พ่อแม่เลี้ยงลูก

ในทุกช่วงชีวิตของลูกน้อย เหล่าคุณพ่อคุณแม่จำเป็นที่จะต้องรู้วิธีดูแลและสนับสนุนสุขภาพโดยรวมของลูกน้อย เพื่อให้ความเป็นอยู่ของลูกน้อยดีขึ้น เพราะฉะนั้นใน พ่อแม่เลี้ยงลูก คุณจะได้พบกับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ รวมถึงเคล็ดลับในการดูแลลูกให้แข็งแรง มีความสุข และสามารถปรับตัวได้ในทุกสถานการณ์

เรื่องเด่นประจำหมวด

พ่อแม่เลี้ยงลูก

ทารกสะอึกแบบไหนที่คุณพ่อคุณแม่ควรระวัง

เรื่องใหญ่สำหรับคุณพ่อคุณแม่คงจะหนีไม่พ้นการดูแลลูกน้อยให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และมีพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัย แน่นอนว่าการใส่ใจในทุกรายละเอียดของชีวิตประจำวันเป็นสิ่งสำคัญ เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่คงจะรู้จักลูกน้อยของตนเองดีกว่าใคร ยิ่งถ้าหากวันไหนลูกเกิดมีอาการผิดสังเกตไปจากปกติ คุณพ่อคุณแม่คงหวั่นใจไม่น้อย หนึ่งในอาการที่มักพบได้บ่อยในเด็กทารกที่มีอายุต่ำกว่า 12 เดือน คืออาการ “สะอึก”1 คุณพ่อคุณแม่อาจสงสัยว่าอาการสะอึกของลูกปกติดีหรือไม่? ลูกไม่สบายตรงไหนรึเปล่า? Hello คุณหมอได้รวบรวมคำตอบ พร้อมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับอาการสะอึกของทารก เอาไว้ให้ในบทความนี้แล้ว ครั้งต่อไปที่ลูกสะอึกก็พร้อมรับมือด้วยความมั่นใจได้อย่างแน่นอน ลูกสะอึกแต่ละที สะเทือนไปทั้งตัว แม้ว่าอาการสะอึกจะเกิดขึ้นกับคนได้ทุกวัย ถ้าแก้ไขถูกวิธีแค่ไม่นานก็หาย ดูแล้วไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร แต่เมื่อเด็กทารกสะอึก กลับดูสะเทือนไปทั้งตัว จนคุณพ่อคุณแม่อดห่วงไม่ได้ว่าลูกจะเจ็บตรงไหนหรือรู้สึกไม่สบายหรือเปล่า ที่จริงแล้วอาการสะอึกไม่ได้รบกวนลูกน้อยแต่อย่างใด ทารกที่สะอึกสามารถกินและนอนได้ตามปกติ หากอาการสะอึกนั้นเกิดขึ้นช่วงสั้นๆ เพียง 5-10 นาที2 สาเหตุที่ทารกสะอึกคืออะไร ทารกสะอึกไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด โดยอาการนี้มักเกิดขึ้นหลังจากที่ทารกอิ่มนมแล้ว อาจเป็นไปได้ว่าเพราะดื่มเยอะ ดื่มเร็ว หรือกลืนอากาศเข้าไปด้วย สาเหตุเป็นเพราะนมที่ดื่มเข้าไปทำให้กระเพาะอาหารขยายตัว จนเกิดแรงดันส่งไปยังกล้ามเนื้อกะบังลม พอหายใจออก กล้ามเนื้อกะบังลมก็จะหดตัวอย่างรวดเร็ว จนเกิดเสียงสะอึกออกมา³ อาการสะอึกของเด็กทารก มักพบได้บ่อยในช่วง 3 เดือนแรก พออายุเข้า 4-5 เดือน อาการสะอึกก็จะค่อยๆ ลดลง หายไปเอง นอกเหนือจากสาเหตุข้างต้นแล้ว เหตุผลที่เด็กทารกสะอึกก็อาจมาจากอาการท้องอืด เพราะระบบย่อยอาหารยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ หรืออาจเป็นผลข้างเคียงจากการรับประทานยาบางชนิดก็ได้เช่นกัน3 ทารกสะอึกแบบไหนถึงเรียกว่าอันตราย     อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้น ว่าทารกสะอึกจะเกิดขึ้นเพียง 5-10 นาที จากนั้นจะค่อยๆ […]

หมวดหมู่ พ่อแม่เลี้ยงลูก เพิ่มเติม

สำรวจ พ่อแม่เลี้ยงลูก

การเติบโตและพัฒนาการ

ลูกโดนเพื่อนนินทา คุณพ่อคุณแม่จะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างไร

ลูกโดนเพื่อนนินทา เป็นปัญหาที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรละเลยหรือมองข้ามเด็ดขาด เพราะแม้ว่าลูกน้อยอาจจะหลีกเลี่ยงการจับกลุ่ม หรือเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน มากแค่ไหน แต่ก็ไม่อาจพ้นจากการถูกนินทาได้ ดังนั้น เมื่อลูกน้อยเข้ามาปรึกษาว่าโดนเพื่อนนินทา คุณพ่อคุณแม่ควรรับฟังอย่างตั้งใจและพยายามทำความเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่ควรตำหนิหรือซ้ำเติมเพราะอาจยิ่งทำให้ลูกรู้สึกเจ็บปวดและควรทางออกร่วมกันกับลูก อย่าปล่อยให้ลูกรู้สึกโดดเดี่ยว นอกจากนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรหาวิธีช่วยเหลืออย่างถูกต้องและเหมาะสมในการรับมือเมื่อลูกโดนเพื่อนนินทา วิธีรับมือ เมื่อ ลูกโดนเพื่อนนินทา การนินทานั้นมักจะเกิดขึ้นเมื่อเด็ก ๆ เริ่มโตขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น ไม่ว่าจะตั้งใจเรียน เป็นเด็กดี หรือมีนิสัยอย่างไรก็ตาม ยากที่จะหลีกเลี่ยงการโดนนินทา  เมื่อ ลูกโดนเพื่อนนินทา คุณพ่อคุณแม่ควรจะต้องทำให้ลูกรู้สึกว่ามีคนคอยช่วยเหลือและอยู่ข้าง ๆ เสมอ รวมทั้งควรอธิบายให้ลูกเข้าใจถึงความจริงข้อที่ว่า ไม่มีใครสามารถหลีกพ้นการโดนนินทาไปได้ ทั้งนี้ วิธีที่คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยลูกน้อยรับมือเมื่อโดนเพื่อนนินทานั้น อาจปฏิบัติตามคำแนะนำ ดังนี้ หลีกเลี่ยงการอยู่กับกลุ่มเพื่อนที่ชอบนินทา เมื่อโดนเพื่อนนินทา เด็ก ๆ ย่อมรู้สึกเจ็บปวดและเสียใจ คุณพ่อคุณแม่ควรพยายามช่วยให้ลูกน้อยหันไปสนใจเรื่องอื่นแทน โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมกับกิจกรรมภายนอกหรือวางแผนการเดินทางของครอบครัว เพื่อลดความกังวลเกี่ยวกับเรื่องการถูกนินทา นอกจากนี้ วิธีการที่ดีคือ ให้ลูกน้อยหลีกเลี่ยงจากการใช้โซเชียลมีเดียสักระยะหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากโซเชียลมีเดียนั้นเป็นแหล่งกระจายข่าวลือของเพื่อน ๆ ที่โรงเรียน แม้จะเป็นเรื่องยากเพราะเด็ก ๆ มักต้องการรู้ว่าคนอื่นกำลังพูดอะไรเกี่ยวกับตนเองบ้าง แต่ควรอธิบายให้ลูกเข้าใจว่า บางครั้งอาจจะเป็นการดีกว่าที่จะไม่สนใจคำนินทาและควรใช้เวลาอยู่กับกิจกรรมที่ทำให้มีความสุขมากกว่า สังเกตพฤติกรรมลูกอย่างใกล้ชิด เด็กส่วนใหญ่ไม่สามารถรอให้การนินทาเงียบสงบไปเองได้ แม้แต่ข่าวลือเล็ก ๆ น้อย ๆ […]


พ่อแม่เลี้ยงลูก

น้องเน่า คืออะไร ส่งผลต่อสุขภาพและการใช้ชีวิตของเด็กอย่างไร

เมื่อไม่นานมานี้มีเรื่องราวของเด็กชาวญี่ปุ่นที่โกรธแม่เพราะแม่เอาตุ๊กตาตัวโปรดไปทิ้ง ซึ่งคุณแม่ให้เหตุผลว่าเพราะตุ๊กตานั้นมีสภาพที่ขาดรุ่งริ่งแล้ว จึงตัดสินใจนำไปทิ้ง เด็กชายจึงเขียนจดหมายไปหารายการทีวีเพื่อขอให้ช่วยซ่อมตุ๊กตาให้กลับมาดังเดิม เรื่องราวนี้มีผู้คนในโลกออนไลน์แชร์ออกไปอย่างกว้างขวาง พร้อมทั้งมีการแสดงความคิดเห็นถึงความน่ารักน่าเอ็นดูของเด็ก พร้อมทั้งแชร์ประสบการณ์ของตนเองกับน้องเน่าตัวโปรดกันมากมาย จากเรื่องราวนี้อาจทำให้ผู้ปกครองหลายคนมาคิดได้ว่า สำหรับเด็กแล้ว “น้องเน่า” อาจเป็นมากกว่าตุ๊กหรือสิ่งของที่ชำรุดหรือหมดสภาพ แต่อาจหมายถึงเพื่อนที่ทำให้รู้สึกสบายใจเมื่อได้อยู่ใกล้ วันนี้ Hello คุณหมอ มีเรื่องราวดีๆ ของน้องเน่ามาฝากค่ะ [embed-health-tool-vaccination-tool] น้องเน่า คืออะไร น้องเน่า ผ้าเน่า ตุ๊กตาเน่า หรือหมอนเน่า คือจักรวาลน้องเน่าที่อยู่ในหมวดคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่เรียกว่า Comfort Objects หรือ Transitional Objects หรือ Security Blanket อันหมายถึงวัตถุหรือสิ่งของที่ให้ความรู้สึกอุ่นใจ ปลอดภัย และสบายใจที่ได้อยู่ใกล้ๆ ทั้งยังหมายถึงวัตถุแห่งการเปลี่ยนผ่านความทรงจำ กล่าวคือไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานแค่ไหน แต่ของสิ่งนั้นก็ยังคงช่วยให้รู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย และสบายใจทุกครั้งที่ได้กอดหรือสัมผัส หากเรียกรวมๆ แล้ว ก็หมายถึงน้องเน่า ผ้าเน่า ตุก๊กตาเน่า หรือหมอนเน่าที่พวกเราเรียกกันจนติดปากนั่นเอง โดยของดังกล่าวอาจจะเป็นหมอน ผ้าห่ม ตุ๊กตา ของเล่น เสื้อผ้า หรือวัตถุใดๆ ก็ตาม แต่ส่วนมากแล้วจะเป็นวัตถุที่มีสัมผัสนุ่มนิ่ม เพราะจะให้ความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลายยามกอดหรือนอนหนุนขณะหลับ มากไปกว่านั้นหลายคนอาจตั้งชื่อให้กับน้องเน่าของตนเองโดยเฉพาะด้วย ประโยชน์ของ น้องเน่า […]


การเติบโตและพัฒนาการ

การบูลลี่ กับทักษะทางสังคมที่อาจช่วยป้องกันการถูกบูลลี่ได้

การบูลลี่ ไม่ว่าจะเป็นทางคำพูดหรือการกระทำ เป็นเรื่องที่พบได้ตั้งแต่ในวัยเด็ก หากเด็กถูกบูลลี่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ อย่างไรก็ตาม การฝึกทักษะในการเข้าสังคม เช่น มารยาท การสื่อสารที่ถูกต้องชัดเจน การรู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน อาจช่วยป้องกันไม่ให้เด็กถูกบูลลี่และช่วยลดการบูลลี่ได้ [embed-health-tool-child-growth-chart] ทักษะทางสังคมที่อาจช่วยป้องกัน การบูลลี่ สำหรับเด็กเล็กแล้ว เพื่อป้องกันการถูกกลั่นแกล้งและพัฒนาความสัมพันธ์ เขาจำเป็นจะต้องเรียนรู้และใช้ทักษะทางสังคมที่หลากหลายอย่างมีประสิทธิผล สภาพแวดล้อมของเด็กปฐมวัยมีสภาพแวดล้อมเหมาะสมกับการเรียนรู้โดยธรรมชาติ และเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กด้วย ซึ่งเด็กๆ สามารถเรียนรู้และฝึกฝนทักษะทางสังคมได้ สำหรับวิธีที่คุณพ่อคุณแม่จะช่วยเสริมสร้าง ทักษะทางสังคมและป้องกันการกลั่นแกล้ง ที่จะเกิดขึ้นกับลูกน้อย สามารถทำได้ดังนี้ สร้างความนับถือตัวเอง การเห็นคุณค่าในตัวเอง ถือเป็นรากฐานของความมั่นคงที่เด็กๆ จะสามารถอยู่ในสังคมได้ หากเด็กขาดความมั่นใจก็ถือเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเขาที่จะต้องรับความเสี่ยงในการพัฒนา ทักษะทางสังคมและการป้องกันการกลั่นแกล้ง ที่เข้มแข็ง การพัฒนาความนับถือตัวเองของลูก ต้องเริ่มต้นจากการทำทุกอย่างที่ทำได้ เพื่อให้แน่ใจว่าลูกเข้าใจและรับทราบถึงจุดอ่อนของพวกเขา ยอมรับ และรู้สึกดีกับตัวเองได้ การนับถือตัวเองเป็นปัจจัยที่ช่วยป้องกันการกลั่นแกล้งได้ เด็ก ๆ มักจะไม่ค่อยเลือกแกล้งคนที่มีความมั่นใจในตัวเองและสามารถควบคุมตัวเองได้ ส่งเสริมมิตรภาพ มิตรภาพที่ดีเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยป้องกันการถูกกลั่นแกล้ง ในความเป็นจริงแล้วการมีเพื่อนแม้เพียงคนเดียวก็สามารถสร้างเกราะป้องกันการกลั่นแกล้งได้ สำหรับเด็กที่มีเพื่อนมาก ๆ มักจะไม่ค่อยเป็นเป้าหมายสำหรับการโดนแกล้งสักเท่าไหร่ ดังนั้น จึงเป็นการดีที่จะช่วยให้ลูกได้พัฒนามิตรภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยเด็ก โดยกำหนดเวลากับเพื่อน ๆ ให้พวกเขาได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมภายนอก และพูดคุยกันถึงสิ่งที่จะทำให้เกิดมิตรภาพที่ดี สอนให้กล้าแสดงออก เชื่อหรือไม่ว่า การกล้าแสดงออกนั้นเป็นส่วนสำคัญของการมีสังคมที่เข็มแข็ง เมื่อเด็กทำตัวเฉยชาพวกเขามักจะถูกเอาเปรียบหรือถูกรังแก โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กผู้หญิงที่มักจะมองหากลุ่มเป้าหมายที่ไม่กล้าในการแสดงออก เพื่อกลั่นแกล้งและเอาเปรียบ ดังนั้น คุณควรสอนให้พวกเขากล้าที่จะแสดงความคิดเห็นหรือความรู้สึกของตัวเอง นอกจากนั้นยังต้องเสนอให้พวกเขาตระหนักด้วยว่า การยืนหยัดเพื่อสิทธิของตัวเองเป็นสิ่งที่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการถูกกลั่นแกล้ง […]


วัคซีน

ข้อควรรู้เกี่ยวกับ วัคซีนโรตา ทางเลือกในการปกป้องลูกน้อย จากเชื้อไวรัสในของเล่น

วัคซีนโรตา คือวัคซีนที่มีไว้สำหรับป้องกัน ไวรัสโรตา (Rotavirus) ซึ่งเป็นไวรัสที่อาจส่งผลให้ทารกและเด็กเล็กมีอาการท้องเสีย อาเจียน เป็นไข้ ซึ่งเป็นวัคซีนที่พบได้ในอุจจาระและสามารถแพร่กระจายได้ผ่านทางพื้นผิวต่าง ๆ เช่น ลูกบิดประตู โต๊ะ ประตู ของเล่น ดังนั้น จึงควรศึกษาเกี่ยวกับข้อดีและข้อเสียของการฉีดวัคซีนโรตา หรือปรึกษาคุณหมอก่อนฉีดวัคซีน [embed-health-tool-bmi] วัคซีนโรตา สำคัญอย่างไร วัคซีนโรตาหรือวัคซีนป้องกันไวรัสโรตานั้น มีจุดประสงค์หลักคือการป้องกันร่างกายของผู้รับวัคซีน ไม่ให้ติดเชื้อไวรัสโรตา ไวรัสที่อาจทำให้ทารกและเด็กเล็ก เกิดอาการท้องเสียและอาเจียน ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดภาวะขาดน้ำ (Dehydration) และมีไข้สูงได้ หากไม่ได้รับการรักษาดูแลอย่างถูกต้องและทันท่วงที ไวรัสโรตา (Rotavirus) นั้นเป็นไวรัสที่แพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วมาก โดยเรามักจะสามารถพบไวรัสเหล่านี้ได้ในอุจจาระของผู้ที่ติดเชื้อ และอาจไม่ระวังเรื่องความสะอาด อาจทำให้เชื้อโรคนี้ปนเปื้อนไปสู่พื้นผิวต่างๆ เช่น โต๊ะ ประตู ลูกบิด และของเล่นเด็ก ที่เด็กอาจจะนำเข้าสู่ปาก ทำให้ติดเชื้อเป็นรายต่อไปได้ ทั่วโลกนั้นจะพบผู้ป่วยฉุกเฉินที่ติดเชื้อไวรัสโรตากว่า 2 ล้านราย และส่งผลให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี ต้องเสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโรตานี้ไม่ต่ำกว่า 500,000 รายต่อปี ในทางกลับกัน เด็กโต วัยรุ่น และผู้ใหญ่ที่ติดเชื้อไวรัสโรตา อาจจะมีอาการที่รุนแรงน้อยกว่า แต่ก็ยังสามารถแพร่กระจายเชื้อไวรัสไปให้ผู้อื่นได้อยู่ดี ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ (Centers for Disease […]


การเติบโตและพัฒนาการ

สอนลูกทำงานบ้าน อีกหนึ่งเคล็ดลับฝึกความรับผิดชอบให้ลูก

ความรับผิดชอบ ถือเป็นอีกหนึ่งทักษะสำคัญในการใช้ชีวิตที่คนทุกเพศทุกวัยควรมี ยิ่งหากได้ฝึกความรับผิดชอบตั้งแต่เด็ก ก็ยิ่งส่งผลให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบสูง ซึ่งจะส่งผลดีต่อทั้งกับตัวเองและสังคมด้วย เมื่อพูดถึงการฝึกความรับผิดชอบให้ลูก คุณพ่อคุณแม่หลายคนก็อาจคิดไม่ตกว่าควรเริ่มต้นอย่างไรดี แต่ Hello คุณหมอ อยากบอกว่า คุณไม่จำเป็นต้องเครียด หรือวิตกกังวลแต่อย่างใด เพราะคุณสามารถเริ่มต้นฝึกความรับผิดชอบให้ลูกได้ง่าย ๆ ด้วยการ สอนลูกทำงานบ้าน ข้อดีของการ สอนลูกทำงานบ้าน งานวิจัยชิ้นหนึ่งของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดที่ศึกษาเกี่ยวกับความเกี่ยวข้องกันระหว่างปัจจัยทางจิตสังคมและกระบวนการทางชีววิทยา (Biological Process) ในวัยเด็กกับลักษณะสุขภาพและความเป็นอยู่เมื่อโตขึ้น พบว่า เด็กที่เคยทำงานบ้านได้รับเงินเดือนหรือค่าตอบแทนในการทำงานสูงกว่า โดยงานบ้านถือเป็นตัวแปรสำคัญที่บ่งชี้ได้ว่า เด็กน่าจะเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสุข สุขภาพแข็งแรง และพึ่งพาตนเองได้ ผู้เชี่ยวชาญเผยว่า การทำงานบ้าน ช่วยพัฒนาภาวะจิตสังคมให้กับเด็ก ๆ ได้ (ภาวะจิตสังคม หมายถึง ภาวะทางด้านจิตใจอารมณ์ที่เราแสดงออกให้ผู้อื่นเห็น ผ่านทางสีหน้า แววตา คำพูด น้ำเสียง อากัปกิริยา ท่าทาง และพฤติกรรมต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ ทัศนคติ การตัดสินใจ การตอบสนองต่อพฤติกรรมอื่น ๆ ในชีวิตประจำวัน) นอกจากนี้ การทำงานบ้านยังฝึกให้เด็กรู้จักแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ ได้มีส่วนร่วม ได้ฝึกความรับผิดชอบ ทั้งยังทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นที่ต้องการของครอบครัว ไม่รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าอีกด้วย โดยผลสำรวจชาวอเมริกันวัยผู้ใหญ่จำนวน 1,001 […]



โรคเด็กและอาการทั่วไป

โรคในทารกแรกเกิด ที่พบได้บ่อย มีอะไรบ้าง

โรคในทารกแรกเกิด อาจเป็นอาการเจ็บป่วยเช่นเดียวกับเด็กในวัยอื่น ๆ  แต่อาจเกิดขึ้นได้บ่อยครั้งกว่า เพราะร่างกายของทารกแรกเกิดนั้นยังไม่เจริญเติบโตเต็มที่ ระบบภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรง ดังนั้น จำเป็นที่คุณพ่อคุณแม่และผู้ใหญ่ในครอบครัว ควรให้ความใส่ใจและสังเกตทารกแรกเกิดเพื่อจะได้ดูแลและรักษาอย่างทันท่วงที โรคในทารกแรกเกิด ที่พบได้บ่อย ภาวะท้องอืด ภาวะท้องอืด เป็นโรคในทารกแรกเกิด ที่พบได้บ่อยมากเป็นอันดับต้น ๆ เด็กทารกมักมีอาการท้องอืด แน่นท้อง และท้องป่องเป็นประจำ โดยเฉพาะขณะกินนมแม่ และหลังกินนมเสร็จ เมื่อเกิดภาวะท้องอืด จะทำให้ทารกน้อยรู้สึกอึดอัด ไม่สบายตัว หายใจลำบาก เป็นต้น สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องระวังเมื่อลูกท้องอืด ก็คือ หากเป็นอาการท้องอืดที่ไม่เป็นอันตราย ท้องมักนิ่ม หากทารกท้องแข็ง บวม แน่น รวมทั้งมีอาการอาเจียน หรือท้องเสียนานเกิน 2 วันร่วมด้วย ควรพาไปพบคุณหมอทันที เพราะอาการที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้เป็นเพราะมีแก๊สในกระเพาะอาหาร หรือท้องผูกตามปกติ แต่อาจเป็นสัญญาณของปัญหาเกี่ยวกับลำไส้ที่เป็นอันตรายได้ โรคดีซ่าน โรคดีซ่าน ทำให้ผิวหนัง ดวงตา และปากของทารกเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เนื่องจากในร่างกายมีระดับบิลิรูบิน (Bilirubin) สูงผิดปกติ โดยบิลิรูบินเป็นสารประกอบที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการสลายเซลล์เม็ดเลือดแดงเก่าและสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงใหม่ของร่างกาย ปกติแล้ว ร่างกายของคนเราจะกำจัดบิลิรูบินออกทางตับ แต่ในช่วง 2-3 วันหลังลืมตาดูโลก ตับของทารกแรกเกิดจะยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ ทำให้ร่างกายทารกแรกเกิดบางคนไม่สามารถกำจัดบิลิรูบินออกได้ตามปกติ ในร่างกายเลยมีบิลิรูบินมากเกินไป ทำให้เกิดเป็นโรคดีซ่านหรือตัวเหลืองนั่นเอง แม้โรคดีซ่านจะเป็นโรคในทารกแรกเกิดที่พบบ่อย แต่ในบางกรณี ระดับบิลิรูบินที่สูงเกินไปก็อาจทำให้สมองของทารกแรกเกิดบาดเจ็บได้ ฉะนั้น […]


เด็กทารก

ลูกน้อยอาบน้ำนมแม่ ได้รับประโยชน์อย่างไรบ้าง

ลูกน้อยอาบน้ำนมแม่ คือการนำน้ำนมแม่เติมลงไปในอ่างอาบน้ำแล้วให้ลูกน้อยลงไปแช่ตัว เนื่องจากน้ำนมของแม่นั้นนอกจากจะอุดมไปด้วยสารอาหารและแอนติบอดีที่ช่วยบำรุงร่างกายและพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของทารกแล้วนั้น แต่น้ำนมแม่ยังเหมาะที่จะนำมาอาบให้ลูกน้อยด้วยเพื่อความชุ่มชื้นและบรรเทาผดผื่น ทั้งนี้ คุณแม่ควรมีน้ำนมเหลือมากพอที่จะนำมาอาบให้ลูกน้อย การอาบน้ำนมแม่ คืออะไร การอาบน้ำนมแม่ คือการ เติมน้ำนมแม่ลงไปในอ่างอาบน้ำของลูกน้อย ซึ่งการให้ลูกน้อยอาบน้ำนมแม่นั้น จะช่วยรักษาปัญหาผิวของทารกได้ เนื่องจากน้ำนมแม่เต็มไปด้วยคุณสมบัติที่ช่วยบำรุง ปกป้อง และรักษาผิวของทารกได้นั่นเอง ประโยชน์ของการให้ลูกน้อยอาบน้ำนมแม่ ประโยชน์ของการให้ลูกน้อยอาบน้ำนมแม่มีหลายประการ ดังนี้ ทำให้ผิวชุ่มชื้น ในน้ำนมแม่นั้นมีกรดไขมัน เช่น กรดโอเลอิก (Oleic acid) กรดปาลมิติก (Palmitic acid) และ กรดลิโนเลนิก (Linolenic acid) ซึ่งกรดไขมันเหล่านี้สามารถทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันผิว และกักเก็บความชุ่มชื้น เพื่อป้องกันความแห้งกร้านได้ ทารกที่มีผิวแห้งกร้านและคัน สามารถบรรเทาอาการที่เกิดขึ้นได้ด้วยการอาบน้ำนมแม่ ปกป้องผิวหนังและร่างกายจากเชื้อโรค น้ำนมแม่มีแอนติบอดี้หลายชนิด และมีคุณสมบัติในการต่อต้านการติดเชื้อได้เป็นอย่างดี แอนติบอดี้เหล่านี้ยังช่วยป้องกันการรุกรานของเชื้อโรคจากบาดแผลและรอบฟกช้ำเล็ก ๆ บนร่างกายของทารกได้ กรดไขมันที่อยู่ในน้ำนมแม่ อย่าง กรดโอเลอิก ยังมีส่วนช่วยในการกำจัดแบคทีเรียบนผิวหนังได้ด้วย ลดและซ่อมแซมความเสียหายของผิวหนัง กรดลิโนเลนิก (Linolenic acid) ที่มีอยู่ในน้ำนมแม่นั้นมีอยู่ 2 ชนิด ได้แก่ กรดไขมันโอเมก้า 3 และกรดไขมันโอเมก้า 6 […]


เลี้ยงลูกด้วยนมแม่

เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่ มีประโยชน์ต่อลูกน้อยและคุณแม่อย่างไร

การ เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่ ถือเป็นเรื่องที่เหล่าคุณแม่ควรจะทำเป็นอย่างมาก เนื่องจากในน้ำนมแม่นั้นมีสารอาหารที่เหมาะสมสำหรับทารก ทั้งยังเป็นอาหารที่เหมาะสมกับการย่อยของเด็กอีกด้วย นอกจากสารอาหารแล้ว ในน้ำนมแม่ยังมีประโยชน์อะไรต่อทารกอีกบ้าง ต้องติดตามกันใน Hello คุณหมอ ประโยชน์ของการ เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่ จากการศึกษาพบว่า การเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งของทารกและคุณแม่ด้วย ซึ่งเราจะมาดูประโยชน์ที่มีต่อทารกกันก่อน สำหรับประโยชน์ของการเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่ มีดังนี้ ให้คุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมสำหรับทารก หน่วยงานด้านสุขภาพส่วนใหญ่มักจะแนะนำให้เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่ เป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน จากนั้นจะแนะนำให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ต่อเนื่องไปอีกเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี ในน้ำนมของแม่นั้นมีทุกสิ่งที่ทารกต้องการในข่วง 6 เดือนแรกของชีวิต ทั้งยังมีสัดส่วนที่เหมาะสม องค์ประกอบในน้ำนมแม่ยังสามารถเปลี่ยนแปลงไปตามความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของทารกได้ โดยเฉพาะในช่วง 1 เดือนแรกของชีวิต ในช่วงวันแรกหลังคลอด หน้าอกจะผลิตของเหลวสีเหลืองข้นออกมา ซึ่งเรียกว่า “น้ำนมเหลือง” ซึ่งมีโปรตีนที่สูง น้ำตาลต่ำ และเต็มไปด้วยสารประกอบที่เป็นประโยชน์ต่อทารก โคลอสตรัม (Colostrum) เป็นนมชนิดแรกที่เหมาะกับทารกแรกเกิด เพราะมันสามารถช่วยพัฒนาระบบย่อยอาหารของทารกแรกเกิด หลังจากนั้น 2-3 วันแรก หน้าอกจะเริ่มผลิตน้ำนมในปริมาณที่มากขึ้น สิ่งเดียวที่อาจขาดในน้ำนมแม่ก็คือ วิตามินดี นั่นเอง เพื่อชดเชยการขาดวิตามินดี ได้มีการแนะนำให้หยดวิตามินดีตั้งแต่อายุ 2-4 สัปดาห์ มีแอนติบอดีที่สำคัญ น้ำนมแม่เต็มไปด้วยแอนติบอดีที่ช่วยให้ลูกน้อยต่อสู้กับไวรัสและแบคทีเรีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในน้ำนมเหลืองซึ่งเป็นนมแรก โคลอสตรัมให้อิมมูโนโกลบูลินเอ (Immunoglobulin A หรือ IgA) […]


เด็กทารก

ลูกน้อยร้องไห้ไม่ยอมหยุด คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ควรทำอย่างไร

โดยปกติแล้วเมื่อ ลูกน้อยร้องไห้ไม่ยอมหยุด เหล่าคุณพ่อคุณแม่มือใหม่มักจะรู้สึกกังวล เนื่องจากไม่รู้ว่าการที่ลูกร้องไห้ไม่ยอมหยุดเกิดจากสาเหตุอะไร เป็นเพราะไม่สบายเนื้อไม่สบายตัว หิว หรือสาเหตุอื่นๆ ดังนั้น ทาง Hello คุณหมอ จึงมีเรื่องนี้มาฝากเหล่าคุณพ่อคุณแม่มือใหม่กัน เหตุผลที่ ลูกน้อยร้องไห้ไม่ยอมหยุด ทารกแรกเกิดทุกคนมักจะร้องไห้และงอแงในบางครั้ง ซึ่งเถือเป็นเรื่องปกติที่ในช่วง 6 สัปดาห์แรก พวกเขาจะร้องไห้ 2-3 ชั่วโมงต่อวัน ส่วนในช่วง 3 เดือนแรกของชีวิตพวกเขาจะร้องไห้มากกว่าในช่วงเวลาอื่นๆ ของอายุ ซึ่งนี่คือสิ่งที่ทำให้เหล่าคุณพ่อคุณแม่มือใหม่มักจะมีเวลานอนที่น้อยลง แต่ก็จะคุ้นเคยกับชีวิตของลูกน้อยมากขึ้น เนื่องจากเหล่าคุณพ่อคุณแม่จะได้เรียนรู้ว่าเมื่อลูกน้อยร้องไห้ นั่นหมายความว่าพวกเขาอาจจะต้องการสิ่งต่างๆ ดังนี้ หิว เหนื่อย จำเป็นต้องเรอ ถูกกระตุ้นมากเกินไป (Overstimulated) ผ้าอ้อมเปียกหรือสกปรก รู้สึกร้อนหรือเย็นมากเกินไป บางครั้งการร้องไห้ของเด็กทารกจะนานขึ้น ซึ่งทำให้คุณพ่อคุณแม่ต้องดูแลความต้องการของทารกให้เพียงพอ เพื่อที่จะปลอบประโลมพวกเขา วิธีรับมือเมื่อ ลูกน้อยร้องไห้ไม่ยอมหยุด สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ การร้องไห้ของลูกน้อยอาจจะเป็นเรื่องที่ท้าทาย น่ากลัว และบางครั้งก็อาจจะทำให้รู้สึกหงุดหงิดขึ้นได้ เนื่องจากพวกคุณไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่า การที่ลูกน้อยร้องไห้นั้นมาสาเหตุมาจากอะไร การร้องไห้ของลูกน้อยมักจะทำให้ผู้เป็นแม่มีความรู้สึกกังวลอย่างยิ่ง ดังนั้น ลองมาดูกลยุทธ์ที่จะทำให้ลูกน้อยสงบลงกันดีกว่า ทำเสียง “ชู่” พร้อมอุ้มลูกแล้วเขย่าเบาๆ Dr.Kristie Rivers กุมารแพทย์จากกลุ่มแพทย์ Phoenix Physicians LLC ใน Fort Lauderdale กล่าวว่า จากการศึกษาชี้ให้เห็นว่า การตอบสนองที่สงบเงียบจะเกิดขึ้นในสมองของทารก เมื่อถูกอุ้มหรือโยก ซึ่งจะทำให้อัตราการเต้นของหัวใจของทารกช้าลง […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

กำลังมองหาเรื่องราวในการเลี้ยงดูบุตรใช่หรือไม่?

เข้าร่วมชุมชนการเลี้ยงดูบุตรและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคุณแม่และคุณพ่อคนอื่น ๆ เข้าร่วมชุมชนได้เลย!





ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน