home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

หูดฝ่าเท้า สาเหตุและการรักษา

หูดฝ่าเท้า สาเหตุและการรักษา

โรคผิวหนัง เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ระดับความรุนแรงก็มีตั้งแต่ เป็นสิว ไปจนถึงเป็นมะเร็งผิวหนัง ซึ่งอาจจะทำให้เรารู้สึกคัน ปวดแสบปวดร้อน ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรง นอกจากนี้ยังมี หูดฝ่าเท้า ที่เป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่ง ที่ไม่ได้มีอาการเจ็บปวดสักเท่าไร แต่ก็สร้างความรำคาญใจให้กับผู้ที่เป็นอยู่ไม่น้อย โดยหูดจะมีขนาดแตกต่างกันไป ซึ่งมีข้อมูลที่น่ารู้ดังต่อไปนี้

หูดฝ่าเท้า คืออะไร

หูดฝ่าเท้า (Plantar wart) เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในชั้นบนสุดของผิวหนัง ซึ่งเป็นไวรัสสายพันธุ์ที่เรียกว่า Human Papilloma Virus (HPV) ซึ่งมีลักษณะเป็นไต แผ่นหนาแข็ง และด้าน มักปรากฏบนส้นเท้าหรือบริเวณที่มีการลงน้ำหนักที่เท้า โดยแรงกดที่ลงที่เท้านี้ก่อให้เกิดหูดขึ้นข้างในผิวเท้า

บางคนเข้าใจว่า หูดฝ่าเท้า เป็นส่วนที่ก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนัง จริงๆ แล้วส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นอันตราย หรือก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพที่รุนแรง ประมาณ 2 ปีมักจะหายไปเองโดยไม่ต้องรับการรักษา แต่อาจจะเกิดอาการระคายเคืองหรือปวดบ้าง หากกดไปบนบริเวณที่เป็น ถ้าคุณมีปัญหาผิวหนังคล้ายหูด ควรปรึกษาแพทย์หากต้องการเอาหูดออก เพื่อป้องกันอาการอักเสบหรือติดเชื้อ

ลักษณะของหูดฝ่าเท้า

หูดฝ่าเท้าที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นหูดที่มีขนาดเล็กๆ เท่าเมล็ดข้าวโพด แต่บางครั้งก็มีการเจริญเติบโตจนใหญ่ขึ้น และกระจุกอยู่บริเวณเดียวกัน ในบางจุดของหูดจะมีสีดำเล็กๆ ปรากฏอยู่ด้วย ซึ่งเกิดจากหลอดเลือดเล็กๆ ไปโตอยู่ในหูดทำให้เกิดเป็นจุดๆ สีดำ หูดที่เท้ามักจะไม่เป็นตุ่มนูนขึ้นอยู่เหนือผิวหนัง แต่จะแบนราบลงไป เพราะเกิดจากการกดทับจากการเดินและลงน้ำหนักที่เท้า

การติดต่อของหูด

หูดมีการแพร่กระจายเชื้อจากคนสู่คน ซึ่งเป็นการติดต่อกันอย่างอ้อมๆ เช่น เด็กที่เป็นหูดที่มือมีการแตะพื้นผิวสนามเด็กเล่นเมื่อเด็กคนอื่นสัมผัสทำให้เกิดการแพร่เชื่อ หรือคนที่เป็นหูดที่เท้าใช้ห้องอาบน้ำโดยไม่สวมรองเท้า เมื่ออีกคนใช้ห้องอาบน้ำต่ออาจส่งผลให้พัฒนาเป็นหูดได้ แต่ความเสี่ยงที่จะติดอาการหูดจากมือหรือเท้าจากคนอื่นนั้นมีน้อยมาก

ความเสี่ยงของการติดหูดก็จะแตกต่างกันไปออกไปในแต่ละคน ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอก็จะง่ายต่อการติดเชื้อ แต่ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงก็จะปลอดภัยกว่า

การรักษาหูด

โดยปกติแล้วไม่เป็นอันตรายและจะหายไปเอง แต่หากว่าคุณมีความกังวลและต้องการที่จะกำจัดออกก็สามารถใช้วิธีการรักษาแบบโรคผิวหนังทั่วไป ดังนี้

  • ใช้พลาสเตอร์ยาพันรอบๆ บริเวณที่เป็นหูดให้แน่น พันทิ้งไว้ 6 วัน หลังจากนั้นแกะพลาสเตอร์ออก แล้วนำส่วนที่เราเป็นหูดล้างน้ำให้สะอาด อาจจะแช่น้ำสักระยะหนึ่งให้บริเวณหูดนิ่มหรืออ่อนตัวลง หลังจากนั้นใช้หินภูเขาไฟ (Pumice stone) หรือที่ตะไบเล็บ ค่อยๆ เอาหูดออกอย่างเบามือ ทำซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าหูดจะออกไปหมด ซึ่งอาจจะใช่เวลา 2-3 เดือน แต่ไม่ควรคาดหวังว่าจะได้ผลกับทุกคนเพราะบางครั้งก็ไม่ต่างไปจากการรักษาวิธีอื่นๆ เลย
  • ใช้ยาที่ทาเฉพาะที่ เช่น ครีมถนอมผิว เจล ขี้ผึ้ง เพราะครีมเหล่านี้มักมีกรดซาลิไซลิก (Salicylic acid) ซึ่งช่วยในการผลัดเซลล์ผิว นับเป็นการรักษาโดยการลอกผิว เมื่อทาบริเวณที่เป็นหูดก็อาจจะช่วยผลัดเซลล์ผิวหนังบริเวณนั้นให้หลุดได้ หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือการใช้สเปรย์แช่แข็งที่ช่วยฆ่าเนื้อเยื่อ
  • การรักษาโดยแพทย์ซึ่งจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะรักษาโดยการแช่แข็งหูดด้วยไนโตรเจนเหลวเพื่อให้หูดหลุดออกไป หรือการเอาหูดออกด้วยเลเซอร์ การผ่าตัด นอกจากนี้ยังมีการใช้หรือฉีดยาเพื่อเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันเพื่อที่จะฆ่าเชื้อของไวรัสอีกด้วย

การป้องกันหูด

  • สวมรองเท้าเสมอเมื่ออยู่ในพื้นที่สาธารณะ ที่ต้องใช้พื้นที่ร่วมกับคนอื่นๆ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ เช่น สระว่ายน้ำ ห้องล็อคเกอร์ หรือหอพัก
  • ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวัคซีนป้องกันไวรัส HVP ซึ่งเป็นเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคหูด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดหูด
  • หากเป็นหูดที่เท้า ควรให้ความสำคัญกับการรักษาความสะอาดเป็นพิเศษ เปลี่ยนถุงเท้ารองเท้าทุกวันเพื่อไม่ให้เกิดการสะสมของเชื้อโรค
  • หากเราเป็นหูดควรใช้พลาสเตอร์ปิดบริเวณที่เป็นหูดไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อให้คนอื่น นอกจากนี้ควรทำความสะอาดบริเวณที่เป็นอย่างสม่ำเสมอ

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา
  1. Plantar warts and palmar warts
    https://www.webmd.com/skin-problems-and-treatments/plantar-warts-palmar-warts#1
    Accessed,November 23, 2018
  2. An overview of plantar warts
    https://www.verywellhealth.com/what-are-plantar-warts-1337762
    Accessed,November 23, 2018
  3. Treating and preventing plantar warts
    https://www.healthline.com/health/skin-disorders/plantar-wart
    Accessed,November 23, 2018
รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
แก้ไขล่าสุด 23/11/2018
x