สุขภาพ

สุขภาพ เป็นเรื่องสำคัญ เราจึงได้รวบรวมข้อมูลที่จะช่วยให้คุณดูแลสุขภาพได้ดียิ่งขึ้นไว้ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นข่าวสารสุขภาพ ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป และอื่น ๆ อีกมากมาย หากคุณมีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยคุณได้แน่นอน

เรื่องเด่นประจำหมวด

สุขภาพ

อดนอน ดูบอลดึก ยังไง ไม่ให้สุขภาพพัง!

ในช่วงการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ระดับโลกอย่าง ฟุตบอลโลก และ World Cup 2026 แฟนบอลจำนวนมากอาาจจำเป็นต้องอดนอนหรือตื่นมาดูการแข่งขันตามเวลาแข่งจริง บางคนดูบอลแค่ทีมโปรด แต่บางคนอาจจะรอดูหลายคู่ต่อกัน พร้อมกับกินขนม ดื่มน้ำหวานหรือแอลกอฮอล์ และลุ้นจนหัวใจเต้นแรงตลอดเกม การดูบอล ไม่ใช่เรื่องผิด และยังเป็นความสุขของแฟนกีฬา แต่ถ้าดูบอลดึกบ่อยจนพักผ่อนไม่พอ กินมื้อดึกเป็นประจำ หรือปล่อยให้ร่างกายตื่นตัวมากเกินไป อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ อดนอน นอนน้อยสะสม ร่างกายฟื้นฟูไม่ทัน การนอนหลับเป็นเวลาที่ร่างกายซ่อมแซมตัวเอง ทั้งสมอง หัวใจ ระบบภูมิคุ้มกัน และระบบเผาผลาญ หากดูบอลดึกบ่อยจนเวลานอนลดลง ร่างกายอาจฟื้นตัวไม่เต็มที่ อาการที่มักเกิดจากการนอนน้อย ได้แก่ ง่วงระหว่างวัน อ่อนเพลีย สมาธิลดลง หงุดหงิดง่าย ตัดสินใจช้าลง ทำงานผิดพลาดง่าย อยากกินของหวานหรืออาหารพลังงานสูงมากขึ้น หากอดนอนเป็นครั้งคราว ร่างกายอาจยังพอปรับตัวได้ แต่ถ้าอดนอนต่อเนื่องหลายวันหรือหลายสัปดาห์ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพระยะยาว เช่น ความดันโลหิตสูง น้ำตาลในเลือดผิดปกติ น้ำหนักเพิ่ม และโรคหัวใจและหลอดเลือด กินดึกระหว่างดูบอล เสี่ยงกรดไหลย้อน การดูบอลมักมาพร้อมของกิน เช่น ของทอด อาหารรสจัด หมูกระทะ ขนมกรุบกรอบ น้ำอัดลม หรือแอลกอฮอล์ หากกินมื้อใหญ่ตอนดึก แล้วนอนต่อทันทีหลังจบเกม อาจกระตุ้นอาการกรดไหลย้อนได้ อาการกรดไหลย้อนที่ควรสังเกต ได้แก่ แสบร้อนกลางอก […]

หมวดหมู่ สุขภาพ เพิ่มเติม

สำรวจ สุขภาพ

การทดสอบทางการแพทย์

อาการบ้านหมุน หรือเวียนหัว บอกได้ยังไงว่าอาการเราร้ายแรงแค่ไหน

อยู่ๆ ก็ เวียนหัว แบบไม่ทราบสาเหตุ หรือบางครั้งก็รู้สึกเหมือน บ้านหมุน จนต้องกุมขมับ คุณรู้หรือไม่ว่าอาการเวียนหัวและบ้านหมุน เป็นอาการที่แตกต่างกัน และมีอันตรายต่างกัน เนื่องจากอาการวิงเวียนศีรษะเป็นเพียง “อาการ” ของโรค แต่ถ้าคุณรู้สึกว่าบ้านหมุน นั่นคือคุณกำลัง “ป่วยเป็นโรค” รีบเช็ค เพื่อรู้จักความแตกต่างของ อาการบ้านหมุน หรือเวียนหัว จะได้รีบไปพบหมอ อาการบ้านหมุน หรือเวียนหัว อาการเวียนศีรษะ มีอาการมึนศีรษะไปจนถึงอาการวิงเวียนศีรษะ เดินเซ โคลง ทรงตัวได้ไม่ค่อยดี อาการบ้านหมุน มีความรู้สึกว่าสิ่งแวดล้อมหมุนรอบตัวเองหรือตัวเองหมุน รู้สึกโคลงเคลงทั้งๆ ที่ตัวเองอยู่กับที่หรือไม่มีการเคลื่อนไหว ในรายที่มีอาการรุนแรงมากอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน มีความรู้สึกเหมือนจะเป็นลม หูอื้อ การได้ยินลดลง หรือมีเสียงในหูร่วมด้วยได้ สาเหตุการเกิดอาการ อาการมึนเวียนศีรษะ (dizziness) หมายรวมตั้งแต่อาการมึนศีรษะไปจนถึงอาการวิงเวียนศีรษะ ซึ่งเป็นอาการไม่เฉพาะเจาะจง เกิดได้จากโรคต่างๆ เช่น โรคทางระบบไหลเวียนเลือด โรคทางระบบประสาท ภาวะโลหิตจาง  อาการเวียนศีรษะบ้านหมุน (vertigo) เป็นอาการที่มีสาเหตุมาจากความผิดปกติ ของอวัยวะการทรงตัวในหูชั้นใน ซึ่งเป็นส่วนที่ทำหน้าที่คอยรับการทรงตัวสมดุลของร่างกายในท่าทางต่างๆ เมื่อเกิดความผิดปกติขึ้นจึงทำให้มีอาการเวียนศีรษะแบบรู้สึกหมุน ซึ่งมีสาเหตุการเกิดมาจากสองส่วน คือ โรคทางระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งอันตรายและรุนแรง ผู้ป่วยจะมีอาการของระบบประสาทส่วนกลางที่ผิดปกติร่วมด้วย เช่น พูดไม่ชัด ลิ้นแข็ง ปากเบี้ยว ใบหน้าเบี้ยว หรือแขนขาอ่อนแรงสองข้างไม่เท่ากัน ซึ่งอาการเหล่านี้จะเป็นอาการบ่งชี้ว่า อาจจะมีปัญหาหลอดเลือดสมอง […]


อาการของโรค

ปวดเต้านม (Mastodynia)

อาการ ปวดเต้านม เป็นอาการที่พบได้ในผู้หญิง แต่ผู้ชายก็มีอาการนี้ได้เหมือนกัน ซึ่งสาเหตุ อาการ และวิธีการรักษา มีข้อมูลดังต่อไปนี้ค่ะ คำจำกัดความอาการปวดเต้านมคืออะไร คำว่า Mastodynia เป็นภาษากรีกหมายถึงอาการเจ็บปวดเต้านม สามารถสื่อถึงอาการกดเจ็บที่เต้านมได้เช่นกัน อาการปวดเต้านมเป็นอาการที่เด่นชัด ที่สุดที่จะบ่งชี้ถึงการเป็นโรคนี้ ระดับของความปวดมีตั้งแต่ปวดเบาๆ ไปจนถึงปวดรุนแรง ขึ้นอยู่กับอาการและสาเหตุ อาการปวดเต้านมอาจจะอยู่นาน หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อาการปวดเต้านมพบได้บ่อยได้แค่ไหน อาการปวดเต้านมพบมากในผู้หญิง แต่ผู้ชายก็อาจมีโอกาสเป็นได้เช่นกัน โอกาสที่ผู้ชายจะเป็นโรคนี้นั้นหายากมากๆ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมโปรดปรึกษาแพทย์ อาการอาการปวดเต้านมเป็นอย่างไร อาการปวดเต้านมนั้นสามารถแบ่งได้เป็น อาการที่สัมพันธ์กับประจำเดือน (cyclical) หรือ อาการที่ไม่สัมพันธ์กับประจำเดือน (non-cyclical) อาการของโรคที่สัมพันธ์กับประจำเดือนมีดังนี้ อาการปวดจะมาเป็นประจำ เช่นเดียวกับประจำเดือน เต้านมอาจจะกดเจ็บ ผู้ป่วijยอธิบายความรู้สึกปวดว่า หนักและปวดตื้อๆ บางคนบอกว่ามีรู้สึกเจ็บและรู้สึกหนักๆ ในขณะที่บางคนก็ว่ารู้สึกเหมือนกับ ถูกแทงหรือปวดแสบปวดร้อน เต้านมอาจจะมีอาการบวมขึ้น อาจมีก้อนหลายๆ ก้อนที่เต้านม (ไม่ใช่ก้อนแข็งๆ ก้อนเดียว) สามารถเกิดได้ที่เต้านมทั้งสองข้าง โดยเฉพาะบริเวณด้านนอกส่วนบน อาการปวดสามารถลามไปตรวบริเวณใต้วงแขนได้ อาการปวดจะเป็นหนักขึ้นเมื่อเริ่มมีประจำเดือน ในบางกรณีอาจมีอาการปวด ตั้งแต่ประมาณสองสัปดาห์ก่อนการมีประจำเดือน มักมีอาการในกลุ่มผู้หญิงที่อายุน้อย สำหรับผู้หญิงที่อยู่ในวัยหมดประจำเดือน อาจจะมีอาการปวดแบบเดียวกัน หากว่ามีการใช้ฮอร์โมนทดแทนเพื่อการบำบัด (Hormone replacement therapy) อาการของโรคที่ไม่สัมพันธ์กับประจำเดือนมีดังนี้ อาการปวดจะเกิดที่เต้านมแค่ข้างเดียวเท่านั้น และมักจะเป็นแค่จุดเล็กๆ บนเต้านม แต่อาจจะมีการลุกลามไปจนทั่วหน้าอก พบมากในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน อาการปวดจะไม่เป็นๆ หายๆ เหมือนประจำเดือน อาการปวดอาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หรือเป็นนานๆ ครั้ง อาการเต้านมอักเสบ – หากอาการปวดนั้นเกิดขึ้นการอักเสบที่เต้านม อาจทำให้มีไข้ รู้สึกอ่อนเพลีย (malaise) […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

7 สาเหตุ กลิ่นตัว ที่คุณอาจไม่เคยนึกมาก่อน

คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมคุณถึงมีกลิ่นตัวแรง แม้ว่าคุณจะใช้เวลาไปกับการอาบน้ำ ทาครีมบำรุงผิว หรือแม้แต่ฉีดน้ำหอมแล้วก็ตามที คุณอาจจะประหลาดใจหากได้รู้ว่ายังมีปัจจัยอื่นๆ ที่มีส่วนให้คุณเกิด “กลิ่น” ได้ และนี่คือ สาเหตุ กลิ่นตัว ที่คุณอาจไม่เคยนึกถึงมาก่อน สาเหตุ กลิ่นตัว อาจเกิดจากสิ่งเหล่านี้ 1 ผลข้างเคียงของยา ยาสามารถรักษาโรคได้ แต่ก็สามารถทำให้คุณมีกลิ่นได้ด้วยเช่นกัน ตัวอย่างเช่น มอร์ฟีน หรือยาลดไข้ ที่สามารถทำให้คุณมีเหงื่อออก นอกเหนือจากนั้นยังมีข้อมูลจากเมโยคลินิกว่า ยาต้านฮิสตามีน (antihistamines) ยาหดหลอดเลือด (decongestant) ยาคลายกล้ามเนื้อ และยาระงับประสาท ยังสามารถทำให้คุณปากแห้งซึ่งมักจะนำไปสู่การมีกลิ่นปากได้ 2 ชอบกินอาหารรสจัดและเครื่องเทศ เครื่องเทศอย่างกระเทียมหรือหัวหอม จะทำให้ร่างกายของคุณต้องปล่อยก๊าซที่มีกำมะถันออกมาเพื่อการย่อยสลาย สารประกอบเหล่านี้ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือด และส่งผลให้เกิดกลิ่นตัว อาหารชนิดอื่นๆ ก็สามารถทำให้เกิดกลิ่นตัวได้ เช่น บร็อคโคลี่ กะหล่ำดาว และผักอื่นๆ ที่อยู่ในตระกูลกะหล่ำ 3 ระดับความเครียดสูง เหงื่อที่ออกตามปกตินั้น จริงๆ แล้วจะมีกลิ่นน้อยกว่าเหงื่อที่เกิดจากความเครียด ต่อมเหงื่อชนิดนี้เรียกว่า ต่อมอะโพไครน์ (Apocrine glands) ของเหลวจากต่อมนี้มีน้ำน้อยกว่า แต่ดึงดูดแบคทีเรียได้สูงกว่า จึงมีโอกาสเกิดกลิ่นมากกว่า แน่นอนว่า คุณควรพยายามผ่อนคลายเพื่อลดความเครียด แต่คุณก็ควรซักผ้าของคุณเป็นประจำด้วย เพื่อกำจัดแบคทีเรียส่วนใหญ่ออกไป 4 แอลกอฮอล์ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาจทำให้ร่างกายตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่แอลกอฮอล์ไหลเวียนในกระแสเลือดนั้น […]


การทดสอบทางการแพทย์

การตรวจตัวรับสัญญาณฮอร์โมน อีกหนึ่งการ วินิจฉัย มะเร็งเต้านม ที่ควรรู้จัก

มะเร็งเต้านม เป็นโรคที่เกิดจากเซลล์ในเต้านมมีการเจริญเติบโตแบบผิดปกติ แท้จริงแล้ว มะเร็งเต้านมประมาณ ร้อยละ 85-90 เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรม ที่เป็นผลมาจากอายุที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่มีมะเร็งเพียงร้อยละ 5-10 ซึ่งเกิดจากลักษณะผิดปกติที่สืบทอดในครอบครัว โรคดังกล่าวไม่เพียงส่งผลต่อสุขภาพจิตของแต่ละบุคคลเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อความสามารถในการทำสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน และสมรรถภาพทางเพศ การวินิจฉัยมะเร็งเต้านมทำได้ด้วยการใช้แมมโมแกรม อัลตราซาวด์ การตรวจชิ้นเนื้อที่เต้านม แต่วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาไปทำความรู้จักการตรวจแบบ การตรวจตัวรับสัญญาณฮอร์โมน การตรวจตัวรับสัญญาณฮอร์โมน คืออะไร ทั้งผู้หญิงและผู้ชายต่างมีฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน แต่ฮอร์โมนทั้งสองชนิดมีหน้าที่สำคัญต่อรอบเดือน และพัฒนาการทางเพศของผู้หญิง ตัวรับสัญญาณเอสโตรเจน (Estrogen receptor : ER) และตัวรับสัญญาณโปรเจสเตอโรน (PR) เป็นโปรตีนที่สำคัญ อาจพบในเซลล์มะเร็งเต้านม ตัวรับสัญญาณฮอร์โมนเหล่านี้จะรับข้อมูลจากสารต่าง ๆ ในกระแสเลือด แล้วส่งผลต่อการทำงานของฮอร์โมนในผู้หญิง เช่น การขยายของหน้าอก เช่นเดียวกับเซลล์ดีอื่น ๆ เซลล์มะเร็งเต้านมมีตัวรับสัญญาณฮอร์โมน และตอบสนองต่อสัญญาณฮอร์โมนเหล่านั้น การทราบว่าเซลล์มะเร็งเต้านมมีตัวรับสัญญาณฮอร์โมน หรือไม่เป็นสิ่งสำคัญที่จะกำหนดวิธีการรักษา การตรวจหาตัวรับสัญญาณเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน การตรวจหาตัวรับสัญญาณเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน เป็นพื้นฐานของการวินิจฉัยมะเร็งเต้านม วิธีที่ใช้กันทั่วไปที่สุดในปัจจุบันก็คือ การตรวจเนื้องอก เพื่อหาตัวรับสัญญาณเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ที่เรียกกันว่า การใช้เทคนิคอิมมูโนฮิสโตเคมิสทรี (Immunohistochemistry : […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ระวังให้ดี ขาดวิตามินซี โรคโลหิตจาง จะถามหา

วิตามิน ซี เป็นวิตามินชนิดละลายในน้ำได้  เป็นวิตามินที่ร่างกายไม่สามารถผลิตได้เอง แหล่งวิตามินซีส่วนใหญ่ได้มาจากอาหารทั่วไปและอาหารเสริมเท่านั้น วิตามิน ซี มีประโยชน์ที่สำคัญหลายอย่างต่อร่างกาย หนึ่งในนั้นคือ ช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก ซึ่งธาตุเหล็กเป็นหนึ่งในแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยในการผลิตฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นส่วนประกอบของเซลล์เม็ดเลือดแดงที่มีออกซิเจน ประสิทธิภาพอีกอย่างของวิตามิน ซี คือช่วยผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดง ดังนั้น ภาวะ ขาดวิตามินซี สามารถก่อให้เกิด โรคโลหิตจาง หรือโรคเซลล์เม็ดเลือดแดงต่ำ (low red blood cell count) วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาไปดูว่ากาารขาดวิตามินซี…สามารถส่งผลอย่างไรต่อร่างกายได้บ้าง สาเหตุของโรคโลหิตจางจากการ ขาดวิตามินซี มีหลายสาเหตุของการเกิดโรคโลหิตจาง โรคโลหิตจางเนื่องจากขาดวิตามินซีจะเกิดขึ้น เมื่อร่างกายได้รับวิตามินซีไม่เพียงพอ การบริโภคอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซี และธาตุเหล็ก กระเพาะอาหารของคุณ จะสามารถปรับตัวกับสภาพแวดล้อมที่เป็นกรดได้ดีขึ้น นำไปสู่การเพิ่มระดับการดูดซึมธาตุเหล็ก การดูดซึมธาตุเหล็กไม่ใช่เรื่องง่าย ผู้ใหญ่จะดูดซึมธาตุเหล็กอยู่ระหว่างร้อยละ 10 และ ร้อยละ 15 ของธาตุเหล็กในอาหาร การดูดซึมธาตุเหล็กในรูปฮีมจากเนื้อ จะดูดซึมได้ดีกว่าธาตุเหล็กในรูปอื่นที่ดูดซึมได้จากพืช แต่การบริโภคสารอาหารประเภทอื่นที่มีลักษณะคล้ายกับวิตามินซี สามารถส่งผลกระทบต่อการดูดซึมธาตุเหล็กในรูปอื่น ผู้ที่ดูดซึมโปรตีนส่วนใหญ่จากผลิตภัณฑ์พืช และผู้ที่ถูกพิจารณาว่าอยู่ในภาวะขาดแคลนวิตามินซี จะพบความเสี่ยงอย่างมากในการเกิดโรคโลหิตจาง ต่อมไทรอยด์เป็นพิษ การขาดสารอาหาร โรคมะเร็ง ประสิทธิภาพในการดูดซึมธาตุเหล็กหายไป เป็นสาเหตุสำคัญในการขาดแคลนภาวะวิตามินซี ที่ก่อให้เกิดโรคโลหิตจาง […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ทัลคัม (Talcum) ในเครื่องสำอาง..อันตรายจริงหรือไม่

ข่าวใหญ่เมื่อปี พ.ศ. 2559 ที่ศาลแห่งสหรัฐอเมริกามีคำสั่งให้บริษัทผลิตแป้งเด็กยักษ์ใหญ่รายหนึ่ง จ่ายเงินชดเชยจำนวน 72  ล้านเหรียญให้กับเหยื่อที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งรังไข่ ที่คาดว่าเป็นผลมาจากการใช้แป้ง ทัลคัม อย่างเนื่องเป็นระยะเวลายาวนาน สร้างความหวาดหวั่นพรั่นพรึงไปทั่วโลกอันตรายของสารดังกล่าว แต่ก็ยังไม่ข้อโต้แย้งมากมายว่าทัลคัมอันตรายจริงหรือ ไปดูข้อมูลประกอบการตัดสินใจว่าคุณจะใช้ทัลคัมต่อ หรือพอกันแค่นี้  ทัลคัม คืออะไร ทัลก์ (Talc) เป็นแร่ธาตุที่พบได้ทั่วไปทุกแห่งบนโลก โดยในประเทศไทย พบมากในเขตจังหวัดอุตรดิตถ์ กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ และจันทรบุรี ซึ่งมีวิถีการขุดเช่นเดียวกับแร่ชนิดอื่น แล้วนำมาบดหยาบเพื่อคัดเลือกเกรดของแร่ โดยส่วนที่มีคุณภาพมากที่สุดจะนำมาเข้าสู่อุตสหกรรมการผลิตแป้ง โดยการโม่ให้เป็นผง และทำการทดสอบความบริสุทธิ์ ก่อนนำมาวางขาย หรือเข้าสู่อุตสาหกรรมอื่นต่อไป จนกลายเป็นแป้งทัลคัม (Talcum) หรือแป้งเด็กโรยตัวที่เรารู้จักกันดี เนื่องจากมีความอ่อนนุ่มสูงในรูปของผงละเอียด เป็นส่วนผสมที่ไม่ทำปฏิกิริยาทางเคมีเมื่อรับประทานเข้าปาก หรือทาลงบนผิว ทำให้นิยมนำมาใช้ในอุตสาหกรรมแป้งโรยตัว และเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางบางชนิด ที่ต้องอาศัยคุณสมบัติความเป็นผง จึงไม่แปลกใจที่เราจะพบทัลคัมได้ในชีวิตประจำวัน เรียกได้ว่าใช้กันตั้งแต่เด็กยันโตเลยทีเดียว ทัลคัมเริ่มใช้กันตั้งแต่เมื่อไหร่ การใช้ทัลก์เริ่มมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ที่มนุษย์รู้จักนำแร่ธาต่ขึ้นมาใช้ โดยพบหลักฐานว่า ชาวอียิปต์โบราณใช้ทัลก์ในด้านความงาม นอกจากนั้นชาวอัสซีเรียโบราณ (Assyrien) และชนพื้นเมืองในอเมริกา ได้นำทัลก์มาใช้หากหลายด้าน ต่อมาในศตวรรษที่ 19 มีการนำทัลก์มาใช้เพื่อบรรเทาอาการระคายเคืองผิว เนื่องจากพลาสเตอร์ยา อีกทั้งบรรเทาอาการผื่นผ้าอ้อม ที่มักเกิดกับทารกน้อยอีกด้วย และในปัจจุบันมีการนำทัลก์มาใช้ในด้านอุตสาหกรรมความงามทั่วโลก จนกลายเป็นตำนานแป้งทัลคัมที่เราใช้กันอย่างแพร่หลาย ทัลคัมในเครื่องสำอาง ทัลก์ […]


อาการของโรค

ผิว ผม ริมฝีปาก และเล็บ ส่ง สัญญาณ สุขภาพ อะไรให้เราได้บ้าง

ผมเสีย เล็บซีดขาว ริมฝีปากดำคล้ำ….รู้หรือไม่ว่านี่เป็น สัญญาณ สุขภาพ จากร่างกายที่เตือนว่าอวัยวะภายในทำงานไม่ดี  หลักการแพทย์แผนจีนโบราณกล่าวไว้ว่า ร่างกายภายนอกและภายในมีความสัมพันธ์กัน ดังนั้น ถ้าอวัยวะภายในสมบูรณ์ทำหน้าที่ได้ดี นอกจากทำให้ ร่างกาย แข็งแรงสุขภาพดีแล้วยังสามารถสะท้อนออกมาสู่รูปลักษณ์ภายนอกให้ดูดีได้ด้วย ถ้าอย่างนั้นเรามาเช็คผอผกันเลยว่ามีสัญญาณจากอะไรบ้าง ผิวเสีย ผิวแห้งกร้าน สัญญาณเตือนจากปอด หนึ่งใน สัญญาณ สุขภาพ ที่เราจะรับรู้ได้จากผิวก็คือสัญญาณเตือนจากปอด แพทย์แผนจีนเชื่อว่าราศีของปอดคือผิวหนัง เนื่องจากอวัยวะทั้งสองทำงานสัมพันธ์กัน เวลาที่เราหายใจเข้ารูขุมขนทั่วร่างกายจะเปิด และเมื่อหายใจออกรูขุมขนทั่วร่างกายจะปิด ดังนั้น ถ้าหากปอดทำงานดีจะส่งผลให้ระบบหายใจดี และการทำงานของรูขุมขนบนผิวหนังดีตามไปด้วย จึงเป็นผลให้ผิวพรรณสดใส ชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน แต่ถ้าหากปอดทำงานไม่ดี ก็สามารถส่งผลให้ผิวแห้งเสียได้เช่นกัน รู้อย่างนี้แล้วใครเข้าข่ายผิวเสียอย่างไม่มีสาเหตุลองหันมาใส่ใจปอดด้วยวิธีง่ายๆ กันค่ะ วิธีดูแลปอดง่ายๆ ตามหลักแพทย์แผนจีน ตื่นเช้ามาสูดอากาศบริสุทธิ์ ออกกำลังกายเบา ๆร่วมด้วย เช่น เดินเร็ว โยคะ ไทเก๊ก ออกกำลังกายเป็นประจำวันละ 20-45 นาที สัปดาห์ละ 4 ครั้งขึ้นไป ไม่กินอาหารรสเผ็ดมากเกินไป การกินรสเผ็ดในปริมาณปกติ จะช่วยดูแลปอดได้ ขับถ่ายทุกวันก่อน 7 โมงเช้า ไม่สูบบุหรี่ เพราะเป็นพฤติกรรมที่ส่งผลต่อผิวหนังโดยตรง ทำให้ผิวเหี่ยวย่นก่อนวัย ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร ถ้าหลีกเลี่ยงน้ำเย็นได้ยิ่งดี กินผัก ผลไม้ […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

4 เหตุผล (น่ากลัว) ที่เราไม่ควรมี สัตว์เลี้ยง ในห้องนอน

เจ้าตูบ เจ้าเหมียวชอบอ้อนขอมานอนด้วย ไม่รู้ว่าเพราะห้องนอนของเราเปิดแอร์เย็นฉ่ำหรือเปล่า เจ้าสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักถึงอยากมานอนด้วยทุกคืน หลายคนมักจะมั่นใจว่าสุนัข แมว หรือสัตว์เลี้ยงอื่นๆ ของเรานั้นสะอาด เพราะอาบน้ำเช็ดตัวให้หอมฟุ้งทุกวัน แต่รู้หรือเปล่าว่าถึงแม้เจ้าสัตว์เลี้ยงพวกนี้จะสะอาด แต่การพา สัตว์เลี้ยง มานอนด้วยทุกคืนอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราโดยไม่รู้ตัว 1 สัตว์เลี้ยง รบกวนการนอนหลับ อาการตื่นนอนมาแล้วเพลีย หลับไม่เต็มอิ่ม หรือรู้สึกว่านอนไม่พอนั้นอาจเกิดจากการที่ถูกรบกวนขณะหลับ ซึ่งสิ่งรบกวนก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเลย เป็นเจ้าตูบ เจ้าเหมียวของเรานั่นเอง เรื่องของสัตว์เลี้ยงรบกวนการนอนหลับนั้น มีงานวิจัยที่เก็บรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์คนไข้ 150 คน โดยสถาบัน Center for Sleep Medicine แห่งโรงพยาบาลเมโย คลินิก ในสหรัฐอเมริกา ผลการวิจัยพบว่า 49% มีสัตว์เลี้ยง และ 56% ของคนที่มีสัตว์เลี้ยงพาสัตว์เลี้ยงของพวกเขามานอนด้วยในห้องนอน ซึ่งผลการวิจัยชี้ว่าการมีสัตว์เลี้ยงในห้องนอน ทำให้เกิดการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมในห้องนอน ซึ่งทำให้ส่งผลต่อการนอนหลับได้ 2 เห็บ หมัด สัตว์ตัวเล็ก น้องหมา น้องแมว มักจะพาเพื่อนติดตัวมาด้วย เช่น พวกพยาธิชนิดต่างๆ อย่างพยาธิตัวกลม พยาธิปากขอ ซึ่งไข่ของพยาธิพวกนี้อาจจะติดอยู่ตามขนของสัตว์เลี้ยง นอกจากนี้น้องหมาน้องแมวยังพาเห็บ หมัด เพื่อนซี้มาด้วย เห็บกับหมัดจะดูดเลือดสัตว์ ส่วนใหญ่คนจะเลี้ยงน้องหมาน้องแมวเป็นสัตว์เลี้ยง […]


การทดสอบทางการแพทย์

รักษามะเร็งเต้านมด้วย การผ่าตัดแบบสงวนเต้านม เป็นอย่างไร

การผ่าตัดแบบสงวนเต้านม (Breast censervation surgery) หรือที่เรียกกันว่า การผ่าเอาเฉพาะเนื้องอกออก (lumpectomy) การผ่าตัดเอาเต้านมออกบางส่วน (Partial mastetomy) การผ่าตัดเต้านมออกประมาณหนึ่งในสี่ (Quadrantectomy) หรือการผ่าตัดออกบางส่วน (Segmental mastetomy) การผ่าตัดวิธีนี้เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านม โดยจะผ่าตัดเอาเฉพาะส่วนของเต้านมที่เป็นมะเร็งเท่านั้น ออกไป จำนวนของเนื้อเยื่อเต้านมที่ถูกผ่าออกขึ้นอยู่กับขนาดเเละตำเเหน่งของเนื้องอก รวมถึงปัจจัยอื่นๆ โปรดให้แน่ใจว่าคุณมีข้อมูลเพียงพอเกี่ยวกับการผ่าตัด เช่น รอยเเผลเป็นจะเป็นอย่างไรหลังการผ่าตัด คุณจะสูญเสียเต้านมไปเท่าไหร่ เมื่อพิจารณาถึงเนื้อเยื่อดีใกล้เคียงที่อาจถูกผ่าออกเช่นกัน ใครบ้างที่ควรรับ การผ่าตัดเเบบสงวนเต้านม ข้อดีหลักของการผ่าตัดเเบบสงวนเต้านมก็คือ ผู้หญิงสามารถรักษาเต้านมส่วนมากไว้ได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยจำเป็นที่จะต้องสามารถเข้ารับการรักษาด้วยรังสี โดยปกติแล้วแพทย์จะประเมินตามหลักนี้เพื่อทำ การผ่าตัดแบบสงวนเต้านม มีเนื้องอกมะเร็งเต้านมเพียงที่เดียว เเละมีเส้นผ่าศูนย์กลางต่ำกว่า 5 เซนติเมตร มีเนื้องอกมะเร็งเต้านมที่เดียวหรือหลายที่ ซึ่งอยู่ใกล้กันมาก กระทั่งสามารถผ่าออกได้พร้อมกัน โดยไม่ทำให้สภาพเต้านมเปลี่ยนไปมากนัก มีเนื้อเยื่อเพียงพอ เมื่อเนื้อเยื่อได้ถูกผ่าออกเเล้ว จะไม่ทำให้เต้านมผิดรูป ไม่เป็นมะเร็งเต้านมแบบอักเสบ (Inflammatory breast cancer) ไม่ได้ตั้งครรภ์ ยินดีที่จะรับการรักษาต่อด้วยรังสีบำบัด ผู้หญิงบางคนอาจมีความกังวลด้วยความคิดที่ว่า การผ่าตัดเนื้อเยื่อออกไปน้อยกว่าจะเพิ่มความเสี่ยงในการกลับมาเป็นมะเร็งอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม การตัดเต้านมในกรณีส่วนมาก ไม่ได้เพิ่มความเป็นไปได้ที่จะมีชีวิตได้ยืนยาวกว่า หรือให้ผลการรักษาที่ดีกว่า การศึกษาในผู้หญิงหลายพันคนมากกว่า 20 ปีเเสดงให้เห็นว่า เมื่อได้รับ การผ่าตัดเเบบสงวนเต้านม การเปลี่ยนไปใช้การตัดเต้านมแทนก็ไม่ได้เพิ่มความเป็นไปได้มากขึ้นที่จะรอดชีวิต ขั้นตอนการผ่าตัด การผ่าตัดนี้จะกินเวลาประมาณ 1 ถึง […]


การทดสอบทางการแพทย์

ดีซ่าน (Jaundice)

โรค ดีซ่าน (Jaundice หรือ Icterus) เป็นภาวะตกเหลืองบริเวณผิวหนังและตาขาว มีสาเหตุมาจากระดับบิลิรูบิน (Bilirubin) ในเลือดพุ่งสูงมาก คำจำกัดความดีซ่าน คืออะไร โรคดีซ่าน (Jaundice หรือ Icterus) เป็นภาวะตกเหลืองบริเวณผิวหนังและตาขาว มีสาเหตุมาจากระดับบิลิรูบิน (Bilirubin) ในเลือดพุ่งสูงมาก บิลิรูบินก่อตัวขึ้นเมื่อเซลล์เม็ดเลือดแดงแตกตัว ร่างกายมักจะกำจัดบิลิรูบินผ่านตับ โดยทั่วไป ตับในเด็กแรกเกิดจะยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ ซึ่งทำให้บิลิรูบินก่อตัวเร็วกว่าที่ตับจะสามารถกำจัดได้ สิ่งนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับเช่นกัน ดีซ่านพบได้บ่อยแค่ไหน โรคดีซ่านเป็นอาการที่พบได้บ่อย ดีซ่านเกิดขึ้นได้กับทุกวัย แต่พบได้บ่อยในเด็กแรกเกิด ดีซ่านมักหายไปเองในเด็กแรกเกิด แต่หากไม่หาย นั่นอาจเป็นสัญญาณของอาการรุนแรงกว่านั้นได้ ซึ่งเราสามารถจัดการได้โดยการลดปัจจัยเสี่ยงของตัวเอง โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม อาการอาการของโรค ดีซ่าน สัญญาณและอาการของภาวะตกเหลืองทางผิวหนังและดวงตาที่พบได้บ่อย ได้แก่ ภายในช่องปากมีสีเหลือง ปัสสาวะมีสีเข้มหรือสีน้ำตาล อุจจาระมีสีซีดหรือสีเหมือนโคลน ระดับบิลิรูบินสูง เบื่ออาหาร รู้สึกเหนื่อยและอ่อนแรง สำหรับผู้ป่วยบางราย อาจมีอาการอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น หากมีข้อสงสัยใด ๆ โปรดปรึกษาแพทย์ ควรไปพบคุณหมอเมื่อใด หากคุณมีสัญญาณหรืออาการ ควรเข้าพบคุณหมอทันที ผิวหนังของลูกเป็นสีเหลืองมากขึ้นเรื่อย ๆ ผิวหนังบริเวณท้อง แขนและขา ดูมีลักษณะออกสีเหลือง ส่วนตาขาวของลูกคุณกลายเป็นสีเหลือง ลูกของคุณดูไม่มีชีวิตชีวา หรือป่วย หรือปลุกแล้วตื่นยาก น้ำหนักของลูกคุณไม่เพิ่มขึ้น หรือได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ลูกของคุณร้องไห้เสียงดังมาก ลูกของคุณมีสัญญาณหรือเกิดอาการใด ๆ ก็ตามที่คุณกังวล โรคดีซ่านเกิดขึ้นต่อเนื่องมานานกว่า 3 สัปดาห์ ในผู้ใหญ่ ผิวหนังเหลืองอาจเป็นอาการของโรคไตได้ด้วย ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดควรปรึกษาแพทย์ เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ สาเหตุสาเหตุของโรคดีซ่าน ดีซ่านมีสาเหตุการก่อตัวของบิลิรูบินที่เป็นผลผลิตของเซลล์เม็ดเลือดแดง บิลิรูบินก่อตัวขึ้นเมื่อเซลล์เม็ดเลือดแดงแตกตัว ร่างกายมักจะขจัดบิลิรูบินผ่านทางตับ เมื่อตับทำงานผิดปกติ ตับจะไม่สามารถกรองบิลิรูบินออกจากเลือดได้ […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน