home

สุขภาพระบบทางเดินอาหาร

ระบบย่อยอาหาร คือหนึ่งในระบบที่สำคัญที่สุดของร่างกาย เนื่องจากร่างกายของเราจะได้รับสารอาหารที่จำเป็นอาหาร เพื่อการทำงานที่เป็นปกติของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ สุขภาพระบบทางเดินอาหาร ได้ที่นี่

ความรู้ทั่วไป

สุขภาพระบบทางเดินอาหาร

อาหารเป็นพิษ คืออาการป่วยจากการรับประทานอาหาร หรือเครื่องดื่ม ที่สามารถพบได้ในคนทุกเพศทุกวัย และอาจมีระดับความรุนแรงที่แตกต่างกัน ตั้งแต่อาการป่วยเล็กน้อย ไปจนถึงอาการรุนแรง ที่อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ วันนี้ Hello คุณหมอ เลยอยากจะมาแนะนำ สัญญาณที่บ่งบอกว่า คุณกำลังมี อาการอาหารเป็นพิษ เพื่อให้ผู้อ่านทุกท่านสามารถสังเกตอาการ และเข้ารับการรักษาได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นกันค่ะ สาเหตุที่ทำให้เกิด อาการอาหารเป็นพิษ อาการอาหารเป็นพิษ เกิดขึ้นจากการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อโรค ทั้งเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และเชื้อปรสิต เชื้อโรคเหล่านี้อาจปนเปื้อนมาในอาหารได้ตั้งแต่กระบวนการเพาะปลูก เก็บเกี่ยว ขนส่ง หรือแม้กระทั่งการประกอบอาหาร อาหารเป็นพิษ จากเชื้อแบคทีเรีย เชื้อแบคทีเรีย เป็นสาเหตุหลักของการเกิดอาการอาหารเป็นพิษ โดยเชื้อแบคทีเรียก่อโรคที่พบได้บ่อยที่สุด ได้แก่ เชื้อซาลโมเนลลา (Salmonella) เชื้ออีโคไล (E. coli) เชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ (Campylobacter) คลอสทริเดียม โบทูลินัม (Clostridium botulinum) อาหารเป็นพิษ จากเชื้อปรสิต หรือพยาธิ ในบางครั้ง อาการ อาหารเป็นพิษ ก็อาจมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อปรสิต หรือพยาธิต่าง ๆ แม้อาการอาหารเป็นพิษจากเชื้อปริสิตหรือพยาธิจะพบไม่บ่อยเท่ากับอาการอาหารเป็นพิษเนื่องจากเชื้อแบคทีเรีย แต่ก็มีความอันตรายไม่แพ้กัน โดยเชื้อปรสิตที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษนั้น มักจะมาจากการติดเชื้อปรสิตท็อกโซพลาสโมซิส (Toxoplasmais) ที่พบได้ในอึแมว อาหารเป็นพิษ จากเชื้อไวรัส เชื้อโนโรไวรัส (Norovirus) คือเชื้อไวรัสที่สามารถก่อให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษได้ ซึ่งในกรณีที่รุนแรง อาจทำให้เสียชีวิตได้เลยทีเดียว […]

หัวข้อ สุขภาพระบบทางเดินอาหาร เพิ่มเติม

ปัญหาสุขภาพช่องท้องแบบอื่น

เชื่อหรือไม่คะว่า กลิ่นตด นอกจากจะทำให้เรารู้สึกอับอาย สร้างความไม่มั่นใจให้กับเราแล้ว ยังสามารถบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพของเราได้อย่างไม่น่าเชื่อ แต่จะบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพของเราอย่างไรบ้างนั้น วันนี้ Hello คุณหมอ มีคำตอบมาให้คุณค่ะ กลิ่นตด ไม่ใช่เรื่องตลก? ตด หรือ การผายลม เกิดจากการปล่อยแก๊สในลำไส้ซึ่งเป็นผลมาจากกระบวนการสะสมในระบบย่อยอาหาร โดยมีสาเหตุและปัจจัยอื่น ๆ ดังต่อไปนี้  อากาศที่กลืนเข้าไป ในทุก ๆ วันเรากลืนอากาศเข้าไปตลอดเวลาเช่น อากาศขณะที่เราเคี้ยวอาหาร รวมถึงเครื่องดื่มจากน้ำอัดลม โรคบางชนิด เช่นโรคเบาหวานประเภทที่2 โรคเซลิแอค โรคตับ และโรคลำไส้อักเสบอาจทำให้เชื้อแบคทีเรียเจริญเติบโตมากเกินไป ส่งผลให้ผู้ป่วยมีแก๊สมากเกิด การผายลม บ่อย อาหารไม่ย่อย อาหารที่ถูกย่อยไม่หมดบางส่วนจะถูกเปลี่ยนเป็นแก๊สไฮโดรเจนและแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ทำให้เกิด การผายลม กลิ่นตด กับปัญหาสุขภาพที่ควรรู้ ถึงแม้ว่า การผายลม นั้นจะเป็นเรื่องปกติ แต่กลิ่นและเสียงนั้นไม่ปกติอย่างที่เราคิด นอกจากจะทำร้ายบุคคลที่อยู่ใกล้ ๆ เราแล้ว ยังบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพของเราได้อีกด้วย นอกจากนี้ การผายลม ยังขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการรับประทานอาหารและการใช้ยาบางชนิด โดยลักษณะของกลิ่นตดนั้น บ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพดังต่อไปนี้  ตดมีกลิ่น  เกิดจากการรับประทานที่มีเส้นใยสูง เช่น หน่อไม้ฝรั่ง กะหล่ำปลี บรอกโคลี อาหารเหล่านี้ใช้เวลาค่อนข้างนานในการย่อยอาหาร อาจทำให้เราเกิดอาการท้องอืดได้ ตดมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ อาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ การติดเชื้อทางเดินอาหาร ส่งผลให่แก๊สมีปริมาณสูงกว่าปกติและมีกลิ่นเหม็นรุนแรง คนที่มีอาการติดเชื้อทางเดินอาหาร มักจะมีอาการปวดท้องและท้องเสีย ตดไม่มีกลิ่น […]

โรคกระเพาะอาหารอักเสบ

โรคกระเพาะอาหารอักเสบ หรือที่เรามักจะเรียกติดปากกันว่า โรคกระเพาะอาหาร ถือเป็นโรคหนึ่งในระบบทางเดินอาหารที่เกิดขึ้นอยู่บ่อย ๆ และสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วเราจะมีวิธีรับมืออย่างไรได้บ้างนั้น วันนี้ Hello คุณหมอ มีสาระดี ๆ เกี่ยวกับ กระเพาะอาหารอักเสบ มาฝากค่ะ โรคกระเพาะอาหารอักเสบ เป็นอย่างไร กระเพาะอาหารอักเสบ หรือโรคกระเพาะอาหาร (Gastritis) เกิดการอักเสบของเยื่อบุในกระเพาะอาหาร จนทำให้เกิดอาการบวมและแดง อาการอักเสบในกระเพาะอาหารนี้มักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียเอชไพโลไร (Helicobacter Pylori) เชื้อแบคทีเรียชนิดเดียวกันกับที่ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร หรือเกิดจากการที่น้ำย่อยในกระเพาะอาหารไปทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหาร นอกจากนี้การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ และการใช้ยาแก้ปวดประเภทแอสไพรินมาก ๆ ก็สามารถทำให้กระเพาะอาหารอักเสบได้ด้วยเช่นกัน อาการของ กระเพาะอาหารอักเสบ มีอะไรบ้าง ผู้ที่เป็น โรคกระเพาะอาหารอักเสบ มักจะมีอาการดังต่อไปนี้ ปวดแสบปวดร้อนในช่องท้อง คลื่นไส้ อาเจียน แน่นท้อง ท้องอืด อาหารไม่ย่อย มีอาการแสบร้อนตอนรับประทานอาหาร หรือตอนกลางคืน ผู้ป่วย กระเพาะอาหารอักเสบ อาจมีอาการสะอึก ไม่อยากอาหารหรือไม่กระหายน้ำ อาเจียนเป็นเลือด มีสีเข้มคล้ายกากกาแฟ อุจจาระมีสีคล้ำหรือมีเลือดปนออกมา วิธีรักษากระเพาะอาหารอักเสบ เนื่องจาก กระเพาะอาหารอักเสบ เกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ แพทย์จึงสามารถทำการรักษาโรคกระเพาะอาหารอักเสบได้หลายวิธี ดังนี้ ให้ผู้ป่วยรับประทานยาลดกรดในกระเพาะอาหาร ให้ผู้ป่วยหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสชาติเผ็ดร้อนหรือเผ็ดจัด ให้ผู้ป่วยรับประทานยาต้านเชื้อเอชไพโลไร หากผู้ป่วยเป็นกระเพาะอาหารอักเสบเนื่องจากโลหิตจาง แพทย์อาจจะให้รับประทานวิตามินบี 12 เพื่อช่วยรักษาภาวะโลหิตจาง ผู้ป่วยควรรับประทานยาอย่างต่อเนื่องจนหมดแม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้ว เพื่อป้องกันการดื้อยา และไม่ควรเริ่มหรือหยุดการใช้ยารักษา กระเพาะอาหารอักเสบ ด้วยตัวเองโดยไม่ปรึกษากับแพทย์ก่อน ป้องกันกระเพาะอาหารอักเสบได้อย่างไรบ้าง เราสามารถป้องกันและลดความเสี่ยงที่จะเป็น กระเพาะอาหารอักเสบ เพียงแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตง่าย ๆ ดังนี้ รับประทานอาหารเป็นมื้อเล็ก ๆ เพื่อลดความเสี่ยงของอาหารไม่ย่อย ป้องกันผลกระทบจากกรดในกระเพาะอาหารที่อาจก่อให้เกิดกระเพาะอาหารอักเสบได้ รับประทานอาหารที่มีรสชาติเผ็ดร้อนหรือเผ็ดจัดแต่พอดี […]

แผลในกระเพาะอาหาร

หนึ่งในอาการทางสุขภาพที่เกี่ยวกับกระเพาะอาหารที่เรามักจะพบกันได้บ่อย ๆ ก็คือ แผลในกระเพาะอาหาร ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นได้หากมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เสี่ยงต่อระบบทางเดินอาหาร แต่ถ้าจู่ ๆ เราก็เป็นแผลในกระเพาะอาหารขึ้นมาล่ะ จะมีวิธีรับมืออย่างไรได้บ้าง หากสงสัยกันล่ะก็ วันนี้ Hello คณหมอ มีสาระน่ารู้และวิธีการรับมือเมื่อ เป็นแผลในกระเพาะอาหาร มาฝากค่ะ แผลในกระเพาะอาหารคืออะไร แผลในกระเพาะอาหาร (Peptic ulcer) เกิดจากการที่เยื่อบุในกระเพาะอาหารถูกทำลายจากกรดและน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร หรือบางครั้งอาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียเอชไพโลไร (Helicobacter Pylori) การรับประทานยาแอสไพริน การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ ความเครียด หรือแม้แต่การรับประทานอาหารที่มีรสเผ็ดจัด ก็สามารถก่อให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารได้เช่นเดียวกัน  แผลในกระเพาะ อาหารสามารถแบ่งได้ 2 ประเภท คือ แผลในกระเพาะอาหารที่เกิดขึ้นด้านในของกระเพาะอาหาร (Gastric ulcers) แผลในกระเพาะอาหารที่เกิดบนเยื่อบุลำไส้เล็ก (Duodenal ulcer) อาการของแผลในกระเพาะอาหารเป็นอย่างไร ผู้ที่เป็น แผลในกระเพาะอาหาร มักจะมีอาการดังต่อไปนี้ ปวดแสบปวดร้อนในท้อง ไม่สบายท้อง ท้องอืด เรอ แน่นหรือเจ็บหน้าอก คลื่นไส้และอาเจียน ไม่อยากอาหารหรือไม่กระหายน้ำ น้ำหนักลด อุจจาระมีสีคล้ำหรือมีเลือดปนออกมา อาการปวดของ แผลในกระเพาะอาหาร สามารถบรรเทาได้ด้วยการรับประทานยาแก้ปวด แต่เมื่อหมดฤทธิ์ยา อาการปวดก็อาจกลับมาได้อีกครั้ง หรืออาจทำให้มีอาการปวดท้องในตอนกลางคืน เป็นแผลในกระเพาะอาหาร จะรักษาได้อย่างไร แผลในกระเพาะอาหาร สามารถหายเองได้ แต่ก็สามารถที่จะกลับมาเป็นอีกครั้งได้เช่นกัน แพทย์จำเป็นต้องตรวจหาสาเหตุเพื่อที่จะได้ทำการรักษาได้อย่างตรงจุด โดยอาจใช้วิธีการรักษาดังต่อไปนี้ หากสาเหตุในการเกิด แผลในกระเพาะอาหาร มาจากติดเชื้อแบคทีเรีย แพทย์ก็จะทำการรักษาด้วยการใช้ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย รักษาโดยการให้รับประทานยาลดกรดในกระเพาะอาหาร รักษาโดยการให้รับประทานยาเคลือบแผลในกระเพาะอาหาร รักษาโดยการให้รับประทานยาป้องกันเยื่อบุกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กอักเสบ อย่างไรก็ตาม แผลในกระเพาะอาหาร อาจรักษาไม่หาย ถ้าหาก ไม่รับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง เชื้อแบคทีเรียเอชไพโลไรเกิดการดื้อยา สูบบุหรี่เป็นประจำ หากเป็นแผลที่เกิดจากการใช้ยาแก้ปวดในกลุ่มสเตียรอยด์เป็นประจำ มีการผลิตกรดในกระเพาะอาหารมากจนเกินไป หากเป็นแผลที่เกิดจากติดเชื้อแบคทีเรียชนิดอื่นที่ไม่ใช่เชื้อเอชไพโลไร เป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร มีอาการทางสุขภาพอื่น ๆ […]

ปัญหาสุขภาพช่องท้องแบบอื่น

ปัญหาอาการปวดท้อง ท้องเสีย คลื่นไส้ และอาเจียน เนื่องจากอาหารเป็นพิษ นอกจากจะทำให้คุณต้องทรมานกับอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นแล้ว หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง ยังอาจเป็นอันตรายจนถึงแก่ชีวิตได้ด้วย วันนี้ Hello คุณหมอจึงอยากแนะนำ 5 พฤติกรรมเสี่ยงอาหารเป็นพิษ ที่คุณควรหลีกเลี่ยง เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะอาหารเป็นพิษ จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ 5 พฤติกรรมเสี่ยงอาหารเป็นพิษ ที่ควรระวัง 1. เสี่ยงอาหารเป็นพิษ เพราะไม่ล้างมือก่อนกินข้าว การไม่ล้างมือก่อนกินข้าว เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่การเกิดภาวะอาหารเป็นพิษ ในระหว่างวัน มือของคุณสัมผัสกับสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ทำให้มีเชื้อโรค เช่น เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส ติดมากับมือของคุณมากมาย เมื่อคุณสัมผัสกับอาหารโดยไม่ได้ล้างมือให้ดีก่อน เชื้อโรคเหล่านั้นก็อาจปนเปื้อนในอาหาร และเข้าสู่ร่างกาย ทำให้เกิด ภาวะอาหารเป็นพิษ ได้ สิ่งที่คุณควรทำคือ ล้างมือให้สะอาด ทั้งก่อนช่วงการเตรียมวัตถุดิบ ช่วงทำอาหาร และก่อนรับประทานอาหาร โดยล้างมือด้วยสบู่ให้ทั่วทั้งฝ่ามือ ซอกเล็บ และบริเวณรอบข้อมือ เป็นเวลาอย่างน้อย 20 วินาที นอกจากนี้ คุณควรล้างมือทุกครั้งหลังจากเข้าห้องน้ำและสัมผัสกับสิ่งสกปรกด้วย เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค 2. ทำความสะอาดวัตถุดิบผิดวิธี เวลาที่คุณซื้อวัตถุดิบต่าง ๆ มาจากตลาด ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบจำพวกผัก ผลไม้ หรือเนื้อสัตว์ […]

ท้องอืดท้องเฟ้อ

คุณเคยหรือไม่ ขณะออกกำลังกายไม่ว่าจะในรูปแบบหนัก หรือเบา บางครั้งก็มักมี อาการจุกเสียดท้อง มาคอยสร้างความเจ็บปวดให้คุณทุกเมื่อตลอดเวลา จนทำให้คุณนั้นต้องหยุดทำกิจกรรม และรับกลับบ้านไปพักในทันที ซึ่งไม่ต้องเป็นกังวลไป เพราะอาการดังกล่าวนี้คุณสามารถรักษาด้วยตนเองง่าย ๆ จากวิธีที่ Hello คุณหมอ ได้นำมาฝากให้ทุกคนลองปฏิบัติตามกันค่ะ อาการจุกเสียดท้อง คืออะไร อาการจุกเสียดท้อง (Side Stitches) คืออาการที่เกิดจากความตึงเครียดของกล้ามเนื้อระหว่างซี่โครง ซึ่งสามารถส่งผลสร้างความเจ็บปวดบริเวณท้องข้างใดข้างหนึ่งชั่วคราวขณะออกกำลังกาย โดยอาจมีสาเหตุเบื้องต้นมาจากการบิดลำตัวที่มากเกินไป การยกของหนัก หรือแม้แต่ถูกกระแทก และถูกปะทะอย่างรุนแรง ทั้งนี้ยังอาจรวมไปถึงพฤติกรรมการรับประทานอาหาร หรือดื่มเครื่องดื่มที่ประกอบด้วยน้ำตาลก่อนออกกำลังกายอีกด้วย เพราะเครื่องดื่ม หรืออาหารบางประเภทมักมีคาร์โบไฮเดรตสูงที่สามารถส่งผลเสียไปยังกล้ามเนื้อ ทำให้คุณอาจได้รับบาดเจ็บเกิดอาการจุกเสียดท้องระหว่างที่คุณออกกำลังกายอยู่ได้ สัญญาณของ อาการจุกเสียดท้องเบื้องต้น ในขณะที่คุณออกกำลังกายเพื่อรักษาสุขภาพอย่างเพลิดเพลิน บางครั้งก็อาจมีอาการจุกเสียดหน้าท้องขึ้นมาอย่างกะทันหัน ซึ่งหากคุณไม่แน่ใจว่าตนเองกำลังประสบกับอาการจุกเสียดอยู่หรือไม่นั้น คุณสามารถเช็กได้จากสัญญาณเบื้องต้น ดังนี้ กล้ามเนื้อระหว่างซี่โครงมีการกระตุก ขณะหายใจเข้า ไอ หรือจาม รู้สึกเจ็บบริเวณซี่โครง หน้าท้อง มีอาการปวดหลังส่วนบน เกิดอาการปวดอย่างรุนแรงเมื่อเคลื่อนไหวบ่อยครั้ง เจ็บปวดบริเวณซี่โครง นอกจากอาการข้างต้นแล้ว บางกรณีอาจมีอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ  เช่น เจ็บซี่โครงรุนแรงขณะมีการบิดตัว จนถึงขั้นไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ตามปกตินั้น คุณควรเข้าขอคำปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้แพทย์ได้ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งด้วยเทคนิคที่เหมาะสม เพื่อเร่งหาวิธีรักษาเบื้องต้น ก่อนที่คุณนั้นจะเจ็บปวด และทุกข์ทรมานกว่าเดิม วิธีรักษาอาการจุกเสียดท้องด้วยตนเอง เมื่อคุณเริ่มมีอาการเจ็บหน้าท้อง หรือบริเวณซี่โครงข้างใดข้างหนึ่งขึ้น สิ่งที่คุณควรพึงปฏิบัติอย่างแรก เพื่อชะลออาการจุกเสียดท้องได้นั้น มีดังนี้ หยุดทำกิจกรรมขณะนั้นในทันที หายใจเข้า-ออกช้า ๆ ยืดกล้ามเนื้อหน้าท้องโดยยืดแขนให้เหนือศีรษะ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่ประกอบด้วยน้ำตาลก่อนออกกำลังกาย หรือขณะออกกำลังกาย รับประทานยาแก้ปวด ที่สามารถหาซื้อได้จากร้านขายยาทั่วไป […]

ท้องผูก

แม้ท้องผูกจะเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้ทั่วไป แต่ก็ใช่ว่าเราจะละเลยปัญหานี้ได้ เพราะหากปล่อยไว้ ไม่รีบรักษา อาการท้องผูกของคุณอาจกลายเป็นภาวะ ท้องผูกเรื้อรัง ที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าที่คุณคิด แล้วคุณจะสังเกตได้อย่างไรว่าตัวเองท้องผูกเรื้อรังหรือไม่ หรือเราจะมีวิธีป้องกันไม่ให้เกิดภาวะนี้ได้อย่างไรบ้าง เราไปหาคำตอบจากบทความของ Hello คุณหมอ กันเลย ภาวะท้องผูกเรื้อรัง คืออะไร หลังจากที่เรากินอาหารเข้าไป อาหารจะเคลื่อนผ่านระบบย่อยอาหาร เริ่มจากปาก ผ่านหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ และกลายเป็นของเสียออกทางทวารหนัก โดยปกติแล้ว ความถี่ในการขับถ่ายอุจจาระของแต่ละคนอาจแตกต่างกันไป ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 3 ครั้งต่อวันไปจนถึง 3 ครั้งต่อสัปดาห์ แต่หากขับถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์เป็นเวลาติดต่อกันหลายเดือน จะถือว่ามีภาวะท้องผูกเรื้อรัง (Chronic Constipation) แต่ในความเป็นจริง คำจำกัดความภาวะท้องผูกเรื้อรังของแต่ละคนอาจแตกต่างกันไป ท้องผูกเรื้อรังของบางคนอาจหมายถึงภาวะที่ร่างกายขับถ่ายอุจจาระไม่สม่ำเสมอติดต่อกันหลายสัปดาห์ ในขณะที่บางคนอาจหมายถึง ภาวะที่ขับถ่ายอุจจาระได้ลำบาก ต้องใช้แรงเบ่งมากกว่าปกติจึงจะถ่ายออก ความแตกต่างระหว่างภาวะท้องผูกเฉียบพลัน กับท้องผูกเรื้อรัง ความแตกต่างที่เห็นได้เด่นชัดระหว่างภาวะท้องผูกเฉียบพลัน กับภาวะท้องผูกเรื้อรังก็คือระยะเวลาที่เกิดอาการ ผู้ที่ท้องผูกเฉียบพลันจะมีอาการถ่ายอุจจาระลำบากติดต่อกันเป็นเวลา 2-3 วัน ส่วนผู้ที่ท้องผูกเรื้อรังจะมีปัญหาเกี่ยวกับการขับถ่ายอุจจาระนาน 2-3 เดือน หรือบางคนอาจท้องผูกเรื้อรังติดต่อกันนานเป็นปี นอกจากเรื่องระยะเวลาในการเกิดโรค คุณยังสามารถสังเกตข้อแตกต่างระหว่างภาวะท้องผูกเฉียบพลันและท้องผูกเรื้อรังในเบื้องต้นได้ จากข้อสังเกตดังต่อไปนี้ ภาวะท้องผูกเฉียบพลัน มักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ชีวิต หรือการกินอาหาร การไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ความเจ็บป่วย การใช้ยา และการเดินทาง บรรเทาได้ด้วยยาระบายที่หาซื้อได้ตามร้านขายยา […]

ท้องผูก

เวลาที่ท้องผูก ขับถ่ายไม่สะดวก หลายคนอาจเลือกซื้อยาระบายมากิน เพราะสามารถกระตุ้นการขับถ่ายได้อย่างรวดเร็ว แต่ยาระบายประเภทนี้ ควรใช้แค่เป็นครั้งคราวเท่านั้น เพราะหากคุณใช้บ่อยเกินไป หรือใช้ในปริมาณมากเกินไป อาจทำให้เกิดการดื้อยา และส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าผลดี วันนี้ Hello คุณหมอ เลยมีตัวเลือกที่อาจเหมาะสมกับคุณมากกว่า อย่าง ยาระบายจากธรรมชาติ มาแนะนำให้คุณลองกินเมื่อเกิดอาการท้องผูก รับรองว่า คุณจะขับถ่ายได้ดีขึ้น แถมยังดีต่อสุขภาพมากกว่าด้วย ยาระบายจากธรรมชาติ ที่คุณควรลอง ลูกพรุน ลูกพรุน คือลูกพลัมตากแห้ง อุดมไปด้วยไฟเบอร์หรือใยอาหารซึ่งส่งผลดีต่อระบบขับถ่าย ไฟเบอร์ในลูกพรุนเป็นไฟเบอร์ชนิดไม่ละลายน้ำ (Insoluble Fiber) เรียกว่าเซลลูโลส (Cellulose) ที่ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำในอุจจาระ อีกทั้งเมื่อไฟเบอร์ในลูกพรุนถูกจุลินทรีย์ในลำไส้ใหญ่หมักจนกลายเป็นกรดไขมันสายสั้น (Short chain fatty acid) ก็จะช่วยให้อุจจาระเป็นก้อน และขับถ่ายได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ในลูกพรุนยังมีน้ำตาลแอลกอฮอล์ที่เรียกว่า ซอร์บิทอล (Sorbitol) ซึ่งร่างกายของเราดูดซึมได้ไม่ดีนัก จึงช่วยเพิ่มน้ำในลำไส้ใหญ่ และมีฤทธิ์เป็นยาระบายได้ในบางคน ผลไม้ตระกูลส้ม ผลไม้ตระกูลส้ม หรือผลไม้ตระกูลซิตรัส เช่น ส้มเขียวหวาน ส้มสายน้ำผึ้ง ส้มโอ มะนาว เลมอน เกรปฟรุต ถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งไฟเบอร์ชั้นดี โดยเฉพาะไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ ที่ชื่อว่า เพกติน (Pectin) […]

ปัญหาสุขภาพช่องท้องแบบอื่น

เคยไหม อยู่ ๆ ก็กลืนอาหารลำบาก กินอะไรแต่ละทีรู้สึกเจ็บปาก เจ็บคอไปหมด จนแทบไม่อยากจะกินอะไร แถมบางทียังมีรสชาติแปลก ๆ ในปาก หรือรู้สึกแสบร้อนกลางอกจนทรมานอีกต่างหาก ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้ ทาง Hello คุณหมอ ขอบอกเลยว่าคุณอาจกำลังเป็น โรคหลอดอาหารอักเสบ อยู่ก็ได้นะ ทำความรู้จัก โรคหลอดอาหารอักเสบ หลอดอาหาร (Esophagus) เป็นหลอดกล้ามเนื้อที่เชื่อมระหว่างคอและช่องท้อง ทำหน้าที่ลำเลียงอาหารจากช่องปากลงสู่กระเพาะอาหาร หากหลอดอาหารอยู่ในสภาวะปกติ กระบวนการกลืนอาหารก็จะเป็นปกติตามไปด้วย แต่เมื่อใดที่หลอดอาหารบวม หรืออักเสบ ก็อาจทำให้คุณรู้สึกเจ็บ หรือกลืนอาหารได้ลำบากขึ้น ซึ่งการอักเสบนี้เรียกว่า โรคหลอดอาหารอักเสบ (Esophagitis) โรคหลอดอาหารอักเสบสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่ที่พบได้บ่อยที่สุดก็คือ หลอดอาหารอักเสบจากโรคกรดไหลย้อน เนื่องจากกรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นไปในหลอดอาหาร ทำให้หลอดอาหารระคายเคือง และเนื้อเยื่อหลอดอาหารถูกทำลาย จนหลอดอาหารอักเสบในที่สุด นอกจากโรคกรดไหลย้อนแล้ว สภาวะดังต่อไปนี้ ก็สามารถทำให้คุณเป็นโรคหลอดอาหารอักเสบได้เช่นกัน โรคการกินผิดปกติ (Eating disorders) อาการของกลุ่มโรคการกินผิดปกติ เช่น อาการอาเจียนบ่อย ๆ ก็อาจทำให้กรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมากัดหลอดอาหาร จนทำให้หลอดอาหารอักเสบได้ โดยเฉพาะโรคบูลิเมีย (Bulimia nervosa) หรือที่เรียกว่า โรคล้วงคอ การใช้ยา ยาบางชนิดอาจมีฤทธิ์กัดเนื้อเยื่อหลอดอาหาร ทำให้หลอดอาหารอักเสบได้ ยาดังกล่าว […]

x