home

โรคความดันโลหิตสูง

โรคความดันโลหิตสูง คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่โรคหลอดเลือดและหัวใจต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง หรือภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ เรียนรู้ข้อมูลและเคล็ดลับการจัดการกับ โรคความดันโลหิตสูง จากผู้เชี่ยวชาญ ได้ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

โรคความดันโลหิตสูง

หากใครที่กำลังคิดว่าแค่ระดับ ความดันโลหิตสูง ไม่สามารถส่งผลอันตรายใด ๆ ต่อ สมอง อาจต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ วันนี้ Hello คุณหมอ จึงขอนำความเชื่อมโยงของความดันโลหิตสูงที่อาจสร้างความเสียหายให้แก่การทำงานของสมอง พร้อมเคล็ดลับการควบคุมความดันก่อนสมองจะถูกทำลาย มาฝากทุกคนกันค่ะ ความดันโลหิตสูง ส่งผลอย่างไรต่อ สมอง ยิ่งคุณมีระดับความดันโลหิตเพิ่มขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งอาจทำให้สมองของคุณได้รับความเสียหายมากขึ้น เนื่องจากความดันโลหิตส่งผลให้ผนังหลอดเลือดที่เชื่อมโยงกับสมองได้รับความเสียหาย และอุดตันจนเลือดที่ประกอบด้วยออกซิเจนไม่สามารถเข้าไปหล่อเลี้ยงภายในให้สมองทำงานได้เต็มที่ อีกทั้งยังก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ เพิ่มเติม ดังนี้ สมองขาดเลือดชั่วคราว (TIA) เป็นภาวะที่เลือดไม่สามารถไหลเวียนเข้าผ่านหลอดเลือดเข้าไปสู่สมองได้ บางกรณีอาจก่อให้เกิดลิ่มเลือดขึ้นเพิ่มเติม ที่เสี่ยงต่อนำไปสู่โรคหลอดเลือดสมองได้อย่างสมบูรณ์ ภาวะสมองเสื่อม (Dementia) หลอดเลือดแดงที่ตีบตันจากความดันโลหิตสูง อาจจำกัดการไหลเวียนของเลือด จนทำให้สมองไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะด้านการจดจำ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณนั้นเสี่ยงสมองเสื่อมได้ สมองขาดออกซิเจน การที่สมองของคุณได้รับเลือด หรือออกซิเจนเข้าไปหล่อเลี้ยงไม่เพียงพออาจทำให้เซลล์สมองของคุณตายได้ มากไปกว่านั้นยังอาจส่งผลให้หลอดเลือดแตก หรือตีบตัน จนก่อให้เกิดอันตรายเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมองเพิ่มเติมอีกด้วย เคล็ดลับควบคุม ความดันโลหิต ก่อน สมอง เสียหาย หากคุณเช็กสุขภาพตนเองแล้วพบว่ามีระดับความดันโลหิตสูงตั้งแต่ระยะที่ 1 จนถึงระยะที่ 3 หรือตั้งแต่ 130/85 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป โปรดเร่งรักษา หรือควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับมาตรฐาน 120/80 มิลลิเมตรปรอท ด้วยวิธีง่าย […]

หัวข้อ โรคความดันโลหิตสูง เพิ่มเติม

โรคความดันโลหิตสูง

รู้หรือไม่ การพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ หาก พักผ่อนไม่เพียงพอเสี่ยงความดันโลหิตสูง รวมถึงโรคอื่น ๆ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง เป็นต้น  โดยไม่รู้ตัวได้ บทความนี้จะพาทุกคนมาดูกันว่า ผลกระทบจากการพักผ่อนไม่เพียงพอนั้น ส่งผลต่อ โรคความดันโลหิตสูง อย่างไร และเราจะมีวิธีการรับมือเพื่อลดความเสี่ยงจากโรคนี้ได้อย่างไรบ้าง เตือนผู้สูงอายุ! พักผ่อนไม่เพียงพอเสี่ยงความดันโลหิตสูง โดยไม่รู้ตัว ความดันโลหิตสูง สามารถสร้างความเสี่ยงที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพได้อย่างมากมาย ในผู้ป่วยบางรายที่เป็นภาวะนี้อาจส่งผลให้มีระดับความดันที่เพิ่มขึ้นจนรู้สึกปวดศีรษะ หายใจลำบาก เลือดกำเดาไหล อีกทั้งรวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตในประจำวันไม่ว่าจะการเลือกรับประทานอาหาร การผ่อนคลายความเครียด หรือแม้แต่การพักผ่อนไม่เพียงพอ ก็อาจส่งผลให้เสี่ยงเป็น โรคความดันโลหิตสูง ได้ ผู้สูงอายุที่มีปัญหาเกี่ยวกับการนอน เช่น นอนไม่หลับ นอนไม่เป็นเวลา และมักจะรู้สึกง่วงนอนในเวลากลางวันเสมอ นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าคุณอาจเข้าข่ายการเป็นโรคความดันโลหิตสูง นอกจากนี้ยังเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองอีกด้วย หากผู้สูงอายุไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันเพื่อให้ร่างกายได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ อาจส่งผลร้ายแรงถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้ ปัจจัยเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง ในผู้สูงอายุ  นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ส่วนใหญ่ 95% มักไม่พบสาเหตุที่แน่ชัดของโรคความดันโลหิตสูงในผู้สูงอายุ แต่ได้มีข้อสันนิษฐานที่เป็นไปได้ถึงปัจจัยเสี่ยงของ โรคความดันโลหิตสูง มีดังต่อไปนี้  ภาวะอ้วน ภาวะไขมันในเลือดสูง สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขาดการออกกำลังกาย การได้รับสารเคมี หรือยาบางชนิด สมาชิกในครอบครัวเคยมีประวัติเป็นโรคความดันโลหิตสูง […]

โรคความดันโลหิตสูง

รู้หรือไม่คะว่า วิตามินดี (Vitamin D) มีส่วนสำคัญในการควบคุมความดันโลหิต ซึ่งมีคุณประโยชน์ที่ดีต่อหัวใจและหลอดเลือด เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง แต่หากร่างกายได้รับวิตามินดีมากจนเกินไปอาจส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดได้ บทความนี้ Hello คุณหมอ จึงพาทุกคนมาดูกันค่ะว่า วิตามินดีกับโรคความดันโลหิตสูง มีความสัมพันธ์กันอย่างไร และมีข้อควรระวังอย่างไรบ้าง เรามาดูไปพร้อมกันเลยค่ะ วิตามินดีกับโรคความดันโลหิตสูง มีความสัมพันธ์กันอย่างไร วิตามินดีกับโรคความดันโลหิตสูง มีความสัมพันธ์กันอย่างมาก หากร่างกายขาดวิตามินดี อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูงได้ เพราะวิตามินดีมีสารเรนิน (Renin) ที่ไต ซึ่งมีคุณสมบัติในการควบคุมความดันโลหิตภายในร่างกาย อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าวิตามินดีจะมีคุณประโยชน์ที่ดีต่อผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงมากเพียงใด แต่หากรับประทานมากจนเกินอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งนำไปสู่การเกิดภาวะแทรกซ้อน ดังนั้นผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพื่อรับคำแนะนำการรับประทานวิตามินดีในปริมาณที่เหมาะสมกับร่างกาย  4 แหล่งอาหารจากวิตามินดี ช่วยลดความดันโลหิตสูง ปกติร่างกายสามารถรับวิตามินดีได้จากแสงแดดธรรมชาติในยามเช้า รวมถึงสารอาหารที่อุดมด้วยวิตามินดี โดยมีแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินดี มีดังต่อไปนี้ ปลาแซลมอน อุดมด้วยวิตามินดีและคุณค่าทางสารอาหารที่มีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย นอกจากนี้ยังอุดมด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3 (Omega-3) ที่ช่วยบำรุงสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดให้แข็งแรง นม อุดมด้วยแคลเซียมและวิตามินนานาชนิด โดยส่วนใหญ่นมที่มีปริมาณวิตามินดีสูงจะเป็นนมเสริมจากพืช เช่น นมถั่วเหลือง นมอัลมอนด์  (นมปริมาณ 8 ออนซ์ มีวิตามินดีระหว่าง 115 ถึง 124 IU) ข้าวโอ๊ต อุดมด้วยไฟเบอร์และคุณค่าทางสารอาหาร ซึ่งมีสรรพคุณในการช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคความดันโลหิตสูง โดยข้อมูลจากสำนักงานอาหารเสริม สถาบันสุขภาพแห่งชาติ […]

โรคความดันโลหิตสูง

โรคความดันโลหิตสูงในเด็ก ส่วนใหญ่จะพบได้ในเด็กที่ชอบรับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ด หรืออาหารที่มีไขมันสูง มักเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ ได้ง่าย เช่น โรคอ้วน คอเลสเตอรอลสูง โรคเบาหวาน โดยเฉพาะโรคความดันโลหิตสูง ที่ถึงแม้ว่าจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต แต่ก็อาจส่งผลระยะยาว ทำให้มีปัญหาสุขภาพในอนาคตได้  โรคความดันโลหิตสูงในเด็ก (Hypertension in children) คืออะไร โรคความดันโลหิตสูงในเด็ก (Hypertension in children) เกิดขึ้นในเด็กที่มีระดับความดันโลหิตมากกว่า 120/80 มิลลิเมตรปรอท โดยส่วนใหญ่มักพบในเด็กที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานหรืออยู่ในภาวะอ้วน ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักสำหรับโรคความดันโลหิตสูงในวัยเด็ก รวมถึงปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ดังต่อไปนี้ สมาชิกในครอบครัวเคยมีประวัติเป็นโรคความดันโลหิตสูง ระบบฮอร์โมนผิดปกติ มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน และโรคหัวใจ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม โรคความดันโลหิตสูงในวัยเด็ก ถือเป็นภาวะที่น่ากังวอย่างมาก หากปล่อยทิ้งไว้ระยะเวลานาน ๆ โดยไม่ได้รับคำแนะนำหรือรับการรักษาที่ถูกต้อง อาจนำไปสู่โรคความดันโลหิตสูงต่อเนื่องในวัยผู้ใหญ่ นอกจากนี้ยังเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคต่าง ๆ  เช่น โรคไต โรคหลอดเลือดสมอง ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจวายเฉียบพลัน เป็นต้น  สัญญาณเตือนโรคความดันโลหิตสูงในเด็ก อาการที่พบได้บ่อยในเด็กที่อยู่ในภาวะ ความดันโลหิตสูง มีลักษณะดังต่อไปนี้ ปวดศีรษะ อาการชัก อาเจียน […]

โรคความดันโลหิตสูง

ในปัจจุบันคนไทยมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่แตกต่างไปจากอดีต เช่น ภาวะความเครียด รับประทานอาหารที่มีโซเดียมสูง ขาดการออกกำลังกาย จึงทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง และภาวะแทรกซ้อนได้ง่าย ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้เป็นระยะเวลานาน ๆ โดยไม่ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือรับการรักษาถูกต้องอย่างเหมาะสม ก็อาจส่งผลกระทบต่ออวัยวะส่วนต่าง ๆ ที่สำคัญภายในร่างกาย บทความนี้ Hello คุณหมอ จึงพาทุกคนมาดูกันค่ะว่า ภาวะแทรกซ้อนจากโรคความดันโลหิตสูง นั้นส่งผลกระทบต่ออวัยวะส่วนใดภายในร่างกายบ้าง และเราจะมีวิธีการลดความเสี่ยงต่อการเกิด โรคความดันโลหิตสูง ได้อย่างไร โรคความดันโลหิตสูง (Hypertension) คืออะไร? ความดันโลหิตสูง (Hypertension) คือ การที่มีความดันโลหิตสูงกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท เป็นภาวะที่พบได้บ่อย ที่มีการเปลี่ยนแปลงความดันในหลอดเลือดที่เพิ่มสูงขึ้น หากแรงดันดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นเป็นระยะเวลานาน ๆ อาจส่งผลกระทบต่ออวัยวะภายในร่างกายและเพิ่มปัจจัยเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนจาก โรคความดันโลหิตสูง เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหัวใจตีบตัน ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย เป็นต้น  ภาวะแทรกซ้อนจากโรคความดันโลหิตสูง ส่งผลต่ออวัยวะใดบ้าง โรคความดันโลหิตสูง ก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่ออวัยวะต่าง ๆ ที่สำคัญ ดังต่อไปนี้ สมอง โรคความดันโลหิตสูง เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อการเกิดโรคเกี่ยวกับสมอง เมื่อหลอดเลือดแดงตีบ เลือดจึงไหลเวียนไปเลี้ยงยังบริเวณสมองได้น้อยลง ซึ่งนำไปสู่ภาวะสมองเสื่อมบางประเภท หัวใจ ความดันโลหิตสูงอาจส่งผลให้อาจทำให้หลอดเลือดแดงแข็งและหนาขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจวาย ไต […]

โรคความดันโลหิตสูง

บทความ Hello คุณหมอ วันนี้ขอนำ 7 ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง มาฝากทุกคนกันค่ะ หากคุณกำลังอยู่ในเกณฑ์ที่เข้าข่ายเป็น โรคความดันโลหิตสูง จะได้ดูแลตัวเอง เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคดังกล่าว ว่าแต่ปัจจัยเสี่ยงโรคนี้จะมีอะไรบ้าง มาดูพร้อมกันเลยค่ะ ทำความรู้จัก โรคความดันโลหิตสูง โรคความดันโลหิตสูง (Hypertension) เป็นภาวะสุขภาพที่พบได้บ่อย เกิดจากความดันในหลอดเลือดเพิ่มสูงขึ้น หากปล่อยไว้นานวัน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง ภาวะเมแทบอลิกซินโดรม และอื่น ๆ ที่สร้างความเสียหายแก่ร่างกายแทบทุกส่วนได้ 7 ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคความดันโลหิตสูง มีปัจจัยเสี่ยงหลายประการ ดังต่อไปนี้ อายุ ความเสี่ยงของ โรคความดันโลหิตสูง จะเพิ่มมากขึ้น เมื่อคุณมีอายุมากขึ้นจนถึงอายุ 64 ปี โรคนี้พบได้บ่อยในผู้สูงอายุเพศชายมากกว่าเพศหญิง น้ำหนักเกิน เมื่อคุณน้ำหนักมากขึ้น ก็ต้องใช้เลือดในการลำเลียงออกซิเจนและสารอาหารเข้าไปในเนื้อเยื่อมากยิ่งขึ้น เมื่อปริมาณเลือดไหลเวียนผ่านหลอดเลือด ก็จะเพิ่มความดันบนผนังหลอดเลือดเช่นเดียวกัน สูบบุหรี่ สารเคมีในบุหรี่มีผลทำให้ระดับความดันโลหิตของคุณเพิ่มสูงมากขึ้น อีกทั้งยังทำลายผนังบุหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดแดงแคบลง เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจด้วย รับประทานอาหารที่มีรสชาติเค็ม การรับประทานอาหารที่มีรสชาติเค็ม ทำให้ความระดับความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้น และยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจอีกด้วย ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากไป ยิ่งคุณดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเท่าไหร่ ความเสี่ยงในการเกิดโรคความดันโลหิตสูงของคุณก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น […]

โรคความดันโลหิตสูง

ความดันโลหิตสูงวิกฤต เป็นภาวะร้ายแรงที่เกิดขึ้นในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง โดยส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการที่ผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้ แต่ภาวะนี้จะมีอาการอย่างไร แล้วเราจะรับมือได้อย่างไรบ้าง วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับภาวะความดันโลหิตสูงวิกฤต ให้มากขึ้นกันค่ะ  ความดันโลหิตสูงวิกฤต คืออะไร ภาวะความดันโลหิตสูงวิกฤต (Hypertension Crisis) คือ ภาวะที่ร่างกายมีความดันโลหิตสูงมากกว่า 180/110 มิลลิเมตรปรอท ซึ่งเป็นระดับที่อันตรายต่อร่างกาย และจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน โดยสาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากการที่ผู้ป่วยรับประทานยาไม่ตรงเวลา หรือหยุดการรับประทานยาเองโดยที่แพทย์ไม่ได้สั่ง ทำให้ไม่สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้  อย่างไรก็ตาม ภาวะนี้เป็นภาวะร้ายแรงที่ต้องรีบทำการรักษา หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจส่งผลเสียต่ออวัยวะภายในร่างกาย หรืออาจร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ประเภทของ ภาวะความดันโลหิตสูงวิกฤต  ภาวะความดันโลหิตสูงวิกฤต แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ภาวะเร่งด่วนจากความดันโลหิตสูง (Hypertensive Urgency) และ ภาวะฉุกเฉินจากความดันโลหิตสูง( Hypertensive Emergency) โดยมีความแตกต่างกัน ดังต่อไปนี้ ภาวะเร่งด่วนจากความดันโลหิตสูง (Hypertensive Urgency) คือภาวะร่างกายมีค่าความดันโลหิตมากกว่า 180/110 มิลลิเมตรปรอท แต่ยังไม่ส่งผลเสียต่ออวัยวะ ภาวะฉุกเฉินจากความดันโลหิตสูง (Hypertensive Emergency) คือการที่ระดับความดันโลหิต พุ่งขึ้นสูงจนอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายต่ออวัยวะ และเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เลือดออกในสมอง ปอดบวม หากไม่รีบทำการรักษาอาจทำให้เกิดภาวะหัวใจวาย […]

โรคความดันโลหิตสูง

บทความนี้ Hello คุณหมอ นำเทคนิคดี ๆ ในการ อ่านค่าความดันโลหิต มาฝากกัน ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตที่ต้องการวัดความดันโลหิตด้วยตนเองที่บ้าน เอาล่ะ! จะมีวิธีการอ่านอย่างไรบ้างนั้น ติดตามอ่านได้ในบทความนี้เลย การ อ่านค่าความดันโลหิต สำคัญอย่างไร? สิ่งแรกที่เราจะเห็นในการอ่าน ค่าความดันโลหิต คือ ตัวเลข 2 ตัว ที่บ่งบอกถึงระดับความดันโลหิตของคุณ หากความดันโลหิตของคุณปกติ จะอยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่า 120/80 มิลลิเมตรปรอท ในกรณีที่คุณมีความดันโลหิตมากกว่า 180/120 แสดงว่า คุณอยู่ในภาวะความดันโลหิตสูงวิกฤต ต้องได้รับการรักษาทันที  ความหมาย ค่าความดันโลหิต ที่คุณควรรู้ ในเบื้องต้น เราจะต้องรู้ ค่าความดันโลหิต ที่แสดงในเครื่องวัดความดันโลหิต ซึ่งเราสามารถวัดระดับความดันโลหิตได้ด้วยการใช้เครื่องวัดความดันที่ลำแขน โดยแสดง ค่าความดันโลหิต ออกเป็น 2 ช่วง ดังนี้ ความดันช่วงบน หรือความดันซิสโตลี (Systolic Blood Pressure) คือ ค่าที่บ่งบอกถึงความดันเลือด แรงดันในขณะที่หัวใจบีบตัว ความดันช่วงล่าง หรือความดันไดแอสโตลี (Diastolic Blood Pressure) คือ […]

โรคความดันโลหิตสูง

เราสามารถ ลดความดันโลหิตสูง ได้โดยไม่ต้องพึ่งยา ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็ม นอกจากนี้ ยังมีอีกหลากหลายวิธีที่สามารถลดความดันโลหิตได้ โดยไม่ต้องพึ่งยา แต่จะมีวิธีอะไรบ้างนั้น ติดตามอ่านได้ในบทความ Hello คุณหมอ เราสามารถ ลดความดันโลหิตสูง ได้อย่างไร? โรคความดันโลหิตสูง คือ ภาวะการเปลี่ยนแปลงของระดับความดันในเลือดที่เพิ่มสูงขึ้นกว่าปกติ หากปล่อยไว้ในระยะยาวโดยไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสมอาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ ดังนั้นเราจึงควรทำการลดความดันโลหิตสูง หรือควบคุมระดับความดันโลหิตให้อยู่ในอัตราคงที่ แต่ในการลดความดันโลหิตมักมีด้วยกันหลากหลายวิธี ขึ้นอยู่กับอาการความรุนแรงของแต่ละบุคคล ในเบื้องต้น หากคุณถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง แพทย์จะแนะนำให้คุณปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค แต่หากมีอาการรุนแรง แพทย์จะแนะนำให้รับประทานยาร่วมด้วย เพื่อควบคุมความดันโลหิต 5 วิธีลดความดันโลหิตสูงด้วยตนเองโดยไม่ต้องพึ่งยา เราสามารถลดความดันโลหิตสูงด้วยตนเองโดยไม่ต้องพึ่งยา ด้วยมีวิธีง่าย ๆ ดังต่อไปนี้ ควบคุมน้ำหนัก เราต้องควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม และคอยสังเกตรอบเอว หากรอบเอวกว้างมากจนเกินไป (รอบเอวผู้ชายมากกว่า 40 นิ้ว และรอบเอวผู้หญิงมากกว่า 35 นิ้ว) อาจเสี่ยงต่อการเกิด โรคความดันโลหิตสูง ได้ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ผู้ป่วย โรคความดันโลหิตสูง ควรออกกำลังกายเป็นประจำอย่างสม่ำเสมออย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน จะสามารถลดความดันโลหิตได้ประมาณ 5-8 มิลลิเมตรปรอท  รับประทานอาหารที่มีประโยชน์  การรับประทานอาหารที่อุดมด้วยผัก […]

โรคความดันโลหิตสูง

ในปัจจุบัน คนไทยมีแนวโน้มป่วยเป็นโรคความดันโลหิตเฉลี่ยเพิ่มสูงขึ้นในทุกปี โดยสาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากการสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงการรับประทานอาหารที่มีปริมาณโซเดียมสูง ซึ่งหากปล่อยไว้เนิ่นนานโดยไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสม อาจเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนจาก โรคความดันโลหิตสูง ได้ วันนี้ Hello คุณหมอ จึงนำแนวทางในการ รักษาความดันโลหิตสูง มาฝากกัน ติดตามอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในบทความนี้กันเลย แนวทางในการ รักษาความดันโลหิตสูง เบื้องต้น  ปกติแล้วระดับความดันโลหิตของเรานั้นมักจะต่ำกว่า 120/80 มม.ปรอท แต่หากคุณ หรือแพทย์ทำการวัดโดยมีผลของตัวเลขมากกว่า 120/80 มม.ปรอท ขึ้นไป ก็อาจเป็นไปได้ว่าคุณกำลังเสี่ยงเข้าสู่ภาวะความดันโลหิตสูงอยู่นั่นเอง จึงทำให้ต้องได้รับการลดระดับความดันโลหิตอย่างเร่งด่วนให้กลับคืนสู่อัตราที่คงที่อีกครั้ง ซึ่งแนวทางในการรักษา โรคความดันโลหิตสูง ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการในแต่ละบุคคล ถ้าผู้ป่วยมีความดันเพิ่มสูงขึ้นเพียงเล็กน้อย แพทย์อาจแนะนำให้ผู้ป่วยเริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเอง เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค เช่น หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ลดปริมาณการรับประทานอาหา/รรสเค็ม หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เป็นต้น  ในกรณีที่ผู้ป่วยมีความดันโลหิตอยู่ในระดับสูงมากเกินไป แพทย์อาจรักษาด้วยการให้ยาลดความดัน ร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ยาสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ในเบื้องต้นของการ รักษาความดันโลหิตสูง แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ร่วมกับการใช้ยาเพื่อลดความดันโลหิต โดยยาแต่ละตัวจะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป ดังต่อไปนี้ ยาขับปัสสาวะ มีคุณสมบัติช่วยขับน้ำ และเกลือออกจากร่างกาย โดยส่วนใหญ่ที่ใช้มักเป็นยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอะไซด์ (Thiazide Diuretics) และยาขับปัสสาวะกลุ่มยาขับปัสสาวะกลุ่มโพแทสเซียม-สแปริ่ง (Potassium–Sparing Diuretics)  […]

โรคความดันโลหิตสูง

ความดันโลหิตสูง (Hypertension) เป็นภาวะของร่างกายที่พบได้บ่อยในสังคมปัจจุบัน และเป็นภาวะที่ไม่มีอาการในช่วงเริ่มต้น ตรวจไม่พบ แต่หากปล่อยไว้อาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพมากมาย เช่น โรคหลอดเลือดสมอง หัวใจวาย สำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตสูงควรหมั่นตรวจวัดความดันเป็นประจำ และควรรักษาระดับความดันให้ปกติ วันนี้ Hello คุณหมอ ได้รวบรวม อาหารเสริมลดความดันโลหิต มาให้อ่านกันค่ะ อาหารเสริมลดความดันโลหิต มีอะไรบ้าง อาหารเสริมสำหรับผู้มีปัญหาความดันโลหิตสูง มีดังต่อไปนี้ กรดโฟลิก  ส่วนใหญ่แล้วเรามักจะรับประทานกรดโฟลิกเพื่อเป็นอาหารเสริมขณะที่ตั้งครรภ์ เพื่อช่วยสำหรับพัฒนาการของทารกในครรภ์ นอกจากนี้ยังมีการศึกษาที่ชี้ว่ากรดโฟลิคมีประโยชน์ในการลดความเสี่ยงของความดันโลหิตสูงในระหว่างตั้งครรภ์ได้ ทั้งชายและหญิงสามารถรับประทานกรดโฟลิคเพื่อลดความดันโลหิตได้ แต่ลดได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น วิตามินดี เมื่อร่างกายมีวิตามินดีในระดับต่ำ เกี่ยวข้องกับความดันโลหิตสูง แต่จากการศึกษาพบว่าอาหารเสริมวิตามินดีมีผลต่อความดันโลหิตน้อยมาก แต่การได้รับวิตามินดีที่เพียงพอต่อร่างกายนั้นเป็นสิ่งสำคัญ แมกนีเซียม ร่างกายใช้แมกนีเซียมในการควบคุมการทำงานของเซลล์ให้มีความแข็งแรง นอกจากนี้แมกนีเซียมยังช่วยในการหดตัวของเส้นใยกล้ามเนื้อ จากการศึกษาหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่า การใช้แมกนีเซียมในการช่วยลดความดันโลหิตนั้นมีความขัดแย้งกัน บ้างที่ก็บอกว่าสามรถลดได้ แต่บางที่ก็ยังไม่มีดเหตุผลมากพอ แต่จากการวิเคราะห์จากการศึกษาหนึ่งแสดงให้เห็นว่าอาหารเสริมแมกนีเซียมอาจมีผลเล็กน้อยต่อความดันโลหิต โพแทสเซียม  โพแทสเซียมมีส่วนช่วยในการขัดขวางผลกระทบของโซเดียมต่อความดันโลหิต สถาบันหัวใจแห่งอเมริกา (American Heart Association) ชี้ให้เห็นว่าโพแทสเซียมสามารถช่วยลดแรงกดบนผนังหลอดเลือดได้ จากการศึกษาได้มีการสนับสนุนว่าอาหารเสริมโพแทสเซียมสามารถใช้ในการรักษาเพื่อลดความดันโลหิตได้ ไฟเบอร์ การได้รับสารอาหารไฟเบอร์ในปริมาณที่มากขึ้นมีส่วนช่วยในการป้องความดันโลหิตสูง หรือช่วยลดความดันโลหิตได้ จากการวิเคราะห์พบว่า การรับประทานอาหารเสริมไฟเบอร์ 11 กรัมต่อวันมีส่วนช่วยลดความดันโลหิตได้ หรือจะเพิ่มไฟเบอร์ให้กับร่างกายด้วยการรับประทานอาหาร เช่น การบริโภคผักใบเขียว ผลไม้สด ก็ช่วยให้ร่างกายได้รับไฟเบอร์ได้มากขึ้น โคเอนไซม์คิวเทน  โคเอนไซม์คิวเทน (Coenzyme Q10; CoQ10) เป็นสารธรรมชาติที่เกิดขึ้นในร่างกายและมีบทบาทสำคัญในกระบวนการทางเคมีของเซลล์ ในการผลิตพลังงานให้กับเซล์ นักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่าอาหารเสริมตัวนี้สามารถลดความดันโลหิตโดยทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระและป้องกันไม่ให้ไขมันสะสมในหลอดเลือดแดง แต่อย่างไรก็ตามมีหลักฐานเพียงเล็กน้อยที่แสดงให้เห็นว่า […]