ภาวะแทรกซ้อนจากการคลอด

ภาวะแทรกซ้อนจากการคลอด ตั้งแต่ปัญหาขณะคลอด ไปจนถึงปัญหาที่ตามมาหลังจากคลอด อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายของคุณแม่อย่างมาก Hello คุณหมอ จึงอยากขอขอมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพคุณแม่ ด้วยการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ ภาวะแทรกซ้อนจากการคลอด ไว้ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

ภาวะแทรกซ้อนจากการคลอด

Postpartum hemorrhage คือ ภาวะตกเลือดหลังคลอด สาเหตุ อาการ วิธีรักษา

Postpartum hemorrhage คือ ภาวะตกเลือดหลังคลอด เป็นภาวะแทรกซ้อนในคุณแม่หลังคลอดที่พบได้บ่อย คุณแม่จะมีเลือดออกจากช่องคลอดอย่างรุนแรง ซึ่งอาจเกิดขึ้นภายใน 24 ชั่วโมงไปจนถึง 12 สัปดาห์หลังคลอด โดยอาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น วิงเวียนศีรษะ หัวใจเต้นแรง คลื่นไส้ อาเจียน ภาวะตกเลือดหลังคลอดเป็นภาวะที่อันตรายเป็นอย่างยิ่ง เพราะอาจทำให้ความดันโลหิตลดลงอย่างรวดเร็ว เลือดไม่ไหลเวียนไปยังสมองและอวัยวะอื่น ๆ จนอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ หากคุณแม่หลังคลอดพบว่าตัวเองมีอาการผิดปกติที่อาจเป็นสัญญาณของ Postpartum hemorrhage ควรรีบพบไปคุณหมอเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมโดยเร็วที่สุด [embed-health-tool-bmi] Postpartum hemorrhage คือ อะไร Postpartum hemorrhage คือภาวะเลือดจากช่องคลอดมากกว่าปกติหลังคลอดบุตร ภาวะนี้พบได้บ่อย ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นหลังจากร่างกายขับรกออกมาแล้วตั้งแต่ 24 ชั่วโมงไปจนถึง 12 สัปดาห์หลังคลอด ภาวะนี้อันตรายเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากการสูญเสียเลือดในปริมาณมากอาจทำให้ความดันโลหิตลดลง เลือดไม่ไหลเวียน และทำให้เกิดอาการช็อก จนอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ คุณแม่หลังคลอดและครอบครัวจึงต้องหมั่นสังเกตอาการ หากมีอาการผิดปกติภายใน 24 ชั่วโมง ควรแจ้งทีมแพทย์ผู้ดูแลให้เร็วที่สุด การรับการรักษาที่เหมาะสมตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยลดปริมาณการสูญเสียเลือดได้ ประเภทของ Postpartum hemorrhage ประเภทของ Postpartum […]

หัวข้อ ภาวะแทรกซ้อนจากการคลอด เพิ่มเติม

ภาวะแทรกซ้อนจากการคลอด

สายสะดือพันคอ สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงที่ควรรู้

คุณแม่หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า “สายสะดือพันคอ” ลูกน้อยกันมาบ้างแล้วใช่มั้ย แต่ทำไมสายสะดือถึงพันคอลูกน้อยได้นะ แล้วส่งผลอันตรายต่อลูกน้อยได้อย่างไรบ้าง มาดูคำตอบกันเลย [embed-health-tool-”due-date”] สายสะดือ คืออะไร สายสะดือ (umbilical cord) คือ สายใยแห่งรักระหว่างแม่กับลูก เป็นสายเชื่อมระหว่างทารกกับรกเพื่อทำหน้าที่ส่งผ่านสารอาหาร และออกซิเจนจากเลือดมารดาไปให้แก่ทารก มีขนาด 1-2.5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 30-100 เซนติเมตร มีเลือดประมาณ 125 มิลลิลิตร/กิโลกรัม มีลักษณะขาวขุ่น เป็นเส้นยาว และบิดเป็นเกลียว ซึ่งช่วยให้สายสะดือไม่พับงอ สายสะดือพันคอ คืออะไร สายสะดือพันคอทารก (Nuchal cord) เป็นเหตุสุดวิสัยที่ส่วนใหญ่คุณแม่ไม่อาจทราบได้ตั้งแต่ก่อนคลอด ถ้าเกิดเหตุการณ์สายสะดือพันคอทารกคุณแม่มักจะไม่รู้ตัว อาจรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ลูกดิ้นน้อยลงหรือหยุดดิ้น ไม่สามารถหาทางป้องกันล่วงหน้าได้ แต่แพทย์อาจคาดเดาได้จากการตรวจพบความผิดปกติของอัตราการเต้นของหัวใจทารกในครรภ์ แต่คุณแม่หรือคุณพ่ออาจจะต้องรวมกันสังเกตการดิ้นของลูกน้อยในครรภ์ด้วย สาเหตุของภาวะ สายสะดือพันคอ ทารกในครรภ์ดิ้นเยอะ หรือมีการเคลื่อนไหวมากเกินไป สายสะดือยาวผิดปกติ เนื่องจากสายสะดือมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1-2 เซนติเมตร และยาวประมาณ 50 เซนติเมตร บางคนก็สั้นกว่านั้น ในขณะที่บางคนอาจยาวมากกว่า 100 เซนติเมตร แต่อย่างไรก็ตาม สายสะดือที่สั้นผิดปกติอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนในการตั้งครรภ์ประเภทอื่น ๆ ได้ น้ำคร่ำที่มากเกินไป […]

ภาวะแทรกซ้อนจากการคลอด

การคลอดล่าช้า สาเหตุ อาการ และความเสี่ยง

การคลอดล่าช้า (Prolonged Labor) เป็นหนึ่งในภาวะแทรกซ้อนของการคลอด หมายถึงการคลอดที่ใช้ระยะเวลานานเกินกว่า 20 ชั่วโมงขึ้นไปนับตั้งแต่มีอาการเจ็บท้องคลอด จากปกติที่ควรใช้เวลาแค่ประมาณ 12-18 ชั่วโมง การคลอดล่าช้าอาจเป็นอันตรายต่อทารก เนื่องจากอาจทำให้ทารกขาดออกซิเจน หัวใจเต้นผิดปกติ มีความผิดปกติในน้ำคร่ำ หรือมีการติดเชื้อได้ หากคุณแม่มีภาวะคลอดล่าช้า คุณหมออาจแนะนำให้ทำการผ่าคลอดเพื่อความปลอดภัยของทั้งแม่และเด็ก [embed-health-tool-due-date] วิธีคำนวณวันที่ครบกำหนดวันคลอด อายุครรภ์จะวัดโดยการใช้วันแรกของรอบเดือนครั้งสุดท้าย 280 วันหรือ 40 สัปดาห์ นับจากระยะเวลาเฉลี่ยของการตั้งครรภ์ หากไม่รู้ว่าประจำเดือนมาครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ก่อนการตั้งครรภ์ หรือเป็นบุคคลที่มีรอบเดือนที่ไม่สม่ำเสมอ คุณหมออาจจะขอให้มีการอัลตราซาวด์ เพื่อกำหนดอายุครรภ์ของทารก ในช่วงไตรมาสแรก ด้วยการวัด CRL (Crown-rump Length) ซึ่งการวัด CRL นั้นสามารถประมาณอายุของทารกได้อย่างแม่นยำ เนื่องจากในช่วงเวลานี้ ทารกทุกคนเติบโตด้วยความเร็วเท่ากันโดยประมาณ สาเหตุของการคลอดล่าช้า ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่า อะไรคือสาเหตุหลักให้คุณแม่มีการตั้งครรภ์นานกว่าปกติ ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการคำนวณวันครบกำหนดที่ไม่ถูกต้อง นอกจากนั้น ยังมีปัจจัยเสี่ยงอีกหลายประการ เช่น ครอบครัวมีประวัติ การคลอดทารกล่าช้า เคยมีประวัติตั้งครรภ์เกินกำหนดมาก่อน กระดูกเชิงกรานของคุณแม่ที่เล็กเกินไป หรือมีรูปร่างที่ผิดปกติ น้ำหนักตัวของคุณแม่เกินเกณฑ์ หรือโรคอ้วน การตั้งครรภ์ครั้งแรก ทารกตัวใหญ่มาก และไม่สามารถเคลื่อนผ่านทางช่องคลอดได้ ภาวะคอติดไหล่ การใช้ยาระหว่างตั้งครรภ์ของคุณแม่ ปากมดลูกไม่พร้อม หรือไม่ขยาย […]

ภาวะแทรกซ้อนจากการคลอด

ภาวะแทรกซ้อนจากการคลอด มีอะไรบ้าง รับมืออย่างไร

ภาวะแทรกซ้อนจากการคลอด คือ ปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นระหว่างคลอด ซึ่งอาจทำให้คุณแม่หรือทารกเสียชีวิตได้ ซึ่งหญิงตั้งครรภ์แต่ละรายย่อมมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย พันธุกรรม ปัจจัยเสี่ยง ทั้งนี้ คุณแม่ควรศึกษาและทำความเข้าใจถึงภาวะแทรกซ้อนจากการคลอดเพื่อเตรียมรับมือกับภาวะนี้ที่อาจเกิดขึ้นได้ [embed-health-tool-due-date] ปัญหาส่วนใหญ่ที่พบในภาวะแทรกซ้อนจากการคลอด ภาวะแทรกซ้อนจากการคลอด อาจทำให้คุณแม่หรือทารกพบอาการต่าง ๆ ดังนี้ ภาวะน้ำเดินก่อนกำหนด ภาวะที่ถุงน้ำคร่ำรั่ว หรือแตกเองก่อนเจ็บครรภ์คลอด โดยอาจเกิดขึ้นก่อนที่ครรภ์จะครบกำหนด 37 สัปดาห์ สาเหตุเกิดจากภาวะติดเชื้อโรคที่ช่องทางคลอด หากเข้ารับการดูแลโดยคุณหมอทันเวลา คุณแม่และทารกมีโอกาสที่จะรอดชีวิต ภาวะการขาดออกซิเจนแรกคลอด ภาวะนี้เกิดขึ้นเมื่อทารกในครรภ์ได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ และอาจทำให้ทารกเสียชีวิตระหว่างคลอดได้ ภาวะคอติดไหล่ เกิดขึ้นเมื่อศีรษะของทารกได้หลุดผ่านออกมาทางช่องคลอดแล้ว แต่ไหล่ข้างใด ข้างหนึ่งยังคงติดอยู่ในตัวแม่ ทำให้ลูกน้อยไม่สามารถหลุดออกมาได้ในทันที อาจต้องใช้เวลาและความเชี่ยวชาญของคุณหมอที่ทำคลอด เลือดออกมามากเกินไป มดลูกไม่หดตัวส่งผลให้มีเลือดออกมาก ซึ่งการตกเลือดดังกล่าวเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตของคุณแม่ เนื่องจากคุณแม่มีเลือดออกมากจนเกินไป แผลฉีกขาดบริเวณฝีเย็บที่เกิดจากการคลอด ช่องคลอด และเนื้อเยื่อรอบ ๆ มีแนวโน้มที่จะฉีกขาดได้ในระหว่างขั้นตอนการคลอดลูกน้อย หากมีการฉีกที่รุนแรง แพทย์จะทำการเย็บแผลให้ การคลอดไม่เป็นไปตามแผน เป็นลักษณะการหดรัดตัวของมดลูก คือปากมดลูกขยายได้ช้า ทำให้ทารกไม่สามารถออกมาได้ หรือบางครั้งตัวของทารกมีขนาดใหญ่เกินไป หากคุณแม่ไม่สามารถคลอดได้โดยธรรมชาติ แพทย์จะทำการผ่าคลอด เพื่อความปลอดภัยของคุณแม่ […]

