คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

รักษาฝ้า ด้วยสมุนไพรไทย ช่วยให้ใบหน้าสวยใส

    รักษาฝ้า ด้วยสมุนไพรไทย ช่วยให้ใบหน้าสวยใส

    ฝ้า เป็นปัญหาผิวหน้าซึ่งอาจเกิดจากการที่เซลล์สร้างเม็ดสีทำงานผิดปกติ ส่งผลทำให้ความเข้มข้นของสีผิมไม่สม่ำเสมอ ซึ่งอาจทำให้เสียความมั่นใจ อย่างไรก็ตาม การ รักษาฝ้า อาจทำได้ด้วยการทำเลเซอร์ ทำทรีทเม้นท์ รวมถึงอาจใช้สมุนไพรรักษาได้

    สาเหตุที่ทำให้เกิดฝ้า

    ฝ้า (Melasma) เป็นปัญหาผิวหน้าซึ่งอาจเกิดจากเซลล์สร้างเม็ดสีที่ทำงานผิดปกติ ส่งผลทำให้ความเข้มข้นของสีผิวไม่สม่ำเสมอ โดยฝ้าอาจพบได้บ่อยในผู้หญิง โดยเฉพาะช่วงอายุ 30-40 ปี นอกจากนี้ ฝ้ายังอาจเกิดจากสาเหตุต่าง ๆ ดังนี้

    • แสงแดด

    แสงแดดอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อฝ้า โดยอาจกระตุ้นการสร้างเซลล์เม็ดสีทำให้รอยฝ้าเข้มขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงที่ที่มีแสงแดดจัดหรือทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป ก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง

    • ฮอร์โมน

    ฮอร์โมนเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลทำให้เกิดฝ้า ซึ่งอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย เช่น การตั้งครรภ์ วัยหมดประจำเดือน การรับประทานยาคุมกำเนิด ก็อาจส่งผลทำให้เกิดฝ้าได้

    • พันธุกรรม

    หากเคยมีคนในครอบครัวเป็นฝ้าก็อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดฝ้าได้ ในปัจจุบันยังไม่สามารถหายีนที่ควบคุมการเกิดฝ้าได้ แต่อาจดูแลป้องกันตัวเองได้ด้วยการทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน

    4 สูตรสมุนไพรไทย รักษาฝ้า

    สำหรับสมุนไพรที่อาจช่วย รักษาฝ้า อาจมีดังนี้

    • สูตรที่ 1 หัวไชเท้ากับนมสด

    นำหัวไชเท้ามาล้างให้สะอาด นำมาดผสมกับนมสดคแล้วคนให้เข้ากัน พอกที่ผิวหน้าประมาณ 10-15 นาที ล้างออกให้สะอาด ทำเป็นประจำ 1-2 ครั้ง/สัปดาห์ สูตรนี้นอกจากจะช่วยลดเลือนรอย ฝ้า กระ จุดด่างดำแล้ว ยังอาจช่วยทำให้ผิวหน้านุ่มชุ่มชื้นอีกด้วย

    • สูตรที่ 2 มะขามเปียกกับน้ำผึ้ง

    นำมะขามเปียกมาผสมน้ำเล็กน้อย คั้นจนเนื้อมะขามหลุดออกแล้วนำมาผสมกับน้ำผึ้งเล็กน้อย จากนั้นนำมาพอกบริเวณที่ผิวหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด ซึ่งในมะขามมีกรด AHA ที่อาจช่วยผลัดเซลล์ผิว นอกจากนี้ น้ำผึ้งยังอาจช่วยทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้น โดยทำเป็นประจำ 1-3 ครั้ง/สัปดาห์ อาจช่วยทำให้รอยฝ้าลดเลือนลง

    • สูตรที่ 3 น้ำหอมหัวใหญ่

    นำหอมหัวใหญ่หั่นเป็นชิ้น ๆ แล้วปั่น จากนั้น กรองด้วยผ้าขาวบางบีบเอาแต่น้ำ ใช้สำลีชุบน้ำหอมหัวใหญ่ทาบริเวณที่เป็นฝ้า ทิ้งไว้ประมาณ 5-15 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำเป็นประจำ 1-2 ครั้ง/สัปดาห์ อาจสังเกตเห็นว่ารอยฝ้าจะค่อย ๆ จางลง

    • สูตรที่ 4 น้ำมะนาวกับผงขมิ้น

    นำมะนาวมาคั้นเอาแต่น้ำผสมผงขมิ้นลงไปแล้วคนให้เข้ากัน จากนั้น นำมาพอกบริเวณที่เป็นฝ้า ทิ้งไว้ประมาณ 10-20 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด มะนาวอาจช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใส ส่วนผงขมิ้นอาจช่วยลดสารเมลานิน (Melanin) บนผิวหนังได้

    วิธีป้องกันการเกิดฝ้า

    • ทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน โดยเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป
    • ออกกำลังกาย เช่น เดิน วิ่ง โยคะ แอโรบิก เป็นประจำทุกวัน 150 นาที/สัปดาห์ หรือ 5 วัน/สัปดาห์ วันละ 30 นาที
    • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีปัญหารอยฝ้าลึกอาจเข้าพบคุณหมอ เพื่อให้คุณหมอพิจารณาแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    แหล่งที่มา

    Ali SA, et al. (2012). On the novel action of melanolysis by a leaf extract of Aloe vera and its active ingredient aloin, potent skin depigmenting agents. DOI: 10.1055/s-0031-1298406. Accessed 14 January.2020

    Arung ET, et al. (2010). Tyrosinase inhibitory effect of quercetin 4′-O-β-D-glucopyranoside from dried skin of red onion (Allium cepa) [Abstract]. DOI: 10.1080/14786411003754256. Accessed 14 January.2020

    Choi S-Y, et al. (2011). Whitening effect of black tea water extract on brown guinea pig skin [Abstract]. DOI: 10.5487/TR.2011.27.3.153. Accessed 14 January.2020

    Hollinger JC, et al. (2018). Are natural ingredients effective in the management of hyperpigmentation? A systematic review. ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5843359/. Accessed 14 January.2020

    , et al. (2015). Use of organic acids in acne and skin discolorations therapy [Abstract]. Kapuścińska Ahttps://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/25811473. Accessed 14 January.2020

    Ong MWS, et al. (2014). Skin whitening agents. researchgate.net/publication/309236016_Skin_Whitening_Agents. Accessed 14 January.2020

    Rizwan M, et al. (2010). Tomato paste rich in lycopene protects against cutaneous photodamage in humans in vivo: A randomized controlled trial [Abstract]. DOI: doi.org/10.1111/j.1365-2133.2010.10057.x. Accessed 14 January.2020

    Sarkar R, et al. (2013). Cosmeceuticals for hyperpigmentation: What is available?. DOI: 10.4103/0974-2077.110089. Accessed 14 January.2020

    Tabassum N, et al. (2014). Plants used to treat skin diseases. DOI: 10.4103/0973-7847.125531. Accessed 14 January.2020

    Tadokoro T, et al. (2010). Whitening efficacy of plant extracts including orchid extracts on Japanese female skin with melasma and lentigo senilis [Abstract]. DOI: doi.org/10.1111/j.1346-8138.2010.00897.x. Accessed 14 January.2020

    Zhu W, et al. (2008). The use of botanical extracts as topical skin-lightening agents for the improvement of skin pigmentation disorders. DOI: 10.1038/jidsymp.2008.8. Accessed 14 January.2020

    รูปของผู้เขียนbadge
    เขียนโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์ แก้ไขล่าสุด 19/05/2022
    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย