พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 11 ของการตั้งครรภ์

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 21, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ หรือครอบครัวที่เตรียมมีลูก เชื่อว่าสิ่งหนึ่งที่ว่าที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ต้องอยากรู้แน่นอนก็คือ พัฒนาการของทารกในครรภ์ในแต่ละช่วงเวลา นี่คือสิ่งที่คุณแม่ควรรู้เกี่ยวกับ พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 11

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 11

ลูกจะเติบโตอย่างไร

ตอนนี้ลูกของคุณมีขนาดเท่าลูกฟิกและยาว 3 เซนติเมตรจากศีรษะถึงปลายเท้า และเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับการเจริญเติบโตของทารก เส้นเลือดในรกจะเพิ่มมากขึ้นทั้งขนาดและจำนวน เพื่อส่งสารอาหารจำนวนมากให้กับทารกผ่านทางเลือดของคุณ

ตอนนี้ลูกของคุณไม่ใช่เซลล์ขนาดเล็กอีกต่อไปแล้ว เราสามารถเรียกว่าทารกได้อย่างเต็มปากแล้ว อย่างไรก็ตาม ศีรษะของทารกยังต้องมีการพัฒนาต่อไป และโดยปกติจะมีขนาดครึ่งหนึ่งของความยาวลำตัว แต่ร่างกายจะเติบโตอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่สัปดาห์ต่อจากนี้

ภายในปลายสัปดาห์นี้ อวัยวะเพศชายหรืออวัยวะเพศหญิงก็จะเริ่มพัฒนาขึ้น และจะพัฒนาต่อไปอีกสองสามสัปดาห์ แต่จะยังตรวจด้วยอัลตราซาวด์ไม่พบ จนกว่าจะถึงประมาณสัปดาห์ที่ 18 ถึง 20

ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและรูปแบบการใช้ชีวิต

ร่างกายจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง

ตอนนี้คุณรู้สึกมีพลังขึ้นมาบ้างนิดหน่อยแล้ว และอาการคลื่นไส้ก็เริ่มลดลง แต่โชคร้ายหน่อยตรงที่มีอาการอย่างอื่นเข้ามาแทน หนึ่งในอาการเหล่านั้นก็คืออาการท้องผูก ซึ่งเกิดขึ้นเนื่องจากคุณอุจจาระลำบาก หรือไม่ได้อุจจาระมานานกว่า 3 วัน ซึ่งต้นเหตุก็มาจากฮอร์โมนการตั้งครรภ์ โดยฮอร์โมนนี้จะทำให้กระเพาะและหลอดอาหารเกิดการคลายตัว ทำให้การย่อยอาหารช้าลง นอกจากนี้ยังอาจมีอาการอาหารไม่ย่อยและท้องอืดอีกด้วย

ในการจัดการกับอาการท้องผูกนั้น คุณควรดื่มน้ำให้มาก และกินไฟเบอร์หรือกากใยให้มากขึ้นด้วย อาหารที่อุดมไปด้วยกากใยก็ได้แก่ผลไม้สดต่างๆ เช่น มะละกอ เมล่อน และกล้วย ผักสด และขนมปัง

นอกจากนี้ก็ควรกินแบบแบ่งเป็นมื้อเล็กๆ ซึ่งจะช่วยลดแก๊สในระบบทางเดินอาหาร และอาการท้องอืดได้ คุณควรเคลื่อนไหวร่างกายบ่อยๆ และหลีกเลี่ยงการนั่งเป็นเวลานานๆ เพราะจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายย่อยอาหารได้เร็วขึ้น

ควรระมัดระวังอะไรบ้าง

อาการท้องผูกอาจไม่สามารถเยียวยาด้วยตัวเองได้ ซึ่งอาจต้องใช้การรักษาที่เข้มข้นกว่านั้น โดยอาจใช้อาหารเสริมที่เป็นไฟเบอร์ และยาระบายอ่อนๆ อย่างเช่น ยาด็อกคูเสท (Docusate) แต่เพื่อความปลอดภัยทั้งสำหรับตัวคุณเองและลูกน้อย ก่อนที่คุณกินยาใดๆ ก็ควรปรึกษาหมอก่อนทุกครั้ง ยาระบายบางชนิดอาจมีฤทธิ์แรงเกินไป ซึ่งจะทำให้เกิดอาการท้องเสีย และทำให้ร่างกายขาดน้ำได้

การพบคุณหมอ

ควรปรึกษาแพทย์อย่างไรบ้าง

สัปดาห์ต่อจากนี้ แพทย์อาจนัดให้ตรวจอัลตราซาวด์ คุณจะรู้สึกอบอุ่นที่จะได้เห็นลูกของคุณเป็นครั้งแรก อย่างไรก็ตาม การตรวจจะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ คุณสามารถทำอัลตราซาวด์ได้ทุกเมื่อตั้งแต่กลางสัปดาห์ที่ 11 ไปจนถึงสัปดาห์ที่ 20 และเมื่อทำอัลตราซาวด์ในระหว่างสัปดาห์ที่ 20 คุณก็อาจได้รู้เพศของลูกคุณ

การทดสอบใดที่ควรรู้

ในช่วงสัปดาห์นี้ แพทย์อาจแนะนำให้คุณทำการตรวจคัดกรองก่อนคลอด เพื่อตรวจหาความผิดปกติทางด้านโครโมโซมต่างๆ ซึ่งความผิดปกติอย่างหนึ่งก็คืออาการดาวน์ ซินโดรม (Down Syndrome) อาการผิดปกตินี้จะเกิดขึ้นเมื่อมีโครโมโซมคู่ที่ 21 ซ้ำขึ้นมาอีกหนึ่งคู่ โดยปกติแล้วลูกน้อยของคุณจะมีโครโมโซมอยู่ 23 คู่ ซึ่งครื่งหนึ่งถ่ายทอดมาจากคุณ และอีกครึ่งหนึ่งถ่ายทอดมาจากคู่รักของคุณ ในช่วงที่มีการแบ่งเซลล์นั้น ก็เกิดความผิดพลาดจนทำให้มีโครโมโซมคู่พิเศษขึ้นมา ถ้าอยากรู้ก็มีอยู่วิธีเดียวคือต้องทำการทดสอบ

การตรวจคัดกรองก่อนคลอดจะมีการทดสอบอยู่ 2 ประเภทด้วยกัน คือการตรวจคัดกรอง และการตรวจวินิจฉัย ในช่วงที่ทำการตรวจคัดกรองนั้น คุณจำเป็นต้องทำการตรวจเลือด เพราะหาโปรตีนในพลาสม่าที่เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ รวมทั้งการทำอัลตร้าซาวน์ เพื่อวัดความหนาของคอเด็ก ซึ่งการตรวจคัดกรองนี้จะสามารถตรวจพบความผิดปกติได้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังมีการทดสอบอื่นๆ เพื่อช่วยในการวินิจฉัยด้วย

การผลการตัวคัดกรองระบุว่ามีความเสี่ยงที่โครโมโซมข้อควรรู้ถึงความเสี่ยงของการ ตั้งครรภ์ตอนแก่ ที่อาจกระทบต่อสุขภาพทารกจะมีอาการผิดปกติ คุณก็จำเป็นต้องทำการตรวจวินิจฉัย อย่างเช่น การดูดเอาตัวอย่างของรกเด็กมาตรวจหาความผิดปกติของโครโมโซม หรือการเจาะน้ำคร่ำไปตรวจ ถึงแม้ผลการตรวจคัดกรองจะเป็นบวก คุณก็อาจมีผลการตรวจวินิจฉัยเป็นปกติอยู่ดี

สุขภาพและความปลอดภัย

ควรทำอย่างไรเพื่อให้สุขภาพดีและปลอดภัย

คุณอาจรู้สึกปวดท้องหรือเป็นตะคริวหลังมีเพศสัมพันธ์ แต่ไม่ต้องตกใจ นี่เป็นอาการปกติ เหตุผลที่เป็นอย่างนี้ก็เนื่องจากมีเลือดไหลเวียนบริเวณเชิงกรานมากขึ้น แล้วอาจมีการหดตัวของมดลูกตามมา ซึ่งอาการปวดมักจะเป็นไม่มากนัก และจะหายไปเองภายใน 2-3 นาที แต่ถ้าอาการเจ็บปวดและตะคริวไม่หายไป ก็ควรบอกให้แพทย์ทราบทันที

โดยปกติแล้ว การมีเพศสัมพันธ์นั้นมีความปลอดภัยในช่วงระหว่างตั้งครรภ์ แต่คุณก็ควรปรึกษาแพทย์เพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้ ถ้าคุณกลัวว่าการมีเพศสัมพันธ์จะทำให้ลูกของคุณรู้สึกเจ็บ ไม่ต้องกลุ้มใจหรอกนะ ลูกของคุณมีถุงน้ำคร่ำซึ่งเต็มไปด้วยของเหลวปกป้องอยู่ ลูกของคุณจึงปลอดภัย

แล้วมาดูกันว่า ในสัปดาห์ต่อไป คุณแม่ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร และทารกในครรภ์จะมีพัฒนาการอย่างไรบ้าง

Hello Health Groupไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

น้ำอ้อย อร่อยชื่นใจ พร้อมประโยชน์สุขภาพมากมายต่อ สตรีมีครรภ์

น้ำอ้อย นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่มที่หลายคนนิยมดื่มกันเป็นจำนวนมาก วันนี้ Hello คุณหมอจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับประโยชน์ของน้ำอ้อยให้มากขึ้นกันค่ะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
คุณแม่ตั้งครรภ์, การตั้งครรภ์ พฤษภาคม 11, 2020 . เวลาในการอ่าน

ไขข้อสงสัยการใช้ แป้งเด็ก กับ ทารก ส่งผลอันตรายได้ จริงหรือ?

เนื่องจาก แป้งเด็ก มีขนาดโมเลกุลอนุภาคค่อนข้างเล็ก จึงอาจทำให้เข้าไปรบกวนการทำงานในระบบทางเดินหายใจของ ทารก ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายในระดับหนึ่งเลยทีเดียว

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
ดูแลลูก, พ่อแม่เลี้ยงลูก เมษายน 29, 2020 . เวลาในการอ่าน

น้ำนมเหลือง คุณค่าของนมหยดแรกจากอกคุณแม่ ที่ลูกรักคู่ควร

น้ำนมเหลือง หรือ โคลอสตรุม (Colostrum) เป็นน้ำนมแรกที่ออกมาจากอกของคุณแม่ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยของคุณห่างไกลจากการเจ็บป่วยได้เป็นอย่างดี

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
พ่อแม่เลี้ยงลูก, เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เมษายน 8, 2020 . เวลาในการอ่าน

ตั้งครรภ์อย่างไร ให้แข็งแรง เมื่อก้าวเข้าสู่วัย 40

การ ตั้งครรภ์ วัย 40 เป็นช่วงอายุที่ต้องมีการดูแลตนเอง เพื่อนเตรียมความพร้อมในการตั้งครรภ์ ให้เป็นอย่างดี แต่การตั้งครรภ์ในวัยนี้ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
คุณแม่ตั้งครรภ์, การตั้งครรภ์ เมษายน 7, 2020 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

สารในครีมและเครื่องสำอาง-ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยง

สารในครีมและเครื่องสำอาง ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยง มาดูสิมีอะไรบ้าง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ กรกฎาคม 30, 2020 . เวลาในการอ่าน
วิธี-เตรียมตัวคลอด

ท้องแก่ใกล้คลอด ควร เตรียมตัวคลอด อย่างไร มาดูกันเลย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 26, 2020 . เวลาในการอ่าน
ดีเอชเอกับพัฒนาการของทารก-ความสำคัญ

ดีเอชเอ (DHA) สารอาหารสำคัญ ที่ไม่ได้มีดีแค่ พัฒนาสมองของลูกน้อย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 19, 2020 . เวลาในการอ่าน
วิตามินก่อนคลอด-คุณแม่ตั้งครรภ์

วิตามินก่อนคลอด สำคัญต่อคุณแม่ตั้งครรภ์อย่างไร

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 2, 2020 . เวลาในการอ่าน