ภาวะแทรกซ้อนจากการคลอด

มดลูกแตก อาการ สาเหตุ วิธีรักษา

มดลูกแตก หมายถึง ภาวะที่มดลูกขณะตั้งครรภ์มีการฉีดขาด หรือปริออก ทำให้มีการตกเลือดในช่องท้องจำนวนมาก และอาจทำให้ทารกในครรภ์และน้ำคร่ำหลุดออกจากมดลูกเข้าไปในช่องท้อง จนทำให้ทารกเสียชีวิตในครรภ์ได้ ซึ่งภาวะมดลูกแตกนี้พบมากในช่วงระหว่างคลอด แต่บางครั้งก็อาจเกิดในช่วงตั้งครรภ์ไตรมาสสุดท้าย และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ [embed-health-tool-due-date] อาการของภาวะมดลูกแตก อาการต่อไปนี้ อาจเป็นสัญญาณของภาวะมดลูกแตก มีเลือดออกทางช่องคลอดมากผิดปกติ กดหน้าท้องแล้วรู้สึกเจ็บ ปวดบริเวณเหนือหัวหน่าว (ส่วนของร่างกายที่อยู่ระหว่างท้องน้อย กับอวัยวะสืบพันธุ์) มดลูกหดรัดตัวไม่สัมพันธ์กัน ทำให้การคลอดแบบธรรมชาติเป็นไปได้ลำบากขึ้น ศีรษะของลูกน้อยถดถอยเข้าสู่ช่องคลอด ปวดรุนแรงอย่างฉับพลันเมื่อมดลูกบีบรัดตัว อัตราการเต้นของหัวใจของทารกในครรภ์ผิดปกติ หากพบว่าผนังมดลูกผิดปกติ คุณหมออาจวินิจฉัยให้ผ่าตัดคลอดแทนการคลอดธรรมชาติ สาเหตุของมดลูกแตก มดลูกแตก อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ดังต่อไปนี้ การบีบรัดตัวของมดลูกในขณะคลอดอาจทำให้มดลูกแตกได้ การใช้มดลูกมากเกินไป เช่น การมีลูกมากกว่า 3 คนขึ้นไป การผ่าตัดผนังมดลูก หรือเคยขูดมดลูกมาก่อน ทารกในครรภ์ตัวใหญ่เกินไป เมื่อเทียบกับความกว้างของอุ้งเชิงกราน ทารกอยู่ในท่านอนขวาง หรือที่เรียกว่า “ลูกน้อยไม่ยอมกลับหัว” อายุของคุณแม่ตั้งครรภ์ โดยเฉพาะคุณแม่ตั้งครรภ์ตอนมีอายุมาก ตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป เคยประสบอุบัติเหตุ และมดลูกได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ผนังมดลูกอ่อนแอ หรือบางผิดปกติ เคยมีการผ่าคลอดมาก่อน ใช้ยาบางชนิดที่ทำให้มดลูกบีบตัวผิดปกติ หากคุณแม่ตั้งครรภ์ได้รับปริมาณยาชนิดนั้นมากเกินไป วิธีรักษาและป้องกันมดลูกแตก หากเกิดภาวะที่เสี่ยงมดลูกแตก คุณหมอจะทำการผ่าตัดคลอด เนื่องจากหากคลอดเองตามธรรมชาติอาจพบปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ตามมาได้ อย่างไรก็ตาม ควรพูดคุยเกี่ยวกับทางเลือกในการรักษาที่เป็นไปได้ทั้งหมดกับคุณหมอ […]

ภาวะแทรกซ้อนจากการคลอด

ท้องผูกหลังคลอด สาเหตุ และวิธีการรักษา

ท้องผูกหลังคลอด อาจเกิดจากการที่ร่างกายของคุณแม่กำลังอยู่ในช่วงปรับตัวให้กลับมาเป็นปกติเหมือนก่อนตั้งครรภ์ อีกทั้งยังมีปัจจัยต่าง ๆ เช่น การดื่มน้ำไม่เพียงพอ การไม่ออกกำลังกาย การพักผ่อนไม่เพียงพอ ที่ส่งผลให้กระบวนการขับถ่ายทำงานได้ไม่ดี และส่งผลให้มีอาการท้องผูก ดังนั้น คุณแม่หลังคลอดจึงควรดูแลสุขภาพด้วยการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ ออกกำลังกาย ดื่มน้ำให้มาก ๆ หรือเข้าการรักษาจากคุณหมอในกรณีที่อาการยังไม่ดีขึ้น [embed-health-tool-bmr] ท้องผูกหลังคลอด เกิดจากอะไร หลังจากที่มีการคลอดบุตรแล้ว ร่างกายของคุณแม่ก็จะเริ่มกลับเข้าสู่สภาพเดิมอีกครั้ง แต่ยังไม่สามารถฟื้นฟูให้เป็นปกติได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว อวัยวะบางอย่างอาจต้องใช้เวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์กว่าที่จะปรับตัวกลับมาทำหน้าที่ได้ตามปกติ ลำไส้ของแม่หลังคลอดก็เช่นเดียวกัน เมื่อผ่านการคลอดลูกมาหมาด ๆ ลำไส้จะยังไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เป็นปกติ หรือขยับได้ไม่ค่อยดี จึงส่งผลให้กระบวนการดูดซึมสารอาหาร กระบวนการย่อยอาหาร และการลำเลียงกากอาหารที่ลำไส้ทำได้ไม่ดีนัก แม่หลังคลอดจึงมักเกิดอาการท้องผูกตามมา อย่างไรก็ตาม อาการท้องผูก หลังคลอด ยังอาจเกิดขึ้นได้จากปัจจัยร่วมอื่น ๆ ด้วย ดังนี้ ร่างกายขาดน้ำ ทำให้ลำไส้แห้ง ลำเลียงอาหารและกากอาหารได้ไม่ดี เคลื่อนไหวน้อย หลังคลอด ร่างกายของคุณแม่ต้องการพักฟื้น จึงไม่สามารถเคลื่อนไหวได้มากนัก ทำให้อวัยวะในร่างกาย โดยเฉพาะลำไส้เคลื่อนไหวได้น้อยลง จนส่งผลให้ท้องผูก ความเครียดและความวิตกกังวลหลังคลอด มีส่วนทำให้เกิดอาการท้องผูกได้ พักผ่อนไม่เพียงพอ คุณแม่มือใหม่อาจจำเป็นต้องลุกมาดูแลลูกกลางดึกบ่อย ๆ จนนอนไม่พอ ซึ่งการพักผ่อนน้อยมีผลต่อกระบวนการขับถ่ายตามปกติ คลอดลูกโดยการผ่าคลอด การคลอดลูกด้วยวิธีนี้อาจต้องใช้เวลา 3-4 […]

ภาวะแทรกซ้อนจากการคลอด

เจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด สัญญาณเตือน ปัจจัยเสี่ยง และวิธีป้องกัน

เจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด เป็นภาวะที่หญิงตั้งครรภ์รู้สึกเจ็บท้องคลอดก่อนอายุครรภ์สัปดาห์ที่ 37 ซึ่งภาวะนี้อาจทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์และครอบครัวตกใจ หรือกระวนกระวายใจ จึงควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด ทั้งสัญญาณเตือน ปัจจัยเสี่ยง และวิธีรับมือที่ถูกต้องหากเกิดภาวะนี้ขึ้นก่อนคลอด [embed-health-tool-due-date] เจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด เกิดจากอะไร การเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด (Premature Labor) เกิดจากมดลูกหดรัวตัวก่อนถึงกำหนดคลอด จนทำให้ปากมดลูกเปิด ซึ่งภาวะนี้มักเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ 37 ของการตั้งครรภ์   ปัจจัยที่ทำให้เจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด สาเหตุที่ทำให้เจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดอาจมีดังนี้ มีประวัติเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดมาก่อน ท้องลูกแฝด ตั้งแต่แฝดสองขึ้นไป ปากมดลูกสั้น คุณแม่ท้องมีน้ำหนักตัวมากหรือน้อยเกินไปตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ มีปัญหาเกี่ยวกับมดลูกหรือรก มีการติดเชื้อในน้ำคร่ำ หรืออวัยวะส่วนล่าง สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีปัญหาสุขภาพเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ซึมเศร้า แม่ตั้งครรภ์ตอนอายุมากหรืออายุน้อยเกินไป มีความผิดปกติของทารกในครรภ์ สัญญาณ เจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด เป็นอย่างไร อาการที่อาจเป็นสัญญาณของการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด อาจมีดังนี้ ปวดท้องรุนแรง โดยไม่มีอาการท้องร่วง เจ็บหรือแน่นที่บริเวณหน้าท้องบ่อย ๆ มีตกขาวเพิ่มขึ้น ตกขาวมีเลือด มูก หรือของเหลวปนมา ปวดหลัง โดยเฉพาะหลังส่วนล่าง มดลูกหดตัว หรือรู้สึกแน่นที่มดลูกทุก ๆ 10 นาที มีเลือดออกทางช่องคลอด ถุงน้ำคร่ำแตกก่อนกำหนด […]

ภาวะแทรกซ้อนจากการคลอด

โรคชีแฮน ภาวะตกเลือดมากขณะคลอดหรือหลังคลอด

โรคชีแฮน เกิดจากความผิดปกติของต่อมใต้สมอง ซึ่งอาจเกิดขึ้นกับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่เสียเลือดมากขณะคลอดบุตรหรือหลังคลอดบุตร ขาดออกซิเจน หรืออาจมีความดันโลหิตต่ำกว่าปกติระหว่างการคลอดบุตรหรือหลังคลอดบุตร ส่งผลให้มีอาการเหนื่อยล้า อ่อนเพลียกว่าปกติ นอกจากนี้ ยังอาจส่งผลให้น้ำนมน้อยจนไม่สามารถให้นมลูกได้ โดยอาการที่เกิดขึ้นอาจทำให้เกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ ความดันโลหิตสูงระหว่างตั้งครรภ์ ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด ให้กำเนิดทารกที่มีน้ำหนักมากกว่า 4,000 กรัม โรคชีแฮน  โรคชีแฮน (Sheehan’s Syndrome) เป็นภาวะความผิดปกติของต่อมใต้สมองที่อาจเกิดจากการตกเลือดหรือเสียเลือดมากจนเกินไป ขาดออกซิเจน หรืออาจมีความดันโลหิตต่ำกว่าปกติระหว่างการคลอดบุตรหรือหลังคลอดบุตร การตกเลือดปริมาณมาก ๆ อาจทำให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงบริเวณต่อมใต้สมองได้เพียงพอ ส่งผลให้คุณแม่มีอาการอ่อนเพลีย น้ำนมน้อมไม่สามารถให้นมลูกได้ โดยสาเหตุและปัจจัยต่าง ๆ ที่อาจทำให้เสียเลือดในปริมาณมาก อาจมีดังนี้ ภาวะครรภ์เป็นพิษ ความดันโลหิตสูงระหว่างตั้งครรภ์ ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด รกเกาะต่ำ ให้กำเนิดทารกที่มีน้ำหนักมากกว่า 4,000 กรัม อาการของโรคชีแฮน โรคชีแฮนส่วนใหญ่จะพบในเพศหญิง โดยอาจส่งผลทำให้เกิดอาการต่าง ๆ เหล่านี้ น้ำนมน้อยไม่สามารถให้นมลูกได้ ประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือประจำเดือนขาด น้ำหนักขึ้น หนาวง่าย ประสิทธิภาพทางกระบวนความคิดช้าลง อ่อนเพลีย อ่อนแรง ผิวบริเวณรอบดวงตาและริมฝีปากเหี่ยวย่น เต้านมหดตัว ผิวแห้ง อาการปวดข้อ ความต้องการทางเพศลดลง น้ำตาลในเลือดต่ำ ความดันโลหิตต่ำ […]

ภาวะแทรกซ้อนจากการคลอด

ตกเลือดหลังคลอด เกิดขึ้นได้อย่างไร และเป็นอันตรายหรือไม่

ตกเลือดหลังคลอด เป็นภาวะการสูญเสียเลือดหลังคลอดบุตร อันเป็นผลมาจากภาวะรกลอกตัว แต่ทั้งนี้ปริมาณเลือดในร่างกายของคุณแม่จะเพิ่มสูงขึ้นได้ถึงร้อยละ 50 ในระหว่างการตั้งครรภ์ ดังนั้น โดยปกติแล้วสียเลือดหลังคลอดจึงมักไม่ส่งผลกระทบรุนแรงกับร่างกายของคุณแม่ แต่อย่างไรก็ตาม อาจมีการอาจส่งผลให้เกิดภาวะเลือดออกมากเกินไป ซึ่งเรียกว่า ภาวะตกเลือดหลังคลอด อาจส่งผลให้เกิดการช็อก เสียเลือดและเสียชีวิตได้ [embed-health-tool-due-date] อาการตกเลือดหลังคลอด หญิงตั้งครรภ์แต่ละคนมีร่างกายที่แตกต่างกัน ทำให้ภาวะตกเลือดหลังคลอดมีอาการแตกต่างกันไป โดยส่วนใหญ่จะมีอาการตกเลือดหลังคลอดภายใน 1 วันหลังคลอดทารก แต่อาจมีอาการตกเลือดหลังคลอดหลังคลอดทารกไปแล้ว 12 สัปดาห์ก็เป็นได้  ทั้งนี้อาการส่วนใหญ่ที่พบได้แก่ เลือดไหลไม่หยุด ความดันโลหิตลดต่ำลง อัตราการเต้นของหัวใจสูงขึ้น เซลล์เม็ดเลือดแดงลดต่ำลง รู้สึกเจ็บปวดอวัยวะเพศและมีอาการบวมแดง สาเหตุของภาวะตกเลือดหลังคลอด ผู้ที่ผ่าตัดคลอดมักมีการสูญเสียเลือดมากกว่าผู้ที่คลอดตามธรรมชาติ ทั้งนี้มีหญิงตั้งครรภ์ร้อยละ 6 ประสบกับภาวะเลือดออกมากซึ่งเรียกว่า ภาวะตกเลือดหลังคลอด (Postpartum Hemorrhage) โดยมดลูกไม่หดรัดตัวเป็นสาเหตุที่พบมากที่สุด ถึงร้อยละ 80 ของภาวะตกเลือดหลังคลอดใน 24 ชั่วโมงแรก นอกเหนือนั้นยังอาจเกิดจากสาเหตุต่าง ๆ ต่อไปนี้ ได้แก่ ปากมดลูกฉีกขาด (Cervical Lacerations) ช่องคลอดหรือฝีเย็บฉีกขาดรุนแรง แผลขนาดใหญ่ที่ช่องคลอด การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ ทารกตัวโตมากกว่าปกติ ครรภ์แฝด หรือครรภ์แฝดน้ำ (polyhydramnios) การกระตุ้นคลอดหรือเร่งคลอดด้วย oxytocin […]

ภาวะแทรกซ้อนจากการคลอด

ปากช่องคลอดฉีก ตอนคลอดลูก สิ่งที่ต้องรู้และวิธีดูแลที่ถูกต้อง

ปากช่องคลอดฉีก ในระหว่างคลอดลูกตามธรรมชาติ อาจเกิดขึ้นเมื่อทารกมีขนาดศีรษะใหญ่เกินกว่าที่ปากช่องคลอดจะขยายใหญ่ตามได้ โดยส่วนใหญ่มักพบในผู้หญิงที่ตั้งครรภ์เป็นครั้งแรก ซึ่งแผลของปากช่องคลอดฉีกอาจหายได้ไวหากได้รับการรักษาที่เหมาะสม แต่บางครั้งแผลฉีกขาดก็อาจต้องได้รับการเย็บ หรือต้องใช้ครีมที่มียาผสมอยู่ทาควบคู่ไปด้วย ปากช่องคลอดฉีก คืออะไร ปากช่องคลอดฉีก มักพบได้บ่อยในระหว่างการคลอด อาการเช่นนี้อาจเกิดขึ้นเมื่อทารกมีขนาดศีรษะใหญ่เกินกว่าที่ปากช่องคลอดจะขยายใหญ่ตามได้ สำหรับผู้หญิงที่มีความเสี่ยงที่จะมีปากช่องคลอดฉีก ได้แก่ ผู้หญิงที่เพิ่งตั้งครรภ์เป็นครั้งแรก ผู้หญิงที่มีลูกน้อยตัวใหญ่ ผู้หญิงที่ต้องเบ่งคลอดนาน ๆ ผู้หญิงที่ต้องใช้เครื่องช่วยในการคลอด เช่น การใช้คีมปากเป็ด เครื่องดูดสุญญากาศ แม้แผลฉีกขาดส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีความรุนแรง แต่ระดับความรุนแรงของปากช่องคลอดฉีกนั้นถูกแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ซึ่งทุกระดับอาจทำให้เจ็บปวด แต่บางระดับอาจต้องใช้วิธีเย็บแผล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อหูรูดทวารหนัก การฉีกขาดระดับที่ 1 มีรอยฉีกเกิดขึ้นแค่บริเวณเยื่อบุช่องคลอด ซึ่งไม่กระทบต่อกล้ามเนื้อ บางครั้งอาจต้องเย็บเล็กน้อย การฉีกขาดระดับที่ 2 ซึ่งเป็นระดับที่พบได้บ่อย โดยจะเกิดการฉีกขาดในเยื่อบุช่องคลอด และเนื้อเยื่อในชั้นที่อยู่ลึกลงไป และจำเป็นต้องทำการเย็บที่มากขึ้น การฉีกขาดระดับที่ 3 แผลฉีกระดับนี้จะเกิดขึ้นบริเวณเนื้อเยื่อบริเวณช่องคลอดในชั้นที่อยู่ลึกลงไปจนถึงชั้นกล้ามเนื้อ ที่ประกอบขึ้นเป็นกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนัก ในกรณีนี้คุณหมอาจใช้วิธีเย็บแผลไปทีละชั้น โดยต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในชั้นกล้ามเนื้อที่อยู่ใกล้กับกล้ามเนื้อหูรูด การฉีกขาดระดับที่ 4 แผลฉีกขาดระดับนี้เป็นแผลลึก ซึ่งฉีกตั้งแต่ปากช่องคลอดไปจนถึงเยื่อบุลำไส้ใหญ่ ซึ่งเป็นแผลที่มีความซับซ้อน และต้องทำการเย็บแผลหลายชั้น แต่การฉีกขาดระดับนี้มักไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก โดยปกติแล้ว แผลฉีกขาดจะรักษาให้หายได้ภายใน 7-10 วัน ถ้าได้รับการรักษาที่เหมาะสม แต่อย่างไรก็ตาม […]

ภาวะแทรกซ้อนจากการคลอด

ภาวะเจ็บครรภ์คลอดนานเกินปกติ คืออะไร ควรเตรียมตัวรับมืออย่างไร

ภาวะเจ็บครรภ์คลอดนานเกินปกติ หรือ การคลอดล่าช้า หรือ การเจ็บคลอดเนิ่นนาน (Prolonged Labor) หมายถึงระยะเวลาที่หญิงตั้งครรภ์เจ็บท้องก่อนคลอดยาวนานกว่า 20-24 ชั่วโมงขึ้นไป ซึ่งเป็นภาวะที่อาจเกิดขึ้นได้โดยมีสาเหตุแตกต่างกันไป ภาวะเจ็บครรภ์คลอดนานเกินปกติ คืออะไร ภาวะเจ็บครรภ์คลอดนานเกินปกติ หรือที่เรียกว่า การคลอดล่าช้า หมายถึงการที่คุณแม่มีอาการปวดท้องคลอดเป็นเวลานานมากเกินกว่า 20-24 ชั่วโมงขึ้นไป โดยภาวะดังกล่าวนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับคุณแม่ตั้งครรภ์ทุกคน แต่มักจะเกิดขึ้นในกรณี ดังต่อไปนี้ ทารกตัวใหญ่เกินไป หรือทารกอยู่ในท่าที่ผิดปกติ ช่องเชิงกรานของคุณแม่แคบเกินไปหรือขยายตัวได้ไม่ดี ลักษณะมดลูกของคุณแม่มีความผิดปกติ หรือเป็นเยื่อบุโพรงมดลูกอักเสบ มดลูกหดรัดตัวไม่สม่ำเสมอ ทำให้ปากมดลูกไม่ขยายออก การคลอดจึงดำเนินต่อไปไม่ได้ หากคุณแม่ประสบภาวะเจ็บครรภ์คลอดนานเกินปกติ ทีมแพทย์และทีมพยาบาลจะคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ด้วยการตรวจในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ตรวจด้วยสายสวนวัดความดันในมดลูก (Intrauterine Pressure Catheter : IUPC) ตรวจด้วยเครื่อง Electronic Fetal Monitoring (EFM) เพื่อวัดอัตราการเต้นของหัวใจทารกอยู่ตลอด เพื่อให้มั่นใจว่า คุณแม่และลูกน้อยมีสุขภาพที่แข็งแรง และไม่เป็นอันตราย ความเสี่ยงของภาวะเจ็บครรภ์คลอดนานเกินปกติ หากคุณแม่เจ็บท้องคลอดนานเกินไป คุณหมอจะวินิจฉัยเพื่อทำการ C–section หรือผ่าท้องคลอดบุตร เพราะหากทิ้งไว้นานเกินไป มีความเสี่ยงที่ทารกในครรภ์จะหัวใจเต้นผิดปกติ หรือได้รับปริมาณออกซิเจนที่ต่ำเกินไป จนทำให้เสี่ยงต่อความปลอดภัยของคุณแม่และทารกได้ หรือหากรอให้คลอดธรรมชาติ […]

โฆษณา

คุณกำลังกังวลเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ใช่หรือไม่?

หยุดกังวลได้แล้ว มาเข้าชุมชนสนทนาเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ และแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคุณแม่และว่าที่คุณแม่คนอื่น ๆ เข้าร่วมชุมชนได้เลย!


โฆษณา