พ่อแม่เลี้ยงลูก

ในทุกช่วงชีวิตของลูกน้อย เหล่าคุณพ่อคุณแม่จำเป็นที่จะต้องรู้วิธีดูแลและสนับสนุนสุขภาพโดยรวมของลูกน้อย เพื่อให้ความเป็นอยู่ของลูกน้อยดีขึ้น เพราะฉะนั้นใน พ่อแม่เลี้ยงลูก คุณจะได้พบกับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ รวมถึงเคล็ดลับในการดูแลลูกให้แข็งแรง มีความสุข และสามารถปรับตัวได้ในทุกสถานการณ์

เรื่องเด่นประจำหมวด

พ่อแม่เลี้ยงลูก

ลูกอ้วนควรกังวลไหม? สัญญาณเตือนโรคอ้วนในเด็กที่พ่อแม่ควรรู้

เด็กอ้วนขึ้นนิดหน่อย หลายครอบครัวอาจคิดว่าเป็นเรื่องปกติ เดี๋ยวโตขึ้นก็ยืดและผอมลงเอง แต่ความจริงคือ โรคอ้วนในเด็กเป็นภาวะสุขภาพที่ควรใส่ใจ เพราะสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อโรคหลายอย่างตั้งแต่วัยเด็ก และยังเพิ่มโอกาสที่จะมีโรคอ้วนต่อเนื่องไปถึงวัยผู้ใหญ่ CDC, NHLBI และ NIDDK ต่างระบุว่า เด็กที่มีภาวะอ้วนมีความเสี่ยงต่อเบาหวานชนิดที่ 2 ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ ปัญหาข้อและกระดูก ปัญหาการหายใจ รวมถึงผลกระทบด้านจิตใจ เช่น ความเครียด ความมั่นใจต่ำ หรือการถูกล้อเลียน ดูจาก “การเติบโต” มากกว่ามองด้วยตาเปล่า ในเด็ก เราไม่ควรใช้เกณฑ์เดียวกับผู้ใหญ่ เพราะร่างกายยังเติบโตอยู่ การประเมินจะใช้ค่า BMI ตามอายุและเพศ หรือที่เรียกว่า BMI-for-age percentile โดย CDC และ NHLBI ระบุว่า เด็กที่มีค่า BMI อยู่ช่วงเปอร์เซ็นไทล์ที่ 85 ถึงต่ำกว่า 95 ถือว่าเริ่มมีภาวะน้ำหนักเกิน และถ้าอยู่ที่เปอร์เซ็นไทล์ 95 ขึ้นไปถือว่าเข้าข่ายโรคอ้วน ดังนั้นเด็กบางคนที่พ่อแม่รู้สึกว่า “ยังดูไม่อ้วนมาก” อาจเริ่มมีความเสี่ยงแล้วหากดูจากแนวโน้มการเติบโต อีกจุดที่ควรสังเกตคือ น้ำหนักที่ขึ้นเร็วต่อเนื่อง เสื้อผ้าคับเร็วขึ้น รอบเอวชัดขึ้น เหนื่อยง่ายกว่าปกติ […]

หมวดหมู่ พ่อแม่เลี้ยงลูก เพิ่มเติม

สำรวจ พ่อแม่เลี้ยงลูก

พ่อแม่เลี้ยงลูก

ลูกน้ำหนักเกิน จะสังเกตได้อย่างไร และวิธีดูแลน้ำหนักตัวให้ลูก

ภาวะน้ำหนักเกินในเด็ก เป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อย และอาจส่งผลให้เด็กมีปัญหาสุขภาพอื่น เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด ดังนั้น หากพบว่า ลูกน้ำหนักเกิน โดยเฉพาะเมื่อถึงขั้นเป็นโรคอ้วน คุณพ่อคุณแม่ควรพยายามให้ลูกปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น กินอาหารที่มีประโยชน์ในปริมาณที่เหมาะสม ออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อให้ลูกมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์สุขภาพดี และลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพอื่น ๆ เนื่องจากน้ำหนักเกิน [embed-health-tool-bmi] จะรู้ได้อย่างไรว่า ลูกน้ำหนักเกิน วิธีหนึ่งในการตรวจสอบเบื้องต้นว่าลูกน้ำหนักเกินหรือไม่ ก็คือ การคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความสมดุลของน้ำหนักตัวและส่วนสูง และถือเป็นค่ามาตรฐานในการประเมินภาวะอ้วนผอม ค่าดัชนีมวลกายที่ได้จะสามารถบอกได้ว่า ลูกมีน้ำหนักตัวในอยู่ในเกณฑ์ปกติ น้ำหนักตัวเกิน หรือเป็นโรคอ้วนหรือไม่ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา หรือซีดีซี (CDC) กำหนดค่าดัชนีมวลกายสำหรับเด็กอายุ 2-20 ปี ไว้ดังนี้ น้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์ ค่าดัชนีมวลกาย น้อยกว่า 5% น้ำหนักตัวตามเกณฑ์ ค่าดัชนีมวลกาย ตั้งแต่ 5-84% น้ำหนักตัวเกินเกณฑ์ ค่าดัชนีมวลกาย ตั้งแต่ 85-94% โรคอ้วน ค่าดัชนีมวลกาย ตั้งแต่ 95% ขึ้นไป เด็กแต่ละวัย ต้องการพลังงานเท่าไร ความต้องการพลังงานในแต่ละวันของเด็กขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น เพศ […]


พ่อแม่เลี้ยงลูก

ฟันน้ำนมผุ กับเทคนิคช่วยลดปัญหาสุขภาพฟันของลูกน้อย

ฟันน้ำนมผุ เป็นปัญหาสุขภาพฟันของลูกน้อยที่คุณพ่อและคุณแม่อาจจะมองข้ามความสำคัญในการดูแลรักษาสุขภาพของฟันน้ำนมไป เพราะคิดว่าเดี๋ยวอย่างไรเสียฟันน้ำนมก็ต้องหลุดออกไป และมีฟันแท้ขึ้นมาแทนที่ โดยหารู้ไม่ว่า ปัญหาฟันน้ำนมผุ นั้นอาจนำมาสู่ปัญหาสุขภาพอื่นๆ ได้  คุณพ่อคุณแม่จึงควรใส่ใจฟันน้ำนมของลูกน้อยไม่ต่างจากการดูแลฟันแท้ [embed-health-tool-vaccination-tool] ฟันน้ำนมผุ ปัญหาสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ฟันน้ำนมผุ เป็นปัญหาที่มักจะถูกมองข้ามจากคุณพ่อคุณแม่ เพราะเข้าใจว่าฟันน้ำนมนั้นเป็นเพียงฟันชุดแรก ซึ่งไม่นานก็ต้องหลุดออกไป และมีฟันแท้มาแทนที่ ดังนั้นฟันผุในฟันน้ำนมไม่น่าก่อให้เกิดปัญหาตามมา แต่ในความเป็นจริงนั้น ปัญหาฟันน้ำนมผุนั้นอาจส่งผลต่อสุขภาพปากและฟันของเด็กมากกว่าที่คิด อาการฟันผุนั้นจะเกิดขึ้นจากการที่มีเศษอาหาร คราบนม หรือคราบน้ำหวานต่าง ๆ ตกค้างอยู่ภายในปาก เนื่องจากการที่พ่อแม่ให้เด็กทารกดื่มนม น้ำหวาน น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มหวาน ๆ ก่อนนอน โดยไม่แปรงฟันและบ้วนปากให้เรียบร้อย คราบเศษอาหารเหล่านี้จะกลายเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของเชื้อแบคทีเรียภายในช่องปาก เชื้อแบคทีเรียภายในช่องปากเหล่านี้จะสร้างกรดขึ้นมา กัดกร่อนชั้นผิวเคลือบฟัน และเนื้อฟัน ส่งผลให้เกิดอาการฟันผุ และปัญหาสุขภาพในช่องปากอื่น ๆ อาการฟันผุเหล่านี้หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องจากทันตแพทย์ ก็อาจส่งผลให้อาการลุกลาม และส่งผลให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ได้ เช่น ปวดฟัน เหงือกร่น เหงือกอักเสบ กลิ่นปาก การติดเชื้อในช่องปาก เคี้ยวอาหารลำบาก ปัญหาสุขภาพในช่องปากเหล่านี้ นอกจากจะสร้างความทรมานให้แก่ลูกน้อยแล้ว ยังอาจส่งผลให้ผู้ปกครองต้องเสียเงินค่ารักษาเป็นจำนวนมากอีกด้วย เทคนิคป้องกันฟันผุในเด็กที่พ่อแม่ควรรู้ คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลรักษาสุขภาพช่องปากและฟันของลูกน้อย ให้ห่างไกลจากปัญหาฟันน้ำนมผุได้ ด้วยวิธีดังต่อไปนี้ สำหรับเด็กทารก หลังจากป้อนนมหรือป้อนข้าวเสร็จ ให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำ ถูเบา ๆ […]


โรคติดเชื้อในเด็ก

ส่าไข้ สาเหตุ อาการ การรักษาและป้องกัน

หากคุณลองสังเกตตนเองแล้วพบว่า ตามร่างกายเริ่มมีรอยผื่นแดงแปลก ๆ พร้อมมีไข้ขึ้นสูงร่วมด้วยเป็นเวลานาน ก็สามารถเป็นไปได้ว่าสัญญาณดังกล่าวนี้อาจเป็นสัญญาณแรกเริ่มที่ส่งผลให้คุณอาจกำลังเสี่ยงเป็น ส่าไข้ (Roseola) และอาจจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัย รวมถึงเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสมโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ คำจำกัดความส่าไข้ (Roseola) คืออะไร ส่าไข้ (Roseola) สามารถเรียกอีกชื่อหนึ่งได้ว่า หัดกุหลาบ หรือผื่นกุหลาบ เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากการที่ผู้ป่วยได้รับเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกาย และมักปรากฎออกมาให้พบเห็นในรูปแบบของผดผื่นที่มีลักษณะสีแดง หรือสีน้ำตาล ทั้วทั้งบริเวณหน้าท้อง ใบหน้า แขน ขา เป็นต้น ส่าไข้ สามารถพบบ่อยได้เพียงใด ส่าไข้อาจพบได้บ่อยกับบุคคลทั่วไปทุกช่วงวัย โดยเฉพาะกับเด็กที่มีช่วงอายุตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 2 ปีด้วยกัน อีกทั้งส่าไข้ยังคงมีความเป็นไปได้น้อยมากที่จะเกิดขึ้นกับในวัยผู้ใหญ่ แต่ถึงแม้จะเกิดขึ้นความเจ็บป่วยจากอาการต่าง ๆ นั้น ก็ยังอยู่ในระดับที่ไม่รุนแรงมากเมื่อเทียบกับอาการที่เกิดขึ้นกับวัยของเด็กเล็ก อาการอาการของส่าไข้ เบื้องต้นอาการของส่าไข้ที่คุณสามารถสังเกตได้ง่าย ๆ นั่นก็คือ การที่คุณ หรือคนใกล้ตัวมีไข้ขึ้นสูงราว ๆ ประมาณ 38.8-40.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป พร้อมกับมีผดผื่นสีชมพู สีแดง ปรากฏให้เห็นทั่วทั้งร่างกาย ในขณะเดียวกันผู้ป่วยบางรายก็อาจแสดงอาการ ดังต่อไปนี้เพิ่มเติมขึ้นมาร่วมก็เป็นได้เช่นเดียวกัน อารมณ์ไม่คงที่ หงุดหงิดง่าย เปลือกตาบวม ท้องเสีย รู้สึกเบื่ออาหาร หรือทานอาหารได้น้อยลง เจ็บคอ ปวดช่องหู ถึงแม้ว่า ส่าไข้ หรือ หัดกุหลาบ มักหายได้ไปได้เอง 3-7 วัน รวมถึงอาการไข้ที่จะลดลงภายในประมาณ […]


การดูแลทารก

เด็กเอาของเข้าปาก ความเสี่ยงต่อสุขภาพ และวิธีรับมือที่ควรรู้

เด็กเอาของเข้าปาก เป็นปัญหาที่คุณพ่อคุณแม่หลายคนเคยเจอ เนื่องจากกังวลใจว่าลูกอาจหยิบสิ่งของที่มีเชื้อโรคหรือของที่เป็นพิษเข้าปาก ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการเจ็บป่วย หรือเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้น การรู้ถึงสาเหตุที่เเด็กเอาของเข้าปาก อาจทำให้คุณพ่อคุณแม่สามารถหาวิธีป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ [embed-health-tool-vaccination-tool] สาเหตุที่ เด็กเอาของเข้าปาก เมื่อเด็กอายุได้ 3-5 เดือน ก็จะเริ่มหยิบจับของได้ เมื่อคว้าอะไรได้ก็มักจะเอาเข้าปากเสมอ ซึ่ง เด็กหยิบของเข้าปากอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้ สำรวจสิ่งใหม่ ๆ รอบตัว เด็กในวัย 3-5 เดือน เป็นช่วงที่เริ่มหยิบจับสิ่งของรอบ ๆ ตัวขึ้นมาสำรวจ แต่ว่าในช่วงวัยนี้มือของเด็กยังไม่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่ และยังไม่สามารถควบคุมการใช้มือของตนเองได้ แต่ใขณะเดียวกันบริเวณปากเป็นบริเวณที่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่และยังเป็นบริเวณที่เต็มไปด้วยเส้นประสาทมากมาย ที่พร้อมจะสัมพันธ์และรับรู้กับสิ่งของรอบ ๆ ตัว นั่นจึงเป็นสาเหตุที่เด็กเอาของเข้าปากเพื่อเรียนรู้สิ่งรอบตัว มองหาของกิน เด็กในวัยนี้เป็นวัยที่เริ่มรับรู้รสชาติของสิ่งต่าง ๆ ที่ได้รับ และยังชอบของที่มีรสชาติหวาน ทำให้เมื่อเห็นอะไรรอบตัว เป็นต้องหยิบขึ้นมาชิมว่าของนั้นมีรสชาติหวานหรือเปล่า การหยิบของเข้าปากก็เพื่อสำรวจว่ามันมีรสชาติหวานไหม เมื่อรู้ว่าไม่ใช่หรือไม่อร่อยเด็กก็จะปาทิ้งไปอย่างรวดเร็ว เพราะวัยนี้มีการตอบสนองที่รวดเร็ว คันเหงือก เมื่อฟันเริ่มขึ้น เด็ก ๆ จะมีอาการคันเหงือก ต้องการหาอะไรมากัด มาแทะเพื่อบรรเทาอาการที่เกิดขึ้น นี่จึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่เด็ก ๆ มักหยิบของเข้าปาก มาเพื่อกัด แทะ บรรเทาอาการที่เกิดขึ้นเหล่านั้น สร้างความสบายใจ เมื่อเด็กได้ดูดหรือได้กัดสิ่งของต่าง ๆ จะช่วยให้รู้สึกสบายใจขึ้น ทำให้เมื่อเด็ก ๆ รู้สึกง่วง หิว […]


ลูกวัยเตาะแตะและเด็กก่อนวัยเรียน

รถหัดเดิน ช่วยฝึกให้ลูกหัดเดินได้จริงหรือ

รถหัดเดิน เป็นอุปกรณ์ที่คุณพ่อคุณแม่เลือกใช้เพื่อต้องการฝึกให้ลูกน้อยสามารถเดินได้เร็วขึ้น ช่วยทุ่นแรงในการฝึกฝน ทั้งยังช่วยให้ลูกรู้สึกสนุกขณะที่ใช้รถหัดเดินอีกด้วย แต่ในความเป็นจริงแล้ว การให้เด็กใช้รถหัดเดินอาจเป็นการขัดขวางพัฒนาการด้านการเดินของเด็ก เพราะกระบวนการเริ่มหัดเดินของเด็ก ควรจะเริ่มจากการคลานไปมา แล้วค่อย ๆ ดันตัวเองขึ้น การที่เด็กเริ่มรู้จักการพยุงตัวเองขึ้นยืนนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการฝึกทรงตัว [embed-health-tool-vaccination-tool] รถหัดเดิน คืออะไร รถสำหรับหัดเดิน หรือรถหัดเดิน (Baby Walkers) คือ อุปกรณ์สำหรับช่วยให้เด็กได้ ฝึกเดิน มีลักษณะเป็นโครงร่างวงกลมหรือสี่เหลี่ยมหรือแล้วแต่การออกแบบ มีช่องว่างสำหรับให้ขาของเด็กสามารถเหยียบแตะถึงพื้น และมีส่วนที่เป็นเบาะตรงหว่างขาไว้สำหรับรองรับตัวเด็ก และมีเบาะหลังสำหรับให้เด็กให้พิงหลัง โดยรถหัดเดินแต่ละรุ่นจะมีการเสริมคุณสมบัติพิเศษอย่างเสียงเพลง เกม ของเล่น หรืออุปกรณ์เสริมทักษะอื่น ๆ ที่แตกต่างกันไป ซึ่งคุณพ่อคุณแม่มักใช้อุปกรณ์นี้เพื่อหวังประโยชน์ในการช่วยฝึกการเดินของเด็กในวัยที่เริ่มเดิน รถหัดเดิน ช่วยฝึกให้ลูกน้อยหัดเดินได้จริงหรือ คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจเชื่อว่า การให้ลูกได้ใช้รถหัดเดินอาจช่วยให้เด็กได้ฝึกเดิน หรือช่วยให้เด็กเดินได้เร็วขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว การให้เด็กใช้รถหัดเดินอาจเป็นการขัดขวางพัฒนาการด้านการเดินของเด็ก เพราะกระบวนการเริ่มหัดเดินของเด็ก ควรจะเริ่มจากการคลานไปมา แล้วค่อย ๆ ดันตัวเองขึ้น การที่เด็กเริ่มรู้จักการพยุงตัวเองขึ้นยืนนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการฝึกทรงตัว ซึ่งการทรงตัวถือเป็นจุดสำคัญในการฝึกเดิน แต่ถ้าเด็กใช้รถหัดเดิน เด็กอาจไม่ได้รับการฝึกให้รู้จักทรงตัวเลย เพราะโครงสร้างของรถหัดเดินจะคอยพยุงไม่ให้ล้ม ทำให้เวลาที่อยู่ในรถหัดเดิน เด็กจะไม่ได้เรียนรู้กระบวนการเดินอย่างที่ควรจะเป็น  อันตรายจากการใช้ รถหัดเดิน นอกจากการใช้รถหัดเดินจะไม่ได้ช่วยให้เด็กฝึกเดินได้เร็วขึ้นแล้ว ยังอาจเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายต่อสุขภาพของเด็ก ดังนี้ หากบ้านมีบันได เด็กอาจไถรถหัดเดินไปใกล้กับบันได ซึ่งเสี่ยงต่อการตกบันได เนื่องจากรถหัดเดินสามารถที่จะเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ อาจเสี่ยงที่จะไปกระแทกเข้ากับของแข็งหรือของมีคม เด็กอาจเคลื่อนรถหัดเดินไปชนเข้ากับโต๊ะที่มีของร้อนอยู่ […]


พ่อแม่เลี้ยงลูก

อาหารวีแกน เด็กกินแล้วปลอดภัยหรือไม่ ควรระวังอะไรบ้าง

การกินอาหารแบบวีแกน (Vegan Diets) คือรูปแบบการกินอาหารที่หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์โดยสิ้นเชิง รวมไปถึง นม ไข่ น้ำผึ้ง เจลาติน ซึ่งหลายครอบครัวที่กินอาหารแบบวีแกนก็อยากให้ เด็กกิน อาหารวีแกน ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม การให้เด็กกินวีแกนอาจทำให้เด็กขาดสารอาหาร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการและการเจริญเติบโต และทำให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงควรศึกษาเกี่ยวกับความปลอดภัยและวิธีการเสริมโภชนาการลูกให้เหมาะสม [embed-health-tool-bmi] เด็กกิน อาหารวีแกน ปลอดภัยไหม วัยเด็ก เป็นวัยที่ร่างกายต้องการสารอาหารอย่างครบถ้วนเพื่อพัฒนาการและการเจริญเติบโตของร่างกาย มีผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าการรับประทานอาหารที่มีข้อจำกัดอย่างเข้มงวด อาจทำให้เด็กขาดสารอาหารและวิตามินบางอย่าง จนทำให้เกิดปัญหา ขาดสารอาหาร และส่งผลต่อสุขภาพที่ร้ายแรงได้ การที่เด็ก ๆ มีการรับประทานอาหารแบบวีแกนมาตั้งแต่เด็ก โดยที่พวกเขาไม่ได้รับอาหารเสริม วิตามินเสริม ที่ร่างกายขาดอาจทำให้พวกเขามีปัญหาสุขภาพได้ ที่สำคัญผู้ปกครองควรคำนึงถึงปริมาณสารอาหารที่ลูกได้รับด้วยว่า เพียงพอต่อการทำกิจกรรมทั้งการเรียนรู้ การเล่น และการคิดหรือไม่ ดังนั้นผู้ปกครองควรมีการวางแผนการรับประทานอาหารให้รอบคอบ และมั่นใจว่าเด็ก ๆ ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและเพียงพอ เท่านี้ก็จะช่วยไม่ให้เขาขาดสารอาหาร และมีพัฒนาการสมวัยได้ ข้อควรระวังเมื่อเด็กกิน อาหารวีแกน เด็ก ๆ เป็นวัยที่ต้องการอาหารที่มีความหลากหลาย เพื่อที่ร่างกายจะได้รับพลังงานที่เพียงพอ ที่สำคัญร่างกายจะได้รับสารอาหาร วิตามิน แร่ธาตุอย่างครบถ้วน เพื่อให้มีการเจริญเติบโต พัฒนาอย่างสมวัย สำหรับเด็กที่รับประทานอาหารแบบวีแกน ที่เน้นผักและผลไม้นั้น ทำให้ร่างกายได้รับไฟเบอร์ในปริมาณที่มาก ช่วยให้เขานั้นรู้สึกอิ่มเร็ว บางครั้งพวกเขาก็รู้สึกอิ่มก่อนที่จะได้รับพลังงานแคลอรี่และสารอาหารที่เพียงพอ วัยเด็กเป็นวัยที่ต้องการอาหารที่ให้พลังงานแคลอรี่ที่มากว่าผู้ใหญ่ […]


การเติบโตและพัฒนาการ

ฝึกให้ลูกเข้านอน คุณพ่อคุณแม่ต้องทำอย่างไรบ้าง

การ ฝึกให้ลูกเข้านอน ถือเป็นการฝึกให้ลูกนอนหลับอย่างเป็นเวลา ซึ่งการฝึกให้ลูกนอนเข้านอนนั้นอาจจะทำให้คุณพ่อคุณแม่เกิดอาการเหนื่อย เพราะกว่าจะพาพวกเขาเข้านอนได้ต้องใช้เวลาพอสมควร แม้ว่าลูกจะเป็นเด็กที่นอนหลับสบายตั้งแต่ยังเป็นทารก แต่เมื่อพวกเขาเข้าสู่วัยหัดเดิน การนอนหลับอาจเป็นสิ่งสุดท้ายที่พวกเขาจะนึกถึง ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรทำอย่างไรเมื่อต้อง ฝึกให้ลูกน้อยเข้านอน [embed-health-tool-vaccination-tool] ฝึกให้ลูกเข้านอน สามารถทำได้ด้วยวิธีใดบ้าง การฝึกให้ลูกเข้านอน นั้นไม่มีสูตรสำเร็จที่ตายตัวและสมบูรณ์แบบ เช่นเดียวกับการเลี้ยงดูในด้านอื่น ๆ ซึ่งไม่มีวิธีใดที่ใช้ได้ผลกับเด็กทุกคน ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงต้องพยายามทดลองฝึกลูกน้อยเข้านอนด้วยวิธีต่าง ๆ จนกว่าจะพบวิธีที่เหมาะสมกับลูกน้อยและครอบครัว สำหรับวิธี ฝึกให้ลูกน้อยเข้านอน สามารถทำได้ดังนี้ วิธีที่ 1 : ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม หากมีลูกน้อยวัยหัดเดินที่เคยชินกับการถูกจับหรือโยกตัวเพื่อเข้านอน คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องใช้วิธีการค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของพวกเขา ซึ่งถือว่าเป็นวิธีการที่เหมาะที่สุดสำหรับเด็กทารก การเปลี่ยนแปลงจากการที่ลูกน้อยมักจะหลับในอ้อมแขน ไปเป็นการนอนหลับบนที่นอน อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ สำหรับวิธีค่อย ๆ เปลี่ยนพฤติกรรมนี้จะช่วยให้ลูกน้อยที่ติดกับการกอดค่อย ๆ มีการปรับตัว โดยสิ่งที่ต้องทำก็คือ การวางลูกน้อยเอาไว้ในเปลหรือเตียงในขณะที่พวกเขาตื่น แต่เริ่มมีความรู้สึกง่วง จากนั้นให้คุณเดินออกจากห้องแล้วปิดประตูทันที เมื่อลูกน้อยเริ่มร้องไห้งอแงต้องใจแข็งและอย่าเดินกลับเข้าไปในห้องทันที ให้รอประมาณ 5 นาทีหรือกลับเข้าไปในห้องเมื่อลูกน้อยร้องไห้ไม่ยอมหยุดเท่านั้น หากจำเป็นจะต้องกลับเข้าไปในห้องอีกครั้ง ให้ปลอบลูกน้อยด้วยการลูบหลังเบา ๆ จนกว่าพวกเขาจะสงบแล้ว แล้วจึงออกจากห้องไป หากลูกน้อยร้องไห้อีกครั้งให้ทำซ้ำแบบนี้อีกครั้ง และทำวิธีนี้ต่อไปจนกว่าเขาจะหลับไป โดยไม่อุ้มขึ้นมาปลอบให้หลับ ในกรณีหากลูกน้อยนอนอยู่บนเตียงแล้ว และจะเข้าไปในห้องเพื่อพาพวกเขาออกจากเตียง […]


การเติบโตและพัฒนาการ

เลือกสถานรับเลี้ยงเด็ก อย่างไรให้ปลอดภัยกับลูกน้อย

การเลือกใช้บริการสถานรับเลี้ยงเด็กถือเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ สำหรับคุณพ่อคุณแม่บางคนที่ไม่มีญาติ หรือเพื่อนบ้านคอยดูแลลูกของตน รวมถึงอาจจะไม่มีเวลาในการดูแลลูกด้วยตัวเองในบางช่วงเวลา การ เลือกสถานรับเลี้ยงเด็ก สักแห่ง เพื่อให้รับผิดชอบในการดูแลลูกก็ควรจะต้องพิจารณาให้ดีเสียก่อน [embed-health-tool-vaccination-tool] การดูแลเด็กแบบไหน ที่เหมาะกับลูกน้อย การดูแลลูกน้อยถือเป็นเรื่องที่ควรใส่ใจ เพราะการดูแลลูกน้อยในแบบที่เหมาะสมจะทำให้ลูกน้อยได้รับการดูแลอย่างดี โดยครอบครัวส่วนใหญ่มักจะใช้วิธีการดูแลลูกน้อยแบบผสมผสาน เพื่อตอบสนองความต้องการทั้งหมดของลูกน้อย การเตรียมการดูแลเด็กที่ดีที่สุดคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อยและครอบครัว ซึ่งประเภทของการเตรียมการที่ครอบครัวส่วนใหญ่มักจะใช้ในการดูแลลูกน้อย ได้แก่ การดูแลโดยผู้ปกครองเท่านั้น การดูแลโดยญาติ การดูแลที่ไม่ใช่ญาติ โดยให้พี่เลี้ยง เพื่อน หรือเพื่อนบ้านเป็นผู้ดูแล อาจจะมาดูแลลูกน้อยที่บ้าน หรือดูแลที่สถานรับเลี้ยงเด็กก็ได้เช่นกัน การดูแลโดยสถานรับเลี้ยงเด็ก การดูแลเด็กเฉพาะทาง สำหรับเด็กที่มีความต้องการด้านสุขภาพเป็นพิเศษ วิธี เลือกสถานรับเลี้ยงเด็ก ที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้ สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ไม่มีญาติ เพื่อน รวมถึงเวลาในการดูแลลูกน้อยในบางช่วงเวลา การเลือกใช้บริการสถานรับเลี้ยงเด็กจึงถือเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่หากจะตัดสินใจเลือกสถานรับเลี้ยงเด็กสักแห่ง เพื่อให้รับผิดชอบในการดูแลลูก ก็ควรจะต้องพิจารณาให้ดีเสียก่อย โดยวิธีการเลือกสถานรับเลี้ยงเด็ก สามารถพิจารณาได้จากสิ่งต่าง ๆ ดังนี้ สังเกตดูปฏิสัมพันธ์ที่เจ้าหน้าที่มีต่อเด็ก สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความใส่ใจเป็นพิเศษในการเลือกสถานรับเลี้ยงเด็ก ก็คือ ลองดูว่าเจ้าหน้าที่มีปฏิสัมพันธ์กับเด็กอย่างไร ตามหลักการแล้วผู้ดูแลควรอยู่บนพื้นเพื่อเล่นกับเด็ก ๆ หรืออุ้มเด็กไว้บนตัก เนื่องจากในช่วงปีแรก ๆ ทารกต้องการความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด ความรัก และการโต้ตอบกับผู้ใหญ่ เพื่อที่จะเติบโต นั่นเป็นเหตุผลที่สำคัญอย่างยิ่งที่ผู้ดูแลคนแรกของลูกจะต้องเป็นคนที่อบอุ่นและมีการโต้ตอบกับเด็ก แม้จะเป็นการดูแลแบบกลุ่มทารกและเด็กโตก็ควรจะต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่ที่เท่าเทียมกัน นอกจากนี้ การดูแลแบบมีประสิทธิภาพยังส่งผลสำคัญต่อสุขภาพของลูกน้อยอีกด้วย ทำสัญญาในการดูแลเด็ก ทารกต้องการการดูแลที่สม่ำเสมอ การดูแลอย่างสม่ำเสมอนั้นจะช่วยสร้างความผูกพันกับผู้ดูแลของพวกเขา โดย Debra […]


ปัญหาสุขภาพเด็กแบบอื่น

โรคขาดการยับยั้งการสมาคม สาเหตุ อาการและการรักษา

โรคขาดการยับยั้งการสมาคม (Disinhibited Social Engagement Disorder หรือ DSED) มักเกิดขึ้นกับเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี เป็นโรคที่เกี่ยวกับทักษะการเข้าสังคมของเด็ก โดยเด็กจะรู้สึกไว้วางใจและสนิทสนมกับคนแปลกหน้าได้ง่ายกว่าปกติ อาจมีสาเหตุมาจากเด็กถูกละเลยและไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดจากคนในครอบครัว ทำให้เด็กไม่สนิทสนมหรือผูกพันกับคนในครอบครัวเท่าที่ควร แต่กลับต้องการทำความรู้จักและรู้สึกสบายใจเมื่อพบเจอกับคนแปลกหน้า ทำให้เด็กเสี่ยงที่จะหลงเชื่อคำชักชวนจนส่งผลให้เป็นอันตรายต่อตัวเด็กได้ โรคขาดการยับยั้งการสมาคม คืออะไร โรคขาดการยับยั้งการสมาคม จัดอยู่ในกลุ่มความผิดปกติทางความผูกพัน (Attachment Disorder) ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเด็กไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่และความรักจากพ่อแม่เท่าที่ควร ส่งผลให้เด็กไม่รู้สึกสนิทสนมหรือผูกพันกับพ่อแม่ตัวเอง แต่กลับสบายใจเวลาอยู่กับคนอื่น หรือคนแปลกหน้ามากกว่า โรคนี้มักเกิดกับเด็กที่อายุต่ำว่า 18 ปี และผู้ป่วยจะต้องเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสมจึงจะสามารถหายจากโรคได้ สัญญาณของโรคขาดการยับยั้งการสมาคม คู่มือการวินิจฉัยและสถิติสำหรับความผิดปกติทางจิต (Diagnostic and Statistical Manual of Mental Disorders หรือ DSM) ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์การวินิจฉัยความผิดปกติทางจิตซึ่งจัดทำโดยสมาคมจิตเวชศาสตร์แห่งสหรัฐอเมริกา (American Psychiatric Association) ที่นิยมใช้อย่างแพร่หลายในหมู่แพทย์และนักวิจัยหลายประเทศรวมถึงประเทศไทยด้วย ระบุว่า หากเด็กมีอาการดังต่อไปนี้มากกว่า 2 ข้อขึ้นไป อาจเข้าข่ายเป็นโรคขาดการยับยั้งการสมาคม เด็กอาจตื่นเต้นมากเกินไป ไม่รู้สึกกลัว ไม่รู้สึกเขินอาย หรือขาดการยับยั้งชั่งใจเวลาพบเจอหรือมีปฏิสัมพันธ์กับคนแปลกหน้า หรือผู้ใหญ่ที่ไม่คุ้นเคยกันมาก่อน เด็กอาจแสดงพฤติกรรมที่ดูเป็นมิตรหรือสนิทสนมกับคนแปลกหน้ามากเกินไป พูดเก่งกว่าปกติ มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับวัยหรือขนมธรรมเนียมประเพณี […]


ปัญหาสุขภาพเด็กแบบอื่น

ลูกน้อยอาเจียนเป็นเลือด สาเหตุเกิดจากอะไร วิธีดูแลเบื้องต้นทำอย่างไร

ลูกน้อยอาเจียนเป็นเลือด คือ อาการที่ทารกสำรอกเศษเลือดออกมาจากปาก หรือมีน้ำลายไหลโดยมีเลือดติดออกมาด้วย ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ลูกน้อยอาเจียนนั้นแตกต่างกันออกไป มักเป็นอาการที่เกิดขึ้นหลังคลอด หรือการที่คุณแม่ให้นมแล้วหัวนมแตกจนมีเลือดปนออกมาเมื่อลูกอาเจียน อย่างไรก็ตาม คุณพ่อคุณแม่ควรศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับการอาเจียนเป็นเลือด เพื่อจะได้สังเกตและดูแลลูกน้อยได้อย่างถูกวิธี ลูกน้อยอาเจียนเป็นเลือด เป็นเรื่องปกติหรือไม่ ลูกอาเจียนเป็นเลือด คืออาการที่ทารกสำรอกออกมาเป็นเลือด หรือมีเลือดปนมาด้วย ทั้งนี้อาจเกิดขึ้นได้ในหลายกรณี เช่น อาจเกิดจากการที่ทารกกลืนเลือดของคุณแม่ระหว่างการคลอดเข้าไป โดยภาวะนี้สังเกตได้จากของเหลวที่มีสีแดง หรือสีชมพู ซึ่งจะเกิดกับทารกในช่วง 2-3 วันแรกหลังจากทารกคลอด หรือทารกกลืนเลือดของคุณแม่ที่มีอาการหัวนมแตกเข้าไป ทำให้เมื่อสำรอกอาจมีเลือดจากหัวนมแตกปนออกมาด้วย แต่ในทั้ง 2 กรณีนี้ ลักษณะของอาเจียนเป็นเลือดจะเป็นเพียงเศษเลือดเล็กน้อยเท่านั้น ปกติแล้วหากทารกอาเจียนเป็นเลือดในกรณีดังกล่าว มักไม่น่ากังวล แต่หากลูกน้อยอาเจียนเป็นเลือดร่วมกับมีไข้ ท้องบวม มีผื่นขึ้น มีอาการเซื่องซึม หรือร้องไห้งอแงไม่หยุดขณะที่อาเจียนเป็นเลือด ควรพาลูกน้อยไปหาคุณหมอในทันที เพราะอาจมีปัญหาภาวะสุขภาพอย่างอื่นเป็นสาเหตุร่วมด้วย สาเหตุที่ทำให้ ลูกอาเจียนเป็นเลือด อาจมีสาเหตุหลายประการที่ทำให้ลูกน้อยอาเจียนเป็นเลือดและมักมีระดับความรุนแรงที่แตกต่างกันไปในทารกแต่ละคน ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ลูกน้อยอาเจียนมีเลือดปนนั้น มีดังนี้ หัวนมแตกทำให้ ลูกอาเจียนเป็นเลือด อาการหัวนมแตกเป็นเรื่องปกติสำหรับคุณแม่ที่ให้นมบุตร โดยเฉพาะคุณแม่ที่เริ่มให้นมบุตรจะมีอาการระคายเคืองที่หัวนมจากแรงดึง แรงกด หรือเนื่องจากผิวหนังสัมผัสกับน้ำลาย อาการอาจแย่มากจนผิวหนังแตก และมีเลือดออก ทำให้มีเลือดปะปนไปกับน้ำนมที่ลูกกิน และทำให้ลูกอาเจียนเป็นเลือด หากไม่เห็นรอยแตกใด ๆ แต่ลูกอาเจียนเป็นเลือด ให้ลองตรวจนำน้ำนมมาตรวจดูว่ามีเลือดปนหรือไม่ ในกรณีที่คุณแม่สังเกตเห็นเลือดในน้ำนมแม่ ให้นำน้ำตาล หรือน้ำเปล่าป้อนให้แก่ลูกน้อยของคุณหลังกินนมเสร็จ เพื่อเจือจางเลือดในท้องของเด็ก และโปรดหยุดให้นมลูกทางหัวนมที่แตกเป็นเวลา 2-3 […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

กำลังมองหาเรื่องราวในการเลี้ยงดูบุตรใช่หรือไม่?

เข้าร่วมชุมชนการเลี้ยงดูบุตรและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคุณแม่และคุณพ่อคนอื่น ๆ เข้าร่วมชุมชนได้เลย!





ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน