พฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ

พฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ สามารถทำได้โดยการเลือกสิ่งที่ดีต่อร่างกายของคุณ ตลอดไปจนถึงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทำร้ายสุขภาพ เพื่อช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย และทำให้คุณภาพชีวิตของเราดียิ่งขึ้น เรียนรู้เกี่ยวกับลักษณะพฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพ และผลกระทบที่อาจตามมา ได้ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

พฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ

จริงหรือมั่ว!? บุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยกว่าจริงหรือ?

หลายคนมองว่าบุหรี่ไฟฟ้าอาจปลอดภัยกว่าบุหรี่มวน เพราะไม่มีกลิ่นควันแรง ไม่เห็นการเผาไหม้ และมีภาพลักษณ์ทันสมัยกว่า บางคนเริ่มใช้เพราะคิดว่าเป็นทางเลือกที่เบากว่า หรือใช้แทนบุหรี่เพื่อช่วยลดการสูบ แต่ความจริงคือ “ไม่มีควัน” ไม่ได้แปลว่า “ไม่มีอันตราย” เพราะสิ่งที่ผู้สูบได้รับเข้าไปไม่ใช่แค่น้ำหรือไอน้ำธรรมดา แต่เป็นไอระเหยที่อาจมีนิโคติน สารเคมี สารแต่งกลิ่นรส และสารอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อร่างกาย โทษของบุหรี่ไฟฟ้า จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะในวัยรุ่น คนที่ไม่เคยสูบบุหรี่มาก่อน ผู้มีโรคปอด โรคหัวใจ หรือคนที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพราะเข้าใจผิดว่า “ปลอดภัยกว่า” บทความนี้จะพาไปรู้จักว่าบุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร มีสารอะไรบ้าง และอันตรายต่อร่างกายอย่างไร บุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร บุหรี่ไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์สูบชนิดหนึ่งที่ใช้แบตเตอรี่ทำให้เกิดความร้อน แล้วเปลี่ยนน้ำยาให้กลายเป็นไอระเหยเพื่อสูดเข้าสู่ร่างกาย โดยทั่วไปประกอบด้วยส่วนหลัก ๆ ได้แก่ แบตเตอรี่ ตัวทำความร้อน หัวพ่นไอหรืออะตอมไมเซอร์ น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าอาจประกอบด้วยนิโคติน โพรไพลีนไกลคอล กลีเซอรีน สารแต่งกลิ่นรส และสารเคมีอื่น ๆ ซึ่งบางชนิดอาจปลอดภัยเมื่อใช้ในอาหารหรือผลิตภัณฑ์ทั่วไป แต่ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัยเมื่อถูกทำให้เป็นไอและสูดเข้าไปในปอด โทษของบุหรี่ไฟฟ้า มีอะไรบ้าง บุหรี่ไฟฟ้าอาจดูสะอาดกว่าบุหรี่มวน แต่ยังมีความเสี่ยงต่อสุขภาพหลายด้าน โดยเฉพาะจากนิโคตินและสารเคมีในไอระเหย โทษที่ควรรู้ ได้แก่ ทำให้เสพติดได้ น้ำยาหลายชนิดมีนิโคติน ซึ่งเป็นสารเสพติด ทำให้เกิดความอยากสูบซ้ำ และเลิกได้ยาก กระตุ้นหัวใจและความดันโลหิต นิโคตินอาจกระตุ้นระบบประสาท ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น ความดันโลหิตสูงขึ้น […]

หมวดหมู่ พฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ เพิ่มเติม

สำรวจ พฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ

การเลิกบุหรี่

วิธีเลิกบุหรี่ และอันตรายจากการสูบบุหรี่

วิธีเลิกบุหรี่ มีทั้งวิธีที่สามารถทำได้ด้วยตัวเองอย่างการเปลี่ยนมาเคี้ยวหมากฝรั่งที่มีสารนิโคตินแทนการสูบบุหรี่ หรือวิธีบำบัดทางการแพทย์อย่างการใช้แผ่นแปะนิโคติน ผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่สามารถปรึกษาคุณหมอเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมกับตัวเอง เพื่อการเลิกบุหรี่ที่มีประสิทธิภาพ และเพื่อฟื้นฟูสุขภาพและป้องกันอวัยวะตนเองก่อนถูกสารเคมีในบุหรี่ทำลาย  [embed-health-tool-bmi] โทษของการสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่อาจก่อให้เกิดโรคเรื้อรังและภาวะรุนแรง ดังต่อไปนี้ โรคมะเร็ง บุหรี่อาจทำให้ผู้สูบเสี่ยงเป็นมะเร็งได้เกือบทุกประเภท เช่น มะเร็งริมฝีปาก มะเร็งลิ้น มะเร็งจมูก มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งลำคอ มะเร็งกล่องเสียง มะเร็งกระเพาะอาหาร แต่ส่วนใหญ่อาจกระทบกับสุขภาพปอด และเพิ่มโอกาสการเกิดมะเร็งปอดได้มากกว่า โรคหัวใจและหลอดเลือด บุหรี่อาจส่งผลให้เกิดลิ่มเลือดอุดตัน ทำให้เลือดไปหล่อเลี้ยงหัวใจ สมอง หรืออวัยวะอื่น ๆ ได้น้อยลง ปัญหาทางเดินหายใจ บุหรี่อาจทำให้เสี่ยงเป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่ทำให้หายใจลำบาก และอาจพัฒนานำไปสู่โรคหอบหืด โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ผู้ที่สูบบุหรี่อาจมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มากขึ้น 30-40 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งยังอาจทำให้อาการของโรคเบาหวานชนิดที่ 1 และโรคไตแย่ลงได้ การติดเชื้อ สารเคมีในบุหรี่อย่างสารนิโคติน ปรอท ตะกั่ว เป็นต้น อาจทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายอ่อนแอลง และมีแนวโน้มจะติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสได้ง่ายขึ้น สูญเสียการมองเห็นและการได้ยิน เนื่องจากบุหรี่อาจลดประสิทธิภาพการไหลเวียนของเลือด จึงส่งผลให้เลือดที่ไปหล่อเลี้ยงในเนื้อเยื่อหูชั้นในและดวงตาน้อยลง นำไปสู่การสูญเสียการได้ยินรวมถึงการมองเห็นเปลี่ยนแปลงที่อาจส่งผลให้ตาบอดได้ นอกจากนี้ผู้สูบบุหรี่อาจทำให้ผู้คนรอบข้างสูดดมสารเคมีจากควันบุหรี่เข้าไป ซึ่งอาจส่งผลให้เสี่ยงเป็นโรคมะเร็งได้เดียวกัน วิธีเลิกบุหรี่  วิธีเลิกบุหรี่ด้วยตนเอง  สำหรับวิธีการเลิกบุหรี่ด้วยตนเอง มีดังนี้ เคี้ยวหมากฝรั่งที่มีสารนิโคตินทดแทนการสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่อาจนำไปสู่การสูบบุหรี่ เช่น […]


การดูแลสุขอนามัย

ถ่ายพยาธิ จำเป็นอย่างไร ทำได้วิธีใดบ้าง

ถ่ายพยาธิ เป็นวิธีหนึ่งในการกำจัดพยาธิที่อยู่ภายในร่างกาย ซึ่งสาเหตุที่ควรถ่ายพยาธิ เพราะพยาธิ คือปรสิตที่สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ตั้งแต่ยังเป็นไข่พยาธิ ผ่านการปนเปื้อนในอาหาร น้ำ เป็นต้น หากปรสิตอาศัยอยู่ในร่างกาย อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ พยาธิ คืออะไร พยาธิ คือปรสิตที่สามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง เช่น ทางปาก ทางผิวหนัง ทางสายรกในครรภ์ พบได้บ่อยในระบบทางเดินอาหารและลำไส้ และเมื่ออาศัยอยู่ในร่างกาย ก็สามารถวางไข่ ฟักตัวเพิ่มจำนวน คอยแย่งอาหาร หรือดูดเลือด จนอาจก่ออันตรายต่ออวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกายได้ พยาธิสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ พยาธิตัวกลม สามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านการรับประทานอาหาร หรือดื่มน้ำที่อาจปนเปื้อนไข่พยาธิ พยาธิตัวกลมที่พบบ่อย เช่น พยาธิเข็มหมุดหรือพยาธิเส้นด้าย พยาธิปากขอ พยาธิตัวแบน มักติดเชื้อจากการรับประทานอาหารดิบ หรือกึ่งสุกกึ่งดิบ เข้าสู่ร่างกายทางปาก และอาศัยอยู่ในลำไส้ พยาธิตัวแบนที่พบบ่อย เช่น พยาธิตัวตืด  พยาธิใบไม้ มักติดเชื้อจากการทำกิจกรรมในแหล่งน้ำจืด เช่น ว่ายน้ำ เล่นน้ำ หรือรับประทานอาหารจำพวกปลาน้ำจืดที่กึ่งสุกกึ่งดิบ พยาธิชนิดนี้สามารถอาศัยอยู่ในหลอดเลือด ลำไส้ ปอด ตับ ทำไมถึงต้อง ถ่ายพยาธิ ผู้ที่ติดเชื้อพยาธิจะโดนแย่งอาหาร ทำให้ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ร่างกายทรุดโทรม และอาจทำให้เสียสุขภาพจิต […]


การปฐมพยาบาล

หัวโน อาการ สาเหตุ และวิธีการรักษา

หัวโน คือ อาการที่ศีรษะได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ เช่น หกล้ม กระแทก จนเกิดการปูดนูนขึ้นมาในบริเวณนั้น ๆ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกวัย โดยอาการหัวโนอาจมีอาการเจ็บเล็กน้อยในระยะสั้น รวมถึงระยะยาวหากเกิดการกระแทกอย่างรุนแรง ซึ่งควรหมั่นสังเกตอาการข้างเคียง และหากมีอาการใดที่บ่งชี้ถึงความผิดปกติ ควรไปพบคุณหมอเพื่อรับการวินิจฉัย [embed-health-tool-heart-rate] คำจำกัดความ หัวโน เกิดจากอะไร  หัวโน หมายถึง ศีรษะบริเวณที่ได้รับการกระทบกระเทือกจากอุบัติเหตุ ทำให้เกิดการปูดนูนขึ้นมา หากกระแทกไม่แรงอาจรู้สึกเจ็บเล็กน้อย และสามารถหายได้ในระยะเวลาอันสั้น โดยส่วนใหญ่หัวโนในเด็กมักเกิดจากการชนสิ่งของ เช่น เฟอร์นิเจอร์ มุมโต๊ะ รวมถึงหกล้ม ถึงแม้ว่าเด็กอาจตกลงมาไม่สูง แต่การกระแทกอาจส่งผลกระทบต่อศีรษะของเด็ก ทำให้เกิดการฟกซ้ำ หรือปวดศีรษะ    อย่างไรก็ตามหัวโนอาจส่งผลกระทบต่อศีรษะ และเนื้อเยื้อรอบศีรษะได้หากเกิดการกระแทกที่รุนแรง ซึ่งอาจส่งผลกระทบในระยะยาว เช่น เลือดคั่งในสมอง พูดติดขัด  หัวโน พบได้บ่อยแค่ไหน หัวโนอาจพบเจอได้ทุกเพศ ทุกวัย แต่ส่วนมากมักพบเจอในวัยเด็กที่ซุกซน ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ควรระมัดระวังในการดูแล เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ แต่วัยผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุก็สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน อาการ อาการของหัวโน  หากหัวโนจากอุบัติเหตุที่ไม่รุนแรงมากนัก อาจมีอาการฟกซ้ำ เวียนศีรษะเล็กน้อย มึนงง ซึ่งอาการอาจเป็นช่วงระยะเวลาสั้น ๆ แต่หากได้รับการกระทบกระเทือนที่รุนแรง อาจเกิดอาการเหล่านี้ได้ เช่น  ปวดศีรษะรุนแรง และเรื้อรัง  อาเจียนบ่อย จนผิดสังเกต  […]


การปฐมพยาบาล

พลัดตก หกล้ม ปฐมพยาบาลขั้นต้นอย่างไรให้สบายใจหายห่วง

อุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดอย่างการ พลัดตก หกล้ม สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่และทุกเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้ามีการเดินที่ไม่ระมัดระวัง ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการลื่น สะดุด หรือชนเข้ากับสิ่งของ ทำให้หกล้มได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อหกล้มแล้วก็จำเป็นที่จะต้องมีการปฐมพยาบาลในขั้นต้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนหรือความเสี่ยงต่อสุขภาพอื่น ๆ แต่การปฐมพยาบาลเมื่อหกล้มทำได้อย่างไรบ้างนั้น มาหาคำตอบได้ที่บทความนี้จาก Hello คุณหมอ เมื่อ หกล้ม ปฐมพยาบาลอย่างไร หากเด็ก ผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุ มีการ พลัดตก หกล้มเกิดขึ้น สามารถปฐมพยาบาลได้ดังนี้ ทันทีที่พบว่ามีการ พลัดตก หกล้มให้รีบเข้าไปประคอง และดูว่าเป็นการหกล้มอย่างรุนแรง เช่น ศีรษะฟาดลงกับพื้น ได้รับบาดเจ็บที่คอ หลัง สะโพก ต้นขาหรือไม่ หากพบว่ามีบาดแผล ให้ทำความสะอาดบาดแผลทันที โดยก่อนทำความสะอาดบาดแผล ผู้ที่ทำแผลควรล้างมือให้สะอาด เพื่อป้องกันไม่ให้แผลเกิดการติดเชื้อจากมือที่ไม่สะอาด เพื่อป้องกันไม่ให้มีการฟกช้ำ หรือบวมอย่างรุนแรง ให้ทำการประคบเย็นหรือประคบน้ำแข็งไปที่บาดแผล หรือบริเวณที่มีการฟกช้ำ หรือบวม ในกรณีที่มีอาการปวดรุนแรง ให้รับประทานยาแก้ปวด นำผู้บาดเจ็บไปพักผ่อนและรอดูอาการ และสังเกตอาการใน 24 ชั่วโมงแรก ข้อควรระวังในการปฐมพยาบาลเมื่อ หกล้ม ก่อนลงมือทำการปฐมพยาบาล ควรคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้ ตรวจดูบริเวณที่ได้รับการบาดเจ็บ หากเป็นการ พลัดตก หกล้มที่ไม่รุนแรงก็สามารถทำการปฐมพยาบาล และให้พักผ่อนได้ หากเป็นการบาดเจ็บที่รุนแรง […]


การปฐมพยาบาล

ฝุ่นเข้าตา ระคายเคืองจนกวนใจ ปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างไรให้ดีขึ้น

ดวงตาเป็นหน้าต่างของดวงใจ แต่ถ้าฝุ่นเข้าตาเมื่อไหร่ ดวงใจอาจจะรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก เพราะสิ่งแปลกปลอม เช่น ฝุ่น เศษผง เศษดิน เศษหิน เศษชิ้นส่วนเล็ก ๆ อาจก่อให้เกิดอาการระคายเคืองตา จนรู้สึกรำคาญ ทำให้เสียสมาธิ หรือรบกวนการทำกิจกรรมและการดำเนินชีวิตประจำวัน ดังนั้น เพื่อบรรเทาอาการระคายเคืองตาให้ทุเลาลง Hello คุณหมอ มีคำแนะนำดี ๆ ในการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อ ฝุ่นเข้าตา มาฝากค่ะ ปฐมพยาบาลเมื่อ ฝุ่นเข้าตา อย่างไรดี เมื่อ สิ่งแปลกปลอมเข้าตา สามารถปฐมพยาบาลเพื่อป้องกันการระคายเคืองตาได้ ดังนี้ ปฐมพยาบาลเมื่อฝุ่นละอองเข้าตาตนเอง หากมีฝุ่นละอองเข้าตา ก่อนที่จะเริ่มลงมือปฐมพยาบาลใด ๆ ควรล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำสะอาดและสบู่ เบิกตาให้กว้าง เพื่อดูว่ามีเศษฝุ่น หรือสิ่งแปลกปลอมอยู่ในบริเวณใดของดวงตาหรือไม่ ล้างสิ่งแปลกปลอมและสิ่งสกปรกออกจากดวงตาด้วยน้ำสะอาด โดยใช้น้ำสะอาดเทใส่แก้วขนาดเล็ก หรือแก้วสำหรับใส่น้ำยาล้างตา จากนั้นยกแก้วน้ำจ่อที่เบ้าตา แล้วลืมตาในน้ำ กรอกตาไปมาเพื่อให้สิ่งแปลกปลอมหลุดออกมา  อีกหนึ่งวิธีคือการเปิดน้ำเบา ๆ จากฝักบัว โดยให้ฝักบัวอยู่ที่บริเวณหน้าผาก แล้วเปิดให้น้ำจากฝักบัวไหลผ่านดวงตา หรือจะสามารถใช้ขันน้ำและค่อย ๆ เทน้ำผ่านดวงตาก็ได้เช่นกัน ปฐมพยาบาลเมื่อฝุ่นละอองเข้าตาผู้อื่น ประคองให้ผู้ที่มี สิ่งแปลกปลอมเข้าตา นั่งในบริเวณที่มีแสงสว่างเพียงพอ ก่อนที่จะเริ่มลงมือปฐมพยาบาลใด ๆ ควรล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำสะอาดและสบู่ เงยหน้าอีกฝ่ายขึ้น แล้วค่อย ๆ เบิกตาเพื่อมองหาเศษฝุ่นละอองหรือสิ่งสกปรกที่อยู่ในดวงตา เมื่อพบสิ่งแปลกปลอมนั้นแล้ว ให้ค่อย ๆ […]


การดูแลสุขอนามัย

วิธี ทำความสะอาดสะดือ ให้ไร้กลิ่นกวนใจ

ถึงแม้ว่า สะดือ จะเป็นจุดซ้อนเร้นจุดเล็ก ๆ ที่ใครหลายคนอาจมองข้าม แต่คุณรู้หรือไม่ว่า ถ้าหากเราไม่ทำความสะอาด หรือปล่อยปละละเลยสะดือ ก็อาจทำให้แบคทีเรียก่อตัวสะสมจนกลายเป็นก้อนเหนียว และส่งกลิ่นเหม็นไม่พึงประสงค์ได้ วันนี้บทความของ Hello คุณหมอ จึงมีวิธี ทำความสะอาดสะดือ มาฝากให้ทุกคนลองนำไปทำตามด้วยตัวเองง่าย ๆ  เพื่อช่วยขจัดก้อนดำในสะดือ กันค่ะ [embed-health-tool-heart-rate] สาเหตุที่ทำให้ สะดือมีกลิ่นเหม็น สาเหตุที่ทำให้ สะดือ เริ่มส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ อาจเป็นไปได้ว่ามาจากสาเหตุหลัก ๆ ดังต่อไปนี้ การติดเชื้อ เป็นการติดเชื้อที่เกิดจากยีสต์ที่มีชื่อว่า Candida albicans ที่เติบโตในแหล่งอับชื้นทั่วไปตามร่างกาย เช่น ขาหนีบ ใต้วงแขน รวมไปถึงในสะดือ หากคุณปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานานโดยไม่มีการล้างทำความสะอาด ก็อาจสามารถทำให้เกิดการติดเชื้อ จนรู้สึกปวดบวมแดง มีกลิ่นเหม็น และมีหนองไหลออกมาร่วมด้วยได้ ไม่รักษาสุขอนามัย จากการศึกษาของนักวิจัยค้นพบว่า สะดือ ของมนุษย์เรามักเป็นแหล่งรวมเชื้อรา แบคทีเรียต่าง ๆ โดยเชื้อโรคเหล่านี้เกิดจากสิ่งสกปรก คราบเหงื่อ และเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว เข้าไปสะสมจนสร้างกลิ่นไม่พึงประสงค์ขึ้น ดังนั้น การทำความสะอาด รักษาสุขอนามัยภายในสะดือ จึงเป็นสิ่งที่ค่อนข้างจำเป็นไม่ต่างจากจุดซ้อนเร้นบริเวณอื่นเช่นเดียวกัน การก่อตัวของซีสต์ กลิ่นเหม็ดในสะดือ อาจเกิดจากซีสต์ที่มีชื่อว่า Epidermoid Cysts และ […]


การปฐมพยาบาล

บรรเทาอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา แบบเบื้องต้น

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเล่นกีฬา ไม่ว่าจะเป็นกีฬาอะไรก็ตาม มีโอกาสที่จะเกิดอาการบาดเจ็บได้เสมอ ตั้งแต่อาการบาดเจ็บที่รุนแรงไปจนถึงอาการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย วันนี้ Hello คุณหมอ มีบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับ วิธี บรรเทาอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา มาให้อ่านกันค่ะ ไปดูกันว่าเมื่อเกิด อาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา จะจัดการอย่างไรได้บ้าง อาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา เกิดที่ส่วนใดของร่างกายบ้าง อาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ที่สามารถพบได้บ่อย ได้แก่ ข้อเท้าแพลง เมื่อข้อเท้าแพลงมักจะมีอาการบวม ตึง และรู้สึกปวด เกิดรอยฟกช้ำ เมื่อร่างกายเกิดการกระแทกอาจทำให้เกิดรอยฟกช้ำได้ ศีรษะถูกกระแทก การบาดเจ็บที่ศีรษะจากการกระแทกอาจทำให้เกิดอาการปวดหัว วิงเวียน หากกระแทกแรงมาก ๆ อาจส่งผลต่อสมองและสูญเสียความทรงจำ ได้รับบาดแผล เมื่อหกล้มจนผิวหนังครูดกับพื้นอาจทำให้ผิวหนังถลอกจนเกิดบาดแผลได้ ร่างกายขาดน้ำ เมื่อร่างกายสูญเสียของเหลว อย่างเหงื่อมากเกินไป อาจทำให้ร่างกายขาดน้ำ จนเกิดอาการอ่อนเพลีย ความร้อนในร่างกายสูง และเป็นโรคลมแดดได้ ปวดขาหนีบ เมื่อเกิดการเสียดสีมาก ๆ บริเวณขาหนีบจะเกิดอาการปวดและบวม เอ็นร้อยหวายอีกเสบ อาการบาดเจ็บที่ข้อเข่า กระดูกหัก บรรเทาอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ทำอย่างไรได้บ้าง อาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดกับผู้ที่เล่นกีฬา ซึ่งมีตั้งแต่อาการเพียงเล็กน้อยไปจนถึงอาการหนัก หากประเมินแล้วว่า อาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นนั้นบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย วิธีการรักษาอาการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อเหล่านี้อาจช่วยบรรเทาได้เบี้องต้น พักผ่อน เมื่อร่างกายเกิดการบาดเจ็บ สิ่งแรกที่ควรทำคือ หยุดพัก การพักเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดวิธีหนึ่งที่ควรทำก่อนที่จะเริ่มบรรเทาด้วยวิธีอื่น ๆ ต่อไป เมื่อกล้ามเนื้อได้รับบาดเจ็บหากขยับหรือเคลื่อนย้ายผิดวิธีอาจจะยิ่งเพิ่มความเจ็บปวด และเสี่ยงต่อการบาดเจ็บที่เพิ่มขึ้น ประคบเย็น เมื่อเกิด อาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา อาจทำให้บริเวณนั้นเกิดอาการปวดและบวม การประคบเย็นจึงเป็นวิธีที่จะช่วยป้องกันอาการบวมโดยลดการไหลเวียนของเลือดไปยังบริเวณนั้น ๆ ที่สำคัญอย่างวางถุงประคบเย็นลงบนผิวโดยตรงเพราะอาจทำให้ผิวถูกทำลายจากความเย็น […]


การเลิกบุหรี่

สูบบุหรี่ แล้ว ปวดหัว เป็นสัญญาณอันตรายหรือไม่

นิโคติน (Nicotine) เป็นสารออกฤทธิ์ที่อยู่ในบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบอื่น ๆ ซึ่งมีส่วนช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง นิโคตินที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ยาสูบนั้นส่งผลเสียต่อร่างกายมากมาย นอกจากช่วยเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ ส่งผลเสียต่อไต และเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งตับอ่อนแล้ว สูบบุหรี่ อาจทำให้ ปวดหัว ได้อีกด้วย [embed-health-tool-heart-rate] ทำไม สูบบุหรี่ แล้ว ปวดหัว นิโคติน เป็นสารชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์บุหรี่ ซึ่งสามารถเพิ่มความเสี่ยงทำให้เกิดอาการปวดหัวได้ โดยสารชนิดนี้จะทำให้หลอดเลือดในร่างกายตีบหรือแคบลง ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้น้อยลง ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการปวดหัวไมเกรน นอกจากนี้การไหลเวียนเลือดที่น้อยลงยังอาจทำให้เกิดอาการปวดหัวแบบคลัสเตอร์ (Cluster Headaches) ซึ่งเป็นอาการปวดหัวที่เกิดจากความผิดปกติของระบบประสาท เป็นอาการปวดหัวที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน และมักจะมีอาการปวดหัวเพียงข้างเดียวหรือปวดรอบ ๆ ดวงตา สำหรับผู้ที่สูบบุหรี่ส่วนใหญ่จะมีอาการปวกหัวแบบคลัสเตอร์ จากการศึกษาในปี 1999 พบว่าร้อยละ 80 ของผู้ที่มีอาการปวดหัวแบบคลัสเตอร์มีพฤติกรรมสูบบุหรี่ บุหรี่ไม่ได้มีเพียงสารนิโคตินเท่านั้น ยังมีสารอื่น ๆ มากถึง 7,000 ชนิด ซึ่งสารที่พบในผลิตภัณฑ์ยาสูบเมื่อร่างกายได้รับอย่างต่อเนื่อง จะช่วยเพิ่มความไวของตัวรับความเจ็บปวดในสมอง อาจทำให้รู้สึกปวดหัวเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้นิโคตินยังส่งผลกระทบต่อยาแก้ปวดบางชนิดที่ใช้สำหรับบรรเทาอาการปวดหัวด้วย ทำให้ร่างกายย่อยยาได้ยาก ทำให้ประสิทธิภาพของยาแก้ปวดนั้นลดลง สำหรับบางคนที่เพิ่งเริ่มเลิกบุหรี่ เมื่อร่างกายขาดนิโคตินอย่างกะทันหัน อาจทำให้เกิดภาวะถอนนิโคติน ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน กระวนกระวาย ที่สำคัญยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดหัวได้ด้วย สูบบุหรี่ ทำให้ปวดหัว แบบใดบ้าง อาการปวดหัวที่เกิดจากการสูบบุหรี่หรือการใช้นิโคตินมี ดังนี้ […]


พฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ

เหงื่อออกตอนกลางคืนกับแอลกอฮอล์ เกี่ยวข้องกันอย่างไร

เมื่ออากาศร้อน ร่างกายจะระบายความร้อนในรูปแบบต่าง ๆ การที่เหงื่อออกทางผิวหนัง ถือเป็นการระบายความร้อนรูปแบบหนึ่ง เมื่อเหงื่อออกมากเท่าไร อุณหภูมิในร่างกายจะลดลงมากไปด้วย แต่บางครั้งเหงื่อก็มักจะออกโดยที่ไม่สัมพันธ์กับอากาศ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความผิดปกติ วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลที่น่าสนใจ เกี่ยวกับ เหงื่อออกตอนกลางคืนกับแอลกอฮอล์ ว่ามีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร เหงื่อออกตอนกลางคืนกับแอลกอฮอล์ เกี่ยวข้องกันอย่างไร การที่เหงื่อออกเป็นหนึ่งในกระบวนการระบายความร้อนของร่างกาย เมื่อเหงื่อออกมาก ๆ อุณหภูมิในร่างกายก็จะค่อย ๆ ลดลง แต่สำหรับปัญหาเหงื่อออกตอนกลางคืนที่ไม่ได้เกิดจากอากาศร้อน สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ระดับฮอร์โมนแปรปรวนในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ยาบางชนิด อย่าง ยาซึมเศร้า ปัญหาเหงื่อออกตอนกลางคืน ถือเป็นอาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้น แต่โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะไม่เป็นอันตราย แต่สำหรับปัญหา เหงื่อออกตอนกลางคืนที่มาจากแอลกอฮอล์ ถือเป็นอาการที่ควรระมัดระวัง ปัญหา เหงื่อออกตอนกลางคืนที่มาจากแอลกอฮอล์ อาจเกิดจากอาการถอนสุรา อย่างกะทันหัน การดื่มแอลกอฮอล์ส่งผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง ระบบไหลเวียนเลือด และทุก ๆ ส่วนของร่างกาย นอกจากนี้การดื่มแอลกอฮอล์สามารถเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ ขยายเส้นเลือดที่ผิวหนัง ซึ่งอาจทำให้เหงื่อออกได้ นอกจากนี้แอลกอฮอล์ยังสามารถทำให้เหงื่อออกตอนกลางคืนได้อีกหลายวิธี ดังนี้ ส่งผลต่อหัวใจและหลอดเลือด การดื่มแอลกอฮอล์ มีส่วนทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเร็วขึ้นหรือจังหวะหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ และทำให้เกิดกระบวนการที่เรียกว่า “หลอดเลือดขยายตัว (Vasodilation)” เมื่อหลอดเลือดขยายตัวทำให้ผิวหนังแดงและอุ่นขึ้น ทำให้เหงื่อออกได้ อาการถอนแอลกอฮอล์ สำหรับผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ในปริมาณที่มาก เมื่อหยุดดื่มหรือลดปริมาณลงอย่างกะทันหัน อาจทำให้เกิด […]


พฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ

กินอาหารไม่ตรงเวลา รู้ไหมเสี่ยงต่อสุขภาพหลายประการ

ด้วยสภาพสังคมปัจจุบันที่ทุกอย่างเต็มไปด้วยความเร่งรีบและรวดเร็ว ส่งผลให้การดำเนินชีวิตประจำวันของคนเราจำเป็นต้องรีบเร่งตามไปด้วยอย่างเสียไม่ได้ จนหลายครั้งก็ทำให้เราต้องเลือกที่จะตัดหรือข้ามกิจวัตรประจำวันที่สำคัญหลาย ๆ อย่างไป โดยเฉพาะการรับประทานอาหาร ที่เมื่อยุ่งมาก ๆ เราก็มักจะหลงลืมเวลา ทำให้ กินอาหารไม่ตรงเวลา อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งแม้จะไปทดแทนเอาในมื้อต่อ ๆ ไปได้ แต่การกินอาหารไม่ตรงเวลาเป็นประจำ อาจมีผลเสียต่อสุขภาพได้ วันนี้ Hello คุณหมอ ได้นำข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความเสี่ยงต่อสุขภาพเมื่อกินอาหารไม่ตรงเวลามาฝากค่ะ [embed-health-tool-bmr] ทำไมเราควร กินข้าวให้ตรงเวลา การกินอาหารให้ตรงเวลา เป็นเรื่องที่ถือว่ามีความสำคัญต่อระบบร่างกายในหลาย ๆ ด้าน ดังนี้ เสริมการทำงานของระบบเผาผลาญ การรับประทานอาหารจะช่วยให้ระบบในร่างกายเริ่มวงจรการทำงานได้เป็นปกติ แต่เมื่ออดอาหาร หรือ กินข้าวไม่ตรงเวลา ไม่ว่าจะในมื้อใดก็ตาม ร่างกายจะรู้สึกขาดพลังงาน ระบบต่าง ๆ ในร่างกายจะเริ่มทำงานช้าลง โดยเฉพาะการเผาผลาญที่จะทำงานช้าลงกว่าปกติ  ทำให้เผาผลาญแคลอรีได้น้อย ผู้ที่กำลังลดน้ำหนักหากต้องการลดน้ำหนักอย่างเห็นผลจึงไม่ควรอดอาหาร เสริมพลังงานแก่ร่างกาย การกินอาหารให้ตรงเวลา จะช่วยให้ระยะเวลาหลังจากนั้นร่างกายได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอที่จะไปหล่อเลี้ยงระบบต่าง ๆ ในร่างกาย ช่วยให้รู้สึกกระฉับกระเฉง มีพลังงานเพียงพอพร้อมต่อการทำกิจกรรม มากไปกว่านั้น ยังช่วยให้มีสมาธิอีกด้วย ช่วยลดการกินจุกจิก การรับประทานอาหารให้ตรงเวลาจะทำให้ร่างกายได้รับพลังงานในแต่ละมื้ออย่างเพียงพอ จะช่วยลดความอยากอาหารในมื้อต่อไป ทำให้ไม่กินจุกจิก หรือกินมากขึ้นในมื้อต่อไปเพื่อทดแทนพลังงานให้แก่ร่างกาย ซึ่งตรงกันข้ามกับการ กินข้าวไม่ตรงเวลา ที่เสี่ยงจะทำให้หิวบ่อย หรือกินจุกจิกมากขึ้น ป้องกันการขาดสารอาหาร การรับประทานอาหารให้ตรงเวลาทุกมื้อและทุกวัน จะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนและเพียงพอ การอดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง หรือการ กินข้าวไม่ตรงเวลา […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน