banner

เช็กความเสี่ยงสุขภาพ

Subot Icon

แบบประเมินความเสี่ยงโรคเบาหวาน

Subot Icon

แบบประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด

Subot Icon

แบบประเมินความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง

สุขภาพดีรับปีใหม่

โรคอ้วน

ทำไม ตั้งเป้า New Year Resolution "ลดน้ำหนัก” แล้วพัง และแก้ยังไง

ขึ้นปีใหม่ New Year Resolution ของใครหลาย ๆ คนคงหนีไม่พ้นเรื่องการ “ลดน้ำหนัก” แต่ไม่ว่าใครจะเริ่มต้นลดน้ำหนักด้วยแรงฮึดเต็มที่แค่ไหน หลายครั้งที่ผ่านไปเพียงแค่ไม่กี่สัปดาห์ก็เริ่มหลุด เริ่มกินตามใจ เครียด รู้สึกผิด แล้วสุดท้ายเป้าหมายลดน้ำหนักที่ตั้งไว้ก็พังเหมือนเดิม แต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะปัญหานี้สามารถแก้ได้ ถ้าเราเข้าใจปัญหาและรับมือได้อย่างตรงจุด ทำไม “ตั้งเป้าลดน้ำหนัก” แล้วพัง? โฟกัสที่ “ตัวเลข” มากเกินไป หลาย ๆ คนเมื่อตั้งเป้าหมายของการลดน้ำหนัก มักจะโฟกัสไปที่ผลลัพธ์ที่เป็น “ตัวเลข” มากกว่าเรื่องอื่น ๆ เช่น “ต้องลดน้ำหนักให้ได้ 10 กิโลกรัม ใน 2 สัปดาห์“ “ต้องลดก่อนไปเที่ยว” เป้าหมายเหล่านี้แม้ว่าจะดูชัดเจน คาดหวังได้ แต่ในขณะเดียวกันก็อาจสร้างความกดดันว่าต้องทำตามให้ได้ สมองก็จะโฟกัสแต่ที่ตัวเลข พอไม่สามารถทำได้จริงหรือลดได้ช้ากว่าที่คาด ก็อาจทำให้ท้อและล้มเลิกไป แก้ยังไง ปรับเป้าหมาย แทนที่วัดความสำเร็จที่ตัวเลข ควรไปเน้นที่การ “ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม” ซึ่งเป็นสิ่งที่เราสามารถควบคุมได้ และทำได้ทุกวัน ตัวอย่างการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่แนะนำ เช่น “กินโปรตีนให้ครบทุกมื้อ” ช่วยให้อิ่มได้นานขึ้น ลดโอกาสการหลุดกินของจุบจิบ “กินผักให้ได้ครึ่งจาน วันละ 1 มื้อ” เพิ่มปริมาณการบริโภคไฟเบอร์ ช่วยให้อิ่มนานขึ้น และลดปริมาณแคลอรี่ที่บริโภค […]

Move More: เริ่มออกกำลังกายแบบไม่ล้มเลิก

กิจกรรมออกกำลังกายแบบอื่น

4 ท่าโยคะไล่ลมในท้อง ปราบพุงป่อง ลดพุงบวมแบบง่าย ๆ

นอกจากโยคะจะเป็นการออกกำลังกายที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่กล้ามเนื้อแล้ว การเล่นโยคะยังอาจสามารถช่วยปรับปรุงสุขภาพภายในช่องท้องของเราได้อีกด้วย โดยเฉพาะกับผู้ที่มีอาการท้องอืด แน่นท้อง จากการมีแก๊สในกระเพาะอยู่บ่อยครั้ง บทความของ Hello คุณหมอ วันนี้จึงขอนำ ท่าโยคะไล่ลมในท้อง ทั้ง 4 ท่า ที่ทุกคนสามารถทำได้ง่าย ๆ มาฝากกันค่ะ [embed-health-tool-bmr] สาเหตุของที่ทำให้พุงป่องจากอาการ ท้องอืด ปัจจัยหลัก ๆ ที่ส่งผลให้ท้องของคุณนั้นมีแต่ลม หรือก๊าซบางอย่างอยู่ภายในจำนวนมาก จนนำไปสู่อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และไม่สามารถที่จะทำการผายลมออกมาได้ หลัก ๆ แล้วอาจมาจากอาหารที่คุณรับประทานในแต่ละวัน ที่ประกอบด้วย พอลิแซ็กคาไรด์ (Polysaccharide) โอลิโกแซ็กคาไรด์ (Oligosaccharide) ซึ่งมักอยู่ในอาหารที่เราพบเห็นส่วนมาก ดังนี้ ธัญพืชจำพวกถั่ว แลคโตสในนม กลูเตนจาก ข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต เครื่องดื่มน้ำอัดลม ไฟเบอร์สูงจากผัก เช่น บร็อคโคลี่ ดอกกะหล่ำ กะหล่ำปลี ผักกาด เป็นต้น แต่นอกจากอาหารข้างต้นที่ทำให้มีการเพิ่มก๊าซเข้าไปในท้องของเราแล้ว บางครั้งยังอาจมาจากการรับประทานยาระบาย และยาแก้อักเสบมากเกินควร รวมทั้งอาจมาจากโรคประจำตัว หรืออาการบางอย่างทางสุขภาพ เช่น การติดเชื้อในลำไส้ กระเพาะอักเสบ ลำไส้อักเสบ และโรคมะเร็ง […]

กิจกรรมออกกำลังกายแบบอื่น

รู้ไหม? เดินหลังกินข้าวเสร็จ ดีต่อสุขภาพ แถมยังอาจช่วยลดน้ำหนักได้

เดินหลังกินข้าวเสร็จ เป็นหนึ่งในกิจกรรมการออกกำลังกายที่สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นนักกีฬาโอลิมปิก  หลายคนอาจจะคิดว่าการ เดินหลังกินข้าวเสร็จ นั้นอาจทำให้เกิดอาการจุกเสียดท้องได้ แต่การเดินเล่นแบบช้า ๆ สบาย ๆ หลังอาหารไม่เป็นอันตรายอย่างที่คิด ทั้งยังดีต่อสุขภาพ แถมยังอาจช่วยลดน้ำหนักได้อีกด้วย ดังนั้น ทาง Hello คุณหมอ จึงได้นำเรื่อง ประโยชน์ของการเดินหลังกินข้าวเสร็จ มาฝากกัน [embed-health-tool-bmr] ประโยชน์ของการ เดินหลังกินข้าวเสร็จ ความจริงแล้วหลังจากกินอาหารเสร็จ คุณอาจจะรู้สึกว่าอยากนอน เพราะอาหารอร่อย ๆ กินอิ่ม ๆ หนังท้องตึงหนังตาก็หย่อน แต่การนอนหลังกินข้าวนั้นคือสิ่งที่ไม่ดีต่อสุขภาพ หลังกินอาหารเสร็จคุณไม่ควรนอน และเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงคุณควรออกไป เดินเล่นหลังกินอาหาร อย่างน้อยครึ่งชั่วโมง เนื่องจากการเกิดจะช่วยทำให้การย่อยอาหารดีขึ้นและลดไขมันหน้าท้องได้อีกด้วย ดังนั้น ลองมาดู ประโยชน์ของการเดินหลังกินข้าวเสร็จกันดีกว่า ปรับปรุงการย่อยอาหาร ประโยชน์หลัก ๆ ที่อาจเกิดขึ้นหลังจากเดินหลังกินข้าวเสร็จก็คือ การย่อยอาหารที่ดีขึ้น เพราะการเคลื่อนไหวร่างกาย สามารถช่วยย่อยอาหาร โดยการไปกระตุ้นการทำงานของกระเพาะอาหารและลำไส้ ทำให้อาหารเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น นอกจากนี้การออกกำลังกายในระดับต่ำถึงปานกลางหลังจากกินข้าวเสร็จ ยังอาจช่วยป้องกันการทำงานของระบบทางเดินอาหารได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น แผลในกระเพาะอาหาร อาการลำไส้แปรปรวน ท้องผูก และมะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นต้น ช่วยจัดการระดับน้ำตาลในเลือด ประโยชน์ที่โดดเด่นอีกอย่างของการเดินหลังกินข้าวเสร็จก็คือ การจัดการภาวะน้ำตาลในเลือดที่ดีขึ้น ซึ่งนี่ถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานประเภท 1 และ […]

การฝึกความแข็งแรง

เวทเทรนนิ่ง กับประโยชน์ที่คุณควรรู้ไว้

การมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง สามารถทำให้การเผาผลาญพลังงานดีขึ้น และมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนัก รวมถึงช่วยรักษาความหนาแน่นของกระดูกด้วย ซึ่งการออกกำลังกายเพื่อให้กล้ามเนื้อแข็งแรง คือการออกกำลังกายแบบ เวทเทรนนิ่ง (Weight training) หรือสเตรง เทรนนิ่ง (Strength training) โดยเรามักจะได้ยินกันมาว่า แค่คาร์ดิโออาจไม่พอ ต้องต่อด้วยเวทเทรนนิ่ง ความจริงแล้วเวทเทรนนิ่งคืออะไรกันแน่ เวทเทรนนิ่ง คืออะไร เวทเทรนนิ่ง (Weight Training) หรือสเตรง เทรนนิ่ง (Strength Training) คือการออกกำลังกายที่ใช้แรงต้านกับน้ำหนัก ซึ่งจะสร้างความตึงเครียดให้กล้ามเนื้อ และกล้ามเนื้อจะแข็งแรงขึ้นในภายหลัง คล้ายกับการออกกำลังกายแบบแอโรบิคที่จะทำให้หัวใจแข็งแรง เวทเทรนนิ่งสามารถทำได้ด้วยการใช้เครื่องออกกำลังกาย บาร์เบล หรือดัมเบล และเหตุผลที่ควรออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง มีดังต่อไปนี้ ประโยชน์ของการ ออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง งานวิจัยจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา (Centers for Disease Control and Prevention : CDC) พบว่า การออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ สามารถปรับปรุงความสมดุลของร่างกาย ลดโอกาสที่จะหกล้ม และทำให้การควบคุมน้ำตาลในเลือดดีขึ้น รวมถึงปรับปรุงการนอนหลับและสุขภาพหัวใจ นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายในด้านต่าง ๆ ดังนี้ 1. มีส่วนช่วยในการลดน้ำหนัก การออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง ไม่เพียงทำให้รูปร่างของคุณดูดีขึ้น แต่ยังช่วยสร้างกล้ามเนื้อที่จะช่วยให้เผาผลาญแคลอรี่มากขึ้นอีกด้วย ซึ่งการมีมวลกล้ามเนื้อมากจะช่วยให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานมากขึ้นแม้ในเวลาที่คุณไม่ได้ออกกำลังกาย โดย 3-4 […]

การออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก

เทคนิค กระโดดเชือกลดน้ำหนัก แบบเห็นผล!!!

การลดน้ำหนัก หรือลดความอ้วน ไม่ใช่เรื่องที่จะเห็นผลชัดเจนได้ในชั่วข้ามคืน มิหนำซ้ำ บางคนก็อาจถอดใจ หรือล้มเลิกความตั้งใจทั้งๆ ที่ลงมือลดน้ำหนักได้ยังไม่ถึงสัปดาห์ ซึ่งอาจเป็นเพราะคุณยังไม่เจอวิธีออกกำลังกายที่ใช่สำหรับคุณ ถ้าอย่างนั้น Hello คุณหมอ อยากชวนคุณมาลอง กระโดดเชือกลดน้ำหนัก แบบถูกต้องและเห็นผลจริง หากทำเป็นประจำควบคู่กับการควบคุมอาหาร รับรองน้ำหนักลดลงแน่นอน [embed-health-tool-bmi] การออกกำลังกายด้วยการกระโดดเชือก การ กระโดดเชือก ถือเป็นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอรูปแบบหนึ่ง ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของปอดและหัวใจ ช่วยกระตุ้นอัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิต ช่วยพัฒนาการทำงานสอดประสานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ช่วยกระชับกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณน่องและแกนกลางลำตัว ช่วยลดพุง รวมถึงช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญ และช่วยในการลดน้ำหนักด้วย หลายคนอาจคิดว่าการกระโดดเชือก ได้ออกกำลังกายแค่ร่างกายท่อนล่างหรือช่วงขา แต่จริงๆ แล้ว การกระโดดเชือกเป็นการฝึกทั่วร่างกาย จึงทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้มากในเวลาอันสั้น หากเป็นคนรูปร่างและน้ำหนักปานกลาง การกระโดดเชือกอาจช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้มากกว่า 10 กิโลแคลอรี่ต่อนาที การกระโดดเชือกช่วยให้น้ำหนักลดได้จริงไหม อย่างที่บอกไปแล้วว่า การกระโดดเชือกช่วยให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้มากในเวลาอันสั้น แถมยังเป็นกิจกรรมที่สนุก จึงทำให้คุณสามารถ กระโดดเชือก ลดน้ำหนักได้เรื่อย ๆ โดยไม่รู้สึกเบื่อ การกระโดดเชือกลดน้ำหนักเป็นประจำทุกวันๆ ละ 30-60 นาที สามารถช่วยให้น้ำหนักลดได้จริง แต่อย่างไรก็ตาม ผลจากการกระโดดเชือกของคุณอาจขึ้นอยู่กับ การกินอาหาร คุณต้องลดน้ำหนักควบคู่ไปกับการควบคุมอาหาร เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ และต้องได้รับปริมาณแคลอรี่ที่เหมาะสมด้วย เป้าหมายในการลดน้ำหนัก […]

กิจกรรมออกกำลังกายแบบอื่น

ปั่นจักรยาน ปั่นอย่างไร ให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพสูงสุด

นอกจากการวิ่ง เดิน และว่ายน้ำ จะเป็นการออกกำลังกายยอดฮิต ปั่นจักรยาน ก็ถือเป็นการออกกำลังกายที่น่าสนใจ เพราะคุณสามารถปั่นจักรยานไปในสถานที่ต่างๆ หรือจะปั่นจักรยานอยู่กับที่อยู่กับบ้านหรือในยิมก็ได้ มาดูกันว่าการปั่นจักรยานมีข้อดียังไง และจะปั่นจักรยานยังไงให้ได้ประโยชน์สูงสุด ออกกำลังกายด้วยการ ปั่นจักรยาน การปั่นจักรยานเป็นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ โดยสามารถเผาผลาญพลังงานประมาณ 400 แคลอรี่ต่อชั่วโมง นอกจากนี้ยังทำให้ร่างกายช่วงล่างอย่างขาและสะโพกแข็งแรงขึ้น มากไปกว่านั้นคุณสามารถปั่นจักรยานบนถนน หรือเส้นทางบนภูเขา รวมถึงปั่นจักรยานในร่มด้วยเครื่องปั่นจักรยาน ถ้าเพิ่งเริ่มต้นออกกำลังกายด้วยวิธีนี้ ควรเลือกปั่นจักรยานบนทางราบ และจากนั้นค่อยพัฒนาเป็นการปั่นจักรยานบนทางลาดชัน เช่น เส้นทางบนภูเขา ซึ่งการปั่นจักรยานบนเส้นทางบนภูเขานั้น จะส่งผลต่อร่างกายส่วนบนและกลางลำตัว ทำให้ได้ออกกำลังกายโดยรวมทั้งร่างกาย มากกว่าการปั่นจักรยานบนทางราบ ปั่นจักรยาน มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างไร ดีต่อสุขภาพข้อต่อ เมื่อคุณนั่งบนจักรยาน คุณจะทิ้งน้ำหนักลงบนกระดูกเชิงกราน ที่เรียกว่า ปุ่มกระดูกอิสเคี่ยม (ischial tuberosities) ซึ่งแตกต่างจากการเดินที่จะลงน้ำหนักไปที่ขา ดังนั้น การปั่นจักรยานจึงดีต่อผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับข้อต่อ เช่น เจ็บข้อต่อ หรือข้อต่อแข็งเนื่องจากอายุที่มากขึ้น ปั่นจักรยานเป็นการออกกำลังกายแบบแรงกระแทกต่ำ ปั่นจักรยานเป็นการออกกำลังกายแบบแรงกระแทกต่ำ (Low-impact exercise) ดังนั้น จึงดีต่อข้อต่อมากกว่าการออกกำลังกายประเภทที่มีแรงกระแทกสูง เช่น การวิ่ง ปั่นจักรยานเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิค การปั่นจักรยานเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิค (Aerobic exercise) ซึ่งดีต่อหัวใจ สมอง และหลอดเลือด นอกจากนี้ยังกระตุ้นให้เกิดการหลั่งสารเอนดอร์ฟิน (Endorphin) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้ร่างกายรู้สึกดีขึ้น สามารถช่วยสร้างกล้ามเนื้อ การออกกำลังกายประเภทนี้ ทำให้ได้ใช้กล้ามเนื้อบริเวณต่างๆ ดังนี้ กล้ามเนื้อกลูเตียล หรือกล้ามเนื้อสะโพก […]

การทรงตัวและความยืดหยุ่น

ทำไมการ วอร์มอัพ และ คูลดาวน์ จึงสำคัญยิ่งสำหรับการออกกำลังกาย

วอร์มอัพ และ คูลดาวน์ ก่อนและหลังออกกำลังกายคืออะไร และสำคัญต่อการออกกำลังกายอย่างไร สำหรับใครที่ไม่เคยวอร์มอัพและคูลดาวน์มาก่อน ควรลองปฏิบัติ เพราะเพียงแค่วอร์มอัพและคูลดาวน์ไม่กี่นาที ก็ทำให้การออกกำลังกายมีประสิทธิภาพดีขึ้นแล้ว ทำไมวอร์มอัพกับคูลดาวน์จึงสำคัญ วอร์มอัพ (Warm-up) และคูลดาวน์ (Cool-down) สำคัญต่อการออกกำลังกาย เนื่องจากการวอร์มอัพหรือการอุ่นเครื่อง ซึ่งส่งผลต่อร่างกายดังนี้ ช่วยเตรียมร่างกายก่อนออกกำลังกาย ช่วยเพิ่มการหมุนเวียนของระบบหัวใจและหลอดเลือด ด้วยการเพิ่มอุณหภูมิในร่างกาย และเพิ่มการไหลเวียนเลือดในกล้ามเนื้อ ช่วยลดความเจ็บปวดของกล้ามเนื้อ และลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บ ส่วนการคูลดาวน์หลังออกกำลังกาย มีประโยชน์ต่อร่างกายดังนี้ ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจ และความดันโลหิตค่อยๆ กลับมาสู่ระดับปกติ ช่วยให้เลือดไหลเวียนทั่วร่างกาย การหยุดออกกำลังกายทันทีโดยไม่คูลดาวน์ อาจทำให้เกิดอาการปวดหัว เนื่องจากอัตราการเต้นของหัวใจ และความดันโลหิตลดลงอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามยังไม่มีหลักฐานว่าการคูลดาวน์ช่วยลดการความแข็งของกล้ามเนื้อ และลดความเจ็บปวดหลังออกกำลังกาย วิธีวอร์มอัพก่อนออกกำลังกาย การวอร์มอัพเป็นการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกกำลังกาย ทำได้โดยการออกกำลังกายประเภทนั้น แต่ออกกำลังกายในระดับเบา อย่างช้าๆ และค่อยเพิ่มความเร็วและเพิ่มระดับความหนักขึ้น ตัวอย่างเช่น วอร์มอัพสำหรับการเดินเร็ว ให้คุณเดินอย่างช้าๆ เป็นเวลา 5-10 นาที ก่อนเดินเร็ว วอร์มอัพสำหรับการวิ่ง ให้คุณเดินเร็วเป็นเวลา 5-10 นาทีก่อนวิ่ง วอร์มอัพสำหรับการว่ายน้ำ เริ่มต้นด้วยการว่ายน้ำอย่างช้าก่อน และค่อยเพิ่มความเร็วขึ้น การวอร์มอัพจะทำให้เหงื่อออกเล็กน้อย แต่จะไม่ถึงขั้นทำให้คุณเหนื่อย วิธีคูลดาวน์หลังออกกำลังกาย คูลดาวน์จะคล้ายกับการวอร์มอัพ คือให้คุณใช้เวลาประมาณ 5 นาทีในการคูลดาวน์ โดยการออกกำลังกายแบบเดิมแต่ช้าลง และค่อยๆ ลดระดับความหนักของการออกกำลังกายลง เช่น คุณออกกำลังกายด้วยการเดินเร็ว ให้คุณคูลดาวน์ด้วยการเดินช้าประมาณ 5-10 นาที หรือสำหรับการวิ่ง ให้คูลดาวน์ด้วยการเดินเร็วประมาณ […]

Habit Upgrade: ปรับพฤติกรรมให้ทำได้ยาว ๆ

เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพอื่น ๆ
ดูทั้งหมด

คุณกำลังเป็นเบาหวานอยู่ใช่หรือไม่?

คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว เข้าร่วมชุมชนเบาหวานและแลกเปลี่ยนเรื่องราวและประสบการณ์ของคุณ เข้าร่วมชุมชนได้เลย!





สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน