แพ้ท้อง ขิง ช่วยได้จริงหรือเปล่า?

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date กรกฎาคม 10, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

บรรดาคุณแม่มือใหม่ที่กำลังพบกับอาการคลื่นไส้อาเจียนเนื่องจาก แพ้ท้อง และการตั้งครรภ์อาจทำให้ไม่สามารถใช้หยูกยาอะไรมา ช่วยแก้อาการแพ้ท้องที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ได้เลย แต่ถ้าเป็นสมุนไพรแล้วล่ะก็ ขิง อาจช่วยบรรเทาอาการได้

ต้านอาการคลื่นไส้…ไว้ใจ ขิง

ขิง เป็นสมุนไพรสารพัดประโยชน์ เพราะทุกส่วนของขิงหนึ่งต้น สามารถช่วยแก้อาการป่วยได้แตกต่างกัน หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ขิงมีประโยชน์ตั้งแต่ต้นยันราก นอกจากนี้ ขิงยังมีรสชาติหวานเผ็ดร้อน ซึ่งเป็นรสชาติที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการความอบอุ่นอีกด้วย  โดยส่วนของขิงที่เรานำมาใช้กัน ทั้งในการประกอบอาหาร และในฐานะของสมุนไพรรักษาโรค ก็คือส่วนที่เรียกว่า “เหง้า” หรือรากของขิงนั่นเอง และหนึ่งในสรรพคุณสำคัญของขิงก็คือแก้อาการคลื่นไส้ อาเจียน เนื่องจากขิงมีสารสำคัญที่ชื่อว่า diarylheptanoids ซึ่งเป็นสารชีวเคมี ที่มีงานวิจัยพิสูจน์แล้วว่าช่วยต้านอาการคลื่นไส้อาเจียนอย่างได้ผล

ขิง..กับผู้หญิงมีครรภ์

จากฐานข้อมูลเครื่องยาสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีพบว่า เหง้าขิงช่วยแก้อาการคลื่นไส้อาเจียนจากอาการแพ้ท้องในหญิงตั้งครรภ์ช่วง 3 เดือนแรกได้จริง โดยจากการศึกษาของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ 3 เดือนแรก จำนวน 27 ราย ซึ่งได้รับขิงผงในขนาด 1 กรัมต่อวัน แบ่งให้วันละ 4 ครั้ง รับประทานติดต่อกัน 4 วัน ให้ผลบรรเทาอาการคลื่นไส้ได้ดีกว่ายาหลอก นอกจากนี้ยังมีการศึกษาโดยให้หญิงที่ตั้งครรภ์ไม่เกิน 20 สัปดาห์ จำนวน 120 คน รับประทานสารสกัดขิงขนาด 125 มิลลิกรัม (เทียบเท่าขิงแห้ง 1.5 กรัม) วันละ 4 ครั้ง นาน 4 วัน พบว่ากลุ่มที่ได้รับสารสกัดขิงมีอาการคลื่นไส้ และ retching (การขย้อน) น้อยกว่ากลุ่มที่ได้รับยาหลอก

ส่วนการศึกษาประสิทธิผลของยาน้ำเชื่อมขิง (ginger syrup) 1 ช้อนโต๊ะ ผสมในน้ำร้อนหรือน้ำเย็น 4-8 ออนซ์ วันละ 4 ครั้ง พบว่า 67% (8 ใน 12 ราย) ของกลุ่มที่รับประทานยาน้ำเชื่อมขิงหยุดอาเจียนในวันที่ 6 เทียบกับ 20% (2 ใน 10 ราย) ในกลุ่มที่ได้รับยาหลอก อย่างไรก็ตาม มีหลายหน่วยงาน เช่น Commission E, The American Herbal Products Association (AHPA), Health Canada ได้ระบุห้ามใช้เหง้าขิง (แห้ง) ในสตรีมีครรภ์ (คณะกรรมการแห่งชาติด้านยา, 2549)

ใช้ได้กับการแพ้ท้องในระดับไหน

โดยปกติแล้วอาการแพ้ท้องมี 3 ระดับ คือ น้อย ปานกลาง และมาก ดังนั้น อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่า ขิงเป็นสมุนไพรใช้รักษาอาการเบื้องต้น จึงสามารถใช้ระงับอาการแพ้ท้องได้ในระดับที่ไม่รุนแรง ไปจนถึงระดับการแพ้ท้องขั้นปานกลาง ส่วนคุณแม่ท่านใดที่แพ้ท้องหนักถึงขั้นไม่สามารถรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้ ทางออกที่ดีที่สุดคือไปหาหมอและรับการรักษาอาการอย่างถูกวิธีค่ะ

วิธีใช้ขิงแก้แพ้ท้อง

1.น้ำขิง

  • ใช้เหง้าขิงสด 15 กรัม (จำนวน 5 แง่ง) น้ำเชื่อม 15 กรัม (1 ช้อนโต๊ะ) น้ำเปล่า 240 กรัม (16 ช้อนโต๊ะ)
  • นำขิง ที่เตรียมไว้มาล้างน้ำให้สะอาดแล้วหั่นเป็นแว่น
  • นำขิง ที่หั่นไว้และน้ำเปล่าใส่หม้อตั้งไฟต้มจนเดือดสักครู่
  • ยกลงแล้วกรองเอา ขิง ออก ใส่น้ำเชื่อมพอประมาณชิมรสตามชอบแล้วจิบได้เรื่อยๆ เมื่อเริ่มมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน

2. รับประทานสด

ถ้าหากคุณแม่มือใหม่คนใดที่ไม่ชอบรสชาติความเผ็ดร้อนแซ่บเบอร์แรงล่ะก็ สามารถนำขิงมาประยุกต์เป็นเมนูอาหารคาวอย่างอื่นได้ เช่น หมูผัดขิง หรือสามารถนำมารับประทานเป็นเครื่องเคียงกับโจ๊กร้อนๆ ได้เช่นกัน

ผลข้างเคียงของขิง

เมื่อใช้ในปริมาณต่ำ ขิงจะมีผลข้างเคียงน้อยมาก แต่หากใช้ในปริมาณสูง หรือมากกว่า 5 กรัมต่อวัน จะมีโอกาสทำให้เกิดผลข้างเคียงมากขึ้น

  • การรับประทานขิงในปริมาณสูงมากๆ อาจเกิดอาการหัวใจเต้นไม่ปกติ เนื่องจากมีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง
  • ขิงยับยั้งการสังเคราะห์ทรอมบอกเซน (thromboxane) ที่สำคัญในกระบวนการห้ามเลือด จึงควรระมัดระวังในผู้ป่วยที่มีปัญหาการตกเลือด มีรายงานพบว่าการใช้ขิงในระดับสูง อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการจับตัวของเกล็ดเลือด แต่จะหายไปหลังจากหยุดรับประทานไปหนึ่งอาทิตย์ ดังนั้น ผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องการจับตัวของเกล็ดเลือดควรระมัดระวังในการใช้ขิง
  • ขิงอาจมีปฏิกิริยาต่อยาอย่างเช่น ยาละลายลิ่มเลือด และสำหรับโรคเบาหวาน รวมไปถึงโรคความดันโลหิตสูง ควรปรึกษาหมอก่อนที่จะเริ่มต้นกินขิงเป็นอาหารเสริม
  • ขิงอาจทำให้เกิดการแพ้ได้ มีรายงานว่าน้ำคั้นจากขิงอาจทำให้เกิดอาการผื่นแพ้ได้ และอาจทำให้เกิดพิษที่ผิวหนังเนื่องจากแสง (phototoxicity) แต่ไม่รุนแรงมากนัก
  • ไม่ควรใช้ในผู้มีปัญหานิ่วในถุงน้ำดี เนื่องจากขิงมีฤทธิ์ขับน้ำดี ในกรณีผู้ป่วยที่มีปัญหาถุงน้ำดี จึงควรระมัดระวังในการใช้และอยู่ในความดูแลของหมอ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

สมุนไพรคลายเครียด ลดความกังวล ป้องกันซึมเศร้า ด้วยวิธีทางธรรมชาติ

ตัวช่วยดี ๆ ในการช่วยลดความเครียดจากธรรมชาติ อย่าง สมุนไพรคลายเครียด ที่จะมาช่วยบรรเทาความกังวล และยังอาจช่วยป้องกันโรคซึมเศร้าได้อีกด้วย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
โภชนาการ, สุขภาพชีวิตที่ดี มิถุนายน 4, 2020 . 2 mins read

5 คุณประโยชน์ของ ชาขาว ชาจากธรรมชาติ บำรุงสุขภาพคุณ

ชาขาว (White Tea) ถูกทำมาจากพืช Camellia sinensis ซึ่งเป็นชาที่ถือว่าผ่านกระบวนการแปรรูปน้อยที่สุด จึงทำให้ทั้งกลิ่น และรสชาติความสดชื่น ยังคงเค้าเดิมไว้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin

เฉาก๊วย เมนูคลายร้อนยอดนิยม มีประโยชน์สุขภาพมากกว่าที่คุณรู้

เฉาก๊วย ถูกแปรรูปมาจากต้น Mesona chinensis Benth เป็นพืชตระกูลเดียวกับมิ้นต์ หรือสาระแหน่ มักค้นพบได้มากในประเทศจีน และถูกแพร่กระจายออกไปทั่วโลกในปัจจุบัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin

ใบมะละกอ และ สรรพคุณทางยา ที่คุณอาจไม่เคยรู้

มะละกอ เป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายๆ ด้านอีกด้วย แต่ไม่ใช้เพียงแต่ผลของมันเท่านั้นที่มีประโยชน์ ใบมะละกอ ก็มีประโยชน์ด้านสุขภาพเช่นกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย

บทความแนะนำ

สุดยอดอาหารสำหรับคุณผู้ชาย-สุขภาพ

สุดยอดอาหารสำหรับคุณผู้ชาย หากินก็ง่าย แถมได้สุขภาพด้วย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ กรกฎาคม 2, 2020 . 4 mins read
เริ่มต้นวันใหม่ด้วยขิง-ประโยชน์

เริ่มต้นวันใหม่ด้วยขิง กับสิ่งที่คุณอาจไม่เคยรู้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 29, 2020 . 3 mins read
ชาที่ควรดื่มก่อนนอน-ปรับปรุงการนอนหลับ

ชาที่ควรดื่มก่อนนอน มีชาชนิดใดบ้าง ที่อาจช่วยให้คุณหลับได้ดีขึ้น

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 11, 2020 . 3 mins read
สมุนไพร-คลายเครียด

สมุนไพร คลายเครียด ลดความวิตกกังวล มีอะไรบ้างนะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 8, 2020 . 3 mins read