home

สุขภาพผิว

"ผิวหนัง คืออวัยวะภายนอกที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดในร่างกาย ผิวหนังนั้นมีหน้าที่สำคัญต่อร่างกาย ทั้งเป็นเกราะป้องกันจากสิ่งสกปรกต่าง ๆ หรือช่วยควบคุมอุณภูมิของร่างกายให้เป็นปกติ เป็นต้น เรียนรู้เกี่ยวกับการมี สุขภาพผิว ที่ดี และเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับโรคผิวหนังที่พบได้บ่อย เพื่อการปกป้องดูแลผิวของคุณให้ดียิ่งขึ้น ได้ที่นี่"

ความรู้ทั่วไป

บทความ สุขภาพผิว

การดูแลและทำความสะอาดผิว

การสัก เป็นการทำให้ผิวหนังเกิดแผล แถมหลังจากสักเสร็จใหม่ ๆ จะเป็นช่วงที่ผิวหนังบอบบาง และติดเชื้อได้ง่าย สำหรับคนที่ชอบออกกำลังกาย และเพิ่งไปสักมา ช่างสักส่วนใหญ่จะแนะนำให้ หยุดออกกำลังกายหลังสัก ซึ่งสาเหตุและระยะเวลาในการหยุดออกกำลังกายจะนานแค่ไหน ติดตามได้ใน Hello คุณหมอ สาเหตุที่ควร หยุดออกกำลังกายหลังสัก หลังจากที่คุณไปสักมาเรียบร้อยแล้ว กิจวัตรอย่างหนึ่งที่คุณควรหยุดทำก็คือ การออกกำลังกาย เพราะคุณจำเป็นต้องใช้เวลาในการรักษาผิวเสียก่อน โดยสาเหตุที่ควรหยุดออกกำลังกายหลังสักนั้น มีดังนี้ การสักเป็นแผลเปิด การสักเป็นขั้นตอนที่ทำให้ผิวหนังเกิดบาดแผลเล็ก ๆ หลายร้อยแผล ซึ่งแผลจากการสักเป็นแผลเปิด ทำให้เชื้อโรคสามารถเข้าสู่รางกายได้ง่าย และเนื่องจากอุปกรณ์ที่ใช้ใน การออกกำลังกาย มักมีการสะสมของแบคทีเรียจำนวนมาก การสัมผัสอุปกรณ์ออกกำลังกายต่าง ๆ จึงเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อที่ผิวหนัง คุณจึงควรหยุดออกกำลังกายหลังสัก การยืดกล้ามเนื้อและการขับเหงื่อ เมื่อคุณออกกำลังกาย กล้ามเนื้อบริเวณผิวหนังจะยืดตัว และคุณมักมีเหงื่อออก การที่ผิวหนังยืดและร่างกายขับเหงื่อออกมากเกินไปในบริเวณรอยสัก จะส่งผลต่อกระบวนฟื้นฟูตัวเองของผิวหนัง ทำให้แผลเปิดบริเวณรอยสักหายได้ช้าขึ้น รอยสัก ต้องเผชิญแรงเสียดทาน เมื่อผิวบริเวณที่มีรอยสักที่เพิ่งสักมาใหม่ ๆ ถูกับเสื้อผ้าหรืออุปกรณ์ออกกำลังกาย อาจทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นเกิดการระคายเคือง ทั้งยังสามารถถูสะเก็ดของรอยสัก และรบกวนการรักษาของผิวหนังที่เหมาะสมอีกด้วย ควร หยุดออกกำลังกายหลังสัก นานแค่ไหน หลักจากสักเสร็จเรียบร้อยแล้ว ช่างสักจะแนะนำให้คุณรออย่างน้อย 48 ชั่วโมงก่อนที่จะออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมาก แต่ความจริงแล้ว หลังสักเสร็จคุณควรหยุดออกกำลังกายอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ เพื่อให้ผิวหนังมีเวลารักษาบาดแผลที่เกิดขึ้น การออกกำลังกาย ที่เหมาะกับผู้ที่เพิ่งไปสัก นอกจากการให้เวลาผิวหนังในการรักษาตัวเองแล้ว […]

