สุขภาพหัวใจ

หัวใจ คืออวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่ในการสูบฉีดเลือดไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย หากหัวใจเกิดปัญหา ก็จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของร่างกาย และอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้ เรียนรู้เกี่ยวกับ สุขภาพหัวใจ ทั้งการดูแลรักษา และปกป้องระบบหัวใจและหลอดเลือดของคุณ ได้ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

สุขภาพหัวใจ

7 สิ่งรบกวนหัวใจใกล้ตัว PM2.5 อากาศร้อน เสียงดัง เสี่ยงแค่ไหน?

เวลาพูดถึงการดูแลหัวใจ หลายคนอาจนึกถึงการออกกำลังกาย การควบคุมน้ำหนัก ลดอาหารเค็ม หรือเลิกสูบบุหรี่เป็นอันดับแรก แต่ปัจจัยจาก สภาพแวดล้อมรอบตัว ก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม หลักฐานทางการแพทย์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาให้ความสำคัญกับ “Environmental Cardiovascular Risk” มากขึ้น ตั้งแต่มลพิษทางอากาศ เสียง แสง อุณหภูมิสุดขั้ว ไปจนถึงสารเคมีและมลพิษจากพลาสติก เพราะปัจจัยเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับการอักเสบ ความเครียดออกซิเดชัน การทำงานของหลอดเลือด และระบบประสาทอัตโนมัติ ซึ่งล้วนมีความสัมพันธ์กับสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด PM2.5 และมลพิษทางอากาศอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด อากาศร้อนจัดทำให้ร่างกายต้องระบายความร้อนมากขึ้น และอาจทำให้โรคหัวใจเดิมกำเริบ อากาศหนาวทำให้หลอดเลือดหดตัว ความดันอาจเพิ่มขึ้น และหัวใจต้องรับภาระมากขึ้น เสียงรบกวนเรื้อรังสัมพันธ์กับการนอนหลับไม่ดี ความเครียด ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจขาดเลือด แสงในตอนกลางคืนอาจรบกวนวงจรการหลับ–ตื่น ซึ่งอาจกระทบสุขภาพทางอ้อม ตะกั่ว แคดเมียม และสารหนูมีหลักฐานเชื่อมโยงกับความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด ส่วนไมโครพลาสติก แม้พบในเนื้อเยื่อและหลอดเลือดของมนุษย์แล้ว แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นสาเหตุโดยตรงของโรคหัวใจ 1. PM2.5 และมลภาวะทางอากาศ ฝุ่น PM2.5 มีขนาดเล็กมากจนสามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจส่วนลึก และการสัมผัสในระดับสูงหรือเป็นเวลานานอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคหัวใจอยู่เดิม กรมอนามัยระบุว่า การสัมผัส PM2.5 เป็นเวลานานอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด ขณะที่ผู้ป่วยโรคหัวใจบางรายอาจมีอาการ เช่น เจ็บหน้าอกหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะเมื่อได้รับฝุ่นในระดับสูง ดูแลตัวเองอย่างไร: ตรวจค่าฝุ่นก่อนออกจากบ้าน ลดกิจกรรมกลางแจ้งเมื่อค่าฝุ่นสูง […]

หมวดหมู่ สุขภาพหัวใจ เพิ่มเติม

สำรวจ สุขภาพหัวใจ

ปัญหาอื่นของโรคหัวใจและหลอดเลือด

เจ็บหน้าอกจากหัวใจขาดเลือด หรือปวดเค้นหัวใจ (Angina)

คำจำกัดความเจ็บหน้าอกจากหัวใจขาดเลือด คืออะไร เจ็บหน้าอกจากหัวใจขาดเลือด หรืออาการแน่นหน้าอก หรืออาการปวดเค้นหัวใจ (Angina) มักเกิดจากการขาดกระแสเลือดไปหล่อเลี้ยงหัวใจ เพราะมีการตีบตันหรือการอุดตันของหลอดเลือด โดยปกติ เลือดจะลำเลียงออกซิเจนไปสู่หัวใจ แต่หากมีเลือดหล่อเลี้ยงหัวใจน้อยเท่าใด ออกซิเจนที่ลำเลียงไปยังหัวใจเพื่อสูบฉีดโลหิตก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น ซึ่งจะก่อให้เกิดอาการเจ็บแน่นหน้าอกได้ อย่างไรก็ตาม อาการเจ็บหรือแน่นหน้าอกไม่ได้บ่งชี้ว่าเป็นโรคหัวใจขาดเลือดเสมอไป หากมีอาการเจ็บหน้าอก ควรปรึกษาแพทย์ทันที อาการเจ็บหน้าอกจากหัวใจขาดเลือดพบบ่อยเพียงใด ทุกคนมีโอกาสเป็นโรคหัวใจขาดเลือดด้วยสาเหตุที่แตกต่างกัน ผู้ที่เป็นโรคหัวใจอยู่แล้วมีโอกาสมากขึ้นในการเป็นโรคหัวใจขาดเลือด ผู้ชายอายุมากกว่า 45 ปี และผู้หญิงอายุมากกว่า 55 ปี มีความเสี่ยงสูงขึ้น แต่สามารถจัดการได้โดยลดความเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม อาการอาการเจ็บหน้าอกจากหัวใจขาดเลือด เป็นอย่างไร สัญญาณของอาการเจ็บหน้าอกจากโรคหัวใจขาดเลือด ได้แก่ มีอาการเจ็บหรือแน่นในหน้าอก มีอาการปวดที่แขน คอ ขากรรไกร ไหล่ หรือหลัง ร่วมกับเจ็บหน้าอก คลื่นไส้ อ่อนเพลีย มีอาการเหนื่อยหอบ มีเหงื่อออก อาการอาจแตกต่างกันออกไปตามประเภทของอาการเจ็บหน้าอกที่เกิดขึ้น ดังนี้ อาการเจ็บหน้าอกแบบคงที่ หัวใจขาดเลือดที่มีอาการคงที่ เป็นอาการเจ็บหรือแน่นหน้าอกที่มักเกิดขึ้นจากการทำกิจกรรม หรือความเครียด อาการเจ็บหรือแน่นหน้าอกมักเกิดขึ้นเมื่อทำกิจกรรมเดิมๆ ในเวลาเดิมๆ โดยอาการมักหายไปในเวลา 2-3 นาที หลังจากหยุดกิจกรรมนั้นๆ หรือรับประทานยา อาการเจ็บหน้าอกแบบไม่คงที่ หมายถึงลักษณะอาการเจ็บหน้าอกเปลี่ยนแปลงไป มักเกิดขึ้นตอนกลางคืนระหว่างนอนหลับ และอาจเกิดขึ้นได้บ่อยและรุนแรงมากกว่าการเจ็บหน้าอกแบบคงที่ นอกจากนี้ ยังสามารถเกิดขึ้นเมื่อทำกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งใช้ต้องออกแรงมาก หรือเกิดขึ้นแม้ขณะหยุดพัก อาการเจ็บหน้าอกแบบผันแปร เป็นกรณีที่พบได้น้อย เกิดจากการหดเกร็งในหลอดเลือดหัวใจ มักเกิดขึ้นในขณะพักผ่อนและมีอาการเจ็บแบบรุนแรง ส่วนใหญ่จะมีอาการตอนกลางคืนและตอนเช้าตรู่ โดยสามารถใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการได้ อาจมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการบางประการที่ไม่ได้กล่าวถึงข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการ โปรดปรึกษาแพทย์ ควรไปพบหมอเมื่อใด หากคุณมีสัญญาณใดๆ ของอาการเจ็บหน้าอกจากหัวใจขาดเลือด ควรปรึกษาแพทย์ทันที อาการเจ็บหน้าอกแบบคงที่ไม่ได้เป็นสิ่งบ่งชี้ว่าเป็นโรคหัวใจแต่เป็นสัญญาณบ่งบอกความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต ส่วนอาการเจ็บหน้าอกแบบไม่คงถือว่าเป็นอันตรายมาก […]


สุขภาพหัวใจ

ความดันต่ำ สาเหตุ อาการ และการรักษา

ความดันต่ำ หมายถึงภาวะที่ระดับความดันโลหิตลดลงต่ำกว่า 90/60 มิลลิเมตรปรอท ทำให้การไหลเวียนของเลือดลดลง และอาจทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนอื่น ๆ ไม่เพียงพอ นำมาซึ่งอาการต่าง ๆ เช่น เวียนหัว หมดสติ ตัวเย็น หากปล่อยไว้ไม่ทำการรักษา หรือหากปล่อยให้ความดันโลหิตลดลงต่ำเกินไป อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ คำจำกัดความความดันต่ำคืออะไร ความดันต่ำ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ความดันโลหิตต่ำ เป็นภาวะที่ความดันโลหิตลดลงอย่างกะทันหัน หรือผู้ที่มีค่าความดันต่ำกว่า 90/60 มิลลิเมตรปรอท ทำให้การไหลเวียนของเลือดลดลง และอาจทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนอื่นในร่างกายไม่เพียงพอ ความดันต่ำอาจเป็นอาการหนึ่งของภาวะทางสุขภาพหลายประการ และอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพโดยเฉพาะในผู้ใหญ่ อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายเป็นประจำ การยืนเป็นเวลานานเกินไป หรือแม้แต่การยืนขึ้นจากท่านั่งหรือท่านอน ก็สามารถทำให้ความดันโลหิตลดลงได้ ความดันต่ำ มีหลายประเภท ดังนี้ ความดันต่ำขณะลุกขึ้นยืน หมายถึงผู้ที่มีระดับความดันโลหิตลดต่ำลงอย่างรวดเร็วเมื่อลุกขึ้นยืน จากเดิมที่กำลังนั่งหรือนอนอยู่ ความดันต่ำหลังจากกินอาหาร หมายถึงผู้ที่มีความดันต่ำภายใน 1-2 ชั่วโมงหลังจากกินอาหาร มักจะเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ ความดันต่ำจากสารสื่อประสาทผิดพลาด ภาวะนี้เกิดขึ้นจากสารสื่อประสาทระหว่างสมองกับหัวใจทำงานผิดพลาด ทำให้ระดับความดันโลหิตลดต่ำหลังจากยืนเป็นเวลานาน พบได้บ่อยในเด็กและวัยหนุ่มสาว ความดันต่ำเนื่องจากระบบประสาทเสียหาย เรียกอีกอย่างว่า กลุ่มอาการชาย-เดรเกอร์ (Shy-Drager syndrome) เป็นโรคหายากที่คล้ายคลึงกับโรคพาร์กินสัน เกิดขึ้นเมื่อระบบประสาทอัตโนมัติที่ควบคุมการทำงานของหัวใจเกิดความผิดปกติ ทำให้ระดับความดันโลหิตลดต่ำ อาการอาการของความดันต่ำ อาการต่าง ๆ ของความดันต่ำ เกิดขึ้นเมื่อเลือดที่ลำเลียงไปเลี้ยงสมองลดลง โดยอาการทั่วไป ได้แก่ อาการเวียนศีรษะหรืออาการมึนศีรษะ เป็นลมหรือวูบ ไม่มีสมาธิ การมองเห็นไม่ชัด คลื่นไส้ ตัวเย็น หรือตัวซีด หายใจเร็วและสั้น อ่อนเพลีย มีอาการซึมเศร้า กระหายน้ำ ความดันโลหิตต่ำเรื้อรังที่ไม่มีอาการถือว่าไม่รุนแรง […]


โรคความดันโลหิตสูง

กินลดความดันโลหิต ลองอาหาร 7 อย่างที่หาได้ง่ายพวกนี้เลย!

หากคุณต้องการลดความดันโลหิต การปรับพฤติกรรมในการรับประทานอาหารนับว่าเป็นสิ่งจำเป็น ในส่วนของการ กินลดความดันโลหิต นอกจากการลดปริมาณการรับประทานเกลือแล้ว คุณสามารถเพิ่มอาหารดังต่อไปนี้ เพื่อสุขภาพของหัวใจและหลอดเลือดที่ดีขึ้น 7 อาหารเพื่อสุขภาพ กินลดความดันโลหิต 1. ถั่วขาว ถั่วขาว ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งสารอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ถั่วขาวอุดมไปด้วยแคลเซียม แมกนีเซียม และโพแทสเซียม จึงเหมาะกับอาหารทุกๆ มื้อของคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคุณทานอาหารเจ คุณสามารถใส่ถั่วขาวในซุป หรือเป็นเครื่องเคียง หรือใส่ในเมนูอาหารจานหลักของคุณก็ได้ 2. โยเกิร์ต โยเกิร์ต อุดมด้วยแร่ธาตุหลายชนิด คุณอาจทานโยเกิร์ตเป็นอาหารเช้า หรือผสมกับสลัดหรือซอส ควรทานโยเกิร์ตธรรมชาติ เลือกแบบที่ไม่มีไขมัน หรือไขมันต่ำ และไม่เติมน้ำตาล หากคุณกังวลว่า โยเกิร์ตที่คุณซื้อจะมีน้ำตาลหรือไม่ คุณก็สามารถทำโยเกิร์ตกินเองที่บ้านได้ 3. กีวี่ กีวี่ เป็นผลไม้ที่มีวิตามินและแร่ธาตุสูง สามารถหาซื้อได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปได้ตลอดทั้งปี ผลไม้ชนิดนี้เก็บรักษาได้ง่าย เพียงแค่ใส่ไว้ในตู้เย็น หรือวางไว้ด้านนอกก็ได้ ข้อมูลชี้ว่ากีวี่มีวิตามินซีสูงกว่าส้มเสียอีก กีวี่สามารถรับประทานเป็นผลไม้ หรือใส่ในสลัดก็ได้ 4. ลูกพีช ผู้ที่มีความดันเลือดสูงสามารถกินอาหารที่ใส่ลูกพีช เพื่อช่วยบรรเทาอาการได้ แต่ต้องไม่ใช่ลูกพีชแช่อิ่ม ซึ่งจะมีน้ำตาลสูง วิธีง่ายๆ และได้รสชาติในการรับประทานลูกพีชก็คือ ลองเอาลูกพีชไปแช่แข็ง แล้วนำมาใส่เครื่องปั่น คุณก็จะได้เครื่องดื่มลูกพีช ที่อุดมด้วยสารอาหารต่างๆ โดยใช้เวลาไม่นาน 5. ผักคะน้า ผักคะน้า […]


โรคความดันโลหิตสูง

ความดันหลอดเลือดปอดสูง (Pulmonary Hypertension)

ความดันหลอดเลือดปอดสูง (Pulmonary Hypertension) เป็นความดันโลหิตสูงประเภทหนึ่ง ที่ส่งผลต่อหลอดเลือดแดงในปอด และบริเวณด้านขวาของหัวใจ   คำจำกัดความความดันหลอดเลือดปอดสูง คืออะไร ความดันหลอดเลือดปอดสูง (Pulmonary Hypertension) คือ ประเภทหนึ่งของความดันโลหิตสูง ที่ส่งผลต่อหลอดเลือดแดงในปอด และบริเวณด้านขวาของหัวใจ ที่เกิดจากหลอดเลือดแดงฝอยในปอด (Pulmonary Arterioles) และหลอดเลือดฝอย (Capillary) จะแคบลง อุดตัน หรือถูกทำลาย ทำให้เลือดไหลเวียนเข้าสู่ปอดได้ยากขึ้น จนในที่สุดอาจระดับความดันเพิ่มขึ้น รวมถึงห้องหัวใจด้านขวาล่าง (Right Ventricle) ทำงานอย่างหนักทำให้กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแอและล้มเหลว ความดันหลอดเลือดปอดสูงบางชนิด อาจมีสภาวะรุนแรงที่จะแย่ลงเรื่อย ๆ และอาจถึงขั้นเสียชีวิต แม้ความดันหลอดเลือดปอดสูงบางรูปแบบ อาจไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ก็มีการบำบัดเพื่อบรรเทาอาการ และเพิ่มคุณภาพชีวิตได้ พบได้บ่อยได้แค่ไหน ความดันหลอดเลือดปอดสูงสามารถเกิดได้กับผู้ป่วยทุกช่วงวัย สามารถจัดการได้ด้วยการลดปัจจัยเสี่ยง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดปรึกษากับแพทย์ อาการอาการของ ความดันหลอดเลือดปอดสูง อาการทั่วไปของความดันหลอดเลือดปอดสูง มีดังต่อนี้ หายใจไม่ทั่วท้อง (Dyspnea) ในตอนแรกจะเริ่มจากขณะออกกำลังกาย แล้วสุดท้ายก็จะเป็นในช่วงเวลาพัก เหนื่อยล้า  เวียนหัวหรือเป็นลมบ่อย หรือเป็นโรควูบ (Syncope) มีแรงดันที่หน้าอกหรืออาการปวด บวมน้ำ (Edema) ที่บริเวณข้อเท้า ขา และสุดท้ายในช่องท้อง เป็นอาการท้องบวม (Ascites) ริมฝีปากและผิวหนังเป็นสีเขียวคล้ำ (Cyanosis) ชีพจรเต้นเร็ว หรือใจสั่น (Heart palpitations) สัญญาณและอาการของความดันหลอดเลือดปอดสูงในระยะแรก อาจไม่สามารถสังเกตเห็นได้เป็นเวลาหลายเดือน หรือหลายปี เมื่อโรคนี้เป็นมากขึ้น […]


คอเลสเตอรอล

สาเหตุไขมันในเลือดสูง มาจากพันธุกรรมได้หรือไม่?

ภาวะไขมันในเลือดสูงจากพันธุกรรม (Familial hypercholesterolemia: FH) เป็นภาวะที่ระดับคอเลสเตอรอลเกิดจากกรรมพันธุ์ โดยที่ระดับคอเลสเตอรอลแอลดีแอล (LDL) ในเลือดสูงกว่าปกติ เนื่องจากผลกระทบที่ยีนมากกว่า 100 ยีนในร่างกาย มีต่อการจัดการระดับคอเลสเตอรอลของร่างกาย กล่าวคือ คุณอาจรับภาวะนี้จากกรรมพันธุ์ของบุคคลในครอบครัว ซึ่งโดยปกติแล้ว ภาวะนี้สามารถทำให้เกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดได้ตั้งแต่ที่คุณยังอยู่ในช่วงวัยเด็ก ประมาณร้อยละ 10 บทความของ Hello คุณหมอ วันนี้ จึงมีข้อมูลเกี่ยวกับ สาเหตุไขมันในเลือดสูง จากพันธุกรรมมาให้ทุกคนได้ทราบกันค่ะ สาเหตุไขมันในเลือดสูง จากพันธุกรรม กระแสเลือดมีบทบาทสำคัญในการส่งคอเลสเตอรอลในร่างกายของเรา หลังจากอนุภาคที่เล็กมากของคอเลสเตอรอลแอลดีแอล (LDL) ไปเกาะกับหน่วยรับของเซลล์ อนุภาคเหล่านั้นจะถูกดูดซึม จากนั้น ยีนชนิดหนึ่งที่เรียกว่าแอลดีแอลอาร์ (LDLR) บนโครโมโซม 19 จะทำหน้าที่ในการผลิตหน่วยรับเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม ภาวะไขมันในเลือดสูงจากพันธุกรรมเกิดขึ้น เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของยีนแอลดีแอลอาร์ซึ่งส่งผลต่อจำนวนและโครงสร้างของหน่วยรับ สาเหตุอีกประการหนึ่ง คือ การเปลี่ยนแปลงของยีนชนิดอื่น เช่น ยีนเอพีโอบี (APOB) หรือยีนส์พีซีเอสเค9 (PCSK9) ดังนั้น คอเลสเตอรอลแอลดีแอล จึงไม่สามารถถูกดูดซึมเข้าสู่เซลล์ตามที่ควรจะเป็น รูปแบบของการได้รับภาวะไขมันในเลือดสูงจากพันธุกรรม โดยปกติแล้วลูกได้รับยีนจากฝ่ายพ่อหรือแม่ แต่มีบางกรณีที่เป็นส่วนน้อย ที่เด็กจะได้รับยีนจากทั้งพ่อและแม่ จากข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญ ในกรณีที่ได้รับยีนจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เด็กมีโอกาสถึงร้อยละ 50 […]


คอเลสเตอรอล

การดื่มเบียร์ ส่งผลกระทบต่อระดับคอเลสเตอรอลอย่างไร

การดื่มเบียร์ เป็นกิจกรรมยอดนิยมในหลายประเทศ ผู้คนมากมายมีความสุขกับการดื่มเบียร์ และมีการดื่มกันเป็นประจำ แต่คุณทราบหรือไม่ว่า เบียร์สามารถทำร้ายสุขภาพของคุณได้ จากผลเสียหลายอย่างที่ตามมากับการ ดื่มเบียร์ เช่น ระดับไตรกลีเซอไรด์สูงขึ้น น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น รวมถึงผลกระทบต่อระดับของไขมันดีและไขมันเลวในร่างกาย Hello คุณหมอ ขอนำเสนอบทความนี้ ซึ่งจะอธิบายถึงความสัมพันธ์ระหว่างการดื่มเบียร์และระดับคอเลสเตอรอลของคุณ [embed-health-tool-bmi] เบียร์มีส่วนประกอบของไฟโตสเตอรอล ที่ทำหน้าที่จับคอเลสเตอรอล เบียร์ (Beer) เป็นขนมปังในรูปของเหลว เนื่องจากเบียร์ประกอบไปด้วยมอลต์ ยีสต์ และฮ็อป คล้ายกับส่วนประกอบในการทำขนมปัง ส่วนประกอบเหล่านี้มีไฟโตสเตอรอล (Phytosterol) ซึ่งจะจับเข้ากับคอเลสเตอรอล และขับมันออกจากร่างกาย ไฟโตสเตอรอลบางชนิด หรือสเตอรอลจากพืช จะใส่ลงในอาหารต่าง ๆ และได้รับการโฆษณาว่าเป็นอาหารที่ช่วยลดคอเลสเตอรอล จากการทดลองบางชิ้นในหนูทดลองพบว่า การดื่มเบียร์ในปริมาณปานกลาง สามารถช่วยลดอัตราคอเลสเตอรอลในตับ และเส้นเลือดเอออร์ต้า (Aorta)ได้ ผู้เชี่ยวชาญบางคนเปิดเผยว่า มีองค์ประกอบบางอย่างที่ระบุไม่ได้ในเบียร์ ที่อาจเปลี่ยนการย่อยลิโปโปรตีน (Lipoprotein) และลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ การดื่มเบียร์ ส่งผลต่อระดับคอเลสเตอรอลอย่างไร คอเลสเตอรอลเกือบทั้งหมดในร่างกายของคนเรา ถูกผลิตขึ้นตามธรรมชาติ แต่บางส่วนมาจากอาหารที่รับประทาน นอกจากส่วนประกอบ เช่น มอลต์ ยีสต์ และฮ็อป เบียร์ยังประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรตและแอลกอฮอล์ ดังนั้น เมื่อคุณ ดื่มเบียร์ ระดับไตรกลีเซอไรด์อาจสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ระดับไตรกลีเซอไรด์เป็นส่วนหนึ่งของคอเลสเตอรอลโดยรวม […]


โรคความดันโลหิตสูง

ความดันโลหิตสูง สาเหตุ อาการ และการรักษา

ความดันโลหิตสูง เกิดจากการที่เลือดไหลผ่านหลอดเลือด (arteries) ในความดันที่สูงกว่าปกติ ค่าความดันเลือดมักมีค่าอยู่ที่ 140/90 หรือสูงกว่าเป็นเวลาหลายสัปดาห์ โดยสามารถวัดได้โดยการใช้เครื่องวัดความดันที่แขน ซึ่งหากมีค่าความดันโลหิตสูงติดต่อกัน ควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย [embed-health-tool-heart-rate] คำจำกัดความ ความดันโลหิตสูงคืออะไร ความดันโลหิตสูง (High blood pressure) เป็นอาการที่พบได้ทั่วไป เกิดจากการที่เลือดไหลผ่านหลอดเลือด (arteries) ในความดันที่สูงกว่าปกติ ค่าความดันเลือดมักมีค่า 140/90 หรือสูงกว่าเป็นเวลาหลายสัปดาห์ พบได้บ่อยเพียงใด ความดันโลหิตสูงเกิดขึ้นได้คนทุกวัย แต่มักจะพบผู้ป่วยความดันโลหิตสูงมากขึ้นหลังจากอายุ 55 ปี ทั้งนี้ความดันโลหิตสูงสามารถจัดการได้โดยลดความเสี่ยง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม อาการ อาการโรคความดันโลหิตสูง ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงมักไม่มีอาการใด ๆ และรู้สึกปกติดี คนส่วนใหญ่รู้ตัวว่ามีภาวะนี้ เมื่อไปตรวจร่างกายกับแพทย์ตามปกติ อย่างไรก็ดี อาการของความดันโลหิตสูงที่รุนแรงมาก ได้แก่ อาการปวดศีรษะมาก หรือการมองเห็นไม่ชัด อาจมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการต่าง ๆ โปรดปรึกษาแพทย์ ควรไปพบหมอเมื่อใด หากมีอาการดังกล่าวข้างต้น ให้เข้ารับการรักษาทันที เพราะอาการความดันโลหิตสูงอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้ เช่น สายตาพร่ามัว โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจ ไตวาย หัวใจล้มเหลว สาเหตุ สาเหตุของความดันโลหิตสูง สาเหตุที่แน่ชัดของความดันโลหิตสูงยังคงไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด อย่างไรก็ตาม ปัจจัยดังต่อไปนี้มีความสัมพันธ์กับความดันโลหิตสูง อายุที่มากขึ้น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากกว่า 2 แก้วต่อวันสำหรับผู้ชาย หรือมากกว่า 1 แก้วต่อวันสำหรับผู้หญิง การบริโภคโซเดียมในปริมาณมาก […]


โรคความดันโลหิตสูง

เทคนิคการ ควบคุมความดันโลหิตสูง โดยไม่ต้องพึ่งยา

ถ้าคุณได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง คุณอาจจะกังวลว่าต้องกินยา เพื่อรักษาตนเองในปริมาณที่เยอะเป็นแน่ แต่ในความจริงแล้วไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตถือเป็นบทบาทสำคัญในการรักษาโรคความดันโลหิตสูง โดยที่คุณสามารถ ควบคุมความดันโลหิต โดย ไม่พึ่งยา ได้ วันนี้ Hello คุณหมอ จะขออาสาพาทุกคนมาทำความรู้จักกับโรคความดันโลหิตสูงให้มากขึ้นกัน พร้อมกับเทคการควบคุมความดันโลหิตด้วยตนเอง มาฝากกันค่ะ ความดันโลหิตโลหิตสูง คืออะไร ความดันโลหิตสูง เป็นภาวะที่พบได้บ่อยที่ทำให้เลือดส่งผลกระทบต่อหลอดเลือดแดงเป็นระยะเวลานาน จนท้ายที่สุดอาจเป็นสาเหตุของปัญหาสุขภาพ เช่น โรคหัวใจ โดยค่าความดันโลหิต จะเป็นการบอกปริมาณเลือดที่หัวใจสูบฉีด และปริมาณของความต้านทานต่อการไหลเวียนเลือดในหลอดเลือดแดง ยิ่งโดยเฉพาะหากหัวใจของคุณสูบฉีดเลือดมาก พร้อมหลอดเลือดแดงของคุณแคบ ก็จะยิ่งทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นนั่นเอง คุณสามารถเป็นความดันโลหิตสูงได้เป็นเวลาหลายปี โดยไม่แสดงอาการ แต่ถึงแม้ว่าจะไม่มีอาการ หลอดเลือด และหัวใจก็อาจได้รับความเสียหายไปบ้างแล้วไม่มากก็น้อ นอกจากนี้หากภาวะความดันโลหิตไม่ได้รับการรักษา ก็จะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคร้ายแรงอื่น ๆ ตามมา เช่น หัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมอง เป็นต้น ยังถือเป็นความโชคดีที่ความดันโลหิตสูงดังกล่าวนี้นั้นเป็นภาวะที่ตรวจพบได้ง่าย จึงส่งผลให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่รับการรักษาได้อย่างเท่าทัน เทคนิคการ ควบคุมความดันโลหิต โดย ไม่พึ่งยา ทีมวิจัยพบว่าอาหาร การออกกำลังกาย และการนอนหลับ คือหัวใจสำคัญในการลดความดันโลหิตโดยไม่ต้องใช้ยา และยังมีวิธีอื่นที่มีส่วนช่วยในการควบคุมความดันโลหิตอีกที่คุณอาจเลือกนำไปปฏิบัติได้ ดังนี้ 1.ลดน้ำหนัก และดูแลรอบเอวของคุณ การลดน้ำหนัก เป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการควบคุมความดันโลหิต โดยปกติแล้วการลดน้ำหนักทุก ๆ 1 กิโลกรัม (2.2 […]


โรคความดันโลหิตสูง

ยากลุ่ม แองจิโอเทนซินทูรีเซฟเตอร์บล็อกเกอร์ ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูงได้อย่างไร

ภาวะความดันโลหิตสูงสามารถทำให้คุณเป็นอันตรายจากการเกิดหัวใจวาย หรือโรคหลอดเลือดสมองได้ ยาบางชนิดที่ใช้เพื่อรักษาภาวะความดันโลหิตสูงนั้น อาจจะฟังดูแปลกหูสำหรับคุณ บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจยาในกลุ่ม แองจิโอเทนซินทูรีเซฟเตอร์บล็อกเกอร์ (Angiotensin II Receptor Blockers) ที่ใช้เพื่อรักษาความดันโลหิตสูงมากขึ้น ตัวอย่างของยาในกลุ่ม แองจิโอเทนซินทูรีเซฟเตอร์บล็อกเกอร์ ยากลุ่มแองจิโอเทนซินทูรีเซฟเตอร์บล็อกเกอร์ (Angiotensin II Receptor Blockers) นั้นมีอยู่มากมาย แต่มีเพียงแค่ไม่กี่ตัวที่แพทย์นิยมสั่งให้ใช้ แพทย์จะสั่งยาที่เหมาะสมกับคุณที่สุด โดยขึ้นอยู่กับสุขภาพและสภาวะทางการแพทย์ ยากลุ่มแองจิโอเทนซินทูรีเซฟเตอร์บล็อกเกอร์ มีดังนี้ ยาอะซิลซาร์แทน (Azilsartan) อย่างเอดาร์บิ (Edarbi) ยาแคนดีซาร์แทน (Candesartan) อย่างอะทาแคนด์ (Atacand) ยาอิโพรซาร์แทน (Eprosartan) ยาเออร์บีซาร์แทน (Irbesartan) อย่างอวาโพร (Avapro) ยาลอซาร์แทน (Losartan) อย่างโคซาร์ (Cozaar) ยาโอล์มีซาร์แทน (Olmesartan) อย่างเบนิคาร์ (Benicar) ยาเทลมิซาร์แทน (Telmisartan) อย่างไมคาร์ดิส (Micardis) ยาวาลซาร์แทน (Valsartan) อย่างไดโอแวน (Diovan) ยากลุ่ม แองจิโอเทนซินทูรีเซฟเตอร์บล็อกเกอร์ ใช้เพื่ออะไร คุณสามารถใช้ยากลุ่มแองจิโอเทนซินทูรีเซฟเตอร์บล็อกเกอร์เพียงชนิดเดียว หรือใช้ร่วมกับยาอื่นเพื่อรักษาภาวะความดันโลหิตสูง ในบางครั้งแพทย์อาจสั่งยากลุ่มแองจิโอเทนซินทูรีเซฟเตอร์บล็อกเกอร์ หากคุณไม่สามารถใช้ยายับยั้งเอนไซม์แองจิโอเทนซินคอนเวอร์ติง (Angiotensin-converting enzyme inhibitors) ได้ เนื่องจากยายับยั้งเอนไซม์แองจิโอเทนซินคอนเวอร์ติง สามารถทำให้เกิดอาการไอ ไม่เหมือนกับยากลุ่มแองจิโอเทนซินทูรีเซฟเตอร์บล็อกเกอร์ที่มีโอกาสทำให้เกิดอาการไอน้อยกว่า ยากลุ่มแองจิโอเทนซินทูรีเซฟเตอร์บล็อกเกอร์ยังสามารถใช้เพื่อรักษาอาการอื่นได้ด้วย […]


ปัญหาอื่นของโรคหัวใจและหลอดเลือด

เช็คหน่อย! คุณรู้จัก "อัตราการเต้นของหัวใจ" ตัวเองดีพอหรือยัง?

อัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate) คือ ค่าตัวเลขที่บอกอัตราการเต้นของหัวใจต่อนาที โดยสามารถวัดได้ด้วยการจับชีพจร ถึงแม้อัตราการเต้นของหัวใจจะเป็นเรื่องใกล้ตัว แต่หลายคนอาจยังไม่รู้จักการทำงานของร่างกายในส่วนนี้ดีพอ หรือเข้าใจผิดเกี่ยวกับอัตราการเต้นของหัวใจ และ Hello คุณหมอ มีรายละเอียดที่คุณควรรู้ในเรื่องนี้มาให้แล้ว วิธีตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ชีพจร (Pulse) คือ สิ่งที่บ่งบอกถึงอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งคุณสามารถตรวจวัดเบื้องต้นเองได้ ด้วยวิธีดังต่อไปนี้ จับชีพจร โดยเราสามารถจับชีพจร ได้ในบริเวณต่อไปนี้ จับชีพจรบริเวณข้อมือ หงายฝ่ามือขึ้น ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางสัมผัสข้อมือ โดยชีพจรจะอยู่ใต้นิ้วโป้งบริเวณข้อมือ จับชีพจรบริเวณคอ กดข้างลำคอบริเวณใต้กรามเบาๆ จับเวลาและนับจำนวน เมื่อเจอชีพจรแล้ว ให้จับเวลา 1 นาทีและนับว่าชีพจรเต้นกี่ครั้ง ก็จะทราบจำนวนอัตราการเต้นของหัวใจต่อ 1 นาที อัตราการเต้นของหัวใจปกติจะอยู่ที่ 60-100 ครั้งต่อนาที หากอัตราการเต้นของหัวใจน้อยกว่า 60 ครั้งต่อนาที ถือว่าหัวใจเต้นช้ากว่าปกติ (bradycardia) แต่หากอัตราการเต้นของหัวใจมากกว่า 100 ครั้งต่อนาทีจะหมายถึง หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ (tachycardia) ผู้เชี่ยวชาญบางคนเชื่อว่า อัตราการเต้นของหัวใจขณะพักผ่อนที่ดีที่สุด ควรอยู่ที่ 50-70 ครั้งต่อนาที และการศึกษาวิจัยเมื่อไม่นานมานี้ก็ชี้ว่า อัตราการเต้นของหัวใจที่สูงกว่า 76 ครั้งต่อนาทีในช่วงขณะหยุดพัก อาจเชื่อมโยงกับความเสี่ยงในการเกิดหัวใจวายที่เพิ่มขึ้น โดยทั่วไปแล้วผู้ที่มีสุขภาพดี มีอัตราการเต้นของหัวใจในขณะหยุดพักยิ่งต่ำเท่าไหร่ก็ยิ่งดี […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน