สีของอุจจาระ สามารถบอกอะไรเกี่ยวกับสุขภาพได้บ้าง

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

โดยปกติแล้วคนเรามักไม่ค่อยได้สังเกตสีอุจจาระของตัวเอง แต่ความจริงแล้ว สีของอุจจาระ นั้น สามารถบ่งบอกเกี่ยวกับสุขภาพของเราได้ ดังนั้นวันนี้ทาง Hello คุณหมอ จึงได้นำบทความเรื่องนี้มานำเสนอให้ทุกคนได้ศึกษากัน

อุจจาระปกติ ควรมีลักษณะเป็นอย่างไร

โดยปกติแล้วสีอาจจุระของคนทั่วมักจะมีความหลากหลาย และแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล แต่มีกฎบางอย่างที่คุณอาจจะต้องปฏิบัติตาม เพื่อการประเมินผลสุขภาพที่ดี ดังนี้

  • สี โดยปกติอุจจาระของคนที่มีสุขภาพปกติจะต้องมีสีน้ำตาล นั่นก็เนื่องมาจาก บิลิรูบิน (Bilirubin) ซึ่งเป็นสารประกอบเม็ดสีที่เกิดจากการสลายตัวของเซลล์เม็ดเลือดแดงในร่างกายนั่นเอง
  • รูปร่าง สำหรับรูปร่างนั้นจะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
  • ขนาด ขนาดของอุจจาระไม่ควรออกมาเป็นเม็ดเล็กๆ แต่ควรมีความยาวไม่กี่นิ้ว และสามารถขับถ่ายออกมาได้ง่าย
  • ความมั่นคง มันควรออกมาแบบมั่นคงและนุ่มนวล ถ้ามีการแกว่งไปแกว่งมานั่นอาจจะปัญหาของการย่อยอาหาร หรือเส้นใยบางอย่าง
  • ระยะเวลา คนที่มีสุขภาพดีจะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีในการเข้าไปขับถ่าย ระยะเวลามาตรฐานควรใช้เวลาไม่เกิน 10-15 นาที
  • ความถี่ โดยเฉลี่ยแล้วคนที่มีการย่อยอาหารที่ดีจะขับถ่ายที่ใดก็ได้ระหว่างวันเว้นวัน หรือ 3 ครั้งต่อวัน ผู้ที่มีอาการท้องผูกน้อย นั่นหมายความว่าร่างกายของคุณต้องการน้ำเพิ่ม เพื่อการขับถ่ายนั่นเอง

สีของอุจจาระ สามารถเปลี่ยนแปลงได้เพราะสาเหตุใด

สีของอุจจาระ สามารถเปลี่ยนแปลงได้จากหลายสาเหตุ การเปลี่ยนแปลงอาจสะท้อนให้เห็นถึงสารหรืออาหารบางอย่างที่ถูกเพิ่มลงในอุจจาระ หรือการเปลี่ยนแปลงสารบางชนิดที่มีอยู่ในอุจจาระอยู่แล้ว การเปลี่ยนแปลงสีของอุจจาระบางอย่างอาจสื่อถึงเรื่องเกี่ยวกับเงื่อนไขทางการแพทย์บางอย่าง เช่น การบริโภคอาหาร  ยาบางชนิด และอื่นๆ

สาเหตุที่อุจจาระเปลี่ยนสีอาจจะมีสาเหตุมาจากสิ่งต่างๆ ดังนี้

อาการที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสีของอุจจาระมักจะเกี่ยวข้องกับสาเหตุพื้นฐานและมักจะไม่มีอาการประกอบ แต่อาจรวมถึง

สีของอุจจาระบอกอะไรได้บ้าง?

สีของอุจจาระสามารถเปลี่ยนแปลงได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงอาจสะท้อนเห็นถึงสารที่เพิ่มลงไปในอุจจาระ หรือการเปลี่ยนแปลงสารที่อยู่ในอุจจาระ การเปลี่ยนสีของอุจจาระอาจกำลังบอกถึงสุขภาพของร่างกายอันสืบเนื่องมาจากการบริโภคอาหาร หรือการใช้ยาบางชนิด และอื่นๆ

อุจจาระสีเขียว

ส่วนใหญ่แล้วคนที่มีอุจจาระสีเขียวจะถือเป็นเรื่องปกติ ซึ่งอุจจาระสีเขียวนั้นเกิดจาก

แต่หากคุณมีอาการท้องเสียสีเขียว อาจเป็นไปได้ว่ามื้ออาหารของคุณเคลื่อนตัวผ่านลำไส้ของคุณเร็วเกินไป ดังนั้นน้ำดีที่ย่อยสลายไขมันไม่ได้มีเวลาเปลี่ยนสีของอุจจาระเป็นสีน้ำตาล

อุจจาระสีเหลือง

สีนี้ก็ยังเป็นสีปกติของคนจำนวนมาก แต่ถ้าอุจจาระของคุณเป็นสีเหลือง ดูมันเยิ่ม มีกลิ่นไม่ดีมาก มันอาจเกิดจากมีไขมันมากเกินไป นั่นเป็นสัญญาณว่าร่างกายของคุณนั้นไม่ได้ย่อยอาหารอย่างเหมาะสม

ตัวอย่างเช่น หากคุณมีโรคเซลิแอค (Celiac Disease) ร่างกายของคุณจะไม่สามารถจัดการโปรตีนที่เรียกว่า “กลูเตน” ซึ่งเป็นข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ และข้าวไรย์ หากคุณมีอาการและกินอาหารที่มีกลูเตน เช่น ขนมปังพาสต้า และคุกกี้ ลำไส้ของคุณจะไม่ทำงานได้ดีเท่าที่ควร

อุจจาระสีดำ

สาเหตุของอุจจาระสีดำ อาจเป็นเพราะคุณกินบางอย่างที่มีสีเข้มมาก กินยา หรืออาหารเสริมที่ทำให้สีของอุจจาระเป็นสีดำ แต่อุจจาระสีนี้อาจเป็นสัญญาณของปัญหาที่ร้ายแรงกว่า นั่นคือ เลือดออกในส่วนบทของระบบทางเดินอาหาร นอกจากนั้นยังอาจมีโรคอื่นๆ เกี่ยวข้องด้วยดังนี้

อุจจาระสีแดง

หากคุณเห็นอุจจาระของตัวเองในห้องน้ำเป็นสีแดงอย่าเพิ่งตกใจ ลองถามตัวเองก่อนว่าเคยทานอาหารสีแดงมาหรือเปล่า เช่น ซุปมะเขือเทศ หรือเครื่องดื่มสีแดง อาจทำให้อุจจาระของคุณเปลี่ยนสีได้ แต่ถ้าไม่ใช่เพสราะอาหารแล้วคุณคิดว่าเป็นเลือด ส่วนมากนั้นจะมาจากส่วนล่างของทางเดินอาหาร ซึ่งได้แก่

  • เนื้องอกที่ไม่ใช่มะเร็ง
  • โรคมะเร็ง
  • การอักเสบในลำไส้ใหญ่
  • การเจริญเติบโตที่เรียกว่าติ่งในลำไส้ใหญ่
  • เงื่อนไขที่เกิดจากถุงเล็กๆ ในผนังของลำไส้ใหญ่ที่เรียกว่า โรคถุงผนังลำไส้อักเสบ (Diverticulitis)
  • ริดสีดวงทวาร

อุจจาระสีขาวหรือสีอ่อน

อุจจาระสีขาวหรือสีซีด อาจเกิดจากแบเรียมซึ่งเป็นของเหลวที่สามารถดื่มได้ก่อนที่คุณจะได้รับรังสีเอ็กซ์จากส่วนบนของทางเดินอาหารของคุณ ซึ่งมันอาจเป็นส่วนผสมของยาสำหรับแก้อาการท้องเสีย เช่น บิสมัท ซับซาลิไซ นั่นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการร้ายแรงมากขึ้น อย่างเช่น การขาดน้ำดีในอุจจาระ โดยน้ำดีนั้นถูกสร้างมากจากตับ และถูกกักเก็บไว้ในถุงน้ำดี แล้วจึงปล่อยเข้าสู่ลำไส้เล็ก เพื่อช่วยในการย่อยอาหาร ถ้าหากมีน้ำดีไม่เพียงพอก็อาจทำให้อุจจาระเปลี่ยนสีได้ ซึ่งนั่นก็อาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพ เช่น โรคตับอักเสบ ซึ่งเป็นโรคที่สามารถป้องกันน้ำดีไม่ให้เข้าสู่ร่างกาย ทำให้เกิด การอุดตันในท่อ หรือเรียกว่า Ducts ซึ่งทำหน้าที่ในการส่งต่อน้ำดีไปยังกระเพาะอาหารนั่นเอง

  • โรคนิ่ว
  • เนื้องอก
  • สภาพที่คุณเกิดมาพร้อมกับภาวะท่อน้ำดีตีบตัน (Biliary atresia)

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Share now :

Review Date: มกราคม 15, 2020 | Last Modified: มกราคม 28, 2020

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน