พฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ

พฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ สามารถทำได้โดยการเลือกสิ่งที่ดีต่อร่างกายของคุณ ตลอดไปจนถึงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทำร้ายสุขภาพ เพื่อช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย และทำให้คุณภาพชีวิตของเราดียิ่งขึ้น เรียนรู้เกี่ยวกับลักษณะพฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพ และผลกระทบที่อาจตามมา ได้ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

พฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ

จริงหรือมั่ว!? บุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยกว่าจริงหรือ?

หลายคนมองว่าบุหรี่ไฟฟ้าอาจปลอดภัยกว่าบุหรี่มวน เพราะไม่มีกลิ่นควันแรง ไม่เห็นการเผาไหม้ และมีภาพลักษณ์ทันสมัยกว่า บางคนเริ่มใช้เพราะคิดว่าเป็นทางเลือกที่เบากว่า หรือใช้แทนบุหรี่เพื่อช่วยลดการสูบ แต่ความจริงคือ “ไม่มีควัน” ไม่ได้แปลว่า “ไม่มีอันตราย” เพราะสิ่งที่ผู้สูบได้รับเข้าไปไม่ใช่แค่น้ำหรือไอน้ำธรรมดา แต่เป็นไอระเหยที่อาจมีนิโคติน สารเคมี สารแต่งกลิ่นรส และสารอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อร่างกาย โทษของบุหรี่ไฟฟ้า จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะในวัยรุ่น คนที่ไม่เคยสูบบุหรี่มาก่อน ผู้มีโรคปอด โรคหัวใจ หรือคนที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพราะเข้าใจผิดว่า “ปลอดภัยกว่า” บทความนี้จะพาไปรู้จักว่าบุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร มีสารอะไรบ้าง และอันตรายต่อร่างกายอย่างไร บุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร บุหรี่ไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์สูบชนิดหนึ่งที่ใช้แบตเตอรี่ทำให้เกิดความร้อน แล้วเปลี่ยนน้ำยาให้กลายเป็นไอระเหยเพื่อสูดเข้าสู่ร่างกาย โดยทั่วไปประกอบด้วยส่วนหลัก ๆ ได้แก่ แบตเตอรี่ ตัวทำความร้อน หัวพ่นไอหรืออะตอมไมเซอร์ น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าอาจประกอบด้วยนิโคติน โพรไพลีนไกลคอล กลีเซอรีน สารแต่งกลิ่นรส และสารเคมีอื่น ๆ ซึ่งบางชนิดอาจปลอดภัยเมื่อใช้ในอาหารหรือผลิตภัณฑ์ทั่วไป แต่ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัยเมื่อถูกทำให้เป็นไอและสูดเข้าไปในปอด โทษของบุหรี่ไฟฟ้า มีอะไรบ้าง บุหรี่ไฟฟ้าอาจดูสะอาดกว่าบุหรี่มวน แต่ยังมีความเสี่ยงต่อสุขภาพหลายด้าน โดยเฉพาะจากนิโคตินและสารเคมีในไอระเหย โทษที่ควรรู้ ได้แก่ ทำให้เสพติดได้ น้ำยาหลายชนิดมีนิโคติน ซึ่งเป็นสารเสพติด ทำให้เกิดความอยากสูบซ้ำ และเลิกได้ยาก กระตุ้นหัวใจและความดันโลหิต นิโคตินอาจกระตุ้นระบบประสาท ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น ความดันโลหิตสูงขึ้น […]

หมวดหมู่ พฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ เพิ่มเติม

สำรวจ พฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ

การปฐมพยาบาล

แม่บ้านต้องรู้ วิธีปฐมพยาบาลเมื่อเกิด แผลไหม้จากเตารีด

แม่บ้านยุคใหม่อย่างเรานอกจากเก่งเรื่องงานนอกบ้านแล้ว งานในบ้านก็ต้องไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ทั้งกวาดบ้าน ซักผ้า ล้างจาน รีดผ้า และหนึ่งในแผลที่เกิดขึ้นกับแม่บ้านอย่างเราบ่อยๆก็คือ แผลไหม้จากเตารีด รู้สึกเจ็บไม่พอยังต้องกังวลกับรอยแผลเป็นที่เกิดขึ้นอีก วันนี้ Hello คุณหมอ นำวิธีการปฐมพยาบาลเมื่อเกิดแผลไหม้จากเตารีดและวิธีการดูแลแผลมาฝากกันค่ะ ทำอย่างไรบ้างนั้นเราไปดูพร้อมกันเลย [embed-health-tool-bmr] แม่บ้านยุคใหม่ เก่งทั้งงานนอกบ้าน และงานในบ้าน วิถีชีวิตของผู้หญิงยุคใหม่อย่างเรานั้นแตกต่างจากสมัยก่อนโดยสิ้นเชิง โดยสมัยก่อนผู้หญิงมีหน้าที่เพียงดูแลงานบ้านงานเรือน ดูแลครอบครัว ดูแลพ่อแม่ ปรนนิบัติสามีและลูก เท่านั้น ในขณะที่ผู้หญิงยุคใหม่นอกจากต้องทำงานนอกบ้านแล้วเรื่องภายในบ้านก็ต้องดูแลไม่ให้ขาดตกบกพร่องเช่นกัน และอุบัติเหตุในการทำงานบ้านนั้นย่อมเกิดขึ้นอย่างแน่นอนโดยเฉพาะอุบัติเหตุจากการรีดผ้า เชื่อว่าเกือบทุกบ้านต้องเจอกับปัญหานี้ แต่จะมีวิธีการทำอย่างไรนั้นหลังจากเกิดอุบัติเหตุ เราไปดูวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นกันเลย วิธีการปฐมพยาบาล เมื่อเกิด แผลไหม้จากเตารีด ราดน้ำหรือแช่มือหรือแขนในน้ำสะอาดหรือน้ำเย็นเป็นเวลา 10 นาที  (ห้ามใช้น้ำแข็งหรือน้ำเย็นจัด) ซับแผลให้แห้ง แล้วทาด้วยยาทาสำหรับแผลไฟไหม้ หากรู้สึกปวดบริเวณที่โดนให้รับประทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการ ถ้าแผลพองแตกให้เรารีบล้างด้วยน้ำสะอาด ปิดด้วยผ้าปิดแผล (ควรทำความสะอาดแผลทุกวันวันละ 1 ครั้ง จนกว่าจะหาย) วิธีดูแลแผลไหม้ อย่าปล่อยให้มีแผลเป็น กรณีแผลเล็ก ปกติแล้วแผลโดนเตารีดจะเป็นรอยเล็กน้อย สามารถใช้ยารักษารอยแผลเป็นหลังจากที่แผลหายสนิททิ้งไว้แต่รอยแผลเป็นได้ แผลเป็นก็จะค่อยๆ จางลงไป กรณีแผลใหญ่ ในกรณีที่แผลใหญ่ ผิวหนังที่งอกใหม่อาจเกิดเป็นแผลเป็นนูนหนา ซึ่งเราสามารถป้องกันการเกิดแผลเป็นโดยใช้ถุงผ้ายืดหรือผ้ายืดชนิดม้วนพันแผลไว้ตลอดเวลาแม้ในช่วงนอนหลับ และจะถอดออกก็ต่อเมื่ออาบน้ำเท่านั้น คำแนะนำ เมื่อได้รับบาดเจ็บห้ามใช้น้ำแข็งหรือน้ำเย็นจัดประคบ เพราะอาจทำให้บาดแผลลึกมากขึ้นได้ เมื่อแผลหายดีแล้วต้องระวังไม่ให้ถูกแสงแดด 3-6 เดือน […]


การดูแลสุขอนามัย

หลากหลายเรื่องราวของ ขนในที่ลับ ที่คุณควรรู้ให้กระจ่าง

เส้นขนปกคลุมอยู่บนผิวหนังของคนเราแทบทุกส่วน ทั้งส่วนที่สังเกตได้ง่าย เช่น แขน ขา ใบหน้า ศีรษะ ไปจนถึงบริเวณใต้ร่มผ้า อย่างบริเวณอวัยวะเพศ เราสามารถพูดคุยเรื่องขนแขน ขนหน้าแข้ง หนวด เส้นผมบนหนังศีรษะกันได้อย่างเปิดเผย แต่เมื่อเอ่ยถึง ขนในที่ลับ หรือขนตรงจุดซ่อนเร้น กลับทำให้หลายคนอายม้วนต้วน แม้จะมีข้อสงสัยเกี่ยวกับขนตรงส่วนนั้นมากแค่ไหนก็ไม่กล้าเปิดปากถามใคร แต่อย่าเพิ่งเป็นกังวล เพราะ Hello คุณหมอ จะมาช่วยคุณไขข้อข้องใจเกี่ยวกับ ขนบริเวณจุดซ่อนเร้น ให้กระจ่าง ใครที่สงสัยว่าขนตรงนั้นมีไว้ทำอะไร ต้องดูแลรักษาอย่างไรจึงจะถูกต้อง ถ้ากำจัดขนทิ้งแล้วจะมีผลเสียไหม เรามีคำตอบมาให้คุณแล้ว [embed-health-tool-ovulation] ขนในที่ลับ มีไว้ทำไม ขนบริเวณจุดซ่อนเร้น ไม่ได้มีไว้ให้เรารำคาญเล่น แต่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ดังนี้ ช่วยลดการเสียดสี ผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศนั้นค่อนข้างบอบบาง ขนบริเวณอวัยวะเพศ จึงทำหน้าที่เสมือนปราการป้องกันที่ช่วยลดการเสียดสีระหว่างที่คุณทำกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงกิจกรรมทางเพศ ช่วยป้องกันแบคทีเรีย ขนบริเวณอวัยวะเพศ มีหน้าที่ไม่แตกต่างจากขนตา หรือขนจมูก นั่นคือ ช่วยป้องกันไม่ให้สิ่งสกปรก และจุลินทรีย์ที่เป็นอันตรายเข้าสู่ร่างกายของเราได้ นอกจากนี้ รูขุมขนยังผลิตซีบัม ซึ่งเป็นน้ำมันที่ช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้น และช่วยป้องกันการก่อตัวของเชื้อแบคทีเรีย จึงมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ ที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียและจุลินทรีย์อื่นๆ เช่น โรคเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ (Cellulitis) โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ภาวะช่องคลอดอักเสบ (Vaginitis) […]


การดูแลสุขอนามัย

เสื้อผ้ามือสอง อันตรายแฝงที่เราอาจไม่เคยรู้

เสื้อผ้ามือสอง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าราคาถูกที่คุณซื้อมาจากร้านขายเสื้อผ้ามือสอง หรือจะเป็นเสื้อเก่าที่คุณได้รับบริจาคมาจากผู้อื่น หรือตกทอดมาสู่คุณ ไม่ว่าคุณจะได้เสื้อผ้ามือสองมาด้วยวิธีการใด การใช้เสื้อผ้าเหล่านี้ย่อมเป็นมิตรต่อกระเป๋าสตางค์ และประหยัดเงินเป็นแน่แท้ แต่บ่อยครั้ง ที่เสื้อผ้ามือสอง มักจะนำมาซึ่งความเสี่ยงต่อสุขภาพอย่างที่คาดไม่ถึง ความเสี่ยงที่แฝงมากับ เสื้อผ้ามือสอง หลายคนเลือกใช้เสื้อผ้ามือสอง เนื่องจากเป็นหนึ่งในวิธีการช่วยประหยัดเงิน ทำให้ไม่ต้องเสียเงินมากมายไปกับเสื้อผ้าแฟชั่นราคาแพง และยิ่งในบางครั้งหากเราเลือกดี ๆ ก็อาจทำให้เราได้เสื้อผ้าคุณภาพดี ในราคาที่เป็นมิตรอีกด้วย แต่การประหยัดนั้นก็อาจนำมาซึ่งความเสี่ยง เพราะเสื้อผ้ามือสองนั้นอาจเป็นสาเหตุสำคัญของความเสี่ยงต่อสุขภาพ ดังต่อไปนี้ โรคผิวหนัง โรคที่ติดเชื้อทางผิวหนังต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น โรคกลาก โรคเกลื้อน หรือโรคหิด อาจติดต่อสู่กันได้ ผ่านทางเสื้อผ้ามือสอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคุณไม่ได้ทำความสะอาดเสื้อผ้ามือสองเหล่านั้นให้ดี โรคผิวหนังเหล่านี้อาจสร้างความรำคาญใจให้คุณ และอาจกลายเป็นปัญหาที่รุนแรงได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง และทันท่วงที โรคกลาก โรคกลากเป็นการติดเชื้อราบนผิวหนัง เกิดจากเชื้อราในกลุ่มเดอมาโทไฟท์ (Dermatophytes) เชื้อราประเภทนี้จะอาศัยอยู่ในชั้นผิวหนังที่ตายแล้ว และมีความคงทนต่อสภาพอากาศ สามารถอาศัยอยู่ในผิวหนัง ในพื้นดิน หรืออยู่ตามสิ่งของและเสื้อผ้าต่าง ๆ ได้เป็นเวลานานหลายเดือน เชื้อราประเภทนี้จึงมักจะแฝงมาพร้อมกับเสื้อผ้ามือสอง ทำให้เราสามารถติดโรคกลากได้หากใส่เสื้อผ้าที่ปนเปื้อนเชื้อราเหล่านี้ โรคกลากจะมีลักษณะเป็นวงแดง ๆ หรือขุยสีขาว ๆ และอาจมาพร้อมกับอาการผื่นร่วมด้วย โรคกลากนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น หนังศีรษะ […]


การเลิกบุหรี่

โทษของบุหรี่ เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรค

โทษของบุหรี่ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยในระยะสั้นอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพช่องปาก เช่น ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น มีกลิ่นปาก ฟันผุ สำหรับระยะยาวอาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคถุงลมโป่งพอง โรคมะเร็งปอด โรคหลอดเลือดสมอง นอกจากนี้โทษของบุหรี่ยังส่งผลกระทบต่อบุคคลข้างอีกด้วย โดยเฉพาะเด็กและทารก หากสูดดมควันบุหรี่บ่อย ๆ อาจมีผลต่อระบบทางเดินหายใจ ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคภูมิแพ้ หรือหอบหืด โรคหัวใจ และมะเร็งปอด [embed-health-tool-heart-rate] โทษของบุหรี่ เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรค การสูบบุหรี่ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยมีรายละเอียด ดังนี้  ผลกระทบระยะสั้น  มีกลิ่นปาก ฟันเปลี่ยนสี ประสาทสัมผัสการรับรู้กลิ่นและรสลดลง แผลหายช้า ผิวดูแก่กว่าวัย เพิ่มความเสี่ยงของโรคต้อกระจก ระบบภูมิคุ้มกันลดลง นอกจากนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงของโรคต่าง ๆ เช่น เบาหวานชนิดที่ 2  โรคกระดูกพรุน โรคข้อรูมาตอยด์ ผลกระทบระยะยาว  โรคมะเร็ง การสูบบุหรี่อาจทำให้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งปอดมากถึง 80% และยังเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งชนิดต่าง ๆ เช่นมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดไมอิลอยด์ มะเร็งกล่องเสียง มะเร็งหลอดอาหาร เนื่องจากควันบุหรี่มีสารเคมีหลายชนิดที่เพิ่มความเสี่ยงของการเป็นโรคมะเร็ง อย่างเบนซีน แคดเมียม นิกเกิล เป็นต้น  โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง พบได้บ่อยในผู้ที่สูบบุหรี่เป็นระยะเวลานาน เนื่องจากควันบุหรี่ […]


การดูแลสุขอนามัย

รู้หรือไม่? ออกกำลังกายที่ฟิตเนส อาจเสี่ยงติดเชื้อเหล่านี้

การรักษาสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย ดูเหมือนจะกลายเป็นเรื่องที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย การออกกำลังกายนั้นสามารถทำได้ทั้งกลางแจ้งและในร่ม ซึ่งบางคนอาจจะชอบการ ออกกำลังกายที่ฟิตเนส มากกว่า เนื่องจากมีอุปกรณ์ครบครัน ทั้งยังมีเทรนเนอร์คอยให้คำแนะนำและคำปรึกษาเกี่ยวกับการออกกำลังกายที่ถูกต้องได้อีกด้วย แต่รู้หรือไม่? บางครั้งการ ออกกำลังกายที่ฟิตเนส ก็อาจทำให้คุณเสี่ยงติดเชื้อต่าง ๆ เหล่านี้ได้เช่นกัน ออกกำลังกายที่ฟิตเนส อาจเสี่ยงติดเชื้ออะไรบ้าง สำหรับการติดเชื้อที่อาจจะมาพร้อมกับ การออกกำลังกายที่ฟิตเนส มีดังนี้ การติดเชื้อทางรูขุมขน โดยการติดเชื้อทางรูขุมขนนั้น จะเกิดขึ้นการอับเสบของรูขุมขนบนร่างกาย โดยมีสาเหตุมาจากเหงื่อ ความร้อน เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา รวมถึงสาเหตุอื่น ๆ ซึ่งการติดเชื้อทางรูขุมขมนั้นจะสามารถติดต่อกันได้ หากมีการใช้ผ้าเช็ดตัว หรือฟองน้ำในการอาบน้ำร่วมกัน กลาก หรือเกลื้อน เป็นการติดเชื้อทั่วไปทางผิวหนังที่เกิดจากเชื้อราชนิดต่างๆ  การเกิดกลาก หรือเกลื้อนนั้นอาจมีสาเหตุมาจากการสัมผัสทางผิวหนัง ผ้าเช็ดตัวสกปรก พื้นห้องน้ำเปียก และพื้นผิวอื่น ๆ ที่มีเชื้อราสะสมอยู่ เนื่องจากในฟิสเนสนั้นเต็มไปด้วยเชื้อรามากมาย การติดเชื้อราที่เท้าและเล็บเท้าจึงสามารถเกิดขึ้นได้ โดยการติดเชื้อราลักษณะนี้เกิดขึ้นได้โดยการที่ผิวหนังสัมผัสกับผิวหนัง ผิวหนังสัมผัสกับพื้นห้องน้ำที่เปียก หรือสระว่ายน้ำ แมลงปรสิตขนาดเล็ก เช่น เหา ทำให้เกิดอาการคันที่รุนแรง โดยสามารถติดต่อกันได้ผ่านการสัมผัสและใช้สิ่งของร่วมกัน ติดเชื้อซูโดโมนาส แอรูจิโนซ (Pseudomonas Aeruginosa) ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียที่สามารถเจริญเติบโตได้ในน้ำอุ่น จึงเป็นสาเหตุของการเกิดอาการรูขุมขนอักเสบเมื่อมีการแช่อ่างน้ำร้อนได้ ติดเชื้อสแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียที่สามารถพบได้พบผิวหนัง จมูก […]


การปฐมพยาบาล

ประคบร้อน ประคบเย็น แตกต่างกันอย่างไร

ประคบร้อน ประคบเย็น เป็นวิธีหนึ่งในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ที่ช่วยบรรเทาอาการปวดและอักเสบ ซึ่งลักษณะการใช้งานจะขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วย โดยการประคบร้อน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ หรือบริเวณข้อต่อต่าง ๆ และการประคบเย็น เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการปวดหรือมีอาการบาดเจ็บเฉียบพลัน เช่น อาการปวดศีรษะ ปวดฟัน เลือดกำเดาไหล ประคบร้อน (Hot Compress) การประคบร้อน หรือการใช้ความร้อน ทำให้หลอดเลือดขยายตัว อาจช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและผ่อนคลายกล้ามเนื้อในบริเวณที่เกิดอาการเจ็บปวดหรืออักเสบ โดยวิธีการประคบร้อนเหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการดังต่อไปนี้ โรคข้อเข่าอักเสบ เคล็ดขัดยอด อาการปวดข้อต่อที่เกิดจากโรคข้ออักเสบ ปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง โรคเอ็นอักเสบเรื้อรัง การประคบร้อนเพียงเล็กน้อยอาจช่วยบรรเทาความรู้สึกไม่สบายและเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อได้ ทั้งนี้น้ำหนักของการประคบร้อนอาจขึ้นอยู่กับความลึกของผิวหนังที่ได้รับผลกระทบจากอาการเจ็บปวดหรืออักเสบ การประคบเย็น (Cold Compress) การประคบเย็น เป็นการประคบด้วยน้ำแข็ง น้ำเย็นหรือเจลสำหรับประคบเย็น อาจช่วยลดการไหลเวียนของเลือดไปยังส่วนที่เฉพาะเจาะจงของร่างกาย รวมถึงลดการทำงานของเส้นประสาทชั่วคราว เพื่อบรรเทาอาการปวดหรืออักเสบ โดยเฉพาะบริเวณรอบ ๆ ข้อต่อหรือเอ็น โดยวิธีการประคบเย็นเหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการปวดหรือได้รับบาดเจ็บทันทีที่มีอาการ ภายใน 24-48 ชั่วโมง ดังต่อไปนี้ ปวดศีรษะ  มีไข้สูง  ปวดฟัน  ปวดบวมข้อเท้า  โรคข้อเข่าเสื่อม ข้อเคล็ด  เลือดกำเดาไหล  ประเภทของการ ประคบร้อน ประคบเย็น ประเภทของการประคบร้อน การประคบร้อนหรือการรักษาด้วยความร้อน เป็นการใช้อุปกรณ์ทำความร้อนที่ปลอดภัย เช่น แผ่นความร้อนไฟฟ้า กระเป๋าน้ำร้อนสำหรับประคบร้อนหรือแผ่นความร้อน แช่พื้นที่ในอ่างน้ำร้อนระหว่าง 33 และ 37.7 องศาเซลเซียส ใช้ขี้ผึ้งพาราฟินอุ่น ประเภทของการประคบเย็น รูปแบบของการประคบเย็นนั้นมีหลายวิธี ซึ่งบางครั้งก็ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ร่างกายได้รับผลกระทบ เช่น แพ็คน้ำแข็งหรือแพ็คเจลแช่แข็ง นวดน้ำแข็ง อ่างน้ำแข็ง นอกจากนี้ยังมีรูปแบบการบำบัดด้วยความเย็นแบบอื่น ๆ ที่บางครั้งใช้กัน ได้แก่ การแช่แข็ง ซึ่งใช้ความเย็นเพื่อลดอาการกล้ามเนื้อกระตุก ระหว่างการยืดกล้ามเนื้อ ห้องบำบัดความเย็นทั้งร่างกาย ข้อควรระวังเกี่ยวกับการประคบร้อน ประคบเย็น ข้อควรระวังในการประคบร้อน ประคบเย็น มีดังต่อไปนี้ ประคบร้อน ไม่ควรนำไปใช้กับบริเวณที่มีแผลเปิด  สำหรับผู้ที่มีผิวบอบบาง […]


การปฐมพยาบาล

สำลักอาหาร จะรับมือและจัดการอย่างไรดี

หลายๆ คนคงจะเคย สำลักอาหาร มาบ้างสักครั้งหนึ่งในชีวิต การสำลักอาหาร หมายถึงการที่มีเศษอาหาร เข้าไปติดในหลอดลม ทำให้ไม่สามารถหายใจได้ตามปกติ การสำลักอาหารนี้อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต หากไม่ทำการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที บทความนี้จะมานำเสนอวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น หากมีคน สำลักอาหาร สัญญาณและอาการของการ สำลักอาหาร สัญญาณและอาการของการสำลักนั้น สามารถสังเกตเห็นได้ง่ายอย่างชัดเจน ผู้ที่สำลักอาหารส่วนใหญ่ มักจะไอไม่หยุด จนกว่าอาหารที่ติดอยู่ในคอหรือหลอดลมหลุดออกไป แต่ในบางครั้ง อาหารนั้นอาจจะติดแน่นอยู่ในหลอดลม และปิดกั้นทางเดินหายใจจนสนิท ทำให้ขาดอากาศหายใจ และอาจเสียชีวิตได้ สัญญาณและอาการของคนที่กำลังสำลักมีดังนี้ พูดไม่ได้ หายใจไม่ออก หรือหายใจมีเสียงดัง ไอ สามารถมีทั้งอาการไอเบาๆ อย่างอ่อนแรง หรือไออย่างรุนแรง ผิวหนัง ริมฝีปาก และเล็บ อาจจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วง เนื่องจากขาดอากาศหายใจ หมดสติ บางคนอาจจะเอามือจับคอ เพื่อให้ผู้อื่นรู้ว่าตัวเองกำลังสำลัก อย่างไรก็ตาม หากเด็กทารกสำลัก เราอาจจะไม่สามารถสังเกตเห็นอาการที่กล่าวมาด้านบนได้อย่างชัดเจนเท่าไหร่นัก ดังนั้นผู้ปกครองจึงควรให้การสังเกตเด็กทารกอย่างใกล้ชิด หากพบว่าทารกมีอาการดังต่อไปนี้ อาจจะเป็นสัญญาณว่าทารกกำลังสำลักได้ หายใจไม่ออก ร้องไห้เบาๆ อย่างอ่อนแรง ไอเบาๆ การปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับอาการสำลักอาหาร การปฐมพยาบาลสำหรับผู้ที่กำลังสำลักที่เป็นที่ยอมรับกันอย่างมากที่สุด คือวิธีรัดกระตุกหน้าท้อง (Heimlich maneuver) เมื่อเราพบว่ามีคนสำลัก หรือตัวเองกำลังสำลัก และหลังจากไอมาสักพักหนึ่งแล้วก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น ควรรีบทำการปฐมพยาบาลเพื่อช่วยเหลือในทันที เพราะหากปล่อยทิ้งไว้ อาจทำให้คนผู้นั้นขาดอากาศหายใจ จนสมองเกิดความเสียหาย หรือเสียชีวิตได้ การปฐมพยาบาลหากตัวเองสำลัก เมื่อคุณพบว่าตัวเองสำลัก ควรรีบโทรแจ้งหน่วยพยาบาลฉุกเฉินในทันที และหากในบริเวณโดยรอบไม่มีใครที่สามารถให้การช่วยเหลือคุณได้อย่างทันท่วงที คุณสามารถทำการรัดกระตุกหน้าท้องตัวเองได้ ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ กำหมัดให้แน่น แล้ววางไว้บนหน้าท้องบริเวณใต้ลิ้นปี่ เหนือสะดือเล็กน้อย เอามืออีกข้างมากุมกับมือนั้น […]


การดูแลสุขอนามัย

เครื่องซักผ้า ศูนย์รวมเชื้อโรคที่คุณอาจไม่เคยคิดมาก่อน

เครื่องซักผ้า อุปกรณ์แห่งความสะดวกสบาย ตัวช่วยขจัดความสกปรก ให้หมดไปจากเสื้อผ้าของเรา แล้วถ้าเครื่องซักผ้าไม่ได้กำจัดแค่คราบสิ่งสกปรก แต่กลับทิ้งเชื้อโรคให้หมักหมมรวมตัวอยู่ในเครื่องซักผ้าล่ะ เราจะสามารถรับมือได้อย่างไรบ้าง ไปหาคำตอบเรื่องราวของเชื้อโรคในเครื่องซักผ้า ได้ในบทความนี้จาก Hello คุณหมอ กันค่ะ เครื่องซักผ้า เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคได้อย่างไร แม้จะฟังดูน่าประหลาดใจว่า เครื่องซักผ้านี้น่ะเหรอที่จะเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค แต่นี่ คือ ความจริงที่คุณพ่อบ้านแม่บ้านหลายคนอาจจะยังไม่ทราบมาก่อน ในเสื้อผ้าของเรานั้นเต็มไปด้วยคราบสกปรก เหงื่อไคล บางครั้งอาจมีสารคัดหลั่ง เลือด หรืออีกมากมายที่ติดมากับเสื้อผ้า รวมถึงเสมหะที่เปื้อนมาจากผู้ป่วยที่มีอาการไอ จาม และใช้เสื้อผ้าในการปิดปากและจมูกทุกครั้งที่ไอหรือจาม ก็จะทำให้มีเชื้อโรคติดมากับเสื้อผ้าของเราด้วย ในแต่ละครั้ง …แต่ละวัน เราซักผ้าด้วยเครื่องซักผ้าครั้งแล้วครั้งเล่า ซึ่งหากไม่มีการทำความสะอาดเครื่องซักผ้าเลย ก็จะยิ่งเป็นการทำให้เชื้อโรคเข้าไปสะสมอยู่ในเครื่องซักผ้ามากขึ้น แม้ว่าคุณจะใส่เสื้อผ้าที่สะอาดสะอ้าน แต่อาจมีเชื้อโรคตกค้างบนเสื้อผ้าโดยที่คุณไม่ได้รู้ตัว มีอะไรแฝงอยู่ในเครื่องซักผ้าของคุณบ้าง สิ่งที่แอบแฝงอยู่ในเครื่องซักผ้าของคุณ ก็คือ แบคทีเรีย อาจเป็นแบคทีเรียที่มาจากคราบสกปรกต่าง ๆ แบคทีเรียที่มาจากผู้ป่วย หรือแบคทีเรียที่ตกค้างจากการทำความสะอาดเสื้อผ้าครั้งแล้วครั้งเล่า แบคทีเรียเหล่านี้อาจทำให้เกิดการติดเชื้อตั้งแต่ระดับที่รุนแรงน้อยไปจนถึงระดับที่รุนแรงมาก โดยเฉพาะกับผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันในร่างกายต่ำ  หากจะให้คุณลองนึกดูว่า สถานที่ใดที่จะมีแบคทีเรียสะสมอยู่ในเครื่องซักผ้ามากที่สุด ภาพแรกที่เข้ามาเป็นอันดับต้นๆ เลย ก็คือ เครื่องซักผ้าในโรงพยาบาล เนื่องจากสถานพยาบาล เป็นสถานที่ที่ใช้ในการรับรองผู้ป่วย …ผู้ป่วยอาจไอ หรือจาม อาจมีน้ำมูก เลือด หรือเสมหะอื่น ๆ หรือมีการทำให้เชื้อแบคทีเรียต่าง […]


การปฐมพยาบาล

เลือดกำเดาไหล ทำไมควรก้มหน้า ไม่ใช่เงยหน้า? มาดูเหตุผลกัน

คุณอาจเคยประสบกับอาการ เลือดกำเดาไหล กันมาบ้าง แต่คุณเคยสังเกตหรือไม่ว่า ควรจะมีวิธีการปฐมพยาบาลเพื่อหยุดเลือดกำเดา ด้วยการก้มหน้าหรือเงยหน้า แล้ววิธีใดแน่ที่เป็นวิธีเยียวยาที่ถูกต้อง…เรามาหาคำตอบกันได้จากบทความนี้ของ Hello คุณหมอค่ะ เลือดกำเดาไหลเกิดจากอะไร เลือดกำเดาไหล อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่สาเหตุหลักมาจากการที่เส้นเลือดฝอยในโพรงจมูกแตก หรือเกิดการฉีกขาด จึงทำให้มีเลือดไหลออกมาทางจมูก อย่างไรก็ตาม…เลือดกำเดาไหล อาจเกิดได้จากสาเหตุเหล่านี้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น  เกิดจากการระคายเคือง ต่อเยื่อจมูก เกิดจากการบาดเจ็บภายนอก หรือถูกวัตถุกระแทกเข้าที่ใบหน้าหรือบริเวณจมูก เช่น ถูกลูกฟุตบอลอัดเข้าที่ใบหน้า การติดเชื้อของเยื่อบุจมูก ไซนัส หรือโรคเนื้องอกในจมูก โรคภูมิแพ้ที่ทำให้มีไข้หรือไอ ปัญหาเลือดออกหรือปัญหาเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด ทำอย่างไรเมื่อเกิดอาการเลือดกำเดาไหล   หากพบว่า มีเลือดกำเดาไหล ให้ค่อยๆ นั่งลงกับเก้าอี้ หรือพื้น แล้วก้มหน้าเล็กน้อย   บีบจมูกโดยใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้ จากนั้นหายใจทางปากเป็นเวลา 5 ถึง 10 นาที   นำน้ำแข็งมาประคบบริเวณจมูก และสันจมูก หรือ อาจใช้น้ำเย็นในกรณีที่ไม่มีน้ำแข็ง   หากอาการไม่ดีขึ้น หรือเลือดไหลไม่หยุด ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที เลือดกำเดาไหลควรก้มหน้าหรือเงยหน้า เวลาเลือดกำเดาไหล หลายคนมักจะรีบเงยหน้าขึ้นทันที เพื่อหวังจะให้เลือดหยุดไหล แต่รู้หรือไม่ว่า การทำแบบนั้นนอกจากจะไม่ได้ช่วยให้เลือดหยุดไหลเร็วขึ้นแล้ว ยังจะทำให้เลือดไหลย้อนกลับเข้าจมูก และอาจจะสำลัก หรืออาเจียน […]


การเลิกบุหรี่

เหตุผลดีๆ ที่คุณควร "เลิกบุหรี่"

การสูบบุหรี่ หนึ่งในปัญหาสุขภาพที่ส่งผลกระทบต่อคนจำนวนมากในปัจจุบัน การสูบบุหรี่ไม่เพียงแต่จะทำร้ายตัวคุณเอง แต่ยังรวมไปถึงครอบครัวและคนรอบข้างของคุณอีกด้วย เหตุผล เลิกสูบบุหรี่ จึงส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างมาก วันนี้ Hello คุณหมอ จะมานำเสนอ เหตุผลเลิกสูบบุหรี่ เพื่อให้ผู้อ่านได้พิจารณากัน เหตุผลเลิกสูบบุหรี่ สุขภาพ เหตุผลหลักที่คุณควรจะเลิกบุหรี่ ก็เป็นเพราะว่าการสูบบุหรี่ทำลายสุขภาพของคุณ การสูบบุหรี่ ไม่เพียงแต่จะเป็นการทำร้ายปอดโดยการสูบสารพิษเข้าสู่ปอดโดยตรง เพิ่มโอกาสการเป็นมะเร็งปอด การสูบบุหรี่นั้นยังเพิ่มโอกาสในการเป็นโรคหัวใจอีกด้วย มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่า โรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจอย่างน้อย 5 โรคนั้น มีสาเหตุมาจากควันบุหรี่ การสูบบุหรี่นั้นยังเพิ่มระดับความดันโลหิตของคุณ ทำให้คุณมีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดสมองมากกว่าคนปกติ พิษจากควันบุหรี่นั้นจะเข้าสู่ในกระแสเลือด ทำให้ส่งผลต่ออวัยวะทุกส่วนในร่างกาย บุคลิกภาพ การสูบบุหรี่นั้นส่งผลกระทบต่อบุคลิกภาพของคุณอย่างมาก ไม่เพียงแต่ที่การสูบบุหรี่นั้นจะทำให้คุณดูไม่ดีในสายตาของผู้อื่น การสูบบุหรี่นั้นยังทำลายสารเคลือบฟันของคุณ ทำให้คุณมีโอกาสเป็นฟันผุได้มากขึ้น งานวิจัยทางการแพทย์พบว่า ผู้ที่สูบบุหรี่จัด อย่างน้อยวันละ 5-14 มวน มีโอกาสที่จะสูญเสียฟันมากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ถึง 2 เท่า นอกจากนี้การสูบบุหรี่จะทำให้เกิดคราบบนฟันของคุณอย่างเห็นได้ชัด ทั้งยังทำให้เกิดกลิ่นปาก สิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อความมั่นใจและบุคลิกภาพในการพูดคุยกับผู้อื่นอย่างมาก ราคา บุหรี่ไม่ใช่สินค้าราคาถูก ในปัจจุบัน ราคาบุหรี่ในประเทศไทยนั้นขึ้นไปสูงมาก โดยมีราคาตั้งแต่ 55 บาท ไปจนถึง 115 บาทต่อซอง แทบจะเป็น 1 ใน 3 ของราคาค่าแรงขั้นต่ำต่อวัน การที่คุณสูบบุหรี่จึงเป็นการเพิ่มภาระทางด้านการเงิน […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน