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นได้ การออกกำลังกายเป็นประจำ ส่งผลดีต่อสุขภาพ แต่คุณก็ต้องสวมใส่เสื้อผ้าและรองเท้าให้ รวมถึงเลือกใช้อุปกรณ์ให้เหมาะสมกับการออกกำลังกาย หรือการเล่นกีฬาแต่ละชนิดอุปกรณ์ออกกำลังที่เหมาะสม รวมถึงต้องไม่ลืมวอร์มอัพก่อนออกกำลังกายและคูลดาวน์หลังออกกำลังกาย เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บ หรืออุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น 2. กินอาหารที่มีประโยชน์ การกินอาหารที่มีประโยชน์ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ผู้รักษาโรคมะเร็งเต้านมที่อยากสู้กับอาการอ่อนล้า จึงควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน […]

มะเร็งเต้านม

โรคมะเร็งเต้านม เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักการเสียชีวิตของผู้หญิงในยุคปัจจุบัน แล้วคุณรู้รึเปล่าว่า ลักษณะนิสัยบางอย่างนั้น สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมให้กับคุณได้ บทความนี้จะมาเจาะลึกถึง ไลฟ์สไตล์อันตราย ที่อาจนำคุณไปสู่โรคมะเร็งเต้านม ไลฟ์สไตล์เสี่ยง โรคมะเร็งเต้านม ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จากข้อมูลทางระบาดวิทยาระบุว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นหนึ่งในสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งเต้านมถึง 4% ในประเทศที่กำลังพัฒนา นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า ทุกๆ 10 มล. ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่คุณดื่มเข้าไป จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเต้านมขึ้น 10 % เท่ากับว่า ยิ่งคุณดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเท่าไหร่ โอกาสเสี่ยงที่คุณจะเป็นโรคมะเร็งเต้านม ก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้นมากเท่านั้น สูบบุหรี่ เสี่ยงเป็น โรคมะเร็งเต้านม การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคร้ายต่างๆ รวมไปจนถึงโรคมะเร็ง เช่น มะเร็งเต้านมด้วย สารอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอนที่ประกอบอยู่ในบุหรี่ ทำให้เกิดสารก่อมะเร็ง ไฮโดรคาร์บอนที่ผสานเข้ากับความหลากหลายของลักษณะทางพันธุกรรม อาจก่อให้เกิดการพัฒนาเซลล์มะเร็งเต้านมขึ้นในร่างกาย รายงานของ US Surgeon General เมื่อปี 2014 แสดงให้เห็นว่า ผู้หญิงที่มีประวัติการสูบบุหรี่ จะมีความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งเต้านม มากกว่าผู้ที่ไม่ได้สูบบุหรี่มากถึง 10% เป็นโรคอ้วนหรือน้ำหนักเกิน การมีน้ำหนักเกิน หรือเป็นโรคอ้วน ในช่วงวัยหมดประจำเดือน อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งเต้านมได้ ช่วงที่ยังมีประจเดือน ฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายส่วนใหญ่จะมาจากรังไข่ มีแค่ส่วนน้อยเท่านั้นที่มาจากเนื้อเยื่อไขมัน แต่หากรังไข่หยุดสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจน หรือเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน เนื้อเยื่อไขมันจะกลายเป็นแหล่งสำคัญในการผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนแทน ในช่วงวัยนี้ […]

มะเร็งเต้านม

ในช่วงระหว่างที่คุณกำลังรับการรักษาโรคมะเร็งเต้านมอยู่นั้น บางทีอาจจะเกิดความเปลี่ยนแปลงในการกินอาหารของคุณได้ นั่นหมายถึง ความอยากอาหาร และรสนิยมการกินที่อาจจะเปลี่ยนไป มาดูกันเถอะว่า ความอยากอาหาร ขณะรักษา มะเร็งเต้านม จะเปลี่ยนแปลงอย่างไร แล้วจะรับมือกับความเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไรดีไปพร้อมกับ Hello คุณหมอ ทำไม ความอยากอาหาร ขณะรักษา มะเร็งเต้านม จึงเปลี่ยนไป คุณไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้ว่าการรักษาโรคมะเร็งนั้น จะส่งผลกระทบกับ ความอยากอาหาร ของคุณอย่างไร คุณอาจจะรู้สึกอร่อยกับอาหารและรับประทานอาหารได้มากกว่าก่อนการรักษา หรือคุณอาจจะรู้สึกไม่อยากกินอะไรเลย เพราะการรับรสและกลิ่นที่เปลี่ยนไป การรักษาที่สามารถส่งผลกระทบต่อการกินอาหารของคุณได้มีดังนี้ การผ่าตัด หลังจากการผ่าตัด คุณอาจจะรู้สึกเหนื่อยล้าเกินกว่าที่จะกินอะไร ยาต่างๆ ที่ใช้ในกระบวนการเคมีบำบัด ทั้งยาแอเดรียไมซิน (Adriamycin) ยาไซท็อกแซน (Cytoxan) ยาด็อกซิล (Doxil) หรือยาเมโทรเทร็กเซท (Methotrexate) สามารถส่งผลกระทบต่อความอยากอาหารของคุณได้ โดยลักษณะของผลกระทบจากเคมีบำบัดนั้น ขึ้นอยู่กับวิธีการรับยาของคุณ และชนิดของยาที่คุณได้รับ การฉายรังสีบำบัด การใช้ฮอร์โมนบำบัด คอยสังเกตร่างกายของคุณอยู่เสมอ คุณควรจะรู้ว่าร่างกายของคุณต้องการอะไร และหาวิธีรับมือกับปัญหาเรื่องการกินนั้นๆ อย่าลืมแจ้งให้หมอหรือนักโภชนาการรับรู้ถึงอาการของคุณด้วย และพยายามอย่าอดอาหารบ่อยจนเกินไป เพราะคุณอาจจะขาดพลังงานและสารอาหารได้ หนทางในการรับมือกับปัญหา อย่าปล่อยให้ความเปลี่ยนแปลงในความอยากอาหารของคุณ มาทำให้คุณอ่อนแอลงได้ มาดูแนวทางเล็กๆ น้อยๆ ในการรับมือกันเถอะ อาการเบื่ออาหาร คุณอาจจะรู้สึกไม่อยากกินอะไรเลยในช่วงของการรักษา ทำให้ร่างกายขาดพลังงานและสารอาหาร จึงอาจส่งผลให้ร่างกายของคุณ ไม่แข็งแรงพอที่จะต่อสู้กับโรคมะเร็ง หรือผลข้างเคียงอื่นๆ […]

มะเร็งเต้านม

บางคนอาจจะคิดว่า มะเร็งเต้านมครั้งที่สอง คือการลงทัณฑ์รอบที่สอง เนื่องจากจะต้องทรมานจากโรคมะเร็งเต้านม และผลข้างเคียงจากการรักษามาครั้งหนึ่งแล้ว มาตอนนี้ ยังต้องเจอกับความทรมานรอบที่สองอีก ความรู้สึกด้านลบที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องปกติ Hello คุณหมอ จะพาคุณผู้อ่านทุกท่านมาดูกันว่า จะมีความรู้สึกแบบไหนเกิดขึ้นบ้าง และคุณจะรับมือกับความรู้สึกเหล่านั้นอย่างไรดี คุณจะรู้สึกอย่างไร เมื่อมีอาการ มะเร็งเต้านมครั้งที่สอง หากคุณกำลังเป็นโรคมะเร็งเต้านมครั้งที่สอง นั่นหมายความว่าคุณกำลังจะกลับไปพบเจอกับสถานะทางอารมณ์ ที่คุณคิดว่าได้ผ่านไปแล้วหลังจากเกิดมะเร็งเต้านมครั้งแรก คุณอาจจะรู้สึกกลัว โกรธ กระวนกระวาย และหดหู่ เริ่มกังวลว่าผลข้างเคียงของการรักษาจะเพิ่มมากขึ้นไปอีกหรือเปล่า คุณจะหัวเสียกับหมอของคุณ หรือผู้ให้บริการด้านการแพทย์คนอื่นๆ และแม้แต่ตัวเอง คุณอาจเริ่มสงสัยว่าหมอที่รักษาคุณนั้นไม่ดีพอ และคุณจะไม่สามารถเอาชนะโรคมะเร็งได้ บางทีคุณอาจจะรู้สึกโกรธ แล้วถามตัวเองว่า "ทำไมต้องเป็นฉัน ทำไมฉันถึงต้องทรมานกับเรื่องนี้ถึงสองครั้งด้วย" หรือในบางกรณี คุณอาจจะสามารถยอมรับความจริงได้ และรับมือกับการวินิจฉัยด้วยความคิดในแง่บวก ปฏิกิริยาและความรู้สึกจะแตกต่างไปตามแต่ละคน ไม่มีทางไหนถูกหรือผิด เพราะมันเป็นแค่สภาพอารมณ์ของคุณเท่านั้น คุณจะรับมือได้อย่างไร ถึงแม้ว่าความคิดและความรู้สึกในแง่ลบ จะเป็นเรื่องธรรมชาติ เมื่อคุณเผชิญกับมะเร็งเต้านมครั้งที่สอง สิ่งเหล่านี้สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายได้ หากจัดการได้ไม่ดีพอ ในบางกรณีอาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าและความหวาดกลัว แต่ก็มีเทคนิคและวิธีการบำบัดอยู่มากมาย ที่จะช่วยให้คุณสามารถรับมือกับสภาพอารมณ์เหล่านี้ ซึ่งประกอบไปด้วย การปรึกษามืออาชีพ คุณสามารถหาความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายได้ การปรึกษามักจะอยู่ในห้องที่เป็นส่วนตัว อบอุ่น สบาย และปลอดภัย ทำให้คุณสามารถเปิดเผยความรู้สึกของคุณได้ ผู้ให้คำปรึกษาจะช่วยเปิดเผยอารมณ์ของคุณ หาสาเหตุของอารมณ์เหล่านั้น และช่วยให้คุณจัดการกับความรู้สึกเหล่านั้นได้ อย่าอาย และจงกล้าที่จะพูดปัญหาของคุณออกมา เพื่อให้ที่ปรึกษาสามารถช่วยคุณได้ […]

x