สุขภาพ

สุขภาพ เป็นเรื่องสำคัญ เราจึงได้รวบรวมข้อมูลที่จะช่วยให้คุณดูแลสุขภาพได้ดียิ่งขึ้นไว้ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นข่าวสารสุขภาพ ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป และอื่น ๆ อีกมากมาย หากคุณมีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยคุณได้แน่นอน

เรื่องเด่นประจำหมวด

สุขภาพ

5 โรคที่มากับหน้าร้อน ที่ควรระวัง

เมื่อเข้าสู่ หน้าร้อน หลายคนอาจนึกถึงอากาศร้อน เหงื่อออกง่าย กระหายน้ำ หรือผิวไหม้แดด แต่จริง ๆ แล้ว โรคที่มากับหน้าร้อน ไม่ได้มีแค่ปัญหาจากความร้อนเท่านั้น เพราะอุณหภูมิที่สูงขึ้นยังทำให้อาหารบูดเสียได้ง่าย น้ำและอาหารมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรคมากขึ้น และร่างกายอาจเสี่ยงต่อภาวะเจ็บป่วยจากอากาศร้อนจัดได้เช่นกัน บทความนี้จะพาไปรู้จัก 5 โรคหน้าร้อน ที่ควรระวัง อาการเบื้องต้นที่ควรสังเกต และวิธีป้องกันง่าย ๆ ที่สามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน 1. โรคอุจจาระร่วง โรคอุจจาระร่วงเป็นหนึ่งในโรคที่พบได้บ่อยในช่วงหน้าร้อน สาเหตุหลักมักมาจากการกินอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค เมื่ออากาศร้อน อาหารที่เก็บไม่เหมาะสมหรือวางทิ้งไว้นานอาจบูดเสียได้ง่ายขึ้น จึงเพิ่มโอกาสให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายผ่านการกินและดื่ม อาการที่ควรสังเกต ถ่ายเหลวหรือถ่ายเป็นน้ำหลายครั้งใน 1 วัน ปวดท้องหรือปวดบิดเป็นช่วง ๆ อาจมีอาการคลื่นไส้หรืออาเจียนร่วมด้วย รู้สึกอ่อนเพลีย ปากแห้ง กระหายน้ำมาก ปัสสาวะน้อยหรือสีเข้ม ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะขาดน้ำ เด็กเล็กและผู้สูงอายุอาจมีอาการลุกลามได้เร็วกว่าคนทั่วไป สิ่งที่ควรทำเมื่อมีอาการ จิบน้ำบ่อย ๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ ดื่มสารละลายเกลือแร่ หรือ ORS เพื่อชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไป เลือกกินอาหารอ่อน ย่อยง่าย และสะอาด หลีกเลี่ยงอาหารมัน อาหารรสจัด หรือเครื่องดื่มที่อาจกระตุ้นอาการถ่าย หากถ่ายบ่อยมาก อ่อนเพลีย ซึม ปากแห้งมาก หรือดื่มน้ำไม่ได้ ควรรีบไปพบคุณหมอ 2. ไข้ไทฟอยด์ หรือไข้รากสาดน้อย ไข้ไทฟอยด์เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่เกี่ยวข้องกับอาหาร น้ำ หรือสุขอนามัยที่ไม่ดี จุดที่ทำให้โรคนี้น่ากังวลคือ อาการเริ่มต้นอาจคล้ายไข้ทั่วไป ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงอาการอ่อนเพลียจากอากาศร้อน หรือคิดว่าเป็นแค่การกินอาหารผิดสำแดง อาการที่ควรสังเกต มีไข้สูงต่อเนื่องหลายวัน ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย […]

หมวดหมู่ สุขภาพ เพิ่มเติม

สำรวจ สุขภาพ

ขั้นตอนทางการแพทย์และการผ่าตัด

การสลายนิ่วด้วยคลื่นกระแทก (ESWL) อีกหนึ่งเทคนิคการรักษานิ่วที่อาจเหมาะกับคุณ

นิ่ว อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุด้วยกันตามภาวะทางสุขภาพ และพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคลที่แตกต่างกันออกไป คุณอาจจำเป็นต้องเข้าปรึกษาแพทย์ทันทีที่มีอาการผิดปกติ เช่น ปวดท้อง ปัสสาวะมีเลือดปน วันนี้ Hello คุณหมอ ขอพาทุกคนมารู้จักกับเทคนิค การสลายนิ่วด้วยคลื่นกระแทก ที่แพทย์นิยมเลือกใช้ในการกำจัดก้อนนิ่ว ก่อนตัดสินใจเข้ารับการรักษา มาฝากให้ได้ทราบไปพร้อม ๆ กันค่ะ การสลายนิ่วด้วยคลื่นกระแทก (ESWL) คืออะไร การสลายนิ่วด้วยคลื่นกระแทก มีชื่อเต็มภาษาอังกฤษทางการแพทย์ว่า Extracorporeal Shock Wave Lithotripsy หรือ ESWL ถูกนำมาใช้ในครั้งแรกช่วงต้นทศวรรษ 1980 ที่มหาวิทยาลัยฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยใช้อุปกรณ์ที่มีระบบปล่อยคลื่นความถี่ไปยังจุดเฉพาะที่แพทย์กำหนด เข้าไปกระทบกับก้อนนิ่วแข็ง จนทำให้นิ่วแตกออกมาเป็นชิ้นเล็ก ๆ และถูกขับออกจากร่างกายในรูปแบบปัสสาวะอย่างง่ายดาย ขั้นตอน การสลายนิ่ว ด้วยคลื่นกระแทก ก่อนเข้ารับการรักษา คุณอาจได้รับคำแนะนำจากแพทย์ให้หลีกเลี่ยงการใช้ยาบางชนิดที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเลือดเป็นระยะเวลา 7-10 วัน เช่น แอสไพริน (Aspirin) ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) วิตามินอี (Vitamin E) พลาวิกซ์ (Plavix) จากนั้นเมื่อถึงวันนัดหมายของ การสลายนิ่ว ด้วยคลื่นกระแทก แพทย์อาจเริ่มต้นตามขั้นตอน ดังต่อไปนี้ ผู้ป่วยอาจได้รับการดมยาสลบ […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

เรื่องที่ควรรู้ เมื่อคุณ ถูกแมงป่องต่อย

ถึงแม้ว่า แมงป่อง จะเป็นสัตว์ที่มีขนาดค่อนข้างเล็ก แต่คุณหรือไม่ว่า แมงป่องนั้นอาจมีพิษร้ายแรงไม่แพ้สัตว์มีพิษชนิดอื่น ๆ ที่มีขนาดใหญ่กว่าเลยทีเดียว วันนี้บทความของ Hello คุณหมอ จึงขอพาทุกคนมารู้ถึงอาการเบื้องต้นเมื่อ ถูกแมงป่องต่อย และปัจจัยเสี่ยงที่คุณควรเลี่ยงให้พ้น เพื่อเป็นการระมัดระวังตนเองอีกขั้น ไปพร้อม ๆ กันค่ะ [embed-health-tool-vaccination-tool] อาการเบื้องต้นเมื่อ ถูกแมงป่องต่อย อาการจากการกระจายของพิษ เมื่อถูก แมงป่องต่อย มักแตกต่างกันออกไปตามสภาวะทางสุขภาพของแต่บุคคล โดยมีทั้งในระดับเบาจนถึงขั้นระดับรุนแรง ดังนี้ อาการปวดบวมรอบ ๆ บริเวณที่ถูกต่อย รู้สึกชา หายใจลำบาก กล้ามเนื้อกระตุก เหงื่อออก คลื่นไส้ อาเจียน ความดันโลหิตสูงขึ้น อัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติ นอกจากนี้หากผู้ป่วยที่มีภาวะเกี่ยวกับภูมิแพ้อยู่แต่เดิม ก็อาจส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาที่ไวต่อพิษของแมงป่องเพิ่มขึ้นจนสามารถถึงขั้นเสียชีวิตได้ หากเข้ารับการรักษาล่าช้าเกินกว่าร่างกายจะต้านไหว ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ภาวะแทรกซ้อนจาก แมงป่องต่อย ส่วนใหญ่อาจเกิดขึ้นได้ในวัยเด็ก และวัยผู้สูงอายุ เนื่องจากพิษของแมงป่องเข้าไปทำให้การทำงานของหัวใจและระบบหายใจล้มเหลว อย่างไรก็ตาม บางกรณีก็สามารถส่งผลให้ผู้ถูก แมงป่องต่อย เผชิญกับอาการบวมน้ำในปอด รวมไปถึงกลุ่มกล้ามเนื้อมีการสลายตัวเพิ่มเติมได้อีกด้วย ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้คุณอาจ ถูกแมงป่องต่อย การที่คุณจะเสี่ยงถูก แมงป่องต่อย ได้นั้น แสดงว่าคุณจะต้องเข้าไปอยู่ในภูมิภาค หรือสถานที่ที่มีแมงป่องอาศัยจำนวนมาก เช่น แถบทะเลทรายทางตะวันตกเฉียงใต้ ในป่า ใต้ก้อนหิน เปลือกไม้ […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

7 วิธีลอก กาวซุปเปอร์กลู ออกจากผิวหนังง่าย ๆ ที่คุณควรรู้

กาวซุปเปอร์กลู เป็นกาวที่มีส่วนประกอบของสารเคมีไซยาโนอะคริเลต (Cyanoacrylate) ที่ค่อนข้างมีความเหนียว และทนทานเป็นพิเศษ โดยส่วนใหญ่มักถูกนำมาใช้ทาเพื่อเชื่อมประกอบสิ่งของต่าง ๆ เช่น งานประดิษฐ์ งานซ่อมแซม แต่ขณะเดียวกันก็อาจเกิดเหตุการณ์ที่กาวซุปเปอร์กลูสัมผัสกับผิวหนังจนติดแน่น ลอกออกได้ยาก วันนี้ Hello คุณหมอ จึงมีวิธีการลอกกาวชนิดนี้ออกด้วยตัวคุณเองง่าย ๆ  มาฝากให้ทุกคนลองไปปฏิบัติตามกันค่ะ ผลกระทบเมื่อ กาวซุปเปอร์กลู ติดผิวหนัง เมื่อคุณเกิดพลั้งพลาดโดนกาว ซุปเปอร์กลู ติดเข้าที่ผิวหนัง สารเคมีที่อยู่ภายในกาวอาจก่อให้เกิดปฏิกิริยาจนปรากฏเป็นตุ่มแดง และรู้สึกเจ็บแสบจากอาการผิวไหม้ ถึงอย่างไรก็ตาม คุณไม่ควรลอกกาวออกทันทีที่คราบกาวแห้ง เพราะนอกจากอาจจะทำให้กาวหลุดเพียงแค่บางส่วนแล้ว ยังอาจส่งผลให้เกิดบาดแผลฉีกขาดเพิ่มได้ คราบกาวซุปเปอร์กลูอาจสามารถละลาย หรือหลุดออกเองได้ภายใน 5-7 วัน แต่ก็ขึ้นอยู่กับสารประกอบที่ทางผู้ผลิตกำหนดว่าจะมีความเหนียวมากเท่าใด 7 เทคนิคการ ลอกกาวซุปเปอร์กลู ถึงแม้ ซุปเปอร์กลู อาจจะหลุดออกไปได้เอง แต่เพื่อความปลอดภัย และป้องกันการเกิดอาการแพ้ คุณสามารถกำจัดคราบกาวออกจากผิวหนังให้เร็วขึ้นได้ ด้วยเคล็ดลับ ดังต่อไปนี้ แช่ผิว หรือประคบด้วยน้ำอุ่น หากสังเกตเห็นว่าเนื้อกาวยังแห้งไม่สนิท คุณควรรีบนำผิวหนังส่วนที่มีกาวติดไปแช่ในน้ำอุ่นที่ผสมด้วยสบู่ เป็นเวลา 5-10 นาที แล้วค่อยถูออกอย่างเบาแรง เช็ดออกด้วยน้ำยาล้างเล็บ สารตัวทำละลายแอซีโทน (Acetone) ที่อยู่ในน้ำยาล้างเล็บ อาจมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะช่วยกำจัดคราบกาวซุปเปอร์กลูออกได้ โดยการนำน้ำยาล้างเล็บเทลงในภาชนะให้พอดีกับบริเวณผิวหนังที่คุณรับผลกระทบ และแช่ไว้ประมาณ 1 นาที […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

อเมทิสต์ หลังแห่งหินบำบัด เพื่อสุขภาพ

ในปัจจุบันได้มีวิธีการรักษาและป้องกันโรคด้วยกันหลากหลายศาสตร์ที่นอกเหนือจากศาสตร์การแพทย์แผนปัจจุบัน วันนี้ Hello คุณหมอ ขอนำเสนออีกหนึ่งศาสตร์ทางเลือกในการบำบัดรักษาสุขภาพ นั่นคือ “อเมทิสต์” นั่นเอง พลังแห่งหินบำบัด ที่เชื่อกันว่า นอกจากจะช่วยป้องกันโรคแล้วยังมีส่วนช่วยบรรเทาสุขภาพจิตได้อีกด้วย แต่จะจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงเสียงลือเสียงเล่าอ้าง ติดตามอ่านได้ในบทความนี้ พลังแห่งหินบำบัด อเมทิสต์  อเมทิสต์ (Amethyst) ชื่อนี้มาจากภาษากรีกโบราณ ἀμέθυστος (Ametusthos) ที่แปลว่า “ไม่มึนเมา” จัดเป็นหินในตระกูลควอตซ์ ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก โดยถูกใช้เป็นเครื่องประดับมานานกว่า 2000 ปี  นอกจาก หินบำบัดอเมทิสต์ จะมีสีสันที่สวยโดดเด่นไม่เหมือนใครแล้ว ในด้านของความเชื่อ หินบำบัดอเมทิสต์  ยังช่วยส่งเสริมด้านสุขภาพอีกด้วย เช่น เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ควบคุมฮอร์โมน บรรเทาอาการปวดศีรษะ เป็นต้น  อเมทิสต์กับคุณประโยชน์เพื่อสุขภาพ ในปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ระบุแน่ชัดว่า หินบำบัดอเมทิสต์ มีคุณประโยช์ต่อการรักษาสุขภาพ แต่ได้มีข้อสันนิษฐาน โดยผู้ปฏิบัติงานทางด้านอายุรเวท หรือแพทย์ทางเลือก ระบุว่า หินบำบัดอเมทิสต์ มีคุณสมบัติที่ดีต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตใจ ดังต่อไปนี้  ความเชื่อเกี่ยวกับ หินบำบัดอเมทิสต์ ด้านการส่งเสริมสุขภาพกาย  เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของต่อมไร้ท่อ ส่งเสริมสุขภาพทางเดินอาหาร บรรเทาอาการปวดศีรษะ  ควบคุมฮอร์โมน    ส่งเสริมการนอนหลับให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ความเชื่อเกี่ยวกับ หินบำบัดอเมทิสต์ ด้านการส่งเสริมสุขภาพจิตใจ เสริมสร้างสมาธิ ช่วยให้เรามีจิตใจที่สงบ ใจเย็นมากขึ้น ปรับสมดุลอารมณ์ภายในร่างกาย บรรเทาความเครียดและความวิตกกังวล ช่วยเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ การรับรู้ และการตัดสินใจ  เคล็ดลับดูแลสุขภาพจาก […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

อาการคันขณะวิ่ง วิ่งแล้วคัน ยุบยิบ เกิดจากอะไรกันนะ

อาการคันขณะวิ่ง (Runner’s itch) วิ่ง แล้ว คัน เป็นความรู้สึกคันที่เกิดขึ้นในผู้ที่ออกกำลังกายหรือวิ่ง โดยมีสาเหตุหลายประการ ที่ทำให้เกิดอาการคัน ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว อาการคันมักจะเกิดขึ้นที่ท้องหรือขา วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับอาการคันขณะวิ่ง มาให้อ่านกันค่ะ ใครที่ วิ่งแล้วคัน ยุบยิบไม่ควรพลาดเรื่องนี้นะคะ อาการคันขณะวิ่ง หรือออกกำลังกาย เกิดจากอะไร มีหลายสาเหตุมากมายที่ทำให้เกิดอาการ วิ่งแล้วคัน ดังนี้ เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น การวิ่งช่วยให้อัตราการเต้นของหัวใจทำงานได้ดีขึ้น ทำให้เลือดและออกซิเจนสามารถไหลเวียนเข้าไปที่กล้ามเนื้อได้มากขึ้น ทำให้เส้นเลือดขยายตัว จนไปเบียดเซลล์ประสาท ทำให้เกิดอาการคัน สำหรับผู้ที่ไม่ได้ออกกำลังกายมานาน จะเกิดอาการคันได้มากกว่าผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ การหลั่งฮีสตามีน เมื่อออกกำลังกาย ร่างกายจะหลั่งสารฮีสตามีน (Histamine) ซึ่งเป็นสารที่ที่ร่างกายจะหลั่งออกมา เพื่อป้องกันความเหนื่อยล้า ซึ่งฮีสตามีนมีส่วนทำให้เส้นเลือดขายและทำให้เกิดอาการคัน ผิวบอบบางแพ้ง่าย สำหรับผู้ที่มีอาการคันขณะวิ่งบางคน อาจเกิดจากการมีผิวที่บอบบาง แพ้ง่าย ซึ่งอาจเกิดจากการแพ้น้ำยาซักฟอง น้ำยาปรับผ้านุ่ม หรือวัสดุเสื้อผ้าที่สวมใส่บางชนิดอาจทำให้เกิดอาการคันได้ ยิ่งเมื่อเหงื่อออกมากขึ้นหรือผิวแห้ง ปัญหาเหล่านี้ก็จะยิ่งทำให้เกิดความระคายเคือง การใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย สามารถช่วยลดปัญหาคันที่มาจากการแพ้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าได้ นอกจากนี้การเลือกซื้อเสื้อผ้าออกกำลังกายที่ซับความชื้นได้ดี ยังมีส่วนช่วยจำกัดผิวที่มีเหงื่อได้ด้วย ลมพิษ การวิ่งหรือการออกกำลังกาย อาจทำให้ร่างกายร้อนเกินไปจนเหงื่อออกมามาก ซึ่งร่างกายอาจตอบสนองต่อเหงื่อที่ออกมาแล้วทำให้เกิดลมพิษขึ้น จนทำให้รู้สึกคัน นอกจากนี้ลมพิษอาจมีอาการอื่น ๆ ด้วย เช่น ปวดหัว หายใจลำบาก หน้าบวม […]


อาการของโรค

ภาวะถอนพิษสุรา (Withdrawal) อาการที่เกิดจากการหยุดสุราอย่างกระทันหัน

ภาวะถอนพิษสุรา หรือ ภาวะถอนสุรา (Withdrawal) เป็นภาวะที่เกิดขึ้นกับผู้ที่ดื่มสุราในปริมาณมากเป็นประจำ เมื่อหยุดหรือลดปริมาณลงอย่างกะทันหัน อาจทำให้เกิดภาวะถอนสุราได้ ซึ่งภาวะนี้ก็จะแสดงอาการที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละคน สำหรับผู้ที่มีอาการรุนแรงอาจอันตรายจนถึงชีวิตได้ วันนี้ Hello คุณหมอ จะชวนไปทำความรู้จักกับภาวะถอนพิษสุรา ว่าจะมีอาการเช่นไรบ้าง ภาวะถอนพิษสุรา คืออะไร อาการถอนสุรา เป็นอาการที่เกิดจากผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนัก แล้วอยู่ ๆ หยุดดื่มอย่างกะทันหัน หรือลดปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ลงอย่างรวดเร็ว เมื่อร่างกายเกิดภาวะถอนสุรา จะส่งผลกระทบต่อทั้งร่างกายและอารมณ์ เช่น เกิดความวิตกกังวล ไปจนถึงรู้สึกคลื่นไส้ และเหนื่อยล้า บางคนที่เกิดอาการถอนสุราอย่างรุนแรง จะทำให้เกิดภาพหลอน มีอาการชัก บางรายอาจรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยทีเดียว อาการของผู้ที่มี ภาวะถอนสุรา สัญญาณและอาการของ ภาวะถอนสุรา จะเกิดขึ้นหลังจากหยุดหรือลดสุราไปแล้ว 6 ชั่วโมง หรือ 1-2 วันหลังจากที่ดื่มสุราครั้งสุดท้าย สำหรับผู้ที่มีภาวะถอนสุรามักจะมีอาการอย่างน้อย 2 อาการขึ้นไปจาก อาการทั้งหมดเหล่านี้ อาการสั่น วิตกกังวล คลื่นไส้ อาเจียน ปวดหัว อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น เหงื่อออก หงุดหงิด สับสน นอนไม่หลับ ฝันร้าย ความดันโลหิตสูง อาการเหล่านี้อาจจะแย่ลงในช่วง 2-3 วันแรก แต่สำหรับบางคนอาการที่ไม่รุนแรง อาจจะเกิดขึ้นได้นานถึง 1 สัปดาห์ ยิ่งปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดลดลงมากเท่าไร อาการถอนสุราก็จะเริ่มชัดและมากขึ้นเท่านั้น สำหรับผู้ที่มีอาการถอนสุราอย่างรุนแรงอาจเกิดอาการทางจิตที่เรียกว่า “Delirium Tremens” หรือ DT […]


อาการของโรค

Cybersickness อาการเมาที่เกิดจากการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มากเกินไป

อาการ Cybersickness หรือ อาการเมาที่เกิดจากการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นอาการวิงเวียนศรีษะ คลื่นไส้ เมื่อมีการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นเวลานาน อาการที่เกิดขึ้นก็จะมีลักษณะคล้ายกับอาการเมารถ เมาเรือ ยิ่งช่วงนี้หลาย ๆ คนก็ยังทำงานที่บ้าน Work from home อยู่ ก็จำเป็นที่จะต้องประชุมออนไลน์ อาจทำให้เกิด อาการเมาที่เกิดจากการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ได้ วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มาให้อ่านกันค่ะ ทำความรู้จักกับ Cybersickness Cybersickness เป็น อาการเมาที่เกิดจากการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อาการนี้อาจจะเกิดขึ้นเมื่อมีการใช้สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์มาก ๆ ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ วิงเวียนศีรษะ ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นคล้ายกับอาการเมารถ เมาเรือ โดยอาการCybersickness มักจะเกิดขึ้นเมื่อมีการใช้หน้าจอหลาย ๆ อุปกรณ์พร้อมกัน หรือประชุมออนไลน์ที่มีบุคคลอื่นในหน้าจอหลายคน โดยสาเหตุนั้นเกิดจากระบบประสาททำงานไม่สอดคล้องกับการมองเห็น ซึ่งเมื่อระบบเหล่านี้เกิดความขัดแย้งกันก็จะทำให้เกิดอาการมึนหัวได้ อาการเมาที่เกิดจากการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อาการเมาที่เกิดจากการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มีอาการคล้าย ๆ กับอาการเมารถ เมาเรือ ส่วนใหญ่แล้วมักจะมีอาการคลื่นไส้และวิงเวียน นอกจากนี้ยังมีอาการอื่น ๆ อีก เช่น คลื่นไส้ อาการคลื่นไส้ เป็นอาการเริ่มแรกสำหรับผู้ที่มี อาการเมาที่เกิดจากการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และอาการอาจจะแย่ลงหากเกิดหลังจากรับประทานอาหารอิ่มใหม่ ๆ […]


ขั้นตอนทางการแพทย์และการผ่าตัด

เครื่องเอคโม เครื่องมือช่วยพยุงการทำงานของหัวใจและปอด

ปอดและหัวใจ ถือได้ว่าเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญต่อร่างกายเป็นอย่างมาก เพราะทำหน้าที่แลกเปลี่ยนนำก๊าซออกซิเจนเข้าสู่ระบบการไหลเวียนของเลือด และช่วยสูบฉีดเลือดเข้าไปหล่อเลี้ยงเซลล์ แต่เมื่อใดที่อวัยวะทั้งสองมีการทำงานผิดปกติ เครื่องเอคโม (ECMO) ก็อาจเป็นอุปกรณ์ที่สามารถช่วยเข้ามาประคองการทำงาของปอดและหัวใจได้ มาทำความรู้จักกับเครื่องเอคโมได้ในบทความนี้ค่ะ เครื่องเอคโม คืออะไร เอคโม (Extracorporeal membrane oxygenation ; ECMO) หรือเรียกอีกอย่างได้ว่า เครื่องให้ออกซิเจนเยื่อหุ้มเซลล์ภายนอก คือเครื่องมือที่ใช้ในการบายพาสหัวใจและปอด พร้อมช่วยกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ รวมถึงช่วยเติมออกซิเจนในเลือด เพื่อนำไปหล่อเลี้ยงเนื้อเยื่อส่วนต่าง ๆ ภายในร่างกาย สำหรับการติดตั้งเครื่องเอคโคเพื่อช่วยปรับปรุงการทำงานของปอดและหัวใจนั้น จะต้องใช้วิธีการผ่าตัดเพื่อติดตั้งเครื่องมือภายในร่างกาย โดยแพทย์จะเริ่มจากการใช้ยาสลบหรือยาระงับความเจ็บปวด จากนั้นจึงค่อยสอดท่อขนาดเล็ก (Cannulas) ที่มีความยืดหยุ่นสูง เข้าไปในหลอดเลือดแดง หรือหลอดเลือดดำให้อยู่ตรงตำแหน่งที่เหมาะสม ผู้ป่วยอาจต้องใช้เครื่องเอคโคเป็นเวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ จากนั้นแพทย์จะทดสอบการทำงานของปอดและหัวใจ เพื่อดูว่าสามารถนำเครื่อง เอคโม ออกได้หรือยัง นอกจากนี้เครื่องเอคโมยังมีอีกรูปแบบหนึ่งในขนาดพกพา ที่เหมาะสำหรับการรักษาผู้ป่วยเบื้องต้นขณะนำส่งโรงพยาบาล ก่อนจะถูกส่งไปรักษาต่อโดยแพทย์อีกที ถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์ที่อาจสามารถช่วยชีวิตผู้คนได้แทบทุกสถานการณ์เลยทีเดียว ใครบ้างที่เหมาะสมในการใช้ เครื่องเอคโม โดยส่วนใหญ่แพทย์มักเลือกใช้เครื่องเอคโมกับผู้ป่วยที่มีภาวะทางสุขภาพ ดังต่อไปนี้ โรคกล้ามเนื้อหัวใจ (Cardiomyopathy decompensated) กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ (Myocarditis) ภาวะช็อกจากสาเหตุหัวใจสูบฉีดเลือดไม่เพียงพอ ความดันโลหิตสูงในปอด ระบบหายใจล้มเหลว ไส้เลื่อนกระบังลม อาการสำลักน้ำคร่ำของทารกในครรภ์คุณแม่ โรคปอดบวมรุนแรง กลุ่มอาการหายใจลำบาก โรคปอดอักเสบ ไข้หวัดใหญ่ ผลกระทบจากไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อุบัติเหตุรุนแรง ถึงอย่างไรก็ตาม การใช้เครื่อง เอคโม นี้ ควรขึ้นอยู่กับดุลยพินิจจากแพทย์เท่านั้น เพราะอาจมีเทคนิคการรักษาอื่น ๆ ที่เหมาะสมตามสภาวะของโรค หรือช่วยลดจากความเสี่ยงได้มากกว่าการใช้เครื่องเอคโมนั่นเอง ข้อเสียที่อาจได้รับจาก […]


ขั้นตอนทางการแพทย์และการผ่าตัด

การฉีดยาเข้าลูกตา เทคนิคการรักษาปัญหาดวงตา โดยจักษุแพทย์

การฉีดยาเข้าลูกตา แม้ว่าอาจจะฟังดูแล้น่ากลัว แต่ก็เป็นกระบวนการ ที่อาจสามารถช่วยแก้ไขปัญหาบางอย่างที่เกิดขึ้นกับดวงตาของเราได้อย่างไม่น่าเชื่อ วันนี้ Hello คุณหมอ จึงขออาสาพาทุกคนมารู้จักกับ การฉีดยาเข้าวุ้นตา ทั้งข้อดีและข้อเสีย เพื่อให้ทุกคนสามารถนำไปประกอบการพิจารณาเป็นอีกตัวเลือกของการรักษาดวงตาค่ะ การฉีดยาเข้าลูกตา คืออะไร ฉีดยาเข้าลูกตา หรือเรียกอีกอย่างได้ว่า ฉีดยาเข้าวุ้นตา (Eye Injections) คือ การรักษาปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพตาโดยตรง เช่น อาการจอประสาทตาเสื่อม โรคเบาหวานขึ้นตา การอุดตันของเส้นเลือดในจอประสาทตา โดยใช้ยาในกลุ่ม anti-VEGF ซึ่งเป็นยาที่ใช้ยับยั้งสารที่ก่อให้เกิดภาวะกระตุ้นการเจริญเติบโตของหลอดเลือด มีทั้งหมด 4 ชนิด ได้แก่ Aflibercept (Eylea) Bevacizumab (Avastin®) Brolucizumab( Beovu ®) Ranibizumab(Lucentis®) แต่ถึงอย่างไร แพทย์อาจมีการวินิจฉัย และการตรวจสอบอย่างละเอียดเสียก่อน เพื่อหาวิธีรักษา และเลือกชนิดยาที่เหมาะสมกับสภาวะที่คุณเป็น หากจำเป็นต้องเข้ารับการ ฉีดยาเข้าวุ้นตา ขั้นตอนการฉีดยาเข้าลูกตา โดยแพทย์ แพทย์อาจให้คุณนั่งหรือนอนในท่าที่สบายและผ่อนคลาย จากนั้นจึงนำยาชาหยอดลงในลูกตา เพื่อให้คุณไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด พร้อมเริ่มดำเนินการตามขั้นตอนการฉีดยา ดังนี้ ทำความโดยรอบบริเวณเปลือกตา โดยปกติแพทย์อาจใช้เป็นโพวิโดน ไอโอดีน (Povidone-iodine) ใช้อุปกรณ์ถ่างตา เพื่อเปิดเปลือกตาขึ้นเตรียมการฉีด ในระหว่างการฉีดยา แพทย์ให้คุณมองไปทิศทางใดทิศทางหนึ่ง เพื่อฉีดเข้าสู่บริเวณตาขาว ขั้นตอนการ ฉีดยาเข้าวุ้นตา ทั้งหมดนี้มักใช้ระยะเวลาเพียง 10-15 นาที เท่านั้น ซึ่งแพทย์อาจมีการทำความสะอาดรอบดวงตาอีกรอบหลังจากการฉีดยาเสร็จสิ้น เพื่อให้ดวงตาคุณสะอาดปลอดจากเชื้อแบคทีเรียมากที่สุด ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นหลังถูก ฉีดยาเข้าวุ้นตา การมองเห็นลดลง ดวงตาไวต่อแสง ปวดตา กระจกตาถลอก ความดันในตาเพิ่มขึ้น เรตินา […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ภาวะต่อมหมวกไตล้า ปัญหาที่เกิดจากความเครียดเรื้อรัง

ต่อมหมวกไต เป็นต่อมที่ผลิตฮอร์โมนที่มีความสำคัญต่อร่างกายและสุขภาพหลายอย่าง ต่อมหมวกไตมีส่วนสำคัญในการเผาผลาญไขมัน เผาผลาญโปรตีน ควบคุมระดับน้ำตาล ควบคุมความดันโลหิต และการตอบสนองต่อความเครียด หาก ต่อมหมวกไตล้า ผลิตฮอร์โมนได้ไม่เพียงพออาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมาได้ วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ ภาวะต่อมหมวกไตล้า ปัญหาที่เกิดจากความเครียดเรื้อรัง จนส่งผลกระทบต่อร่างกายมาฝากกันค่ะ ภาวะต่อมหมวกไตล้า เกิดขึ้นจากอะไร ทฤษฎีต่อมหมวกไตล้า (Adrenal Glands) เป็นทฤษฎีที่ถูกตั้งขึ้นโดย James Wilson ซึ่งเป็นแพทย์ทางเลือกและผู้เชี่ยวชาญด้านธรรมชาติบำบัด เป็นทฤษฎีที่บอกว่าเมื่อร่างกายเกิดความเครียดสูงเป็นระยะยาวหรือเกิดความเครียดเรื้อรัง จนทำให้ต่อมหมวกไตทำงานหนัก จนไม่สามารถผลิตฮอร์โมนออกมาไม่เพียงพอ จึงถูกเรียกว่าภาวะต่อมหมวกไตล้า อาการที่บ่งบอกว่าร่างกายเกิดภาวะต่อมหมวกไตล้า ได้แก่ เหนื่อยล้า นอนหลับยาก ตื่นยาก ต้องการของหวาน ต้องการคาเฟอีนเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัว ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถพบได้โดยทั่วไป บางครั้งอาจเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ ได้ด้วย เช่น โรคโลหิตจาง หยุดหายใจขณะหลับ ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ ปัญหาเกี่ยวกับปอด การติดเชื้อ โรคแพ้ภูมิตัวเอง โรคเบาหวาน โรคไต โรคตับ โรคลำไส้แปรปรวน (IBS) ดูแลรักษาตนเองอย่างไรเมื่อ ต่อมหมวกไตล้า การดูแลตนเองและใช้วิธีการบำบัดด้วยวิธีทางธรรมชาติเป็นวิธีที่สามารถจัดการอาการที่เกิดจาก ต่อมหมวกไตล้า ได้ ดังนี้ อาหาร การรับประทานอาหารมีส่วนช่วยทำให้ ต่อมหมวกไตล้า ได้น้อยลง โดยควรเลือกรับประทานอาหารที่สมดุล โดยการเพิ่มการบริโภคอาหารเหล่านี้ อาหารโปรตีนสูง ธัญพืช ผัก นอกจากนี้ยังควรลดการบริโภคอาหารบางชนิด เช่น คาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว โดยเฉพาะน้ำตาล อาหารแปรรูป อาหารทอด คาเฟอีน ลดความเครียด ทฤษฎี ต่อมหมวกไตล้า มีพื้นฐานมาจากความเครียดระยายาวหรือการเกิดความเครียดเรื้อรัง […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน