สุขภาพผิว

ทบทวนบทความโดย

ผิวหนัง คืออวัยวะภายนอกที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดในร่างกาย ผิวหนังนั้นมีหน้าที่สำคัญต่อร่างกาย ทั้งเป็นเกราะป้องกันจากสิ่งสกปรกต่าง ๆ หรือช่วยควบคุมอุณภูมิของร่างกายให้เป็นปกติ เป็นต้น เรียนรู้เกี่ยวกับการมี สุขภาพผิว ที่ดี และเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับโรคผิวหนังที่พบได้บ่อย เพื่อการปกป้องดูแลผิวของคุณให้ดียิ่งขึ้น ได้ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

สุขภาพผิว

เป็นฝีรักษายังไง ฝีเกิดจากอะไร

หลายคนอาจสงสัยว่าฝีเกิดขึ้นได้อย่างไร เป็นฝีรักษายังไง ฝีเป็นภาวะอักเสบของเนื้อเยื่อชั้นใต้ผิวหนังเนื่องจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นก่อตัวเป็นก้อนนูน มีลักษณะกลมและมีหนอง ภายในฝีประกอบไปด้วยเนื้อเยื่อที่ตายแล้ว เซลล์เม็ดเลือดขาว และแบคทีเรีย นอกจากนี้ ยังมีฝีที่ก่อตัวภายในร่างกาย ซึ่งอาจตรวจพบได้ยากกว่าฝีบริเวณผิวหนัง การรักษาฝีที่ผิวหนังโดยทั่วไปอาจใช้การประคบร้อน การระบายออกด้วยเข็ม และการผ่าตัดนำฝีออก หากพบว่ามีฝีควรไปพบคุณหมอเพื่อรับการรักษาอย่างถูกวิธี และไม่ควรบีบหรือเจาะฝีออกด้วยตัวเอง เพราะอาจเสี่ยงเกิดการติดเชื้อและทำให้อาการแย่ลงได้ ฝีเกิดจากอะไร ฝี (Abscesses) เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียสแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) เป็นภาวะอักเสบของผิวหนังที่เกิดขึ้นเมื่อแบคทีเรียเข้าสู่ผิวหนัง ระบบภูมิคุ้มกันจึงส่งเซลล์เม็ดเลือดขาวไปต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามา จนส่งผลให้ผิวหนังบริเวณที่ติดเชื้ออักเสบหรือบวมแดง และเกิดเป็นโพรงที่ผิวหนัง เซลล์ที่ตายแล้วและแบคทีเรียจะก่อตัวเป็นตุ่มหนองบริเวณโพรงจนเกิดเป็นฝี ซึ่งอาจอักเสบและขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ สัมผัสแล้วรู้สึกเจ็บและอาจมีกลิ่นเหม็น ฝีแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ดังนี้ ฝีที่ผิวหนัง (Skin abscesses) เป็นฝีที่เกิดขึ้นเมื่อแบคทีเรียเข้าไปในผิวหนัง ทำให้เกิดตุ่มหนองอักเสบและเกิดก้อนฝีตามบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย อาจพบได้ที่ใต้วงแขน แขน ขา ลำตัว อวัยวะเพศ ก้น เป็นต้น ฝีภายใน (Internal abscesses) เป็นฝีที่ก่อตัวภายในอวัยวะหรือในช่องว่างระหว่างอวัยวะต่าง ๆ โดยปกติจะพบได้ยากกว่าฝีที่อยู่บริเวณผิวหนังเนื่องจากเกิดขึ้นภายในร่างกาย และบางครั้งอาจไม่มีสัญญาณภายนอกที่แสดงว่าเป็นฝี อาการของฝี อาการของฝี มีดังนี้ ฝีที่ผิวหนัง มีตุ่มบวมใต้ผิวหนัง […]

หัวข้อ สุขภาพผิว เพิ่มเติม

การดูแลและทำความสะอาดผิว

7 วิธีดูแลผิวหน้า แบบธรรมชาติ ทำได้อย่างไรบ้าง

วิธีดูแลผิวหน้า เป็นเรื่องที่สามารถทำได้ง่าย ๆ เพื่อรักษาสภาพผิวบริเวณใบหน้า จมูก คาง แก้ม หน้าผากให้สะอาด ชุ่มชื้น ป้องกันการเป็นสิว จุดด่างดำหรือริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าซึ่งส่งผลต่อความมั่นใจในตัวเอง โดยเฉพาะเมื่อต้องเข้าสังคมหรือพบเจอกับคนหมู่มาก ทั้งนี้ วิธีดูแลผิวหน้า แบบธรรมชาติและไม่ยุ่งยากมีหลายวิธี เช่น การทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้าน การล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง การดื่มน้ำมาก ๆ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ [embed-health-tool-ovulation] ดูแลผิวหน้า ป้องกันปัญหาอะไรได้บ้าง หากรู้จักดูแลผิวหน้าอย่างถูกวิธี อาจช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพผิวต่าง ๆ ได้ ดังนี้ ป้องกันการเกิดสิว สิวเป็นตุ่มสีแดงที่พบได้ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายรวมถึงใบหน้า ซึ่งมีทั้งสิวชนิดมีหัว เช่น สิวหัวช้าง สิวอักเสบ และสิวชนิดไม่มีหัว เช่น สิวเสี้ยน สิวไต ซึ่งมักเกิดจากรูขุมขนอุดตันจากน้ำมันบนใบหน้าและเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว และอาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิด เช่น เอสเชอริเชีย โคไล (Escherichia Coli) คูติแบคทีเรียม แอคเน่ (Cutibacterium Acnes) ป้องกันริ้วรอยและรอยเหี่ยวย่น ริ้วรอยต่าง ๆ เป็นลักษณะของผิวหนังที่พบได้เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายผลิตคอลลาเจนได้น้อยลงทำให้ผิวหนังขาดความยืดหยุ่นจนเกิดการหย่อนคล้อย […]

สุขภาพผิว

ฟิลเลอร์ใต้ตา มีขั้นตอนอะไรบ้าง มีผลข้างเคียงหรือไม่

ฉีด ฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นการฉีดสารเติมเต็มต่าง ๆ เข้าผิวหนังบริเวณใต้ตา เพื่อแก้ปัญหาใต้ตาดำ ร่องใต้ตาลึก และริ้วรอยต่าง ๆ ที่มักจะเด่นชัดเมื่ออายุมากขึ้น ทั้งนี้ ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา 1 ครั้ง จะใช้เวลาประมาณ 5-20 นาที โดยระยะเวลาเห็นผลจะขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์ที่ใช้ โดยปกติหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตามักทำให้ตาแดงหรือบวมชั่วคราวแล้วจะหายไปเอง [embed-health-tool-ovulation] ฟิลเลอร์ใต้ตา คืออะไร ฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นการฉีดฟิลเลอร์ (Filler) หรือสารเติมเต็มชนิดต่าง ๆ เข้าบริเวณผิวหนังใต้ตา เพื่อแก้ปัญหารอยดำใต้ตา รวมถึงช่วยลดเลือนริ้วรอยหรือร่องลึกใต้ตา ซึ่งจะปรากฏชัดเจนเมื่ออายุมากขึ้น เพราะผิวหนังผลิตคอลลาเจน (Collagen) ได้น้อยลง และไขมันใต้ผิวหนังสูญสลายไปตามวัย ทั้งนี้ ฟิลเลอร์ที่นิยมฉีดเพื่อแก้ปัญหาผิวหนังบริเวณรอบดวงตา มีดังนี้ กรดไฮยาลูรอนิค (Hyaluronic Acid) เป็นสารที่พบได้ในเนื้อเยื่อของมนุษย์ และนิยมใช้เป็นฟิลเลอร์ใต้ตามากที่สุด โดยมีคุณสมบัติกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน จึงช่วยให้ผิวหนังใต้ตากระชับ เต่งตึง และชุ่มชื้น นอกจากนี้ กรดไฮยาลูรอนิคยังไม่กระจุกตัวเป็นก้อนเมื่อฉีดเข้าสู่ร่างกาย และสามารถนำออกจากร่างกายได้ง่ายหากพบปัญหาใด ๆ เมื่อฉีดเข้าไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ข้อเสียของการฉีดกรดไฮยาลูรอนิคคือผลลัพธ์อยู่ไม่นาน หรือประมาณ 6-12 เดือน แคลเซียม ไฮดรอกซีอะพาไทต์ […]

การดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ

ผมร่วง สาเหตุ อาการและการรักษา

ผมร่วง คือ การสูญเสียเส้นผมบนหนังศีรษะ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม หากมีผมร่วงมากกว่าปกติอาจเป็นปัญหาสุขภาพหนังศีรษะและเส้นผมที่เกิดจากพันธุกรรม ฮอร์โมนไม่สมดุล หรือพฤติกรรมการทำร้ายหนังศีรษะและเส้นผม เช่น การฟอกสีผม การมัดผมแน่นที่ทำให้เส้นผมและหนังศีรษะอ่อนแอ ส่งผลให้มีผมร่วงและผมขาดง่าย อีกทั้งยังอาจนำไปสู่ปัญหาผมบางและศีรษะล้านได้หากไม่ทำการรักษา คำจำกัดความ ผมร่วง คืออะไร ผมร่วง คือ การหลุดร่วงของเส้นผม ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน เนื่องจากเส้นผมมีวงจรการหลุดร่วงประมาณ 50-100 เส้น/วัน และจะมีเส้นผมใหม่เจริญเติบโตมาแทนที่ อย่างไรก็ตาม หากไม่มีผมงอกใหม่ หรือผมร่วงมากเกินไปจนเห็นหนังศีรษะอย่างชัดเจน ควรเข้ารับการรักษาอย่างรวดเร็ว เพื่อป้องกันภาวะศีรษะล้าน อาการ อาการของผมร่วง ผมร่วงบริเวณด้านบนหนังศีรษะ เป็นอาการผมร่วงที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากโดยอาจมีผมร่วงบริเวณตามแนวหน้าผากขึ้นไป ส่งผลให้หน้าผากกว้างขึ้น ผมร่วงเป็นหย่อม ส่งผลให้มองเห็นหนังศีรษะเป็นบางจุด บางคนอาจมีอาการคันร่วมด้วย ผมร่วงกะทันหัน ที่เกิดจากการหวีผมแรง การหนีบผม การมัดผมแน่น หรือการดึงผม ทำให้ผมร่วงกะทันหันโดยยังไม่ถึงวงจรการหลุดร่วงของเส้นผมตามธรรมชาติ ผมร่วงและหนังศีรษะอักเสบ ที่สังเกตได้จากอาการคันหนังศีรษะ และตกสะเก็ด ซึ่งอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคกลากและสะเก็ดเงินบนหนังศีรษะ ผมร่วงทั้งหนังศีรษะ อาจเกิดจากการทำเคมีบำบัดเพื่อรักษาโรคมะเร็ง ที่อาจทำให้เส้นผมและขนตามร่างกายหลุดร่วง แต่อาการนี้อาจเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวและผมมักงอกขึ้นใหม่ได้หลังเสร็จสิ้นการรักษา ควรเข้าพบคุณหมอทันที หากสังเกตว่าผมร่วงมากและผมบาง รวมถึงมีอาการผิดปกติ เช่น สะเก็ดบนหนังศีรษะ อาการคันรุนแรง สาเหตุ สาเหตุของผมร่วง สาเหตุของผมร่วง มีดังนี้ พันธุกรรม หากครอบครัวมีปัญหาผมร่วงก็อาจส่งผลให้บุตรหลานมีปัญหาผมร่วงได้เช่นกัน […]

โรคผิวหนังติดเชื้อ

เกลื้อน สาเหตุ อาการ และการรักษา

เกลื้อน เป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อรา โดยอาจมีปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เป็นตัวกระตุ้นให้เชื้อราเจริญเติบโตมากเกินไป เช่น อากาศร้อนชื้น ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ทำให้เกิดจุดบนผิวหนัง ซึ่งอาจมีสีเข้มหรือสีอ่อนกว่าสีผิวหนัง ผิวหนังเป็นสะเก็ด และมีอาการคัน ดังนั้น หากสังเกตว่ามีจุดหรือรอยด่างตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ควรเข้าพบคุณหมอเพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างรวดเร็ว คำจำกัดความ เกลื้อนคืออะไร เกลื้อน คือ โรคผิวหนังจากการติดเชื้อ ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเชื้อราที่อาศัยบนผิวหนังตามธรรมชาติเจริญเติบโตมากเกินไป อย่างไรก็ตาม เกลื้อนไม่ก่อให้เกิดอันตรายแต่อาจส่งผลให้มีอาการคันจนต้องเกาบ่อย ๆ ซึ่งอาจรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันได้ เกลื้อนพบได้บ่อยในช่วงวัยรุ่นและผู้ใหญ่ เพราะเป็นช่วงวัยที่ต่อมไขมันผลิตไขมันมาก ทำให้ผิวมัน และอาจกระตุ้นการเจริญเติบโตของเชื้อรา ซึ่งอาจนำไปสู่การติดเชื้อราได้ อาการ อาการของเกลื้อน เกลื้อน มีอาการดังต่อไปนี้ จุดเล็ก ๆ สีขาว สีแดง สีชมพู หรือสีน้ำตาลบนผิวหนัง อาจมีขนาดตั้งแต่ 1 มิลลิเมตรขึ้นไปหรืออาจขยายเป็นปื้นใหญ่ จุดของเกลื้อนอาจมีสีเข้มหรือสีอ่อนกว่าสีผิวหนังโดยรอบ มักเกิดขึ้นบ่อยบริเวณคอ หลัง หน้าอก และแขน ผิวหนังที่เป็นเกลื้อนอาจมีลักษณะเป็นสะเก็ด ควรพบคุณหมอเพื่อรับการวินิจฉัยและรักษา หากสังเกตว่าอาการไม่ดีขึ้น จุดเกลื้อนมีขนาดใหญ่ หรือมีการติดเชื้อราซ้ำ ๆ บ่อยครั้ง สาเหตุ สาเหตุของเกลื้อน เกลื้อนเกิดจากการติดเชื้อรามาลาสซีเซีย (Malassezia) ซึ่งเป็นเชื้อราที่อาศัยอยู่บนผิวหนังและมักบริโภคไขมันในรูขุมขนเป็นอาหาร หากต่อมไขมันผลิตไขมันมากก็อาจส่งผลให้เชื้อราเจริญเติบโตมากเกินไปจนเกิดการติดเชื้อ ปัจจัยเสี่ยง ปัจจัยเสี่ยงของเกลื้อน ปัจจัยเสี่ยงของเกลื้อน มีดังนี้ สภาพอากาศร้อนชื้น ที่ทำให้ร่างกายขับเหงื่อมากขึ้น […]

สุขภาพผิว

ฉีดปากกระจับ ขั้นตอน และความเสี่ยง

ฉีดปากกระจับ เป็นการฉีดกรดไฮยาลูรอนิค (Hyaluronic Acid) เข้าใต้ผิวหนังบริเวณริมฝีปาก เพื่อทำให้ริมฝีปากเป็นทรงกระจับแลดูอวบอิ่ม เต่งตึง เรียบเนียนและมีขนาดสมมาตรตามที่ต้องการ การฉีดปากกระจับมักใช้เวลาประมาณ 30-120 นาที และการฉีดปากกระจับ 1 ครั้ง มักให้ผลคงอยู่ได้นานราว 8-12 เดือน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสุขภาพและการดูแลตัวเองของแต่ละคน [embed-health-tool-ovulation] ฉีดปากกระจับ คืออะไร ฉีดปากกระจับ เป็นการฉีดสารเติมเต็มหรือฟิลเลอร์ (Filler) เข้าไปใต้ผิวหนังบริเวณริมฝีปาก เพื่อปรับรูปร่างของริมฝีปากให้เป็นทรงกระจับสวยงาม หรือเพื่อปรับขนาดของริมฝีปากที่มีลักษณะบางหรือเล็ก หรือมีร่องลึกเนื่องจากสูญเสียคอลลาเจนและไขมันเมื่ออายุมากขึ้น ให้กลับมาแลดูอวบอิ่มน่ามองอีกครั้ง ปัจจุบัน สารเติมเต็มที่นิยมใช้ฉีดปากกระจับ คือกรดไฮยาลูรอนิคซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่พบได้ในร่างกายมนุษย์ มีคุณสมบัติช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้นและอิ่มน้ำ และสามารถย่อยสลายได้เองตามกระบวนการของร่างกายโดยไม่ก่อให้เกิดอันตราย ทั้งนี้ สารเติมเต็มอื่น ๆ ที่เคยนำมาใช้สำหรับฉีดปากกระชับ ได้แก่ คอลลาเจนและไขมัน แต่ปัจจุบันเสื่อมความนิยมไปแล้วเพราะไม่ปลอดภัยเท่ากรดไฮยาลูรอนิค ผู้ที่ไม่ควรเข้ารับการฉีดปากกระจับมีใครบ้าง การฉีดปากกระจับ เหมาะสำหรับผู้ที่มีสุขภาพดีและไม่สูบบุหรี่ แต่อาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีภาวะสุขภาพดังต่อไปนี้ เป็นโรคเบาหวาน เป็นโรคลูปัส (Lupus) ซึ่งเป็นโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน มีความผิดปกติเกี่ยวกับลิ่มเลือด แพ้ยาชา เช่น ลิโดเคน (Lidocaine) เป็นโรคติดเชื้อ เช่น โรคเริมที่ปาก นอกจากนี้ ก่อนตัดสินใจรับการฉีดปากกระจับ ควรแจ้งคุณหมอให้ชัดเจนเกี่ยวกับยาหรืออาหารเสริมที่กำลังรับประทาน รวมถึงประวัติสุขภาพ การผ่าตัด […]

สิว

สิวที่แก้ม เกิดจากอะไร และควรดูแลตนเองอย่างไร

สิวที่แก้ม เกิดจากการอุดตันของรูขุมขน รวมถึงการติดเชื้อแบคทีเรียบนผิวหนังบริเวณแก้ม มักเกิดจากการที่ผิวบริเวณแก้มโดนสัมผัสหรือถูกเสียดสีบ่อยครั้งจากพฤติกรรมบางอย่าง เช่น การคุยโทรศัพท์ที่แนบโทรศัพท์ไว้กับใบหน้า การใส่หน้ากากอนามัย การสวมหมวกกันน็อค เมื่อเป็นสิวที่แก้ม ควรดูแลตัวเอง เช่น ใช้ยารักษาสิว งดการสัมผัสใบหน้า เลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้เกิดสิว [embed-health-tool-ovulation] สิวที่แก้ม เกิดจากอะไร โดยปกติ สิว รวมถึงสิวที่แก้ม มักเกิดจากการอุดตันของรูขุมขนเนื่องจากเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว หรือต่อมใต้ผิวหนังผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป นอกจากนั้น สิวยังอาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียต่าง ๆ อย่างเอสเชอริเชีย โคไล (Escherichia Coli) หรือคูติแบคทีเรียม แอคเน่ (Cutibacterium Acnes) ที่มักทำให้เกิดสิวอักเสบหรือสิวอุดตัน ปัจจัยเสี่ยงสิวที่แก้ม สิวที่แก้ม มักเกิดจากการเสียดสี ซึ่งอาจเป็นผลจากพฤติกรรมบางอย่าง เช่น นอนตะแคงโดยไม่พลิกตัว สวมหมวกกันน็อค ใส่หน้ากากอนามัย คุยโทรศัพท์โดยแนบไว้ที่แก้ม พฤติกรรมการเอามือจับหน้าบ่อย ๆ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงในการเป็นสิวที่แก้ม ได้แก่ พันธุกรรม หรือประวัติการเป็นสิวของคนในครอบครัว สิวที่เป็นอยู่แล้ว หากเป็นสิวอยู่แล้ว การเสียดสีบนใบหน้าอาจทำให้สิวเพิ่มจำนวนมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย ระหว่างเข้าสู่วัยรุ่นหรือช่วงเวลาตั้งครรภ์ มีผลทำให้ต่อมใต้ผิวหนังมีขนาดใหญ่ขึ้น และผลิตน้ำมันมากขึ้น การบริโภคอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรต ระดับฮอร์โมนอินซูลินที่เพิ่มขึ้นในกระแสเลือดหลังบริโภคอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตมักไปกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนแอนโดรเจน (Androgens) […]

โรคผิวหนังติดเชื้อ

วิธีรักษาฝี และการป้องกันฝีตามร่างกาย

ฝีเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียกลุ่มสแตปฟิโลคอคคัส (Staphylococcus) ทางบาดแผลหรือรูขุมขนทำให้ผิวหนังนูนเป็นตุ่มมีหนองอยู่ภายใน วิธีรักษาฝี อาจดูแลตนเองเบื้องต้นได้ด้วยการประคบร้อนและไม่แกะหรือเกาบริเวณที่เป็นฝี แต่หากอาการรุนแรง ควรไปพบคุณหมอซึ่งอาจรักษาด้วยการให้รับประทานยาต้านแบคทีเรีย หรือผ่าฝีเพื่อระบายหนองออกและทำให้ฝียุบตัว นอกจากนั้น ฝียังป้องกันได้ด้วยการดูแลและรักษาความสะอาดสุขอนามัยของตนเองด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น ล้างมือสม่ำเสมอ ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น หากเป็นแผลควรล้างแผลและใส่ยา [embed-health-tool-bmr] ฝีเกิดจากอะไร ฝี กิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียกลุ่มสแตปฟิโลคอคคัส อย่างสแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส (Staphylococcus Aureus) หรือสเตรปโตค็อกคัส ไพโอจีนัส (Streptococcus Pyogenes) ซึ่งปกติแบคทีเรียดังกล่าวมักไม่ก่อให้เกิดโรคร้ายแรง หรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ยกเว้นเมื่อแบคทีเรียเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผล รอยขีดข่วน หรือรูขุมขน ซึ่งส่งผลให้เกิดการติดเชื้อหรือเป็นฝีได้ ลักษณะของฝี คือ ตุ่มบวมแดงอมชมพู มีหนองอยู่ข้างใน และมีหัวสีออกเหลือง มักทำให้รู้สึกเจ็บหรือระคายเคืองเมื่อผิวหนังบริเวณดังกล่าวถูกเสียดสีหรือโดนสัมผัส ฝีอาจเกิดได้ทั้งบริเวณผิวหนังตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และในรูจมูก รวมทั้งฝีภายในร่างกาย โดยเกิดจากการแพร่กระจายของเชื้อแบคทีเรียจากภาวะสุขภาพต่าง ๆ เช่น เมื่อไส้ติ่งแตก แบคทีเรียจะกระจายไปยังช่องท้อง และทำให้เป็นฝีในช่องท้องได้เมื่อเป็นฝี วิธีรักษาฝี และการดูแลตนเอง ฝีเม็ดเล็ก หรือฝีที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 1 เซนติเมตร อาจหายได้เอง หรือค่อย ๆ แห้งและยุบลงด้วยการดูแลตนเอง ดังนี้ […]

การดูแลและทำความสะอาดผิว

แผลรถล้ม มีกี่ประเภท และวิธีรักษาแผลที่เกิดขึ้น

แผลรถล้ม เป็นแผลที่เกิดจากการกระแทกหรือการขีดข่วนของวัตถุกับผิวหนังโดยตรง รวมถึงอาจเกิดจากอุบัติเหตุรถจักรยานและรถจักรยานยนต์ชนหรือรถเสียการทรงตัวจนทำให้ร่างกายเกิดรอยฟกช้ำ แผลถลอก แผลเปิดขนาดใหญ่ หรือการบาดเจ็บจากภายใน ซึ่งความรุนแรงของแผลรถล้มอาจขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอุบัติเหตุ หากแผลมีขนาดใหญ่มากหรือเกิดอาการบาดเจ็บภายในควรเข้าพบคุณหมอเพื่อทำการรักษา ลักษณะของแผลรถล้มที่อาจได้พบบ่อย แผลรถล้มสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกส่วนของร่างกาย หากเกิดการกระแทกหรือการขีดข่วนจนได้รับบาดเจ็บ อาจทำให้มีอาการฟกช้ำ แผลถลอก แผลเปิดขนาดใหญ่ หรือการบาดเจ็บจากภายใน ดังนี้ เนื้อเยื่ออ่อนได้รับบาดเจ็บ เช่น กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น เส้นประสาท เนื้อเยื่อบริเวณต้นคอ เป็นแผลรถล้มที่อาจพบได้บ่อยที่สุด โดยเป็นแผลที่เกิดจากการได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุอย่างรุนแรง อาจเกิดขึ้นในระหว่างรถล้ม รถชน การกระแทกที่กระดูกสันหลังจนกระทบกับเนื้อเยื่ออ่อนจนได้รับบาดเจ็บ แผลจากการถูกขูดหรือบาด เป็นลักษณะแผลที่เกิดขึ้นจากการโดนของมีคม เช่น แก้ว กระจก ก้อนหิน เศษวัตถุที่แตกหักจากรถ ขูดหรือบาดที่ผิวหนังจนอาจเกิดเป็นรอยถลอกหรือรอยแผลลึก การบาดเจ็บที่ศีรษะ อาจเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบตั้งแต่รุนแรงน้อยไปจนถึงรุนแรงมาก ซึ่งอาจเกิดขึ้นในขณะหยุดรถกะทันหันหรือรถชนที่ทำให้ศีรษะเคลื่อนที่ไปตามแรงเหวี่ยง จนชนเข้ากับวัตถุรอบข้างและเกิดเป็นแผลช้ำหรือหัวแตก การบาดเจ็บที่แขนและขา เป็นแผลรถล้มที่เกิดขึ้นในลักษณะเดียวกับการบาดเจ็บที่ศีรษะ มักเกิดรอยแผลบริเวณเข่า ข้อศอก แขน และขา ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับทิศทางของการกระแทก จนอาจทำให้เกิดรอยช้ำ แผลถลอก ขาแพลง หรือกระดูกหัก การบาดเจ็บที่หน้าอก มักเกิดจากการกระแทกอย่างรุนแรงบริเวณหน้าอก จนอาจทำให้เกิดรอยฟกช้ำหรืออาจเกิดการบาดเจ็บภายใน แผลรถล้ม ควรดูแลอย่างไร การดูแลและทำความสะอาดแผลรถล้มอย่างถูกต้องอาจช่วยให้แผลสมานตัวเร็วขึ้น และป้องกันการติดเชื้อได้ โดยวิธีการดูแลแผลรถล้มอาจทำได้ […]

สุขภาพผิว

ตุ่มใสขึ้นตามตัว อันตรายไหม เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง

ตุ่มใสขึ้นตามตัว เกิดขึ้นได้เมื่อผิวหนังโดนความร้อน หรือเสียดสีกับวัตถุบางอย่าง สัมผัสกับสารเคมีในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ และถูกกดทับหรือดึงรั้ง รวมทั้งอาจเป็นอาการของโรคบางอย่างหรือเกิดจากการติดเชื้อ เช่น โรคอีสุกอีใส โรคเอดส์ทั้งนี้ เพื่อป้องกันตุ่มใสขึ้นตามตัว ควรสวมถุงมือทุกครั้งเมื่อต้องหยิบจับเครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ หรือผลิตภัณฑ์ที่อาจมีส่วนผสมของสารเคมี ล้างมือเป็นประจำ มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยด้วยการสวมถุงยางอนามัยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ [embed-health-tool-ovulation] ตุ่มใสขึ้นตามตัว มีลักษณะอย่างไร ตุ่มใสเป็นตุ่มบวมขนาดเล็กขึ้นตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย มีลักษณะเป็นถุงน้ำที่มีสีอ่อนกว่าผิวหนังเล็กน้อย และบางครั้งอาจทำให้คันหรือรู้สึกเจ็บเมื่อสัมผัสโดน โดยทั่วไป ข้างในตุ่มใสมักเป็นเลือดหรือของเหลวใส แต่ถ้าติดเชื้อ ของเหลวของในตุ่มใสอาจมีลักษณะคล้ายหนองโดยมีสีขาวขุ่น ตุ่มใสขึ้นตามตัว เกิดจากสาเหตุอะไร สาเหตุหลัก ๆ ของตุ่มใสขึ้นตามตัว มีดังต่อไปนี้ การเสียดสี หากผิวหนังเสียดเสียกับวัตถุบางอย่าง ผิวหนังชั้นนอกและชั้นในจะเกิดช่องว่าง ทำให้ของเหลวในร่างกายไหลมาสะสมและกลายเป็นตุ่มใส โดยปกติ ตุ่มใสจากการเสียดสีมักเกิดบริเวณฝ่ามือ โดยเฉพาะในผู้ที่ต้องจับเครื่องมือหรืออุปกรณ์ในการทำงานต่าง ๆ เช่น ชาวสวนที่ต้องใช้จอบหรือเสียม หรือนักดนตรีที่จับไม้ตีกลองเป็นเวลานาน รวมทั้งอาจเกิดบริเวณส้นเท้า ในผู้ที่สวมใส่รองเท้าคับแน่นเดินหรือวิ่งเป็นเวลานาน ความร้อน ตุ่มใสอาจเกิดขึ้นภายใน 2-3 ชั่วโมงหลังจากผิวโดนแสงแดดเป็นเวลานาน โดยจัดเป็นอาการผิวไหม้ในระดับที่รุนแรงและอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนังและมะเร็งผิวหนังเมลาโนมา (Malignant Melanoma) ได้ด้วย การกดทับหรือดึงรั้ง เมื่อผิวหนังถูกกดทับเป็นเวลานานหรือดึงจนตึงมากเกินไป หลอดเลือดใต้ผิวหนังจะแตก ทำให้เลือดไหลไปสะสมในช่องว่างระหว่างชั้นผิวหนัง ก่อให้เกิดตุ่มใสที่ภายในเต็มไปด้วยเลือดได้ นอกจากนี้ ตุ่มใสขึ้นตามตัวอาจเป็นอาการของโรคติดเชื้อบางชนิด […]

การดูแลและทำความสะอาดผิว

ผิวลอกเป็นขุย เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง

ผิวลอกเป็นขุย เป็นอาการที่เกิดขึ้นเมื่อผิวแห้ง หรือเมื่อผิวสัมผัสโดนความร้อน ความเย็น หรือการถูกเสียดสี นอกจากนี้ ยังเป็นหนึ่งในอาการของโรคผิวหนังชนิดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคผิวหนังอักเสบ โรคสะเก็ดเงิน โรคต่อมไขมันอักเสบ ทั้งนี้ ผิวลอกเป็นขุยอาจไม่เป็นอันตราย มักหายเองได้หากดูแลตัวเองถูกวิธี เช่น ทามอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิว ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน เลือกอาบน้ำอุณหภูมิห้องแทนน้ำร้อนหรือน้ำเย็นจัด [embed-health-tool-bmi] ผิวลอกเป็นขุย เกิดจากสาเหตุอะไร ผิวลอกเป็นขุย เกิดจากการที่ผิวแห้งเนื่องจากสัมผัสโดนความร้อน ความชื้น อากาศที่เย็น หรือถูกเสียดสีจนทำให้หนังกำพร้าหลุดลอกออกมา และเป็นอาการอย่างหนึ่งของ โรคผิวหนังชนิดต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ โรคผิวหนังอักเสบ ทำให้ผิวแห้ง ลอกเป็นขุย รู้สึกคัน เป็นผื่นแดง หรือเป็นแผลพุพอง โดยมีสาเหตุมาจากการบริโภคอาหารหรือสัมผัสวัตถุที่มีสารก่อภูมิแพ้ต่าง ๆ เป็นส่วนประกอบเช่น น้ำหอม เครื่องสำอาง เครื่องประดับ รวมถึงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด นอกจากนี้ สาเหตุของโรคผิวหนังอักเสบ ยังเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสบางชนิด และระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ซึ่งทำให้ผิวหนังบอบบาง และติดเชื้อหรืออักเสบได้ง่ายกว่าปกติ โรคน้ำกัดเท้า หรือบางครั้งเรียกว่าฮ่องกงฟุต เกิดจากการติดเชื้อรากลุ่มเดอร์มาโตไฟต์ (Dermatophytes) บริเวณเท้า เนื่องจากการสวมใส่รองเท้านานเกินไปหรือรัดแน่นเกินไปจนทำให้เกิดความอับชื้น ซึ่งเอื้อให้เชื้อราเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วจนนำไปสู่การติดเชื้อและเกิดอาการผิดปกติต่าง ๆ เช่น คันเท้า […]