เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

ไม่ว่าคุณจะตั้งเป้าหมายเพื่อลดน้ำหนัก เพิ่มน้ำหนัก หรือรักษาค่าดัชนีมวลกาย (ฺBMI) ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ก็ล้วนแล้วแต่ต้องใช้ความมุ่งมั่นทั้งสิ้น รับคำแนะนำเกี่ยวกับ เคล็ดลับโภชนาการที่ดี เพื่อช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายได้อย่างปลอดภัยและมั่นคงยิ่งขึ้น ได้ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

ทำไมบางวันนอนเต็มอิ่ม แต่สมองกลับไม่เต็มร้อย? รู้จัก “คาร์โนซีน” สารสำคัญที่หลายคนอาจมองข้าม

ในแต่ละวัน ร่างกายและสมองต้องทำงานอย่างหนักเพื่อรับมือกับภารกิจต่าง ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานที่ต้องใช้สมาธิ ความแม่นยำ และการตัดสินใจอย่างต่อเนื่อง แต่หลายคนอาจเคยเผชิญกับอาการสมองล้า ซึ่งมี ความรู้สึกอ่อนล้า สมองไม่ปลอดโปร่ง หรือรู้สึกไม่พร้อมตั้งแต่เริ่มต้นวันใหม่ ทั้งที่นอนหลับมาเต็มอิ่มแล้วก็ตาม แม้การพักผ่อนและการออกกำลังกายจะเป็นปัจจัยสำคัญ แต่การได้รับสารอาหารที่เหมาะสมก็มีบทบาทต่อการทำงานของร่างกายและสมองเช่นกัน หลายคนที่มีอาการสมองล้า อาจสงสัยว่าสมองล้า กินอะไรดีเพื่อช่วยให้ร่างกายกลับมาสดชื่นขึ้น ซึ่งหนึ่งในอาหารบำรุงสมองที่ได้รับความสนใจคือ "คาร์โนซีน (Carnosine)" ซึ่งพบได้ตามธรรมชาติในร่างกายและในอาหารบางประเภท โดยมีบทบาทเกี่ยวข้องกับการทำงานของอวัยวะที่ต้องใช้พลังงานสูง เช่น สมองและกล้ามเนื้อ บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักว่าคาร์โนซีน คืออะไร มีความสำคัญต่อร่างกายอย่างไร รวมถึงบทบาทของวิตามินบี 12 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิตามินบำรุงสมองและสารอาหารสำคัญต่อระบบประสาทและการสร้างพลังงาน พร้อมแนะนำแหล่งอาหารที่สามารถได้รับสารอาหารเหล่านี้ เพื่อสนับสนุนความพร้อมของร่างกายและสมองในแต่ละวัน คาร์โนซีน สารอาหารที่พบในกล้ามเนื้อและสมอง คาร์โนซีนเป็นสารประเภทไดเปปไทด์ (Dipeptide) ที่เกิดจากการรวมตัวของกรดอะมิโน 2 ชนิด ได้แก่ เบต้า-อะลานีน (Beta-Alanine) และแอล-ฮีสติดีน (L-Histidine) สารชนิดนี้พบได้มากในเนื้อเยื่อที่มีการใช้พลังงานสูงของร่างกาย เช่น กล้ามเนื้อ สมอง และหัวใจ แม้ว่าร่างกายจะสามารถสังเคราะห์คาร์โนซีนได้เองตามธรรมชาติ แต่เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ระดับคาร์โนซีนในร่างกายมีแนวโน้มค่อย ๆ ลดลง เราสามารถได้รับสารชนิดนี้เพิ่มเติมจากการรับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์ เนื้อปลา และเนื้อสัตว์ปีก รวมถึงซุปไก่สกัดได้อีกด้วย[4] ด้วยเหตุที่คาร์โนซีนพบมากในอวัยวะที่ต้องทำงานหนักและใช้พลังงานต่อเนื่องอย่างสมองและกล้ามเนื้อ จึงทำให้สารชนิดนี้ได้รับความสนใจมากขึ้นในแวดวงการดูแลสุขภาพ […]

สำรวจ เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

ไขข้อสงสัย ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ กรดไขมันโอเมก้า 3 ที่คุณควรรู้!

หลายคนคงจะรู้จักกรดไขมันโอเมก้า 3 กันดีอยู่แล้ว ว่าเป็นสารอาหารสำคัญที่ดีต่อสุขภาพและจำเป็นต่อการทำงานต่างๆ ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการช่วยในเรื่องพัฒนาการของสมอง บำรุงหัวใจ และช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพที่อาจจะเกิดขึ้นจากโรคหัวใจและหลอดเลือด แต่เรื่องที่คุณรู้เกี่ยวกับโอเมก้า 3 นั้นถูกต้องแค่ไหน วันนี้ Hello คุณหมอ จะมาช่วยไขข้อสงสัยและ ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโอเมก้า 3 เพื่อสร้างความกระจ่างให้แก่คุณผู้อ่านทุกท่าน ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโอเมก้า 3 (Omega 3) ที่พบได้บ่อย ความเข้าใจผิดที่ 1 โอเมก้า 3 ยิ่งกินมาก ๆ ก็ยิ่งดี เนื่องจากกรดไขมันโอเมก้า 3 นั้นขึ้นชื่อเรื่องประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพมากมาย ทำให้หลาย ๆ คนจึงได้พยายามบริโภคอาหารที่มีโอเมก้า 3 เยอะๆ และรับประทานน้ำมันปลาในปริมาณมากๆ เพราะหวังว่าจะได้รับประโยชน์จากโอเมก้า 3 อย่างเต็มที่ ในความจริงแล้ว การบริโภคกรดไขมันโอเมก้า 3 มากเกินไป อาจส่งผลเสียต่อร่างกาย และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ เช่น น้ำตาลในเลือดสูง ตกเลือด ความดันโลหิตต่ำ โรคหลอดเลือดสมอง ลำไส้อักเสบ ตลอดไปจนถึงเปลี่ยนแปลงการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายได้ งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Prostaglandins, Leukotrienes & […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

อาหารสำหรับคนเวทเทรนนิ่ง มาดูสิว่าต้องกินอะไร กินยังไง ถึงจะเหมาะ

รู้หรือไม่ว่า นอกจากอายุ และสภาวะสุขภาพแล้ว กิจวัตรประจำวันหรือกิจกรรมที่คุณทำก็สำคัญกับการเลือกรูปแบบการกินอาหาร หรือสารอาหารที่คุณควรได้รับในแต่ละวันเช่นกัน ยิ่งหากคุณทำกิจกรรมที่ต้องใช้พลังงานสูงอย่างการออกกำลังกาย คุณก็ยิ่งต้องกินให้เหมาะสมกับการออกกำลังกายแต่ละประเภทด้วย การออกกำลังกายรูปแบบหนึ่งที่คนส่วนใหญ่นิยมก็คือ การเล่นเวทเทรนนิ่ง วันนี้ Hello คุณหมอ เลยมี อาหารสำหรับคนเวทเทรนนิ่ง มาแนะนำ ไปดูกันเลยว่า คนเล่นเวทเทรนนิ่งต้องกินอะไร และกินอย่างไรถึงจะเหมาะสมและส่งเสริมสุขภาพได้ดีที่สุด สารอาหารที่ คนเล่นเวทเทรนนิ่ง ควรบริโภค คนเล่นเวทเทรนนิ่งควรได้รับสารอาหารหลัก ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมันอย่างเหมาะสม เพื่อให้ได้รับพลังงานเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ช่วยในการสร้าง รักษา และฟื้นฟูกล้ามเนื้อ ทั้งยังช่วยให้เซลล์ในร่างกายมีสุขภาพดีด้วย ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า คนเล่นเวทเทรนนิ่งควรบริโภคโปรตีนวันละ 1.2-2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม และควรได้รับคาร์โบไฮเดรตะวันละ 6-10 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ส่วนไขมันก็ควรเน้นเป็นไขมันจากพืชที่ดีต่อสุขภาพ เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันงา ถั่ว อะโวคาโด เนยถั่ว นอกจากเรื่องสารอาหารที่ร่างกายต้องการแล้ว เวลาในการกินอาหารก็สำคัญสำหรับคนเวทเทรนนิ่งเช่นกัน เพราะผลการศึกษาวิจัยบางชิ้นเผยว่า การกินอาหารในเวลาที่เหมาะสมจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสามารถฟื้นฟูและซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่สึกหรอได้ดีขึ้น ช่วยเพิ่มการสังเคราะห์โปรตีนกล้ามเนื้อ (กระบวนการที่ช่วยสร้างกล้ามเนื้อ) ทั้งยังช่วยให้อารมณ์ของคุณดีขึ้นได้ด้วย อาหารสำหรับคนเวทเทรนนิ่ง เราลองมาดูกันดีกว่าว่า อาหารสำหรับคนเวทเทรนนิ่งทั้งก่อน ระหว่าง […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

Portion Size คืออะไร ต่างกับ Serving Size อย่างไร

การทราบข้อมูลเกี่ยวกับ Portion Size โดยเฉพาะความแตกต่างของ Portion Size กับ Serving Size ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่อาจส่งผลให้สามารถคำนวณปริมาณแคลอรี่และสารอาหารที่ควรได้รับต่อวันได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น ซึ่งอาจส่งผลดีต่อการควบคุมน้ำหนักและการดูแลด้านโภชนาการในผู้ป่วยบางโรค เช่น โรคเบาหวาน โรคไต โรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วน ที่ต้องควบคุมปริมาณอาหารในแต่ละวันให้พอเหมาะ ความแตกต่างของ Portion Size และ Serving Size ปริมาณอาหารต่อจานหรือต่อถุงเวลาออกไปรับประทานอาหารนอกบ้าน หรือซื้ออาหารกลับมากินที่บ้าน เรียกว่า Portion Size ส่วน Serving Size หมายถึง หนึ่งหน่วยบริโภค (ปริมาณที่ควรบริโภคต่อครั้ง) ซึ่งมักจะปรากฏอยู่ในข้อมูลโภชนาการของอาหารแต่ละชนิด โดยปกติแล้ว ปริมาณต่อจานหรือต่อถุง (Portion Size) และหนึ่งหน่วยบริโภค (Serving Size) อาจไม่เท่ากันเสมอไป ยกตัวอย่างเช่น มันฝรั่งทอด 1 ถุง มี Portion Size หรือปริมาณต่อซอง 30 กรัม อาจมี Serving Size หรือหนึ่งหน่วยบริโภคที่ระบุในข้อมูลโภชนาการ คือ […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

อาหารดีๆ ที่ช่วยเพิ่มเซโรโทนิน เพื่อลดความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้า

ร่างกายของเรามีสารสื่อประสาทที่ทำหน้าที่ควบคุมอารมณ์ ช่วยให้เราอารมณ์ดี ช่วยให้นอนหลับสบายขึ้น แต่เมื่อใดที่สารสื่อประสาทที่ชื่อ เซโรโทนิน (Serotonin) มีปริมาณลดลง เมื่อนั้นก็จะรู้สึกเครียด หงุดหงิด อารมณ์ไม่ดี แต่…เราสามารถเพิ่มสารเซโรโทนินได้ง่ายๆ ด้วยการรับประทานอาหาร แต่จะมี อาหารที่ช่วยเพิ่มเซโรโทนิน แบบใดบ้าง ลองมาติดตามกันได้จากบทความนี้จาก Hello คุณหมอ เลยค่ะ เซโรโทนิน มีความสำคัญอย่างไร เซโรโทนิน (Serotonin) เป็นสารสื่อประสาทที่ร่างกายสร้างขึ้น และทำหน้าที่สำคัญที่ส่งผลต่ออารมณ์และความรู้สึก ทั้งช่วยควบคุมความรู้สึกหิว หรือความรู้สึกง่วง ช่วยให้นอนหลับสบายขึ้น แต่เมื่อใดก็ตามที่สารเซโรโทนินอยู่ในระดับที่ลดต่ำลงก็จะส่งผลต่ออารมณและความรู้สึกในแง่ที่เป็นด้านลบ มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะซึมเศร้า ความเครียด หรือความรู้สึกหงุดหงิดต่างๆ อาหารที่ช่วยเพิ่มเซโรโทนิน มีอะไรบ้าง สารเซโรโทนิน ไม่สามารถพบได้ในอาหารเมนูตามปรกติทั่วไป แต่อาหารที่เรารับประทานกันในชีวิตประจำวันนั้นมีส่วนช่วยเพิ่มสารเซโรโทนินได้ หากอาหารชนิดนั้นอุดมไปด้วย สารทริปโตเฟน (Tryptophan) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนจำเป็นในการผลิตสารเซโรโทนินของร่างกาย ดังนี้ ไข่ ในไข่อุดมไปด้วยโปรตีนในปริมาณที่สูง มีส่วนช่วยให้ร่างกายแข็งแรง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใครก็ตามที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อ และยังมีส่วนสำคัญในการช่วยเพิ่มระดับพลาสมาในเลือด และมีสารทริปโตเฟน ที่ทำหน้าที่ช่วยเพิ่มระดับของเซโรโทนินอีกด้วย แซลมอน ปลาแซลมอนเป็นอีกหนึ่งอาหารที่เป็นแหล่งของทริปโตเฟน ที่มีส่วนช่วยเพิ่มระดับของ สารเซโรโทนิน และยังเป็นแหล่งของโอเมก้า 3 (Omega-3) ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจและสุขภาพผิวหนังด้วย ยิ่งไปกว่านั้นในเนื้อปลาแซลมอนยังมีวิตามินดีที่เป็นอีกหนึ่งสารอาหารสำคัญที่ช่วยเพิ่มระดับของเซโรโทนินในร่างกาย ถั่วและธัญพืชต่างๆ ถั่วและธัญพืชต่างๆ ก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มอาหารที่อุดมไปด้วยทริปโตเฟน ช่วยเพิ่มสารเซโรโทนิน และอุดมไปด้วยไฟเบอร์กับสารต้านอนุมูลอิสระต่างๆ ที่มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจและปัญหาของระบบทางเดินหายใจ ไก่งวงและสัตว์ปีกต่างๆ อาหารจำพวกสัต์ปีกโดยเฉพาะไก่งวง เป็นแหล่งของโปรตีนที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และแน่นอนว่ามีสารทริปโตเฟน […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

สมุนไพร คลายเครียด ลดความวิตกกังวล มีอะไรบ้างนะ

ความเครียดและความวิตกกังวล เป็นสภาวะของอารมณ์ เวลาต้องเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ จนเกิดความไม่สบายใจ กังวลใจ ซึ่งสาเหตุของการเกิดความเครียดนั้นก็จะแตกต่างกันออกไป เมื่อเกิดความเครียด คนเราก็ต้องจัดการกับความเครียด และแน่นอนว่าวิธีการจัดการกับความเครียดก็แตกต่างกันออกไปในแต่ละคน บางคนออกกำลังกายเพื่อลดความเครียด บางคนดูหนัง ฟังเพลง หรือทำสปา วันนี้ Hello คุณหมอ มี สมุนไพร คลายเครียด มาฝากกันค่ะ ไปดูกันเลยว่ามีสมุนไพรอะไรบ้าง มาดูกันว่า สมุนไพร คลายเครียด ลดความวิตกกังวล มีอะไรบ้าง ดอกคาโมมายล์ ดอกคาโมมายล์ เป็นสมุนไพรที่มีดอกคล้ายกับดอกเดซี่ จากการทดลองทางคลินิกในปี พ.ศ. 2559 พบว่าดอกคาโมมายด์มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสำหรับการใช้เพื่อรักษาอาการวิตกกังวลทั่วไปในระยะยาว ซึ่งวิธีการใช้ดอกคาโมมายด์ในแต่ละคนก็จะแตกต่างกันออกไป ซึ่งวิธีการส่วนใหญ่ที่หลายคนมักเลือกใช้คือสารสกัด อาหารเสริมรูปแบบเม็ด ครีมบำรุงผิว หรือดื่มเป็นชา จากงานวิจัยที่ให้ผู้เข้าร่วมทั้งหมด 93 คน รับสารสกัดดอกคาโมมายด์ 1,500 มิลลิกรัม ทุกวันเป็นเวลานาน 12 สัปดาห์ หลังจากนั้นได้แบ่งผู้เข้าร่วมการทดลองเป็น 2 กลุ่มโดยให้รับดอกคาโมมายด์ต่อเนื่องอีก 26 สัปดาห์ อีกกลุ่มรับเป็นยาหลอก พบว่ากลุ่มที่ได้รับดอกคาโมมายด์ต่อนั้นมีโอกาสในการเกิดอาการวิตกกังวลน้อยกว่าการเปลี่ยนไปใช้ยาหลอก ถึงแม้อาการวิตกกังวลกำเริบอาการของโรคก็จะรุนแรงน้อยลง แต่สำหรับคนบางกลุ่มที่มีอาการแพ้ดอกเบญจมาศ ดอกดาวเรือง ดอกเดซี่ […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

อาหารสุขภาพสำหรับคุณแม่หลังคลอด ที่ช่วยบำรุงร่างกายจากภายใน

โดยปกติหลายคนจะบอกว่าการบำรุงในช่วงตั้งครรภ์นั้นเป็นเรื่องสำคัญ แต่การบำรุงหลังคลอดก็เป็นเรื่องที่ควรใส่ใจไม่แพ้กัน เพราะเป็นช่วงเวลาสำคัญที่คุณแม่จะต้องหาทางบำรุงและฟื้นฟูตัวเอง เพื่อให้พร้อมสำหรับการดูแลลูกได้อย่างเต็มที่ และการรับประทานอาหารก็เป็นวิธีการบำรุงร่างกายที่ประสิทธิภาพมากที่สุด วันนี้ Hello คุณหมอ จะมาแนะนำ อาหารสุขภาพสำหรับคุณแม่หลังคลอด ที่ควรเลือกรับประทาน เพื่อช่วยบำรุงร่างกายจากภายใน ให้คุณแม่พร้อมสำหรับการดูแลลูกน้อยในแต่ละวัน รวมสุดยอด อาหารสุขภาพสำหรับคุณแม่หลังคลอด แซลมอน แซลมอนนั้นอุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆ ที่เหมาะสำหรับคุณแม่หลังคลอด เนื่องจากในปลาแซลมอนนั้นจะเป็นแหล่งชั้นยอดของกรดไขมันดีเอชเอ (DHA) ที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนาและเจริญเติบโตของระบบประสาทในเด็กทารก หากคุณแม่หลังคลอดรับประทานปลาแซลมอน ก็จะทำให้ในน้ำนมแม่นั้นมีสาร DHA (Docosahexaenoic Acid) อยู่มากด้วยเช่นกัน นอกจากนี้กรดไขมัน DHA นั้นยังมีส่วนช่วยในเรื่องของการปรับสมดุลของอารมณ์ ทำให้อาจสามารถช่วยป้องกันภาวะซึมเศร้าหลังคลอดสำหรับคุณแม่ได้ อย่างไรก็ตาม องค์การอาหารและยา (FDA) แนะนำว่า ผู้หญิงตั้งครรภ์และผู้หญิงที่ให้นมลูก ควรรับประทานปลาแซลมอนไม่เกิน 12 ออนซ์ หรือประมาณ 3 กิโลต่อหนึ่งสัปดาห์ เนื่องจากในปลาแซลมอนนั้นอาจจะมีการปนเปื้อนของสารตะกั่ว ที่อาจเป็นอันตรายต่อทารกได้ ซุปไก่ บ้านที่เป็นคนจีนหลายๆ คนอาจจะนิยมต้มซุปมาให้คุณแม่ที่เพิ่งคลอดใหม่ๆ รับประทาน โดยเฉพาะซุปไก่ เนื่องจากในช่วงสัปดาห์แรกๆ หลังจากคลอด ฮอร์โมนภายในร่างกายของคุณแม่จะเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง และมีเหงื่อออกมาก ทำให้เสี่ยงต่อการขาดน้ำได้ ซุปไก่นั้นนอกจากจะให้น้ำเยอะแล้ว ยังมีรสเค็ม ช่วยเติมเต็มแร่ธาตุที่ร่างกายสูญเสียไปพร้อมกับเหงื่อได้ อีกทั้งยังมีโปรตีนสูง และกินง่าย เหมาะสำหรับคุณแม่ที่อาจจะรู้สึกเบื่ออาหาร และเหนื่อยล้าจากการดูแลลูก เป็นอาหารที่ช่วยบำรุงและฟื้นฟูกำลังของคุณแม่หลังคลอดได้อย่างดี ไข่ อาหารเมนูไข่นั้นนอกจากจะหาง่าย ทำอาหารอร่อย […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

สมุนไพรคลายเครียด ลดความกังวล ป้องกันซึมเศร้า ด้วยวิธีทางธรรมชาติ

ความเครียดนั้นเป็นสิ่งที่ไม่เข้าใครออกใคร ไม่ว่าใครต่างก็สามารถมีความเครียดได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นความเครียดในเรื่องเรียน เรื่องงาน หรือเรื่องความสัมพันธ์ แต่รู้หรือไม่คะ ว่ามีตัวช่วยดี ๆ ในการช่วยลดความเครียดจากธรรมชาติ อย่าง สมุนไพรคลายเครียด ที่จะมาช่วยบรรเทาความกังวล และยังอาจช่วยป้องกันโรคซึมเศร้าได้อีกด้วย สมุนไพรเหล่านี้มีอะไรบ้าง ไปดูกัน สมุนไพรคลายเครียด ตัวช่วยดี ๆ จากธรรมชาติ ขิง (Ginger) ขิงเป็นพืชสมุนไพรที่เรานิยมนำมาประกอบอาหาร เนื่องจากมีรสเผ็ดร้อน และมีกลิ่นที่หอม แต่ขิงก็มีการนำมาใช้ในยาแผนโบราณ เพื่อใช้สำหรับการบรรเทาความเครียด และช่วยลดความวิตกกังวลได้ด้วยเช่นกัน ในขิงนั้นจะมีสารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่า จินเจอรอล (Gingerol) ที่ช่วยในการต่อต้านสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ที่ร่างกายของเหล่าหลั่งออกมาเมื่อรู้สึกเครียด อีกทั้งยังมีฤทธิ์ช่วยย่อยอาหาร แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ นอกจากนี้ กลิ่นหอมของขิงยังทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย และช่วยบรรเทาความเครียดได้อีกด้วย โสมอินเดีย (Ashwagandha) โสมอินเดียนั้นมีสรรพคุณช่วยลดความเครียดได้ เนื่องจากมีสารปรับสมดุล (Adaptogen) ที่ส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานของร่างกายและฮอร์โมนภายในร่างกาย ช่วยปรับสมดุลการตอบสนองต่อความเครียดของร่างกายให้กลับมาเป็นปกติ งานวิจัยที่ทำการทดลองประสิทธิภาพของการใช้โสมอินเดีย เพื่อลดความเครียดและความวิตกกังวล พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่ได้รับสารสกัดจากโสมอินเดีย ในปริมาณ 600 มก. ต่อวัน เป็นเวลา 8 สัปดาห์ มีระดับฮอร์โมนความเครียดคอร์ติซอล (Cortisol) น้อยกว่ากลุ่มตัวอย่างที่ใช้ยาหลอก หรือกลุ่มที่ใช้สารสกัดจากโสมอินเดียวันละ 250 มก. […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

สุดยอด วิตามินและอาหารเสริม สำหรับไมเกรน

อาการปวดหัวไมเกรน เป็นอาการที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต บางครั้งการใช้ยาเพื่อรักษาอาการไมเกรน อาจมีผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ ดังนั้นการใช้วิธีทางธรรมชาติเพื่อบรรเทาอาการปวดหัวไมเกรนจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่มีความน่าสนใจทีเดียว วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลของ วิตามินและอาหารเสริม สำหรับไมเกรน มาให้อ่านกันค่ะ ไมเกรน คืออะไร ไมเกรน (Migraine) เป็นภาวะทางระบบประสาทที่ทำให้เกิดอาการหลาย ๆ อย่างรวมกัน ทั้งอาการปวดหัวรุนแรง มีอาการอ่อนเพลีย สำหรับบางคนอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน รู้สึกมีอาการชา มีความไวต่อแสงและเสียง ไมเกรนนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทุกช่วงอายุตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่ แต่ผู้หญิงนั้นมีแนวโน้มที่จะมีอาการปวดหัวไมเกรนมากกว่าผู้ชาย วิตามินและอาหารเสริม สำหรับไมเกรน อาการปวดหัวไมเกรนในแต่ละคนจะมีสาเหตุและอาการปวดที่แตกต่างกันออกไป ยา วิตามิน หรืออาหารเสริมแต่ละชนิดก็จะส่งผลที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละคน ดังนั้นไม่มีวิตามินและอาหารเสริมชนิดไหนที่สามารถบรรเทาอาการปวดไมเกรนได้เหมือนกันในทุกคน แต่วิตามินและอาหารเสริมเหล่านี้ก็ยังเป็นวิตามินและอาหารเสริมที่ดีต่ออาการไมเกรน วิตามินบี 2 งานวิจัยยังไม่สามารถระบุได้ว่าทำไมวิตามินบี 2 นั้นมีส่วนช่วยในการป้องกันไมเกรนได้อย่างไร แต่อาจเกี่ยวข้องกับวิธีการเผาผลาญพลังงานของเซลล์ เนื่องจากผู้ที่มีปัญหาไมเกรนอาจมีปัญหาในกระบวนการเผาผลาญนั้น ซึ่งเป็นปัญหาที่อาจเป็นสาเหตุของอาการปวดหัวได้ อ้างอิงจากงานวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ในวารสารวิตามินและสารอาหาร สรุปว่าวิตามินบีมีผลทำให้ความถี่และระยะเวลาการเกิดของไมเกรนนั้นลดลง ซึ่งแหล่งอาหารตามธรรมชาติที่สามารถพบวิตามินบีได้ เช่น เนื้อ นม ไข่ ผักสีเขียว ถั่ว เพื่อป้องกันไมเกรนควรรับประทานวิตามินบี 2 ประมาณ 400 มิลิกรัมต่อวัน แมกนีเซียม ผู้ที่มีปัญหาไมเกรนนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะมีระดับแมกนีเซียมที่ต่ำ ซึ่งการได้รับแมกนีซียมที่เพียงพอต่อร่างกายนั้นมีส่วนช่วยในการป้องกันไมเกรนได้ในบางคน จากการวิจัยพบว่าการฉีดแมกนีเซียมทางหลอดเลือดดำสามารถช่วยลดการกำเริบของอาการปวดหัวไมเกรนได้ นอกเหนือจากนี้ การบริโภคแมกนีเซียมยังสามารถช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการไมเกรนได้ด้วย ซึ่งอาหารที่สามารถพบแมกนีเซียมได้ […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

อาหารเสี่ยงความดันสูง แบบไหนบ้างที่ควรเลี่ยง

หนึ่งในปัจจัยที่ช่วยเพิ่มความเสี่ยงของ ภาวะความดันโลหิตสูง ก็คือ โซเดียม แต่อาหารในชีวิตประจำวันของเรา ก็มักจะหนีไม่พ้นส่วนประกอบของเกลือและโซเดียม วันนี้ Hello คุณหมอ ได้รวบรวมเอา อาหารเสี่ยงความดันสูง มาฝากค่ะ มาดูกันว่าเรากำลังรับประทานอาหารบางประเภทบ่อยไปหรือเปล่า และกินมากไปจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพไหม อาหารเสี่ยงความดันสูง มีอะไรบ้าง อาหารที่มีโซเดียม การรับประทานอาหารที่มีปริมาณของโซเดียมสูงและสะสมมากจนเกินไป จะนำไปสู่ความเสี่ยงของ ภาวะความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ ดังนั้น หากเป็นไปได้ ควรรับประทานอาหารที่มีเกลือและโซเดียมในปริมาณที่พอเหมาะต่อวัน เพื่อไม่ให้สะสมจนเกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ เนื้อสัตว์แปรรูป เนื้อสัตว์แปรรูปนั้น เป็นอีกหนึ่งอาหารที่อุดมไปด้วยโซเดียม เพราะต้องใช้เกลือในการเก็บรักษา ดังนั้น การรับประทานเนื้อจำพวก เบคอน แฮม หรือเนื้อวัวรมควัน ก็เสี่ยงที่จะได้รับปริมาณโซเดียมที่เกินพิกัดด้วย เครื่องดื่มแอลกอฮฮล์ การดื่มแอลกอฮอล์ มีส่วนช่วยเพิ่มความดันโลหิตในร่างกายให้สูงขึ้นได้ รวมถึงแอลกอฮอล์ยังส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาทและสมอง และมีส่วนในการเพิ่มระดับคอร์ติซอล (Cortisol) ทำลายความสมดุลของระบบภูมิคุ้มกันและหลอดเลือดอีกด้วย อาหารที่มีน้ำตาล เรารู้กันดีอยู่แล้วว่า น้ำตาล แฝงภัยร้ายต่อสุขภาพมาในรูปแบบของความหวาน ทั้งยังเสี่ยงที่จะเพิ่มน้ำหนักตัว เสี่ยงเป็นโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และแน่นอนว่าหนึ่งในผลเสียของการรับประทานความหวานเป็นประจำก็คือ เสี่ยงที่จะทำให้เกิด ภาวะความดันโลหิตสูง มีผลการศึกษาจากหลายสถาบัน พบว่า การลดปริมาณความหวานในอาหารให้น้อยลง ทำให้ระดับความดันโลหิตลดลงมาด้วย  อาหารกระป๋อง อาหารกระป๋องอาจเป็นทางเลือกที่ดีที่จะช่วยถนอมอาหารให้สามารถเก็บไว้รับประทานได้ยาวนานขึ้นกว่าปกติ แต่…ไม่ควรที่จะรับประทานอาหารกระป๋องเป็นประจำ เนื่องจากในอาหารกระป๋องทั้งหลาย มีปริมาณของโซเดียมที่ค่อนข้างสูง หากรับประทานบ่อยๆ ก็เสี่ยงที่จะทำให้เกิด ภาวะความดันโลหิตสูง ได้ อาหารแช่แข็ง อีกหนึ่งความสะดวกที่มาพร้อมความอร่อยนั่นก็คืออาหารแช่แข็ง […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

เคล็ดลับ ทำป๊อปคอร์นกินเอง ให้เฮลตี้กว่าที่เคย

หากพูดถึงขนมหรือของว่างยามดูหนัง หลายคนก็น่าจะนึกถึงป๊อปคอร์น บางคนชอบป๊อปคอร์นมากจนกินคนเดียวหมดเป็นถัง แถมบางคนยอมบึ่งไปหน้าโรงหนังเพื่อซื้อแต่ป๊อปคอร์นอย่างเดียวก็มี แต่ป๊อปคอร์นที่ทำขายกันส่วนใหญ่ ก็อาจจะใส่สารปรุงแต่งต่าง ๆ ที่สามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพได้หากกินมากเกินไป หรือบางครั้งอาจมีราคาแพงจนกระทบกับเงินในกระเป๋าได้ วันนี้ Hello คุณหมอ เลยอยากชวนคุณมา ทำป๊อปคอร์นกินเอง ให้เฮลตี้กว่าที่เคย ด้วยเคล็ดลับง่าย ๆ เหล่านี้ รับรองว่าไม่ใช่แค่ดีต่อสุขภาพมากกว่า แต่ยังประหยัดเงินอีกด้วย เคล็ดลับในการ ทำป๊อปคอร์นกินเอง แบบเฮลตี้ อย่าใส่เนย หรือใส่เนยให้น้อยที่สุด สำหรับใครที่เคยทำป๊อปคอร์นกินเองแล้วชอบใส่เนยเยอะ ๆ เพราะรู้สึกว่ายิ่งใส่เนย ป๊อปคอร์นก็ยิ่งหอมหวนชวนกิน เราแนะนำให้เปลี่ยนพฤติกรรมโดยด่วน หากยังไม่คุ้นเคยกับป๊อปคอร์นไม่ใส่เนย ก็ลองเริ่มจากการลดปริมาณเนยที่ใช้ลงให้เหลือแค่ 2-3 ช้อนชาก็พอ จากนั้นจึงค่อย ๆ ใส่เนยในป๊อปคอร์นให้น้อยลงเรื่อย ๆ จนสามารถกินป๊อปคอร์นไม่ใส่เนยได้อร่อยขึ้น ทำป๊อปคอร์นกินเอง ในปริมาณที่เหมาะสม โดยปกติแล้ว ป๊อปคอร์นที่ไม่มีการปรุงแต่ง หรือป๊อปคอร์นรสธรรมชาติ 1 ถ้วย จะให้พลังงานประมาณ 30 กิโลแคลอรี่ แต่คนส่วนใหญ่เวลาทำป๊อปคอร์นกินเองก็มักจะทำในปริมาณเยอะ ๆ หรือบางคนก็เติมท็อปปิ้งต่าง ๆ เข้าไปอีก แล้วลองคิดดูสิว่า การกินป๊อปคอร์นแต่ละครั้งของคุณ จะได้รับพลังงานมากแค่ไหน ฉะนั้น หากอยากทำป๊อปคอร์นกินเองแบบสบายใจ ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียสุขภาพ […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน