ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป เป็นเรื่องที่ทุกคนควจะต้องรู้เอาไว้ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเองและคนในครอบครัว ซึ่งเรื่องราวที่คุณจะอ่านเรารวบรวมเอาไว้ให้แล้ว

เรื่องเด่นประจำหมวด

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

อดนอน ดูบอลดึก ยังไง ไม่ให้สุขภาพพัง!

ในช่วงการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ระดับโลกอย่าง ฟุตบอลโลก และ World Cup 2026 แฟนบอลจำนวนมากอาาจจำเป็นต้องอดนอนหรือตื่นมาดูการแข่งขันตามเวลาแข่งจริง บางคนดูบอลแค่ทีมโปรด แต่บางคนอาจจะรอดูหลายคู่ต่อกัน พร้อมกับกินขนม ดื่มน้ำหวานหรือแอลกอฮอล์ และลุ้นจนหัวใจเต้นแรงตลอดเกม การดูบอล ไม่ใช่เรื่องผิด และยังเป็นความสุขของแฟนกีฬา แต่ถ้าดูบอลดึกบ่อยจนพักผ่อนไม่พอ กินมื้อดึกเป็นประจำ หรือปล่อยให้ร่างกายตื่นตัวมากเกินไป อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ อดนอน นอนน้อยสะสม ร่างกายฟื้นฟูไม่ทัน การนอนหลับเป็นเวลาที่ร่างกายซ่อมแซมตัวเอง ทั้งสมอง หัวใจ ระบบภูมิคุ้มกัน และระบบเผาผลาญ หากดูบอลดึกบ่อยจนเวลานอนลดลง ร่างกายอาจฟื้นตัวไม่เต็มที่ อาการที่มักเกิดจากการนอนน้อย ได้แก่ ง่วงระหว่างวัน อ่อนเพลีย สมาธิลดลง หงุดหงิดง่าย ตัดสินใจช้าลง ทำงานผิดพลาดง่าย อยากกินของหวานหรืออาหารพลังงานสูงมากขึ้น หากอดนอนเป็นครั้งคราว ร่างกายอาจยังพอปรับตัวได้ แต่ถ้าอดนอนต่อเนื่องหลายวันหรือหลายสัปดาห์ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพระยะยาว เช่น ความดันโลหิตสูง น้ำตาลในเลือดผิดปกติ น้ำหนักเพิ่ม และโรคหัวใจและหลอดเลือด กินดึกระหว่างดูบอล เสี่ยงกรดไหลย้อน การดูบอลมักมาพร้อมของกิน เช่น ของทอด อาหารรสจัด หมูกระทะ ขนมกรุบกรอบ น้ำอัดลม หรือแอลกอฮอล์ หากกินมื้อใหญ่ตอนดึก แล้วนอนต่อทันทีหลังจบเกม อาจกระตุ้นอาการกรดไหลย้อนได้ อาการกรดไหลย้อนที่ควรสังเกต ได้แก่ แสบร้อนกลางอก […]

สำรวจ ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

Hyponatremia (โซเดียมในเลือดต่ำ) คือ อะไร สาเหตุ อาการ และการรักษา

Hyponatremia คือ ภาวะโซเดียมในเลือดต่ำ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อปริมาณโซเดียมในร่างกายของคุณลดต่ำลงกว่าปกติ ซึ่งโซเดียมนั้น คือ แร่ธาตุอิเล็กโทรไลต์ (Electrolytes) ที่ช่วยรักษาสมดุลของน้ำบริเวณในและรอบ ๆ ของเซลล์ โดยมีความสำคัญต่อการทำงานของกล้ามเนื้อและเส้นประสาท นอกจากนี้ยังช่วยควบคุมระดับความดันโลหิต [embed-health-tool-bmi] คำจำกัดความ Hyponatremia คือ อะไร โซเดียมในเลือดต่ำ เกิดขึ้นเมื่อปริมาณโซเดียม (Sodium) ในร่างกายของคุณลดต่ำลงกว่าปกติ ซึ่งโซเดียมนั้น คือ แร่ธาตุอิเล็กโทรไลต์ (Electrolytes) ที่ช่วยรักษาสมดุลของน้ำบริเวณในและรอบๆของเซลล์ โดยมีความสำคัญต่อการทำงานของกล้ามเนื้อและเส้นประสาท นอกจากนี้ยังช่วยควบคุมระดับความดันโลหิต โดยมีความสำคัญต่อการทำงานของกล้ามเนื้อและเส้นประสาท นอกจากนี้ยังช่วยควบคุมระดับความดันโลหิต อย่างไรก็ตาม โดยปกติระดับโซเดียมจะต้องมีปริมาณระหว่าง 135-145 มิลลิอิควิวาเลนท์/ลิตร ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการปวดศีรษะ อาเจียน รู้สึกสับสน กล้ามเนื้ออ่อนล้าหมดแรง โซเดียมในเลือดต่ำ พบได้บ่อยเพียงใด ผู้ที่ป่วยเป็นภาวะโซเดียมในเลือดต่ำ  พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ กินอาหารที่มีโซเดียมต่ำ รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคตับ โรคไต โรคหัวใจ เป็นต้น อาการ อาการของ Hyponatremia คือ อะไร อาการโซเดียมในเลือดต่ำอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล หากระดับโซเดียมในร่างกาย ค่อย ๆ ลดระดับลง อาจยังไม่มีอาการใด ๆ แต่หากลดลงอย่างรวดเร็ว อาจทำให้คุณหมดสติได้ โดยอาการทั่วไปจะมีลักษณะ […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

กินคีโตแล้วปวดหัว เกิดจากอะไร แก้ไขได้ยังไงบ้าง

หลายคนน่าจะเคยได้ยินคำว่า “คีโต” หรือ “การกินอาหารแบบคีโต” (Keto Diet) กันมาบ้างแล้ว  การกินแบบคีโตได้รับความนิยมมากในหมู่คนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก แต่บางคนก็อาจประสบปัญหา กินคีโตแล้วปวดหัว ได้เช่นกัน อย่างนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่าปัญหานี้เกิดจากอะไร แล้วจะมีวิธีรับมืออย่างไรบ้าง การกินอาหารแบบคีโต คืออะไร การกินอาหารแบบคีโต คือ การกินอาหารโดยเน้นกินอาหารไขมันสูง กินโปรตีนในปริมาณปานกลาง และกินคาร์โบไฮเดรตน้อยมาก เมื่อเรากินคาร์โบไฮเดรตน้อยลง ร่างกายก็จะเข้าสู่ภาวะคีโตซิส (Ketosis) และดึงไขมันมาใช้เป็นพลังงานแทน ซึ่งเป็นการกินอาหารที่ช่วยในการลดน้ำหนักได้ดีอีกวิธีหนึ่ง สาเหตุที่คุณ กินคีโตแล้วปวดหัว การที่คุณ กินคีโต แล้วปวดหัวสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ และคนที่ประสบปัญหานี้ส่วนใหญ่มักจะเจอปัญหานี้ในช่วงเริ่มกินคีโต ว่าแต่สาเหตุที่ว่าจะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย ภาวะขาดน้ำ การขาดน้ำเป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของการ กินคีโต แล้วปวดหัว เนื่องจากเมื่อร่างกายเข้าสู่ภาวะคีโตซิส มักทำให้ปัสสาวะบ่อยขึ้น จนร่างกายสูญเสียน้ำมากขึ้น หากคุณไม่ดื่มน้ำเพื่อชดเชยน้ำที่ร่างกายเสียไป ก็สามารถนำไปสู่ภาวะขาดน้ำได้ เมื่อร่างกายขาดน้ำ ก็มักจะทำให้เกิดอาการปวดหัว และมักมีอาการอื่น ๆ เหล่านี้ร่วมด้วย เช่น วิงเวียนศีรษะ ปากแห้ง มีปัญหาในการมองเห็น ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ เมื่อ กินคีโต แล้วเข้าสู่ภาวะคีโตซิส ร่างกายจะเริ่มพึ่งพาคีโตนบอดี้ (Ketone bodies) แทนกลูโคส (Glucose) คีโตนบอดี้คือสารประกอบที่ได้จากการที่ร่างกายสลายไขมันเป็นพลังงาน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้สามารถทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดของคุณลดลง จนนำไปสู่ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำได้ เมื่อเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ก็อาจทำให้สมองของคุณเครียด […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

สัญญาณควรรู้ คุณอาจกำลังเป็นโรคขาดสารไอโอดีน

ไอโอดีน เป็นสารอาหารที่ดีต่อสมองและดีต่อการทำงานของต่อมไทรอยด์ด้วย ถ้าหากร่างกายขาดสารไอโอดีนก็จะมีผลกระทบต่อสุขภาพ เสี่ยงที่จะเป็น โรคขาดสารไอโอดีน แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าร่างกายเรากำลังขาดสารไอโอดีน วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ สัญญาณของโรคขาดสารไอโอดีน มาฝากคุณผู้อ่านค่ะ โรคขาดสารไอโอดีน เป็นอย่างไร ไอโอดีน (Iodine) เป็นสารอาหารสำหรับร่างกายที่มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างการทำงานของระบบประสาทและสมอง ซึ่งถ้าร่างกายขาดสารไอโอดีนก็จะมีอาการตั้งแต่โรคคอพอก ปัญหาที่เกี่ยวกับไทรอยด์ รวมถึงมีผลต่อพัฒนาการทางการเรียนรู้ด้วย หากคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ไม่รับประทานไอโอดีนในปริมาณที่เพียงพอทั้งต่อแม่และเด็ก ทารกที่เกิดมาก็เสี่ยงที่จะมีภาวะขาดไอโอดีนตั้งแต่กำเนิด ไปจนถึงมีพัฒนาการที่ช้า หรือเป็นโรคเอ๋อ อาการโดยรวมต่างๆ เหล่านี้อยู่ในหมวดหมู่ของอาการทางสุขภาพที่เรียกว่า โรคขาดสารไอโอดีน สัญญาณของโรคขาดสารไอโอดีน มีอะไรบ้าง มีอาการคอบวม หากร่างกายขาดสารไอโอดีน อาการแรกๆ ที่มักจะเกิดขึ้นก็คือคอมีอาการบวมหรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ โรคคอพอก (Goiter) ซึ่งเกิดจากการที่ร่างกายมีสารไอโอดีนไม่เพียงพอที่จะผลิตไทรอยด์ฮอร์โมน และเมื่อต่อมไทรอยด์ไม่สามารถผลิตไทรอยด์ฮอร์โมนได้เพียงพอ ต่อมไทรอยด์ก็จำเป็นจะต้องทำงานอย่างหนักเพื่อผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ให้ทันต่อความต้องการของร่างกาย จนกระทั่งต่อมไทรอยด์เกิดอาการบวมโตขึ้นจากการทำงานหนัก จึงส่งผลให้บริเวณคอเกิดอาการบวมออกมาในที่สุด น้ำหนักขึ้นและลงอย่างผิดปกติ อาการขาดสารไอโอดีนนั้นมีผลโดยตรงต่อต่อมไทรอยด์ และเมื่อต่อมไทรอยด์มีปัญหา ระบบเผาผลาญก็จะเกิดปัญหาตามมาด้วย เนื่องจากฮอร์โมนไทรอยด์ทำหน้าที่ในการควบคุมระบบเผาผลาญ หากฮอร์โมนไทรอยด์อยู่ในระดับต่ำ ระบบเผาผลาญของร่างกายก็จะลดต่ำลงตามไปด้วย ทำให้ปริมาณแคลอรี่ในร่างกายเผาผลาญออกไปไม่หมดและกลายเป็นไขมันที่จะมีผลต่อการขึ้นลงของน้ำหนัก ผมร่วง ฮอร์โมนไทรอยด์ทำหน้าที่สำคัญหลายหน้าที่ต่อร่างกายอีกหนึ่งหน้าที่ก็คือการควบคุมการเจริญเติบโตของเส้นขน หากร่างกายมีฮอร์โมนไทรอยด์ในระดับต่ำ และเป็น โรคขาดสารไอโอดีน ก็จะส่งผลให้เกิดปัญหาผมร่วงและยังส่งผลให้อัตราการงอกใหม่ของเส้นผมน้อยลงด้วยเหมือนกัน รู้สึกหนาวมากกว่าปกติ ร่างกายจะมีอาการไวต่อความเย็นมากขึ้นหากมีระดับฮอร์โมนไทรอยด์ลดต่ำลงเนื่องจากการมีสารไอโอดีนในร่างกายไม่เพียงพอ ทั้งนี้เพราะร่างกายเผาผลาญได้น้อยลง เมื่อเผาผลาญได้น้อยลง การผลิตความร้อนในร่างกายที่ได้จากการเผาผลาญก็ลดลงด้วย จึงทำให้เมื่อสัมผัสอากาศเย็นจะรู้สึกหนาวกว่าปกตินั่นเอง อัตราการเต้นของหัวใจเกิดการเปลี่ยนแปลง การขาดสารไอโอดีนของร่างกาย จะส่งผลให้อัตราการเต้นของหัวใจเป็นไปได้ช้าลง หรือหัวใจเต้นช้ากว่าปกติ ซึ่งจะทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ อ่อนเพลีย และเป็นลมได้ง่ายขึ้นด้วย มีปัญหาในเรื่องความจำ ไอโอดีนเป็นสารอาหารสำคัญที่มีประโยชน์ต่อการเรียนรู้และความจำ มีผลการวิจัยพบว่าผู้ที่มีระดับของไทรอยด์ฮอร์โมนในปริมาณที่สูง จะมีทักษะในการทำแบบทดสอบ […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

6 ท่า กายบริหารสำหรับผู้ป่วยติดเตียง

หาก ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้ที่ต้องนอนพักรักษาตัวเป็นเวลานานไม่ได้ขยับเขยื้อนร่างกายเลย อาจส่งผลให้เลือดไหลเวียนได้ไม่สะดวก กล้ามเนื้ออ่อนแอลงหรือสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ จนสุขภาพอ่อนแอและต้องพักรักษาตัว หรือพักฟื้นนานขึ้น และบางครั้งอาจทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น แผลกดทับ ได้ด้วย ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้ผู้ป่วยติดเตียงออกกำลังกายเป็นประจำด้วยท่า กายบริหารสำหรับผู้ป่วยติดเตียง เหล่านี้ [embed-health-tool-heart-rate] กายบริหารสำหรับผู้ป่วยติดเตียง 1. ท่ายืดเหยียดนิ้วและฝ่ามือ ท่ายืดเหยียดนิ้วและฝ่ามือจัดเป็นท่ากายบริหารสำหรับ ผู้ป่วยติดเตียง ที่ทำได้ง่ายที่สุดท่าหนึ่ง โดยคุณสามารถยืดเหยียดนิ้วและฝ่ามือได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้ ยื่นมือไปข้างหน้า หันฝ่ามือออกนอกลำตัว กางนิ้วทั้ง 5 นิ้วให้ได้มากที่สุดแล้วค้างไว้ 2-3 วินาที ให้ปลายนิ้วแต่ละนิ้วแตะกับปลายนิ้วโป้ง ไล่ไปตั้งแต่นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนาง นิ้วก้อย สลับข้างแล้วทำซ้ำ ทำซ้ำข้างละ 2-3 ครั้ง 2. ท่าหมุนข้อมือ การฝึกท่าหมุนข้อมือบ่อย ๆ จะช่วยให้ ผู้ป่วยติดเตียง มีข้อมือที่แข็งแรง และสามารถเคลื่อนไหวได้เป็นปกติ โดยคุณสามารถออกกำลังกายในท่าหมุนข้อมือได้ ตามขั้นตอนต่อไปนี้ นอนแขนแนบลำตัว ให้ฝ่ามือแตะอยู่บนเตียง หมุนข้อมือข้างหนึ่งทวนเข็มนาฬิกาช้า ๆ ทำซ้ำประมาณ 10-15 วินาที สลับข้างแล้วทำซ้ำ ทำซ้ำข้างละ 2-3 ครั้ง 3. ท่ายกแขน ท่ายกแขนเป็นการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อสำหรับ […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

แก๊สน้ำตาและสเปรย์พริกไทย ส่งผลต่อร่างกายอย่างไรบ้าง

เมื่อพูดถึง แก๊สน้ำตาและสเปรย์พริกไทย หลายคนคงเคยได้ยินว่าสิ่งเหล่านี้มีไว้ในเพื่อการสลายการชุมนุม แต่ในบางครั้งผู้หญิงบางคนก็อาจจะพกสเปรย์พริกไทย เพื่อเอาไว้ป้องกันตัวจากพวกมิจฉาชีพ แต่คุณรู้หรือไม่ว่า แก๊สน้ำตาและสเปรย์พริกไทย สามารถส่งผลต่อร่างกายได้ด้วย แต่สองสิ่งนี้จะส่งผลต่อร่างกายอย่างไรบ้าง ลองมาติดตามข้อมูลจาก Hello คุณหมอ กันเลย ทำความรู้จักกับ แก๊สน้ำตา แก๊สน้ำตา (Tear Gas) มีส่วนผสมของสารเคมีที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวหนัง ตา และระบบทางเดินหายใจ แก๊สน้ำตาถูกใช้เป็นอาวุธเคมีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และถูกห้ามไม่ให้ใช้ในช่วงสงครามในสมัยต่อมา แต่ตอนนี้มีการใช้งานโดยผู้บังคับใช้กฎหมายเป็นหลัก เพื่อควบคุมฝูงชนและการจลาจล สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคุณสูดดม แก๊สน้ำตา แก๊สน้ำตาทำให้น้ำตาไหล สร้างความแสบร้อนในจมูกและเยื่อจมูกอย่างเฉียบพลัน หากสูดดมแก๊สน้ำตาเข้าไป อาจทำให้เกิดการระคายเคืองเยื่อบุปอดและทางเดินหายใจส่วนบน ส่งผลให้หายใจเสียงดังฮืด ๆ ไอ หายใจไม่ออก และกลั้นหายใจได้ลำบาก การกลืนแก๊สน้ำตาเข้าไปอาจทำให้ท้องเสีย คลื่นไส้และอาเจียน โดยทั่วไปแล้วผลกระทบต่อร่างกายจะเกิดขึ้นภายในเวลาไม่กี่วินาทีหลังจากที่ได้รับสารและสามารถอยู่ได้นานถึง 1 ชั่วโมง โดยงานวิจัยชิ้นหนึ่งแสดงให้เห็นว่า คนส่วนใหญ่ที่สัมผัสกับแก๊สน้ำตามักจะมีอาการไม่รุนแรง แต่ประมาณ 1 ใน 15 คนอาจมีอาการรุนแรง โดยความรุนแรงของอาการขึ้นอยู่กับปริมาณแก๊สที่ได้รับ ตำแหน่งที่สัมผัส และระยะเวลาที่การสัมผัส จากหลักฐานที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า ผู้คนที่สัมผัสกับแก๊สน้ำตาในพื้นที่ปิดล้อม มีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและมีปัญหาระบบทางเดินหายใจที่รุนแรง ยิ่งหากคุณเป็นโรคหอบหืด ก็ยิ่งทำให้เสี่ยงเกิดปัญหาสุขภาพจากการได้รับแก๊สน้ำตามากขึ้น โดยผู้ที่เป็นโรคหอบหืดอาจมีอาการหลอดลมหดเกร็งอยางรุนแรง จนหายใจลำบากได้ นอกจากนี้ แก๊สน้ำตายังอาจทำให้เกิดโรคหอบหืดและนำไปสู่ภาวะการหายใจล้มเหลว จนถึงขั้นเสียชีวิตได้ด้วย […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ไขข้อสงสัย ผู้ชาย มี หัวนม เอาไว้ทำอะไรกัน ?

ทุกคนเคยแอบคิดกันเล่น ๆ บ้างหรือไม่คะ ว่าทำไมผู้ชายจึงต้องมีหน้าอก ซึ่งบางคนนั้นหน้าอกดันใหญ่กว่าผู้หญิงอย่างเรา ๆ เสียอีก ที่สำคัญหน้าอก หรือ หัวนม ของ ผู้ชาย ก็ไม่ได้เอาไว้ทำหน้าที่อะไรเหมือนกับผู้หญิงซักนิดด้วยซ้ำ บทความของ Hello คุณหมอ วันนี้จึงมาคลายข้อสงสัยต่าง ๆ เกี่ยวกับประเด็นข้างต้น ให้ทุกคนได้ทราบอย่างแน่ชัดกันค่ะ ทำไม ผู้ชาย จึงต้องมี หัวนม จริง ๆ หัวนมของผู้ชาย ถูกพัฒนาตั้งแต่ที่พวกเขายังเป็นตัวอ่อนอยู่ในครรภ์ของมารดา ด้วยโครโมโซม X ตัวแรก ซึ่งในเพศหญิงก็เช่นเดียวกัน จึงทำให้ถูกมีการกล่าวขานว่า ผู้ชายทุกคนล้วนเคยเป็นผู้หญิงมาก่อน เมื่อมีการเจริญเติบโตขึ้น โครโมโซมตัวที่สองก็เริ่มทำงานโดยเปลี่ยนแปลงจากโครโมโซม X เป็นโครโมโซม Y ในเฉพาะเพศชาย รวมถึงมีการเปลี่ยนแปลงของอวัยวะต่าง ๆ ที่บ่งบอกให้คุณพ่อคุณแม่ได้รับรู้ถึงเพศจากการอัลตราซาวด์ (Ultrasound) เช่น หัวนม เต้านม อวัยวะเพศ เป็นต้น นอกจากนี้หัวนมของผู้ชายยังสามารถกระตุ้นอารมณ์ทางเพศได้ เพราะเป็นอวัยวะที่ค่อนข้างไวต่อการสัมผัส ในงานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า การกระตุ้นหัวนมในผู้ชาย อาจช่วยเพิ่มอารมณ์ให้เกิดความรู้สึกอยากมีเพศสัมพันธ์ได้ถึง 52% ผู้ชายมี หัวนม ไว้คอยให้ นมบุตร […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ต้นไม้ที่ไม่ควรปลูกในบ้าน เป็นอันตรายกับเด็ก ที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้

การปลูกต้นไม้ในรั้วบ้าน ภายในบ้าน หรือแม้แต่ในห้องนอน กลายเป็นกิจกรรมคลายเครียด และกิจกรรมรักษ์โลกที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19 ระบาด ซึ่งหลาย ๆ คนต้องกักตัวอยู่บ้าน หรือทำงานที่บ้าน การปลูกต้นไม้ในบ้านยิ่งฮอตฮิตเข้าไปใหญ่ เพราะนอกจากจะเพิ่มความสวยงาม ทำให้บ้านน่าอยู่ขึ้นแล้ว ต้นไม้ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วย แต่คุณก็ควรเลือกต้นไม้มาปลูกในรั้วบ้านให้เหมาะสม โดยเฉพาะหากที่บ้านคุณมีเด็ก เพราะต้นไม้บางชนิดเป็น ต้นไม้ที่ไม่ควรปลูกในบ้าน บ้างก็มีพิษ และเป็นต้นไม้ที่เป็นอันตรายกับเด็กอีกด้วย คุณพ่อคุณแม่จึงไม่ควรนำมาปลูกในบ้าน ทาง Hello คุณหมอ มีข้อมูลมาฝากกันในบทความนี้ ต้นไม้ที่ไม่ควรปลูกในบ้าน และต้นไม้ที่เป็นอันตรายกับเด็ก ทองหลาง (Coral tree) ใบ เปลือก และเมล็ดทองหลางนั้นมีพิษ ยิ่งหากเป็นพิษจากเมล็ดทองหลางยิ่งเป็นอันตรายกับเด็ก เพราะอาจทำให้เด็กมีปัญหาสุขภาพ เช่น อาการหายใจลำบาก หรือหายใจไม่อิ่ม (Shortness of breath) อาการตัวเขียว (Cyanosis) คือ อาการที่เนื้อเยื่อเปลี่ยนสีหรือมีสีคล้ำลง เนื่องจากขาดออกซิเจนในเลือด อ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ ยี่โถ ต้นยี่โถ (Oleander) เป็นไม้ประดับที่นิยมปลูกตามหน้าบ้าน เพราะลำต้นไม่สูงมากและมีดอกใหญ่ สวยงาม ทั้งยังมีหลากหลายสีสัน เช่น สีชมพูเข้ม สีชมพูอ่อน สีเหลือง สีขาว แต่รู้หรือไม่ว่าต้นยี่โถนี้ก็เป็นต้นไม้ที่เป็นอันตรายกับเด็กมากเช่นกัน เนื่องจากทุกส่วนของยี่โถล้วนแต่มีสารพิษทั้งสิ้น […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ทำความสะอาดแว่นสายตา ของคุณให้เหมือนใหม่อยู่เสมอ

แว่นสายตาถือเป็นสิ่งของจำเป็นสำหรับผู้ที่มีสายตาสั้น สายตายาว และสายตาที่ไม่ปกติต่าง ๆ นอกจากการถะนุถนอมไม่ให้แว่นเป็นรอยแล้ว การ ทำความสะอาดแว่นสายตา ก็เป็นอีกเรื่องที่ควรใส่ใจ เพราะถ้าทำความสะอาดไม่ถูกวิธีอาจทำให้เลนส์ของแว่นเป็นรอยได้ แต่จะทำความสะอาดอย่าไรถึงจะถูกวิธี ทาง Hello คุณหมอ มีเรื่องนี้มาฝากกัน วิธี ทำความสะอาดแว่นสายตา ให้เหมือนใหม่ การทำความสะแว่นสายตา คือการทำความสะอาดเลนส์และกรอบแว่น โดยที่ไม่เสี่ยงต่อการขูดขีดหรือทำให้เกิดความเสียหายต่อแว่นตา ซึ่งวิธีการ ทำความสะอาดแว่นสายตา สามารถทำได้ดังนี้ 1. ล้างมือให้สะอาดและเช็ดมือให้แห้ง ก่อนที่จะทำความสะอาดแว่นตาควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่า มือของคุณปราศจากสิ่งสกปรก โลชั่น และสิ่งอื่น ๆ ที่สามารถไปโดนเลนส์แว่นได้ จากนั้นใช้สบู่หรือน้ำยาล้างจานทำความสะอาดมืออีกครั้งให้สะอาด 2. ล้างเลนส์ด้วยน้ำก๊อก วิธีนี้จะเป็นการช่วยกำจัดฝุ่นและสิ่งสกปรกอื่น ๆ นอกจากนั้นยังช่วยหลีกเลี่ยงการขูดเลนส์เมื่อคุณทำความสะอาดอีกด้วย พยายามหลีกเลี่ยงน้ำร้อน เพราะมันอาจทำให้สิ่งที่เคลือบเลนส์แว่นอยู่เกิดความเสียหาย 3. ใช้น้ำยาล้างจานที่ไม่มีส่วนผสมของโลชั่นหยดลงบนเลนส์แต่ละข้างเพียง 1 หยด น้ำยาล้างจานส่วนใหญ่มีความเข้มข้นสูง ดังนั้น ควรใช้ในปริมาณที่เล็กน้อยเท่านั้น ใช้เพียง 1-2 หยด ก็เพียงพอแล้ว และต้องเลือกใช้น้ำยาล้างจานที่ไม่มีส่วนผสมของโลชั่นด้วย 4. ค่อยๆ ถูกเลนส์แต่ละข้างและส่วนต่างๆ ของกรอบแว่นเป็นเวลา 2-3 วินาที ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณทำความสะอาดทุกส่วน รวมถึงแผ่นรองจมูก และปลายของขาแว่นที่ต้องสัมผัสกับหลังหูอยู่ตลอด นอกจากนี้ควรทำความสะอาดบริเวณที่ของของเลนส์กับตรงกรอบแว่นด้วย เพราะส่วนนี้มักจะเป็นส่วนที่สัมผัสกับผิวซึ่งมีน้ำมันบ่อย […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

พฤติกรรมที่ดีต่อระบบย่อยอาหาร ทำง่าย สบายท้อง

ระบบย่อยอาหาร สามารถที่จะบ่งบอกถึงการมีสุขภาพที่ดีได้ หากระบบย่อยอาหารทำงานได้ปกติ ก็จะสามารถขับถ่ายได้สะดวก แต่ถ้าระบบย่อยอาหารมีปัญหา ก็จะเสี่ยงต่อปัญหาท้องผูก กรดไหลย้อน อาหารไม่ย่อย โรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหารและลำไส้ตามมา ดังนั้น ถ้าคุณผู้อ่านต้องการที่จะมีระบบย่อยอาหารที่ดีล่ะก็ สามารถปฏิบัติตามคำแนะนำ พฤติกรรมที่ดีต่อระบบย่อยอาหาร ที่ Hello คุณหมอ นำมาฝากกันในวันนี้ค่ะ พฤติกรรมที่ดีต่อระบบย่อยอาหาร มีอะไรบ้าง ไม่ละเลยไฟเบอร์ เรารู้กันดีอยู่แล้วว่าไฟเบอร์นั้นเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ดีต่อระบบขับถ่ายและแน่นอนว่า รวมถึง ระบบย่อยอาหาร ด้วย ซึ่งไฟเบอร์นั้นพบได้ในผัก ผลไม้ น้ำมันรำข้าว ข้าวโอ๊ต พืชตระกูลถั่ว ธัญพืชต่างๆ เป็นต้น โดยไฟเบอร์จะช่วยให้การลำเลียงอาหารในระบบย่อยอาหารให้เป็นไปได้โดยง่าย มีผลทำให้ไม่เกิดอาการท้องผูก และยังเป็นมิตรกับแบคทีเรียชนิดดีที่อยู่ในลำไส้ ช่วยให้ลำไส้แข็งแรง ลดความเสี่ยงของลำไส้อักเสบ กินไขมันดี ระบบย่อยอาหาร ที่ดี ก็จำเป็นจะต้องมีไขมันอยู่ด้วย แต่ไขมันที่ว่าควรจะต้องเป็นไขมันชนิดดี ได้แก่ กรดไขมันโอเมก้า 3 เพราะอาหารที่มีสารโอเมก้า3 อย่าง ปลา หรือธัญพืช จะช่วยในการดูดซึมสารอาหาร ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคลำไส้ใหญ่ หรือลำไส้อักเสบ ดื่มน้ำให้เพียงพอและสม่ำเสมอ การไม่ค่อยดื่มน้ำ เสี่ยงที่จะทำให้เกิดอาการท้องผูก เพราะอาหารและกากใยต่างๆ ไม่สามารถจะลำเลียงไปยังลำไส้ใหญ่ได้อย่างสะดวก เนื่องจากร่างกายไม่มีน้ำที่เพียงพอต่อการลำเลียงใน ระบบย่อยอาหาร เพื่อที่จะลำเลียงไปถึงจุดสิ้นสุดคือลำไส้ใหญ่ ดังนั้น หากต้องการให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเยื่อพรหมจรรย์และการเสียพรหมจรรย์ ที่ต้องทำความเข้าใจกันใหม่ได้แล้ว

เรื่องของ เยื่อพรหมจารี หรือที่เรียกกันว่า เยื่อพรหมจรรย์ และการเสียพรหมจรรย์ เป็นที่พูดถึงกันอยู่หลายต่อหลายครั้ง และบางครั้งก็เกิดการส่งต่อความเข้าใจแบบผิดๆ ไปยังผู้อื่นอีกด้วย จนอาจส่งผลให้ผู้ที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจ หรือขาดประสบการณ์ เกิดความเข้าใจผิดต่อตนเองและผู้อื่นได้ วันนี้ Hello คุณหมอ มีสาระน่ารู้เกี่ยวกับ ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเยื่อพรหมจรรย์และการเสียพรหมจรรย์ มาฝากค่ะ แต่จะเป็นอย่างไร และความจริงคืออะไร ไปติดตามกันที่บทความนี้เลยค่ะ [embed-health-tool-bmr] ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเยื่อพรหมจรรย์และการเสียพรหมจรรย์ มีอะไรบ้าง เยื่อพรหมจรรย์จะขาดทันทีที่มีเพศสัมพันธ์ในครั้งแรก สิ่งที่หลายคนอาจยังไม่รู้ก็คือ เยื่อพรหมจรรย์ สามารถที่จะยืดออกได้เมื่ออวัยวะเพศชายมีการสอดใส่เข้าไปยังช่องคลอด ซึ่งในขณะที่ยืดออกนั้นก็อาจจะมีผลทำให้เยื่อพรหมจรรย์เกิดการฉีกออกจนทำให้มีเลือดไหล แต่ก็ไม่ได้ขาดทันทีที่มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกอย่างที่หลายคนเข้าใจ ถ้ามีเซ็กส์แล้วเลือดออก แปลว่าเสียพรหมจรรย์แล้ว หนึ่งในความเชื่อแบบผิดๆ เกี่ยวกับพรหมจรรย์นั่นก็คือ เยื่อพรหมจรรย์ ของผู้หญิงจะต้องขาดทันทีที่มีเพศสัมพันธ์และจะมีเลือดไหลออกมาเป็นที่บ่งชี้ว่าได้สูญเสียความบริสุทธิ์แล้ว แต่ในความเป็นจริงนั้น การมีเลือดออกหลังจากที่มีเพศสัมพันธ์ไม่ได้เป็นการการันตีว่าเยื่อพรหมจรรย์จะขาด การมีเลือดออกหลังจากการมีเพศสัมพันธ์ อาจเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ที่รุนแรงจนทำให้เลือดไหลออกมา หรือเกิดจากการที่ผู้หญิงมีความกังวล กลัวว่าจะเจ็บเมื่อมีเซ็กส์ครั้งแรก จึงทำให้กล้ามเนื้อบริเวณช่องคลอดไม่ผ่อนคลาย จึงส่งผลให้เมื่อมีเซ็กส์จะรู้สึกเจ็บ ปวด และมีเลือดไหลออกมา คุณหมอสามารถบอกได้ว่ายังพรหมจรรย์อยู่หรือเสียพรหมจรรย์ไปแล้ว โดยตรวจจากเยื่อพรหมจรรย์ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งความเชื่อแบบผิดๆ เพราะในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่าแพทย์สามารถที่จะมาตรวจเยื่อพรหมจรรย์แล้วการันตีได้ว่า คนนั้นยังเป็นสาวพรหมจรรย์ ส่วนคนนั้นเสียบริสุทธิ์แล้ว เพราะอย่างที่ได้กล่าวไปว่าเยื่อพรหมจรรย์สามารถที่จะยืดหยุ่นได้ และไม่ได้ขาดออกง่ายๆ ขนาดนั้น อย่างไรก็ตาม ต่อให้ตรวจพบว่าเยื่อพรหมจรรย์ขาดแล้วจริงๆ ก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้อยู่ดีว่าเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ เพราะ เยื่อพรหมจรรย์ […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน