home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

โรคเหน็บชา ปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวเนื่องกับการขาดวิตามินบี 1

โรคเหน็บชา ปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวเนื่องกับการขาดวิตามินบี 1

คุณผู้อ่านหลายท่าน คงประสบกับอาการชาที่มือและเท้ากันมาบ้าง ซึ่งอาการชาที่มือและเท้าโดยทั่วไปก็มักจะเกิดขึ้นแค่เพียงชั่วครู่ชั่วคราว ไม่นานก็หายไป แต่ถ้าคุณมีอาการชาที่มือและเท้าบ่อย ๆ หรือรู้สึกชาตามมือและเท้าเป็นประจำ อาจเป็นไปได้ว่าคุณกำลังเสี่ยงต่อโรคเหน็บชา แต่ โรคเหน็บชา คืออะไร วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับโรคเหน็บชามาฝากค่ะ

โรคเหน็บชา คืออะไร

โรคเหน็บชา (Beriberi) เป็นปัญหาสุขภาพอันเนื่องมาจากการขาดแคลนสารอาหารชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า ไทอามีน (Thiamine) หรือวิตามินบี 1 (Vitamin B1) ซึ่งเป็นสารอาหารที่ทำหน้าที่สำคัญต่อร่างกาย คือ

  • สลายคาร์โบไฮเดรต
  • ช่วยในการหกตัวของกล้ามเนื้อ
  • กระตุ้นกระบวนการนำความรู้สึกของเซลล์ประสาท
  • ผลิตกลูโคส (Glucose)
  • ผลิตกรดสำหรับใช้ในการย่อยอาหาร

วิตามินบี 1 นั้นจะถูกสลายในร่างกายภายในเวลาไม่นาน โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะขาดแคลนวิตามินบี 1 นั้น วิตามินบี 1 จะถูกสลายออกไปจากร่างกายภายในระยะเวลา 2 – 3 สัปดาห์เท่านั้น

โรคเหน็บชามีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิดหลัก ๆ ได้แก่

  • เหน็บชาชนิดผอมแห้ง (Dry beriberi) เป็นโรคเหน็บชาที่มีผลต่อระบบประสาท เสี่ยงที่จะทำให้เส้นประสาทถูกทำลาย ผู้ป่วยมีรูปร่างผอมแห้ง กล้ามเนื้อแขนและขาอ่อนแรง หรืออาจรุนแรงถึงขั้นเป็นอัมพาต โรคเหน็บชาประเภทนี้ หากไม่ได้รับการรักษาอาจเป็นอันตรายแก่ชีวิตได้
  • เหน็บชาชนิดเปียก (Wet beriberi) เป็นโรคเหน็บชาที่มีผลต่อสุขภาพหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิต ผู้ป่วยจะมีอาการบวม และหากมีอาการรุนแรง อาจเสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลว

อาการของ โรคเหน็บชา เป็นอย่างไร

อาการของโรคเหน็บชา จะแตกต่างกันไปดังนี้

อาการเหน็บชาชนิดผอมแห้ง (Dry beriberi)

  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยเฉพาะช่วงขา
  • มีอาการชาตามมือและเท้า
  • เจ็บปวดตามร่างกาย
  • สภาวะจิตใจสับสน
  • พูดลำบาก พูดไม่ค่อยไหว
  • เดินลำบาก เดินไม่ค่อยไหว
  • อาเจียน
  • ดวงตาเคลื่อนไหวเองโดยอัตโนมัติ
  • อัมพาต

อาการเหน็บชาชนิดเปียก (Wet beriberi)

  • อัตราการเต้นของหัวใจเร็วขึ้น
  • รู้สึกอ่อนแรง อ่อนเพลีย
  • หายใจถี่และสั้น
  • มักตื่นนอนกลางดึก เนื่องจากมีปัญหาเรื่องการหายใจ เพราะผู้ป่วยจะมีอาการหายใจถี่และสั้น
  • มีอาการบวมที่ขาและเท้า

สาเหตุของโรคเหน็บชา

โรคเหน็บชา เกิดจากการที่ร่างกายมีภาวะการขาดแคลนไทอามีนหรือ วิตามินบี 1 เป็นอาการทางสุขภาพที่พบได้น้อยในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว เนื่องจากมีความอุดมสมบูรณ์ของอาหารการกิน แต่ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาและกลุ่มประเทศด้อยพัฒนา มักจะพบผู้ป่วยโรคเหน็บชาได้มาก

มากไปกว่านั้น ผู้ที่ชอบดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ หรือดื่มแอลกอฮอล์เกินพิกัด ถือว่ามีความเสี่ยงต่อโรคเหน็บชา เนื่องจากแอลกอฮอล์จะเข้าไปขัดขวางการดูดซึมวิตามินบี 1 ทำให้ร่างกายมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับวิตามินบี 1 ไม่เพียงพอ จนเป็นโรคเหน็บชา

ทารกก็เป็นอีกหนึ่งช่วงวัยที่เสี่ยงต่อภาวะขาดแคลนวิตามินบี 1 และเสี่ยงที่จะเป็นโรคเหน็บชา หากไม่ได้รับนมแม่ หรือดื่มนมที่อุดมไปด้วยวิตามินบี 1 อย่างเพียงพอ ดังนั้น ช่วงเวลาตั้งครรภ์ จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่คุณแม่ควรจะใส่ใจกับอาหารการกินให้มาก ควรรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ เพื่อป้องกันไม่ให้ทั้งแม่และเด็กประสบกับภาวะขาดแคลนสารอาหาร

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่อาจมีแนวโน้มจะเป็นโรคเหน็บชา ได้แก่

  • ผู้สูงอายุ
  • ผู้ป่วยเบาหวาน
  • ผู้ป่วยโรคเอดส์
  • ผู้ที่ได้รับการผ่าตัดลดความอ้วน
  • ผู้ที่ครอบครัวมีประวัติเป็นโรคเหน็บชา
  • ผู้ที่อยู่ระหว่างการฟอกไต
  • ผู้ที่ใช้ยาขับปัสสาวะ

จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคเหน็บชา

กระบวนการตรวจวินิจฉัยหาโรคเหน็บชานั้น สามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้

  • แพทย์จะทำการตรวจเลือดและปัสสาวะเพื่อตรวจวัดระดับของวิตามินบี 1 ในเลือด
  • แพทย์อาจทำการตรวจหาความเสียหายที่ระบบประสาทหรือหัวใจ
  • แพทย์อาจวินิจฉัยจากอาการที่ผู้ป่วยแสดงออกให้เห็น เช่น มีความยากลำบากในการยืน การเดิน การทรงตัว กล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรง หรือการตอบสนองที่เชื่องช้าและอ่อนแอ
  • แพทย์อาจทำการตรวจอัตราการเต้นของหัวใจ และตรวจดูอาการบวมที่แขนและขา

วิธีรักษาโรคเหน็บชา

หากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเหน็บชา แพทย์จะทำการรักษาด้วยการแนะนำให้ผู้ป่วยรับประทานยา วิตามิน หรืออาหารเสริมวิตามินบี 1 เพื่อเสริมให้ร่างกายมีระดับของวิตามินบี 1 ที่เพียงพอ และระหว่างทำการรักษา แพทย์จะทำการเจาะเลือดเพื่อตรวจวัดระดับวิตามินบี 1 เป็นระยะ เพื่อดูว่าร่างกายมีระดับของวิตามินบี 1 อยู่ในขั้นต่ำกว่าเกณฑ์หรือไม่ หากยังต่ำกว่าเกณฑ์ ผู้ป่วยจำเป็นที่จะต้องรับประทานยาและอาหารเสริมวิตามินบี 1 ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งระดับของวิตามินบี 1 อยู่ในระดับที่เพียงพอ และอาการของโรคเหน็บชาค่อย ๆ ดีขึ้น

วิธีป้องกันโรคเหน็บชา

วิธีป้องกันโรคเหน็บชาที่ง่ายที่สุดก็คือ ใส่ใจกับการรับประทานอาหาร เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และให้วิตามินบี 1 ที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย โดยอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี 1 เช่น

  • เนื้อสัตว์ต่าง ๆ
  • ปลา
  • ถั่วและธัญพืชต่าง ๆ
  • อาหารทะเล
  • ผลิตภัณฑ์จากนม
  • อาหารประเภทแป้ง เช่น ขนมปัง ซีเรียล

แต่นอกจากจะต้องรับประทานอาหารที่ให้วิตามินบี 1 สูงแล้ว ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรับประทานอาหารให้หลากหลาย รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อป้องกันให้ร่างกายห่างไกลจากภาวะขาดแคลนสารอาหารอื่น ๆ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Beriberi. https://www.healthline.com/health/beriberi. Accessed on 06 January , 2021.

Everything you need to know about beriberi. https://www.medicalnewstoday.com/articles/325261#causes. Accessed on 06 January , 2021.

Beriberi. https://medlineplus.gov/ency/article/000339.htm. Accessed on 06 January , 2021.

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย Khongrit Somchai แก้ไขล่าสุด 07/01/2021
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x