การดูแลตัวเองหลังคลอด

แม้ว่าจะผ่านช่วงเวลาแห่งการคลอดไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณแม่จะควรหยุดดูแลตัวเอง เพราะ การดูแลตัวเองหลังคลอด ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กับการดูแลขณะตั้งครรภ์เลยทีเดียว เรียนรู้ข้อมูลสุขภาพดี ๆ เกี่ยวกับ การดูแลตัวเองหลังคลอด สำหรับคุณแม่ ได้ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

การดูแลตัวเองหลังคลอด

อาหารคุณแม่หลังคลอด เป็นอาหารที่สำคัญต่อการฟื้นฟูร่างกายจากการบาดเจ็บขณะคลอด ช่วยเสริมความแข็งแรงของกระดูกและสร้างเม็ดเลือด ทั้งยังช่วยในการผลิตน้ำนมสำหรับทารกแรกเกิด คุณแม่จึงควรกินอาหารที่มีสารอาหารที่หลากหลายทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต น้ำ วิตามินและเกลือแร่ เป็นประจำทุกวัน เพื่อฟื้นฟูสุขภาพร่างกายให้สมบูรณ์ อาหารคุณแม่หลังคลอด ควรประกอบไปด้วยอะไรบ้าง คุณแม่หลังคลอดควรกินอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่หลากหลายทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต น้ำ วิตามินและเกลือแร่ โดยคุณแม่หลังคลอดต้องการพลังงานประมาณ 1,800-2,000 แคลอรี่/วัน เพื่อฟื้นฟูร่างกายที่ได้บาดเจ็บจากการคลอดลูกและสำหรับให้นมลูก โดยสารอาหารที่ควรได้รับหลังคลอด อาจมีดังนี้ คาร์โบไฮเดรตที่อุดมไปด้วยแป้งและใยอาหาร เช่น ธัญพืชไม่ขัดสี ผักและผลไม้ เมล็ดพืช ขนมปังโฮลเกรน ผักใบเขียว เพื่อเพิ่มพลังงานและช่วยในการขับถ่าย โปรตีน เช่น ถั่ว เนื้อสัตว์ไม่ติดมันและไม่ติดหนัง อาหารทะเล ไข่ ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและฟื้นฟูร่างกายจากการคลอดลูก น้ำ คุณแม่หลังคลอดและให้นมลูกอาจเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ เนื่องจากร่างกายต้องการน้ำมากเพื่อใช้ในการผลิตนน้ำนม คุณแม่จึงควรดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อย 2.7 ลิตร/วัน แคลเซียม ควรได้รับ 1,000 มิลลิกรัม/วัน จากอาหาร เช่น นมไขมันต่ำ ชีส โยเกิร์ต เพื่อเสริมสร้างและรักษาความแข็งแรงของกระดูกของคุณแม่หลังคลอด เนื่องจากในระหว่างตั้งครรภ์ทารกจะดึงเอาแคลเซียมจากคุณแม่จึงอาจทำให้กระดูกคุณแม่อ่อนแอลง ธาตุเหล็ก ควรได้รับ 9-10 […]

หัวข้อ การดูแลตัวเองหลังคลอด เพิ่มเติม

การดูแลตัวเองหลังคลอด

แผลคลอดธรรมชาติกี่วันหาย อาจเป็นคำถามที่พบได้บ่อยของคุณแม่ใกล้คลอดหรือเพิ่งคลอดใหม่ ๆ โดยปกติแล้ว แผลคลอดธรรมชาติอาจใช้เวลาในการฟื้นตัวประมาณ 2-3 สัปดาห์ และแผลจะเริ่มหายสนิทเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 6-8 สัปดาห์ แต่ทั้งนี้อาจขึ้นอยู่กับการดูแลแผลของแต่ละคนด้วยเช่นกัน หากดูแลแผลไม่ดีอาจทำให้แผลฉีกขาด มีเลือดออกมากและแผลหายช้าได้ แผลคลอดธรรมชาติกี่วันหาย การคลอดแบบธรรมชาติอาจทำให้เกิดบาดแผลบริเวณระหว่างช่องคลอดและทวารหนัก เนื่องจากเมื่อตัวทารกเคลื่อนออกมา ผิวหนังบริเวณช่องคลอดจะขยายออกและฉีกขาด ซึ่งอาจทำให้คุณแม่รู้สึกเจ็บปวดระหว่างคลอด และหลังจากการคลอดอาการปวดอาจเพิ่มขึ้นเนื่องจากคุณหมออาจจำเป็นต้องกรีดบริเวณระหว่างช่องคลอดและทวารหนักเพื่อขยายช่องให้ทารกสามารถออกมาได้ง่ายขึ้น สำหรับแผลคลอดธรรมชาติกี่วันหายนั้น โดยปกติหลังจากคุณหมอเย็บแผลหลังคลอด คุณแม่อาจต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลประมาณ 2 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคุณหมอ และหลังจากกลับบ้านอาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ในการฟื้นตัวอย่างเต็มที่ และแผลคลอดธรรมชาติอาจต้องใช้เวลาประมาณ 6-8 สัปดาห์ ถึงจะหายสนิท การดูแลแผลคลอดธรรมชาติ หลังจากการคลอดธรรมชาติคุณแม่หลายคนอาจมีอาการเจ็บปวดแผล โดยวิธีเหล่านี้อาจช่วยบรรเทาอาการได้ การอยู่ไฟ เป็นวิธีที่จะช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกาย ขับน้ำคาวปลา บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ ช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น และป้องกันปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นตามมา เช่น อาการชาที่มือและเท้า อาการหนาวสะท้าน ผิวบวมช้ำ โดยใช้เวลาประมาณ 7-15 วัน วันละประมาณ 6-7 ชั่วโมง ไม่ควรออกไปข้างนอก เพราะอาจทำให้ร่างกายปรับสมดุลไม่ทันส่งผลให้เจ็บป่วยได้ ซึ่งการอยู่ไฟอาจช่วยบรรเทาอาการต่าง ๆ ดังนี้ การนวดประคบ คือ การนำสมุนไพรต่าง ๆ เช่น ขมิ้น […]

การดูแลตัวเองหลังคลอด

อยู่ไฟหลังคลอด เป็นศาสตร์การแพทย์แผนไทยโบราณ ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในวิธีการช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายของคุณแม่หลังจากคลอดลูก โดยในปัจจุบันอาจมีรูปแบบและวิธีการที่แตกต่างออกไปจากสมัยก่อน และสามารถทำได้สะดวกยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม คุณแม่ไม่ควรอยู่ไฟหลังคลอดขณะมีไข้สูงหรืออ่อนเพลียมาก เพราะอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ รวมทั้งควรทำการอยู่ไฟภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ อยู่ไฟหลังคลอด คืออะไร อยู่ไฟหลังคลอด คือ การช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายที่อ่อนล้าของคุณแม่ตั้งครรภ์หลังคลอด โดยการใช้ความร้อนและสมุนไพรต่าง ๆ เพื่อช่วยคลายกล้ามเนื้อที่ปวดเมื่อยจากการตั้งครรภ์มาเป็นระยะเวลา 9 เดือน  ในสมัยก่อน ผู้หญิงหลังคลอดต้องนอนบนกระดาน เอากองถ่านร้อน ๆ มาวางไว้ข้างเตียงในห้องปิดมิดชิดไม่มีที่ระบายอากาศ ซึ่งในปัจจุบันไม่จำเป็นจะต้องอยู่ภายในกระโจมหรือกระท่อมเพื่ออยู่ไฟ แต่อาจนำสมุนไพรไทยไปต้มน้ำเพื่อให้ได้ไอความร้อน และตั้งสมุนไพรที่ต้มแล้วไว้ใกล้ตัวในห้องที่อากาศถ่ายเทสะดวก หรือใช้กระเป๋าน้ำร้อนวางไว้บริเวณหน้าท้อง อย่างไรก็ตาม การอยู่ไฟหลังคลอดอาจให้คุณประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายคุณแม่หลังคลอดในระยะยาวด้วย เช่น อาจช่วยลดความรู้สึกหนาวสั่นในกระดูก และระบายของเสียที่สะสมอยู่ในร่างกาย ระยะเวลาการอยู่ไฟหลังคลอด หากผู้ที่คลอดตามธรรมชาติควรอยู่ไฟหลังคลอดไปแล้วประมาณ  7 วัน แต่ไม่เกิน 3 เดือน แต่สำหรับผู้ที่ผ่าคลอดควรทำในช่วงหลังคลอดประมาณ 1 เดือน โดยควรทำหลังจากที่แผลผ่าตัดหายดีแล้ว เนื่องจากหากแผลยังไม่หายดีอาจเกิดการอักเสบของแผล ทำให้แผลเปิดและติดเชื้อได้ แต่ไม่เกิน 3 เดือนเช่นกัน และควรอยู่ไฟทุกวันติดต่อกันประมาณ 5-10 วัน  วิธีการทำอยู่ไฟหลังคลอด  โดยการอยู่ไฟหลังคลอดนั้น อาจทำด้วยวิธีดังนี้  การนวดและประคบสมุนไพร ซึ่งอาจช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยร่างกาย และผ่อนคลายกล้ามเนื้อ รวมถึงอาจช่วยประคบรอบ ๆ เต้านม เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดบริเวณเต้านม […]

การดูแลตัวเองหลังคลอด

การผ่าคลอด คือการผ่าตัดบริเวณหน้าท้องส่วนล่างเพื่อนำทารกออกมาจากท้องคุณแม่ ซึ่งเป็นทางเลือกหนึ่งหากคุณแม่ไม่ต้องการหรือไม่สามารถคลอดบุตรแบบธรรมชาติได้  หลังจากผ่าคลอดเสร็จสิ้น คุณแม่ควรดูแล แผลผ่าคลอด ตามคำแนะนำของคุณหมออย่างเคร่งครัด ด้วยการทำความสะอาดแผลอย่างถูกวิธี และไม่ควรเคลื่อนไหวร่างกายมากเพราะอาจส่งผลให้แผลเปิด เสี่ยงการติดเชื้อได้ง่าย ลักษณะของแผลผ่าคลอด แผลผ่าคลอด มีลักษณะเป็นรอยแผลยาวแนวนอนบริเวณหน้าท้องส่วนล่าง หรือแนวตั้งจากสะดือถึงหน้าท้องส่วนล่าง ซึ่งอาจมีความยาวประมาณ 10-20 เซนติเมตร สาเหตุที่คุณหมอจำเป็นต้องกรีดแผลยาวเพื่อจะได้นำทารกออกจากท้องคุณแม่ได้ง่ายขึ้น แผลผ่าคลอดอาจใช้เวลาประมาณ 6-10 สัปดาห์กว่าจะหาย หรือในบางกรณีอาจนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับว่าดูแลและทำความสะอาดแผลได้ถูกต้องตามคำแนะนำของคุณหมอหรือไม่ แผลผ่าคลอดถือเป็นแผลผ่าตัดขนาดใหญ่ที่อาจเสี่ยงติดเชื้อได้ง่าย คุณแม่จึงควรสังเกตอาการผิดปกติเป็นประจำ หากแผลแย่ลงหรือมีอาการอื่น ๆ ควรรีบเข้าพบคุณหมอทันที ภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าคลอด ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้หลังผ่าคลอด อาจมีดังนี้ เลือดออกจากช่องคลอด เป็นภาวะปกติที่อาจมีเลือดออกบริเวณมดลูก ควรใช้ผ้าอนามัยเพื่อป้องกันเลือดซึมเปื้อนเสื้อผ้า และควรหลีกเลี่ยงการใส่ผ้าอนามัยแบบสอดในช่วง 6 สัปดาห์แรกหลังคลอด เพราะอาจส่งผลให้เกิดการติดเชื้อ กรณีที่มีเลือดออกรุนแรงอาจจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อทำให้เลือดหยุดไหล การติดเชื้อ การติดเชื้อทั่วไปอาจส่งผลให้คุณแม่เกิดอาการเจ็บปวด แผลบวม มีรอยแดง และมีหนองไหล แต่หากเกิดการติดเชื้อในเยื่อบุมดลูก อาจมีไข้ขึ้น ปวดท้อง มีตกขาวและเลือดออกทางช่องคลอด แต่ไม่ว่าจะเป็นการติดเชื้อแบบใดก็ควรรับการตรวจจากคุณหมอทันที เพราะอาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงขึ้นได้ อาการปวด คุณแม่อาจรู้สึกปวดบริเวณแผลผ่าคลอด โดยเฉพาะเมื่อแผลได้รับแรงสั่นสะเทือนจากการหัวเราะ การไอ เป็นต้น ลิ่มเลือดอุดตัน เป็นอาการที่พบได้ยาก แต่อาจส่งผลให้คุณแม่บางคนมีลิ่มเลือดอุดตันบริเวณขาจนทำให้ขาปวดบวม หากปล่อยไว้นาน ลิ่มเลือดอาจไหลไปที่ปอด และก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของคุณแม่ได้ อันตรายต่อกระเพาะปัสสาวะ เป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้ยาก แต่หากเป็นแล้ว […]

การดูแลตัวเองหลังคลอด

คุณแม่หลังคลอดทุกคนมักอยากกลับมามีรูปร่างที่ฟิตแอนด์เฟิร์มกันเหมือนเดิม แต่หลายคนอาจไม่แน่ใจว่า หลังจากคลอดลูกน้อยแล้วสามารถออกกำลังกายได้หรือไม่ ซึ่งการออกกำลังกายหลังคลอดนั้นสามารถทำได้ ที่สำคัญ การออกกำลังกายหลังคลอดควรคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อคุณแม่เอง โดยเฉพาะท่าออกกำลังกาย ออกกำลังกายหลังคลอด ควรปฎิบัติหรือไม่ การออกกำลังกายหลังคลอดเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติ เพราะมีประโยชน์มากมายสำหรับร่างกายคุณแม่ รวมไปถึงสุขภาพจิตที่ดีด้วย แต่ควรออกกำลังกายเมื่อผ่านพ้นไปแล้วประมาณ 6 สัปดาห์ ซึ่งหากคุณแม่ท่านใดผ่าคลอด คลอดยาก หรือมีภาวะแทรกซ้อนอาจจะต้องใช้เวลานานกว่านั้น ผลดีของการออกกำลังกายหลังคลอด ลดน้ำหนัก กำจัดสัดส่วนที่เกิน โดยไม่ต้องอดอาหาร ปรับสมรรถภาพหัวใจ และหลอดเลือด ฟื้นฟูความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ปรับสภาพกล้ามเนื้อหน้าท้อง ป้องกันอาการปวดหลัง ปรับอารมณ์ของคุณแม่ให้คลายเครียด และช่วยป้องกันภาวะซึมเศร้าหลังคลอด ทำให้นอนหลับได้ดียิ่งขึ้น ประเภทของการออกกำลังกายหลังคลอด เดินเร็ว – สิ่งที่จำเป็นต้องมี คือรองเท้าที่ใส่สบาย ไม่คับหรือหลวมจนเกินไป ว่ายน้ำ – การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ดี ส่งผลกระทบน้อย และดีสำหรับคุณแม่หลังคลอดด้วย ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย แอโรบิคในน้ำ – เหมือนการเล่นแอโรบิคทั่วไป แต่ลงไปเล่นในน้ำแทน พิลาทิส – การออกกำลังกายที่คล้ายโยคะ แต่พิลาทิสเน้นที่ท่าทางในการฝึกสมดุล และความยืดหยุ่น เน้นการสร้างความแข็งแรงบริเวณหน้าท้อง และกระดูกสันหลัง แถมพิลาทิสยังมีอุปกรณ์การเล่นโดยเฉพาะอีกด้วย โยคะ – เสริมสร้างความแข็งแรง […]

การดูแลตัวเองหลังคลอด

หน้าท้องแตกลายหลังคลอด เป็นปัญหาสุขภาพผิวหนังที่เกิดจากการขยายตัวของหน้าท้องอย่างรวดเร็วเนื่องจากขนาดครรภ์ที่ใหญ่ขึ้น เมื่อผิวหนังมีการยืดออกอย่างรวดเร็วจึงทำให้ชั้นอีลาสตินและคอลาเจนฉีกขาด จนเกิดเป็นรอยแตกลายเห็นบริเวณหน้าท้อง อาการหน้าท้องแตกลายมักค่อย ๆ จางลงไปเองหลังคลอดแต่มักไม่หายไปไปอย่างถาวร แต่ทั้งนี้ ระหว่างตั้งครรภ์และหลังคลอดอาจเลือกบำรุงผิวเพื่อช่วยบรรเทาอาการหน้าท้องแตกลาย [health-tool template="due-date"] หน้าท้องแตกลายหลังคลอด เป็นอย่างไร รอยแตกลาย คือ ริ้วรอยที่จัดอยู่ในกลุ่มของรอยแผลเป็นชนิดหนึ่ง มีสีตั้งแต่สีดำ สีน้ำตาล สีชมพู สีน้ำเงิน หรือสีม่วง รอยแตกลายเหล่านี้เกิดจากสาเหตุหลัก ๆ คือการยืดตัวของผิวหนังที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนทำให้ชั้นอีลาสตินและคอลลาเจนฉีกขาด เกิดเป็นรอยแผลเป็น หรือที่เรียกกันว่ารอยแตกลายนั่นเอง หากเกิดที่หน้าท้องก็จะเรียกว่า หน้าท้องแตกลาย อย่างไรก็ตาม รอยแตกลายนี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นแค่เพียงหน้าท้องเท่านั้น แต่ยังสามารถเกิดในบริเวณเหล่านี้ได้ด้วย หน้าอก แขน ก้นสะโพก ต้นขา หลังส่วนล่าง ด้วยเหตุนี้ หน้าท้องแตกลาย จึงไม่เพียงพบในผู้หญิงตั้งครรภ์เท่านั้น แต่ผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน ก็สามารถพบกับการแตกลายของหน้าท้องหรือบริเวณต่าง ๆ ได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของขนาดครรภ์มีส่วนทำให้ผิวหนังยืดออก ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์จึงมีแนวโน้มที่จะมีหน้าท้องแตกลายมากกว่าคนทั่วไป หน้าท้องแตกลายหลังคลอด หายเองได้หรือไม่ ดังที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่า รอยแตกลายถือเป็นรอยแผลเป็นชนิดหนึ่ง และรอยแผลเป็นไม่สามารถที่จะหายไปเองได้ อาจจะมีการจางลงไปบาง แต่ไม่หายขาดอย่างแน่นอน รอยแตกลายก็เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ด้วยเทคโนโลยีในยุคสมัยนี้ ทำให้สามารถลบรอยแตกลายที่หน้าท้องหรือตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ด้วยการเลเซอร์ แต่วิธีการดังกล่าวก็มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง […]

การดูแลตัวเองหลังคลอด

หลังการผ่าคลอด คุณแม่ควรพักฟื้นและได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังควรดูแลตัวเองด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และออกกำลังกายเบา ๆ เช่น โยคะหลังผ่าคลอด เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูได้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม ขณะออกกำลังกายควรระมัดระวัง ไม่ออกกำลังกายหนักเกินไป และควรเริ่มออกกำลังกายเมื่อคุณหมออนุญาตแล้วเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพตามมาในภายหลัง [health-tool template="due-date"] หลังผ่าคลอด ออกกำลังกายได้หรือไม่ หลังจากผ่าคลอด คุณแม่หลายท่านอาจสงสัยว่าจะสามารถกลับมาเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายได้อีกไหม เนื่องจากสภาพร่างกายอาจจะไม่เหมือนช่วงก่อนที่จะตั้งครรภ์ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว หลังจากคลอด คุณแม่สามารถออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมเบา ๆ ได้ เพื่อให้ร่างกายสามารถฟื้นตัวได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม คุณแม่ที่ต้องผ่าคลอด อาจจะยังไม่สามารถออกกำลังกายได้ในทันที จำเป็นจะต้องรอให้แผลผ่าตัดสมานตัวดีก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด  โยคะหลังผ่าคลอด อันตรายหรือไม่ คุณแม่หลายท่านอาจรู้สึกว่าโยคะเป็นกิจกรรมที่ไม่ต้องออกแรงหรือเคลื่อนไหวมากนัก หลังคลอดคงจะสามารถกลับมาทำโยคะได้เลยทันที แต่ในความเป็นจริงแล้ว โยคะเป็นกิจกรรมที่ต้องอาศัยความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออยู่ไม่น้อย ดังนั้น สภาพกล้ามเนื้อของคุณแม่หลังคลอดแต่ละท่านอาจจะมีการฟื้นตัวไม่เท่ากัน ฉะนั้น ก่อนที่คุณแม่เพิ่งคลอดจะเล่นโยคะ ก็ต้องคำนึงถึงระดับการฟื้นตัวของสภาพร่างกายหลังคลอดและคำแนะนำของคุณหมอด้วย โดยเฉพาะคุณแม่ที่ผ่าคลอด อาจจะยังไม่สามารถทำโยคะได้ทันที เนื่องจากแผลผ่าตัดยังไม่หายดี ระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับการทำโยคะหลังคลอด ควรอยู่ที่ระหว่าง 6-8 สัปดาห์ หรือตามคำแนะนำของคุณหมอ โยคะหลังผ่าคลอด ดีอย่างไร การทำโยคะหลังผ่าคลอด มีส่วนช่วยฟื้นฟูร่างกายคุณแม่หลังคลอดหลายประการ ดังนี้ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ หลังผ่าคลอด ร่างกายของคุณแม่มักจะมีอาการปวดเมื่อยตามบริเวณคอ บ่า ไหล่ หรือหลังส่วนล่าง การโหมทำกิจกรรมหนัก ๆ จึงเสี่ยงทำให้อาการปวดเมื่อยดังกล่าวแย่ลง แต่แน่นอนว่าไม่ใช่กับการทำโยคะ […]

การดูแลตัวเองหลังคลอด

ผมร่วงหลังตั้งครรภ์ เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในคุณแม่หลังคลอด เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนภายในร่างกาย ทั้งนี้ อาการผมร่วงจะเกิดขึ้นประมาณ 2-3 เดือนเท่านั้นหลังคลอดบุตรแล้ว และไม่ได้เป็นสัญญาณอันตรายต่อปัญหาสุขภาพใด ๆ อย่างไรก็ตาม หลังคลอดบุตร คุณแม่สามารถดูแลตนเองเพื่อให้ผมมีสุขภาพดีและลดโอกาสผมร่วงหลังตั้งครรภ์ซึ่งอาจทำให้รู้สึกกังวลใจได้ [health-tool template="ovulation"] ผมร่วงหลังตั้งครรภ์  (Postpartum Hair Loss) เกิดจากอะไร? อาการผมร่วงหลังตั้งครรภ์ เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และ ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ หลังคลอดบุตรแล้ว เมื่อระดับฮอร์โมนลดลง อาการผมร่วงจะหายไป และร่างกายจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ทั้งนี้ ไม่มีวิตามินหรืออาหารเสริมตัวใดที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ คุณแม่ทำได้เพียงอดทนและรอเวลาเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หากภายในระยะเวลา 1 ปี คุณแม่ยังมีอาการผมร่วงอยู่ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อหารับคำแนะนำหาแนวทางการแก้ไข  เคล็ดลับการดูแล อาการผมร่วงหลังตั้งครรภ์ อาการผมร่วงหลังตั้งครรภ์ เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่หากคุณแม่มีความกังวลใจ สามารถรับมือกับปัญหาดังกล่าวได้ด้วยเคล็ดลับดังต่อไปนี้  เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เพียงพอ เน้นรับประทานอาหารที่อุดมด้วยโปรตีน เพื่อช่วยเสริมสร้างกระบวนการเจริญเติบโตของเส้นผม ใช้หวีซี่ห่าง เพื่อลดแรงเสียดทานขณะหวีผม ช่วยแก้ปัญหาผมพันกัน ลดปัญหาผมขาดหลุดร่วง ใช้ผ้าคาดผมหรือปิ่นปักผมแทนการใช้ยางรัดผม และควรหลีกเลี่ยงการดึงผมเป็นหางม้ารวบตึง หลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนกับเส้นผม เช่น ใช้ไดร์เป่าผม เครื่องม้วนผม […]

การดูแลตัวเองหลังคลอด

นมแม่ ถือเป็นนมที่ดีที่สุดสำหรับทารก และไม่มีสารอาหารใดที่จะใกล้เคียงกับน้ำนมแม่ได้ ดังนั้น เพื่อให้น้ำนมแม่มีคุณภาพดี และเพื่อให้คุณแม่มีสุขภาพที่ดีด้วย การเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์จึงถือเป็นสิ่งสำคัญ ยิ่งเลือกกิน อาหารบำรุงน้ำนม ก็จะยิ่งสุขภาพดีทั้งแม่และเด็ก ดังนั้น คุณแม่ควรศึกษาว่าอาหารบำรุงน้ำนมนั้นมีอะไรบ้าง โภชนาการสำหรับคุณแม่ให้นมลูก มีสารอาหารสำคัญหลายชนิดที่แม่ให้นมลูก ควรกินให้ครบถ้วนและหลากหลาย เพื่อเสริมให้น้ำนมมีคุณภาพ และมีปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของลูกน้อย รวมทั้งเพื่อให้สุขภาพของคุณแม่แข็งแรง  สารอาหารสองกลุ่มที่จัดเป็นสารอาหารบำรุงน้ำนมควรรับประทานมีดังนี้ สารอาหารกลุ่มที่หนึ่ง สารอาหารกลุ่มนี้เป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อลูกน้อย โดยสารอาหารในกลุ่มนี้จะถูกส่งผ่านไปยังน้ำนม ช่วยให้น้ำนมมีความเข้มข้นขึ้น แต่ถ้าหากคุณแม่ได้รับสารอาหารเหล่านี้ไม่เพียงพอ เด็กก็จะไม่ได้รับสารอาหารเหล่านี้ผ่านทางน้ำนม ได้แก่ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 โคลีน (Choline) วิตามินเอ วิตามินดี ซีลีเนียม ไอโอดีน สารอาหารกลุ่มที่สอง สารอาหารในกลุ่มนี้ไม่ได้มีส่วนช่วยเพิ่มความเข้มข้นของน้ำนมแม่เช่นเดียวกับสารอาหารกลุ่มที่หนึ่ง แต่สารอาหารในกลุ่มที่สองนี้จะเน้นเสริมสร้างสุขภาพของแม่ให้นมลูก ได้แก่ โฟเลต แคลเซียม ธาตุเหล็ก ทองแดง สังกะสี อาหารบำรุงน้ำนม มีอะไรบ้าง แม่ให้นมลูก ควรเน้นกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อน้ำนมและสุขภาพของตนเอง ดังนี้ ธัญพืชไม่ขัดสี ธัญพืชไม่ขัดสีแบบเต็มเมล็ด หรือโฮลเกรน (Whole Grains) เป็นอาหารที่มีส่วนช่วยในการกระตุ้นการทำงานของฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ในการผลิตน้ำนม การกินธัญพืชที่ไม่ขัดสีเป็นประจำ สามารถช่วยในการผลิตน้ำนมได้ มากไปกว่านั้น ยังมีไฟเบอร์ที่ช่วยให้รู้สึกอิ่มได้นานขึ้น ปลา ปลา เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญที่มีประโยชน์หลายชนิด […]

การดูแลตัวเองหลังคลอด

หลังผ่าคลอด คือช่วงเวลาหลังการผ่าตัดเพื่อนำทารกออกมาจากครรภ์มารดา อาจเป็นทั้งการผ่าคลอดแบบปกติ หรือการผ่าคลอดก่อนกำหนด รวมทั้งการผ่าคลอดในครรภ์ที่เกิดภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ ทั้งเพื่อช่วยชีวิตทารก หรือตัวคุณแม่ไว้ให้ปลอดภัยที่สุด เมื่อผ่าคลอดเสร็จแล้ว คุณแม่อาจต้องอยู่โรงพยาบาลประมาณ 3-4 วันเพื่อพักฟื้นร่างกาย ดังนั้น คุณแม่ผ่าคลอดควรหาข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลร่างกายเพื่อจะได้ฟื้นฟูร่างกายให้เร็วขึ้นหลังผ่าคลอด ฟื้นฟูร่างกาย หลังผ่าคลอด ได้อย่างไรบ้าง นอนหลับให้เพียงพอ การผ่าคลอดเหมือนกับการผ่าตัดอื่น ๆ ที่ร่างกายต้องการเวลาในการฟื้นฟูหลังผ่าตัด ซึ่งหลังผ่าคลอด คุณแม่ควรอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นเวลาประมาณ 3-4 วัน หรืออาจอยู่ที่โรงพยาบาลนานกว่านี้กรณีที่เกิดภาวะแทรกซ้อน หรือตามที่คุณหมอเห็นสมควร เพราะคุณแม่ที่ผ่าคลอดควรพักฟื้นร่างกายอย่างน้อย 6 สัปดาห์ขึ้นไป และเพื่อให้เกิดการเยียวยาร่างกายอย่างเต็มที่ จึงควรนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอในช่วงเวลานี้ อย่างไรก็ตาม การพักผ่อนหลังคลอดสำหรับคุณแม่ อาจทำได้ยาก เนื่องจากต้องดูแลทารก ดังนั้นคุณแม่จึงควรนอนหลับพักผ่อนให้มากในเวลาที่สามารถนอนได้ เช่น ตอนที่ลูกหลับ นอกจากนี้ อาจขอความช่วยเหลือจากคนใกล้ชิดหรือจ้างแม่บ้านในการทำงานบ้าน และงานอื่น ๆ เพื่อให้มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น ก็จะส่งผลให้ร่างกายฟื้นฟูตัวเองได้เร็วหลังผ่าคลอด ดูแลตัวเองเป็นพิเศษ แม่หลังผ่าคลอดจำเป็นต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ ในช่วงที่กำลังพักฟื้นร่างกายควรหลีกเลี่ยงการเดินขึ้น-ลงบันได เท่าที่จะทำได้ และไม่ควรยกของหนัก เพราะโดยปกติแล้วอาจใช้เวลาถึง 8 สัปดาห์กว่าจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติ และคุณแม่ที่เพิ่งผ่านการผ่าคลอด ควรปรึกษาแพทย์ กรณีที่ต้องการออกกำลังกาย ขับรถ หรือไปทำงาน นอกจากนี้ไม่ใช่แค่เพียงการดูแลสุขภาพกาย แต่สุขภาพจิตก็สำคัญ การมีลูกอาจทำให้รู้สึกเหนื่อย เศร้า […]

การดูแลตัวเองหลังคลอด

ร่างกายหลังคลอด หมายถึง สุขภาพด้านร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากตั้งครรภ์และคลอดทารก ซึ่งในเบื้องต้นร่างกายจะค่อยๆ กลับคืนสู่ภาวะก่อนตั้งครรภ์ ทั้งระดับฮอร์โมนต่าง ๆ และรูปร่างภายนอก สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตใจด้วย คุณแม่มือใหม่ควรรู้จักวิธีรับมือกับร่างกายหลังคลอดเพื่อจะได้เข้าใจสภาวะดังกล่าวและมีความสุขมากขึ้น เข้าใจกับการเปลี่ยนแปลงของ ร่างกายหลังคลอด  หลังคลอดทารก ร่างกายจะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงกลับสู่ภาวะก่อนตั้งครรภ์ ซึ่งทำให้เกิดอาการต่างๆ ดังนี้ บาดเจ็บกล้ามเนื้อ เป็นอาการที่พบโดยทั่วไปภายหลังการคลอดบุตร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริเวณแขน ต้นคอ และกราม ภาวะเลือดออกหรือมีของเหลวออกมาทางช่องคลอด อาจมีอาการตั้งแต่ 2 ถึง 4 สัปดาห์ และอาการจะค่อย ๆ หายไปภายใน 2 เดือน มดลูกหดตัว อาจใช้เวลาประมาณ 8 สัปดาห์ที่มดลูกจะกลับเข้าสู่สภาวะเดิมก่อนการคลอด อาการเจ็บในช่องคลอด คุณแม่หลังคลอดอาจรู้สึกระคายเคือง ชา หรือเจ็บในช่องคลอด หรือหากผ่าคลอด ฝีเย็บอาจเกิดการปริแตกได้ หรือหากมีการตัดขยายปากช่องคลอด อาจมีอาการเจ็บปวดรุนแรงได้ในบางขณะที่เคลื่อนไหวร่างกาย เจ็บบริเวณท้องน้อย ในกรณีที่ผ่าท้องคลอด อาจมีอาการเจ็บปวดบริเวณแผล โดยแพทย์อาจจ่ายยาบางชนิดเพื่อบรรเทาอาการเหล่านี้ และอาจเจ็บนานประมาณ 1-2 สัปดาห์ เต้านมคัด เต้านมคัดเป็นอาการที่พบได้เป็นปกติในหญิงที่ให้นมบุตร เนื่องจากเต้านมจะเต็มไปด้วยน้ำนม 3-4 วันหลังการคลอดบุตร ซึ่งเป็นกระบวนการตามธรรมชาติ สามารถบรรเทาอาการได้ด้วยการประคบน้ำแข็ง หรือประคบร้อนบริเวณเต้านม หรือจะอาบน้ำอุ่นก็ได้เช่นกัน น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น มักเกิดขึ้นในผู้หญิงหลายคน […]


คุณกำลังกังวลเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ใช่หรือไม่?

หยุดกังวลได้แล้ว มาเข้าชุมชนสนทนาเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ และแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคุณแม่และว่าที่คุณแม่คนอื่น ๆ เข้าร่วมชุมชนได้เลย!