การดูแลและทำความสะอาดผิว

วิธีรักษา รอยสัก ให้คมชัดและมีสีสวยเหมือนเพิ่งสักมาใหม่อยู่เสมอแม้จะต้องโดนแสงแดด ก็คือ ทาครีมกันแดดที่รอยสัก เพราะแสงแดดสามารถทำให้สีของหมึกสักซีดจางลงได้ แล้วคุณรู้ไหมว่า ผู้ที่มี รอยสัก แต่จำเป็นต้องโดนแสงแดดเป็นเวลานาน อาจเจอปัญหารอยสักไหม้เพราะแสงแดดได้ด้วย การทาครีมกันแดดที่รอยสักจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้มีรอยสักทุกคนไม่ควรละเลยเป็นอย่างยิ่ง และทาง Hello คุณหมอ มีข้อมูลเรื่องนี้มาฝากคุณแล้ว การ ทาครีมกันแดดที่รอยสัก สำคัญอย่างไร อย่างที่ทราบกันดีว่า ดวงอาทิตย์ปล่อยรังสีอัลตราไวโอเลต หรือรังสียูวี (UV Radiation) 2 ชนิด คือ UVA และ UVB ซึ่งรังสีเหล่านี้สามารถทำลายผิวหนังและ รอยสัก ของคุณได้ แต่การทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน โดยเฉพาะเวลาต้องเผชิญแสงแดด จะช่วยป้องกันรังสี UVA และ UVB ไม่ให้ทำลายผิวและส่งผลเสียต่อรอยสักของคุณได้ รังสี UVA รังสี UVA มีแนวโน้มที่จะทะลุผ่านผิวหนังได้ลึกกว่ารังสี UVB จึงสร้างความเสียหายที่ยาวนานกว่า รังสี UVA อาจทำให้ผิวแก่กว่าวัย นำไปสู่การเกิดริ้วรอยและความหย่อนคล้อยบริเวณ รอยสัก นอกจากนี้ รังสี UVA ยังสามารถทำให้หมึกสักหลายประเภทจางลงได้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการสักให้ข้อมูลว่า การสักหมึกสีอ่อนจะจางเร็วกว่าหมึกสีเข้ม หมึกสีขาวและหมึกสีพาสเทลจะจางเร็วที่สุด หรือแม้แต่หมึกสักสีดำ […]

การดูแลและทำความสะอาดผิว

ไฮดราเฟเชียล (HydraFacial) เป็นนวัตกรรมฟื้นฟูผิวหน้าด้วยโมเลกุลของน้ำ (H2O) ซึ่งช่วยทำให้ผิวหน้าของคุณดูอ่อนเยาว์ ขาว ใส ไร้ริ้วรอย ซึ่งขั้นตอนในการทำไฮดราเฟเชียลนั้นมีอยู่ด้วยกันเพียง 3 ขั้นตอน ใช้เวลาทำไม่นาน แถมยังให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน ไม่ต้องพักฟื้นหลังทำเสร็จ คุณจึงสามารถกลับมาทำงานหรือกิจกรรมต่าง ๆ ได้ทันที วันนี้ Hello คุณหมอ ได้นำเรื่องนี้มาฝากคุณแล้ว ทำความรู้จักกับ ไฮดราเฟเชียล  ไฮดราเฟเชียล (HydraFacial) คือ การรักษาผิวที่มีสิทธิบัตรเฉพาะในสปาทางการแพทย์และสำนักงานโรคผิวหนัง บางครั้งเรียกว่า “Hydradermabrasion” เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการขัดผิวแบบไมโครเดอมาเบรชั่น (Microdermabrasion) ที่จับคู่กับเซรั่มที่ให้ความชุ่มชื้น HydraFacial มีกระบวนการ 3 ขั้นตอน เพื่อทำความสะอาดผิวอย่างล้ำลึก ผลัดเซลล์ผิว และให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวของคุณ ขั้นตอนเหล่านี้อาจช่วยรักษาสภาพผิวที่หลากหลาย รวมถึงสิว ความแห้งกร้าน และริ้วรอย ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้จะคล้ายคลึงกับการดูแลผิวหน้าตามปกติที่คุณอาจได้รับจากการทำสปา แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นอาจจะน่าทึ่งกว่า ขั้นตอนในการทำไฮดราเฟเชียล (HydraFacial) การทำ HydraFacial จะทำโดยผู้เชี่ยวชาญด้านความงามที่มีใบอนุญาตหรือเป็นแพทย์ผิวหนัง ซึ่งขั้นตอนในการทำ HydraFacial มีอยู่ 3 ขั้นตอนด้วยกัน ดังนี้ ผู้ให้บริการจะล้างสิ่งสกปรก เซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว และน้ำมันส่วนเกินออกจากรูขุมขนและผิวหนังด้วยเครื่องมือที่มีหัวดูดและปล่อยน้ำเหมือนกระแสน้ำวน ผู้ให้บริการจะใช้น้ำยาผลัดเซลล์ผิวมาทาบนใบหน้า […]

โรคผิวหนังแบบอื่น

ถึงแม้ว่าหน้าหนาวจะมีสภาพอากาศที่ค่อนข้างเย็นสบาย แต่ก็ไม่อาจการันตีได้เลยว่า คุณจะสามารถพ้นจากวิกฤติของการเกิด ผื่นในฤดูหนาว ที่ส่งผลเสียต่อผิวหนังนี้ไปได้ แต่ไม่ต้องเป็นกังวลไปค่ะ เพราะวันนี้ Hello คุณหมอ มีวิธีการรักษาผื่นด้วยตนเอง มาฝากให้ทุกคนได้ลองนำไปฏิบัติตามกัน ผื่นในฤดูหนาว คืออะไร ผื่นในฤดูหนาว (Winter Rash) คือ ผื่นที่เกิดจากการที่สภาพอากาศหนาวเย็นเข้าไปลดความชุ่มชื่นของชั้นผิวหนัง จนส่งผลให้ผิวแห้ง และเป็นผดผื่น แม้ว่าอาจจะไม่มีอันตราย แต่คุณก็ควรให้ความสำคัญในการดูแลและบำรุงผิวในฤดูหนาว เพราะหากคุณละเลยการดูแลผิว นอกเหนือจากผื่นหน้านาวแล้ว คุณก็อาจเกิดโรคทางผิวหนังรุนแรงบางอย่าง ดังต่อไปนี้ ตามมาได้ โรซาเซีย (Rosacea) เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดผดผื่น และมีตุ่มแดงเล็ก ๆ ขึ้นตามผิวหนัง โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) สามารถเกิดได้จากสภาพอากาศที่หนาวเย็นและแห้ง จนทำให้ผิวหนังเกิดเป็นผื่นแดง และขุยสีขาวลอกออกมาเป็นแผ่นหนาได้ โรคผิวหนัง (Dermatitis) คือการอักเสบของผิวหนังที่ทำให้เกิดอาการคัน ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการไหลเวียนของเลือดติดขัด หรือการเผลอสัมผัสกับสารอันตรายจนเกิดการติดเชื้อขึ้น ลมพิษที่เกิดจากความเย็น (Cold urticaria) ถึงแม้ว่าภาวะนี้จะค่อนข้างพบได้ยาก แต่ก็อาจเกิดขึ้นได้หากผิวหนังคุณสัมผัสกับความเย็นจนมากเกินไป จนส่งผลให้ผิวหนังมีอาการบวมแดงคัน และผื่นขึ้น แต่คุณไม่ต้องเป็นกังวลใจไป เพราะผื่นที่เกิดจากภาวะดังกล่าวอาจอยู่เพียงชั่วคราวประมาณ 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น อาการของ ผื่นหน้าหนาว นอกเหนือจากอาการผดผื่นแล้ว ผื่นหน้าหนาว ก็อาจมาพร้อมกับอาการดังต่อไปนี้ […]

การดูแลและทำความสะอาดผิว

ในช่วงฤดูหนาวที่เรากำลังเผชิญอยู่นี้ อาจสามารถส่งผลเสียให้แก่สุขภาพของเราได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ภูมิแพ้อากาศ ไข้หวัด หรือแม้แต่ ผิวหน้าแห้งกร้าน ที่เกิดจากผลกระทบของลมหนาว วันนี้ Hello คุณหมอ จึงขอร่วมแชร์สูตรบำรุงผิวหน้าด้วยธรรมชาติ สำหรับ ผิวแห้ง มาเผยให้คุณได้ลองนำไปทำตามกันค่ะ เพื่อเป็นการเพิ่มความชุ่มชื่น อิ่มน้ำ ให้แก่ผิวของคุณได้ดูสุขภาพดีอยู่เสมอ ผิวหน้าแห้งกร้าน เกิดจากอะไร โดยปกติแล้ว ใต้ชั้นผิวจะมีเซลล์ซีบัม (Sebum) ที่คอยทำหน้าที่ผลิตต่อมน้ำมันออกมา เพื่อรักษาความชุ่มชื้น ให้แก่ใบหน้า และเพื่อช่วยป้องกันการติดเชื้อจากสิ่งสกปรกที่อยู่บนใบหน้า แต่ขณะเดียวกัน หากมีปัจจัยบางอย่างเข้ามาขัดขวางการทำงานของซีบัม ก็สามารถอาจส่งผลให้ ผิวแห้ง คันระคายเคือง หรือมีลักษณะเป็นขุยขึ้นมาได้ในทันทีอีกด้วย ปัจจัยที่อาจขัดขวางการทำงานของซีบัม มีดังต่อไปนี้ สภาพอากาศที่หนาวเย็น หรืออากาศแห้ง ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีรุนแรง การทำความสะอาดผิวหน้ามากเกินไป ค่า pH ของผิวไม่สมดุล การสูบบุหรี่ การเผชิญแสงแดดเป็นเวลานาน และเป็นประจำ ประวัติทางสภาพผิวที่เกี่ยวข้องกับโรคผิวหนัง 4 สูตรบำรุงผิวจากธรรมชาติ กู้ ผิวหน้าแห้งกร้าน หากผลิตภัณฑ์ที่คุณใช้อยู๋ ไม่เหมาะสมกับสภาพ ผิวแห้ง คุณก็ควรปรับเปลี่ยนวิธีการดูแลผิว มาเป็นการดูแลผิวหน้าด้วยวิธีธรรมชาติ ที่อาจมีความอ่อนโยนมากกว่า เพื่อฟื้นฟูผิวหน้าให้กลับมาดูชุ่มชื้น อิ่มน้ำ อีกครั้ง ด้วยการบำรุงผิวทั้ง […]

โรคผิวหนังติดเชื้อ

หลายคนเมื่อเกิดอาการเจ็บป่วย ไม่สบาย มักนิยมซื้อยามากินเอง เพราะสะดวกสบายมากกว่าไปปรึกษาแพทย์ที่โรงพยาบาล แต่หารู้ไม่ว่าการซื้อยามากินเองนั้น อาจทำให้เราเกิด อาการแพ้ยา โดยไม่รู้ตัว วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับ อาการผื่นแพ้ยา ให้มากขึ้นกันค่ะ จะมีวิธีการสังเกตอาการและวิธีการรักษาอย่าไร ติดตามอ่านได้ในบทความนี้เลย ทำความรู้จัก อาการผื่นแพ้ยา (Drug Rash) อาการผื่นแพ้ยา (Drug Rash) เป็นปฏิกิริยาที่ผิวหนังตอบสนองต่อยาบางชนิด โดยส่วนใหญ่มักเป็นยาประเภท ยาต้านชัก ยากลุ่มเอนเสด (Non-Steroidal Anti-Inflammatory หรือ NSAIDs) อาการแพ้ยา ส่งผลให้ผื่นขึ้นผิวหนัง มีไข้สูง หายใจลำบาก เป็นต้น  ผื่นผิวหนังจาก อาการแพ้ยา เกิดขึ้นได้อย่างไร ผื่นที่เกิดจากปฏิกิริยา อาการแพ้ยา นั้น เกิดจากหลายสาเหตุหลายปัจจัยด้วยกัน ดังต่อไปนี้ การสะสมของยยาที่ทำให้เกิดความเป็นพิษต่อผิวหนัง ยาที่ส่งผลให้ผิวไวต่อแสง อาการแพ้ การติดเชื้อไวรัสและการรับประทานยาปฏิชีวนะ ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ  รวมถึงปัจจัยดังต่อไปนี้ ที่อาจส่งผลให้เกิดอาการผื่นแพ้ยา  ประวัติการแพ้ยาอื่น ๆ เช่น การแพ้อาหาร ไข้ละอองฟาง เคยมีประวัติการแพ้ยา หรือสมาชิกในครอบครัวเคยมีประวัติการแพ้ยา การใช้ยาซ้ำ ๆ […]

x