ถ้าคุณกำลังตั้งครรภ์…แล้วอยากจะรู้ถึงพัฒนาการของทารกในครรรภ์ในแต่ละช่วงเวลา นี่คือสิ่งที่คุณแม่ควรรู้เกี่ยวกับ พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 28

พัฒนาการทารกในครรภ์

ลูกจะเติบโตอย่างไร

ตอนนี้ลูกน้อยของคุณมีขนาดเท่ากับมะเขือม่วงลูกใหญ่ๆ ซึ่งจะหนักประมาณ 1 กิโลกรัม และสูงประมาณ 38 เซ็นติเมตร โดยวัดตั้งแต่ศีรษะถึงส้นเท้า

ในการนัดตรวจครรภ์ครั้งต่อไป คุณหมออาจบอกคุณก็ได้ว่าลูกน้อยในครรภ์กำลังอยู่ในท่าทางไหน ซึ่งถ้าเด็กคนไหนอยู่ในท่าที่เอาก้นลง ก็อาจจำเป็นต้องผ่าท้องคลอด ลูกน้อยของคุณยังมีเวลาอีก 2 เดือนในการเปลี่ยนท่าทาง ฉะนั้นถ้าตอนนี้เขาอยู่ในท่าที่เอาก้นลง ก็ยังไม่ต้องกลุ้มใจอะไร ทารกในครรภ์ส่วนใหญ่มักจะเปลี่ยนท่ากันได้เอง

รอยหยักและร่องสมองของทารกในครรภ์ยังคงพัฒนาและเติบโตต่อไป นอกจากนี้ชั้นไขมันและเส้นผมยังมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและรูปแบบการใช้ชีวิต

ร่างกายจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง

คุณหมออาจส่งคุณไปตรวจเลือดในช่วงแรกๆ ของการตั้งครรภ์ เพื่อทำการหากรุ๊ปเลือด Rh ซึ่งเป็นสสารชนิดหนึ่งที่พบในเซลล์เม็ดเลือดแดงของผู้คนส่วนใหญ่ ถ้าคุณมีกรุ๊ปเลือด Rh negative แต่ลูกของคุณมีกรุ๊ปเลือด Rh positive ลูกของคุณก็มีแนวโน้มจะมีปัญหาสุขภาพ อย่างเช่น โรคดีซ่านและโรคโลหิตจาง คุณอาจฉีดวัคซีนให้คุณเพื่อป้องกันปัญหาพวกนี้ วัคซีนนี้มีชื่อเรียกว่า Rh immune globulin ซึ่งจะฉีดในช่วงสัปดาห์ที่ 28 และฉีดอีกครั้งหลังคลอดบุตรแล้ว

พัฒนาการทารกในครรภ์ สัปดาห์ที่ 28

ควรระมัดระวังอะไรบ้าง

หน้าท้องไม่เป็นอวัยวะเพียงอย่างเดียวที่จะมีขนาดใหญ่ขึ้นในระหว่างการตั้งครรภ์ เท้าและข้อเท้าของคุณก็จะบวมขึ้นด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเย็นๆ อาการบวมนี้ไม่มีอันตรายอะไร แต่จะรบกวนการใช้ชีวิตของคุณหน่อย อาการนี้อาจทำให้คุณใส่รองเท้าและนาฬิการข้อมือได้ยากขึ้น แหวนอาจจะคับขึ้นและถอดออกจากนิ้วได้ยาก อาการบวมนิดหน่อยของเท้า ข้อเท้า และมือ ถือเป็นเรื่องปกติ ซึ่งมีสาเหตุมาจากมีของเหลวที่จำเป็นในการตั้งครรภ์เพิ่มขึ้น ซึ่งมีผู้หญิง 75% เกิดอาการบวมในระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ 26 อาการบวมจะแย่ลงถ้าอากาสร้อน หรือใช้เวลายืนหรือนั่งเป็นเวลานานๆ และอาการบวมก็จะไม่หายไปหลังจากนอนพักสองสามชั่วโมง หรือนอนพักผ่อนในตอนกลางคืน

นี่คือเทคนิคดีๆ ที่จะช่วยให้คุณลดอาการบวมลงได้

  • พักเท้าและสะโพก
  • ยกเท้าขึ้นในขณะนั่ง
  • หาเวลาพักอย่างสม่ำเสมอ โดยการนอนตะแคงข้าง
  • สวมเสื้อผ้าที่ใส่สบายๆ
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ
  • ลดระดับน้ำในร่างกาย นี่อาจฟังขัดกับความรู้สึก แต่เป็นเรื่องจริง ยิ่งดื่มน้ำเยอะร่างกายก็จะเก็บกักน้ำเอาไว้น้อยลง
  • ลองใส่ถุงน่องที่ช่วยพยุงขา เพื่อลดอาการบวมลง

การพบหมอ

ควรปรึกษาแพทย์อย่างไรบ้าง

ถ้าอาการบวมมีอาการแย่ลง คุณควรรีบไปพบคุณหมอทันที อาการบวมมากเกินไปอาจเป็นสัญญานของภาวะครรภ์เป็นพิษ เมื่อมีอาการอย่างอื่นร่วมด้วยอีกอย่างสองอย่าง ซึ่งก็ได้แก่น้ำหนักขึ้น มีความดันโลหิตสูง และมีโปรตีนในปัสสาวะ ถ้าความดันโลหิตและปัสสาวะของคุณปกติ (ที่ทำการทดสอบเมื่อตอนฝากครรภ์) คุณก็ไม่จำเป็นต้องเป็นกังวล แต่ถ้ามีอาการเหล่านั้นเกิดขึ้น ก็ควรโทร.ไปปรึกษาคุณหมอได้เลย

การทดสอบใดที่ควรรู้

คุณหมออาจต้องการดูผลตรวจร่างกายตามปกติ ซึ่งก็ได้แก่…

  • ชั่งน้ำหนักและวัดความดันโลหิต
  • ตรวจปัสสาวะเพื่อหาค่าน้ำตาลและโปรตีน
  • วัดอัตราการเต้นของหัวใจ
  • วัดขนาดมดลูกโดยการคลำจากภายนอก เพื่อดูว่าใกล้ถึงกำหนดคลอดหรือยัง
  • วัดความสูงของยอดมดลูก
  • ตรวจหาเส้นเลือดขอดที่ขา รวมทั้งอาการบวมที่มือและเท้า
  • ตรวจหาโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์
  • ตรวจเลือดเพื่อดูว่ามีภาวะโลหิตจางหรือไม่
  • ฉีดวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ
  • อาการต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นกับคุณ โดยเฉพาะอาการที่ผิดปกติ
  • จัดเตรียมรายการข้อสงสัยและปัญหาที่คุณอยากซักถามคุณหมอไปให้พร้อม

สุขภาพและความปลอดภัย

ควรทำอย่างไรเพื่อให้สุขภาพดีและปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์

  • การฉีดโบท็อกซ์

การตั้งครรภ์อาจทำให้คุณมีริ้วรอยและรอยแตกลาย ที่อาจทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจ ฉะนั้นคุณจึงอาจอยากฉีดโบท็อกซ์ในช่วงนี้ แต่อาจจะเป็นกังวลว่าจะเป็นอันตรายต่อลูกน้อยในครรภ์หรือเปล่า ยังไม่งานศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการฉีดโบท็อกซ์ของผู้หญิงตั้งครรภ์ ถ้าคุณฉีดโบท็อกซ์ก่อนที่จะตั้งครรภ์ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรกับลูกน้อยในครรภ์ ผลการศึกษาวิจัยแสดงให้เห็นว่า เวลาที่ฉีดโบท็อกซ์กับกล้ามเนื้อบนใบหน้านั้น ถ้าใช้ในปริมาณเล็กน้อยก็ไม่ส่งผลกับระบบหมุนเวียนทั่วร่างกาย ฉะนั้นจึงไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อลูกน้อย แต่เนื่องจากยังขาดข้อมูลในเรื่องนี้ ทางที่ดีจึงควรรอให้คลอดก่อน แล้วจึงค่อยฉีดโบท็อกซ์

  • การใส่ส้นสูง

คุณไม่ควรใส่ส้นสูง (แม้จะไม่ได้เป็นแบบส้นแหลมก็ตาม) ในระหว่างการตั้งครรภ์ การเดินของคุณอาจเปลี่ยนไปและเดินได้ไม่ค่อยมั่นคง เนื่องจากน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้รูปร่างเปลี่ยน และจุดศูนย์ถ่วงเกิดการเปลี่ยนแปลง และด้วยความที่เส้นเอ็นมักจะคลายตัวในระหว่างการตั้งครรภ์ จึงอาจทำให้เกิดความไม่มั่นคงและกล้ามเนื้อฉีกได้

การหกล้มในขณะตั้งครรภ์อาจทำให้คุณและลูกน้อยบาดเจ็บได้ ฉะนั้นจึงควรคิดให้ดีก่อนจะใส่ส้นสูง ถ้าคุณตัดสินใจที่จะใส่ส้นสูง ก็ควรใส่แบบส้นเตี้ยๆ และควรคำนึงถึงความสวมสบาย และความปลอดภัยด้วย

แล้วในสัปดาห์ต่อไปลูกน้อยจะมีพัฒนาการอย่างไรต่อไปนะ

Hello Health Groupไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: มกราคม 1, 2019 | Last Modified: มกราคม 1, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย