โภชนาการเพื่อสุขภาพ

"You are what you eat" อาหารที่คุณรับประทาน มีความสำคัญอย่างมาก ต่อสุขภาพร่างกายของคุณ แต่น่าเสียดายที่ยังคงมีความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับ โภชนาการเพื่อสุขภาพ อยู่มากมาย ดังนั้น การแยกแยะข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ

เรื่องเด่นประจำหมวด

โภชนาการเพื่อสุขภาพ

โรคอ้วนกับความเสี่ยงโรคหัวใจ ทำไมการลดน้ำหนัก ถึงช่วยเซฟชีวิตคุณได้

"แค่อ้วนขึ้นนิดหน่อย คงไม่เป็นไร" หลายคนคงเคยคิดแบบนี้ เวลาที่ใส่กางเกงตัวโปรดไม่ได้ หรือเดินขึ้นบันไดไม่กี่ขั้นก็รู้สึกเหนื่อยหอบ แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ ในขณะที่คุณกำลังมองข้ามน้ำหนักตัวที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น หัวใจของคุณอาจกำลังทำงานหนักขึ้นทุกวันโดยไม่มีเสียงเตือนใด ๆ จนกระทั่งร่างกายและหัวใจของคุณเริ่มมีปัญหา บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า โรคอ้วน กับ โรคหัวใจ เกี่ยวข้องกันอย่างไรในทางการแพทย์ และทำไมแค่ "ลดน้ำหนัก" จึงอาจเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยปกป้องหัวใจของคุณไว้ได้ โรคอ้วน กับโรคหัวใจ เกี่ยวข้องกันอย่างไร? โรคอ้วน (Obesity) ไม่ได้ส่งผลแค่เรื่องรูปร่างหรือความมั่นใจเท่านั้น แต่ในทางการแพทย์ ไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ในร่างกาย โดยเฉพาะไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) ถูกจัดว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงหลักที่นำไปสู่โรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Disease) จากแถลงการณ์ทางวิชาการของสมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกา (American Heart Association) ระบุว่าไขมันในช่องท้องที่มากเกินไปอาจเร่งกระบวนการที่ทำให้หลอดเลือดแข็งตัวและตีบตันตั้งแต่ยังอายุน้อย ผ่านกลไกที่เกี่ยวข้องกับภาวะดื้ออินซูลินและการอักเสบเรื้อรังในร่างกาย พูดง่าย ๆ คือ ยิ่งไขมันสะสมรอบเอวมากเท่าไหร่ หลอดเลือดและหัวใจก็ยิ่งต้องแบกรับภาระมากขึ้นเท่านั้น ไม่ว่าตัวเลขบนตาชั่งจะบอกอะไรคุณก็ตาม เจาะกลไก ทำไมไขมันส่วนเกิน หลายคนอาจสงสัยว่า ไขมันที่สะสมอยู่ตามร่างกาย ไปทำร้ายหัวใจที่อยู่คนละตำแหน่งได้อย่างไร คำตอบคือ เซลล์ไขมันไม่ได้เป็นแค่ "ก้อนพลังงานสำรอง" อีกต่อไป แต่มันทำหน้าที่เหมือนโรงงานที่ส่งผลกระทบไปทั่วร่างกาย ผ่าน 3 กลไกหลักดังนี้ 1. การอักเสบเรื้อรังระดับต่ำ (Chronic Inflammation) เมื่อเซลล์ไขมันขยายตัวมากเกินไป […]

หมวดหมู่ โภชนาการเพื่อสุขภาพ เพิ่มเติม

สำรวจ โภชนาการเพื่อสุขภาพ

เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

สีผสมอาหารสังเคราะห์ ทานได้ แล้วมีอันตรายหรือเปล่า?

สีผสมอาหารสังเคราะห์ หรือ สีสังเคราะห์ มักใช้ถูกนำมาผสมในอาหารเพื่อเพิ่มสีสันของอาหารให้ดูสดใส สวยงาม และน่ารับประทานมากขึ้น แต่การบริโภคสีผสมอาหารเป็นจำนวนมากก็อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้เช่นกัน นอกจากนี้แล้วหากเด็กๆ รับประทานมากเกินไปก็อาจส่งผลให้เกิดโรคสมาธิสั้นได้เช่นกัน ทาง Hello คุณหมอ มีเรี่องราวเหล่านี้มากฝากกันในบทความนี้ สีผสมอาหารสังเคราะห์ คืออะไร สีผสมอาหารสังเคราะห์  (Food Dye) นั้น ถูกใช้ในการเพิ่มสีสันให้กับอาหารมานานหลายศตวรรษ แต่สีสำหรับใส่ในอาหารครั้งแรกถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ. 1856 จากน้ำมันดิน แต่ทุกวันนี้สีผสมอาหารถูกทำมาจากปิโตเลียม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีการพัฒนาสีผสมอาหารหลายร้อยสี แต่ส่วนใหญ่พบว่าเป็นพิษ ดังนั้นจึงมีเพียงไม่กี่สีเท่านั้นที่ยังคงใช้ในอาหารได้ แต่ผู้ผลิตอาหารส่วนใหญ่มักชอบใช้สีผสมอาหารมากกว่าสีอาหารจากธรรมชาติ เนื่องจากให้สีที่สดใสกว่านั่นเอง สำหรับ สีผสมอาหารสังเคราะห์ ที่ได้รับการอนุมัติให้ใช้งานได้จาก องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (Food and Drug Administration หรือ FDA) และ หน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหารแห่งสหภาพยุโรป (European Food Safety Authority หรือ EFSA) มีด้วยกัน 5 สี ดังนี้ สีแดง หมายเลข 3 อีริโทรซีน (Erythrosine) : สีแดงเชอร์รี่ ใช้กันทั่วไปในลูกอม […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

บอแรกซ์ ในลูกชิ้น กินบ่อยๆ ระวังเสี่ยงตายไว

“ลูกชิ้น” เมนูอาหารทานเล่นที่หลาย ๆ คนชื่นชอบ ซึ่งสามารถหาซื้อง่ายและนำไปปรุงอาหารได้หลายเมนู เช่น ลูกชิ้นปิ้ง ลูกชิ้นทอด หรือลูกชิ้นนึ่ง เป็นต้น แต่ในปัจจุบันส่วนใหญ่อาหารที่เรารับประทานกันนั้น อาจจะมีส่วนประกอบของสารเคมีอันตรายอย่างเช่น สารบอแรกซ์ รวมอยู่ด้วย เพื่อให้ลูกชิ้นมีความกรอบ เนื้อเด้งอร่อย ทั้งที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพไม่น้อยเลยทีเดียว วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาไปทำความรู้จักกับ บอแรกซ์ ให้มากขึ้น พร้อมกับวิธีเลือกซื้อลูกชิ้นที่ปลอดภัยกันค่ะ บอแรกซ์ คืออะไร บอแรกซ์ (Borax) เป็นสารอนินทรีย์สังเคราะห์ชนิดหนึ่ง มีชื่อทางเคมีว่า โซเดียมบอเรต (Sodium Borate)  ซึ่งผู้คนจะรู้จักกันดีในชื่อว่า ผงกรอบ หรืออาจเรียกอีกชื่อว่า น้ำประสานทอง และในภาษาจีนที่เรียกกันว่า “เม่งแซ” โดยจะมีลักษณะเป็นผงคล้ายแป้งมีสีขาวขุ่น หรืออาจจะมีลักษณะเป็นเม็ดกลมขนาดเล็กกว่าเม็ดสาคู มีรสชาติหวานเล็กน้อยและสามารถละลายน้ำได้ดี อาการของผู้ที่บริโภคอาหารปนเปื้อนบอแรกซ์ เมื่อเรารับประทานลูกชิ้นหรืออาหารต่างๆ ที่มีการปนเปื้อนสารบอแรกซ์ หากรับประทานมากๆ จนอยู่ในระดับอันตราย จะแบ่งออกได้เป็น 2 กรณีดังต่อไปนี้ กรณีอาการเฉียบพลัน ผู้ที่ได้รับสารบอแรกซ์จะมีอาการปวดศีรษะ อ่อนเพลีย หงุดหงิด ผิวหนังอักเสบและอาจมีผื่นแดง นอนไม่หลับ ผมร่วงมากผิดปกติ คลื่นไส้ อาเจียน รู้สึกเจ็บในช่องท้อง อาจมีอาการท้องร่วงหรืออุจจาระเป็นเลือดในบางครั้ง กรณีอาการเรื้อรัง ผู้ที่ได้รับสารบอแรกซ์จะมีอาการหน้าบวม […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

อดอาหารนาน ทำให้ ร่างกายขาดสารอาหาร แก้ไขได้อย่างไร?

หลายๆ คนคงเคยอดอาหารทั้งวันเพื่อให้ได้ กินมื้อหนักๆ ที่คุ้มจุใจอย่าง บุฟเฟ่ต์ชาบู ปิ้งย่าง แต่พอทานไปทานมากลับอิ่มไวสะงั้น ไม่คุ้มกับเสียเงินไปเลยใช่ไหม? และยังส่งผลเสียให้กับร่างกายอีกด้วยนะ เพราะอาจทำให้ ร่างกายขาดสารอาหาร ได้ มาดูแลสุขภาพให้ห่างจากภาวะนี้ กับ Hello คุณหมอ กันเถอะ ร่างกายขาดสารอาหาร (Refeeding syndrome) คือ .. ร่างกายขาดสารอาหาร (Refeeding syndrome) เป็นกลุ่มอาการที่เกิดขึ้นเมื่อผู้ที่มีภาวะขาดสารอาหาร หรืออดอาหารเป็นเวลานาน หากกลับมารับประทานอาหารอีกครั้ง จะทำให้ทานได้น้อยลงกว่าเดิม หรืออิ่มง่ายขึ้น เนื่องจากร่างกายขาดน้ำตาลกลูโคสที่เป็นตัวช่วยในการเพิ่มพลังไปเลี้ยงส่วนต่างๆ จนทำให้ต้องดึงแร่ธาตุอื่นๆ ที่อยู่ในร่างกายไปทดแทนเสียก่อน อีกสาเหตุหนึ่ง คือ ถ้าหากร่างกายได้รับคาร์โบไฮเดรตในปริมาณมาก หรือคุณรับประทานเกินควร สามารถส่งผลต่อการทำลายสมดุลของอิเล็กโทรไลต์ (Electrolyte) ได้เช่นกัน ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้สารอาหารที่มีประโยชน์เข้าสู่เซลล์ และแปรเปลี่ยนเป็นกลูโคสเพื่อไปกระจายพลังงาน ให้คุณสามารถมีแรงในการทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ อย่างไม่ติดขัด อาการแทรกซ้อนจากการอดอาหารเป็นเวลนาน เกิดความเมื่อยล้า อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย สับสนทางอารมณ์ หายใจติดขัด สภาวะหัวใจล้มเหลว ความดันโลหิตสูง คลื่นไส้ อาเจียน ชัก ระบบประสาท และกล้ามเนื้อผิดปกติ ระดับโซเดียมผิดปกติ อาการดังกล่าว มักจะปรากฏขึ้นหลังจากคุณอดอาหารภายใน 3-4 วัน บางคนอาจไม่มีแนวโน้มที่จะมีอาการรุนแรง แต่สำหรับบางคนมักเกิดความเสี่ยงที่ส่งผลต่อสุขภาพร่างกาย ดังนั้นการเรียนรู้วิธีที่จะรักษาจึงมีความสำคัญ รักษาสุขภาพให้ปลอดภัยจาก ร่างกายขาดสารอาหาร ผู้ที่มีภาวะขาดสารอาหารควรรับการรักษาโดยแพทย์ ไม่ควรเพิ่มความเสี่ยงซื้อยารับประทานด้วยตัวเอง โดยวิธีการรักษาทางการแพทย์จะปรับระดับอิเล็กโทรไลต์ […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

กุ้งแช่น้ำปลา เมนูสุดโปรด กับอันตรายที่คุณไม่เคยรู้

กุ้งแช่น้ำปลา เป็นอีกหนึ่งเมนูสุดแซ่บที่ถูกใจใครหลาย ๆ คน ด้วยรสชาติของน้ำยำที่เผ็ด เปรี้ยวอมหวาน นำมาราดบนตัวกุ้งสด แล้วโรยหน้าด้วยกระเทียมหั่นบาง ๆ ตามด้วยใบสะระแหน่และมะระกินคู่กัน แต่รู้ไหมว่า ถึงแม้รสชาติจะอร่อยแค่ไหน แต่ถ้าหากคุณกินแบบนี้บ่อยจนเกินไปหรือไม่ถูกสุขอนามัยแล้ว ย่อมส่งผลเสียต่อร่างกายเช่นกัน แต่จะส่งผลเสียอย่างไรบ้างนั้น Hello คุณหมอ มีเรื่องนี้มาฝากกัน กุ้งแช่น้ำปลา กับอันตรายที่คุณไม่เคยรู้ รู้หรือไม่ว่า การกินกุ้งแช่น้ำปลา ซึ่งเป็นอาหารดิบมีความสุ่มเสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อโรค ซึ่งเมนูนี้นอกจากจะเสี่ยงท้องเสีย ท้องร่วงจากการปรุงที่ไม่สะอาดแล้ว ในกุ้งสด ๆ ยังมีการเชื้อก่อโรค อย่าง เชื้อวิบริโอ พาราฮิโมไลติคัส (Vibrio Parahaemolyticus) ซึ่งเป็นเชื้อที่พบได้ตามธรรมชาติในสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ตามชายฝั่งทะเล ในน้ำทะเล และตามตะกอนโคลนตมในทะเล  อันตรายของเชื้อนี้ทำให้เกิดอาการท้องร่วงอย่างรุนแรง ในบางรายอาจเกิดอาการตะคริวในช่องท้อง ปวดหัว อาเจียน หรือมีไข้ ระวัง 5 ความเสี่ยงจาก การกินกุ้งแช่น้ำปลา แม้ว่าในกุ้งจะมีสารอาหารที่มีประโยชน์จำนวนมากก็ตาม แต่ การกินกุ้งแช่น้ำปลา ในปริมาณที่มากเกินไปนั้น ย่อมส่งผลเสียมากกว่าผลดี เรามาดู 5 ความเสี่ยงจาก การกินกุ้งแช่น้ำปลากัน ว่ามีอะไรบ้าง โรคติดเชื้อทางเดินอาหาร เมื่อเราทานอาหารที่มันไม่สะอาดและไม่สุก สิ่งที่ตามมาให้เห็นชัดมากที่สุด ก็คือ […]


โภชนาการพิเศษ

Flexitarian : มังสวิรัติแบบยืดหยุ่น รูปแบบการกิน มังสวิรัติ ที่ กินเนื้อได้

อาหาร มังสวิรัติแบบยืดหยุ่น เป็นรูปแบบของการรับประทานอาหารที่เน้นอาหารจากพืชเป็นหลัก ในขณะที่สามารถรับประทานเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์อื่นๆ ได้ ในปริมาณที่พอเหมาะ มังสวิรัติรูปแบบนี้ จะมีความยืดหยุ่นมากกว่าอาหารมังสวิรัติหรืออาหารวีแกน หากคุณเป็นคนที่กำลังอยากจะเริ่มกินมังสวิรัติ แต่ก็ยังตัดใจจากเนื้อสัตว์ไม่ได้ วันนี้ Hello คุณหมอ จะชวนทุกคนไปรู้จักกับมังสวิรัติแบบยืดหยุ่น รูปแบบของมังสวิรัติที่กินเนื้อได้  Flexitarian หรือ มังสวิรัติแบบยืดหยุ่น คืออะไร “Flextarianism” เป็นคำศัพท์แปลกใหม่ที่เกิดขึ้นในวงการวิทยาศาสตร์และสาธารณะเมื่อเร็วๆ นี้ หลายๆ คนคงยังแปลกใจและสงสัยว่าจริงๆ แล้วคำนี้มีความหมายว่าอะไรกันแน่ ในปี 2014 Oxford ได้เพิ่มคำศัพท์นี้ลงในพจนานุกรมภาษาอังกฤษของ Oxford ให้ความหมายคำว่า Flexitarianism ว่าหมายถึงบุคคลที่รับประทานอาหารมังสวิรัติเป็นหลัก แต่ไม่เคร่งครัด และบางครั้งสามารถกินเนื้อสัตว์หรือปลาได้ ซึ่งเป็นรูปแบบของมังสวิรัติแบบยืดหยุ่น ซึ่งผู้บริโภคในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่หลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อสัตว์หรือลดการรับประทานเนื้อสัตว์กันอยู่แล้ว แต่จะมีการปรับให้บางมืออาหารมีเนื้อมาเป็นส่วนประกอบของอาหารได้  จริงๆ แล้วรูปแบบอาหารแบบ Flexitarian สร้างขึ้นโดยนักโภชนาการชื่อ Dawn Jackson Blatner เขาคิดค้นรูปแบบการรับประทานอาหาร มังสวิรัติแบบยืดหยุ่นเพื่อช่วยให้ผู้คนได้รับประโยชน์จากการรับประทานอาหารมังสวิรัติในขณะที่ยังคงเพลิดเพลินกับผลิตภัณฑ์จากสัตว์ในปริมาณที่พอเหมาะได้ นั่นจึงเป็นเหตุผล ที่ชื่อของอาหารนี้ คือการรวมกันของคำว่า ยืดหยุ่นและมังสวิรัติ เข้าด้วยกัน อาหารแบบ Flexitarian ไม่มีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนหรือจำนวนแคลอรี่และธาตุอาหารหลักที่แนะนำ ที่จริงแล้วมันเป็นวิถีชีวิตมากกว่าอาหาร ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมันขึ้นอยู่กับหลักการดังต่อไปนี้ กินผลไม้ผักพืชตระกูลถั่วและธัญพืชเป็นส่วนใหญ่ เน้นโปรตีนจากพืชแทนสัตว์ สามารถรับประทานเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ได้เป็นครั้งคราว รับประทานอาหารแปรรูปให้น้อยที่สุดและเน้นอาหารที่ได้ธรรมชาติ จำกัดปริมาณน้ำตาลและความหวาน หากใครที่อยากจะลองรับประทานอาหารในรูปแบบนี้ ก็สามารถทำได้ […]


โภชนาการพิเศษ

อาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง ในช่วงทำเคมีบำบัด

การทำเคมีบำบัด อาจจะส่งผลต่อการรับรสชาติต่างๆ อาหารที่รับประทานเข้าไปอาจมีรสชาติที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม จึงอาจทำให้เราไม่สามารถรับรู้ได้ถึงรสชาติของอาหาร หรือบางครั้งอาจทำให้รสชาติของอาหารผิดเพื้ยนไป วันนี้ Hello คุณหมอ มีบทความดี ๆ เกี่ยวกับ อาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง ในช่วงทำเคมีบำบัด การรับมือกับผลข้างเคียงจาก เคมีบำบัด ในช่วงทำเคมีบำบัด จะมีหลาย ๆ อย่างในร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรับรสของอาหาร บางครั้งลิ้นเราอาจไม่สามารถับรสของอาหารได้ หรือบางครั้งการรับรสอาจมีความผิดเพื้ยนไปจากเดิม หากในช่วงที่ทำเคมีบำบัด แม้แต่การดื่มน้ำเปล่าก็เป็นเรื่องยาก คุณอาจจะลองดื่มน้ำแร่ที่มีการปรุงแต่งรสชาติ อย่างเช่น รสเลมอน เพื่อช่วยให้ดื่มน้ำได้มากขึ้น หลายๆ คนที่ทำเคมีบำบัดอาจเกิดปัญหาท้องผูก ดังนั้นเรื่องอาหารการกินจึงเป็นที่สำคัญมาก การจัดการกับอาการท้องผูกจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ คุณต้องรักษาความชุ่มชื้นเพราะจะช่วยป้องกันอาการท้องผูกได้ การรับประทานอาหารที่มีกากใยจำนวนมากก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยลดอาการท้องผูก และการเดินออกกำลังกายเพียง 20 นาที เท่านี้ก็ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นได้ ดังนั้นการเลือกรับประทานอาหารที่ดี และเหมาะสมจึงเป้อีกทางที่ช่วยรับมือกับผลข้างเคียงที่เกิดจากการทำเคมีบำบัดได้  อาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง ในช่วงทำเคมีบำบัด การทำเคมีบำบัด (Chemotherapy) หรือที่รู้จักกันในชื่อ การทำคีโม เป็นหนึ่งวิธีในการรักษามะเร็ง ซึ่งจะทำให้เกิดผลข้างเคียงต่างๆ เช่น เหนื่อยล้า อ่อนเพลีย  ปากแห้ง คลื่นไส้ และรู้สึกเบื่ออาหาร แต่อย่างไรก็ตามการรับประทานอาหารครบ 5 หมู่จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงได้เร็วขึ้น อาหารที่มีรสชาติอ่อนๆ ย่อยง่าย และอุดมไปด้วยสารอาหารจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในช่วงทำเคมีบำบัด […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

กินนมหมดอายุ อันตรายหรือเปล่า เก็บนมอย่างไรให้อยู่ได้นานขึ้น

การกินนม ควรเลือกนมที่ผลิตจากแหล่งที่ได้มาตรฐาน ผ่านการพาสเจอร์ไรส์ และยังไม่หมดอายุ แต่หาก กินนมหมดอายุ ทั้งด้วยความจำเป็น หรืออุบัติเหตุ ก็อาจทำให้หลายคนเป็นกังวลว่า ดื่มแล้วจะเป็นอันตรายหรือไม่ ทั้งนี้ การดื่มนมที่หมดอายุแล้ว อาจไม่ได้ส่งผลเสียต่อสุขภาพ หากนมนั้นเพิ่งหมดอายุได้ไม่นาน และเก็บรักษาอย่างดี อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบแหล่งผลิตและวันหมดอายุบนบรรจุภัณฑ์นมให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อหรือบริโภค เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาสุขภาพ และหากกินนมหมดอายุแล้วเกิดความผิดปกติบางประการ เช่น ท้องเสีย ปวดท้อง ควรไปพบคุณหมอเพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม [embed-health-tool-bmi] ตัวเลขต่างๆ บนผลิตภัณฑ์บอกอะไรบ้าง ตัวเลข ที่พิมพ์ลงผลิตภัณต่างๆ นั้นมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวันผลิต วันหมดอายุ หรือว่าตัวเลขกำกับอื่นๆ ซึ่งตัวเลขมากมายเหล่านี้อาจทำให้ผู้บริโภคเกิดความสับสนเกี่ยวกับตัวเลขเหล่านั้น ว่าเป็นตัวเลขอะไรกันแน่ แถมบางผลิตภัณฑ์อาจจะมีตัวเลขติดอยู่ แต่ไม่ได้บอกว่าตัวเลขนั้นเป็นตัวเลขอะไร ก็จะยิ่งสร้างความสับสนให้ผู้บริโภคมากขึ้นไปอีก แต่โดยปกติแล้วผลิตภัณฑ์นั้นจะมีตัวเลขอยู่ 3 แบบ คือ ผลิตภัณฑ์นี่จะมีคุณภาพดีที่สุดในช่วงวันที่เท่าไรถึงวันที่เท่าไรบ้าง ขายโดย เป็นวันที่จะช่วยให้ร้านค้าสามารถจัดสินค้าได้อย่างถูกต้องว่าควรนำสินค้าชิ้นนี้มาวางขายเมื่อไรที่คุณภาพของสินค้ายังคงดีอยู่ ใช้โดย เป็นตัวเลขที่ระบุวันสุดท้ายที่ผลิตภัณฑ์นั้นจะยังคงมีคุณภาพสูงสุด ดังนั้น วันที่พิมพ์เป็นตัวเลขที่ช่วยให้ทราบว่า เมื่อใดคุณภาพของสินค้าจะเริ่มลดลง อย่างไรก็ตามวันที่นั้น มันไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์ของคุณจะหมดอายุและไม่ปลอดภัย ที่จะดื่มทันทีหลังจากวันที่ดังกล่าว กินนมหมดอายุ ภายในกี่วันถึงจะยังปลอดภัย หลายๆ คนเมื่อเห็นว่านมหมดอายุก็ต้องเก็บทิ้งอย่างแน่นอน ใครกันจะเสี่ยงดื่มนมที่ระบุว่าหมดอายุแล้ว เพราะดีไม่ดี อาจทำให้เกิดอาการท้องเสียได้ ส่วนใหญ่นมที่ขายในห้างสรรพสินค้าหรือว่าร้านสะดวกซื้อทั่วๆ ไป […]


โภชนาการพิเศษ

เป็นโรคริดสีดวง อาหารที่ควรกิน และหลีกเลี่ยง มีอะไรบ้าง

โรคริดสีดวง คืออาการบวมของหลอดเลือดบริเวณทวารหนัก และมักจะทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบการขับถ่าย หลายคนอาจจะต้องรู้สึกทรมานกับอาการปวด เลือดไหล และอาการคันอย่างรุนแรงที่เกิดจากโรคนี้ ยิ่งโดยเฉพาะเวลาขับถ่าย แต่โชคดีที่โรคนี้สามารถบรรเทาได้ โดยการเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม บทความนี้จะทำให้ทุกคนได้รู้ว่า เป็นโรคริดสีดวง ควรกินและควรหลีกเลี่ยง อาหาร อะไร เป็นโรคริดสีดวง การเลือกรับประทาน อาหาร สำคัญอย่างไร โรคริดสีดวงนั้น เป็นโรคที่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของความดันภายในช่วงลำไส้ตรงส่วนล่าง ความดันที่เพิ่มขึ้นนี้อาจจะมีสามารถมาจาก การเบ่งอุจจาระแรงเกินไป การนั่งแช่เป็นเวลานานๆ ในน้ำห้องน้ำ อาการท้องผูกหรือท้องเสียเรื้อรัง การมีภาวะน้ำหนักเกิน การตั้งครรภ์ การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก การยกของหนักเป็นประจำ การรับประทานอาหารที่มีใยอาหารน้อย ใยอาหารนั้นเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาและป้องกันโรคริดสีดวงทวาร เนื่องจากใยอาหารมีส่วนช่วยทำให้อุจจาระนิ่มขึ้น ทำให้ง่ายต่อการขับถ่าย ไม่ต้องออกแรงเบ่งอุจจาระมาก ทั้งยังไม่ทำให้เกิดอาการท้องผูก ทำให้ไม่จำเป็นต้องนั่งแช่อยู่ในห้องน้ำเป็นเวลานาน เพียงแค่คุณรับประทานอาหารอย่างเหมาะสม ก็จะลดปัจจัยเสี่ยงที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคริดสีดวงไปได้มากกว่าครึ่ง ดังนั้นการเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม มีใยอาหารสูง จึงถือได้ว่าเป็นส่วนสำคัญ ที่จะช่วยป้องกันเราจะโรคริดสีดวง และช่วยบรรเทาอาการของโรคริดสีดวงให้หายไวขึ้น อาหารที่ควรกิน หากคุณเป็นโรคริดสีดวง สิ่งสำคัญในการรักษาโรคริดสีดวง คือการขับถ่ายอย่างมีคุณภาพ ใยอาหารนั้นถือเป็นปัจจัยหลักที่จะช่วยในการขับถ่ายของคุณ ดังนั้น ทางที่ดีที่สุดจึงควรเลือกรับประทานอาหารที่มีใยอาหารสูง นอกจากนี้ก็ควรจะดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน เพราะจะช่วยให้อุจจาระนิ่มขึ้น สามารถขับถ่ายได้ง่ายขึ้น และช่วยบรรเทาอาการของโรคริดสีดวงได้ โดยตัวอย่างของอาหารที่มีใยอาหารสูง มีดังต่อไปนี้ ธัญพืชเต็มเมล็ด คุณควรหลีกเลี่ยงแป้งขาวที่ผ่านการขัดสีแล้ว และหันมารับประทานธัญพืชเต็มเมล็ด และแป้งที่ยังไม่ผ่านการขัดสี เช่น โฮลวีท ข้าวกล้อง ข้าวบาร์เล่ย์ หรือข้าวโอ๊ต เนื่องจากธัญพืชเต็มเมล็ดเหล่านี้จะประกอบไปด้วยรำข้าวและจมูกข้าว ที่อุดมไปด้วยใยอาหาร โดยเฉพาะใยอาหารที่อยู่ในข้าวโอ๊ตและข้าวบาร์เล่ย์นั้น จะเป็นใยอาหารที่สามารถละลายน้ำได้ พืชตระกูลถั่วต่างๆ พืชที่อยู่ในตระกูลถั่ว […]


เคล็ดลับโภชนาการที่ดี

ปลาทูน่า ควรกินดิบหรือกินสุก อย่างไหนเป็นอันตรายกว่ากัน

ปลาทูน่า เป็นหนึ่งในปลายอดนิยมที่นิยมนำมารับประทานกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ไม่ว่าจะมาในรูปแบบของปลาดิบในเมนูซาชิมิ หรือรูปแบบสุกอย่างปลาทูน่ากระป๋อง บางคนอาจจะเกิดความสงสัยว่า ปลาทูน่า กินดิบหรือกินสุก แบบไหนจะดีกว่ากัน มาหาคำตอบด้วยกันกับ Hello คุณหมอ ประโยชน์ที่ได้จากการกินปลาทูน่า โดยปกติในร้านอาหารส่วนใหญ่ มักจะเสิร์ฟปลาทูน่ามาในรูปแบบของปลาดิบ หรือกึ่งสุกกึ่งดิบ ยิ่งโดยเฉพาะกับในร้านอาหารญี่ปุ่น ที่ซาชิมิหรือซูชิที่มีปลาทูน่าดิบเป็นส่วนประกอบนั้น แทบจะเป็นเมนูที่ขาดไม่ได้ ปลาทูน่านั้นเป็นปลาที่มีสารอาหารที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกายอย่างมาก ทั้งยังเป็นปลาที่มีไขมันต่ำ โปรตีนสูง และมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งมีประโยชน์ต่อหัวใจและสมอง และยังช่วยต้านการอักเสบอีกด้วย นอกจากนี้ ในเนื้อปลาทูน่านั้นยังอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก โพแทสเซียม วิตามินบี ทั้งยังเป็นแหล่งสำคัญของธาตุซีลีเนียม (selenium) แร่ธาตุรองที่ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ การรับประทานปลาทูน่า จึงมีส่วนช่วยในการเพิ่มสมรรถภาพการทำงานของอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ และโรคเรื้อรังต่างๆ ไขขอข้องใจ: ปลาทูน่า ควร กินดิบหรือกินสุก หลายคนเชื่อว่าการกินปลาทูน่าดิบนั้น เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการกินทูน่า เนื่องจากเนื้อปลาทูน่าดิบที่ไม่ผ่านความร้อน จะให้สัมผัส รสชาติ และคุณประโยชน์ของปลาทูน่าได้อย่างเต็มเปี่ยม ทั้งยังเชื่อว่าการปรุงทูน่าให้สุก จะทำลายรสชาติ และคุณค่าทางสารอาหารที่มีประโยชน์ของทูน่าไป แต่ในความจริงแล้ว ไม่เป็นเช่นกัน ปลาทูน่าไม่ว่าจะแบบดิบหรือแบบสุก ต่างก็ให้คุณค่าทางสารอาหาร ไม่ว่าจะเป็นวิตามิน แร่ธาตุ และกรดไขมันโอเมก้า 3 ในปริมาณที่เท่าๆ กัน ความร้อนแทบจะไม่ได้ทำลายคุณค่าทางสารอาหารของปลาทูน่า […]


ข้อมูลโภชนาการ

เกสรผึ้ง แหล่งโภชนาการดี ๆ จากผึ้ง ที่คุณควรรู้จัก

เกสรผึ้ง (Bee Pollen) คือละอองเล็ก ๆ ลักษณะคล้ายแป้งที่หลุดออกมาจากช่อเกสรตัวผู้ของดอกไม้ โดยละอองเหล่านั้นจะติดอยู่กับอวัยวะบริเวณขาของผึ้งขณะที่กำลังเกาะกับเกสรของดอกไม้ และผึ้งจะนำละอองที่ได้กลับไปเก็บไว้ที่รังของตนเอง เพื่อใช้ในการเลี้ยงตัวอ่อนของผึ้ง  เกสรผึ้งมีสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุ หลายชนิด เช่น โปรตีน วิตามินเอ วิตามินซี ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายด้าน เช่น ลดโอกาสเสี่ยงเป็นโรคเรื้อรัง ต้านการอักเสบ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน [embed-health-tool-bmi] คุณค่าทางโภชนาการของ เกสรผึ้ง เกสรผึ้งประกอบไปด้วยสารอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ดังนี้ สารชีวภาพจำนวน 250 ชนิด มีโปรตีนประมาณ 35% วิตามินจำนวน 16 ชนิด ได้แก่ กลุ่มวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินเค วิตามินดี และกลุ่มวิตามินบี คาร์โบไฮเดรต ซึ่งมีการค้นพบว่าในเกสรผึ้งนั้นมีคาร์โบไฮเดรตประมาณ 40% น้ำ 5-10% และไขมัน 5% ประโยชน์ของเกสรผึ้ง เกสรผึ้งมีประโยชน์ต่อร่างกายในการส่งเสริมสุขภาพดังรายละเอียดต่อไปนี้ อาจช่วยลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง เกสรผึ้งประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เช่น ฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) แคโรทีนอยด์ (Carotenoid) เควอซิทิน (Quercetin) […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน