ถ้าคุณกำลังตั้งครรภ์…แล้วอยากจะรู้ถึงพัฒนาการของทารกในครรรภ์ในแต่ละช่วงเวลา นี่คือสิ่งที่คุณแม่ควรรู้เกี่ยวกับ พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 25

พัฒนาการของทารกในครรภ์

ลูกจะเติบโตอย่างไร

ตอนนี้ทารกน้อยในครรภ์มีขนาดเท่ากับหัวผักกาดแดง ซึ่งมีน้ำหนักประมาณ 680 กรัม และสูงประมาณ 376 เซ็นติเมตร โดยวัดจากศีรษะถึงปลายเท้า

คุณอาจสังเกตเห็นว่าลูกน้อยในครรภ์ตื่นเป็นบางครั้ง แต่ส่วนใหญ่จะนอนหลับอยู่ตลอดเวลา คุณจะรู้สึกรู้สึกถึงความเคลื่อนไหวของลูกน้อยได้ง่ายขึ้นถ้าคุณอยู่นิ่งๆ การได้ยินของลูกกำลังพัฒนาต่อไป และตอนนี้สามารถได้ยินเสียงของคุณแล้ว

ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและรูปแบบการใช้ชีวิต

ร่างกายจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง

การตั้งครรภ์อาจทำให้คุณรู้สึกไม่สบายเนื้อไม่สบายตัว เนื่องจากเป็นอาการข้างเคียงที่เกี่ยวข้องกับการย่อยอาหาร ฮอร์โมนโปรเสจเตอโรนไม่เพียงแต่ทำให้ท้องคุณว่างเท่านั้น แต่ยังทำให้ลิ้นปิดเปิดกระเพาะอาการเกิดการคลายตัว จึงทำให้ปิดกระเพาะอาหารได้ไม่เต็มที่ จึงทำให้กรดในกระเพาะอาหารเคลื่อนตัวไปยังหลอดอาหาร ส่งผลให้เกิดกรดไหลย้อน (หรืออาการแสบร้อนกลางอก) ซึ่งอาจจะทำให้อาหารที่คุณชอบกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ ในช่วงเดือนท้ายๆ ของการตั้งครรภ์ มดลูกที่มีขนาดใหญ่ขึ้นจะสร้างแรงกดต่อกระเพาะอาการมากขึ้น คุณจึงควรแบ่งมื้ออาหารออกเป็นมื้อเล็กๆ ซึ่งควรกินให้บ่อยขึ้น และควรหลีกเลี่ยงอาหารมันๆ หรือรสจัด

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 25

ควรระมัดระวังอะไรบ้าง

ในช่วงเวลาเวลาของการตั้งครรภ์นี้ มักจะมีอะไรขึ้นๆ ลงๆ อยู่เสมอ แต่ไม่ใช่ทางด้านอารมณ์หรือร่างกายอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับพลังงานของคุณด้วย ความอ่อนเพลียในช่วงไตรมาสแรก แล้วไตรมาสที่ 2 ก็รู้สึกมีพลังและสบายเนื้อสบายตัวมากขึ้น นี่จึงเป็นเวลาที่เหมาะจำทำกิจกรรมต่างๆ อย่างเช่นการอออกกำลังกายหรือการมีเพศสัมพันธ์ แต่ในช่วงสามเดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ส่วนใหญ่จะเริ่มรู้สึกหนักอึ้ง และอยากจะเอนกายนอนบนโซฟาอย่างเดียว

ความอ่อนเพลียคือสัญญานเตือนของร่างกาย ซึ่งคุณควรให้ความสำคัญกับอาการนี้ คุณควรออกกำลังกายก็จริง แต่ควรเลือกให้เหมาะกับตัวเองและสุขภาพของคุณด้วย การวิ่งในขณะท้องว่างอาจทำให้คุณหัวทิ่มหัวตำได้ ฉะนั้นอย่าลืมเติมพลังก่อน รักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที ด้วยการทานอาหารว่างที่มีประโยชน์ (อย่างเช่น ขนมปังกรอบกับเนยแข็ง ผลไม้แห้ง โยเกิร์ตปั่น) ซึ่งจะช่วยเติมพลังงานให้คุณได้ดีกว่าคาเฟอีนหรือน้ำตาล ความรู้สึกเหนื่อยอ่อนในช่วงสามเดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์นั้น เป็นวิถีตามธรรมชาติในการประหยัดพลังงานเอาไว้ เพราะคุณต้องใช้พลังงานอย่างเยอะในตอนคลอดลูก และในอีกหลายปีหลังจากนั้น

การพบหมอ

ควรปรึกษาแพทย์อย่างไรบ้าง

ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 28 ของการตั้งครรภ์เป็นต้นไป คุณก็ควรตรวจสอบการเคลื่อนไหวของลูกน้อยในครรภ์วันละสองครั้ง คือในตอนเช้า (ซึ่งไม่ค่อยกระดุกกระดิกเท่าไหร่) และในตอนกลางคืน (ซึ่งจะเคลื่อนไหวเยอะหน่อย) ถามคุณหมอดูนะถึงวิธีตรวจสอบ หรือจะลองใช้วิธีต่อไปนี้ดูก็ได้ ตั้งนาฬิการจับเวลาแล้วเริ่มนับการเคลื่อนไหวของทารกในครรภ์ (ไม่ว่าจะเป็นการถีบ การสะบัด การเขย่า หรือการกลิ้งตัว) นับได้ถึง 10 แล้วหยุด พร้อมจดเวลาเอาไว้ด้วย โดยปกติแล้วคุณรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวได้ 10 ครั้งใน 10 นาที หรือบางครั้งก็อาจใช้เวลามากกว่านั้น ถ้าคุณนับได้ไม่ครบ 10 หลังจากตั้งเวลาเอาไว้ ก็ควรดื่มน้ำผลไม้หรือกินอะไรเบาๆ เดินไปเดินมาเล็กน้อย แล้วลูบพุงเล่นนิดนึง จากนั้นเอนกายนอน ทำตัวตามสบายแล้วนับต่อ ถ้าสองชั่วโมงผ่านไปแล้วยังนับได้ไม่ถึง 10 ก็ควรโทร.หาคุณหมอของคุณซะ ยิ่งใกล้วันครบกำหนดคลอดเมื่อไหร่ ก็ยิ่งต้องหมั่นเช็คการเคลื่อนไหวให้สม่ำเสมอ

ควรระมัดระวังอะไรบ้าง

จวบจนถึงตอนนี้ การไปพบคุณหมออย่างสม่ำเสมอกลายเป็นเรื่องปกติของคุณไปแล้ว คุณอาจคาดหวังให้คุณหมอตรวจสอบร่างกายตามรายการต่อไปนี้ แต่อาจมีอะไรที่แตกต่างจากนี้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความต้องการเป็นพิเศษของคุณด้วย

  • ชั่งน้ำหนักและวัดความดันโลหิต

  • ตรวจปัสสาวะเพื่อหาค่าน้ำตาลและโปรตีน

  • วัดอัตราการเต้นของหัวใจ

  • วัดขนาดมดลูกโดยการคลำจากภายนอก เพื่อดูว่าใกล้ถึงกำหนดคลอดหรือยัง

  • วัดความสูงของยอดมดลูก

  • อาการต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นกับคุณ โดยเฉพาะอาการที่ผิดปกติ

  • จัดเตรียมรายการข้อสงสัยและปัญหาที่คุณอยากซักถามคุณหมอไปให้พร้อม

สุขภาพและความปลอดภัย

ควรทำอย่างไรเพื่อให้สุขภาพดีและปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์

คุณสามารถยกน้ำหนักได้ในระหว่างการตั้งครรภ์ แต่ทำได้แบบจำกัดและควรได้รับอนุญาตจากคุณหมอก่อน การยกน้ำหนักเป็นรูปแบบการออกกำลังกายที่ทำให้ร่างกายแข็งแรงในช่วงตั้งครรภ์ และส่งผลดีต่อร่างกายหลังคลอดหลายอย่าง แค่อย่าลืมว่า เป้าหมายในการออกกำลังกายก็คือ รักษาน้ำหนักและเสริมสร้างกล้ามเนื้อ

ถ้าคุณมีความกังวลเกี่ยวกับการใช้โคลนพอกตัวหรือทรีทเม้นท์อื่นๆ ในสปาในหว่างที่ตั้งครรภ์ ก็โปรดจงรู้เอาไว้นะว่าจะปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัยนั้น ขึ้นอยู่กับวิธีการมากกว่า บางวิธีการก็ปลอดภัย บางวิธีก็อาจทำให้รู้สึกเจ็บมากกว่าปกติ นอกจากนี้วิธีการบางอย่าง อย่างเช่น การอาบโคลนก็เป็นอะไรที่ไม่ควรทำในระหว่างตั้งครรภ์ ทรีทเม้นท์ในสปาใดๆ ที่ทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้น อย่างเช่น การอาบโคลน การอาบส่าหร่าย ซาวน่า หรือการอาบน้ำร้อน อาจจะไม่ปลอดภัยสำหรับการตั้งครรภ์ เนื่องจากวิธีการทั้งหมดนี้อาจทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ และอุณหภูมิก็อาจจะร้อนเกินไปก็ได้

แล้วในสัปดาห์ต่อไปลูกน้อยจะมีพัฒนาการอย่างไรต่อไปนะ

Hello Health Groupไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: มกราคม 1, 2019 | Last Modified: มกราคม 1, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน